VIOLETTA
Group Blog
 
All Blogs
 

Spoiled !! จัดหนัก สะใจ กับ Cabin in the woods เกรียนขั้นเทพ !!!



ขอจั่วหัวว่า spoil ไว้ก่อน
แต่จริง ๆ แล้ว ถึง spoil ไป
ถ้าคุณเป็นแฟนเดนตายพวกหนังสยองขวัญไล่ฆ่า ดูกี่รอบก็มันส์พะย่ะค่ะ

Cabin in the woods หนังสยองแนวใหม่ที่จะทำให้หนังสยองเรื่องอื่นอำลาวงการ

เพราะอะไร ???? ดูหนังจบคุณจะรู้เอง

แต่ขอย้ำ !! ว่าคนที่จะดูแล้วชอบมากถึงขนาดกระทืบเท้าคาโรงนี่ต้องแฟนเดนตายจริง ๆ นะ
เพราะได้ยินจากปากคนที่ดูมาแล้วบางคน เค้าก็ว่าสนุกแบบพวกหนังยำ บางคนดูแล้วไม่ชอบก็มี
หาว่าลอกคนนั้น พล็อตธรรมดา แค่เรื่องบูชายัญอะไรกัน เรียลริตี้อะไรกัน

มันไม่ใช่แค่นั้น !!!!

ในช่วงแรก ๆ ของหนัง รวมถึงใบปิดหนัง ตัวอย่างหนัง
อาจจะทำให้คุณนึกถึงพวก Friday 13th, House of wax, wrong turn อะไรเถือกๆ นั้น
เพราะไม่มีอะไรมาก หนังเดินตามสูตรสำเร็จเป๊ะ ๆ
มีฉากให้คนดูคิดนิดหน่อยว่ามันจะเป็นแนว Hunger game รึเปล่า 

มีจอ แผงควบคุม สำนักงาน แบบแนวเรียลริตี้อ่ะดิ

ตอนแรกเราก็คิดแบบนั้น เราก็ดูกันไป

มีเด็กวัยรุ่น 5 คน (ตามสูตรสำเร็จ)
ต้องมี
1.สุดหล่อเท่นักกีฬา 
2.เด็กเรียน
3.สาวบลอนด์ใจแตก 
4.ผู้หญิงบอบบาง 
5.ผู้ชายโง่ ๆ ขี้ยา

ทั้งหมดเป็นเพื่อนกลุ่มก๊วนเดียวกัน
 ลุยขับรถกันไปเที่ยวตามชนบทที่ไม่มีสัญญานมือถือ ไร้ผู้คน
ระหว่างทางก็ต้องแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันเก่า ๆ จะเจ๊งไม่เจ๊งแหล่
แล้วก็ต้องเจอคนแปลกหน้าท่าทางแปลก ๆ มีพิรุธมาพูดจากวนส้น..น
จากนั้นก็ไปพักที่บ้านพักกลางป่าเขาลำเนาไพร มีทะเลสาบ 
(ตามที่เห็นได้ตามหนังสยองพิมพ์นิยม)

เมื่อเก็บของได้ที่ก็ปาร์ตี้กัน เฮฮาประสาวัยรุ่น
แล้วก็เริ่มเจอสิ่งของแปลก ๆ ในกระท่อม

**จุดนี้ คนที่ดูหนังสยองมามากจะคุ้นเคยกันอย่างดี และเริ่มจะรู้สึกว่าหนังมันมีอะไรบางอย่าง***
ก้คุณพี่เล่นเอาไอเท็ม signature จากหนังสยองดัง ๆ หลาย ๆเรื่องมาใส่ไว้ในฉากนี้นี่หว่าครับ

และแล้ว ไอเท็ม 1 อย่างจะปลดปล่อยผี ปิศาจ หรือ ซอมบี้
 อย่างใดอย่างหนึ่งออกมา (ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกอันไหน)

ในกรณีนี้ สาวบอบบางอ่านบันทึกปลุกผีซอมบี้ฝูงนึงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

(คลับคล้ายคลับคลาเรื่องอะไรเอ่ยย ????
 - หนังเหยียบตามรอย Evil Dead อย่างเมามัน )

อ่ะ แล้วก็เริ่มกลับมาเข้าสูตรต่อไป

สาวบลอนด์ใจแตกกับหนุ่มนักกีฬา
เกิดความร้อนรุ่มอยากเพิ่มจำนวนประชากรโลกมนุษย์ขึ้นมา
ทั้งคู่จึงสรรหาสถานที่บรรเลงความหฤหรรถ์ที่กลางป่า !!!!
 (เอากะมันสิ จิกกัดแสบ ๆ คัน ๆ)
และแล้ว เหล่าซอมบี้ก็ต้องตามมาฆ่าไอคู่นี้ก่อนแน่นอน
สาวบลอนด์นี่พอโชว์นมเสร็จก็ต้องตายตามสูตรอยู่แล้ว

อันนี้หนังเห็นแทบทุกเรื่อง มันต้องมีอะไร ๆ วับๆแวมๆ 
แล้วก็ตายฉั่วะะะะะะ !!!!!

จากนั้นบรรยากาศภายนอกและภายในก็จะเต็มไปด้วยความมาคุ
จนกว่าซอมบี้จะค่อย ๆ จัดการไล่ฆ่าทีละคน ๆ
 จนเหลือสาวน้อยผู้บอบบางที่สุด

.............................................. มันควรจะจบแค่นี้ใช่มัยคะ ?????? ....................................

ครือว่า จริง ๆ แล้ว หนังมันเพิ่งเริ่มเองนะ !!!!

ในช่วงต้นเรื่องที่กล่าวไป 
หนังมันมีเกรียนนิดเกรียนหน่อยเป็นระยะ
แต่ถ้าดูจนจบเรื่องแล้ว จะรู้ว่าที่ผ่านมามันแค่น้ำจิ้มหนึ่งหยด

เพราะไอ้หลังจากนี้ มันจะเกรียนแบบถึงพริกถึงขิง เกรียนไม่เกรงใจฟ้าดิน




OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO

ตั้งแต่บรรทัดนี้ สปอยล์จัดหนักของจริงแล้วนะคะ 

**ไม่อยากรู้กรุณาข้ามไปช่วงท้าย**

ความเกรียนเริ่มขึ้นเมื่อ ตอนที่นางเอกดูเหมือนจะเหลือคนสุดท้าย
 กำลังจะโดนซอมบี้ฆ่าตาย
ไอ้หน้าโง่ขี้ยาซึ่งควรจะตายตั้งแต่คนที่ 2 มันดันยังไม่ตาย 
โผล่มาช่วยนางเอกไว้
ทั้งสองคนจึงมุดดำดินลงไปในหลุมหนึ่ง
ซึ่งเป็นประตูทางเข้าองค์กรลับที่ตอนแรกคนดุจะคิดว่ามันเป็นรายการเรียลริตี้โชว์
(ไม่ต้องมึนงงกับเลือดที่ไหลไปหลังจากฉากที่มันหลอกให้เราคิดว่าไอโง่ขี้ยามันตายแล้วนะคะ
มันเลือดซอมบี้ต่างหาก - อันนี้เริ่มแหวกขั้นแรก ๆ
เพราะจริง ๆ แล้วไอโง่ขี้ยามันต้องตายแน่นอนในหนังเรื่องอื่น 
เรื่องนี้มันดันไม่โง่อย่างที่คิด กลับกลายเป็นมันฉลาดสุดซะงั้น
เพราะมันทั้งรู้ไต๋ไอพวกองค์กรก่อน
 ทั้งหาทางเข้าเค้าเจออีกแน่ะ )

ทั้งสองก็ลงลิฟท์สู่ชั้นใต้ดิน 
.
.
.
ระหว่างในลิฟท์ 
ทั้งคู่ก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่างจากผนังแต่ละด้านตลอดทางที่ลิฟท์ผ่าน
มันคือ ........
เหล่าภูตผี ปิศาจ ฆาตกร ซอมบี้ 
จากหนังสยองที่พวกแฟนเดนตายคุ้นเคยกันอย่างดี !!!!!
( ณ จุดนี้ อิชั้นได้แต่ตบขาตัวเองด้วยความสะใจ ว่ามึงแน่มาก !!! )
มีทั้ง เฮียพินเฮด hellraiser ,มนุษย์หมาป่า, IT ,อีเงือกทะเลจาก Creature of black lagoon , ไองูยักษ์ python
ครือ แม่งมาหมดอ่ะ สะใจมาก 5555

ต่อจากนั้น หนังก็เริ่มเฉลย......
เริ่มจาก องคืกรนี้มีหน้าที่บูชาเทพ (หรือปิศาจ)
ซึ่งเกี่ยวพันกับความเป็นความตายของโลกมนุษย์
โดยทุกปี จะต้องสังเวยเหยื่อ 5 คน ตามตำราให้แก่ไอเทพบ้าตนนี้ ซึ่งแน่นอนว่า คือ 5 คนประเภทตามที่กล่าวมาข้างต้น
ซึ่งหากขาดคนใดคนหนึ่งไป โลกจะถึงกาลวินาศ

เอากะมันสิครับเนี่ยยยยยยยย ......... ไม่เกรียนจริงทำไม่ได้นะเนี่ย

ดังนั้น ตามตำราที่ว่าไว้ จะต้องกำจัดอีสาวใจแตกก่อน
 เพราะให้เหตุผลว่าบาปหนาที่สุด
 และเหลือสาวบริสุทธิ์ไว้คนสุดท้าย ซึ่งจะตายหรือรอดก็ได้

แต่มันผิดแผนเพราะไอขี้ยามันกลับรอดมาได้พร้อมกับสาวบอบบางบริสุทธิ์
ซึ่งถ้าตามหลักที่จะสามารถกอบกู้โลกไว้ได้ ไอขี้ยาต้องตาย !!!

ดังนั้น เมื่อไอองค์กรบ้านี่มันเห็นเหลือรอดมาสองคน 
มันต้องกำจัดไอขี้ยาแน่อนเพื่อปกป้องโลกนี้ไว้
แต่เด็กวัยรุ่น 2 คน มันจะไปรู้อะไรคับ 
มันก็งงดิ ว่าอยู่ ๆ มาฆ่าตรูทำไม ?????
มันเลยกะจะทำลายองค์กรนี้
โดยกดปุ่มล้างระบบ
"ปลดปล่อยภูตผี ปิศาจ สัตว์ประหลาด ซอมบี้ 
ออกมาจากกรงแก้วที่ขังพวกมันไว้"

ตั้งแต่ฉากนั้นมา ไอพวกแฟนเดนตายเลยกระทืบเท้ากันสะใจหนักข้อขึ้นไปอีก
 ฮากลิ้งกันไปเรื่อยในโรงหนัง
เพราะมันละเลงเลือดกันไม่ยั้ง ฆ่าเลือดกระเซ็น ไม่เว้นไว้ให้รอด สะใจจริง ๆ พับเพ่
สองหนุ่มสาวที่ยังรอดอยู่จึงหลบเลี่ยง killing field
 เข้าสู่ชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด อันเป็นที่สิงสถิตของไอ้เทพบ้าบอสใหญ่

หนังเซอร์ไพร์สด้วยการเผชิญหน้าผู้ที่เหมือนเป็นผู้กำกับ (เจ้าลัทธิ) และได้อธิบายให้แก่พวกเราฟัง
ว่าการที่จะต้องบูชายัญทำเพื่ออะไร !! และยังไงก็ตาม
ไอ้ขี้ยาก็ต้องยอมตาย
เพื่อพิทักษ์โลกนี้ให้พ้นเงื้อมมือของเทพบ้าตนนี้ 
แต่แน่นอนว่าใครจะเชื่อ แล้วใครมันจะยอมตาย
ไอ้ขี้ยากลับฆ่าไอ้ผู้กำกับซะงั้น แล้วก็คิดว่าในที่สุด สองเราก็รอด

แต่มันจริงอย่างที่ไอ้ผู้กำกับมันบอก
ในเมื่อเราไม่สังเวยชีวิตตามที่เทพต้องการ
เทพก็บุกโลก ถล่มราบคาบ แฮ่ !!!!!!!


จบ !!!!

หนังจบแบบที่คนดูรู้เรื่องจะสะใจกันไปเต็มอิ่มมาก ไม่รู้จะยกให้กี่นิ้ว

โดยสรุป ประเด็นที่หนังต้องการสื่อคือ
- หนังวัยรุ่นไล่ฆ่าพิมพ์นิยมสูตรสำเร็จ "ทุกเรื่อง" ที่คนอย่างเรา ๆ ดูกัน
มันทำเพื่อบูชาเทพตนนี้นี่แหละวะ !!!!
 มันเลยต้องออกมาเหมือนกันทุกเรื่อง
ไม่งั้นโลกเราจะถึงกาลอวสาน ...............

.................เกรียนมั้ยครับ ??? ....................................

- หนังทุกเรื่อง เริ่มจากองค์กรลับนี้
 โดยวางให้กลุ่มวัยรุ่น 5 คน ตามสูตร ไปอยู่ในที่ killing field
โดยวัยรุ่นเหล่านี้ มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะตายแบบไหน
ดังจะเห็นได้จากต้นเรื่อง
... หากบิดลูกบิดนั้นได้ ไอ้พินเฮดก็จะโผล่มา แล้วกลายเป็นเรื่อง hellraiser
หากอ่านบันทึก ซอมบี้ ก็จะโผล่มาฆ่า ซึ่งก็คือเรื่อง evil dead

-ดังนั้น ไม่ต้องดูมันแล้วหนังสยองไล่ฆ่าเรื่องอื่น
 เพราะมันมาจากเรื่องนี้หมด พื้นเพเดิม สูตรสำเร็จ
เป็นเพราะไอเทพบ้านี่มันจะครองโลก ไม่มีไรเลย

หนังสยองต่อจากเรื่องนี้มันจะกล้าทำยังไงออกมาอีกวะเนี่ย 555555555

---------------จบสปอยล์ ---------------------

oooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

จริง ๆ ยังมีประเด็นกับคำพูดในหนังหลาย ๆคำ ที่ชอบนะ
ทั้งเรื่องใต้ถุนบ้านที่พวกเขาจะเลือกหรือไม่เลือกที่จะลงไป
ประเด็นรวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย
แต่เหนื่อยแล้วอ่ะ -*- ช่างมันละกัน ไม่มีไรมาก

-----------------------------------------------------

ช่วงท้ายแระ ๆ 
แน่นอนว่า ความชอบในหนังเรื่องนี้ มีเต็มอัตรา แน่นเอี๊ยด
ให้ไปเลย 100 เต็ม 100
มันไม่รู้จะพูดยังไงแล้วอ่ะ มันยิ่งกว่าสนุกอีก สะใจ ดุแล้วรู้สึกนึกถึงหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้

ถ้า The Avengers จะเป็นหนังที่สนุกสุดมันส์ในรอบครึ่งปีนี้
ก็จะยกให้ในลักษณะของหนังไร้พิษภัย ดูได้ทุกวัย

แต่ Cabin in the woods นี่จะเป็นหนังที่โคตรจะอภิมหาสะใจ มันส์ โหด ฮา สุด ๆ แล้วเท่าที่เคยดูหนังสยองมา
มันทั้งเลือดสาด กัดเจ็บ เสียดสีตรงประเด็น ไม่เว้นช่องให้คนอื่นเค้ามาทำหนังต่อ มันแน่มาก !!!

อย่าลืมว่า ไปดูแล้วอย่าเดา อย่าไปคิดมากนั่นนี่
อย่าไปจับผิด อย่าไปอวดฉลาด
 เข้าไปดูแบบต้องการเสพความมันส์ 
แล้วคุณจะชอบ !!!!

และที่สำคัญ ไปเอาหนังสยองขึ้นหิ้งทั้งหลาย 
มาดูเรียกน้ำย่อยก่อน จะยิ่งเพิ่มความสนุก 

** ใครไม่ใช่คอหนังสยอง อย่าไปดูเลย 
      เดี๋ยวดูแล้วจะมาบ่นว่าเหมือน Scary movie
      มันคนละเรื่องกันเลยนะจ๊ะ **

เรื่องนี้ เปิดเรื่องเหมือนหนังเกรด B
แต่ตอนจบให้ยิ่งกว่า A++++++





 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 0:55:31 น.
Counter : 27209 Pageviews.  

มุมมองส่วนตัว The hunger games VS. Battle Royale

ช่วงนี้กระแสหนังเรื่อง The hunger games มาแรงมากก

เท่าที่เห็น มีคนพูดเยอะว่าเหมือนกับ battle royale หนังญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน

เหมือน หรือ ไม่เหมือน ??????

เราพูดในฐานะที่ดูแล้วทั้งสองเรื่อง
อ่านหนังสือแล้วทั้งสองเรื่อง

เรากล้านอนยันค่ะว่า

"ไม่เหมือน"

ประเด็นที่เหมือนอ่ะมีแน่นอน แต่มันประเด็นยิบย่อย

เกริ่นคร่าว ๆ ก่อนว่าเราดู Battle Royale มามากกว่า 30 รอบ
(ดูจนจำชื่อนักเรียนทั้งห้องได้อ่ะ)
 อ่านการ์ตูนบ่อยมากกก เพราะชอบมากก
เราเคยรีวิวเรื่องนี้ไปแล้วตั้้งแต่แรก ๆ ที่เปิดบล๊อค
 (ประมาณ 4 ปีก่อน)


ส่วน The Hunger Games เราอ่านหนังสือ ก่อน ดูหนัง
ชอบมากกก ตั้งแต่อ่านหนังสือ 
แล้วดูหนังจบ เราก็ชอบมากกเช่นกัน

ดังนั้น
 "เราไม่ได้เข้าข้างเรื่องใดเรื่องหนึ่งแน่นอนค่ะ
 เราชอบมากกก ทั้งสองเรื่อง"



มาว่ากันที่รีวิวนี้เลยดีกว่า 
เราลองทำเล่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบตัวเนื้อหา 
ไม่ยาวมาก เอาคร่าว ๆ ก็พอเนาะ แอบขี้เกียจ
ว่าแล้วก็ไปที่ข้อแรกเลย

1. Theme

ตามที่เห็น ๆ กัน

THG - ให้เด็ก 24 คน เล่นเกมส์ให้ฆ่ากันจนเหลือเหลือผู้ชนะ 1 คน ไม่ชัดเจนเรื่องเวลาในการแข่ง

BR - เด็กนักเรียนห้องเดียวกัน 42 คน ฆ่ากันเหลือผู้ชนะ 1 คน ให้เวลา 3 วัน


จะเห็นได้ว่าธีมเหมือนกันเลยเนาะต่างกันที่กติกานิดหน่อย
มาดูข้อสองต่อ

2. Theme จริง ๆ

THG - สะท้อนให้เห็นอำนาจของเมืองหลวง (แคปิตอล) เน้นประเด็นด้านการเมืองการปกครอง ประเด็นเรื่องการแข่งขันเป็นเพียงจุดที่เรื่องแทรกเข้ามา มีเป้าหมายคือควบคุมรัฐทั้ง 12 ว่าอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่ในแคปิตอล

BR - เน้นการแข่งขัน เพราะเป้าหมายของเกมส์ (จากที่อ่านในการ์ตูน) คือการจำลองการต่อสู้รูปแบบต่าง ๆ โดยใช้ข้ออ้างว่าเพื่อควบคุมเด็กวัยรุ่นหัวรุนแรง


ถ้าคนที่อ่านหนังสือของทั้งสองเรื่่อง
จะเห็นเลยว่าทั้งสองเรื่องมีธีมหลักที่ต่างกันอย่างแรง
เพียงแค่ THG เค้าแบ่งภาคหนัง แล้วภาคนี้มาเน้นที่เกมส์เท่านั้นเอง 
ส่วน BR นี่เน้นเกมส์ทั้งหมด (การ์ตูน 8 เล่ม ทำหนังออกมาในภาคเดียวจบ ไม่กล่าวถึงภาคสองนะ มันออกทะเลเกินไป)

ว่ากันที่ธีมไปแล้ว ดูข้อสาม

3. มุมมอง

THG - ผ่านนางเอก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แข่งขัน 

BR- ผ่านพระเอก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แข่งขัน


อันนี้เหมือนกันแต่ขอตินิดนึงสำหรับ THG 
ในหนังสือแคตนิสจะคิดเยอะมากกกกกก 
คิดนู่นคิดนี่ คิดหลายตลบ แต่ในหนังดูเหมือนผู้กำกับจะพยายามให้นางเอกแสดงผ่านสีหน้าอย่างเดียว
คนไม่อ่านหนังสือไปนี่เค้าบอกว่ามันน่าเบื่อมาหลายคนแล้วนะ
เพราะมันไม่รู้ว่านางเอกคิดไรอยู่นิ

อ่ะ ต่อไปข้อสี่

4. จุดเน้นของหนัง

THG -เหมือนแบ่งเป็น 2 องก์ องก์แรกแสดงพื้นของตัวละครและเขต มีการเสียดสีการเมืองการปกครอง เสียดสีสังคมในอนาคต เสียดสีรายการเรียลลิตี้โชว์ โดยใช้การเล่นเกมส์เป็นสื่อ ไม่ได้เน้นผู้เล่นเกมส์ทุกคน ส่วนองก์ 2 เป็นฉากในเกมส์ มุมกล้องค่อนข้างปวดหัวเพราะเน้นผ่านสายตานางเอก ไม่มีฉากฆ่าที่ชัดเจนรุนแรง อารมณ์สะเทือนใจจากการตายในเกมส์ถือว่าธรรมดาถ้าเทียบกับแบทเทิลเพราะผู้เล่นแต่ละคนถูกกำหนดให้เป็นคู่แข่งตั้งแต่แรก

BR - เน้นภาพการเล่นเกมส์ แนะนำตัวผู้เล่น ฉากการฆ่ารุนแรงมาก มีอารมณ์ร่วมลุ้นและอารมณ์สะเทือนใจมาก เพราะผู้เล่นทุกคนเป็นเพื่อนกัน เรียนห้องเดียวกัน อีกทั้งเวลายังบังคับ หากผู้เล่นเหลือเกิน 1 คน ระเบิดจะทำงานแล้วตายหมด ดังนั้น ใครอยากรอด ต้องฆ่า(ฆ่าเพื่อนก็ต้องยอมกันหล่ะคราวนี้)



อันนี้มาคล้าย ๆ กะธีมคือมันแตกต่างเห็นได้ชัดอ่ะ
ไม่ต้องนึกไปถึงภาค 2 ภาค 3 
แค่ภาค 1 ก็รู้แล้วว่าหนังนำเสนอไปคนละแนวเลย

คนส่วนมากจะคาดว่ามันเหมือนกัน 
แล้วจะเกิดอารมณ์ประมาณว่า BR สนุกกว่าเยอะมาก

ก็แหงอยู่แล้วสิคะ BR มันเน้นสู้กันนี่หน่า
ฉากฆ่าเยอะ ๆ ดราม่านิดหน่อย หนังดำเนินเร็ว โคตรมันส์อ่ะ
เทียบกับ THG ที่ฉากฆ่าให้เห็นจะ ๆ ก็ไม่มี (เรท PG-13 เองนะจ๊ะ)
ดำเนินเรื่องเนิบ ๆ เน้นดราม่า เน้นประชดสังคม แต่โคตรเจ๋ง
อันนี้แล้วแต่คนชอบ แฮะๆ 

อ่ะ ไปดูที่ข้อห้า

5. คาแรคเตอร์

THG

พระเอก – ฉลาด หัวไว ปรับตัวเก่ง

นางเอก – ฉลาด มีทักษะเอาตัวรอดสูง แต่มีมุมมองค่อนข้างขวางโลก

ตัวช่วย/พันธมิตร – สร้างสีสันตามปกติ

ตัวร้าย – แม่งร้ายจริงจัง (ภาคนี้ยังไม่เด่นมาก)

ผู้เล่นเกมส์แบบคลั่งฆ่า – มีพอประปราย เก่งเรื่องใช้อาวุธกันสุด ๆ

BR

พระเอก – อ่อนแต่รอดทุกงาน

นางเอก – อ่อนพอกันแต่รอดทุกงานเหมือนกัน

ตัวช่วย/พันธมิตร – เก่งเวอร์/เท่ห์โคตร

ตัวร้าย – ธรรมดา (ในการ์ตูนร้ายกว่าเยอะ)

ผู้เล่นเกมส์แบบคลั่งฆ่า – มีที่เด่น ๆ คลั่งฆ่าไปราณีจริง ๆ ในหนังดูเหมือนโหดเฉย ๆ แต่จริง ๆ ในการ์ตูนแต่ละคนจะมีปมทางจิตเยอะมาก


ก็ตามนี้ ไม่ต้องสาธยายอะไรมากมาย

มาต่อกันที่่ข้อหก

6. เทียบกับต้นฉบับ

THG – ค่อนข้างดัดแปลงได้ดีมาก เพราะหนังสือนี่คนอ่านรู้ดีว่ามันเนื้อเน้น ๆ ขนาดไหน ถือว่าหนังตัดออกมาได้ประเด็นเกือบครบ (ขาดตรงไหนคงต้องยกไว้ก่อน ไม่งั้นยาว) แล้วทำออกมาสนุก ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด ตรงกับที่จินตนาการไว้มาก ติแค่เรื่องความคิดนางเอกที่ในหนังเล่นเอาให้เงียบแต่แสดงสีหน้าซะงั้น คนไม่อ่านมันไม่รู้เรื่องนะคับบบบ

BR – ดำเนินเรื่องค่อนข้างเหมือนกัน แต่ปรับแต่งเนื้อหาไปเยอะมากก (เข้าใจว่าการ์ตูนมันตั้ง 8 เล่ม) ตัดประเด็นสำคัญออกไปมาก แต่มันเจ๋งที่ว่าหนังยังออกมาโคตรสนุกเลย ตามที่เคยได้รีวิวไว้ ดังนั้นมีไรมากกับเรื่องนี้


ยังไงก็แนะนะให้ไปอ่านต้นฉบับเค้าทั้งสองเรื่องเลยจะดีที่สุด

แล้วก็ข้อสุดท้ายแระ เหนื่อย 555 

7. คะแนน

(ตามความคิดเห็นส่วนตัวล้วน ๆ นะคะ)

THG -

เราให้ 10/10 สำหรับเฉพาะตัวเราเอง เราไม่อยากติ เราชอบมากจนมองข้ามข้อติไปได้หมด ยังอยากดูซ้ำเรื่อย ๆ

BR -

เราให้ 10/10 เหมือนกัน เพราะเรื่องนี้ก็อยู่แล้วว่ามันเริ่ดที่สุด เหตุผลอะไรที่ไม่ค่อยมีอ่ะ ช่างมันเหอะ ถ้าไม่ชอบจะดูไปทำไมมากกว่า 30 รอบ จริงมั้ย ??

8. คะแนน (ตามเนื้อผ้า)

THG - 8/10 ติดตรงที่

         - การเล่าความคิดนางเอกไม่ชัดเจน (มีผลไปถึงเล่มอื่นนะเนี่ย)

       - ตัดบทของแมดจ์ออกไปซะงั้น (คนอ่านจะรู้ว่าไม่ควรตัด)

       - มุมกล้องแอบเวียนหัวเล็กน้อย

        - พวกมืออาชีพดูอ่อนไปหน่อย     ไว้ใจกันง่ายไป (อันนี้ตั้งแต่         หนังสือและ )

BR - 6/10 ติดตรงที่

         - ความสมเหตุสมผลของการแข่งขันไม่ชัดเจนอย่างแรง ดูเหมือนจะมี แต่มันไม่เวิร์คอ่ะ ข้อนี้เลยลดคะแนนไปเยอะ

        - หนังตอนท้ายเรื่องมันอะไร๊ กลายเป็นแอบฮาซะงั้น -*- นี่ก้ออีกทั้งเรืองเหมือนจะมาดี แอบตายตอนจบ

        - ไม่มีประเด็นเสียดสีการเมือง สังคม อะไรทั้งสิ้น ดูเหมือนจะเน้นการฆ่ามากกว่า


***ย้ำ*** คะแนนมาจากความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ 

ไว้ถ้าว่าง ๆ อยากจะลองรีวิว The Hunger games เต็ม ๆ อยู่เหมือนกัน แต่มันคงจะยาว ยกไว้ก่อน ๆ  555555








 

Create Date : 29 มีนาคม 2555    
Last Update : 29 มีนาคม 2555 0:10:19 น.
Counter : 8258 Pageviews.  

Violetta's strongly recommended - motions pictures - 2000s

Violetta's strongly recommended - motions pictures - 2000s

หนังรอบนี้ ดูเอาสนุก จัดเป็นหนังรอบปี 2000-2009 ที่ดูบ่อยมาก




Violetta's strongly recommended - motions pictures - 2000s

หนังรอบนี้ ดูเอาสนุก จัดเป็นหนังรอบปี 2000-2009 ที่ดูบ่อยมาก

1. watchmen (2009) -
หนังที่แจ่มมากในการนำเสนอ แนวหนังมืด อึมครึมแต่แฝงไปด้วยความเท่
เนื้อหนังดราม่าเสียดสีการเมืองมะกัน บวกกับมุขตลกร้ายและการแสดงของตัวละครที่มีด้านมืดมากมายภายใต้หน้ากากฮีโร่ ชอบตัวละครแทบจะทุกตัว
และชอบเพลงเพราะๆที่ประกอบด้วย โดยเฉพาะเพลง the sound of silence เพราะสุดๆ

2. Mamma mia (2008) -
เรื่องนี้ดูบ่อยมากกกกกกก ดูยังไงก็ไม่เบื่อ หนังสนุก เพลงเพราะ บรรยากาศสวยๆดูแล้วเพลินทั้งเรื่องจนไม่รู้จะบรรยายอะไรดี

3. The Da vinci code (2006) -
จริงๆชอบหนังสือมากกว่า แต่ถือเป็นหนังดัดแปลงงานเขียน ที่เก็บรายละเอียดมาได้เยอะ จนหนังมันสนุกน้อยลงอ่ะ เหมือนเอาแต่เก็บๆๆ จนอาจทำให้คอหนังที่ชอบหนังแอ๊คชั่นสืบสวนเบื่อกันได้ แต่ด้วยความที่มันเก็บนี่แหละ ทำให้มันออกมาคล้ายกับที่อ่าน แล้วทำให้รู้สึกชอบ

4. Meet the Robinsons (2007)-
การ์ตูนสนุกๆที่ไม่ค่อยจะเกิดในวงกว้างเท่าไหร่ของดิสนี่ย์ เล่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลาและการกระทำที่จะเปลี่ยนโลกอนาคตได้ ดูแล้วเพลินเช่นกัน

5.Ocean's Eleven (2001) -
หนังสุดแสบที่เต็มไปด้วยมุขร้ายๆบทพูดเจ๋งๆนักแสดงเท่ๆอีกพรึ่บ ทำให้หนังดูมีเสน่ห์สุดๆ แบบว่าถ้าเจอแก๊งค์หัวขโมยนี้เอง คงไม่คิดไปสู้ด้วยแล้ว มันฉลาดขั้นเทพ

6. Mean girls (2004) -
หนังวัยรุ่นสุดแสบที่ผู้หญิงควรดู แล้วจะเชื่อว่าไม่มีหรอก คนที่ไม่เคยนินทาลับหลังเพื่อนน่ะ หนังเค้าแรวงส์

7.The count of monte cristo (2002) -
หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีบทเจ๋งๆดราม่าดีๆ แต่แม่เจ้า แม่งสนุกทั้งเรื่อง เพราะมันน้ำเน่าแบบละครหลังข่าวเมืองไทยเลยอ้ะ มีทั้งคนจนโดนเพื่อนหักหลังคนต้องเข้าคุก แล้วกลับพบสมบัติแล้วก็รวย เลยกลับมาแก้แค้น แย่งผู้หญิง สุดๆจริงๆ มันส์ทั้งเรื่อง พระเอกหล่อด้วย 55

8.Gosford Park (2003) -
หนังฆาตกรรมแบบผู้ดี๊ผู้ดีอังกฤษ ดราม่าเล็กๆ ถ้าจะบรรยายจริงมันคงยาว เพราะชอบมากๆเรื่องนึงเหมือนกัน ถ้าให้ดี ลองหามาดู นุ๊กดูไปสามรอบกว่าจะเข้าใจอ่ะ พลาดแค่คำพูดเดียว หลุดเลยทั้งเรื่อง ตั้งสมาธิดีๆด้วย อิอิ

9.Underworld (2003) -
แนวแวมไพร์แบบที่โปรดปราน เอามาจับให้ดูทันสมัย ถือปืนแสงอาทิตย์ ปืนกระสุนเงินแบบหลอมเหลวในร่างได้แอ๊คชั่นแบบมันส์พอดิบพอดี ไม่มากเกินไป เคท เบคคินเซลสวยเท่มากๆ สก๊อต สปีดแมน ก็หล่อสุดๆ ดูบ่อยพอสมควร ก็ยังอยากจะดูอีก

ว่าแล้วก็เลือกดูได้เต็มที่เลยนะจ๊ะ




 

Create Date : 26 เมษายน 2553    
Last Update : 28 มีนาคม 2555 22:18:49 น.
Counter : 391 Pageviews.  

AVATAR - 100 เต็ม 10 ไปเลยคร้าบทั่น

Avatar - อวตาร



การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่(สุดๆ)ของ James Cameron !!!!







หลังจาก Titanic 12 ปีถัดมา ผู้กำกับพันล้านอย่างเจมส์ คาเมรอน

ก็กลับมาพร้อมกับหนังฟอร์มใหญ่มากๆอย่างเรื่อง avatar



แอบขี้เกียจเล่าาเรื่องย่อจังเลย แหะๆ



ข้ามๆไปเลยละกัน คิดว่าคงรู้ๆกันอยู่แล้ว



แต่หลังจากดูเรื่องนี้จบเนี่ยสิ ออกมาสี่ทุ่มกว่า



อยากจะตีตั๋วรอบห้าทุ่มเข้าไปดูอีกจังเลยวุ้ย



หนังเค้าแจ่ม ++ มากๆๆๆๆๆๆๆ



สิ่งที่ได้ติดตัวมาก็คือ มนุษย์เราเนี่ย ความโลภ อยากได้อยากมี มีค่ามากกว่าชีวิตคน !!





กับ สิ่งมีชีวิตกับธรรมชาติ มีความสัมพันธ์ ( bond ) ซึ่งกันและกัน








เป็นคนที่ขี้เกียจร่ายยาวๆ

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ คือเรื่องนี้



ให้ไปเลย 10 เต็ม 10 หรือจะให้ 100 เต็ม 10 ดี 555



ชอบสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เป็นหนังเกือบส่งท้ายปีที่เยี่ยมจริงๆ



(มีข่าวว่าจะสร้างไตรภาค ) ถ้ามี 3 ภาคจริงๆ ก็ทนรอจะดูภาคสองไม่ไหวแล้วเนี่ย กรี๊สสส



เอฟเฟกก์เยี่ยม ภาพสวยงาม (ว่าแล้วก็เตรียมตีตั๋วไปดูในไอแมกซ์เลยดีกั่ว)



ดาราเล่นดี สมคำว่า outstanding !!!



และที่สำคัญ  soundtrack เพราะมากกก



เพลง I see you ที่ฟังจนร้องได้มาก่อนจะดูหนังก็สุดยอดยิ่งขึ้น



เมื่อดูหนังแล้วรู้ความหมายของคำว่า I see you







ดังนั้นเรื่องนี้ ใครยังไม่ดู ไปดูซะ ถ้าจะบอกว่ามันเป็นแนวสูตรสำเร็จ

หรือแนวเดียวกับการ์ตูนโพคาฮอนทัสก็ไม่ผิด แต่สนุกนี่หน่า

ตื่นตาตื่นใจทั้งเรื่อง



ตอนที่ดูนิวมูน หนังงั้นๆ แต่มีคนหล่อเยอะ เลยชอบ เหอะๆ

แต่เรื่องนี้ คนหล่อก็หล่อจัดกว่าทุกคนในนิวมูน หนังก็แจ่มกว่ามาก



เทียบไม่เห็นฝุ่นเลย หุหุ



สุดท้ายแล้ว ต่อให้เสียค่าบัตรดูแพงเท่าไหร่ ก็คุ้ม สำหรับเรื่องนีิ !!!!









 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 11:34:30 น.
Counter : 278 Pageviews.  

New Moon !!! ดูหนังหรือดูคนหล่อ แหง่มๆ

วันนี้ new moon เข้า เลยรีบวิ่งไปดูรอบแรก

ทำงานใกล้โรงหนังมันก็ดีงี้นี่เอง 5555

หนังรอบ 10.30 เลิก 13.04 พอดีๆ



เข้างานเลทไป ชม หนึ่ง เพื่อนิวมูนเลยนะเนี่ยย



ไปดูกันมาแล้วเป็นไงมั่งจ๊ะสาวๆ



นุ๊กลงมาจากโรงหนัง เข้าทำงาน ในใจพร่ำเพ้อออออ



How extraordinary !!!!!!!







กรี๊ด Aro ที่สุด นุ๊กชอบไมเคิล ชีนมากๆอยุ่แล้วด้วย



ออกน้อย แต่ขโมยซีน (สำหรับนุ๊กนะ ลำเอียงไปนิสส )



จะว่าไปดูนิวมูนก็เพราะไมเคิล ชีนเล่นก็มีส่วน  555





มีใครเท่ได้เท่านี้อีกมั้ยย ???????

ตอนเล่นเป็นหมาป่าเรื่อง Underwolrd ก็เท่ เล่นเป็นแวมไพร์ก็เท่

เพราะคนมันเท่ !!!!!! ลำเอียงๆเอนเอียงๆ 55



นักแสดงหลักๆก็เล่นดีนะ เจคอบก็เท่ >.< ~~~~~~~~~~~~~~~



แต่คือหนังมันก็งั้นๆ 55 ถ้าไม่มีคนหล่อๆเล่นคงหลับไปแล้ว

ดีที่เจคอบบทเยอะ เดี๊ยนชอบบ น้องเทย์เลอร์แมนมั่กๆ



เอ๊าๆเร่เข้ามาๆ มาแชร์ดีกว่า อิอิ




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 13:30:48 น.
Counter : 658 Pageviews.  

1  2  3  

Violettabel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชื่อนุ๊กค่าา เป็นสาวหน้ากลม ตัวกลม ^^
-รักแมวมาก
-รักการดูละครเวทีหรือบรอดเวย์มาก
-รักการแต่งตัวแต่งหน้า
-รักการวาดรูป การออกแบบ
-รักการดูหนัง ฟังเพลง บันเทิงทุกรูปแบบ
-รักการเล่นรูบิค ซุโดกุ แฮนจี้ โมเสค
-รักการเล่นเกมส์ปริศนาทุกชนิดเท่าที่เล่นเป็น
-รักการตระเวนหม่ำบุฟเฟ่ต์
-รักการดูคอนเสิรต์
-รักเพลงคลาสสิค
-รักการช้อปปิ้ง
-รักการ์ตูนเซลเลอร์มูน
-และรัก Walt disney แทบถวายชีวิต

Violetta Bel

Create your badge
Friends' blogs
[Add Violettabel's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.