นกเทพย่อมมีบารมีของเทพ สายลมอ่อนๆ เบาสบาย มือพัดไปมา จิตตรองกลยุทธ์ วางแผนจัดการได้ทุกเรื่องในโลก
Group Blog
 
All Blogs
 

อาหารการกิน 5


เรื่องอาหารยังไม่จบเสียทีเดียว
ในช่วงที่เดินทางระหว่างเมือง 
จะมีร้านอาหารที่สร้างขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวไม่มาก
ในช่วงคยากับพาราณสี ซึ่งเป็นถนนหลักที่จะเดินทางไปยังรัฐอื่น
ระหว่างทางจะมีร้านอาหาร A1 คล้ายกับ ปั้มน้ำมันใหญ่ ๆ เมืองไทย
มีร้านอาหาร ห้องน้ำ 







เข้าไปดูโรงครัว มีเสียงปาก้อนแป้งเสียงดับตุ๊บ ๆ เป็นระยะ ๆ พอให้รำคาญ
เห็นเขาทำอาหารให้ดูกันชัด ๆ ทุกอย่างอยู่ในเกณท์ใช้ได้







มีอะไรให้สั่งบ้าง
อันนี้คือกะหรี่ปั๊ป หรือที่คนอินเดียนเรียกว่า ซอโมซา







อันนี้แกงดาล (แกงถั่วทอง) ที่เขาเอาไว้กินกับข้าว ร้านนี้ทำแบบน้ำข้นพอกินได้
บางร้านทำน้ำใสเหมือนแกงจืดแต่ไม่ค่อยมีรสชาติเหมือนบ้านเรา 
เวลากินต้องใส่เกลือเอาเอง ที่อินเดียไม่มีน้ำปลา และคนอินเดียนกินน้ำปลาไม่เป็น
เคยจะตักให้เขากินเห็นคนอินเดียนด้วยกันเตือนกันว่า ระวังอาเจียน 
เลยไม่ได้ให้เขาลองกิน







อันนี้เป็นน้ำพริกอินเดีย เขาเรียกว่า จั๊ดนี่ สีแดงมีรสหวานจัด 
ส่วนอันสีเขียวมีรสเค็มเปรี้ยว ทดลองกินดูแล้วอันสีเขียวพอกินได้






อันนี้เป็นไข่ต้มปรุงรสด้วยเครื่องเทศเกลือและพริกไทย






และอันนี้เป็นไก่ทอดเกลือที่พวกเราไปที่ร้านไหนถ้ามีไก่ก็ต้องสั่งรายการนี้มา
กินเพราะใกล้เคียงอาหารไทยมากที่สุด
และก็แกงกะหรี่ไก่ของแท้ ๆ ต้นตำหรับ ที่พอกินได้ แต่บางร้านอร่อยทีเดียว




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2556    
Last Update : 9 มิถุนายน 2556 10:17:42 น.
Counter : 502 Pageviews.  

อาหารการกิน 4




อิ่มแล้วก็ต้องตามด้วยขนม
ขนมบางอย่างก็มีในพุทธประวัติด้วย






ที่เห็นในจานทางซ้ายสีขาว ๆ นั่นคือ "นมเปรียง" บ้านเราเรียกว่านมเปรี้ยว
เวลากินต้องโรยน้ำตาล นมเปรียงนี่แหละ
ที่พระเจ้าปเสนทิโกศล ฝันเห็นคนเอาแก่นจันทน์แดงไปแลกกับเปรียงเน่า
เปรียงเน่าที่ว่าก็คือนมเปรี้ยวอันนี้ แต่ทิ้งไว้เกินกำหนดกินไม่ได้แล้ว
เพราะมันจะเปรี้ยวขึ้นทุกวันจนเน่าถ้าไม่ใส่ตู้เย็น
เวลาเขาทำ จะทำใส่กะละมังใหญ่ ๆ อย่างนี้
ปิดด้วยกระจกกันเชื้อโรคลงไปทำให้เน่าเร็วขึ้น






ยังมีขนมอีกหลากหลายชนิดที่คนอินเดียนิยมกินกัน






ที่เห็นตั้งอยู่บนตู้เป็นพวกถั่วต่าง ๆ ปรุงรสต่าง ๆ กัน
เทียบได้กับขนมขบเคี้ยว อบกรอบทั้งหลายในประเทศไทย
ชาวบ้านเขาก็จะกินกันแบบนี้ราคาไม่แพงแต่คนในเมืองเขาก็จะทำเป็นถุง
บรรจุอย่างดี แต่ราคาก็จะแพงขึ้นอีก ที่เห็นในชั้นล่างสุด
ถั่วแบบนั้นแบบนี้ผสมปนเปกันหลากหลายรสชาติ
เป็น snack ของคนอินเดียเขาละ

ในตู้เป็นขนมที่ปรุงขึ้นมาจาก นม,น้ำตาลและเนย เป็นหลัก หวานจัด
นุ่มบ้างแข็งบ้างตามแต่ที่พ่อครัวจะปรุงขึ้นมา
แต่ว่ามีขนมอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำ
ดูทางขวาของภาพที่เห็นเป็นลูกกลม ๆ สีเหลือง
ที่อินเดียเรียกว่าอะไรจำไม่ได้แล้ว แต่ในเมืองไทยเรียกว่าขนม "โมทกะ"
เป็นขนมที่พระพิฆเนศ ชอบกิน ใครที่นับถือพระพิฆเนศ 
ให้ไปดูที่รูปปั้น บางรูปจะมีขนมชนิดนี้ตั้งอยู่ข้าง ๆ เป็นก้อนกลม ๆ เหมือนกัน
ตอนที่ไปถามเด็กอินเดียนเขาไม่รู้จักคำว่า "โมทกะ" ก็เลยถามว่า
ขนมอะไรที่พระพิฆเนศชอบกิน เขาก็ชี้ให้ดู

ดูไปดูมาเห็นมีไอศครีม ก็เลยสั่งมากิน





ราคาแพงมากเพราะไม่ใช่อาหารพื้นเมือง
เป็นวัฒนธรรมที่เข้ามาใหม่ รสชาติก็ไม่แตกต่างจากของบ้านเรา
ไม่น่าสนใจ 

สนนราคาอาหารอินเดียน
ปู้รี่ แผ่นละ 2 รูปี
แกง,นมเปรียง จานละไม่เกิน 20 รูปี
กะหรี่ปั๊ป ลูกละ 3 รูปี
ขนมก้อนละ 5 รูปี
ไอศครีมถ้วยนิดเดียวถ้วยละ 20 รูปีขึ้นไป ถึง 25 รูปี

คนอินเดียนทั่วไป กินอาหารเช้า 20 รูปีก็อิ่มแล้ว
กลางวันกับเย็นค่อยกินข้าว 




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2556    
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 10:06:29 น.
Counter : 523 Pageviews.  

อาหารการกิน 3

โรตีที่ว่าไม่ได้เอามาจิ้มนมนะครับ นั่นมันแบบไทย ๆ 
เขาเอาโรตีมาจิ้มกับแกงที่ไม่เหมือนแกงกะหรี่บ้านเรา
แกงหลัก ๆ ที่ชาวบ้านกินกันจะมีอยู่ 3 อย่าง

แกงจะนะ แกงสัปยี แกงดาล
จะนะเป็นถั่วชนิดหนึ่ง ที่เป็นโปรตีนหลักของชาวอินเดีย
สัปยีคือมันผรั่ง
ดาลคือถั่วทองบ้านเรา
ทั้งสองอย่างแรกนี้นำมาแกงแบบชาวบ้านรสชาติก็จะออกเค็ม ๆ เป็นหลัก
น้ำไม่ข้นมากเพราะไม่ได้ไส่กะทิ
ถ้านำมาแกงแบบมาซาล่า รสชาติก็จะออกเผ็ดเค็มมีรสเปรี้ยวนิด ๆ 






ถ้านำมาแกงแบบแกงกะหรี่ ก็จะใส่กะทิ น้ำข้น เค็ม
อันหลังนี้เขาเอาไว้กินกับข้าว

ส่วนดาลจะไม่เอาไปแกงอย่างนั้น เท่าที่เห็นก็จะเอาถั่วทองมาต้มจนเปื่อย
น้ำใส ๆ ใส่เกลือ นิดหน่อย ใส่ต้นหอมอีกนิด เอาไว้คลุกข้าวกิน
อันหลังนี้ผมยังงงว่ากินกันเข้าไปได้อย่างไร คลุกพอให้ข้าวมีน้ำแกงใส ๆ 

เวลากินอาหารคนอินเดียเขาจะใช้มือเปล่า ข้างเดียว
ฉีกโรตีด้วยนิ้ว 3 นิ้ว ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางจับแผ่นโรตี 
แล้วใช้นิ้วชี้ดันส่วนที่ไม่ต้องการออก
นำส่วนที่ฉีกออกมาแล้วไปจิ้มแกง 

ถ้าเป็นข้าว เขาก็จะเอามือหยิบแกงมาปล่อยลงในข้าว คลุก ๆๆๆ แล้วก็เปิป
ไม่เหมือนกับคนไทยที่กินข้าวด้วยมือ คนไทยเราดูเรียบร้อยกว่า

มาดูกันดีกว่าเช้านี้เราสั่งอะไรมากินบ้าง





จากซ้ายมาขวา
แกงถั่วจะนะ แบบมาซาล่า
แกงสัปยีแบบชาวบ้าน
ถั่วทองปรุงรสที่ขายเป็นถุง ๆ คล้ายโก๋แก่บ้านเรา 2 ถ้วย
จานใหญ่นั่นคือปู้รี่ (โรตีทอด) เหนือจานปู้รี่ คือกะหรี่ปั้บ ใส้มันฝรั่งผัดผงกะหรี่ 
คนอินเดียเรียกว่า ซอโมซา 
ทางขวาของจานปู้รี่คือ ถ้วยน้ำพริกจากไทย อันนี้ข้ามไป
สุดท้ายก็คือแกงสัปยี แต่เห็นมีดอกกระหล่ำอยู่ด้วย
กินกันเพื่อให้รู้จักว่าอาหารอินเดียนเป็นอย่างไร

จริง ๆ แล้วคนอินเดียนทั้งหลายติดอาหารของประเทศตนยิ่งกว่า
คนไทยติดอาหารไทยเสียอีก
เวลาทำกับข้าวกินตามบ้าน เขาจะทำเป็นหม้อใหญ่ ๆ กินกันหลาย ๆ วัน ไม่เบื่อ
พาเด็กอินเดียนของเราไปกินอาหารไทยบ้าง ทั้งสองคนถ้าเลือกได้ จะไม่กิน
ถ้าเราบังคับให้กิน ก็กินไม่มาก แต่บอกว่าอร่อย ให้กินอีกไม่เอา
เขาไม่ได้พูดรักษาน้ำใจนะครับ แต่คนอินเดียนไม่ค่อยยอมกินอาหารที่ตนเองไม่รู้จัก
คนไทยเรียกอาการนี้ว่า "กินไม่เป็น"

ที่ร้านนี้ ถ้าเป็นลูกค้าที่ดูดีหน่อย เขาจะใช้จานสแตนท์เลส
ถ้าเป็นคนอินเดียเขาจะใช้จานที่ทำจากใบไม้ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง






แต่ในความรู้สึกจานสแตนท์เลสไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่เพราะล้างด้วยน้ำเปล่า
แล้วใช้ผ้าเช็ด จานใบไม้น่าใช้กว่า 




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2556    
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 10:02:40 น.
Counter : 462 Pageviews.  

อาหารการกิน 2



มีอยู่วันหนึ่งเราตกลงกันว่าจะไปกินอาหารอินเดียนกัน
ซึ่งก็มีอยู่ร้านหนึ่งที่เมื่อก่อนอยู่หน้าทางเข้าพุทธคยา





แต่ปีนี้ถูกรื้อ เพราะแผนการจัดการเพื่อให้พุทธคยาเป็นมรดกโลก
ร้านนี้จึงต้องระเห็จไปอยู่อีกที่หนึ่ง ผมถามหาร้านนี้ว่าอยู่ที่ไหน
สัญชัยก็พาไปอยู่ห่างจากที่เดิมไปอีกประมาณ 200 เมตร





ไปเจออาหารอะไรบ้าง
มื้อนั้นเป็นมื้อเช้า คนอินเดียนก็จะกิน โรตี 
ซึ่งคนอินเดียเรียนว่า "ปู้รี่" หรือว่า "จับปาตี"
ผมเข้าไปเจาะถึงในครัวของร้านอาหารนี้ซึ่งก็อยู่หน้าร้านนั่นเอง





ปู้รี่และจับปาตี ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร
เนื้อแป้งเหมือนกันคือทำมาจากข้าวสาลี นำมานวด ๆ ๆ แล้วปั้นเป็นก้อน ๆ





ปู้รี่นั้นเขาจะใช้ไม้นวดแป้ง บี้ให้เป็นแผ่นกลม ๆ แบน ๆ 
แล้วเอาไปทอดในน้ำมัน สักพักก็นำมาเสริฟได้แล้ว

ส่วนจับปาตีนั้น ก็จะใช้วิธีการที่ตรงกับคำที่ออกเสียงคือ
จับ ไอ้ก้อนแป้งที่ว่านี้ขึ้นมา ปา ลงไปบนโต๊ะที่นวดแป้ง
จากนั้นก็แผ่ออกเป็นแผ่นบาง ๆ แล้ว ตี เหมือนกับแขกขายโรตีในบ้านเรา รวมเป็น จับปาตี

จากนั้นนำไปปิ้งบนกระทะร้อน ๆ ก็ใช้ได้แล้ว
หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น นำไปปิ้งในเตาอบที่คล้ายกับเตาอบพิซซ่า
อันนี้จะออกมาเป็น จับปาตีที่รสเลิศ

ดูไป ๆ ก็ได้ยินเสียงปาก้อนแป้ง เป็นระยะ ๆ 
นึกสงสัยว่า ไม่ต้องปาให้มีเสียงดังไม่ได้เหรอ หนกหู
เขาตอบว่าไม่ได้ การปาอย่างนี้จะทำให้เนื้อแป้งแน่นขึ้น เหนียวน่าทาน อร่อยขึ้นด้วย
เออ...มีเหตุผล 










 

Create Date : 02 มิถุนายน 2556    
Last Update : 2 มิถุนายน 2556 10:20:54 น.
Counter : 365 Pageviews.  

อาหารการกิน 1


เรื่องอาหารการกินนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ของคนไทยที่ไปแสวงบุญกัน
ธรรมดาคนที่เป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ เวลาไปประเทศไหน ๆ 
ก็มักจะไปลองกินอาหารของประเทศนั้น ๆ 
ไม่งั้นจะถือว่าไปไม่ถึง เรื่องนี้ไม่แน่เสียแล้ว
เพราะอาหารไทยเราเป็นอาหารที่หลากหลาย รสชาติก็หลากหลายตามไปด้วย
เพียงแค่การปรุงอาหารอย่างเดียวกัน วัตถุดิบเหมือนกัน
แต่เครื่องปรุงไม่เหมือนกัน ก็สามารถทำให้มีรสชาติแบบไทย ๆ ได้
เพียงแค่ใช้น้ำปลา น้ำตาล มะนาว ส้มมะขามทุกอย่างก็แตกต่างออกไปจากชาติอื่น ๆ 

คนไทยที่ไปกับทัวร์เวลาไปแสวงบุญ เขามักจะไม่พาไปกินอาหารอินเดียน
เพราะถ้าพักที่วัดไทย ก็จะมีอาหารไทย
ถ้าพักโรงแรมก็จะมีอาหารที่คล้ายกับของไทย แต่มีกะปิน้ำปลา น้ำพริก ซ๊อส
มาเพิ่มเติม บางบริษัทถึงกับเข้าครัวเองเพื่อปรุงอาหารให้ลูกทัวร์กินกัน
จะได้มีแรงไปไหว้พระกันต่อ เรื่องนี้ถ้าจิตใจห่อเหี่ยวเสียแล้ว ปิติก็ไม่ค่อยเกิด

เพราะฉะนั้น การตุนอาหารแห้งและเครื่องกระป๋อง
ไปจากประเทศไทยนั้นมีความจำเป็นมาก
ปีที่แล้วมีอยู่คนหนึ่งน้ำหนักลดไปเกิน 5 กิโล ในระยะเวลา 1 เดือน
เพราะไม่ได้ตุนอาหารแห้งไปมากพอ
พอของที่ตุนไปหมด เท่านั้นแหละ น้ำหนักก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ
ไม่ต้องไปเข้าคอร์สลดน้ำหนักให้หุ่นเพรียว 
ไปอินเดียแล้วไม่ต้องถามหาอาหารไทยเท่านั้นรับรองผล
ปีนี้คนนั้นเลยเตรียมพร้อมอย่างเต็มพิกัด อยู่ได้ 1 เดือนสบาย ๆ 
คณะทัวร์ที่ไปแสวงบุญก็เหมือนกัน หัวหน้าเขาจะตระเตรียมอาหารไปอย่างเต็มที่
ทั้งที่สามารถเปิดกินได้เลย และที่ต้องเข้าครัวปรุงเองหลายรูปแบบ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เมืองสาวัตถี คณะของเราเข้าพักที่โรงแรมนิกโก้
ไปเจอกันคณะทัวร์อีกคณะหนึ่ง นำโดยคุณชาติชาย 





คุณคนนี้เป็นเจ้าของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งที่พาคนไทยไปแสวงบุญมามากกว่า
25 ปีแล้ว คุณชาติชายลงทุนเข้าครัวที่โรงแรมเอง 
เพื่อให้อาหารบุ๊พเฟ่ของโรงแรมเป็นที่ประทับใจของลูกทัวร์มากที่สุด
และยังแบ่งปันให้พวกเราได้ทานฝีมือของตนเองอย่างเต็มที่ไม่มีหวง
นับว่ามีน้ำใจกันคนไทยด้วยกันเป็นอย่างยิ่ง จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

เรื่องนี้คนที่ไม่เคยไปอาจจะบอกว่า แค่รสชาติของอาหารยึดติดอะไรกันมากมาย
ตัวผมเองก็เป็นเช่นนั้น ที่แรกก็ไม่เข้าใจว่ามันอะไรกันนักหนา
ผมไปท่องอยู่ในอินเดีย-เนปาล มากกว่า 2 เดือน
ก็หาอาหารอะไรก็ได้ที่กินได้ ดูสะอาดหน่อยก็ยังสามารถอยู่ได้
แต่บางวันก็รู้สึกแห้งเหี่ยวไปบ้าง พอได้กินอาหารที่รสจัด ๆ หน่อย
ก็พออยู่ต่อไปได้อีก บางช่วงต้องกินอาหารอินเดียนติดต่อกัน เกิน 7 วัน
ก็จะรู้สึกเหี่ยว ๆ ไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่
พอไปกับคณะเพิ่งจะรู้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ ใครไม่ไปไม่ทราบ




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2556    
Last Update : 2 มิถุนายน 2556 10:08:14 น.
Counter : 453 Pageviews.  

1  2  3  4  

venfaa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นกเทพย่อมมีบารมีของเทพ
สายลมอ่อนๆ เบาสบาย
มือพัดไปมา จิตตรองกลยุทธ์
วางแผนจัดการได้ทุกเรื่องในโลก


venfaa
Friends' blogs
[Add venfaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.