Welcome to twojay's weblog...
Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๖ สมัยรัชชกาลที่ ๗

ประวัติเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
ภาคที่ ๒ พระวรวงศเธอ พระองศ์เจ้าธานีนิวัต ทรงแต่ง
ตอนที่ ๖ สมัยรัชชกาลที่ ๗
ลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ท่านผู้หญิงตลับอนิจจกรรม ๒๔๗๔
ท่านผู้หญิงตลับ

รูปภาพในสมัยรัชชกาลที่ ๗ ( พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๗)

(กรุณาคลิกโหลดภาพ แล้วคลิก expand ที่มุมล่างขวา เพื่อดูรูปภาพขนาดใหญ่ขึ้นครับ /twojay)












ในรัชชกาลที่ ๗ เจ้าพระยายมราชได้ฉลองพระเดชพระคุณในกิจการเบื้องต้นแห่งพระราชภาระที่ขึ้นเสวยราชย์และพระบรมราชาภิเษกบางอย่างที่ควรจะยกมากล่าวก็มีเช่น ในการประชุมพระบรมวงศ์และเสนาบดีในเวลาดึกต่อจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตลงนั้น เมื่อที่ประชุมรับทราบพระราชประสงค์ในรัชชกาลที่ ๖ ที่จะให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา ทรงรับราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์แล้ว เจ้าพระยายมราชได้เป็นผู้ที่นำข้าราชการลงจากเก้าอี้ที่นั่งประชุมคุกเข่ากับพื้นถวายบังคม ๓ ครั้งเป็นการรับรองพระราชประสงค์อันนั้นในนามของข้าราชการและประชาชน นอกจากนั้นยังคงมีหน้าที่ถวายน้ำในนามของประชาชนทิศอุดรในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฐานเป็นราชบัณฑิตเช่นเดียวกันกับที่ได้เคยฉลองพระเดชพระคุณมาแล้วในรัชชกาลสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช
ครั้นต่อมาไม่ช้า (วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๖๘) ท่านได้ปรารพภ์อายุสังขารที่ชราลง ขอพระราชทานกราบบังคมลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย รวมเวลาที่รับราชการได้ถึง ๔๓ ปี ใน ๔๓ ปีนี้ท่านรับราชการในตำแหน่งครูและอาจารย์เจ้านายและตำแหน่งผู้ช่วยและเลขานุการสถานทูตสยามกรุงลอนดอนอยู่ ๑๑ ปีในตำแหน่งเลขานุการกระทรวงมหาดไทยตลอดจนถึงข้าหลวงเทศาภิบาล ๑๒ ปี ตำแหน่งเสนาบดี ๒๐ ปี เป็นอันว่าส่วนมากแห่งเวลาราชการของท่านเป็นอยู่ในตำแหน่งเสนาบดี มีน้อยท่านที่จะได้รับราชการในตำแหน่งเสนาบดีนานถึงเพียงนี้ และแม้ว่าท่านจะได้อยู่ในจำพวกเสนาบดีที่สามารถก็ดี แต่กว่าจะขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้ก็ต้องรับราชการมาแล้วตั้ง ๒๓ ปี เข้าอยู่ในข่ายทรงพิจารณาเลือกเฟ้นอย่างละเอียด เพราะในกาลครั้งนั้นเป็นการยากนักหนาที่ใครๆ จะขึ้นมาถึงตำแหน่งเสนาบดีเจ้ากระทรวงได้ในเร็ววัน


เมื่อออกจากราชการแล้วก็ยังได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นผู้ถวายพระพรชัยในเวลาเฉลิมพระชนม์พรรษาแทนข้าราชการและประชาชนต่อมาจนเลิกพิธีนั้น หน้าที่นี้เจ้าพระยายมราชได้รับทำสืบต่อจากเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๔ มาจนถึง พ.ศ. ๒๔๗๔ เป็นเวลา ๒๑ ปี


อนึ่งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้โปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขระเบียบการแห่งองคมนตรีสภาโดยคัดเลือกองคมนตรีขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวน ๔๐ ท่าน ทรงเลือกสรรทั้งข้าราชการประจำการและนอกตำแหน่งอีกทั้งองคมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญในอาชีพอื่นจากการทำราชการด้วย ให้มีหน้าที่ออกความเห็นในกิจการบ้านเมือง และสนองพระราชปุจฉาที่พระราชทานลงไปเนืองๆ ที่เกี่ยวด้วยกิจการบ้านเมืองและทุกข์สุขของประชาชน เป็นการทดลองฝึกหัดให้ดำเนินการตามพระราชประสงค์ที่จะตั้งระบอบการปกครองโดยรัฐธรรมนูญขึ้นในภายหน้า กิจสำคัญอันหนึ่งซึ่งกรรมการนี้ได้ทำ คือตรวจพิจารณาและแก้ไขส่วนหนึ่งแห่งร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เจ้าหน้าที่ร่างทูลเกล้าฯ ถวายขึ้นไป เจ้าพระยายมราชได้เป็นผู้หนึ่งซึ่งทรงเลือกสรรให้เป็นสมาชิกแห่งสภากรรมการองคมนตรีนี้ ได้ฉลองพระเดชพระคุณอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและสภานั้นถูกยุบไป


อนึ่งในระหว่างรัชชกาลที่ ๖ เจ้าพระยายมราชได้สมัครเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์แห่งสภากาชาดสยาม ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบเปลี่ยนแปลงใหม่ ได้มีส่วนช่วยเหลือสภานั้นด้วยกำลังแรง โดยรับเป็นกรรมการแห่งสภานั้นหลายปี และด้วยกำลังแรง โดยรับเป็นกรรมการแห่งสภานั้นหลายปี และด้วยกำลังทรัพย์ คือได้บริจาคเงิน ๒,๑๐๐ บาทร่วมกับท่านผู้หญิงตลับสร้างประตูเข้าออกและรั้วหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๖๓ ได้ร่วมกันบริจาคเงินอีก ๑๐,๐๐๐ บาทอุทิศถวายสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ โดยเสร็จพระราชกุศลสร้างสถานเสาวภา ครั้นอายุครบ ๖๐ ปีในพ.ศ. ๒๔๖๕ ได้บริจาคเงินอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีก ๘๐,๐๐๐ บาท สร้างตึกชั้นเดียวขนาดใหญ่ขึ้น ๒ หลังให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งมาเสร็จในระยะเวลาที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดตึกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ และพระราชทานนามว่า "โรงพยาบาลของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)" ตึกนี้ใช้สำหรับเป็นที่พักรักษาคนป่วยเป็นโรคมะเร็งและโรคสตรีและสำหรับคนคลอดบุตร โดยเหตุที่มีคุณูปการดั่งกล่าวมาแล้ว สภากาชาดได้ลงมติให้เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑ เพื่อเชิดชูเกียรติยศท่านไว้ด้วย


ใน พ.ศ.๒๔๖๙ นั้น โรงพยาบาลที่ท่านบริจาคเงินสร้างอีก ๔๐,๐๐๐ บาท ที่เมืองสุพรรณบุรีก็เสร็จลงเหมือนกัน ได้เปิดใช้และขนานนามว่า "โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)


หลังจากที่ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญใน พ.ศ.๒๔๗๕ เจ้าพระยายมราชได้ฉลองพระเดชพระคุณในหน้าที่พิเศษบ้าง เช่น เป็นกรรมการข้าราชกรพลเรือน และกรรมการกฤษฎีกาในสำนักนายกรัฐมนตรี


เจ้าพระยายมราชเป็นบุคคลที่ไม่สามารถจะอยู่เฉยๆ ได้โดยไม่ทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดเหตุนั้นในระหว่างที่ว่างราชการตอนนี้ จึงปรากฎว่าท่านมิได้อยู่ว่างๆ กี่มากน้อย ธุระที่ท่านพอใจถัดจากทำราชการมาเห็นจะเป็นการก่อสร้าง ระหว่างนี้ท่านก็ได้มีโอกาสควบคุมการสร้างตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตริปชาในที่สวนนอกเหนือพระราชวังดุสิต ควรจะกล่าวความแซกในที่นี้สักหน่อยหนึ่งว่า แต่รัชชกาลที่ ๕ มาแล้ว ดูเหมือนจะได้ทรงมอบหมายให้เจ้าพระยายมราชเป็นธุระช่วยเหลือกิจการผลประโยชน์ของเจ้าจอมมารดาแส ในเวลาต่อมาท่านได้เป็นธุระวิ่งเต้นในกิจการทั้งปวงของท่านเจ้าจอมมารดาผู้นี้กับพระธิดาทั้งสองพระองค์ในเมื่อท่านว่างราชการลงตอนนี้ประจวบเวลาที่เจ้าจอมมารดาแสป่วยถึงอสัญญกรรมลง เจ้าพระยายมราชจึ่งได้ไปฉลองพระเดชพระคุณวิ่งเต้นในการรักษาพยาบาลตลอดจนช่วยเจ้าภาพทำศพท่านแต่ต้นจนถึงเวลาพระราชทานเพลิงและงานอัฎฐิในที่สุด แล้วยังได้อาษาดูแลพระธุระทั้งปวงของเจ้านายพระธิดาทั้งสองพระองค์ทุกสถานเป็นการที่ตัวท่านเองเคยพูดด้วยความภูมิใจว่า ได้สนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงผู้เป็นพระบรมชนกนาถแท้จริงขึ้นชื่อว่า พระราชโอรสธิดาในรัชกาลที่ ๕ แล้ว เจ้าพระยายมราชเป็นยินดีที่จะรับพระภาระทรงใช้สอยทุกสถาน ด้วยความกตัญญูกตเวทีอันมีอยู่แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้นแต่ที่ท่านรักใคร่สวามิภักดิเป็นพิเศษนั้น ก็คือพระองค์ที่เคยเป็นศิษย์ (กรมพระจันทบุรี, กรมหลวงราชบุรี, กรมหลวง ปราจีณ, กรมหลวงนครชัยศรี กับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) และความสนิทสนมอันนี้ได้ช่วยให้ราชการของท่านสะดวกขึ้นมากเหมือนกัน เพราะท่านได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีร่วมคณะกับเจ้านายผู้ทรงเป็นศิษยนั้นทุกพระองค์ อนึ่งใน พ.ศ. ๒๔๗๔ ท่านผู้หญิงตลับก็ป่วยกลับไปกลับมาจนอนิจจกรรมลง ท่านก็ได้มีเวลารักษาพยาบาลและทำศพจนตลอด


กิจธุระของท่านอีกอย่างหนึ่งในระหว่างนี้ คือเรื่องโรงเรียนเบ็ญจมะราชูทิศ โรงเรียนนี้ในชั้นเดิมได้มีพระราชเสาวนีในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถให้ท่านช่วยในการจัดตั้งขึ้นด้วยทุนที่ท่านผู้หญิงตลับเป็นหัวหน้าเรี่ยไรมาได้ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคต ได้จัดเป็นโรงเรียนสำหรับเลี้ยงเด็กหญิงอนาถา และท่านผู้หญิงตลับได้เป็นผู้อำนวยการ เด็กในโรงเรียนนั้นได้รับการศึกษาทั้งสามัญวิสามัญชั้นต่ำๆ พอควรแก่อัตตะภาพ เด็กเรียนสำเร็จออกจากโรงเรียนมาแล้วหลายชุดโดยลำดับ การใช้จ่ายได้อาศัยดอกเบี้ยของทุนนั้น ซึ่งเจ้าพระยายมราชช่วยมอบหมายให้ข้าราชการผู้ใหญ่บางนาย เช่นนายพลตำรวจตรีพระยาอธิกรณประกาศควบคุมหาผลประโยชน์ และบางทีก็มีผู้ใจบุญบริจาคเพิ่มเติมบ้าง ครั้นท่านผู้หญิงตลับถึงอนิจกรรม งานบังคับบัญชาโรงเรียนนี้จึงตกอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพระยายมราชและได้ดำเนินสืบมาโดยดี จนถึงเวลาที่ตั้งเทศบาลนครกรุงเทพฯ ขึ้นจึงได้มอบให้รับไปดูแลตามหน้าที่


เป็นความเห็นของคนโดยมากกว่า นอกจากมีสติปัญญาเฉียบแหลมและสามารถดังกล่าวมาแล้ว เจ้าพระยายมราชยังได้มีเคราะห์ดีเป็นอย่างยิ่งที่มีภรรยาเป็นนารีรัตน คือท่านผู้หญิงตลับเพราะท่านผู้หญิงตลับนี้เกิดมาในสกุลข้าราชการผู้ใหญ่สืบต่อกันมาหลายชั้น ย่อมเป็นโอกาสที่จะได้รับความอบรมมาก่อนแล้วเป็นอย่างดี ครั้นเมื่อสามีได้เป็นใหญ่เป็นโต มีหน้าที่ต้องปกครองคนหลายชั้นหลายชะนิด ท่านผู้หญิงตลับได้เป็นกำลังสำคัญทางบ้านทั้งในทางดูแลปกครองบ้านช่องมิให้สามีต้องร้อนใจหรือกังวลทั้งในทางที่จะเชื่อมความสามัคคีกับผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของสามีและประชาชนพลเมืองทั่วไป ทั้งในทางที่จะรับปรับทุกข์สุข ทั้งเป็นผู้ไว้วางตัวสมแก่ฐานะที่ได้เป็นท่านผู้หญิงแห่งเสนาบดีผู้ใหญ่คนหนึ่งด้วย เมื่อท่านผู้หญิงตลับมีอายุ ๕ รอบ เจ้าพระยายมราชได้บำเพ็ญการกุศลฉลองอายุให้ ณ วัดปทุมวนาราม และได้สร้างกุฎิถวายไว้ในวัดเป็นที่ระลึก มีผู้คนไปช่วยมากแสดงให้เห็นความนิยมรักใคร่ในตัวท่านและท่านผู้หญิงของท่านอย่างชัดเจน


เมื่อกล่าวถึงท่านผู้หญิงตลับแล้วก็น่าจะเลยกล่าวต่อไปอีกด้วยว่า เจ้าพระยายมราชเป็นผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยในครอบครัวและเป็นบิดาและกุลเชฐที่ดีแท้ เพราะได้รวบรวมเลี้ยงญาติไว้ในบ้านทุกชั้น ตั้งแต่พระยาสมบัติภิรมย์พี่ชาย ซึ่งท่านประคับประคองดูแลเป็นนักหนานั้นลงไป สำหรับบุตรธิดาก็มีความกรุณายิ่งนัก ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วถึงพรหมวิหารธรรมของท่าน และอยากจะย้ำความนั้นในที่นี้อีกเกือบทุกข้อ และยังเลยไปถึงหลานด้วยซ้ำ เช่นบุตรข้าพเจ้าเองถ้าคนใดเจ็บลง แม้ท่านจะอยู่ในหรือนอกราชการ ถ้าเดินไหวเป็นต้องมาเยี่ยมถึงบ้านทุกครั้ง ทราบว่าหลานทุกคนทุกสกุลก็เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วข้างต้นถึงความสามารถของท่านที่จะกุมสติไว้อยู่โดยสมบูรณ์ ในที่นี้อยากจะย้ำความนั้นอีกทีหนึ่งว่า ในกิจการครอบครัวก็เช่นกันกับในการทำราชการ แม้เวลาจวนจะถึงอสัญญกรรม หมอต้องฉีดยาบรรเทาทุกขเวทนาอันเกิดแต่ปอดอักเสบ เมื่อเวลาส่างความอึดอัดยังยิ้มพูดได้สติดีว่า "ลูกมากหมอมากก็ยังไม่ยอมให้ตาย" แม้แต่หมอที่เคยชินกับความตาย เมื่อได้ยินดังนี้แล้วก็ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาไว้ได้


Create Date : 25 มิถุนายน 2550
Last Update : 25 มิถุนายน 2550 3:16:02 น. 13 comments
Counter : 1259 Pageviews.

 
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติตั้งแต่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๖๘

ประกอบกับได้ไปอ่านหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันรัชกาลที่ ๗ มีอยู่ ๒ เล่มต่อกัน ในช่วงต้นรัชกาลจะมีงานบำเพ็ญพระราชกุศล ร.๖ เยอะหน่อย

ถึงวันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๔๖๘ ในอีก ๒ เดือนถัดมา ก็เริ่มมีบันทึกเรื่องโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และ/หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปรับพระราชทานอาหารในที่เสวยเป็นการภายใน วันนั้นมีเจ้าพระยายมราชและท่านผู้หญิงตลับอยู่ในชุดแรกสุดด้วย

นับเป็นการบันทึกที่เห็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมเสวยหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว

หลังจากนั้นก็มีบันทึกโปรดเกล้าให้พระองค์อื่นหรือท่านอื่นเข้ารับพระราชทานอาหารเย็นด้วย




โดย: NickyNick วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:15:02:06 น.  

 
อีก ๒ เดือนถัดมาถึงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๖๘ เจ้าพระยายมราชได้ขอพระราชทานกราบบังคมลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย อันเป็นการออกจากหน้าที่ราชการด้วย

ชีวิตหลังราชการของท่าน ไม่ค่อยได้เห็นจากหนังสือเล่มใด นอกจาก จากยมราชถึงสุขุมวิทฯ แต่ก็มีรายละเอียดไม่มากนัก

และเมื่อถึงคราวตอบแทนแผ่นดิน ท่านได้สร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ขึ้น ๒ หลัง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จไปทำพิธีเปิดเมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. ของวันพุธที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๖๙



ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันเล่มนี้ บอกว่า เปิดโรงพยาบาลโรคเรื้อนของเจ้าพระยายมราช

แต่ที่เคยทราบกันมา และจากบทความข้างบนนี้ที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัตินิพนธ์ บอกว่า
เป็นที่พักรักษาคนป่วยเป็นโรคมะเร็งและโรคสตรีและสำหรับคนคลอดบุตร

ไม่ทราบว่าอันไหนถูกต้อง
หรือถูกต้องทั้งคู่ แต่เปลี่ยนการใช้ประโยชน์ในภายหลัง


โดย: NickyNick วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:15:11:35 น.  

 
กำเนิดของตึกโรงพยาบาลที่จุฬาฯ มีมาตั้งแต่เมื่อท่านมีอายุครบ ๖๐ ปี ใน พ.ศ.๒๔๖๕ สมัยรัชกาลที่ ๖

ท่านได้บริจาคเงินอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๘๐,๐๐๐ บาท สร้างตึกชั้นเดียวขนาดใหญ่ขึ้น ๒ หลัง ให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดตึกดังกล่าวดังข้างบน

และในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลที่ท่านบริจาคเงินสร้างอีก ๔๐,๐๐๐ บาท ที่เมืองสุพรรณบุรีก็เสร็จลงเหมือนกัน
ได้บันทึกไว้ในประวัติโรงพยาบาลว่า เปิดบริการวันแรกเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๖๙ และขนานนามว่า

"โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)"

ดังนั้น จึงอย่าสับสนว่า โรงพยาบาลของเจ้าพระยายมราช กับ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เป็นแห่งเดียวกัน

โรงพยาบาลที่ท่านสร้างที่บ้านเกิดนั้นอยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ (ร้าง) เมื่อเริ่มก่อตั้งมีเนื้อที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าประมาณ ๓ ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันออก และติดทางด้านใต้ของบ้านเดิมท่านที่ตำบลบ้านน้ำตก (บ้านยะมะรัชโช) เดิมมีซากอิฐซากปูนอยู่บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ใต้ตึกอำนวยการเก่า (ตึกสลากกินแบ่งรัฐบาล) คนโรงพยาบาลรุ่นก่อนคงยังจำกันได้


โดย: NickyNick วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:15:37:37 น.  

 
จากภาพพิธีเปิดโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชที่เมืองสุพรรณเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๙

พยายามหาอ่านจากหลายตำรา ก็ยังไม่เจอเลยว่า
โรงพยาบาลเปิดเมื่อวันที่เท่าใดกันแน่

หากมีใครบันทึกไว้ หรือหลังภาพเหล่านี้เขียนวันเดือนปีบอกไว้
หากได้เปิดเผยไว้ ณ ที่นี้ด้วยก็จะเป็นการดี

เพราะเราจะได้รู้ประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ชัดเจนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

หากไม่บันทึกไว้ ต่อไปจะสูญหาย และไม่มีทางย้อนไปค้นหากันได้อีกเลย


โดย: NickyNick วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:13:02:35 น.  

 
การเขียนนามเจ้าพระยายมราชเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง
จะเขียนกันอย่างไรดี

จากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ที่ผมลอกมาจากลิ้งค์นี้
ประวัติโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เขียนว่า
CHAOPRAYAYOMRAJ HOSPITAL

ซึ่งของโรงพยาบาลผมไม่แน่ใจว่าเขาเขียนกันถูกต้องหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าผ่านการตรวจสอบของระดับผู้บริหารหรือไม่ หรือคนเขียนกันไปเอง
เพราะเคยเจอหน่วยงานหลายแห่งเขียนชื่อภาษาอังกฤษของหน่วยงานตนตามใจคนเขียน

ส่วนคำไว้อาลัยของท่านเซอร์ ยอแซร์ ครอสบี (J. Crosby) อัครราชทูตอังกฤษ เขียนว่า
Chao Phya Yomaraj

จึงอยากรู้ว่า คำที่ถูกต้องของเจ้าพระยายมราช เป็นอย่างไร




โดย: NickyNick วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:13:17:24 น.  

 
หนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันรัชกาลที่ ๗
มีรูปภาพงานพระราชทานเพลิงศพท่านผู้หญิงตลับอยู่ ๒ ภาพ

บ่ายวันพุธที่ ๒๓ มีนาคม ๒๔๗๔


เวลาบ่าย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จวัดปทุมวนาราม ทรงจุดฝักแคพระราชทานเพลิงศพท่านผู้หญิงยมราช


โกศ


โดย: NickyNick วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:13:26:00 น.  

 
เมื่อคืนกลับไปนอนคิดว่าเคยเจอเรื่องเปิดโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเมืองสุพรรณเข้าที่ไหนสักแห่ง นึกขึ้นมาได้ว่ามีรายละเอียดในเว็บไซต์เจ้าพระยายมราชของคุณหมอประดับ สุขุม ครับ
คุณหมอประดับ สุขุม


เป็นการรวบรวมประวัติเจ้าพระยายมราชอย่างละเอียดตามที่เจ้าของบล็อกได้อ้างไว้แต่หน้าแรก และประวัติของบุตรชายท่านหนึ่งของท่านเจ้าคุณ คือ
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ สุขุม) (๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๔๗ - ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๐)

มีรายละเอียดการสร้างโรงพยาบาลทั้งสองที่ไว้ในลิ้งค์หน้านี้ครับ
๑๐๐. บิดาสร้างโรงพยาบาลสองแห่ง

๑๐๐. บิดาสร้างโรงพยาบาลสองแห่ง
ใน พ.ศ.๒๔๖๙ นี้ได้มีพิธีเปิดโรงพยาบาลซึ่งบิดาข้าพเจ้าได้สร้างขึ้น ๒ แห่ง

- แห่งหนึ่งเป็นตึกคลอดบุตร ๒ หลังในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เรียกว่า "โรงพยาบาลของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)" ค่าก่อสร้าง ๒ หลังนี้ตกประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานครสวรรค์ได้เสด็จมาทำพิธีเปิด

- ส่วนอีกแห่งหนึ่งเป็นตึกสองชั้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่า "โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)" ค่าก่อสร้างประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท หม่อมเจ้าสกลวรรณากร วรวรรณ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสาธารณสุขได้เป็นผู้ทำพิธีเปิด

การที่ได้ไปสร้างที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็เพราะจังหวัดนี้เป็นจังหวัดบ้านเกิดเมืองนอนของบิดาและเป็นจังหวัดต้นตระกูลของข้าพเจ้า การไปจังหวัดสุพรรณบุรีเราได้ไปเรือขึ้นไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปเข้าประตูน้ำที่บ้านแพน ทางระหว่างบ้านแพนและประตูน้ำเจ้าเจ็ดซึ่งเป็นทุ่งนาตลอดทางนั้นอากาศสบายมาก น้ำใสน่าอาบ จากประตูน้ำเจ้าเจ็ดก็ขึ้นไปตามแม่น้ำสุพรรณผ่านบางปลาม้าถึงจังหวัด ที่จังหวัดนี้มีที่สักการะอยู่แห่งหนึ่งคือ วัดป่าเลไลยก์ ทุกๆปีในเดือนสิบสองผู้คนจะได้มาจากจังหวัดต่างๆ มาในงานวัดนี้ เรือแน่นเต็มแม่น้ำ มีแข่งเรือ ตอนกลางคืนพวกเรือว่าเพลงเก่งๆ ก็แสดงตามลำแม่น้ำแถวหน้าจังหวัด สนุกสนานดี เป็นขนบธรรมเนียมที่ทำกันมานานแล้ว




เป็นที่น่าสังเกตครับว่า ตึก ๒ หลังที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จากจดหมายเหตุราชกิจรายวันรัชกาลที่ ๗ บอกว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทำพิธีเปิด แต่ในบันทึกนี้บอกว่าสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์เสด็จ

สำหรับพิธีเปิดที่เมืองสุพรรณ ผู้ที่เสด็จเปิดคือ หม่อมเจ้าสกลวรรณากร วรวรรณ ซึ่งเราก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ ว่าจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลที่เปิด ณ โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ผิด

แต่วันที่ที่ทำพิธีเปิดที่เมืองสุพรรณไม่ได้บอกไว้ ก็คงต้องค้นหากันไปครับ







โดย: NickyNick วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:9:05:20 น.  

 
จากคำถามที่ทิ้งท้ายไว้ข้างบนอันหนึ่ง เกี่ยวกับนามที่ถูกต้องเป็นภาษาอังกฤษ ได้ไปอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่ง คือ สมุดแสดงภาพที่ระลึกสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ ปลายรัชกาลที่ ๖


เขียนตรงกับท่านเซอร์ ยอแซร์ ครอสบี (J. Crosby) ว่า
Chao Phya Yomaraj


ให้เห็นกันชัดๆ ครับ
มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ผู้มียศสูงสุดในหมู่อำมาตย์ พลเรือน

ยิ่งอ่านยิ่งน่าภาคภูมิใจนะครับ เข้าใจกันดีทั้งหมู่คนไทยและชาวต่างประเทศ


โดย: NickyNick วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:15:35:55 น.  

 
จากคห. ๔ ก.ย.
โดย: NickyNick วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:15:11:35 น.

ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันที่บอกว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเปิดโรงพยาบาลโรคเรื้อนของเจ้าพระยายมราช
ได้ค้นราชกิจจานุเบกษาเจอแล้ว ในลิ้งค์นี้
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/3297.PDF

บอกแต่ว่า เปิดโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เท่านั้นครับ ไม่ได้บอกว่าเพื่อสตรี หรือเพื่อโรคเรื้อน

เมื่อได้ลองตรวจสอบความถูกต้องของจดหมายเหตุราชกิจรายวัน ก็พบว่ามีข้อบกพร่อง หรือผิดอย่างฉกรรจ์อยู่หลายแห่ง เมื่อมีสิ่งอ้างอิงที่ถูกต้องกว่า เราจะเลือกเชื่ออันอื่นก่อนเสมอ

นี่เป็นความรู้สึกของผมคนเดียวก่อนนะครับ


โดย: NickyNick วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:12:29:58 น.  

 
จากคห. 5 กันยายน 2550 เวลา:13:02:35 น. และคห. 7 กันยายน 2550 เวลา:9:05:20 น.
ผมได้เขียนถามว่า โรงพยาบาลเปิดเมื่อวันที่เท่าใดกันแน่
ต่อมาก็ได้หาหลักฐานเจอจากหลายที่ จะค่อยๆ ทยอยเอามาใส่เก็บไว้ที่นี่ เพราะอ่านเยอะจนลืมว่าเอามาจากไหนบ้าง

หนังสือประวัติพระยาภิรมย์ภักดี บรรณกิจ ๒๕๓๘ น.๕๔
ท่านเขียนว่า เที่ยวเมืองสุพรรณโดยเรือยนต์
เนื่องด้วยเจ้าพระยายมราชได้สร้างโรงเรียนพยาบาล และกำหนดพิธีเปิด พระยาภิรมย์ภักดีจึงได้จัดเรือยนต์ไปเที่ยวด้วย ออกจากบ้านวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน เสร็จพิธีแล้ว ก็วิ่งเรือเที่ยวออกแม่น้ำมะขามเฒ่าแวะชัยนาท สิงห์บุรี เมืองอินทร์ เกษไชโย และเมืองอ่างทอง กลับบ้าน

....
จากหลักฐานนี้ แสดงว่าโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี มีพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๙


โดย: NickyNick วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:50:39 น.  

 
จากหนังสือประวัติพระยาภิรมย์ภักดี อ่านแล้วจะเห็นว่าท่านสนิทกับเจ้าพระยายมราชมาก รวมถึงเจ้าพระยารามราฆพอีกท่านหนึ่งด้วย

หน้า ๓๑ บอกว่าท่านให้บริษัทบางหลวงสร้างศาลาท่าน้ำ ด้วยคอนกรีตที่วัดหงษาราม ๑ หลัง .....

วัดหงษาราม คือวัดหงส์รัตนารามในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าพระยายมราชมาพำนักเมื่อมากรุงเทพกรุงธนครั้งแรก
และทราบว่าอนุสาวรีย์อัฐิ-อังคาร ของท่าน ก็อยู่ที่นี่ด้วย
ถ้าว่างๆ จะต้องหาโอกาสไปกราบสักครั้งว่าเป็นองค์ไหน อยู่ตำแหน่งใด


โดย: NickyNick วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:55:55 น.  

 
หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ นายเสงี่ยม เจริญศิลป์ ณ วัดประตูสาร เมื่อ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๖
ท่านมีชีวิตช่วงปี ๑๓ มกราคม ๒๔๕๐ - ๒ มกราคม ๒๕๓๖

พ.ต.อ.พิเศษ บุญสม เจริญศิลป์ เขียนเล่าเกี่ยวกับพ่อไว้ตอนหนึ่งว่า ... พ่อเล่าว่า มีวันหนึ่งพ่อถูกนิมนต์ให้ไปสวดขึ้นบ้านใหม่ที่บ้าน "ยะมะรัชโช" พ่อได้พบกับเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน สวดเสร็จก่อนกลับวัด เจ้าพระยายมราชถามพ่อว่า เป็นอะไรกับหลวงวิเศษหรือเปล่า เห็นหน้าตาเหมือนกัน พ่อตอบไปว่าอาตมาเป็นน้องชาย และได้พูดคุยกับท่านสักครู่ จึงกลับวัด พ่อรู้สึกดีใจที่ได้เห็น และพูดคุยกับผู้ใหญ่ในแผ่นดิน ...

พ่อเสงี่ยม บวชเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๗๐ รวม ๒ พรรษา เหตุการณ์ครั้งนั้นต้องอยู่ในช่วงปี ๒๔๗๐-๒๔๗๒
หลวงวิเศษแพทยา เป็นนายแพทย์แผนปัจจุบัน นามเดิม นายทองดี เจริญศิลป์ ต้นสกุล วิเศษแพทยา เป็นพี่ชายของพ่อเสงี่ยม


โดย: NickyNick วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:10:58 น.  

 
ขอบคุณnickyที่ได้ค้นประวัติคุณปู่ของเรา เสงี่ยม เจริญศิลป์ได้ลึกจนพ่อออกปากชมและบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าปู่บวชปีไหนคะ


โดย: Andrews IP: 58.9.148.251 วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:33:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

twojay
Location :
Clermont, FL United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




***Enjoy your visit!!***

New Comments
Friends' blogs
[Add twojay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.