☆- - >Keep thinking positive< - - ☆
Group Blog
 
All blogs
 

Substance shoes for sales


สวัสดีค่ะเพื่อนบล็อกแก๊งค์ทุกคน
วาเลนไทน์ใกล้เข้ามาแล้ว ปีนี้ตรงกับวันตรุษจีนด้วย
แจกเงินน้อง ๆ หลาน ๆ เสร็จ
ก็ไปสวีทหวานแหววกับเพื่อนสนิท(ตามประสาดารา)ต่อเลย (^_^)
ใครมีโปรแกรมดี ๆ อย่าลืมบอกต่อกันด้วยนะคะ

วันนี้มีรองเท้ามือสองมาขายค่ะ
เป็นของจขบ.เอง ซื้อมาได้สักพักใหญ่แล้ว
ด้วยความที่อยากจะฝึกใส่รองเท้าส้นสูง ๆ (ตอนแก่)
เลยตัดสินใจซื้อคู่นี้มา ตอนลองใส่ก็รู้สึกขาเพรียวโกะดีหรอกค่ะ
แต่พอเอามาใส่จริง ๆ ต้องเกาะแขนพี่ข้าง ๆ ตลอดเลย
เลยตัดใจ รองเท้าคู่นี้ คงไม่ใช่ของเราจริง ๆ
ใส่ไปแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้นเอง และก็ใส่แค่ที่ออฟฟิศด้วย
(เดินเยอะ ๆ ไม่ได้ กลัวเด๋วตกตึก)
เพื่อน ๆ คนไหนสนใจสอบถามกันได้นะคะ

Brand : Substance
Size : 35
Price : 800 บาทถ้วน (ซื้อมา 1431 บาทค่ะ)
สภาพ : 95%










 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2553 11:07:42 น.
Counter : 513 Pageviews.  

ยาคู่มิตร-คู่ศัตรู

สวัสดีค่ะ อีกสองวันก็คริสมาสต์แล้ว

Merry Christmas นะคะทุกคน

พอดีไปเจอบทความเกี่ยวกับอาหารเสริม
คาดว่าคงมีสมาชิกบล็อกแก๊งค์หลายคน
ทานอาหารเสริมกันอยู่ เลยเอามาฝากกันค่ะ


“Good things come in pair” วลีฝรั่งบอกไว้ว่าของทุกอย่างมีคู่แฝดอยู่เสมอ
อาจเป็นแฝดเหมือนหรือแฝดต่างก็ได้ ซึ่งก็พ้องกับทางพระที่ว่า
กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา และโลกธรรมแปดที่เล่าถึงคู่แห่งสัจธรรมในโลกนี้
มีสุขแล้วก็มีทุกข์ มีสรรเสริญก็ย่อมมีนินทา มีลาภก็ย่อมมีเสื่อมลาภได้ดังนี้เป็นต้น

ดังนั้น! ในเรื่องของโอสถรักษาโรคก็ย่อมต้องมีคู่แฝดของมัน ที่ต้องมีทั้งแฝดที่ดีและแฝดที่ร้าย
คล้ายเทวากับซาตานซึ่งเคยมีกรณีที่ถึงแก่ชีวิตมาแล้ว ซึ่งโดยมากมักเกิดจาก “ความไม่รู้”
ในฤทธิ์อันไพศาลของยาแต่ละเม็ดที่กินอยู่ โดยเราจะค่อยมาดูกันไปทีละแฝดค่ะ


แฝดที่ดี



เสมือนคู่บุญยิ่งรู้จักกินให้เสริมกัน ก็จะยิ่งช่วยเสริมสุขภาพ
หรือทำการรักษาโรคให้ท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และที่จริงก็ควรกินคู่กันเสียด้วย
เพราะเรื่องของยาอาหารเสริมนี้มีหลักคือ ทำงานร่วมกัน โดยกลุ่มที่ควรกินร่วมกัน
ช่วยเสริมให้ดีมีดังต่อไปนี้ค่ะ

1) วิตามินซีกับคอลลาเจน
ะช่วยกันสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ใสปิ๊งปั๊งไม่เหี่ยวหย่อน ย้อย

2) ธาตุเหล็กกับวิตามินซี กินธาตุเหล็กให้ดีดูดซึมเข้าไปใช้ได้
ไม่ใช่กินเข้าไปอย่างไรถ่ายออกมาหน้าตาเหมือนเดิมนั้น ต้องกินคู่กัน
อย่างเช่น ถ้าจะกินเลือดหมูให้ได้ธาตุเหล็กก็ควรกินกับผักที่มีวิตามินซีสูง
เช่น ใบตำลึงก็จะดีไม่น้อยค่ะ

3) แคลเซียมกับแมกนีเซียม
แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีต้องมี “ตัวช่วย” พามันเข้าไปได้แก่ แมกนีเซียม,
วิตามินดี และวิตามินเคด้วย ซึ่งอยู่ในแสงแดดและผักเขียวจัดตามลำดับ

4) วิตามินเอ, ซี และ อี
พยายามกินไปด้วยกันเป็นดี หรือสูตรที่ดีคือ กินซีเพียงตัวเดียว
ส่วนเอกับอีนั้น กินเอาจากผักคะน้าและถั่วลิสงสักวันละกำมือ

5) น้ำมันปลา (ไม่ใช่น้ำมันตับปลา)
ขอให้เลือกชนิดที่มี ดีเอชเอ คู่กับ อีพีเอ ยิ่งมากหน่อยยิ่งดี
อย่างน้อยกินให้ได้ค่า ดีเอชเอ+อีพีเอ = 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
โดยมีเคล็ดไว้ว่าถ้าอยากบำรุงสมอง ต้องเลือกชนิดที่มีดีเอชเอเด่น
แต่ถ้าจะให้บำรุงส่วนอื่นเป็นหลักเช่น ข้ออักเสบให้เลือกชนิดที่มีอีพีเอสูงด้วยค่ะ


แฝดที่ร้าย



แฝดตัวนี้ถือเป็นระดับ “ตัวแม่” ที่น่ากลัวกว่าเยอะมากค่ะ
เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกในสมอง จนเป็นอัมพาตหรือหัวใจวายแน่นิ่งไปได้
จึงอยากชวนให้ท่านที่รักมาสนใจในยาที่ไม่ควรกินร่วมกันสักนิดดังนี้ค่ะ

1) น้ำมันปลากับแอสไพริน
คู่ร้ายอันดับแรกโดยน้ำมันปลานี้มีฤทธิ์ช่วยให้เลือดใสไม่หนืดเหนียว
ส่วนแอสไพรินก็มีฤทธิ์เดียวกันคือ ช่วยให้ไม่เกิดลิ่มเลือดจับแข็งเป็นก้อนกัน
เมื่อกินคู่กันเลยกลายเป็นคู่สังหารพาลให้เลือดไหลพรวดพราดไม่หยุด
แม้การกรอฟันเพียงนิด ก็อาจทำให้เลือดออกได้ราวกับผ่าตัดใหญ่แล้วค่ะ

2) วิตามินอีและอีฟนิ่งพริมโรส
มีคนไข้ที่อยากผิวสวยมาหา พร้อมบอกว่ามีคนแนะให้กินวิตามินอี
แต่บ้างก็ให้เลือกเป็นอีฟนิ่งพริมโรสแทนจะเลือกอย่างไรดี
จึงได้บอกไปให้เลือกอย่างหนึ่งก็พอ เพราะล้วนแต่มีวิตามินอีทั้งนั้น
ซึ่งถ้าได้มากไปอาจทำให้เกิดหัวใจพิบัติแทน

3) แคลเซียมเสริมกับแคลเซียมสด
ถ้าท่านกินงาดำได้วันละ 4 ช้อนโต๊ะหรือเต้าหู้ขาวแข็งวันละ 3 ขีด
ก็จะได้แคลเซียมราว 1,000 มิลลิกรัมอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไปหาแคลเซียมเม็ดมากินเติมอีก
จะทำให้แคลเซียมเกิน และไปจับกับหลอดเลือด ทำให้ตับแข็งได้

4) กาแฟกับแคลเซียม
ขอให้เลี่ยงกินแคลเซียมร่วมกับกาแฟ เพราะกาแฟจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนั้นยังไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูกอีกด้วย

5) ธาตุเหล็กกับเลือดจางธาลัสซีเมีย
เป็นไม้เบื่อไม้เมากันทีเดียว ขอให้ลืม ความเชื่อที่ว่าถ้าเลือดจางต้องกินธาตุเหล็ก
ไม่เสมอไปค่ะ หากท่านเป็นเลือดจางชนิดธาลัสซีเมีย แล้วไปกินธาตุเหล็กเสริม
จะเท่ากับเติมยาพิษให้กับหัวใจและตับตัวเองค่ะ

นพ.กฤษดา ศิรามพุช
พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.fwdder.com












 

Create Date : 23 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 9:33:28 น.
Counter : 265 Pageviews.  

Virgin Coconut Oil

สวัสดีชาวบล็อกแก๊งค์ทุกคนค่ะ
ไม่ได้อัพบล็อกนานมากเลย
(พอไม่ได้อัพนาน ๆ เข้าเริ่มขี้เกียจ...หุหุ)
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายกันค่ะ โดยเฉพาะพี่ก๋า
พาน้องหมิงหมิงมาเคาะประตูทักทายกันทุกวันเลยค่ะ

วันนี้ขอปัดฝุ่นบล็อกตัวเอง หาอะไรมาให้เพื่อนบล็อกอ่านบ้างดีกว่า
เอ...จะถือว่าเป็นเรื่องสุขภาพหรือความงามดีหละ
เพราะเรื่องที่จะมาแชร์วันนี้ เป็นเรื่องของ “น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ (Virgin Coconut Oil) “



จขบ.ได้ยินสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวมานานแล้วค่ะ
แต่ไปสะดุดคำบอกเล่าของพี่ที่ทำงานคนหนึ่งว่า
มีญาติผู้ใหญ่(ประมาณรุ่นแม่)ใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิว
แล้วสังเกตว่า ผิวไม่ค่อยเหี่ยวตามวัย (ดูเต่งตึงกว่าวัย) เท่านั้นหละ จขบ.สนใจขึ้นมาทันที ....
แล้วตอนไปเดินมาบุญครอง บังเอิญเจอบูธขายน้ำมันมะพร้าวพอดิบพอดี
ว่าแล้วก็ไม่รอรี รีบบึ่งไปถามรายละเอียด และก็สอยมาหนึ่งขวดใหญ่ค่ะ

น้ำมันมะพร้าวที่วางขายมีทั้งที่ทานได้และทานไม่ได้(ผสมส่วนประกอบอื่น ๆ ลงไปด้วย)
แต่ที่จขบ.ซื้อมา เป็นแบบทานได้ค่ะ



น้ำมันมะพร้าวกับความงามเกี่ยวกันอย่างไร?

- ในน้ำมันมะพร้าวมี Lauric acid ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยคืนความชุ่มชื้นแก่ผิว

- อุดมด้วยวิตามินอีมากกว่าเครื่องสำอางค์หลายสิบเท่า
เมื่อทาผิวหลังอาบน้ำ จะช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิว


น้ำมันมะพร้าวใช้ทำอะไรได้บ้าง?

- ทาผิวหลังอาบน้ำ
- ทาผิวเพื่อปรับสภาพผิวที่ถูกไฟไหม้และแสงแดด
- เช็ดหน้าเพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอาง
- ทาหน้าท้องช่วงตั้งครรภ์
- หมักผมเพื่อถนอมหนังศีรษะ ป้องกันรังแค ลดการหลุดร่วงของเส้นผม

น้ำมันมะพร้าวกับสุขภาพ?

- โรคหัวใจ => วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยขยายหลอดเลือด
ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

- โรคอ้วน => บริโภคน้ำมันมะพร้าวอย่างน้อยวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ
จะช่วยให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงและเพิ่มการเผาพลาญอาหาร
ทั้งช่วยทำลายไขมันที่สะสม

- โรคเบาหมาย => จากการเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ทำให้ร่างกาย
ไม่สะสมน้ำตาล ทำให้ผู้ป่วยไม่อยากทานแป้งหรือน้ำตาล ลดอัตรา
การเกิดโรคเบาหวาน

- ปากและฟัน => ยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก สร้างมวลกระดูก
ฟันเรียบใสและกำจัดหินปูน


โอว...สรรพคุณน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนี่ มีเยอะแยะมากมายจริง ๆ ค่ะ
สำหรับจขบ. ตอนนี้ทดลองใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องสำอาง
และอมหลังแปรงฟันประมาณ 5-10 นาทีค่ะ


สำหรับผลที่ได้หลังการทดลองใช้
เช็ดเครื่องสำอาง => เช็ดได้สะอาด หมดจด (รอบสองแทบจะไม่มีแล้วค่ะ)
แถมความมันน้อยกว่าพวกจอห์นสันออยนะคะ หลังล้างหน้าก็ไม่มีคราบมันค่ะ
ส่วนฟัน => ขอเวลาติดตามผลอีกสักระยะนะคะ ส่วนรสชาติน้ำมันมะพร้าวนี่ รสดีใช้ได้เลยค่ะ



เพื่อน ๆ คนไหนเคยใช้น้ำมันมะพร้าวก็แชร์ประสบการณ์ให้ฟังกันบ้างนะคะ




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2552    
Last Update : 4 ธันวาคม 2552 8:53:33 น.
Counter : 396 Pageviews.  

เปิดร้านแล้วค่ะ --- DoLLBie HouSe ---

สวัสดีค่ะ เพื่อนบล็อกทุกคน
ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนบล็อกที่แวะมาทักทายเป็นประจำ
(โดยเฉพาะพี่ก๋าค่ะ m(_ _)m )
ขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ค่อยได้ไปเม้นท์
และขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน


เนื่องจากช่วงหลังนี้ ที่ออฟฟิศ block เว็บบล็อกแก๊งค์
เลยไม่สามารถอู้งานมาทักทายเพื่อน ๆ ได้
ครั้นมาถึงบ้าน บางครั้งก็หมดสภาพ
กินข้าว ดูละครและก็สลบไปจนถึงเช้าวันใหม่
(แต่อาบน้ำก่อนสลบน้า....)

และที่ผ่านมา งานค่อนข้างยุ่ง
บวกกับต้องเดินทางไปทำงานที่ตจว.
ทั้งหมดทั้งมวลเลยเป็นเหตุให้ไม่ค่อยได้เข้ามาอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ


และอีกสาเหตุทีสำคัญก็คือ การเปิดร้านเสื้อผ้าออนไลน์ค่ะ
เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้เอง ร้านของเราจะเน้นเสื้อผ้าที่เห็นแล้วชอบ
ทุกตัวต้องโดนใจตัวเองก่อน จากนั้นจึงซื้อมาขาย
จึงอยากขอใช้พื้นที่บล็อกแก๊งค์ประชาสัมพันธ์เว็บทางร้านอีกช่องทางหนึ่ง
เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คนไหนสนใจ
ลองแวะเข้าไปชมได้เลยนะคะ



DoLLBie HouSe


ร้านนี้ร่วมทำกับพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง ค่อนข้างสนิทกัน
เป็นพีที่น่ารักมากกกกก เรียกว่างามทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว
การร่วมกันทำธุรกิจครั้งนี้ เลยไม่มีอะไรต้องหนักใจ


ร้านนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก เราได้พบว่า
มีผู้หญิงจำนวนมากที่มีปัญหากับการช็อปปิ้ง
โดยเฉพาะคนที่อยู่ตจว. ซึ่งไม่มีโอกาสได้เข้าช็อปตามแหล่งช็อปปิ้งต่าง ๆ
จึงเลือกซื้อได้เฉพาะสินค้าขึ้นห้าง
ซึ่งดีไซน์ไม่หลากหลายมากนัก
บวกกับราคาที่ค่อนข้างสูง

ครั้นจะหาเลือกตามร้านเสื้อผ้าทั่วไป
แบบก็ไม่โดนใจ ....

ร้านเราจึงอยากเป็นตัวแทน
เลือกหาเสื้อผ้าที่สวยและคุณภาพดี เหมาะสมกับราคา

หลังจากเปิดร้านแล้วจขบ.รู้สึกว่า
สิ่งที่ท้าทายและชวนให้หลงใหลนั้น
ไม่ใช่เม็ดเงิน หรือกำไรที่เราได้จากการขายเสื้อผ้า
(เพราะแหล่งที่เราไปซื้อ
บางครั้งก็เป็นแหล่งซื้อเสื้อ้ผาทั่วไป
ไม่ใช่ศูนย์ค้าส่งแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นกำไรที่ได้ จึงไม่ใช่เงินก้อนโตอย่างที่คิด)

แต่เป็นวิธีการและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เราทุ่มเท
และใส่ใจในการสร้างมันขึ้นมามากกว่า
เรียกได้ว่า สนุกกว่าการทำงานเป็นร้อยเท่า
(แต่เรื่องรายได้ เราก็ยังต้องยึดงานประจำเป็นหลัก)

และเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ "ประสบการณ์" ค่ะ
จากการเปิดร้านครั้งนี้ ทำให้เรารู้อะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง
ซึ่งเราอาจจะไม่มีวันรู้เลย หากเราไม่ได้ลงมือทำมันจริง ๆ

สุดท้ายนี้ขอฝากร้านดอลบี้เฮ้าส์ไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะคร๊า
(ลิเกเจรง ๆ .... อิอิ)




 

Create Date : 12 กันยายน 2552    
Last Update : 14 กันยายน 2552 23:16:30 น.
Counter : 332 Pageviews.  

ลัลลา..สปาปลา @ Dr.Fish


สวัสดีคร๊า...มีใครชอบทำสปากันบ้างป่าวเอ่ย
วันนี้จะพาไปทำสปากันค่ะ ใกล้ ๆ แค่นี้เอง ที่สวนลุมไนท์บาซาร์
แต่ Therapist ของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่พนักงานสาวสวยนะคะ
แต่เป็นปลาตัวน้อย ๆ ....เพราะมันเป็น "สปาปลา" นั่นเองงงงง


ก่อนอื่นขอบอกรายละเอียดสถานที่ก่อนนะคะ

ชื่อร้าน : Dr.Fish (ดูตามแผนที่ด้านล่างเลยค่ะ)
เวลาเปิด-ปิด : เที่ยงวันยันเที่ยงคืน
ค่าบริการ : 15 min/ 200 THB
30 min/ 300 THB
ตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น มา 6 จ่าย 5 ด้วยค่ะ (ข้อมูลวันที่ 31 ก.ค. 2552)



ผู้ทำหน้าที่ Therapist ของเราคือ ปลาบำบัด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "Garra rufa



มีถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำประเทศแถบเอชียตะวันออกกลาง (ตุรกี, อิรัก, อิหร่าน, ปากีสถาน)
การ์รารูฟา จะเกาะและตอดในลักษณะสั่นแบบช็อตไฟฟ้า
โดยจะดูดเซลที่ตาย แบคทีเรียและเชื้อราที่ก่อให้เกิดกลิ่น
และยังปล่อยเอนไซม์ กระตุ้นผิวให้เกิดเซลส์ใหม่
(ทำครั้งเดียวจะเห็นผลมั๊ยเนี่ย....)


ว่าแล้วก็...เข้าไปกันเลยดีกว่า
รูปแรกเป็นภาพจากบรรยากาศหน้าร้าน สีสันสะดุดตามากเลย
ดูสีไฟป้ายชื่อร้านสิ...




ร้านนี้กว้างหนึ่งห้อง มีบ่อปลาให้จุ่มขาอยู่สามบ่อ
บ่อหนึ่งก็นั่งได้ประมาณ 3-4 คนค่ะ
เมื่อเข้ามาถึงในร้านแล้ว เราก็ต้องไปล้างเท้ากันก่อนค่ะ
โดยจะมีพนักงานในร้านล้างให้ (กันปลาตาย...หุหุ)
หลังจากล้างเท้ากันเสร็จแล้ว ก็ลุยกันเลย.....




วันนั้นไปนั่งจุ่มขากันสี่คน สนุกสนานเฮฮากันสุด ๆ
นึกแล้วยังอดขำไม่ได้ เพราะเสียงดังกันสุดฤทธิ์
โดยเฉพาะตอนที่จุ่มขาลงไปตอนแรก ... ฮ่าๆๆๆ
เหมือนตัวเองเป็นขนมปัง ตอนโยนไปให้ปลากินเลยอ่ะ
ตอนปลาตอดจะรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตแปล๊บ ๆ
ยิ่งถ้าไปนั่งอยู่ในบ่อคนเดียวเนี่ย...
ปลาทุกตัวจะดาหน้ามารุมตอดขาเรา....สนุกดีอ่า
พอนั่งไปสักพักก็จะชินนะ....



ชอบการตกแต่งของร้าน สีชมพูสดใส ....
และก็รูปน้องแมวที่ติดไว้ทั่วร้านอีก น่าร้ากกก...
เค้าขายด้วยนะ แต่ไม่ได้ถามว่าขายเท่าไหร่
ติดใจน้องแมว อยากวาดได้แบบนี้บ้างจัง....





ผ่านไปสามสิบนาที หมดเวลาแล้ววววว.....
จากนั้นก็เข้าคิวล้างเท้าล้างขากันอีกรอบ....


มาดูเรียวขาหลังขึ้นจากบ่อกัน...
หลังจากลูบ ๆ คลำ ๆ ขา หลังจากไปนั่งให้ปลาตอด
ก็รู้สึกขาเนียน ๆ ลื่น ๆ ขึ้น (เอ...หรือว่าเพราะเอาขาลงไปแช่น้ำนาน?)
พี่บางคนที่ไปด้วยกันบอกว่า รู้สึกว่าฝ่าเท้านิ่มขึ้นอ่า
แต่สำหรับเราเอง ไม่รู้สึกอะไร(ตามเคย)



แต่สนุกดีอ่ะ ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ....
อ๊ะ...ลืมบอกเบอร์โทร. ใครสนใจโทรไปสอบถามได้ที่ 087-352-0785
แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างน้า...




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 22:39:42 น.
Counter : 730 Pageviews.  

1  2  

TyShaE
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โลกนี้ช่างกว้างนัก จะดีแค่ไหน...
หากเราได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ
ประสบการณ์ดี ๆ ให้แก่กัน \(^8^)\

"รูปในบล็อกนี้เก็บเอาไว้ดูส่วนตัวได้ค่ะ
แต่อย่าเอาไปเผยแพร่เลยน้า"

เสื้อผ้าน่ารักมีสไตล์อย่าง dollbie house

DoLLBie HouSe
Friends' blogs
[Add TyShaE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.