ลักษณ์ทั้ง 9 โดยย่อ
บทเกริ่นนำของผู้เขียน

ผู้เขียนเริ่มรู้จัก Enneagram จากในพันทิปที่มีคนโพสไว้ในห้องหว้ากอ เรื่องคนไทป์ต่าง ๆ
จากจุดนั้นก็เริ่มหาความรู้จากในอินเตอร์เน็ต ก็อ่านไปเรื่อย ๆ
ทำแบบทดสอบหาตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าตัวเองไทป์อะไร 5555
แต่ขอโทษเถอะค่ะ....ผู้เขียนทำแบบทดสอบเท่าไรก็ไม่รู้เรื่อง คือไม่ค่อยเข้าใจคำถาม
คำตอบที่ได้ก็ไม่ค่อยแน่ใจถึงความถูกต้องแม่นยำ
จากนั้นจึงคิดไปอบรมเพื่อหาความรู้ที่ถูกต้อง จึงมีการนัดสัมภาษณ์หาลักษณ์คร่าว ๆ ก่อนอบรมจริง
(คือในการสัมภาษณ์นั้น เพื่อให้เหลือลักษณ์ที่น่าจะเป็นไปได้ประมาณ 2-3 ลักษณ์)
ในการสัมภาษณ์หาลักษณ์ จะมีพูดคุยถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงอายุ 25-30 ปี
(ยิ่งอายุไม่ถึง 20 ปีก็ยิ่งดี เพราะคนเราเมื่ออายุยิ่งมากขึ้น
กำแพงปกป้องตัวตนก็ยิ่งเยอะขึ้นหนาขึ้น เข้าถึงตัวตนภายในจริง ๆ ได้ยากขึ้น)
ว่าเราทำอะไรเพราะอะไร...เรียกว่าหาแรงขับแรงจูงใจของพฤติกรรมค่ะ
แต่ผู้เขียนก็ตอบไม่ได้อยู่ดีว่า สิ่งที่ทำไป ทำไปเพราะอะไร
หลาย ๆ คำถามที่ตอบไม่ได้ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์
จนกระทั่งอบรมเสร็จแล้วเป็นเวลาหลายเดือนผ่านไป
ถึงจะเพิ่งมาเข้าใจว่าบางสิ่งที่เราทำอย่างนั้น....เพราะอะไร
5555 นานมากกว่าจะหาเจอ
เรียกว่าต้องสังเกตตัวเองอย่างจริงจังและจริงใจค่ะ
ถึงจะเข้าถึงตัวตนภายในตามหลัก Enneagram ซึ่งมันมีอะไรที่มหัศจรรย์หลายอย่าง
สำหรับคนไทป์ 5 เจ้าปัญหาแบบผู้เขียน....ซึ่งเข้าใจอะไรได้ยากเย็นมาก (ไทป์ 5 คนอื่นอาจจะไม่เป็น)
ถือว่า Enneagram อธิบายความสับสนที่มีมาเนิ่นนานภายในตัวผู้เขียนได้เป็นอย่างดี
ที่ศาสตร์อันอื่นไม่สามารถทำให้ผู้เขียนเข้าใจตัวเองได้ขนาดนี้

สุดท้ายเมื่ออบรมเสร็จผู้เขียนก็รู้ตัวว่าตัวเองเป็นไทป์ 4 ค่ะ
แต่ปัจจุบันผู้เขียนเพิ่งค้นพบว่าตัวเองก็มีไทป์ 5 ด้วย
ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีไทป์หลัก 1 ไทป์และไทป์ที่เหลือต้องเป็นไทป์ปีก
แต่ผู้เขียนยังไม่ได้ไปอบรมนพลักษณ์ขั้นกลางและขั้นสูง เพื่อหาความรู้ต่อไป
จึงยังไม่สามารถระบุอย่างชัดเจน จึงขอใช้เรียกตัวเองว่าไทป์ 4+5 ไปก่อนค่ะ 5555

คือผู้เขียนพยายามจะบอกว่านี่คือการหาลักษณ์ในเบื้องต้น
ถ้าเจาะลึกลงไปมันจะมีลักษณ์ย่อยอีก 3 อย่างซึ่งก็มีผลกับพฤติกรรมมาก ๆ เหมือนกันค่ะ
เรียกว่ามีผลพอ ๆ กับลักษณ์หลักเลยค่ะ
แล้วยังมีลักษณ์ปีกที่อยู่ข้าง ๆ หลักหลักอีก 2 ข้าง
ซึ่งบางคนอาจมีลักษณ์ปีกข้างเดียวก็ได้ ค่ะ
ถึงได้บอกว่าเมื่อเราหาลักษณ์ได้คร่าว ๆ แล้วควรไปอบรมจริงอีกครั้ง
เพื่อความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อการพัฒนาไปอย่างถูกทิศทาง

ขอสรุปอีกครั้งค่ะ....
ที่จะอ่านต่อไปนี้ ควรมองย้อนกลับไปเมื่อเราเป็นเด็กนะคะ อายุไม่เกิน 30 ปี
หรือถ้าอายุปัจจุบันตอนนี้ไม่เกิน 20-25 ปีก็ยิ่งดีค่ะ
และความรู้ส่วนนี้คัดลอกมาจากบางส่วนของหนังสือ (ให้เครดิตหนังสือ)
“จากหนังสือรักผลิบาน งานผลิผล” เล่ม 2
ผู้เขียน เฮเลน พาล์มเมอร์
ผู้แปล ร.จันเสน

ถ้าท่านใดสนใจก็หาซื้อหนังสือมาหาความรู้เพื่มเติมก็ยิ่งดีค่ะ







ลักษณ์ทั้ง 9 โดยย่อ





ลักษณ์หนึ่ง นักสมบูรณ์แบบนิยม

เชื่อว่าความรักได้มาด้วยการทำตัวให้สมบูรณ์แบบ กังวลเรื่องความถูกต้อง พยายามทำตามมาตรฐานสูงสุด
ค้นหาฐานทางจริยธรรมเพื่อเป็นหลักในการสร้างชีวิต ความคิดรวมศูนย์อยู่ที่เรื่อง “น่าจะ” “ต้อง” “ควร”
เห็นว่าความสัมพันธ์ต้องไม่มีข้อบกพร่อง การงานต้องไร้ที่ติ

ในแง่บวก การยึดมั่นในความดี ทำให้ลักษณ์หนึ่งเหมาะจะเป็นผู้นำมวลมนุษย์ในการปรับปรุงตัวให้ขึ้น

แต่ในแง่ปกป้องตนเอง คนลักษณ์นี้มักจะรู้สึกว่าตนมีศีลธรรมสูงกว่าใคร ๆ ด้วยการจ้องจับผิดผู้อื่น

จุดเน้นความใส่ใจ
-แสวงหาความสมบูรณ์แบบ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและความชั่วร้าย
-มีมโนธรรม ศีลธรรมสูง
-คิดดี ในหัวมีแต่เรื่อง “น่าจะ” “ควร” “ต้อง”
-ทำดีเน้นคุณธรรมในทางปฏิบัติ เช่น มุ่งเน้นทำงาน ประหยัด ซื่อสัตย์ จริงใจ และพากเพียรบากบั่น
-เป็นคนดี วิจารณ์ตนเองอยู่ในใจอย่างเข้มงวด มีเสียงภายในใจคอยตัดสินตัวเองอยู่เสมอ
-การบังคับตัวเองให้ทำงานหนักสามารถกันความรู้สึกที่ไม่พึงปรารถนาออกไปได้
-โกรธเมื่อไม่ได้ตามความต้องการ การปฏิเสธตนเองก่อให้เกิดความขัดเคือง ไม่ตระหนักรู้ถึงความโกรธของตนเอง ( “วันนี้ฉันก็แค่มุ่งมั่นไฟแรงไปหน่อย”)
-กังวลกับการตัดสินใจ กลัวว่าจะผิดพลาด
-จุดเน้นความใส่ใจแบบนี้เป็นหลักประกันว่าชีวิตที่มีศีลธรรมจรรยาดี แต่ก็อาจนำมาซึ่งผลดังนี้ด้วยคือ
*** วิธีคิดแบบมีคำตอบเดียว ไม่ถูกก็ผิด ไม่ขาวก็ดำ ไม่มีสีเทา
*** ช่างติช่างวิจารณ์อย่างแรง มีสัญชาติญาณในเรื่องความสมบูรณ์แบบ





ลักษณ์สอง ผู้ให้

สร้างหลักประกันแก่ความรักด้วยการทำตัวเป็นผู้ช่วยเหลือ ดูแลจัดการชีวิตคนอื่น สนับสนุนและคอยเอาใจคู่ครอง เป็นพลังเบื้องหลังบัลลังก์ ปรับเปลี่ยนตัวตนไปหลายแง่มุมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อื่นอาจเป็นตัวตนเพื่อทีม ตัวตนเพื่อนาย และอีกหลายตัวตนในชีวิตส่วนตัว

ในแง่บวก นิสัยผู้ให้เช่นนี้ทำให้เป็นคนเสียสละและเอื้อเฟื้อ

แต่ในแง่ปกป้องตนเอง การให้นั้นแฝงไว้ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะได้รับการตอบแทน

จุดเน้นความใส่ใจ
-อยากได้การยอมรับ ปรับตัวเพื่อเอาใจคนอื่น หลีกเลี่ยงความต้องการของตัวเอง
-ทะนงตนว่าเป็นที่ต้องการของคนอื่น เป็นศูนย์กลางในชีวิตของผู้คน เป็นคนที่ใคร ๆ จะขาดไม่ได้
-มีสัญชาติญาณในการปรับเปลี่ยนตัวตนไปได้หลายอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อื่น
-สับสนระหว่างตัวตนต่าง ๆ “อันไหนคือตัวจริงของฉันกันแน่”
-ไม่ค่อยรู้ความต้องการของตัวเอง ได้ช่วยคนอื่นก็รู้สึกเหมือนได้สนองความต้องการของตนแล้ว
-อยากได้อิสรภาพ รู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่กับการคอยสนับสนุนผู้อื่น
-ปรับเปลี่ยนการนำเสนอตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอื่น การใส่ใจในลักษณะนี้สามารถนำไปสู่
***การเข้าถึงอารมณ์ของผู้อื่นด้วยความเห็นอกเห็นใจ
***หรือไม่ก็ การปรับตัวตามความปรารถนาของผู้อื่นเพื่อหวังได้ความรักตอบแทน หรือเพื่อให้เขายังคงรักตนไม่เปลี่ยนแปลง





ลักษณ์สาม นักแสดง

เชื่อว่าความรักได้มาด้วยการเป็นคนมีภาพลักษณ์ดีและประสบความสำเร็จ ชอบทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว มีพลังสูงและโดดเด่นในการงาน อ่อนไหวกับสถานะ ต้องการเป็นหนึ่ง เป็นผู้นำ เป็นคนที่ใคร ๆ ต้องมอง สร้างภาพให้คนประทับใจ หมกมุ่นกับงาน ระงับความรู้สึกไว้ขณะผลักดันงานให้ก้าวไป

ในแง่บวก ความเป็นนักแสดงและนักปฏิบัติก่อให้เกิดภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

แต่ถ้าใช้ปกป้องตนเอง เขาจะปรับแต่งภาพลักษณ์เพื่อส่งเสริมความสำเร็จส่วนตัว

จุดเน้นความใส่ใจ
-ความสำเร็จ ผลิตภาพ และผลงาน เป้าหมาย ภารกิจ และผลลัพธ์
-การแข่งขันและประสิทธิภาพ หลีกเลี่ยงความล้มเหลว
-ไม่ค่อยเข้าถึงชีวิตทางอารมณ์ ใจไปอยู่กับงาน
-คิดแบบหลากหลายเพื่อหนึ่งเดียว คิดได้หลาย ๆ ทาง แต่รวมศูนย์เพื่อผลผลิตหรือเป้าหมายเดียว
-“ ฉันคือสิ่งที่ฉันทำ ” แยกไม่ออกระหว่างตัวตนแท้กับงานหรือบทบาทที่เล่นอยู่
-เรียนรู้การ “ปั้นความรู้สึก” ปั้นภาพลักษณ์และเรียนรู้วิธีพูดเยี่ยงละคร
-เปลี่ยนบทบาทและภาพลักษณ์ได้เหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสี
-ความใส่ใจเช่นนี้สามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างสูง แต่ก็นำมาซึ่งผลดังนี้ด้วยคือ
***การหลอกตัวเอง เริ่มเชื่อว่าตัวเองเป็นไปตามภาพที่ปรากฏแก่คนทั่วไป





ลักษณ์สี่ คนโรแมนติก

โหยหาความรักที่อยู่ไกล รู้สึกผิดหวังเมื่อความรักเข้ามาอยู่ใกล้ แต่ก่อนเราเคยสื่อถึงกันได้ เดี๋ยวนี้กลับรู้สึกว่าไม่ใช่ เราเคยมีสิ่งนั้น มันหายไปไหน แสวงหาความเชื่อมโยงทางใจไปตลอดชีวิต มีทั้งการดึงดูด ความชิงชัง ความเจ็บปวด รู้สึกต่อชีวิตเหมือนละครมาก ใช้ชิวิตอย่างมีรสนิยม นำเสนอตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์ การงานอาชีพมีลักษณ์พิเศษ มีหัวสร้างสรรค์ทางธุรกิจ

ในแง่บวก การทุ่มเทใจแสวงหานำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง

แต่ในแง่ท่าทีต่อชีวิต อารมณ์เยี่ยงละครทำให้คนลักษณ์สี่รู้สึกเหมือนตนมีค่าเกินกว่าจะมาใช้ชีวิตธรรมดาสามัญ

จุดเน้นความใส่ใจ
-ต้องการสิ่งที่ยังไม่ได้ สิ่งที่อยู่ไกลและยากจะได้มา หลีกเลี่ยงความธรรมดาสามัญ
-อารมณ์ กิริยามารยาท ความหรูหราและรสนิยมที่ดี เหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยป้องกันการไม่นับถือตัวเอง
-หลงใหลอารมณ์โศก รสชาติของความโหยหา
-ไม่ชอบชีวิตธรรมดาสามัญ “ความรู้สึกธรรมดานั้นช่างจืดชืด”
-เพิ่มดีกรีให้แก่ชีวิตธรรมดาด้วยการสูญเสีย เรื่องฟุ้งฝัน คบหาศิลปิน และทำอะไร ๆ อย่างมีสีสันเหมือนละคร เล่นบทราชาและราชินี
-มีความสัมพันธ์แบบผลักๆ ดึง ๆ อยากได้สิ่งที่กำลังขาดและคิดถึงมาให้มากที่สุด แต่เมื่อได้มาแล้วก็ผลักออกไปอีก ลักษณะกลับไปกลับมาเช่นนี้จะยิ่งไปเสริม
***ความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งและสูญเสีย
***แต่ก็ช่วยให้เกิดความคมไว และลึกในทางอารมณ์ สามารถช่วยคนที่กำลังรวดร้าวและอยู่ในห้วงวิกฤต





ลักษณ์ห้า นักสังเกตการณ์

แยกจิตเว้นระยะห่างจากความรักและอารมณ์อันพวยพุ่ง ต้องอยู่ตามลำพังจึงจะค้นพบว่าตนรู้สึกอย่างไร ปลีกตัวจากผู้คน เมื่ออยู่กับตัวเองจะรู้สึกเข้าถึงอารมณ์ได้มากกว่า คนลักษณ์ห้าชอบสภาพแวดล้อมทางการงานที่มีการป้องกัน ไม่มีใครมาแทรกแซง จำกัดการติดต่อ และมีการประกาศวาระงานให้รู้ล่วงหน้า

ในแง่บวก ท่าทีเว้นห่างจากอารมณ์ทำให้เป็นคนที่เชื่อถือได้วิเคราะห์อะไรได้ชัดเจน

แต่ในแง่ยุทธศาสตร์ทางจิตวิทยา การเว้นห่างจากอารมณ์เป็นการลดการติดต่อพัวพัน

จุดเน้นความใส่ใจ
-หมกมุ่นกับความเป็นส่วนตัวและการไม่พัวพันกับใคร
-สั่งสมความรู้และสิ่งที่เป็นสาระสำหรับกาอยู่รอด หลีกเลี่ยงความว่างเปล่า
-มัธยัสถ์เพื่อรักษาความเป็นอิสระ (ไม่ต้องพึ่งพาใคร) อยู่ให้ได้ – ทำให้ได้ด้วยปัจจัยที่น้อยที่สุด
-ให้คุณค่าแก่การควบคุมอารมณ์ ชอบเรื่องที่มีความชัดเจน มีระเบียบวาระและเงื่อนเวลาที่แน่นอน
-แบ่งภาคชีวิตออกเป็นส่วน ๆ แยกจากกัน จัดสรรเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อตั้งรับเหตุการณ์ที่อาจมาทำให้อารมณ์พวยพุ่ง
-พลังอำนาจของการรู้ ระบบวิเคราะห์และข้อมูลพิเศษ อยากได้กุญแจไขไปสู่คำอธิบายกลไกของจักรวาล ไม่รู้สึกตรง ๆ แต่คิดเพื่อจะเข้าใจความรู้สึก
-สับสนเข้าใจว่าการแยกจิตเว้นห่างจากความเจ็บปวดทางอารมณ์ คือการปล่อยวางด้วยอุเบกขา
-มองชีวิตด้วยมุมมองของนักสังเกตการณ์ผู้อยู่วงนอก การใส่ใจแบบนี้สามารถนำไปสู่
***ความรู้สึกโดดเดี่ยวต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของตนเอง
***หรือไม่ก็ สามารถที่จะมองโลกแบบไม่ยึดติด ไม่หวั่นไหวไปกับความอยากหรือความกลัว





ลักษณ์หก พลรบ

สงสัยในความรักและอนาคตอันหอมหวาน ไม่กล้าเชื่อ กลัวถูกทรยศ เธอยังต้องการฉันอยู่หรือเปล่า งานของฉันจะก้าวหน้าไหม เรื่องนี้แน่นอนมั้ย ฉันน่าจะสงสัยนะ แต่เมื่อรักก็รักอย่างภักดี และจะเฝ้าขอคำมั่นจากคนรักไม่หยุดหย่อน ไม่ไว้ใจผู้มีอำนาจและมักจะตั้งคำถามเจ็บ ๆ ในเรื่องงาน

เมื่อใช้ในทางที่ดี จิตใจช่างสงสัยช่วยให้เห็นเป้าหมายชัดเจน

แต่ในแง่ท่าทีต่อชีวิต ความสงสัยในใจจะขัดขวางความก้าวหน้า

จุดเน้นความใส่ใจ
-ผัดวันประกันพรุ่ง การคิดเข้าแทนที่การกระทำ หลีกเลี่ยงการลงมือกระทำ
-ตั้งเป้าไว้สูง แต่มักจะไปไม่ถึงดวงดาว
-ยิ่งใกล้ความสำเร็จก็ยิ่งกระวนกระวาย ความสำเร็จหมายถึงการออกไปเผชิญความเป็นศัตรู
-ลืมความสำเร็จและความรื่นรมย์
-มีปัญหาเกี่ยวกับผู้มีอำนาจ ถ้าไม่ศิโรราบก็ขบถไปเลย
-ตั้งแง่สงสัยแรงจูงใจของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ
-เข้าพวกกับฝ่ายที่เสียเปรียบหรือเป็นรอง เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
-กลัวที่จะยอมรับความโกรธของตนเอง กลัวความโกรธของผู้อื่น
-สงสัยจัด ตรงกับ “จิตสงสัยหรือวิจิกิจฉา” ในพุทธศาสนา
-มีจิตใจประเภท “ใช่ แต่...” หรือ “ นี่อาจใช้ไม่ได้ ”
-สำรวจกราดไปในสภาพแวดล้อมเพื่อมองหาเงื่อนงำที่จะอธิบายความหวาดหวั่นภายในใจตัวเอง
-การใส่ใจแบบนี้จะยิ่งย้ำยืนยันว่า
***โลกคือสถานที่ที่มีภัยคุกคาม
***แต่ก็ช่วยให้จับได้ถึงแรงจูงใจและจุดประสงค์ซ่อนเร้นที่ครอบงำความสัมพันธ์





ลักษณ์เจ็ด นักเสพประสบการณ์

ู้สึกว่าตนสมควรได้รับความรักและความนิยม คาดหวังให้โครงการต่าง ๆ ออกมาดี ความรักและการงานควรเป็นการผจญภัย ต้องการใช้ชีวิตให้มีรสชาติ ส่วนดีที่สุดของความรักคือตอนเริ่มต้องตาต้องใจกัน ส่วนดีที่สุดของการงานคือตอนเกิดไอเดียอันบรรเจิด เป็นนักระดมความคิด วางแผน เปิดกว้างรับทางเลือกต่าง ๆ มองอนาคตในแง่ดี มองการงานเป็นเรื่องตื่นเต้นท้าทาย

ในแง่บวก ท่าทีนักผจญภัยช่วยให้คนรอบข้างกระตือรือร้นไปด้วย

แต่ในแง่อุบายรับใช้ตัวเอง การหลงใหลความรื่นรมย์เป็นหนทางหนึ่งในการหนีความเจ็บปวด

จุดเน้นความใส่ใจ
-การกระตุ้นเร้า หาสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมาทำ ต้องการโลดลอยไปไม่มีตก หลีกเลี่ยงความเจ็บปวด
-เปิดทางเลือกหลายทางไว้เสมอ ไม่ยอมผูกมัดกับแนวทางเดียว กลัวการถูกจำกัด
-หาทางเลือกอันน่าพึงใจมาแทนที่ความรู้สึกร้าวลึกหรือเจ็บปวด หนีไปสู่ความรื่นรมย์ทางความคิด ชอบพูดคุยวางแผนลับสมองลองปัญญา
-ใช้เสน่ห์เป็นด้านหน้าในการป้องกันตัว กลัวคนประเภทที่เดินหน้าเข้าตีสนิทกับใครต่อใคร หลีกเลี่ยงความ ขัดแย้งด้วยการหาช่องลื่นไหลอาศัยคารมกู้สถานการณ์
-ใส่ใจกับการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นระบบ เพื่อจะได้เห็นช่องโหว่และทางเลือกภายในข้อผูกมัด แนวการใส่ใจแบบนี้สามารถนำไปสู่
***นิสัยหนีปัญหาหรือข้อผูกมัดโดยหาข้ออ้างที่มีเหตุผล
***หรือไม่ก็ ความสามารถในการหาความเชื่อมโยง แนวเปรียบเทียบและวิธีแก้ปัญหาที่แหวกแนว มีทักษะในการสังเคราะห์ข้อมูลด้วยการคิดแบบไม่เป็นเส้นตรง





ลักษณ์แปด เจ้านาย

แสดงความรักผ่านการคุ้มครองและอำนาจ ชอบความจริงที่ปรากฏออกมาจากการต่อสู้หรือทุ่มเถียง เป็นฝ่ายรุกในการติดต่อ อยู่กับอารมณ์โกรธได้สบาย ลุกขึ้นปกป้องคนของตนเอง รักษาแนวรบในการงานอย่างเหนียวแน่น ชอบอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจและสามารถควบคุม จึงมักเป็นฝ่ายออกกฎในชีวิตรักและชีวิตการงาน

ในแง่บวก นิสัยชอบออกหน้ารับผิดชอบจะพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำที่ใช้อำนาจอย่างเฉลียวฉลาด

ในแง่ท่าทีต่ออำนาจ เขาถือว่าการรุกคือการป้องกันตัวที่ดีที่สุด

จุดเน้นความใส่ใจ
-ควบคุมสิ่งที่ตนครอบครองและพื้นที่ส่วนตัว
-ผูกใจอยู่กับเรื่องความยุติธรรมและอำนาจ หลีกเลี่ยงความอ่อนแอ
-นำเสนอตัวเองแบบเกิน ๆ เช่น มากไป ดังไป ล้นไป
-ชอบควบคุมเร่งรัด ต้องการกำหนดขอบเขต
-ไม่ค่อยตระหนักถึงความต้องการพึ่งพาและอารมณ์นุ่มนวล
-ขอบเขตและอาณาเขตเป็นประเด็นสำคัญ เรียนรู้ข้อแตกต่างระหว่างการป้องกันตัวกับการรุก
-ปฏิเสธมุมมองของคนอื่นโดยถือว่าตนเชิดชู “สัจธรรม” สับสนเข้าใจว่าความเห็นอัตนัยซึ่งรับใช้จุดประสงค์ส่วนตัวนั้นคือความจริงปรนัย
-มีลีลาการใส่ใจแบบ “ถ้าไม่ได้หมดก็ไม่เอา” ซึ่งมักจะเห็นอะไร ๆ อย่างสุดขั้ว มองคนอื่นว่าถ้าไม่ใช่คนยุติธรรมก็ต้องเป็นคนอยุติธรรม ไม่ใช่นักสู้ก็ต้องเป็นคนอ่อนปวกเปียก ไม่มีกลาง ๆ ลีลาการใส่ใจแบบนี้สามารถนำไปสู่
***การปฏิเสธความอ่อนแอของตนเองอย่างไม่รู้ตัว
***หรือไม่ก็ การใช้พลังอย่างเหมาะสมเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น





ลักษณ์เก้า นักไกล่เกลี่ย

ทำตัวกลืนไปกับคนรัก สูญเสียเส้นแบ่งของความเป็นตัวเอง รับเอามุมมองของคนรักมาเป็นของตน ไม่โกรธแต่กลับกลายเป็นดื้อเงียบ แทงกั๊ก ไม่กล้าฟันธง “ฉันไม่ได้บอกว่าไม่ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเห็นด้วยกับเธอ” คนลักษณ์เก้าสามารถเข้าใจและเห็นใจทุกแง่มุมของข้อถกเถียงหนึ่ง ๆ เลยทำให้เป้าหมายของตัวเองตกแถวไป “ใช่” สำหรับเขาหมายถึง “ใช่ ฉันกำลังใคร่ครวญความเห็นของเธอ” และถ้าเขาพูดว่า “อาจจะ” ก็เป็นไปได้ว่าน่าจะหมายถึง “ไม่"

ในแง่บวก นิสัยทำตัวกลืนไปกับคนอื่นทำให้เขาเป็นผู้หนุนช่วยที่ดี

แต่ถ้าใช้เป็นมาตรการปกป้องตนเอง การรับเอามุมมองหลาย ๆ แบบเข้ามาก็เป็นเหมือนกันชน ทำให้ไม่ต้องผูกมัดกับแบบใดแบบหนึ่ง

จุดเน้นความใส่ใจ-ละเลยเรื่องสำคัญที่จำเป็น หันไปจับเรื่องไม่สำคัญแทน
-ปรนเปรอตัวเองด้วยความสุขจากเรื่องที่ไม่สำคัญ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
-คลุมเครือกับการตัดสินใจในเรื่องที่โยงถึงตัวเอง “ฉันเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกันแน่?” มองเห็นทุกแง่มุมของปัญหา การตัดสินใจจะง่ายถ้าไม่พัวพันถึงตัวเอง เช่น การลงมือในเหตุฉุกเฉินหรือการให้ความเห็นทางการเมือง
-เลื่อนการเปลี่ยนแปลงออกไปโดยใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคยอยู่แล้ว กระทำการตามความเคยชิน เดินตามแบบแผนอันเป็นกิจวัตร ทำเหมือนมีเวลาเหลือเฟือ ยังรอได้ถึงพรุ่งนี้
-ยากจะริเริ่มการเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยรู้ความต้องการของตนเอง แต่ถ้าถามว่าไม่ต้องการอะไรจะรู้ได้ง่ายกว่า
-ปฏิเสธไม่เป็น แยกจากคนอื่นไม่ค่อยได้ ยากที่จะเป็นฝ่ายตีจาก
-ผ่อนเพลาความโกรธและพลังทางกาย เบนพลังไปใช้กับเรื่องจุกจิกปลีกย่อย หน่วงปฏิกิริยาความโกรธไว้ ก้าวร้าวเงียบ ความโกรธมีความหมายเท่ากับการแยกจาก







Create Date : 16 มกราคม 2554
Last Update : 16 มกราคม 2554 20:13:54 น.
Counter : 738 Pageviews.

2 comments
  
มีความรู้สึกเทไปทาง 4 ไมู่รู้ปีกอะไร ขอบคุณที่เปิดหูเปิดตานะฮัฟ
โดย: inert gas วันที่: 12 มีนาคม 2554 เวลา:0:56:53 น.
  
ขอโทษที่มาตอบช้าค่ะ คุณinert gas

ถ้าคุณรู้สึกเทไปทาง 4 คุณจะต้องเป็นคนรู้สึกเยอะ ชอบจมดิ่งในอารมณ์
รอคอยคู่แท้ คนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เหมือนไม่ใช่ตัวจริงซักที
หรือว่าพ่อแม่ที่แท้จริง ก็เหมือนไม่เข้าใจเรา ทำให้อยากมีพ่อแม่บุญธรรมที่จะรักเราคนเดียว
คน 4 ชอบอยู่กับส่วนที่ขาด ไม่เคยมองเห็นส่วนที่ดีในสิ่งที่ตัวเองมี
ชอบรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ชอบรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่า รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่า
เป็นคนทีชอบเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นเป็นอย่างดี

คือก็จะประมาณนี้ค่ะ แต่ก็จะมีอีกหลายอย่าง ทีจะบ่งบอกความเป็นไทป์ 4
แล้วคุณมีความรูสึกเหล่านี้บ้างไหมคะ
โดย: ลามูเต้ วันที่: 16 มีนาคม 2554 เวลา:21:07:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ลามูเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



ไทป์ 5....การง่วนอยู่กับรูปแบบที่คุ้นเคยจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อนได้