ชีวิต คือ การเดินทาง
Group Blog
 
All blogs
 

Party

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีงานปาร์ตี้เลี้ยงฉลองครบรอบการทำงานของพี่นักวิทย์ที่แลป..ตอนแรกที่รู้มาคือเป็น Okonomiyaki party ที่อีกเมืองนึงนั่งรถไฟไปประมาณ 10 นาที..แต่พอไปถึงที่ร้าน อ้าววว ไม่ใช่นี่น่า เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น อาจารย์ได้จองห้องไว้ งานนี้ไปกันสิบคน บรรยากาศร้านนั้นดูเก่าๆ ไม่แน่ใจว่าเค้าจัดร้านให้เป็นสไตล์นี้หรือว่าเก่าอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ งานนี้เริ่มกินกันตั้งแต่ 18.30 ก็นั่งฟังเค้าคุยกันไปเรื่อย ฟังอย่างเดียวไม่เข้าใจนะ เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นทั้งน้านนนนนนน อิอิ..พอประมาณ 22.00 ก็กลับออกจากร้านกัน เราก็นึกว่าคงจะกลับแล้วมั้ง แต่ป่าวคับพี่น้อง ย้ายไปนั่งกินกันอีกร้านนึงต่อ

ร้านนี้เป็นร้านสไตล์โอกินาว่า (อยู่ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น) อาหารเค้าคล้ายๆกับของบ้านเราเลย เช่น มะระผัดไข่ มียำหูหมูด้วย เอาหูหมูมาซอยๆๆ แล้วก็ใส่น้ำส้มสายชูกับน้ำตาลมั้ง รสเปรี้ยวๆหวานๆอ่ะ..แล้วก็ที่แปลกสุดคือ สาหร่ายที่หน้าตาแปลกมาก เป็นก้านแล้วก็มีเม็ดเล็กๆๆๆใสๆๆเกาะอยู่ที่ก้านอ่ะ แต่อร่อยมากกกกก ขอบอก ไม่น่าเชื่อ อยากกินอีก ฮ่าๆๆๆๆๆ ก็นั่งกันที่ร้านนี้ถึงประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็เดินออกจากร้านกัน เราก็นึกว่า อืมมมม คงกลับแล้วหล่ะ เพราะเดินไปที่สถานีรถไฟ แต่ไม่ใช่อย่างนั้นอ่ะจิ เดินไปสถานีรถไฟจริง แต่ว่าเดินทะลุไปอีกฝั่งเพื่อไปหาร้านคาราโอเกะกันต่อ ป๊าดดดด ปาร์ตี้ดุเดือดเจงๆๆ

ไปถามร้านแรก รู้สึกว่าห้องจะเต็มมั้ง เลยไปร้านที่สอง ก็เต็มอีก..แต่ยังไม่ลดความพยายาม คราวนี้เดินไปแบบอย่างไกลเลย หนาวด้วย สุดยอดดดด..ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆ ในที่สุดก็ถึงร้านคาราโอเกะเป้าหมายจนได้..ห้องคาราโอเกะ=ห้องเปิดเผยตัวตน..อาจารย์แต่ละคน พี่นักวิทย์ หลุดโลก ฮามากมาย ผิดกับลุควิชาการเวลาอยู่ที่แลปเลย ทั้งร้อง ทั้งแดนซ์ กร๊ากกกกกกก นั่งขำอย่างเดียวเลยเรา งานนี้ร้องไปถึงตีสองกว่าก็ได้เวลากลับบ้านกันสักที รถไฟก็หมดแล้วเลยต้องนั่งแท๊กซี่กลับ ค่าแท๊กซี่ที่ญี่ปุ่นแพงมาก นั่งแค่ 20 นาที ค่าแท๊กซี่ประมาณ 1,500 บาท แต่งานนี้อาจารย์เลี้ยงจ้า ฟรีตลอดรายการ อิอิ ขอบคุณมากๆนะค๊า ..

สรุปคืนนั้นกว่าจะได้นอนก็ตีสาม นอนดึกสุดในรอบหลายๆเดือนที่ผ่านมาเลย แผนการไปโตเกียวเลยต้องเลื่อนไปวันอาทิตย์แทน อิอิ




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 12:22:05 น.
Counter : 196 Pageviews.  

มาม่าฟรีสองถ้วย

เรื่องราวสั้นๆสองเรื่องจ้า

เมื่อตอนบ่ายเดินขึ้นไปทำแลปที่อีกตึกนึงมา ระหว่างนั่งทำอยู่นั้นก็มีพี่นักวิทย์เดินมาถามว่าเป็นคนไทยใช่มั้ย แล้วชอบกิน noodle cup หรือป่าววว..พอดีเค้าไปเที่ยวไทยมา (เมื่อไหร่ไม่รู้ คงไม่น่าใช่เร็วๆนี้ อิอิ) แล้วพี่เค้าซื้อมาม่าบ้านเรามากินรสต้มยำกุ้ง เค้าบอกว่าเผ็ดมากกกกก เค้าทานไม่ได้เค้าเลยเอามาให้เรา..กี๊ดดดดด ดีใจมากมาย ยิ่งกว่าได้ทอง ฮ่าๆๆๆๆ พึ่งรู้ว่ามามามีค่ามากก็ตอนอยู่ญี่ปุ่นนี้แหละ อิอิ..มื้อเย็นวันนี้มีของอร่อยทานแล้นนนนน โฮะ โฮะ โฮะ



ส่วนอีกเรื่องเหตุเกิดเมื่อวาน ตอนบ่าย..

วันอาทิตย์ฝนตกไม่รู้จะไปไหนดี เลยนั่งเล่นอยู่ที่ห้องไปเรื่อยๆ แล้วจู่ๆๆ ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้น เฮ้ยยยย ใครอ่ะ งง..ตอนแรกกะจะไม่เปิดออกไปดูแล้ว แต่มาคิดอีกทีหรือว่าเค้ามีธุระอะไรจริงๆเลยมากดกริ่งเรียก..พอเปิดไปก็เจอผู้ชายวัยกลางคนใส่สูท พร้อมพูดว่า คอนนิจิวะ..เราก็ เอ่อ งง อ่ะคะ คอนนิจิวะ..แล้วเค้ากูโชว์บัตรอะไรสักอย่างประมาณว่าแนะนำตัว เราก็ทำหน้างงใส่เลย เค้าก็ยังไม่หยุดแนะนำตัว สักพักทนไม่ไหวเลยถามเค้าว่าพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย เค้าก็ส่ายหัว แล้วเหมือนเค้าจะถามเราว่าฟังภาษาญี่ปุ่นออกมั้ย เราก็ส่ายหัว ฮ่าๆๆๆๆๆ สุดท้ายลุงก็ทนไม่ไหว แล้วก็ขอบคุณพร้อมเดินไปห้องอื่นต่อ..สรุปว่าตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าเค้าคือใคร แล้วเค้ามาทำอะไร และที่สำคัญเรากล้าเปิดประตูออกไปคุยได้ไงเนี่ย ใครก็ไม่รู้




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2553 14:23:59 น.
Counter : 219 Pageviews.  

จู่ๆก็ไป..ODAIBA

วันเสาร์หลังจาก Journal Club เสร็จใช่วงเช้า ก็ว่างไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะว่าแลปก็ต้องรอของที่สั่งไปยังไม่มา เลยตัดสินใจเดินกลับห้อง คว้ากล้องถ่ายรูป แล้วก็ออกเดินทางสู่ "ODAIBA"

ODAIBA นั้นเป็นเมืองใหม่ที่เกิดจากการนำเอาขยะมาถมทะเล กลายเป็นพื้นดิน แล้วสร้างเป็นเมืองขึ้นมา โอ้ววว..สุดยอดดด

การเดินทางไป Odaiba นั้นต้องขึ้นรถไฟ Yurikamome ที่ไม่มีคนขับ อาศัยการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์จากสถานี Shimbashi..เราตัดสินใจซื้อตั๋ว One day open pass ซึ่งนั่งรถไฟ Yurikamome ได้ไม่จำกัดรอบในหนึ่งวัน แถมบัตรก็น่ารักซะด้วย อิอิ



สถานที่แรกที่เราไปก็คือ "Tokyo Big Sight" เป็นที่จัดแสดงงานและสินค้าต่าง คนเยอะเลยทีเดียว



หลังจากเดินชมและถ่ายรูปเสร็จ ก็นั่งรถไฟไปยัง "Palette Town & Venus Fort" ซึ่งสองที่นี้อยู่ติดกันเลย..Palette Town มีที่น่าสนใจให้เดินเล่นมากมาย เช่น ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Daikanransha

MEGA WEB สวรรค์ของคนรักรถเลยทีเดียว มีทั้งรถรุ่นใหม่ เทคโนโลยีสุดไฮเทค แล้วก็รถรุ่นโบราณมาให้ชมกันแบบฟรีๆเลยทีเดียว..ใครรักรถห้ามพลาดเด็ดขาด !! อิอิ





จากนั้นก็เดินไปยังห้าง Venus Fort จุดเด่นของห้างนี้ก็คือการตกแต่งบรรยากาศภายในห้างจะเป็นสไตล์ยุโรป แถมท้องฟ้าจำลองภายในห้างจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ มีทั้งบรรยากาศตอนเช้า ยามเย็น ฯลฯ..เดินแล้วไม่คิดว่ากำลังเดินอยู่ในห้างที่ญี่ปุ่นเลย ฮ่าๆๆๆ



หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศยุโรปจนเต็มที่แล้ว..ก็ออกมานั่งรถไฟไปยัง "Aqua City & Decks Tokyo Beach" กันต่อ..ที่สองห้างนี้ส่วนใหญ่เราเดินถ่ายรูปบรรยากาศริมทะเลด้านนอกมากกว่าเดินเล่นในห้าง เพราะด้านในส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกับห้างอื่นๆที่ไปเดินมา..







หลังจากถ่ายรูปจนเพลิน มาดูนาฬิกา เฮ้ยยย ดึกแล้วนี่หน่า คงต้องได้เวลากลับแล้ว..บรรยากาศตอนกลางคืนที่นี่สวยมากๆ ไว้จะต้องกลับมาถ่ายรูปที่นี่อีกแน่นอนจ้า อิอิ




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 16:31:49 น.
Counter : 1197 Pageviews.  

<<YOKOHAMA >>

วันหยุด Golden week ทั้งทีจะมาทำแลปทุกวันก็ไม่ไหว..ต้องขอหนีไปเที่ยวบ้าง อิอิ ว่าแต่จะไปไหนดี นึกไปนึกมา โยโกฮาม่าละกัน เป็นทริปแรกในชีวิตเลยที่ลุยเดี่ยวเที่ยวคนเดียว ..ตอนแรกกะว่าจะไปวันที่ 2 แต่พอเข้าไปดูในเวป เค้าบอกว่าวันที่ 3 จะมีขบวนพาเหรดที่ Yamashita Park เลยตัดสินใจเลื่อนวันไปดีก่าเพราะจะได้ดูพาเหรดด้วย

เพื่อนชาวญี่ปุ่นเช็คเวลารถไฟให้ เค้าบอกว่ามีเที่ยว 7.03 ตกลงตามนี้ อิอิ..ด้วยความที่กะว่าตอนซื้อตั๋วต้องคุยกันนานแน่เลย เลยไปก่อนเวลาสัก 15 นาทีดีกว่า..พอไปถึงช่องขายตั๋วที่มีพนักงานเขียนว่าเปิด 7.00 แป่วววว เอาแล้วจิ รีบมาทำไมเนี่ย..พอ 7.00 ปุ๊บเดินไปต่อคิวทันที บอกว่าไป Yokohama อุตสาห์ให้เพื่อนเขียนภาษาญี่ปุ่นให้ด้วย กันพลาด หุหุ..แล้วก็บอกว่าจะซื้อเป็นตั๋ว Holiday pass จากนั้นความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่นใส่อย่างเดียวเลย เราก็ยืนเอ๋อ แล้วก็บอกใหม่ว่าซื้อตั๋วไปโยโกฮาม่า ไป-กลับ เค้าก็ยังพูดญี่ปุ่นกลับมาอีก เป็นงี้อยู่หลายรอบมาก นึกในใจวันนี้จะได้ไปมั้ยเนี่ย และแล้วเวลาก็เลย 7.03 ผลคือพลาดรถไฟเที่ยวนั้นไป แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็มาใหม่ หุหุ..กลับมาเรื่องตั๋วต่อ คราวนี้เลยหันไปข้างหลัง เจอคุณป้ากะเด็กวัยรุ่นคนนึงยืนต่อแถวอยู่ คุณป้ามองด้วยสายตา อย่ามาถามชั้นนะ ชั้นไม่รู้เรื่อง เลยหันไปหาเด็กวัยรุ่นแทน ในที่สุดดดดดด ก็ได้ตั๋วไป-กลับโยโกฮาม่ามาจนได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..แต่ แต่ มีสองใบ แล้วใบไหนไป แล้วใบไหนกลับหล่ะ เลยต้องไปถามน้องคนนั้นอีกรอบ ขอบคุณมากๆนะค๊า

เอาหล่ะคราวนี้ได้ออกเดินทางสู่โยโกฮาม่าสักที..รถไฟที่เราขึ้นเป็นเที่ยว 7.17 ตามแพลนคือต้องไปเปลี่ยนเป็นอีกสายที่ Ueno Station พอนั่งไปเรื่อยๆ สถานีเริ่มไม่คุ้น เฮ้ยยยย ไปไหนหล่ะเนี่ย เลยเอาแผนที่มาดู แป่ววว..พึ่งรู้ว่าขบวนนี้ไม่เข้า Ueno คือเค้าประกาศแหละ แต่เราฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกเอง..คราวนี้เลยต้องมาดูว่าเราจะลงสถานีไหนที่จะสามารถเปลี่ยนสายรถไฟไปโยโกฮาม่าได้ เย้ๆๆๆ ในที่สุดก็ถึงโยโกฮาม่าที่รักสักที ..จากนั้นก็ไปซื้อตั๋ว Yokohama-Minatomirai Pass ใช้ขึ้นรถไฟใน area ของโยโกฮาม่าได้ไม่จำกัดเที่ยวต่อวันราคา 500 เยน..โอเคพร้อมลุยยยยยย อิอิ

มุ่งหน้าสู่ "Yamashita Park" เรานั่งรถไฟไปลงที่สถานี Motomachi-Chukagai แล้วออกที่ Exit 1 เดินไปอีกนิดก็ถึง Yamashita park แล้ว..ขบวนพาเหรดจะเริ่มตอน 10.40 เรามาถึง 10.00 เลยมีเวลาเหลืออีกตั้ง 40 นาที ก็ไปเดินถ่ายรูปเรือ "Hikawa Maru" แล้วก็บรรยากาศริมทะเล..



จากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปเด็กๆที่เตรียมตัวเดินขบวนหาเหรดกัน พอใกล้เวลา 10.40 ก็ไปหาทำเลยืนถ่ายรูปขบวนพาเหรด คนเยอะมากกกก..ขบวนพาเหรดนี้เป็น Kids parade มีแต่เด็กๆทั้งนั้น น่ารักดี



ยืนดูไปได้สักชั่วโมงกว่า ก็เริ่มหิวข้าว เลยเดินออกมาหาร้านอาหาร แต่ไม่เจอเลย ดีที่มีขนมปังกับน้ำติดกระเป๋ามาด้วย เลยพอประทังความหิวไปได้ หุหุ..เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เลยเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ผ่าน "Osanbashi Pier" แต่ไม่ได้เข้า เพราะว่าเดินไกลมาก..บรรยากาศระหว่างทาง



จากนั้นเดินไปถ่ายรูปที่ "Red Birck Warehouses" ..จากนั้นก็เดินต่อไปยัง Minato Mirai ที่บริเวณนี้มีที่เที่ยวมากมาย เลยเดินถ่ายรูปมาเรื่อยๆตั้งแต่ "World Porters, Cosmo world, Nippon Maru, Landmark Plaza, Queen's Square"









จากนั้นก็ขึ้นรถไฟที่สถานี Minato-mirai ไปสถานี Yokohama แล้วก็เปลี่ยนเป็น JR ไปลงที่สถานี Ishikawacho จากสถานีนี้เดินประมาณ 5 นาทีก็จะถึง "China Town" อาจเป็นเพราะวันหยุดยาวหรือป่าวไม่รู้ คนที่มาเที่ยวที่นี่จึงเยอะมาก แถมร้านอาหารแต่ละร้านก็มีคนต่อคิวยาวมากกก..เดินไปสักพักเห็นแต่คนถือซาลาเปา (ลูกใหญ่มั่กๆ) กันทั้งนั้น เลยกะว่าต้องลองชิมแล้วหล่อ ตัดใจยอมยืนต่อคิว ผลปรากฎว่าพอถึงเรา หมดคร้าบพี่น้อง อะไรจะฟลุ๊คปานน้านนนนนน เลยขี้เกียจรอเค้านึ่งใหม่ ไม่กินก็ได้ งึมๆๆๆๆ



จาก China town เดินไปเรื่อยๆ จะเจอกับสถานี Motomachi-Chukagai เลยขึ้นรถไฟกับไปสถานี Yokohama เพื่อเปลี่ยนเป็น JR line ไปสถานี Shin-Yokohama คราวนี้ต้องไปซื้อตั๋วเพราะว่าสถานีนี้ไม่ได้อยู่ใน area ของ Yokohama-Minatomirai Pass พอไปถึงหน้าตู้ซื้อตั๋ว งมอยู่พักใหญ่ทำไมหาไม่เจออ่าส์ เลยหันไปถามคุณป้าที่ยืนอยู่ข้างหลัง ชี้ไปที่แผนที่บอกว่าจะไป Shin-Yokohama คุณป้าใจดีมากรีบมาช่วยใหญ่ พอได้ตั๋วออกมาปุ๊บ คุณป้าร้อง เย้!!! ฮ่าๆๆๆๆ ลุ้นพอๆกับเราเลย ขอบคุณคุณป้ามากนะค๊า พอถึงที่สถานี Shin-Yokohama เหวออออ สถานีใหญ่มาก แล้วพิพิธภัณฑ์ราเมนไปทางไหนเนี่ยยยยย เลยลองเดินๆไปก่อน พอดีเห็นแผนที่บอกทางก็ตามไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เจอ "Ramen Museum" โหๆๆ กว่าจะเจอลุ้นแทบแย่ ฮ่าๆๆๆๆๆ ที่พิพิธภัณฑ์นี้เสียค่าเข้า 300 เยน..มีแผ่นพับอธิบายเป็นภาษาไทยด้วย แสดงว่าคนไทยมาเที่ยวเยอะแน่ๆ อิอิ..ก็มีราเมนเจ้าอร่อยขึ้นชื่อของญี่ปุ่น 9 ร้านมาขาย สามารถลองชิมได้..แต่ว่าแต่ละร้านนี่คิวยาวมากกกก เราเลยเดินชมแล้วก็ถ่ายรูปอย่างเดียว..





ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จท้องเริ่มหิวแถมขาเริ่มล้า เลยตัดสินใจไปซื้อข้าวปั้นไปนั่งกินแถว Red brick ดีกว่า..กินข้าวปั้นไปชมทะเลไป ลมเย็นๆๆ สุดยอดดดด หลังจากท้องอิ่มก็หยิบแผนที่มาดูต่อ อืมมม เหลืออีกหลายที่เหมือนกันที่ยังไม่ได้ไป แต่ว่าเป็นจุดที่ไกลๆทั้งนั้น..ถ้าไปวันนี้อาจจะไม่ทัน เพราะจากที่โยโกฮาม่ากว่าจะกลับที่พักอีกก็ประมาณ 2 ชั่วโมง..ไว้มาคราวหน้าจะมาเที่ยวให้หมด อิอิ




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2553 7:28:49 น.
Counter : 1243 Pageviews.  

วันนี้วันหยุด

วันนี้เป็นวันหยุดของชาวญี่ปุ่นจ้า..29 เมษา เป็นวัน midori no hi หรือวัน Green day นั่นเอง

วันนี้ตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะว่าเป็นวันหยุด อาหารเช้าวันนี้คือสปาเก็ตตี้ราดซอสเมนไทโกะ อาหย่อยๆๆ ที่ขยันทำอาหารตอนเช้าก็เพราะว่า ตอนนี้พยายามเคลียร์ของในตู้เย็นให้หมด เพราะว่าพรุ่งนี้จะได้ย้ายห้องแล้ว (ถ้าไม่เลื่อนอีกนะ) เวลาขนของจะได้ขนน้อยๆ อิอิ..จากนั้นก็เอาผ้าไปตาก เช็คพยากรณ์อากาศเรียบร้อย เค้าบอกว่าวันนี้แดดออก หุหุ..แล้วก็ไปทำแลป เพราะว่าไม่รู้จะไปไหนดี เลยมาทำแลปดีกว่า..ห้องแลปโล่งมากมีมากันแค่ 5 คนเท่านั้น..นั่งทำแลปไปสักพัก เฮ้ยยยย ทำไมแดดหาย ฟ้าเริ่มมือครึ้ม เอาแล้วหล่ะผ้าช้านนนนน และแล้วก็เป็นไปตามคาด ฝนตกจนได้ ไหนว่าวันนี้จะแดดออกไง เฮ้อออ..ทำใจๆๆๆ แต่พอสักพักฝนหยุด แดดออกใหม่..เอ่อ ตกลงว่าไงเนี่ย แต่ยังไงผ้าก็เปียกไปเรียบร้อยแล้นนนน เหอเหอ ..ส่วนตอนเย็นก็กะว่าจะไปแพคของใหม่ให้เรียบร้อย+ทำความสะอาดห้องอีกครั้ง มาคิดๆดูแล้วทำไมชีวิตแม่บ้านอย่างนี้เนี่ยเรา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ




 

Create Date : 29 เมษายน 2553    
Last Update : 29 เมษายน 2553 13:43:04 น.
Counter : 246 Pageviews.  

1  2  3  4  

ก่าแป๊ง
Location :
Tochigi Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<< หาที่ท่องเที่ยว >>
<< หาที่ถ่ายภาพ >>
<<หาคนไปด้วย >>
Friends' blogs
[Add ก่าแป๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.