นี่มันกระเป๋าหรือเทพเจ้ากันนี่

สวัสดีค่ะ ชาว bloggang

คิดมาซักพักแล้วว่าจะเขียนเกี่ยวกับของไฮโซที่เราเรียกกันว่าแบรนด์เนม แต่ก็ยังเงอะๆงะๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง บางทีมีเรื่องมากมายไหลวนเวียนอยู่ในหัวแต่เราจับมาเรียบเรียงไม่ถูก จนกระทั่งไม่นานมานี้ นั่งอ่านกระทู้พันทิพไปเจอกระทู้นี้เข้า

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9020344/A9020344.html

สำหรับคนที่ขี้เกียจเปิดกระทู้อ่าน เล่าคร่าวๆก็คือ มีคนตั้งคำถามว่าทำไมคุณเอ(ผู้จัดการอั้ม พัชราภา) ชอบถือกระเป๋ารุ่นนี้ให้นักข่าวถ่ายภาพ ซึ่งกระทู้ประเภทนี้มันก็มีดาษดื่น ไม่น่าจะเกิดประเด็นอะไร แต่กระทู้นี้เกิดมีคนสนใจให้ความเห็นปาเข้าไปกว่าร้อย!!! กลายเป็นว่าประเด็นไม่ใช่ "ทำไมคุณเอถือกระเป๋าเข้ากล้อง" แต่ประเด็นคือ "คุณเอทำไมกล้าถือกระเป๋า Hermes ราคาหลักแสนโดยที่ไม่ดูว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่"

บางความเห็นถึงกับใช้คำพูดว่า
"คุณเอเธอเก่งนะครับ ทำเอาแบรนด์ hi end ระดับ Hermes ดูโล๊ววว..โลวได้ในพริบตา "
"เป็นคนที่สะพายกระเป๋าใบละเป็นแสน ได้เหมือนร้อยเก้าๆ มาก"
"สงสารกระเป๋าจังง่าาาาาาาาาาา"
"ควรเลือกให้เหมาะสมกับหนังหน้าหน่อย เอาเงินไปโมหน้าก่อนดีมะ ฉีดกลูต้าให้ขาว อะไรยังงี้ ได้มะ "

เรื่องนี้ทำให้ดิชั้นอดจี๊ดไม่ได้ ต้องออกมาเขียนถึงเรื่องนี้เสียที หลังจากดองไว้ในสมองน้อยๆมานาน

ก่อนจะอ่านต่อไป อยากจะขอให้ผู้อ่านใช้เวลาตรงนี้ซักสิบวินาที หยุดคิดเรื่องคุณเอ แล้วลองมองกลับไปที่ตู้เก็บกระเป๋าที่บ้าน คิดถึงกระเป๋าที่เรามี สิ่งแรกที่เราคิดคืออะไรคะ

บางคนคิดถึงความสวยงามของมัน คุณจะซื้อกระเป๋าที่คุณเห็นว่ามันสวย บางคนเลือกซื้อที่สี เพื่อให้เข้ากับชุดสีนั้นสีนี้ บางคนคิดถึงรูปทรง ความทนทาน บางคนคิดถึงการใช้งาน บางคนคิดถึงมูลค่า และแน่นอนบางคนเช่นเดียวกับคุณเอ เลือกซื้อที่ยี่ห้อ

คนเรารสนิยมไม่เหมือนกัน นานาจิตตัง ดิชั้นชอบกระเป๋าเรียบๆไม่ต้องสวยมากแต่เน้นทน จะไปตัดสินคนที่ชอบกระเป๋าที่สวยฉูดฉาดว่าไม่ดีอย่างนี้อย่างโน้นก็ไม่ได้ คนเราไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกันอีกต่างหาก คนที่ต้องเข้าป่าลุยเขา จะเลือกกระเป๋าก็อยากให้เน้นทนถึกมากกว่า แต่เจ้าแม่ปาร์ตี้ก็คงจะไม่ชอบไม่เห็นด้วยเป็นแน่

ถ้าเรามองถึงการใช้งาน กระเป๋ามันก็มีไว้บรรจุสิ่งของสำหรับเคลื่อนย้ายไปมา ถ้ากระเป๋ามันตอบโจทย์นั้น มันก็มีคุณค่าในตัวของมันระดับหนึ่ง ทีนี้มันเกิดมีการผสมผสานกับศิลปะเข้าไป ทำให้กระเป๋ามันพัฒนามูลค่าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แน่นอน ราคามันก็พัฒนาตามคุณค่าของศิลปะด้วย ยิ่งถ้าดีไซน์เนอร์ระดับ Chanel Dior Hermes มันก็ยิ่งพัฒนาหาที่สุดมิได้ เปรัยบเสมือนแวนโก๊ะห์แห่งกระเป๋า

แล้วผู้ใช้ล่ะ เสพกระเป๋าเพราะมันเป็นกระเป๋าหรือเพราะมันเป็นศิลปะ

สมมติว่าคุณเอ ซื้อกระเป๋าเบอร์คินใบละเรือนแสนมา เพราะติดใจในความคุ้มค่าคงทน คุณเอใช้เงินที่หามาอย่างสุจริต ไม่ได้เบียดเบียนใคร ก็ไม่น่าจะต้องรู้สึกผิดหรืออับอาย ออกจะน่าภูมิใจเสียอีก

หรือถ้าคุณเอจะติดใจในดีไซน์ของกระเป๋า เห็นว่ามันเป็นเหมือนภาพวาดโมเน่ท์ สวยงาม คุณเอซื้อมาด้วยเงินตัวเอง ทำงานเหนื่อย อยากจะซื้อความสุขให้ตัวเองเป็นกระเป๋าที่สวยงามราคาแพงก็ไม่น่าจะผิด

ฝรั่งเค้าว่ากันว่า beauty is in the eye of the beholder -- ความงามอยู่ที่ตาผู้ดู คนดูนี่แหละที่ปัญหามาก เช่น กระเป๋าทรงนี้ มันไม่เหมาะกับคนอ้วน คนดีไซน์เค้าไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อคนหน้าตาแบบนี้ ก็แสดงความคิดเห็นกันไป (แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรแสดงความคิดเห็นกันอย่างนิ่มนวล เอาใจเขาใส่ใจเรากันบ้าง สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุลนะเอิงเอย)

มองกลับกัน ศิลปะมันไม่ได้ถูกจำกัดความไว้ว่าเป็นงานที่ผลิตโดยอาร์ตติสชื่อดัง มีศิลปะอยู่มากมายดาษดื่น รอให้มีคนมาค้นพบค้นหา คนนั่งวาดภาพอยู่ข้างทาง บางทีภาพก็เป็นศิลปะได้ ถ้าคนดูมองเห็นและมองเป็น แต่คนดูส่วนมาก กลับเอาคำว่าศิลปะไปวัดค่าด้วยราคา เพราะเค้าอาจจะตาไม่ถึงหรืออะไรก็พูดยาก ทำให้ศิลปะไร้ชื่อก็ไม่ได้ผุดได้เกิด ฉันใดก็ฉันนั้น งานดีไซน์ใช้ชื่อคนไทย ก็เลยได้วางขายอยู่แค่ตามตลาดนัด ของก็อปก็เลยเกลื่อนเมืองด้วยประการฉะนี้

ดิชั้นคิดมานานแล้วว่าประเทศเรา ไม่ค่อยใส่ใจกับศิลปะ วิชาเรียนศิลปะก็ไม่ได้จ้างครูที่มีความรู้มาสอน และเวลาสอนก็ไม่ได้ใส่ใจจะลากนักเรียนออกนอกกรอบ ให้ทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ

ยกตัวอย่างเวลาราชการจะสร้างตึก ไม่รู้ให้ใครดีไซน์ มีแต่ตึกรูปร่างเดิมๆ หน้าตาเดิมๆ กลัวคนไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานราชการ (แต่งบบานไม่รู้หายไปตรงไหน)

ก็นั่นแหละ คนไทยก็เลยเสพศิลปะกันตามฝรั่ง ฝรั่งเค้าว่าอะไรดีก็เฮตามเค้า ของเราดีๆก็ไม่เชิดชู เลยได้แต่นั่งบูชากระเป๋าราคาเท่าบ้าน

สำหรับดิชั้น กระเป๋าร้อยเก้าๆ ถ้าคนทำใส่ใจดีไซน์เอง ไม่ได้ลอกใคร เย็บด้วยใจ ดิชั้นก็ไม่อายใครถ้าจะถือ

ตัดจบเลยแล้วกันค่ะ ต้องรีบเคลียร์งาน เขียนกันมานาน
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
สวัสดีค่ะ



Create Date : 23 มีนาคม 2553
Last Update : 23 มีนาคม 2553 17:34:12 น. 11 comments
Counter : 221 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:15:59:39 น.  

 
เห็นด้วย คนเราสร้างทัศนคติ ค่านิยมกันขึ้นมาเองนิ
แล้วถ้าเค้าอยากจะเข้ากระแสด้วย ไปว่าเค้าทำไม
เรามองแล้วก็เฉยๆ ไม่ได้เห็นว่าเค้าไม่เหมาะตรงไหน
เค้ามีเงินซื้อได้ ไม่ลำบากใคร ไม่โกงใครมาก็พอแล้วนิ
คนที่ว่าๆ เค้า มีปัญหาอะไรเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า หรืออิจฉา...


โดย: กระต่ายน้อย (ดูดีในที่มืด ) วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:16:05:11 น.  

 
จบเอาดื้อๆ ^^"

อ่านแล้วก็ อืม...นะ
ไม่เข้าใจว่าไปแขวะคนอื่นเขาแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา
ก็เขาพอใจจะใช้กระเป๋าใบนี้ก็เรื่องของเขาซิ
ไม่ชอบเลย เวลาได้ยินใครไปกัด ไปล้อ ไปแขวะคนอื่นเขาแบบนี้


โดย: gluhp วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:16:25:42 น.  

 
ไม่ชอบเห็นใครว่าใครเหมือนกันค่ะ อ่านเจออยู่เหมือนกัน แต่ไม่ออกความเห็นค่ะ


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:16:37:50 น.  

 
คนที่ชอบว่าคนอื่น ต่ายว่าลึกๆแล้ว

เค้าคงไม่ค่อยมีความสุขนักหรอกค่ะ

เพราะวันๆ หาแต่เรื่องตำหนิติเตียนผู้อื่น

ใจจะร่มเย็นได้ยังไง ^^


โดย: Moon OF JulY วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:19:10:19 น.  

 
แฟนคลับเพิ่มขึ้นแล้วนะเนี่ยคุณลูกข้าราชการ


โดย: เฟอจิว IP: 58.64.104.245 วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:19:37:56 น.  

 
โอ่ว เริ่มมีคอมเม้น ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านดิชั้นบ่นๆๆอยู่ในนี้ค่ะ :)


โดย: ลูกข้าราชการ วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:19:42:08 น.  

 
เออว่ะ ฉันเข้าไปอ่านก็เพราะเห็นโพสไว้ที่ facebook แล้วมันก็นะ คนเราก็แบบนี้ นา นา จิต ตัง คนที่อยู่ในสังคมนี้ได้ก็ต้องทำใจให้ได้กับทุกคำวิจาร พูดถึงก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการไปว่าเขาแบบนั้นถ้าเขาไม่ได้เบียดเบียนใคร
อ่านกระทู้แล้วนึกถึงการ์ตูนเรื่องลางสังหารเลยนะเนี๊ย ที่อินเตอร์เน็ตมันให้โทษกับคนที่เสพไม่เป็นได้มากเหมือนกัน

มาให้กำลังใจ เขียนต่อไปนะเพื่อน


โดย: โอ๋เอง IP: 203.144.144.164 วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:21:18:56 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 203.144.144.164 วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:22:05:17 น.  

 
โอ๋ ชั้นได้รับกำลังใจแล้ว แต๊งกิ้ว

ลางสังหารชั้นไม่ได้อ่าน ถ้าหนุกเดี๋ยวจะไปนอนอ่านบ้านแกดีมะ จะได้ไม่ต้องซื้อ


โดย: ลูกข้าราชการ วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:7:32:52 น.  

 
เค้าเรียกว่าอิจฉา ลึกๆอยากจะถือ เชื่อดิ
คนเรามันก็งี้แหละ

มันก็เหมือนรถ จะแพงจะถูกก็ถึงที่หมาย หากแต่น้ำมันหมด ต่อให้คันละร้อยล้านก็ไร้ความหมาย

ก็แล้วแต่จะคิดกัน พอใจซื้อพอใจใช้ เรื่องของเค้า เน๊อะ


โดย: เดวิล เจ IP: 118.174.57.42 วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:20:26:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

EmilyWeird
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add EmilyWeird's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.