รู้จัก 9 ลักษณ์ หลักบริหารคน
เมื่อตอนเป็นเด็กผู้เขียนมีไทป์ 5 ที่ยังไม่เด่นชัดอย่างนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปตอนเป็นเด็กก็เหมือนผู้เขียนมีทั้ง 4 และ 5 พอ ๆ กันค่ะ พอเป็นช่วงวัยรุ่นก็มีไทป์ 4 มากกว่าไทป์ 5 แต่ปัจจุบันผู้เขียนมีความเป็นไทป์ 5 เด่นชัด รุนแรง และเข้มข้นสุด ๆ จึงทำให้เป็นคนเข้าใจอะไรยากซักหน่อยค่ะ ถือว่าโชคดีนะคะที่ไม่ได้เป็นขนาดนี้ตั้งแต่เด็ก...ไม่งั้นชีวิตวัยเด็กคงเป็นเด็กเรียนอย่างเดียว โดยไม่ได้เล่น ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร เพราะมัวแต่ค้นคว้าหาความรู้อย่างเดียว (ปัจจุบันเป็นอย่างนี้)

ดังนั้นในช่วงชีวิตปัจจุบันที่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ผู้เขียนจึงต้องใช้ข้อมูลเยอะมากกว่าชาวบ้านเค้ายังไงไม่รู้ค่ะ ถ้าข้อมูลน้อยมันไม่พอให้เกิดความเข้าใจค่ะ ต้องรู้ให้เยอะ ต้องมีข้อมูลมาก ๆ ต้องเข้าใจภาพย่อยไว้ต่อจิกซอว์ภาพใหญ่ ถ้าให้วิเคราะห์ตัวเอง ก็อยากบอกว่าน่าจะเป็นเพราะทุกการเรียนรู้ในปัจจุบันนี้ไม่มีอารมณ์และความรู้สึกมาเกี่ยวข้องเลย เหมือนมันขาดไปมิติหนึ่งมันจึงขาดความสมบูรณ์ มันทำให้ผู้เขียนเข้าใจอะไรยากจริง ๆ ค่ะ...แต่เวลาที่ผู้เขียนรู้ข้อเท็จจริงเยอะ มีข้อมูลเต็มมือ ถ้าจะตัดสินใจอะไรก็เรียกว่ามีความแม่นยำสูง ก็เพราะไม่ได้ใช้อารมณ์มาเกี่ยวข้องนี่แหล่ะค่ะ ก็ไม่ใช่ว่าจะแต่มีข้อด้อยซะทีเดียว 555

นึกถึงตอนทำบล็อกซี่รี่ยเกาหลีเรื่อง You Are Beautiful ที่พระเอกมองไม่เห็นดวงดาวในเวลากลางคืน ที่ผู้เขียนติดค้างไม่เข้าใจว่ามันมีความหมายที่สื่อถึงอะไร...ตอนนี้ผู้เขียนคิดว่าคิดออกแล้วค่ะ...ดวงดาวน่าจะหมายถึงอารมณ์และความรู้สึกค่ะ

แล้วปัญหาใหญ่อีกอันคือ มีปัญหามากเรื่องการศึกษาตามระบบค่ะ ลงคอร์สอะไรไว้พร้อมคนอื่น แต่จบไม่พร้อมกันค่ะ ต้องลงซ้ำหรือต้องศึกษาเพิ่มเติมในสไตล์ตัวเอง สรุปคือใช้เวลามากกว่าคนอื่นค่ะ...หลาย ๆ ครั้งก็เบื่อตัวเองเหมือนกัน 5555

เหมือนเรื่อง Enneagram ก็เช่นกันเมื่อผู้เขียนชอบและสนใจ จึงหมั่นหาข้อมูลสะสมไว้ศึกษาเยอะค่ะ หัวข้อนี้ก็ไปอ่านเจอในเน็ตแล้วชอบจึงเซฟไว้ วันนี้เลยเอามาแบ่งกันอ่านค่ะ.....อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ......สำหรับเรื่องเล่ายังไม่ว่างทำเลยค่ะ ยังติดดูซี่รี่ย์อยู่เลยยยยย เดี๋ยวทำเรื่อง Enneagram อีก 2 เรื่องคือเรื่องนี้แล้วก็เรื่อง “วิธีจีบเพศตรงข้ามของบุคคล 9 แบบ ตามหลัก Enneagram (นพลักษณ์) ” แล้วกะว่าจะมาทำเรื่องเล่าซะทีค่ะ

จากใจผู้เขียนค่ะ

ลามูเต้






รู้จัก 9 ลักษณ์ หลักบริหารคน

แน่นอนหากบุคลากรของทุกองค์กรเป็นบุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อองค์กรนั้น ๆ และตัวบุคลากรเองก็ยังเป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นใหม่ต่อไปได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี แต่การที่ทำให้ทุกคนมีประสิทธิภาพเหมือนกันได้หมดคงไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งต้องอาศัยเวลาพอสมควร แต่ทว่านั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถไปนัก หากรู้จักเรียนรู้และพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ เมื่อรู้จักตนเองดีพอแล้วต้องไม่ลืมที่จะให้ความร่วมมือกันในทีม

ผู้เขียนมีโอกาสไปฟังสัมมนา หัวข้อ Enneagram : รู้ลักษณ์ บริหารคน จัดโดยนิตยสาร MBA และเห็นว่าเป็นประโยชน์ไม่น้อยจึงนำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบกันพอสังเขป

เอ็นเนียแกรม คืออะไร

เอ็นเนียแกรม เป็นศาสตร์โบราณเกี่ยวกับการวิเคราะห์ลักษณะคน ศึกษาและรวบรวมโดยนักบวชลัทธิซูฟีของศาสนาอิสลาม ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยเอ็นเนียแกรมได้เข้ามาเมื่อ 8 ปีที่แล้วและแพร่หลายในกลุ่มเล็ก ๆ โดยท่านสันติกโรภิกขุ พระภิกษุชาวอเมริกัน ซึ่งศาสตร์นี้เป็นภาษาไทยว่า นพลักษณ์ อันหมายถึงลักษณะ 9 แบบ และที่สำคัญนพลักษณ์ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ โหงวเฮ้ง ไม่เกี่ยวกับหลักธรรมของศาสนาใด ๆ แต่ทว่าเป็นศาสตร์ที่ช่วยอธิบายพฤติกรรมทางด้านจิตวิญญาณและจิตวิทยาของตนเองและผู้อื่น ที่เรามองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจนั่นเอง

ปัจจุบันมีหลายองค์กรได้นำทักษะความรู้ในเรื่องนพลักษณ์ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบริหาร และกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานมีประโยชน์หลากหลาย เช่น พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น มอบหมายคนให้ตรงกับงาน ลดความขัดแย้ง ลดความแตกต่าง พัฒนาการเพื่อการสื่อสารระหว่างบุคคล ทั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี ศาสตร์นพลักษณ์นั้นเสมือนหนึ่งเป็นเครื่องมือสำรวจตัวเองเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้น คุณจะต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ได้เกิดจากสิ่งภายนอกแต่เกิดจากภายในตัวบุคคล และหากอยากจะรู้ว่าคุณเป็นคนลักษณ์ใดนั้นก็ต้องหมั่นสังเกตตนเอง ให้เวลากับตัวเอง อยู่กับความคุ้นเคยบ่อย ๆ รวมถึงเรียนรู้เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้องว่าเป็นคนลักษณ์ใด ซึ่งแต่ละลักษณ์ก็มีทั้งข้อดีข้อเสียทั้งต่างและคล้ายกันอยู่บ้าง และมีแนวทางการปรับปรุงต่างกันไป เรียกว่าเมื่อเรียนรู้กันและกันแล้ว คราวนี้ก็เข้าสู่การเข้าใจตนเองและยอมรับผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็น ก็จะช่วยให้สื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9 ลักษณ์ ประกอบด้วย

1. คนสมบูรณ์แบบ (The Perfectionist)

เป็นคนลักษณะที่เรียกว่าต้องการปรับปรุงตนเองและมีชีวิตในแบบที่ถูกต้อง เป็นฯคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ตนเองและผู้อื่น ในด้านเด่นคนนี้ลักษณ์เป็นคนทำงานหนัก อุทิศตนให้งาน มีวินัยในตนเองสูง ทำอะไรเป็นแบบแผน ซื่อสัตย์ มีอุดมคติและจริยธรรม ต้องการรางวัลในการทำงานแต่ไม่ยอมร้องขอ เมื่อโกรธจะไม่ค่อยแสดงออก ในด้านด้อยอาจมีแนวโน้มชอบตัดสินคนอื่น ช่างวิตกกังวล ชอบโต้เถียง เหน็บแนม ดื้อรั้น และมักเอาจริงเอาจังเกินไป รวมไปถึงนิสัยที่ชอบควบคุมคนอื่น

สื่อสารกับคนลักษณ์ 1 พยายามเติมอารมณ์ขันเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปในวงสนทนา แสดงให้เห็นว่าไม่ได้หัวเราะสิ่งที่เขาพูด เพิ่มน้ำหนักให้กับประเด็นที่เขาค้านหัวชนฝาหากเป็นวิธีเดียวที่ทำให้งานเดิน พยายามต้อนรับคำวิพากษ์วิจารณ์คนลักษณ์นี้เถอะ หากยังอยู่ในบริบทที่เป็นบวกหรือเหมาะสม

สร้างแรงจูงใจโดย กำหนดบทบาทการทำงานให้เขาเพราะคนลักษณ์นี้กลัวความผิดพลาด หรือไม่ก็ประสานความสมบูรณ์แบบเข้ากับความเป็นจริง สร้างมาตรฐานของงานกับเขาโดยใช้วิสัยทัศน์เชิงบวก และที่สำคัญคุณต้องซื่อสัตย์และยุติธรรมกับเขาพอ

2. ผู้ให้ (The Giver)

เป็นคนที่ต้องการมีคุณค่า เป็นที่รักของคนอื่น มีจิตวิทยาในการสื่อสารกับคนอื่นมาก เข้ากับคนอื่นได้ดี และมีพลังเหลือเฟือมาจากความภาคภูมิใจที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือ ชอบทำตัวเป็นมือขวาในการทำงาน เหมือนพวกเลขาฯ รู้ความลับเจ้านาย ประมาณว่ากุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง ชอบเป็นศูนย์กลางข้อมูลของทุก ๆ อย่าง ชอบให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำ ไม่ว่าคนอื่นต้องการหรือไม่ก็ตาม มีหลายบุคลิก ปรับเปลี่ยนตนเองไปตามสถานการณ์และความต้องการของคนอื่น ด้านไม่ดีอาจควบคุมคนอื่นด้วยการประจบ เยินยอ คนลักษณ์นี้จัดเป็นนักสื่อสารตัวยง

สื่อสารกับคนลักษณ์ 2 ควรใช้กิริยาและน้ำเสียงที่อบอุ่น แสดงความสนใจเป็นการส่วนตัวและชื่นชมในตัวเขาไม่ควรให้ความคาดหวังเพราะเขาอาจหวังว่าจะต้องได้รับในเรื่องการวิพากษ์ต้อง ชี้ชัดตรงประเด็น

สร้างแรงจูงใจโดย สัมพันธภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่เขาต้องการ ในการทำงานมักลำดับว่าเป็นงานของใคร ซึ่งก็จะให้ความสำคัญกับผู้มีอำนาจมากกว่าก่อน ซึ่งจริง ๆ ต้องโฟกัสไปที่งาน ไม่ใช่ที่คน

3. นักแสดง ( The Performer )

เป็นผู้ใฝ่ความสำเร็จ แรงจูงใจคือการเป็นที่ยอมรับนับถือ ประสบความสำเร็จในงานทุกด้าน ภายนอกดูเป็นคนมีความสุขและมองคนในแง่ดี การรักษาภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่เขาใส่ใจทุ่มเททำงานหนัก บ้างานจนทิ้งครอบครัว ไม่ดูแลตัวเองหวังว่าคนอื่นจะทำงานหนักด้วย เลี่ยงความล้มเหลวทุกประการ เลือกทางที่จะได้รับการตอบรับที่ดีเท่านั้น ถ้าเกิดความล้มเหลวจะโยนใส่คนอื่น ชอบแข่งขัน มุ่งเอาชนะ ต้องการชิงตำแหน่งผู้นำ ทนการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

สื่อสารกับคนลักษณ์ 3 ใช้วิธีการสื่อสารแบบเซลล์แมน เขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกโอกาส ด้วยความที่เป็นคนห่วงภาพลักษณ์อย่างมาก ดังนั้น วิธีการสื่อสารคือแสดงให้เห็นว่า “ นับถือความสามารถเขาจริงๆ แต่ไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ”

สร้างแรงจูงใจโดย ควรฉายภาพเส้นทางสู่ความสำเร็จในองค์กรอย่างชัดเจน เพราะพวกเขาจะปีนป่ายไปสู่จุดนั้น ระบบการตรวจสอบและให้รางวัลจะทำให้เขามีความสุข บางทีใช้เวลาทำงานมากเกินไปอาจต้องสนับสนุนให้พักผ่อนหรือลาพักร้อนเพื่อความสมดุล

4. คนโศกซึ้ง ( The Tragic Romantic )

เป็นคนที่ต้องการที่จะเข้าใจความรู้สึกตัวเอง แสวงหาความหมายของชีวิต หลีกเลี่ยงความสามัญธรรมดา ต้องการงานที่แตกต่าง งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพของงานขึ้นอยู่กับสภาพอารมณ์ มีบุคลิกศิลปิน ช่างจินตนาการ ต้องการแสดงความรู้สึกออกมา อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นคนพิเศษ ข้อด้อยไม่สามารถแยกเรื่องรักใคร่ส่วนตัวออกจากกิจธุระ ก้าวร้าว หรือพยายามขับคู่แข่งขันออกไปจากพื้นที่การทำงาน แต่ชอบคนเก่งที่อยู่นอกทีม จะว้าวุ่นรู้สึกเหี่ยวเฉา ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนเก่งกว่า หรือได้รับความสำคัญกว่า

สื่อสารกับคนลักษณ์ 4 ต้องการความสนับสนุนทางจิตใจ ความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญ อย่าหนีหน้าเวลาเขาแสดงอารมณ์ แม้อารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ประสิทธิภาพการทำงานจะกลับคืนมาด้วยเมื่อสติเขากลับคืนมา

สร้างแรงจูงใจโดย จะถูกขับเคลื่อนด้วยความสนใจอย่างพิเศษ ตารางทำงานอาจไม่มีแบบแผนไม่เหมือนใคร ควรบอกให้ตระหนักเรื่องเวลา หากคุณเป็นหัวหน้าเตรียมรับมือกับงานล่าช้า หรือการขาดงานของลูกน้องกลุ่มนี้ไว้บ้าง

5. นักสังเกตการณ์ ( The observer )

เป็นคนที่ต้องการรู้และเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง หลีกเลี่ยงความรู้สึกของการถูกครอบงำหรือบุกรุก ชอบสะสม ชอบอยู่คนเดียว ใช้ความคิดหรือในสิ่งที่ตนสนใจ ต้องการอะไรที่คาดการณ์ได้ ตัดสินใจโดยปราศจากความรู้สึกส่วนตัว จะถือว่าการแสดงอารมณ์เป็นการเสียการควบคุมตนเอง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งจนถึงที่สุด จะมีประสิทธิภาพมากถ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวหรือสังสรรค์กับใคร ทำงานหนักได้ถ้าได้รับความเป็นอิสระและความเป็นส่วนตัว

สื่อสารกับคนลักษณ์ 5 เป็นคนที่คนอื่นอาจรู้จักเขาน้อยหรือไม่ค่อยเข้าใจ เพราะไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งถอยห่าง ดังนั้น พึงเคารพในพื้นที่ของเขา ปล่อยให้คิดเห็นอย่างเป็นอิสระ ไม่ควรคะยั้นคะยอถามว่ารู้สึกอย่างไร


สร้างแรงจูงใจโดย ให้เวลาในการเสนอแนวคิด วิสัยทัศน์ เขาชอบอยู่ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเปิดโอกาสให้ได้ประเมินสิ่งต่าง ๆ แต่อาจจะยากหากให้เขาเป็นคนแรกในการแยกประเด็น

6. นักปุจฉา ( The Questioner )

เป็นคนต้องการความมั่นคงปลอดภัย เป็นคนกลัวการขู่คุกคามแล้วจะแสดงความกลัวออกมา ระแวดระวัง ขี้สงสัย ลังเล มองโลกในแง่ร้าย บางครั้งพยายามทำตัวให้ถูกใจคนอื่น ส่วนประเภทกลัวแล้วจะสู้จะดูกล้าหาญ ท้าทายเพื่อปกปิดความกลัว ส่วนใหญ่จะมีลักษณะทั้งสองปนกัน

สื่อสารกับคนลักษณ์ 6 พยายามลดช่องว่างของความเสี่ยงให้มากที่สุด แต่คาดหวังผลลัพธ์สูง เป็นคนที่ไม่สามารถพูดในที่สาธารณะ ต้องการการยืนยันแน่นอนก่อนจะเคลื่อนไหว

สร้างแรงจูงใจโดย หากทีมงานแสดงให้เขาสามารถวางใจได้ ไม่มีอะไรซ่อนเร้น คนลักษณ์นี้จะซื่อสัตย์ภักดีอย่างมาก ส่วนอีกวิธีหนึ่งควรป้องกันเรื่องสภาพจิตใจ อย่าปล่อยให้เป็นคนคิดมาก เพราะอาจเป็นคนระแวงจนเกินไป ช่วยขจัดความลังเล และพยายามสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้มั่นคง ไว้ใจได้

7. นักผจญภัย ( The Adventure )

เป็นคนต้องการที่จะมีความสุข หลีกเลี่ยงความทุกข์ ความเจ็บปวด ปิดบังความกระวนกระวายด้วยการทำตัวให้ยุ่ง และมีแผนการมากมายที่ยังไม่ได้ลงมือทำ มีความรู้สึกข้างในว่าตัวเองเก่งและมีคุณค่า เปิดรับความคิดใหม่ๆ มากกว่าความจำเจ เป็นพวกต่อต้านอำนาจแบบลักษณ์ 8 แต่จะใช้วิธีเล็ดลอดแทนการเผชิญหน้าโดยตรง ละมุนละม่อมในการแก้ปัญหา มักเป็นเพื่อนร่วมงานที่สร้างความสุข สนุกสนานให้เสมอ ด้วยการมีอารมณ์ขัน ความคิดสร้างสรรค์และการให้อภัย ชอบความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกัน แต่ก็มีแนวโน้มเบี่ยงแบนชักจูงคนอื่นเพื่อตนเอง

สื่อสารกับคนลักษณ์ 7 ด้วยความเป็นคนมองโลกในแง่ดี ทำให้เป็นคนสบาย ๆ ง่าย ๆ แต่บ่อยครั้งก็หละหลวม จึงยากที่จะควบคุมคนพวกนี้ สิ่งหนึ่งคือควรช่วยประสานแนวคิดให้เป็นไปในทางเดียวกัน พยายามให้เขามองด้านลบไปพร้อมกับด้านบวก

สร้างแรงจูงใจ ต้อนรับวิสัยทัศน์แง่บอกอย่างยินดี ร่วมแชร์ความคิดกับเขา เพราะจะสนุกสนานในการพบปะผู้คน ไม่ควรใช้วิธีการสั่งการหรือควบคุม เพราะเขาจะทำตัวลื่นไหลและหนีห่างจากความรับผิดชอบ

8. เจ้านาย ( The Boss )

มีความต้องการพึ่งตนเอง เข้มแข็ง มีอิทธิพลต่อโลกเป็นพวกมีปัญหาเกี่ยวกับความโกรธและหลงลืมตัวเอง ชอบสวมบทบาทผู้คุมกฎ แตกต่างจากลักษณ์ 1 ตรงที่เขาพร้อมจะแสดงความโกรธออกมาได้เสมอ ในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้นำก็แสดงบทบาทเอง อาจมองการประนีประนอมว่าเป็นการยินยอม อ่อนแอ มีความกังวลอย่างสูงว่าจะถูกครอบงำ สนใจเรื่องความถูกต้องยุติธรรมและการปกป้องคน ข้อด้อย มักมองว่าตนเองถูกยึดเป็นศูนย์กลางโกรธอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีวาระซ่อนเร้น แสดงความโกรธแบบไม่ยั้ง สนับสนุนกฎเกณฑ์ที่เข้ากับตนเอง เบี่ยงเบนกฎที่ไม่ถูกใจ

สื่อสารกับคนลักษณ์ 8 ควรสื่อสารแบบตรงไปตรงมา เมื่อเขาโกรธหรือตำหนิติเตียนก็ยอมรับ แต่อย่าเอามาเป็นเรื่องส่วนตัว คนลักษณ์นี้รับมือกับข่าวร้ายได้ดี แต่หากมองข้ามเขาจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลัง ตรงไปตรงมาดีกว่า

สร้างแรงจูงใจโดย เต็มไปด้วยความปรารถนาในชีวิต พลังการแข่งขัน ท้าทาย ควรให้การเคารพนับถือ ความยุติธรรม และการสื่อสารที่ซื่อตรงหากต้องการให้เขาเป็นพันธมิตร

9. นักประสานไมตรี ( The Peacemaker )

เป็นคนหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทุกรูปแบบ ดูผ่อนคลายสบาย ๆ มีความต้องการมีสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ชอบการทำงานชัดเจนหรือทำงานเป็นกระบวนการทำงานได้รวดเร็ว ประสานงานดี วางลำดับความสำคัญงานยาก แต่ก็ไม่ชอบถูกกะเกณฑ์โดยคนอื่น ทำงานแข่งกับเส้นตาย ใช้เวลาจนนาทีสุดท้าย ข้อด้อย มักหลงลืมความต้องการ แต่บางทีก็แสดงความโกรธออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพิกเฉยปัญหาแล้วก็โทษระบบ โทษการจัดการว่าไม่ดีซะอย่างนั้น

สื่อสารกับคนลักษณ์ 9 หากเขาไม่ตอบรับแสดงว่าเขาปฏิเสธ หากต้องการให้ตกลงควรวางกรอบการสนทนาที่ชัดเจน พยายามควานหาความต้องการของเขาใส่ไปในโครงการด้วย

สร้างแรงจูงใจโดย ควรแสดงออกว่าเขามีคุณค่า จุดแข็งคนลักษณ์ 9 มองภาพกว้างจะช่วยในการมองยุทธศาสตร์ได้ดี ทำงานกับลักษณ์นี้ต้องใช้ความประนีประนอม ใจเย็นสักนิด อย่ายืนกรานตลอดเวลา อาจต้องใช้เวลาพอสมควรหากให้ต้องการให้ซึมซับความคิดต่าง ๆ






ขอขอบคุณที่มา : หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2548





Create Date : 31 มกราคม 2554
Last Update : 31 มกราคม 2554 21:34:27 น.
Counter : 873 Pageviews.

2 comments
  
เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผสมผสานกันได้คะ ในคนคนนึงน่ะค่ะ

อ่านดู เป็น type 9 มากกว่าอย่างอื่น แต่ก็มีลักษณะอย่าง type 1 ปน เหมือนกันนะคะ ขึ้นอยู่สถานการณ์หรือเปล่าคะ
โดย: ดวงลดา วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:20:36 น.
  
ค.ห. 1 คะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันนะคะ เพราะถนัดแต่ของตัวเองค่ะ

ที่จริงมันจะมีไทป์หลักเพียง 1 ไทป์ค่ะ
ก็เป็นไปได้ค่ะว่าถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นไทป์ 9 อาจมีความเป็นไทป์ปีกที่อยู่ข้าง ๆ ไทป์ 9 คือไทป์ 1 และ ไทป์ 8

ตอนที่อบรม คนไทป์ 9 จะบอกว่าชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ชอบทำอะไรจะรอจนถึงวัน deadline
ชอบทำเรื่องของคนอื่นก่อน แต่เรื่องของตัวเองชอบเอาไว้ทีหลัง
ประมาณหลงลืมตัวเองน่ะค่ะ...ของคุณมีแนวโน้มประมาณนี้ไหมคะ

คือก็ไม่กล้าแนะนำมาก เพราะถนัดแต่ไทป์ 4+5 ของตัวเองค่ะ 5555
โดย: ลามูเต้ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:39:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ลามูเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



ไทป์ 5....การง่วนอยู่กับรูปแบบที่คุ้นเคยจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อนได้