Welcome to twojay's weblog...
Group Blog
 
All Blogs
 
คุยกับผม.. (ว่าด้วยเรื่องสกุล "สุขุม" และเจ้าพระยายมราช)

เผอิญได้เข้ามาเช็คบล็อกตามโอกาส (เช็คเรตติ้ง) และพบว่ามีท่านผู้อ่านได้กรุณามาให้คอมเมนท์เอาไว้บ้าง กระจัดกระจายตามบล็อกต่างๆ ซึ่งหลังจากที่ผมได้ปิดบล็อกมาระยะหนึ่ง คอมเมนท์ต่างๆที่ว่าจึงมักจะมาอยู่ในกรุ๊ปบล็อกเจ้าพระยายมราช ซึ่งเข้าใจว่าคงตามมาเจอจากเสิร์ชเอนจิ้น และแขกที่มาเยือนก็มักจะเป็นลูกหลานเชื้อสายท่านเจ้าคุณยมราชฯ

ขอขอบคุณและขออนุญาตสวัสดีทักทายตรงนี้นะครับ จริงๆแล้ว แม้ว่าผมจะประกาศปิดบล็อกเอาไว้ในกรุ๊ปบล็อก Miscellaneous คือไม่ค่อยจะมีเรื่องราวอะไรยาวๆมาเล่า อาจจะได้มาตอบสั้นๆบ้างแล้วแต่โอกาส แต่เอาเป็นว่า ผมจะเปิดบล็อกนี้เอาไว้สำหรับพูดคุยและรวมญาตินะครับซึ่งยินดีต้อนรับเสมอไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทหรือมิตรสหาย (ยินดีต้อนรับทุกๆท่านครับ ใครๆก็เข้ามาคุยกันได้)

อยากจะมีโอกาสได้คุยกับทุกๆท่านมากขึ้นนะครับ เพื่อที่จะเป็นการสานสัมพันธ์และร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานรุ่นหลังๆ
ทุกวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทราบข้อมูลประเภท “บอกเล่ากันต่อมาปากต่อปาก” ก็ล้มหายตายจากกันไปเกือบหมดแล้ว ลูกหลาน “สุขุม” รวมถึงสกุลอื่นๆซึ่งเกี่ยวดองกัน ก็แตกแขนงออกไปมากมาย จนแทบจะไม่รู้จักกันแล้ว จะถามกันทีนึงว่าเป็นญาติสายไหน ต้องไล่ไปถึงรุ่นปู่ย่าตายาย ถึงพอจะนึกออก หากได้มีลูกหลานรุ่นปัจจุบันเข้ามาร่วมกันถ่ายทอดข้อมูลและเก็บไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็จะดีไม่น้อยครับ


Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 17 ธันวาคม 2555 2:52:34 น. 213 comments
Counter : Pageviews.

 
น่าสนใจมากครับ แม้จะไม่ได้เป็นเครือญาติ แต่ก็อยากรู้นะครับ
ขอบคุณที่จะกรุณาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อๆไป
ปล.แล้วไม่คิดจะกลับมาอยู่เมืองไทยของเราหรือครับ


โดย: โจราคาเฟ่ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:34:46 น.  

 
เคยอ่านเจอในเนตฯเหมือนกันค่ะ เกี่ยวกับประวัติของต้นนามสกุลต่างๆ ชอบมากค่ะ เขียนมาอีกนะค่ะ ดิฉันก็อยู่จังหวัดนนทบุรี เหมือนกันค่ะ


โดย: ผ่องอำไพ (ผ่องอำไพ ) วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:27:23 น.  

 
สวัสดีครับ เมื่อวันอาทิตย์นี้ (๓ กพ.)ก็ไปห้องสมุดในกรุงเทพมา หาหนังสืองานศพได้หลายเล่ม แต่ไม่เก่านัก ที่พอเกี่ยวข้องกับเจ้าพระยายมราชก็มีอยู่หลายเล่ม เช่น
- หนังสืองานศพพระพิศาลสุขุมวิท (ประสบ) เนื้อหาแทบทั้งหมดมีในหนังสือ "จากยมราชถึงสุขุมวิท" ของท่านประสงค์ สุขุม บุตรชายของท่าน
- หนังสืองานศพหลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ) เนื้อหาทั้งหมดก็อยู่ในลิ้งค์คุณหมอประดับ ที่ จขบ.ได้แนบไว้ในบล็อกนี้ด้วยแล้ว
- หนังสืองานศพคุณหญิงชื่นจิตต์ สุขุม ท่านเป็นสะใภ้ของหลวงอมัจกิจพิบูลย์ (อยู่ สุขุม) มีรายละเอียดเกี่ยวกับสามีของท่านบ้าง

แต่ยังตามไปไม่ถึงประวัติพระยาสมบัติภิรมย์ (หมี สุขุม) และลูกหลานชั้นแรกของท่าน

ขอลงรายละเอียดตรงนี้ก่อนเล็กน้อย เพราะเห็น จขบ.พูดถึงสายพระยาสมบัติภิรมย์
เท่าที่ทราบในเบื้องต้น พระจรูญภารการ นายอำเภอหลายอำเภอของจังหวัดพัทลุงและใกล้เคียง ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น พระยาสมบัติภิรมย์ (หมี) เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๑
ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ผู้ครองราชทินนาม สมบัติภิรมย์ คือหลวงสมบัติภิรมย์ (เจิม เปรมดิลก) กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเป็นลมถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๒ กันยายน ๒๔๖๑ (อย่าสับสนกับวันเวลาครับ นับวันตามสมัยก่อน)

ท่านเจิม เปรมดิลกที่เห็นชื่อนี้ จากนามสกุลพระราชทานในลิ้งค์บอกว่า เปนะดิลก ภาษาอังกฤษเขียนว่า Prematilaka น่าจะพิมพ์กันผิด

...............

ต่อไปคงมีโอกาสได้สืบหาหนังสืองานศพของท่านพระยาสมบัติภิรมย์(หมี) มาให้ได้ต่อเนื้อความกันติดครับ


โดย: NickyNick วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:10:50 น.  

 


หมอโอสบายดีนะคะ
ดูแลสุขภาพด้วยน้า...
เปงเกียรติ์กะป้ามัก...มากเลยค่ะ
หน้าชื่นใจ แต่ของป้าถ้าสืบสงกะสัย...
จา...มา...จาก...ทาก?..เอ้ย!...ทาษแหงมๆ...
แต่ป้ารักชาติ...มากกกก....น้า....



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:03:58 น.  

 

น้องชายรอให้คนพิเศษๆ ของพี่รองเข้ามากันครบถ้วนก่อนครับแล้วผมจะได้ขอรั้งท้ายแบบเดินตามพี่ใหญ่และป้าหู้ที่ใจดีนะครับ

คิดถึงเสมอครับแม้พี่รองจะไม่ได้หายไปไหนไกลแต่ขอบฟ้าก็ยังเป็นขอบฟ้าที่กว้างเกินกว่าจะได้เจอกันง่ายดังใจปรารถนา

น้องชายเชื่อว่าพี่ใหญ่เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลบนหน้าบล็อกนี้
ยิ่งทำให้บล็อกของพี่รองนั้นครบครันด้วยเรื่องราวที่ถูกต้องที่ผ่านการสืบค้นตรวจสอบในรายละเอียดเป็นอย่างหนัก

แม้พี่รองอาจจะไม่ได้เข้ามาคุยบ่อยนักเนื่องด้วยภารกิจการงานที่รัดตัวมากเหลือเกินแต่สิ่งที่ถ่ายทอดและฝากไว้ในแต่ละหน้าบล็อกคงจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้การพิถีพิถันแห่งการอ่านคงคลายความคิดถึงด้วยความสงบเย็นยามที่ได้เข้ามาบนบล็อกนี้

ผมมาช้าแต่ยังไม่ข้ามวันเพื่อให้คนพิเศษของพี่รองเขียนกันไปก่อนครับแม้นว่าหากพี่รองจะทำโทษอะไรน้องชายยอมเสมอครับ...อย่างที่ป้าหู้ว่าไว้ครับรักษาสุขภาพด้วยนะครับพี่รอง...


โดย: J.C. IP: 58.9.152.155 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:11:29 น.  

 

น้องชายเห็นด้วยกับคำของพี่รองครับชูสองแขนแถมยกนิ้วให้พี่ใหญ่ด้วย ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่กินอะไรถึงเก่งฉกาจฉกรรจ์แบบหาใครในยุทธภพมาทัดเทียมความรู้ที่เหนือชั้นแบบนี้...ตอนนี้น้องชายกำลังขอเคล็ดลับจากพี่ใหญ่เพิ่มเนื้อสมองเสียหน่อยตอนนี้หยากไย่ขี้เลื่อยกรูกันอยู่ในสมองเต็มเลย เหอเหอ

น้องชายขอไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นผู้ช่วยแรงงานแบบตุเลงตุเลงโต๋ไปเต๋มาซื้อข้าวผัดซื้อกาแฟให้พี่ใหญ่ดีกว่านะครับพี่รอง...เด็กความรู้น้อยน้อยอย่างผมคงทำอะไรไม่ดีไปกว่านี้ครับ

พี่รองมิต้องกังวลนะครับน้องชายจะดูแลรับใช้พี่ใหญ่ของพี่รองอย่างดีที่สุดไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งนี้ เพื่อความสมบูรณ์แห่งเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ที่จะผ่านการสืบค้นตรวจสอบความถูกต้องในทุกเนื้อหาจากพี่ใหญ่ผู้ชำนัญการระดับหนึ่งเดียวในยุทธภพ (ที่ใครหลายคนต่างต้องมาขอประฝีมือหรือถือประลองต่อกรในความรู้ความเชี่ยวชาญที่ไม่มีที่สิ้นสุด) อิอิ

น้องชายก็จะมาอยู่ในหน้านี้เป็นลูกมือพี่ใหญ่ครับคงพอหายเหงาแก้คิดถึงกว่าที่วันหนึ่งพี่รองจะได้กลับมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยในชั่วเวลาที่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไร...หากถ้าโชคและวาสนามีพอพี่ใหญ่กับผมคงจะได้ไปปรากฎตัวปรากฏกายให้พี่รองได้พบได้เจอด้วยการลัดฟ้าสู่บ้านอันแสนอบอุ่นของพี่รองและครอบครัว

ผมเชื่อว่าบล็อกสีฟ้านี้จะยังคงทำหน้าที่ผ่านกาลเวลาไปเสมอเฉกเช่นเดียวกับผองเพื่อนและมิตรสหายทุกคนที่จะแวะเวียนกลับมาฝากถ้อยคำและตัวอักษรบอกกล่าวส่งความรักความปรารถนาดีตลอดจนความคิดถึงไปถึงพี่รองและทุกคนในครอบครัวเสมอๆ ครับไม่รู้จืดจาง

อากาศเปลี่ยนแปลงเปล่าไม่รู้แต่ทางนี้เปลี่ยนแปลงแบบมีฝนเดือนสองเทมาอยู่หลายวัน...รักษาสุขภาพนะครับพี่ชาย


โดย: J.C. IP: 58.9.145.163 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:56:08 น.  

 
In the US, genealogy is pretty important for many people. Of course, at some points, they would like to know who they really are....

For your family, it's a big one.... Systematic compiling your blood lines and family tree should be an interesting piece of work for yourself and your family.... :)

Well, history-wise, it should be an interesting one for Thailand also krub.


โดย: A.T. (amatuer translator ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:7:40:16 น.  

 
ขอบคุณครับนุ่น ใช่ครับ.. การศึกษาเรื่อง genealogy เป็นเรื่องน่าสนใจและน่าสนุกทีเดียว หากเราได้มีเวลาศึกษาแฟมิลี่ทรี ก็จะทำให้เราได้รู้ถึงสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง รวมถึงได้รู้จักบุคคลซึ่งอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง แล้วไปๆมาๆก็สืบค้นได้ว่าเกี่ยวข้องเป็นญาติพี่น้องของเรานี่เอง และที่สำคัญยิ่ง ทำให้เราสนใจประวัติศาสตร์มากขึ้น

คุณพัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร เป็นอีกท่านหนึ่งที่เข้ามาโพสท์ในบล็อกอารัมภบทถัดไปข้างล่าง ดังนี้ครับ

"ลูกสาว นาย ชม สุวรรณศร ผู้เข้ามาเปิดอ่านในเวบไซด์นี้เป็นหลานของ พระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร)มีลูกชายชื่อ นาย ณัฏฐ์ สุวรรณศร เนติบัณฑิตไทย สมัยที่๕๔ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรี ส่วนคุณ พัชระวรรณ(ยมนา) สุวรรณศรผู้เป็นแม่ปัจจุบันรับราชการครูอยู่ที่ ร.ร.เทศบาล๕ จ.กาญจนบุรี"

"สุวรรณศร" กับ "สุขุม" ก็เป็นญาติสนิทกันมาตั้งแต่ต้น
ผมกำลังพยายามนึกช้าๆเพื่อจะไม่ให้งงอยู่ว่า
คุณย่าทวดนิล (สุขุม) สุวรรณศร เป็นพี่สาวของเจ้าพระยายมราช
คุณย่าทวดนิล แต่งงานกับหลวงแก้วสัสดี (ดี สุวรรณศร)
พระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) เป็นหนึ่งในบุตรชายของหลวงแก้วสัสดีกับย่าทวดนิล
นายชม สุวรรณศร เป็นบุตรชายของพระยาสุนทรสงคราม

ผมพยายามอ่านและลำดับชั้นตามที่คุณพัชระวรรณบอกมา ยังคงงงๆอยู่นิดหน่อยครับ คุณพัชระวรรณเป็นคุณแม่ของคุณณัฎฐ์หรือครับ หากกลับเข้ามาอ่าน รบกวนขยายความอีกนิดนึงนะครับ และผมควรจะเรียกคุณพัชระวรรณว่าอะไรดีครับ
ขอบพระคุณมากๆที่เข้ามาร่วมคุยกันครับ
ผมกำลังพยายามลาก NickyNick เข้ามาช่วยอยู่ครับเนี่ย

ตาเจษ J.C. ขอบคุณสำหรับความห่วงใย พี่อ่านตลอดทั้งอีเมลและในบล็อก ขออภัยหากไม่ได้ตอบกลับยาวๆ เอาเป็นว่ารับรู้และขอตอบในนี้ก็แล้วกัน อิอิ :)


โดย: twojay วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:08:10 น.  

 
ดิฉัน พัชระวรรณ(ยมนา) สุวรรณศร เป็นแม่ของผู้พิพากษา ณัฏฐ์ สุวรรณศร ค่ะเราก็คือเครือญาติกันเพราะดิฉันเป็นเหลนของย่าทวดนิลซึ่งเป็นพี่สาวของเจ้าพระยายมราชซึ่งเป็นปู่ทวดของคุณ คุณพ่อชม สุวรรณศร เป็นบุตรคนแรกของพระยาสุนทรสงคราม ซึ่งเป็นคุณปู่ของดิฉันกับคุณย่าสอน สุวรรณศร คุณพ่อชม มีน้องร่วมบิดาเดียวกันอีก 20 คนค่ะ ส่วนคุณจะเรียกดิฉันว่าอย่างไรนั้นคงต้องให้คุณช่วยลำดับดูอีกทีนะคะ ดิฉันเกิดที่บ้านคุณพ่อชมบ้านเลขที่ 108ก.ติดกับต้นพิกุลใหญ่ด้านที่ติดกับแม่น้ำท่าจีนทิศตะวันออกติดกับบ้านยะมะรัชโชค่ะ ดิฉันจำได้ว่าทุกวันที่ 20 มกราคม ของทุกปีจะมีญาติๆมาที่บ้านยะมะรัชโชกันเยอะมาก เป็นความสุขความอบอุ่นในวัยเด็กที่ไม่เคยลืมเลยค่ะ


โดย: พัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร IP: 117.47.64.193 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:29:41 น.  

 
สวัสดีครับ บล็อกนี้คนอุ่นหนาฝาคั่งดีเลย
ในฐานะที่ผมกำลังศึกษาเรื่องเกี่ยวกับเจ้าพระยายมราชเป็นงานเสริม เลยพบเจอเรื่องราวอีกหลายอย่างมากมาย และถึงสายสกุลที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเจ้าพระยายมราชด้วย โชคดีที่คุณโอ จขบ.ได้ให้โอกาสและสร้างบล็อกเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นความรู้กัน

ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยเกี่ยวกับคุณพัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร
ผมพอทราบมาบ้างว่า คุณชม เป็นบุตรชายคนใหญ่ของพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) กับแม่สอน
แม่สอน น่าจะเป็นคุณหญิง ใช่ไหมครับ เพราะเป็นแม่ของบุตรคนใหญ่ รวมทั้งลูกอีกหลายคนด้วย

คุณพัชระวรรณเป็นเหลนของคุณย่าทวดนิล
คุณโอก็เป็นเหลนของเจ้าพระยายมราช ซึ่งเป็นน้องสุดท้องของคุณย่าทวดนิล
ดังนั้น คุณพัชระวรรณจึงอยู่ในชั้นเป็นลูกผู้พี่ของคุณโอครับ
แต่คิดว่าอายุน่าจะห่างกันหลายขุม เพราะคุณพ่อคือพ่อชม เกิดปีจอ ๒๔๔๑
ขณะที่คุณพ่อของคุณโอ(ชั้นเดียวกับพ่อชม) เกิดปีมะเมีย ๒๔๗๓ (คุณโอคงไม่ว่าอะไรนะที่นำมาเฉลย เพราะที่บอกมาทั้งหมดยังขาดวันเดือนปีเกิดของคุณพ่อ-คุณแม่-ตัวเอง-และคุณเมีย)


เสียดายเหมือนกัน ถ้าคุณพัชระวรรณมาเห็นบล็อกนี้แต่แรก คงจะตามเข้าไปอ่านกระทู้ต้นพิกุลบ้านยะมะรัชโชที่ผมเขียนเป็นกระทู้พันทิปไว้ คงจะร่วมให้ความรู้เพิ่มเติมได้อีกมาก เพราะอยู่วงใน
ขณะที่ผมอยู่วงนอก ข้อมูลหลายอย่างอาจผิดเพี้ยนไปได้ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


โดย: NickyNick วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:30:18 น.  

 
คนวงนอกเนี่ยตัวดีครับ เล่นเอาคนวงในอย่างผมนั่งซื่ออยู่หลายหน เรียกว่าได้เห็นข้อมูลของคนวงนอกคนนี้แล้ว ต้องเกิดอาการทั้งอึ้งกิมกี่และอึ้งทึ่งเสียวรวมกัน

เมื่อวานผมไม่มีเวลาเข้ามาคุยครับ ได้แต่รีบเปิดอ่านผ่านๆ แล้วก็รีบเผ่นไปทำธุระอย่างอื่น ไม่มีโอกาสมานั่งคุย วันนี้ทนไม่ไหว ขอซักหน่อยก็แล้วกัน

อย่างที่พ่อนิคได้เข้ามาไล่ลำดับไว้ให้แล้วนะครับ ผมคิดว่าคุณพัชระวรรณเป็นชั้นเดียวกับผม ทำให้ผมเรียก"พี่"ได้ค่อนข้างเต็มปาก เพียงแต่ยังไม่แน่ใจอายุ แต่จากที่พี่บอกมา พี่พัชระวรรณยังรับราชการเป็นครู ดังนั้นจึงน่าจะอยู่ในวัยเลย ๕ ต้นๆกลางๆ โดยที่ผมเทียบกับผู้พิพากษาณัฎฐ์ ซึ่งก็ต้องถือว่าอยู่ในชั้นหลานของผม พี่พัชระวรรณบอกว่าผู้พิพากษาณัฏฐ์จบเนติฯสมัยที่ ๕๔ ตรงกับปี ๒๕๔๔ ผมคาดเอาว่าน่าจะอยู่ในวัยสามสิบต้นๆ
อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอเป็นแค่ชั้นพี่ก็แล้วกันครับ ผมไม่ค่อยชอบเป็นอะไรที่เหนือไปกว่านั้น แม้จะหนีไม่พ้นก็ตาม อิอิ มีแม่น้องสาวลูกป้าตัวดีอยู่คนนึง ดันมีลูกก่อนผม จึงถือว่าเป็นการมอบตำแหน่งลุงให้ผมโดยปริยาย สร้างความแค้นเคืองให้ผมอยู่เนืองนิตย์

กลับมาที่คุณพ่อชม ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับคุณพ่อของผม ตามข้อมูลของพ่อนิค คุณพ่อชมเกิดปี ๒๔๔๑ ถ้าผมจำไม่ผิด เป็นปีเกิดเดียวกันกับคุณปู่ของผม (หลวงพิสิฐสุขุมการ) อันนี้ไม่แน่ใจนักครับ เดี๋ยวต้องขอโทรไปถามคุณพ่ออีกทีนึง

งานวันสุขุม ที่ รพ.เจ้าพระยายมราช ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยไปแค่สองครั้ง แต่ไปสุพรรณฯโดยที่ไม่ได้ไปวันสุขุมเป็นทางการ ไปบ่อยกว่านั้น ครั้งสุดท้าย ก่อนเดินทางมาอยู่อเมริกาเป็นการถาวร ผมยังไปแวะกราบลาท่านที่อนุสาวรีย์

ผมเคยมีโอกาสได้ไปเยือน "บ้านยะมะรัชโช" ครั้งแรกเมื่อผมอายุประมาณ 8-9 ขวบ ซึ่งก็เป็นเวลากว่าสามสิบปีมาแล้ว (กว่าเท่าไหร่ ไม่บอกหรอกครับ เพราะรู้ว่าคนอ่านกำลังกดเครื่องคิดเลขกันใหญ่) ครั้งนั้น บ้านยะมะรัชโชยังเป็นบ้านที่มีลูกหลาน "สุวรรณศร" อยู่กันจริงๆ ผมไปกับคุณพ่อคุณแม่ จำได้ว่าวันนั้นมีคุณป้าสกุล "สุวรรณศร" ท่านนึงออกมารับเมื่อเรากดกริ่งหน้าบ้าน ท่านถือพร้าออกมาด้วย ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อยว่าท่านจะต้อนรับเราหรือเปล่านี่ แต่จริงๆแล้วปรากฎว่าท่านคงกำลังทำสวนในบ้านอยู่ครับ จึงถือพร้าติดออกมารับแขกด้วย ผมจำเหตุการณ์ได้ไม่มากนักเพราะตอนนั้นสมองยังไม่ค่อยพัฒนานัก (เช่นเดียวกับตอนนี้ซึ่งสมองค่อนข้างฝ่อ จึงจำอะไรไม่ค่อยได้เช่นกัน) เท่าที่นึกออกชอบบรรยากาศบนบ้านยะมะรัชโชมาก และไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นเรือนไทยแบบนั้นบ่อยนัก
ผู้ใหญ่จะคุยอะไรกันบ้างนั้น ผมไม่ได้อยู่ฟังด้วยเลยจริงๆครับ ตอนนี้ลองถามพ่อดูว่า คุณป้าท่านนั้นชื่ออะไร พ่อก็จำไม่ได้เช่นกัน จึงหวังว่าพี่พัชระวรรณคงจะพอให้คำตอบได้นะครับ

สำหรับเรื่องราวของคุณพ่อชม ผมได้อ่านโพยของคุณนิคมาบ้าง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าแกไปขุดมาจากไหน ผมว่าจะขโมยแกเอามาลงในนี้บ้าง แกก็บอกว่า ขอความกรุณาไปหัดหาอ่านเองซะบ้าง(โว้ย) แกกลัวว่าลูกหลาน"สุขุม"จะเห็นตัวอย่างความขี้เกียจที่ไม่ดีของผม
เอาไว้เดี๋ยวรอแกเผลอๆและรอผมว่างๆ ผมจะเอามาลงให้อ่านกัน แล้วก็ให้พี่พัชระวรรณช่วยเติมคำลงในช่องว่างที่เรายังหาข้อมูลไม่ได้ อิอิ

วันนี้ขอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ เริ่มจะดึกของผม แต่ก็เริ่มจะเช้าของคุณนิค แกเป็นคนใจอ่อน เดี๋ยวต้องหาอะไรมาให้อ่านอีกเป็นแน่แท้


โดย: twojay วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:27:12 น.  

 
ป.ล. ท่านผู้อ่านอยากเห็นภาพของ "บ้านยะมะรัชโช" ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ขอเชิญคลิกที่ลิ้งค์ด้านบนขวามือเข้าไปดูกระทู้ของพ่อนิคได้เลยครับ


โดย: twojay วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:33:24 น.  

 
คุณย่าสอนไม่ได้เป็นคุณหญิงหรอกค่ะ ดิฉันไม่ทราบเหตุผลของผู้ใหญ่นะคะ ดิฉันเองเกิดจากแม่ที่เป็นภรรยาคนสุดท้องของคุณพ่อชม แม่ดิฉันเกิดปีวอก พ.ศ.2475 ดิฉันเกิดตอนคุณพ่อชมอายุ 60 ปีแล้วค่ะคุณพ่อชมเสียตอนดิฉันเพิ่งอายุได้ 10 ขวบแต่เป็น 10 ขวบปีแรกที่มีความทรงจำ ความผูกพัน อยู่กับบ้านยะมะรัชโช ต้นพิกุลใหญ่ แม่น้ำท่าจีน และโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชมากค่ะ


โดย: พัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร IP: 222.123.156.82 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:35:01 น.  

 
เรื่องวันเดือนปีเกิดของลูกท่านเจ้าพระยายมราช อยู่ในมือผมหมดแล้ว ขอบอกแค่ลูกชายคนโตของท่านคือ พระยาสุขุมนัยวินิจ (สวาสดิ์) เกิดปีฉลู ๒๔๓๒ ที่ลอนดอน ลูกอีกคนที่เกิดลอนดอนเป็นหญิง ชื่อ ไสว แต่เสียชีวิตเมื่ออายุไม่กี่ขวอบตอนที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ คนที่สามเกิดเมืองไทยชื่อแปลก(คนนี้ไม่รู้ว่าเป็นหญิงหรือชาย นายโอช่วยค้นมาหน่อยนะ) ถึงแก่กรรมแต่เล็กเช่นเดียวกัน คนที่สี่ถึงจะเป็นหลวงพิสิฐสุขุมการ(ประพาศ) วันเดือนปีเกิดเท่าใด คุณโอคงจะสอบถามจากผู้ใหญ่ได้ง่าย

ถ้าพูดถึงว่าคุณป้าที่ถือมีดพร้าต้อนรับนายโอเมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อนโน้น คิดว่าน่าจะเป็นคุณป้าวิเชียร มณีอินทร์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ ๗ ในจำนวนลูก ๒๑ คนที่มีชีวิตอยู่ของพระยาสุนทรสงคราม(ปุย สุวรรณศร) คุณป้าเกิดปีวอก ๒๔๕๑
คุณป้าแต่งงานกับคุณลุงประสิทธิ์ มณีอินทร์ (เกิดปีระกา ๒๔๕๒) ลูกชายคนหนึ่งของท่านชื่อณัฏฐ์ เช่นเดียวกันกับลูกคุณพัชระวรรณ อายุตอนนี้ ๖๒ ปีแล้ว

ที่เดาว่าเป็นคุณป้าวิเชียร ไม่ใช่ว่าผมจะรู้จะเห็นเองหรอก แต่เพราะทราบว่าคุณป้าอยู่บ้านหลังนี้เหมือนจะเป็นคนสุดท้าย ต่อมาก็ได้มีการมอบบ้านและที่ดินหลังนี้ในนามของมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม(ปุย) ให้แก่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เห็นคุณพี่ณัฏฐ์ก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญคนหนึ่งในผู้จัดการครั้งนั้น เพราะตอนนั้นคุณป้าวิเชียรได้เสียชีวิตไปแล้ว และคุณพี่ณัฏฐ์กับครอบครัวก็ได้ย้ายออกจากบ้านยะมะรัชโชถิ่นพำนักเดิม ไปสร้างบ้านอยู่ถนนนอกเมือง แต่ถึงแม้จะเป็นตำรวจ ก็ยังต้องผจญกับขโมยงัดบ้านอยู่บ่อยๆ นี่ละเมืองไทย

หลังจากนั้นเป็นต้นมา บ้านยะมะรัชโชก็ขาดคนดูแล จึงชำรุดทรุดโทรมอย่างที่เห็น
ยิ่งเมื่อปี ๔๙ น้ำท่วมใหญ่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนกลางเมืองสุพรรณถึง ๒ เดือน บ้านยะมะรัชโชก็ยิ่งทรุดโทรมเข้าไปใหญ่


โดย: NickyNick วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:04:14 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ยมนา คุณนิคเพิ่งส่งโพยให้ผมว่า คุณแม่ของพี่ยมนาคือคุณแม่บุญมี และคุณตาคุณยายคือ ตาอิน-แม่ม่อม
สรุปว่าตอนนี้ผมลำดับได้หมด รวมถึงปีเกิดของพี่ยมนาด้วย ร้ายมั้ยครับ พ่อนิคของผม

สำหรับปีเกิดของผม ตามที่พ่อนิคได้ประชดเอาไว้ อีกไม่นานคงได้เฉลยครับ :)


โดย: twojay วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:11:03 น.  

 

มาฟังพี่ใหญ่ พี่รองสนทนา พร้อมการยืนยันบางส่วนข้อมูลจากพี่พัชระวรรณ ถึงเรื่องราวอันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่ไม่ใคร่จะหาอ่านได้ที่ไหนนอกจากบลูบล็อกแห่งนี้ของพี่รอง ขอ คารวะพี่ทุกท่านนะครับ

ยิ่งได้อ่านยิ่งทำให้ต้องทำการบ้านหนักกว่าเก่ามากครับและเห็นถึงว่าอ่านธรรมดาอาจสู้ไม่ได้กับการสืบเสาะขุดค้นของผู้ชำนาญการอันไม่ธรรมดาที่นามนี้ใครหลายคนต้องขอคารวะในความรู้รอบอย่างลึกซึ้ง

ปัญหาของสมองสำหรับผมอาจจะยิ่งหนักกว่าพี่รองเป็นไหนไหนครับเพราะกรุงเทพฯ คงจะคราคร่ำไปด้วยมลพิษ ฝุ่นควัน ที่ทำให้ผมได้แถม
ทั้งอาการภูมิแพ้มาด้วยแต่พอเบาบางด้วยสรรพวิตามินที่ขยันโด๊พครับ ไม่รู้จะช่วยเนื้อสมองบ้างเปล่าไม่รู้

ตบท้ายที่พี่รองสัพยอกพี่ใหญ่ ยังไงน้องชายเชื่อว่าพี่ใหญ่คงจะแสนพลพ่ายต่อน้ำคำของพี่รองที่อาจจะมีขอบฟ้ามากั้นที่อาจจะทำให้ความไม่สะดวกในการบุกตะลุยในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลอาจจะจำกัดไปบ้าง (พี่ใหญ่ย่อมเข้าใจและเห็นใจพี่รองมากเป็นแน่ๆ ครับ

)

น้องชายเตรียมมาขออ่านข้อมูลทีเผลอที่พี่รองจะนำมาฝากครับแต่คิดว่าสายตาประดุจคมเหยี่ยวของพี่ใหญ่นั้นพี่รองจะฝ่าวงล้อมมาอย่างไร เหอเหอ ผมขอเกาะขอบบล็อกเฝ้ารอร้อรอนะครับพี่ชาย

หลับฝันดีนะครับพี่รอง ผมมาทักทายในยามเช้าของน้องชายที่ยามดึกนี้พี่รองคงพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงกับภารกิจมากมายที่รอให้พี่รองคนเก่งเข้าไปจัดการ

ป.ล.ถ้าพี่รองไม่ว่าเอาไว้น้องชายจะเขียนไปคุยไปเล่าอีกครับอาจหลังไมค์บ้างเมล์บ้างพี่รองไม่ว่ากันนะครับ


โดย: J.C. IP: 203.146.196.18 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:49:13 น.  

 
อยากทราบว่าคุณ NICKYNICK คือใครคะ ทำไมจึงรู้ไปถึงตาอิน ยายม่อมของดิฉันด้วย ช่วยขยายความหน่อยนะคะ ดิฉันมาอยู่กาญจนบุรี 20 กว่าปีแล้วไม่มีญาติพี่น้องเลยสักคนเดียว และเราเคยรู้จักกันมั๊ยคะเมื่อมีโอกาสไปสุพรรณบุรี ดิฉันยังคงแวะเวียนไปเดินดูบริเวณบ้านเกิดเสมอ ถึงแม้จะเหลือเป็นเพียงมุมถนนที่ติดกับสะพานอาชาสีหมอกก็ตาม บ้านยะมะรัชโชและต้นพิกุลใหญ่ดูทรุดโทรมมาก เคยถามคนแถวนั้นว่าใครเป็นผู้ดูแลก็ไม่ได้คำตอบชัดเจนนักและวันที่ 20 มกราคม ยังคงมีงานทำบุญบ้านอยู่หรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: พัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร IP: 222.123.154.121 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:00:44 น.  

 
ผมไม่ทราบสรรพคุณและตัวยาของ NickyNick รู้แต่เพียงว่านายนิคเข้ามาทีไร มักจะแก้อาการคันได้เสมอ

พี่พัชระวรรณมีคำถามเช่นเดียวกับผม เมื่อได้เห็นชื่อนี้ครั้งแรก ตัวจริงจะเป็นใครอย่างไรนั้น รอให้เจ้าตัวมาบอกสรรพคุณเองดีกว่านะครับ


โดย: twojay วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:54:47 น.  

 
สวัสดีครับ
ผมไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกับเจ้าพระยายมราช หรือกับพี่น้องของท่านทางสายหนึ่งสายใดเลย เพียงแต่เกิดความประทับใจตัวท่านเจ้าคุณเป็นการเริ่มต้น ต่อจากนั้นเมื่อพยายามค้นคว้าหาประว้ติท่าน ก็ได้เจออะไรที่น่าสนใจมากมาย ดังนั้นการศึกษาในเวลาต่อมาจึงต้องล่วงเลยไปถึงพี่น้องของท่านด้วย ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
มีบางช่วงหยุดอ่านไปพัก ก็กลับมาต่อเรื่องราวไม่ค่อยติด ดังนั้นจึงต้องจดบันทึกเก็บไว้จนถึงตอนนี้มากมาย

ส่วนใหญ่จึงเป็นการศึกษาจากหน้าหนังสือครับ ส่วนประสบการณ์ตรงนั้นน้อยมาก

ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นญาติกัน แต่มีกำเนิดที่สุพรรณเหมือนกัน ถ้าสืบไปลึกๆ ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์อาจมีความเกี่ยวข้องกันก็ได้ครับ



มีการวางพวงมาลารำลึกถึงท่านเจ้าพระยายมราชกันทุกปี ทำกันที่อนุสาวรีย์ของท่านที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชครับ หน่วยงานราชการ-เอกชนมากมายมาร่วมพิธีกันแต่เช้า แล้วทำบุญเลี้ยงพระเพล พอพระฉันเสร็จ ลูกหลานและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็จะร่วมรับประทานพูดคุยกันต่อ หลังจากนั้นญาติบางส่วนก็อาจจะเดินไปเยี่ยมชมบ้านยะมะรัชโชกันบ้างตามอัธยาศัย

ส่วนการทำบุญที่บ้านยะมะรัชโช ก่อนหน้านี้ไม่ทราบ แต่ช่วงสิบปีหลังนี้ผมไม่เคยเห็น เพราะทรุดโทรมมาก ไม่ปลอดภัยที่คนจะเดินล่วงพ้นบันไดขึ้นไป หรือแม้ว่าจะเดินอยู่ในรัศมีของบ้าน


โดย: NickyNick วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:31:16 น.  

 
โอ้ .... ตระกูลใหญ่โต ประวัติยาวนาน จริง ๆ ครับ พี่โอ .....


ปล. พี่โอ สบายดีเปล่าครับ


โดย: POL_US วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:5:33:54 น.  

 
เป็นหมอฟันเหรอคะ โอ้ ความอดทนสูงมากๆๆๆเลยค่ะ แต่เป็นหมอแขนงไหนก็เหมือนกันเนอะ นอกจากอดทนแล้วยังต้องใจกล้าด้วย เห็นคนขาขาดปอดทะลุสมองทะลวงก็ยังต้องยิ้มเข้าไว้ แค่นึกดิฉันก็จะเป็นลมแล้ววว

แวะมาทักทายค่ะว่าสบายดี ไม่ได้คุยกันนานจริงๆน่ะแหล่ะ ไม่ได้เขียนบล็อกนานเหมือนกันเลยค่ะเพราะต้นปีจะเป็นช่วงที่มีประชุมใหญ่เยอะและวุ่นสุดๆ ตอนนี้ดีขึ้นหน่อยนึงแล้วค่ะเลยแวะมาเขียนได้บ้าง


โดย: Rive Gauche วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:7:16:33 น.  

 

Have a nice day Comments hi5


สวัสดีค่ะป้าหู้มาแว้วว...

คิดถึง..คิดถึง..นะคะ

ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

มาอ่านต่อครั้งต่อไปนะคะ



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:15:53 น.  

 
สวัสดีพล พี่สบายดี เป็นไงบ้าง เห็นเตรียมทริปใหญ่ก่อนกลับเมืองไทยอีกแล้ว ได้เที่ยวเยอะจริงๆ
ไปดูหนัง "รักแห่งสยาม" มาเหรอ มิน่า.. พักนี้เห็นเพ้อถึงคำว่า "สยาม" บ่อยๆ.. อิอิ ;)

คุณ Rive Gauche ครับ
ทั้งอดทนและทนอดแหละครับ อิอิ ใจกล้าก็ไม่เชิงเท่าไหร่ครับ เป็นเพราะความเคยชินมากกว่า ขาขาดกับปอดทะลุนี่ เคยเห็นสมัยเรียนดมยา เพราะต้องเข้าห้องผ่าตัดกะเค้าเหมือนกัน แต่สมองทะลวงนี่ยังไม่เคยครับ ว่างๆว่าจะทะลวงของตัวเองดูบ้าง เพราะรู้สึกว่าพักนี้ชักตันๆยังไงพิกล :)
เคยทำงานจนผู้ช่วยเป็นลมล้มพับขณะทำงาน ไอ้เราก็นึกว่าเค้าเห็นเลือดแล้วเป็นลม ปรากฎว่าเป็นลมเพราะหิวข้าว วันนั้นทั้งหมอทั้งคนไข้ต้องมานั่งปฐมพยาบาลให้ผู้ช่วย อิอิ

ว่างๆก็เชิญแวะเข้ามาอีกนะครับ

ป้าหู้เป็นไงมั่งครับ พักนี้ไม่ค่อยได้แวะเข้าไปบ้านป้าหู้เลย คิดถึงเช่นกันครับ


โดย: twojay วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:24:01 น.  

 
ขอรบกวนพี่ทั้งหลาย ผมอยากทราบประวัติของนายตาด บุนนาค ทุกอย่างตั้งแต่การทำงานต่างประเทศจนถึงตำแหน่งต่างๆเมื่อคราวกลับมาที่ประเทศไทยครับ.


โดย: พรศิวะ สมัชญ์เตชินี IP: 125.24.231.1 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:17:30:18 น.  

 
คุณปราโมทย์ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมไปเมื่อไม่นานมานี้ ท่านเป็นบุตรของคุณหญิงชื่นจิตต์(สุคนธหงส์)กับคุณเกษม สุขุม(น้องของคุณเย็น สุขุม ซึ่งเป็นบุตรของหลวงอมัจกิจพิบูลย์) สายกสุลสุขุมทางหลวงอมัจกิจพิบูลย์ เป็นสายสกุลที่ลงไปรับใช้แผ่นดินทางภาคใต้ ช่วยเหลืองานราชการของท่านเจ้าพระยายมราช และมีความสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับสกุล"สุคนธหงส์" "ณ สงขลา" และ"โรจนะหัสดิน" ซึ่งปัจจุบันนี้กระผมซึ่งเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของสกุล"โรจนะหัสดิน"ได้รับการถ่ายทอดความทรงจำในอดีตจากท่านมาตลอด บุคคลดังกล่าวนี้ท่านเป็นเด็กจากทางใต้ ทีเดินทางเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ในรร.กรุงเทพคริสเตียน เมื่อ70กว่าปีที่แล้ว ท่านคือ"นายใหญ่ โรจนะหัสดิน" และอีกบุคคลหนึ่งที่ได้เล่าเรื่องราวของท่านเจ้าพระยายมราช ให้ผมได้เป็นที่รู้จักเมื่อ30ปีที่แล้วคือ "คุณครูสิรี มหากายี" โอกาศหน้าผมจะกลับมาเล่าเรื่องราวที่รับรู้จากปากคำของบุคคลที่ได้เคยพบปะกับท่านเจ้าพระยายมราช ในตอนที่บุคคลเหล่ามี้ยังมีน้อยอยู่ วันนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ สวัสดีครับ


โดย: the young ONE IP: 202.149.24.129 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:11:56:56 น.  

 
แก้ไขครับ....ในตอนที่บุคคลเหล่ามี้ยังมีอายุน้อยอยู่


โดย: the young ONE IP: 202.149.25.234 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:12:03:56 น.  

 
สวัสดี คุณNickyNick ก็ยินดีและขอบคุณที่ได้เห็นผลงานของคุณ...... เนื่องในวันที่30พฦษภาคม2556 ซึ่งก็อีก4ปีข้างหน้านี้แล้ว ก็จะครบรอบ100ปีสกุล"สุขุม" ผมก็อยากจะให้มีการลำลึกและขอบคุณท่านเจ้าพระยายมราช และกราบสนองพระคุณใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังประวัติที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ขณะนี้กระผมก็คิดโครงการอยู่ แต่ก็ยังต้องมีการเตรียมการอีกมาก แม้กระทั่งคนของ"สกุลสุขุม"เอง ก็ยังขาดการตดต่อกันอยู่อีกมาก ที่จะได้พบกันก็ไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วก็เนื่องในงานของ"สกุล ณ สงขลา" ซึ่งท่านเหล่านี้ก็อายุมากๆกันทั้งนั้นแล้ว ก็คงจะเป็นได้แค่ที่ปรึกษา ก็น่าจะเป็นหน้าที่ของคนที่ยังมีกำลังอยู่ในการทำงานต่อไป ซึ่งตรงนี้ในฐานะที่คุณNickyNickเป็นผู้ที่มีข้อมูลไม่น้อยเลย กระผมจึงอยากจะขอความเอื้อเฟื้อจากคุณNickyNick ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กระผม ณ ที่นี้และเป็นศูนย์กลางการติดต่อทางด้านข้อมูล หากความต้องการของผมไม่เป็นการรบกวนเวลาของคุณครับ....ขอบคุณมา ณ โอกาศนี้ครับ


โดย: the young ONE IP: 202.149.25.234 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:12:42:19 น.  

 
ยินดีครับ
และขอบคุณมากที่ได้ให้เกียรติผมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่และสืบต่อข้อมูลด้วยครับ


โดย: NickyNick วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:9:21:10 น.  

 
คงจะไม่ใช่พี่เป็นส่วนร่วมนะครับ คงจะต้องพูดว่า "ขอความอนุเคราะห์คาวมช่วยเหลือและเวลาอันยิ่งใหญ่ของพี่นะครับ"


โดย: the young ONE IP: 202.176.117.168 วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:20:52:46 น.  

 
ขอกราบขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาศนี้ครับ


โดย: the young ONE IP: 202.176.117.168 วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:20:54:49 น.  

 


เอาข้าวตังหน้าตั้งมาฝากค่ะ

คุณหมอสบายดีนะคะ...



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 20 มกราคม 2552 เวลา:21:27:16 น.  

 

รีบมาอ่ะจร้า...เด๋วปายยบ้างอื่ง..อิกอ่ะ...

แล้วจามาใหม่น้า...




โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 27 มกราคม 2552 เวลา:0:22:09 น.  

 
ขอเคารพลูก-หลาน-เหลนของท่านเจ้าพระยายมราชทุกคนครับ

พวกเราเป็นคนสุพรรณฯ ที่ทนไม่ได้กับการ "ปิดบัง" คุณูปการของท่านเจ้าพระยายมราช จาก "ผู้ใหญ่ที่น่าระอา" บางคนของจังหวัดสุพรรณฯ

จึงรวมตัวกัน และนำบ้านยะมะรัชโช เป็น "ยุทธศาสตร์" ที่สำคัญ เปิดเป็น "ประเด็นสาธารณะ" ไม่ให้มีใครมา "บดบัง" อีกต่อไป

เราจะจัดทำบุญวันเิกิดของท่าน ในวันที่ ๑๕ ก.ค.๕๒ ที่บ้านยะมะรัชโช เวลาเพล และช่วงบ่ายจะมี "เวทีเสวนา" เพื่อประกาศเกียรติคุณ ความดีงามของท่าน ให้ขจรไปไกล

ติดต่อพวกเราได้ที่ yamaracho@gmail.com

ปณิธานของเรา แต่งเป็นกลอนไว้ ดังนี้

จะเชิดชู คุณูปการ จะสานต่อ
จะผูกรัก ถักทอ ไม่ท้อถอย
จะดั้นด้น ค้นคว้า หาร่องรอย
จะหนุนเนื่อง ทีละน้อย ไม่ปล่อยวาง
จะยืนยาม ตามไฟ ให้ตื่นฟื้น
จะทวงคืน ความสำคัญ ด้วยสรรสร้าง
จะทุ่มเท อดทน ทุกหนทาง
จนกว่าเรือน ที่โรยร้าง...จะรังรอง


โดย: ภาคีคนรักษ์บ้านยะมะรัชโช IP: 125.24.110.54 วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:03:28 น.  

 
บ้านยะมะรัชโช

ที่ริมน้ำ ท่าจีน เป็นถิ่นบ้าน
มีตำนาน เก่าแก่ มาแต่หลัง
เคยรุ่งเรือง เฟื่องฟู คู่บัลลังก์
บัดนี้ยัง ร้างรอ คนต่อเติม

เพื่อสืบนาม ความดี ที่ท่านสร้าง
จะบำรุง เรือนที่ร้าง ช่วยสร้างเสริม
ด้วยสำนึก เลือดสุพรรณฯ อันดั้งเดิม
ร่วมกันเริ่ม ร่วมกันรัก..ร่วมถักทอ
..................
15 กรกฎาคม 52...ไปทำบุญร่วมกันที่บ้านยะมะรัชโช จ.สุพรรณบุรี...นะครับ


โดย: คนตลาดเก่า เฝ้าบ้านยะมะรัชโช IP: 125.26.51.48 วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:17:14 น.  

 
เห็นทางจังหวัดสุพรรณบุรี กำลังมีโครงการพัฒนาบ้านยะมะรัชโชและบริเวณรอบข้างอยู่ขณะนี้แล้วนี่ครับ ทราบว่าเป็นโครงการใหญ่โต

สำหรับการจัดเสวนาเพื่อเผยแพร่คุณูปการของท่านเจ้าพระยายมราชและสกุลข้างเคียง ก็ยินดีด้วยครับ พวกเราทุกคนในที่นี่สามารถมีส่วนร่วมได้ คงไม่ต้องไปกังวลถึงผู้ใดจะไปปิดบังหรอกครับ เราพูดคุยกันเยอะ ๆ เดี๋ยวเรื่องมันก็กระจายกันไปเอง

ยินดีด้วยที่มีการเริ่มต้น ทั้ง ๆ ที่ควรจะเริ่มมานานแล้วนะครับ


โดย: NickyNick วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:04:14 น.  

 
สวัสดีค่ะ ดิฉันก็เป็นเหลนของคุณทวดปุย สุวรรณศรอีกคนหนึ่งค่ะ ตอนนี้อย่ที่ฉะเชิงเทราค่ะ ดิฉันเป็นหลานของคุณยายเชย (สุวรรณศร) พิมพ์พันธุ์ ซึ่งคุณยายเชยเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของคุณตาชม สุวรรณศรค่ะ
ผู้ใหญ่ที่บ้านท่านก็จะพูดคุยและเล่าเรื่องราวในอดีตให้ดิฉันฟังอยู่เสมอ ๆ ดีใจมากค่ะที่ได้รู้จักคุณน้าพัชระวรรณ
และคิดว่าสักวันคงได้มีโอกาสพูดคุยกันค่ะ
คุณน้าพัชระวรรณ ก็ต้องเป็นน้องสาวของคุณป้าประเสริฐศรี ศิริปาลกะ เพราะคุณป้าเสริฐเป็นบุตรของคุณตาชม กับคุณยายเปล่า สุวรรณศร ปัจจุบันท่านอยู่ที่กรุงเทพ แถวรามอินทราค่ะ อายุ ๘๐ แล้วค่ะ


โดย: ดวงกมล IP: 222.123.186.141 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:50:08 น.  

 
ขอเชิญหลาน-เหลน-โหลน ของท่านเจ้าพระยายมราช(ปั้น สุขุม) และผู้ที่สนใจ ติดตามเรื่องนี้ทุกท่าน แวะเข้าไปเยี่ยมชม แลกเปลี่ยนข้อมูล ให้ข้อคิดเห็น และคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ ได้ที่ http://www.oknation.net/blog/ya-ma-rach-cho
ขอบคุณครับ


โดย: ภาคีคนรักษ์บ้านยะมะรัชโช IP: 125.26.53.75 วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:16:43 น.  

 
เพิ่งเปิดเข้ามาเจอนะคะ ดิฉันเป็นลูกสาวของคุณพ่อ ธะทรง สุวรรณศร น้องคุณลุงชมและป้าเชย ย้ายมาอยู่ที่ขอนแก่น 40 กว่าปีแล้ว แต่พอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิ พระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) ยกบ้านยะมะรัชโช ให้กับ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช พร้อมเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างเป็นตึกผู้ป่วย และให้ชื่อตึกว่า ตึกพระยาสุนทรสงคราม(ปุย สุวรรณศร ) แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่มีการดำเนินการอะไรต่อจากนั้น เมื่อมาพบว่ามีผู้คนสนใจจะบูรณ บ้านยะมะรัชโช ก้ดีใจนะคะ แต่คงต้องถามทางโรงพยาบาลดูให้ดีนะคะ เพราะโฉนดเป็นของโรงพยาบาลค่ะ


โดย: ธะศิริ สุวรรณศร IP: 125.26.141.57 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:11:16:32 น.  

 
เธชเธงเธฑเธชเธ”เธตเธ„เนˆเธฐ เน€เธžเธดเนˆเธ‡เน€เธ›เธดเธ”เน€เธ‚เน‰เธฒเธกเธฒเน€เธˆเธญเน€เธซเธกเธทเธญเธ™เธเธฑเธ™เธ„เนˆเธฐ เนƒเธŠเน‰เธŠเธทเนˆเธญเธ„เธธเธ“เนเธกเนˆ เน€เธžเธฃเธฒเธฐเน€เธ™เธทเนˆเธญเธ‡เธˆเธฒเธ

- เธ„เธธเธ“เธขเนˆเธฒเธ‚เธญเธ‡เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆเธŠเธทเนˆเธญ "เธซเธขเธฒ" เธ‹เธถเนˆเธ‡เธ—เนˆเธฒเธ™เน€เธ›เน‡เธ™เธžเธตเนˆเธชเธฒเธงเธ‚เธญเธ‡เน€เธˆเน‰เธฒเธžเธฃเธฐเธขเธฒเธขเธกเธฃเธฒเธŠ
(เน€เธ›เน‡เธ™เน€เธซเธฅเธ™ เธ‚เธญเธ‡เน€เธˆเน‰เธฒเธžเธฃเธฐเธขเธฒเธขเธกเธฃเธฒเธŠ)
- เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆ(เธญเธณเน„เธž)เน€เธ›เน‡เธ™เธฅเธนเธเธชเธฒเธงเธ‚เธญเธ‡เธ‚เธธเธ™เธžเธดเธŠเธฑเธขเธŠเธ™เธšเธ— (เน€เธ‚เธตเธขเธ™ เธชเธฑเธ‡เธ‚เนŒเธžเธดเธŠเธฑเธข)เธ•เธญเธ™เธ™เธตเน‰
เธญเธฒเธขเธธ 65 เธ›เธต เธญเธขเธนเนˆเธ—เธตเนˆ เธญ.เน€เธกเธทเธญเธ‡ เธฏ เธˆเธฑเธ‡เธซเธงเธฑเธ”เธชเธธเธžเธฃเธฃเธ“เธšเธธเธฃเธต เธ„เนˆเธฐ




โดย: เธญเธณเน„เธž เธฃเธฑเธเธžเธฑเธ™เธ˜เธธเนŒ (เธชเธฑเธ‡เธ‚เนŒเธžเธดเธŠเธฑเธข) IP: 125.24.116.211 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:11:08:43 น.  

 
เธชเธงเธฑเธชเธ”เธตเธ„เนˆเธฐ เนƒเธŠเน‰เธŠเธทเนˆเธญเธ„เธธเธ“เนเธกเนˆเนเธ™เธฐเธ™เธณเธ•เธฑเธง เน€เธ™เธทเนˆเธญเธ‡เธˆเธฒเธ เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆ เน€เธ›เน‡เธ™เธซเธฅเธฒเธ™เธ‚เธญเธ‡เธขเนˆเธฒเธซเธขเธฒ (เธžเธตเนˆเธชเธฒเธงเน€เธˆเน‰เธฒเธžเธฃเธฐเธขเธฒเธขเธกเธฃเธฒเธŠ)
เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆเน€เธ›เน‡เธ™เธฅเธนเธเธชเธฒเธงเธ‚เธญเธ‡เธ‚เธธเธ™เธžเธดเธŠเธฑเธขเธŠเธ™เธšเธ— (เน€เธ‚เธตเธขเธ™ เธชเธฑเธ‡เธ‚เนŒเธžเธดเธŠเธฑเธข) เธ•เธญเธ™เธ™เธตเน‰เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆเธญเธฒเธขเธธ 65เธ›เธต เธญเธขเธนเนˆเธ—เธตเนˆ เธญ.เน€เธกเธทเธญเธ‡ เธˆ.เธชเธธเธžเธฃเธฃเธ“เธšเธธเธฃเธต เธ„เนˆเธฐ (เธ‚เน‰เธฒเธฃเธฒเธŠเธเธฒเธฃเธšเธณเธ™เธฒเธ เธ„เธฃเธน)
เธ„เธธเธ“เนเธกเนˆเธกเธฑเธเธˆเธฐเธžเธนเธ”เธญเธขเธนเนˆเน€เธชเธกเธญเธงเนˆเธฒ "เธ”เธตเนƒเธˆ เธ—เธตเนˆเธšเน‰เธฒเธ™เธขเธฐเธกเธฐเธฃเธฑเธŠเน‚เธŠเธˆเธฐเน„เธ”เน‰เธฃเธฑเธšเธเธฒเธฃเธšเธนเธฃเธ“เธฐ"
เนเธฅเธฐเธ‚เธญเธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เน€เธˆเน‰เธฒเธ‚เธญเธ‡ blog เธกเธฒเธเธ„เนˆเธฐ เธ—เธตเนˆเน€เธ›เน‡เธ™เธชเธทเนˆเธญเธเธฅเธฒเธ‡เนƒเธ™เธเธฒเธฃเนเธฅเธเน€เธ›เธฅเธตเนˆเธขเธ™เธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธ‚เธญเธ‡เธฅเธนเธเธซเธฅเธฒเธ™เธ—เนˆเธฒเธ™เน€เธˆเน‰เธฒเธžเธฃเธฐเธขเธฒเธขเธกเธฃเธฒเธŠ



โดย: เธญเธณเน„เธž เธฃเธฑเธเธžเธฑเธ™เธ˜เธธเนŒ (เธชเธฑเธ‡เธ‚เนŒเธžเธดเธŠเธฑเธข) IP: 125.24.106.178 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:12:26:12 น.  

 
สวัสดีค่ะ ใช้ชื่อคุณแม่แนะนำตัว
เนื่องจากคุณแม่ เป็นหลานสาวของย่าหยา (พี่สาวของเจ้าพระยายมราช) พ่อของคุณแม่ ชื่อเขียน สังข์พิชัย (ขุนพิชัยชนบท) เป็นลูกของย่าหยา คุณแม่+ครอบครัวเราจะไปร่วมงานวันโรงพยาบาลเป็นประจำค่ะ (แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปคุยกับญาติๆ มากนัก เพราะคนรุ่นเก่าๆที่คุณแม่รู้จัก ไม่ค่อยได้มาร่วมงานแล้ว เหลือแต่คนรุ่นหลังๆ ซึ่งคุณแม่บอกว่าถ้าไม่มีการแนะนำกัน ก็จะไม่รู้ว่าเป็นลูกหลาน) คุณแม่มักพูดเสมอว่าดีใจ ที่บ้านยะมะรัชโช จะได้รับการบูรณะ ตอนนี้คุณแม่อายุ 65 ปี (เป็นข้าราชการบำนาญ ครู) อยู่ที่บ้าน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ค่ะ


โดย: อำไพ รักพันธุ์(สังข์พิชัย) IP: 125.24.106.178 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:12:48:07 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณน้าพัชระวรรณ (ยมนา) สุวรรณศร
เมื่อวานเอารายละเอียดใน blog ไปปริ้นให้คุณแม่อ่าน คุณแม่ฝากความคิดถึงมายังคุณน้าค่ะ คุณแม่หนูเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ เคยเล่นกับคุณน้าที่บ้าน ยะมะรัชโช แม่หนูเป็นน้องคนเล็ก มีพี่สาวอีก 3 คน พี่สาวคนโตของแม่ชื่อ "อนงค์" ตอนนั้น เป็นครูอยู่ที่ ร.ร. นเรศวร
คนรองชื่อ "ปราณี" ตัดเสื้อผ้าอยู่ที่ร้านดวงดาว คนถัดมาจะไล่กับแม่หนู ชื่อ "อัมพร" ค่ะ พอจะจำได้มั้ยค่ะ (หนูลำดับยาวมาก)


โดย: อำไพ สังขพิชัย IP: 125.24.106.178 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:10:07:12 น.  

 
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 รุ่นเหลนของตระกูลสุวรรศร จะจัดงานพบปะกันที่ร้าน That's it ซอยศาลาแดงซอย 1 เวลา 10 โมงเช้าจะเริ่มรายการ เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษต้นตระกูล โดยผู้ที่รวบรวมเรื่องราวหลายๆคน ส่วนช่วงบ่ายจะเป้นภาคบันเทิงของรุ่นเล็กๆ จุดประสงค์ก็คืออยากให้พี่ๆน้องๆได้รู้จักกันเอาไว้และลูกจักเทือกเถาเหล่ากอของตนเอง พี่ๆน้องๆที่ยังไม่เคยเจอกันมาร่วมได้นะคะ แต่กรุณาแจ้งจำนวน ที่ ดิฉันล่วงหน้าที่อีเมล sonsuv2001@yahoo.com เพื่อจะได้แจ้งจำนวนให้หลานๆทราบต่ออีกที


โดย: ธะศิริ สุวรรณศร IP: 113.53.168.86 วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:7:46:43 น.  

 
ตอนนี้มีใครติดต่อกับเพื่อนที่สุพรรณบ้างครับ
เมื่อตอนงานบ้านยะมะรัชโชเมื่อเดือนที่แล้ว ผมได้พบกับพี่ๆที่สุพรรณ ในชื่อว่า "ภาคีรักษ์บ้านยะมะรัชโช" เห็นแล้วปลื้มใจมาก
.....จึงมีแนวคิดที่จะรวมญาติในสาย สุขุม และในสายญาติๆที่เกี่ยวข้องสักครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็อยู่กันทั่วประเทศ เห็นหน้ากันก็ไม่รู้จักกันเลยว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร
....ใครมีแนวคิดอย่างไร ช่วยออกความเห็นกันบ้างนะครับ ออกความเห็นกันเยอะๆ หลายๆคน จะได้เป็นแนวทางที่จะนำมาเป็นบทสรุปที่จะได้พบปะกันบ้าง อย่างน้อยก็ ปีละครั้ง...ดีมั๊ยครับ
...ติดต่อกันได้ที่ sportster001"gmail.com ครับ...ขอบคุณครับ


โดย: สาโรช IP: 125.24.144.236 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:05:39 น.  

 
sportster001@gmail.com ครับ


โดย: สาโรช IP: 125.24.144.236 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:09:32 น.  

 
เมื่อวันบวงสรวงบรรพบุรุษบ้านยะมะรัทโช ได้พบกับญาติพี่น้องอีกหลายตระกูล วันที่ 7 มกราคม ภาคีเขาจะจัดงานหาทุนเพื่อซ่อมแซมบ้านเพิ่มจากงบประมาณที่มีอยู่เดิม ใครอยากเจอญาติพี่น้องหลายๆตระกูลมาแสดงตัวนะคะ


โดย: ธะศิริ สุวรรณศร IP: 125.26.196.228 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:26:55 น.  

 
จากหลักฐานที่ค้นพบใหม่เกี่ยวกับบรรพบุรุษดั้งเดิม คือใบโฉนดที่ดินบ้านกุฏีทอง
ชวดหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน ภมรพล) เป็นบุตรของเชียดปู่ กับเชีวดคำ
ชวดแข ภมรพล เป็นบุตรีของเขียดเรือน กับเชียดแจ่ม

ทางสายภมรพล ที่ไปเกี่ยวข้องกับสุขุมเพราะทางฝ่ายชวดแขที่มีเชียดชื่อเรือนนั่นแหละ เพราะเขียดเรือนเป็นน้องชายของเชียดเรือง ซึ่งแบ่งสายออกมาเป็นสายสุขุม สุวรรณศร .....

สะพานเขียว ผู้ย่างเหยียบบ้านบรรพบุรุษ บ้านกุฏีทอง


โดย: สะพานเขียว IP: 117.47.130.212 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:47:58 น.  

 
ตามที่คุณสะพานเขียวแจ้งไว้ ส่วนใหญ่ตรงกับที่ผมเคยอ่านมา
แต่ที่ต่างกันคือ บิดาของหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์(เทียน) ชื่อหลวงไชยรองปลัด(ภู่)
หลวงไชยมีบุตรที่ทราบอีกหลายคน และคงจะจากหลายเมียด้วย ซึ่งลูกหลานต่างกระจัดกระจายครอบครองท้องทุ่งเมืองสุพรรณอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมสองฟากฝั่งแม่น้ำท่าจีน ซึ่งฝั่งทุ่งกุฎีทองทับตีเหล็กก็เป็นแห่งสำคัญอันหนึ่งด้วย


โดย: NickyNick วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:8:48:49 น.  

 
หลวงไชย(ภู่) จึงเป็นที่มาของนามสกุล "ภมรพล" คิดว่าคุณสะพานเขียวคงแกะอ่านคำโบราณในโฉนดฉบับรศ.127-128 ผิดเป็น "ปู่" ไป
แต่ผมไม่แน่ใจว่าภมรพลจะเป็นสกุลบางช้างสายห่างสายไกลอย่างที่คุณเทพ สุนทรศารทูลเขียนไว้หรือเปล่า
เพราะหนังสือของท่านมีผิดเยอะ และเขียนหลายอย่างโดยนึกไปแบบไม่มีหลักฐานชัดเจน จนไม่กล้าใช้อ้างอิง


โดย: NickyNick วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:8:52:35 น.  

 
เน€เธ›เน‡เธ™เน€เธซเธฅเธ™เธ‚เธญเธ‡เธžเธฃเธฐเธขเธฒเธชเธกเธšเธฑเธ•เธดเธ เธดเธฃเธกเธขเนŒ (เธซเธกเธต) เธ•เธญเธ™เธ™เธตเน‰เธ„เธธเธ“เธ™เน‰เธฒเน†เธเธณเธฅเธฑเธ‡เธฃเธงเธšเธฃเธงเธกเธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธเธฑเธ™เธญเธขเธนเนˆ เธ—เธฒเธ‡เธชเธฒเธขเธžเธฃเธฐเธขเธฒเธชเธกเธšเธฑเธ•เธดเธฏ เธกเธตเธฅเธนเธเธซเธฅเธฒเธขเธ„เธ™ เธ„เธทเธญ เธ™เธฒเธ‡เน€เธ›เธฅเธตเนˆเธขเธ™ เธ™เธฒเธ‡เนเธ›เธฅเธ เธ™เธฒเธ‡เธจเธฃเธต เธ™เธฒเธขเธชเธดเธ‡เธซเนŒเน‚เธ• เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ™เธฒเธ‡เธ›เธฃเธธเธ‡ เธฅเธดเธกเธ›เธดเธŠเธฒเธ•เธด เธ™เธฒเธขเนƒเธซเธเนˆ เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ™เธฒเธขเธŠเธธเนˆเธก เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ™เธฒเธ‡เธชเธฒเธงเธžเธฃเน‰เธญเธก เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ™เธฒเธขเธฅเธฐเธกเน‰เธฒเธข เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ™เธฒเธ‡เธ›เธฃเธฐเธˆเธš เธฅเธฑเธเธฉเธ“เธฐเธชเธธเธ• เธ™เธฒเธ‡เนเธŠเนˆเธกเธŠเน‰เธญเธข เน€เธญเธกเธญเธกเธฃ เนเธฅเธฐเธ™เธฒเธขเน€เธญเธตเธขเธ” เธชเธธเธ‚เธธเธก เธ„เนˆเธฐ


โดย: เธเธฒเธ™เธ”เธฒ IP: 58.8.204.41 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:15:54:20 น.  

 
ตามที่สืบเสาะมา กำลังค้นหาหลักฐานสนับสนุนสายภมรพล นายภู่ เป็นขุนชื่อ ขุนพลสงคราม แล้วขึ้นเป็นหลวงไชย รองปลัด (ภู่) ซึ่งตำแหน่งนี้นายโต ภมรพล ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตได้รับสืบทอดต่อมา จึงเรียกว่า หลวงไชย รองปลัด (โต ภมรพล) มีหลักฐานอ้างอิง ในหนังสืออนุสรณ์ พ.อ.พระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) และบรรดาศักดิ์สุดท้าย ได้ขึ้นเป็น พระสยามพลภักดิ์ (โบราณเขียน ไม่มีการันต์)
หลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน) ไม่ทราบว่าตอนเป็นขุนชื่ออะไร แต่ท่านเป็นตำนานแห่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ลูกหลานสาย ท่านเจ้าคุณโต๊ะ ภมรพล ไปเติบโตในกรุงเทพฯ ยกเว้นบุตรชายคนโต ชื่อนายยวง ที่อพยพย้ายไปแถววัดนก วัดม่วง ตำบลสวนแตง ไปเป็นคนมีฐานะที่โน้น เป็นกกภมรพลที่ใหญ่ที่ใหญ่ในเขตอำเภอเมือง ส่วนในเขตสองพี่น้อง มีแถวบ้านกุ่ม บ้านโพธิ์ บางสะแก ส่วนที่แถววัดสะแกย่างหมู วัดที่หลวงบรรเทาทุกขราษฎร์เป็นผู้บุกเบิกสร้างไว้ร่วมกับกำนัน และผู้ใหญ่บ้านชื่อเปลี่ยนชื่อไทย เป็นต้น ถวายที่ดินไว้ เมื่อปี ๒๔๒๔ เป็นแหล่งชุมชุนหนึ่ง ที่ปัจจุบันภมราพลสายนี้ไปเติบใหญ่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี และอีกสายหนึ่งที่เชื่อมโยงถึงกัน คือแถวจรเข้ อำเภออู่ทอง

นอกจากนั้น ก็ไปอยู่ที่ชัยนาท นครสวรรค์ สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา ตาก เชียงใหม่ เชียงราย ตราด เป็นต้น แต่อย่าแปลกใจถ้าพบใครที่เป็นภมรพล ไปเติบโตแถวนราธิวาส เพราะบุตรชายคนโต ของหลวงไชย รองปลัด (โต) ติดตามพระสุขุมนัยวินิจ (ปั้น สุขุม) ไปอยู่ที่นู้นเลยไม่ยอมกลับมาสุพรรณ

ที่ว่าแกะผิดนั้น ในหลักฐานที่ดินรับมรดกเมื่อหลวงบรรเทาทุกขราชมรณภาพ (เขาเขียนเช่นนั้นจริงๆ ครับ คือเป็น "ราช" และใช้ศัพท์ว่า มรณภาพ) ระบุชัดเจนว่า บิดาของท่าน ชื่อ ภู่ มารดาชื่อคำ ส่วนผู้รับมรดกคือนางบรรเทาทุกขราษฎร์ (แข ภมรพล) เขาก็ระบุชื่อบิดามารดาว่า บิดาชื่อเรือน มารดาชื่อแจ่ม หลวงบรรเทาฯ ถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๔๖๑

ยังมีต่ออีกนิดหนึ่งนะครับ ถ้าบันทึกปากคำไม่ผิด นางแข มีพี่น้อง ๓ คน ชื่อ นายฟัก นายอั้น และนางเผือก ส่วนหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ มีน้องสาวชื่อ แจ่ม ทำไมไปตรงกันก็ไม่ทราบ แต่สังเกตให้ดีเป็นคนละสายกันระหว่างสายพ่อและสายแม่

หลวงไชย รองปลัด (โต ภมรพล) นั้น สมรสกับ นางจาบ สุนทรวิภาต มีลูกชายที่สืบตระกูลภมรพล ๒ คน ชื่อ ขุนภูดาษ (อ่ำ ภมรพล) กับ หมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว) ส่วนบุตรหญิงมีอีกหลายคน ไปแต่งกับสายมงคลนาวินบ้าง สายมาศมัณฑะบ้าง

สะพายเขียว


โดย: สะพานเขียว IP: 114.128.29.253 วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:20:51:54 น.  

 
ที่ว่าแกะผิด คือตรงนี้ครับ
"ชวดหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน ภมรพล) เป็นบุตรของเชียดปู่ กับเชีวดคำ"
สรุปแล้ว เป็นบุตรของพ่อภู่แม่คำ(ไม่ใช่พ่อปู่แม่คำ) เข้าใจตรงกันแล้วครับ

ส่วนในโฉนดที่ดิน ที่เขียนเป็นบรรเทาทุกขราษฎร์บ้าง ..ราชบ้าง สยามพลภักดิ์บ้าง หรือ..ภักดิบ้าง คงเพราะตอนนั้นยังไม่มีพจนานุกรมที่จะใช้ยืนยันคำผิดถูก คนจึงเขียนตามความถนัดของตนเอง อาลักษณ์ในพระราชวังยังเขียนชื่อจังหวัดสุพรรณในใบบอกเป็นหลายอย่างตามถนัดแต่ละคน เช่น สุพรรณบุรี สุพันบุรี สูพันบูรี สุพันย์บุรี

ส่วนสายสัมพันธ์ของสกุลภมรพลในหนังสืออนุสรณ์พระยาสุรศักดิเสนา ผมอ่านดูแล้ว เขาทำไม่ละเอียดนัก เขียนทั้งชื่อทั้งบรรดาศักดิ์ผิดเยอะ(เช่นขุนภูคาชบดี หมื่นโรคจับพาล ซึ่งคุณสะพานเขียวได้เขียนไว้ข้างบนถูกต้องแล้ว) บางคนลำดับชั้นผิดจากชั้นหลานเป็นชั้นลูก เข้าใจว่าคงรีบทำ แต่ก็ถือว่าช่วยให้เราได้เข้าถึงความสัมพันธ์ได้บ้าง

แต่ละท่าน มักจะเขียนว่าลูกทุกคนเกิดจากภรรยาคนเดียวกันหมด ซึ่งความจริงไม่ใช่
เช่นบอกว่าหลวงไชย(โต) ลูกทุกคนเกิดจากแม่จาบ ภมรพล(สุนทรวิภาต) แต่ความจริงเกิดจากไม่น้อยกว่า 5 แม่

มีจุดหนึ่งที่สงสัย จะขอเรียนถามคุณสะพานเขียว ที่บอกว่าบุตรชายคนโตของหลวงไชย(โต) ตามเจ้าพระยายมราชไปอยู่ทางใต้แล้วไม่กลับสุพรรณ บุตรชายท่านนี้หมายถึงขุนภูดาษ(อ่ำ) หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ แล้วทำไมลูกหลานของขุนภูดาษ(อ่ำ)ถึงอยู่เมืองสุพรรณทั้งนั้น เช่นอดีตสส.ขวัญชัยด้วย


โดย: NickyNick วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:15:33:39 น.  

 
ที่แกะผิด คงเป็นเพราะพิมพ์ผิดมากกว่า ขออภัยครับ ในสมัยก่อนเขาเขียนตามการออกเสียงมากกว่า ดูแค่คำว่า วัดป่าเลไลยก์ ก็เขียนกันไปต่างๆ เป็น วัดเรไรบ้าง วัดเลไลย์บ้าง

ผมเห็นด้วยว่าสาแหรกที่จัดทำครั้งแรก ไม่ละเอียดเท่าที่ควร ชื่อก็เขียนผิดไป แต่เป็นเอกสารเบื้องต้นที่ต้องยึดไว้ก่อน ที่ไม่น่าพลาดเลยก็คือ บุตรชายคนโตของหลวงเทียน มีบุตรชายหลายคน อยู่บ้านท่าดินเหนียว ซึ่งสายนี้ไปเติบโตในเขตสวนแตง แถววัดนก วัดม่วง ปัจจุบันที่มีชีวิตอยู่ก็คือนายแสวง ภมรพล ส่วนพี่น้องชื่อ นางเชย นายพวง นายโหล (ติ่ง) นายพิงค์ นางสวงค์ เสียหมดแล้ว จะจำชื่อชวดได้หรือเปล่า ก้อไม่รู้

จุดสงสัย ขอแก้ไขนะครับ ผมหมายถึง บุตรชายคนโตของขุนอ่ำ ที่ชื่อนายพัน ภมรพล ครับ ไม่ใช่ขุนภูดาษ (อ่ำ) นายพันไปอยู่ปักษ์ใต้ ตายที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส นายพินไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน นายจั่น ว่าอยู่แถวประตูสาร นางแป้นเป็นลูกติดมาของขุนภูดาษ ก่อนที่จะมีคนที่สามที่ชื่อนางผัน ซึ่งมีลูก ๔ คน ชื่อ นายสมุห์เล็ก อยู่ในเมืองสุพรรณ สมรสกับนางมอญ รกรากมาจากสองพี่น้อง บุตรคนที่ ๒ ชื่อนางพัก บุตรคนที่ ๓ ชื่อนายโพธิ์ ไปเติบโตและอยู่ในปากน้ำโพ นครสวรรค์ มีแต่นายขวัญชัย ที่เปลี่ยนชื่อเป็นขวัญเมือง มีภรรยาชื่อนางไสว แต่ไม่มีบุตร มีแต่ลูกเลี้ยง

ปัจจุบัน ภมรพลในเขตอำเภอเมือง นอกจากสวนแตงแล้ว มีอยู่แถวไหนบ้างครับ มีแต่ก๊กหลวงสง่าเมือง หรือหลวงปู่ธูป แถววัดประตูสาร

ประเด็นที่ว่า หลวงไชย มี ๕ คน น่าสนใจมากครับ อยากจะได้เบาะแสสืบต่อ บุตรของขุนภูดาษว่ามี ๓ แม่ แม่สุดท้ายคือนางผัน อยู่ใต้ รพ.เจ้าพระยายมราช นางผันมีพี่สาวชื่อนางเผื่อน อายุ ๑๐๖ ปี อดีต สส.ขวัญชัยเคยขี่ช้างไปหากับนางพักบ่อยๆ จนชาวบ้านเขาจำได้



โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.27.101 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:8:44:36 น.  

 
ขณะที่ผมรอคุณนิกกี้มาช่วยส่องแสงสว่างให้ผมคลำทางต่อไปสายหลวงโต ภมรพล บุตรชายคนที่ ๒

จึงอยากจะเล่าสายหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (จะขอเรียกสั้นๆ ว่าหลวงเทียน ภมรพล) เท่าที่ทราบมาก่อน ดังนี้

หลวงเทียน เป็นบุตรของนายภู่ นางคำ เกิดราวประมาณ พ.ศ.๒๓๙๕ (+-๑๐) เพราะนางแข ภรรยาใหญ่ตายอายุครบ ๘๐ ปี ราวปี ๒๔๗๕ ส่วนหลวงเทียนตายก่อนนางแข เมื่อราวปี ๒๔๖๑

หลวงเทียน สร้างวัดสะแกย่างหมู ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านหลายคน เมื่อปี ๒๔๒๔ และเมื่อปี ๒๔๓๑ (ก่อนปีนี้ก็มีบุตรแล้วหลายคน) ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งชื่อ ด.ช.โต๊ะ ภมรพล นำไปฝากเรียนหนังสือที่วัดโพธิ์ กรุงเทพฯ เมื่อ ด.ช.โต๊ะ อายุได้ ๙ ขวบกว่า คือราวปี ๒๔๓๙ มีหลักฐานคือรูปภาพที่ถ่ายร่วมกันในห้องถ่ายภาพโดยมีหลวงเทียน นางแข และ ด.ช.โต๊ะ ยังไม่ตัดจุกถ่ายร่วมกัน

หลักฐานอำเภอสองพี่น้อง มักจะทราบกันผิดๆ ว่า นายอำเภอคนแรกชื่อ หลวงเทพบุรี หรือ นายอำเภอเอี่ยม สถาปิตานนท์ ซึ่งต่อมาเลื่อนเป็นพระยาอุภัยภาติกเขต แต่จากหลักฐานคำบอกเล่าของบรรพบุรุษภมรพล บอกว่า นายอำเภอคนแรกของอำเภอบางลี่ ซึ่งก็คือสองพี่น้องนั้น ชื่อ หลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน ภมรพล) ซึ่งเป็นนายอำเภอคนแรกจริงๆ หาอ่านดูได้จากราชกิจจานุเบกษา ช่วง พ.ศ.๒๔๓๙ และลาออกกลับมาอยู่บ้านในราวปี ๒๔๔๑ หลังจากนั้น นายอำเภอเอี่ยม กับคุณหญิงเยื้อน ซึ่งมีบุตรชายชื่อ นายชาญ และนายอ้อน สถาปิตานนท์ ก็ปกครองดูแลลำคลองสองพี่น้องสืบต่อมา จนได้ดิบได้ดีเป็นถึงพระยา แต่หลวงเทียนยังเป็นหลวงเทียนจนถึงอนิจกรรมที่บ้านสะแกย่างหมู แต่บุตรชายที่ชื่อ ด.ช.โต๊ะนั้น ได้เติบโตเป็นข้าราชการกรมมหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ก็เข้ารับราชการเจริญก้าวหน้าโดยลำดับ จนเมื่อปี ๒๔๕๖ ก็ได้นามสกุลพระนามทานให้แก่หลวงบรรเทาฯ ผู้บิดา และนายร้อยโทโต๊ะ ว่า "ภมรพล"
จากร้อยโท เลื่อนยศโดยลำดับจนถึง ติดยศพันเอก เมื่อปี ๒๔๗๔ จากคนสามัญได้บรรดาศักดิ์เป็น หลวง และจมื่น และพระยา เมื่ออายุ ๔๔ ปีเอง หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว บวชเป็นพระระยะหนึ่งที่วัดกุฏีทอง หน้าที่การงานตำแหน่งหน้าที่เป็นทั้งยศพันเอกและพระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) จนปี ๒๔๗๕ ปฏิเสธเข้าร่วมปฏิวัติด้วยเหตุผลว่า "ผู้บังคับบัญชากรมวังรักษาพระองค์เป็นขบถไม่ได้" ไม่ยอมเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงการปกครองกับพระยาพหลฯ และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี) ก็ถูกปลดจากหน้าที่การงาน และมาถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏพระยาทรงสุรเดช (กบฏ ๑๘ ศพ) แต่อาศัยบารมีและยังมีบุญอยู่บ้าง จึงเป็นหนึ่งในเจ็ดคน ที่ได้รับการปล่อยตัวให้พ้นจากการถูกประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต ใช้ชีวิตครอบครัวที่นครปฐมบ้าง สุพรรณบ้าง เมืองนนท์บ้าง มีความสุขกับลูกๆ หลานๆ จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี ๒๕๑๗ อายุ ๘๖

ชีวิตส่วนตัวของหลวงเทียน ผู้บิดานั้นบ้าง มีภรรยาหลวงชือนางแข ภมรพล อยู่บ้านกุฏีทอง เป็นบ้านหลังที่ ๑ มีภรรยาน้อยหลังที่ ๒ อยู่ที่บ้านสะแกย่างหมู บางปลาม้า และมีบ้านหลังที่ ๓ อยู่ที่หัวโพธิ์ อำเภอสองพี่น้อง อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ เพราะยังมีก๊กอู่ทองแถวาจรเข้ และก๊กสองพี่น้องแถวบางสะแก ใช้ภมรพลกันเกลื่อนกลาด อันเป็นผลมาจากเป็นนายอำเภอคนแรกของสองพีน้อง





โดย: สะพานเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:13:53:12 น.  

 
ต้องขอขอบคุณคุณสะพานเขียวเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ชี้แจงรายละเอียดเรื่องราวความเป็นไปเป็นมา นับเป็นความกรุณามาก เพราะท่านเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ข้อมูล และยินดีเอื้อเฟื้อข้อมูลในส่วนที่พอเปิดเผยได้ (ส่วนใหญ่คนเก่งมักจะหวงแหนข้อมูลครับ รับคำไว้ก่อน แล้วละเลยทีหลัง) และท่านไม่ลืมตอบทุกคำที่ถามเลย สมกับพุทธภาษิตที่ว่า สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ความรู้ ชนะการให้ทั้งปวง

และโดยเฉพาะเรื่องราวของพระยาสุรศักดิเสนา ซึ่งถือเป็นอภิชาตบุตรของสกุลภมรพลครับ ตอนนี้ก็กำลังอ่านเรื่องของท่านอย่างเคร่งเครียด จากหนังสือหลายเล่ม เช่นคำพิพากษาศาลพิเศษรุ่นนั้น ว่าท่านรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ยังไง เพราะใครก็ตามที่ถูกประทับตราแค้นโดยผู้ยิ่งใหญ่สมัยนั้นแล้ว ยากที่จะหลุดออกมาได้ อย่างน้อยก็ต้องได้เดินทางสู่เกาะตะรุเตาและเกาะเต่า แสดงว่าท่านคงไม่ถึงขั้นนั้น

เมียของหลวงไชย(โต) อย่างน้อย 5 คน ผมทราบจากป้าของผมครับ ท่านเป็นสะใภ้ในสายนี้ ซึ่งไม่ใช่สายเลือดตรงอย่างคุณสะพานเขียว จึงอาจถือเป็นจริงเป็นจังนักไม่ได้ หากข้อมูลใดที่ท่านหรือผู้อ่านอื่นอาจขัดใจ ก็ขออภัยด้วย กลัวจะโดนว่าเก่งเว่อร์อย่างลิ้งค์โน้นครับ

ป้าของผมเกิดปี 2456 เพิ่งเสียชีวิตเมื่อกลางปี 2551 ท่านเป็นสะใภ้คนเล็กของย่าแพ(ท่านเรียกแม่ผัวว่าย่าแพตามลูก)

ลูกของหลวงไชยเท่าที่ท่านพอทราบ มีดังนี้
- หลวงไชยกับยายชัง ลูกคือย่าแพ กับยายปุย
- หลวงไชยกับยายกลัด ลูกคือหลวงภูดาษ(อ่ำ)
- หลวงไชยกับยายมณี ลูกคือยายทองมี กับหมื่นโลด ตรงนี้ก็แปลกไป เขาบอกว่าผัวยายทองมีชื่อตาตาด แต่ในหนังสือศพเล่มนั้น บอกว่ายายบุญมี(น่าจะคนเดียวกัน)ผัวชื่อหลวงประกอบฯ(จันทร์ มงคลนาวิน)
- หลวงไชยกับยายคำ ลูกคือยายบุญ
- หลวงไชยกับยายหริ่ม ป้าบอกว่าเป็นเมียคนสุดท้าย ยายหริ่มไม่มีลูก ขอยายอยู่มาเลี้ยง
-หลวงไชยกับยายจาบ สุนทรวิภาต ไม่รู้ชื่อลูก

ป้าไม่ได้ลำดับว่าใครเป็นเมีย1 เมีย2 เมีย3 ฯ
แต่ข้อพิเศษที่ป้าเล่าคือ ลูกของย่าแพทุกคนใช้นามสกุลของหลวงไชย ซึ่งไม่ใช่ภมรพล แต่เป็นนามสกุลที่มีคำว่า "ไชย" ของท่านประกอบอยู่

ความจริงยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น เรื่องบ้านสะแกย่างหมู เรื่องวัดของหลวงบรรเทา(เทียน) แต่ไม่มีเวลา

ขอให้มีความสุขกับการคลำทางสายหลวงไชย(โต) นะครับ


โดย: NickyNick วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:18:45:58 น.  

 
พระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ) ที่ว่าบวชอยู่วัดกุฏีทอง อาจไม่ถูกต้อง เพราะสายนี้ผูกพันกับวัดท่าโขลง และบวชตามประเพณีเมื่อายุ ๒๐ ครั้งหนึ่ง และยามที่ประสบความผันผวนของชีวิตอีกครั้งหนึ่ง คุณต่อม (วิมลภักตร์) สิทธิประศาสน์ สมัยเรียนหนังสือที่ รร.สงวนหญิง ยังไปส่งปิ่นโตที่วัดท่าโขลง และนายตระหนัก ภมรพลก็เคยบวชอยู่วัดท่าโขลง รวมทั้งหลวงพ่อเทพ เมฆสุทัศน์ บุตรชายของนางเจิม ภมรพล ซึ่งได้กับนายเสงี่ยม เมฆสุทัศน์ คือเป็นหลานของหลวงเทียนก็บวชอยู่วัดท่าโขลง ก่อนย้ายนิวาสสถานเพราะหลวงพ่อเจิมชักชวนให้มาอยู่วัดกุฏีทอง

ขอบ่นนิดเกี่ยวกับข้อมูลของราชการไทยเรา ไปยืนดูรายชื่อของอำเภอ ๔ อำเภอที่ตั้งในสมัยปลาย ร.๕ คือ อำเภอเมือง ดูแลส่วนกลาง มีขุนอินธานี เป็นนายอำเภอ, บางปลาม้า ดูแลส่วนใต้ มีขุนรจนาเป็นนายอำเภอ, บางลี่ ดูแลส่วนตะวันตก มีหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์เป็นนายอำเภอ และบ้านทึง ดูแลส่วนเหนือ หลวงพรหมสุภา (รอด) เป็นนายอำเภอ ทั้ง ๓ อำเภอคือเมือง บางปลาม้า และสองพี่น้อง ไม่ได้เขียนชื่อนายอำเภอยุคแรกไว้ครบถ้วน เมืองไปเริ่มที่หลวงสุพรรณนครเขต ร.ศ.๑๒๑ บางปลาม้าก็ไปเริ่มที่คนอื่น สองพี่น้องก็ไปเริ่มที่พระยาอุภัยภาติกเขต มีแต่สามชุกที่เขียนเริ่มต้นไว้ถูกต้อง แต่ชื่อหลวงพรหมสุภา เขียนเป็น หลวงพรมสุภา (บุญรอด) หลวงพรหมนี้แต่งงานกับนางถมยา ของนางคลี่เป็นลูกสาว

พูดถึงสายสัมพันธ์ของตระกูลใหญ่ๆ ทำไมสุขุมแทบจะไม่มีในสุพรรณ พบที่ดินที่บริจาคให้วัดแห่งหนึ่ง คือ วัดเจ้าพระยายมราช ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพะยอม อำเภอวังน้อย อยู่แถวประตูน้ำพระอินทร์ ตระกูลกรรณสูตที่เป็นลูกหลานเครือญาติยังไปดูแลบ้าง เบาะแสที่ดินของสายสุขุมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้สุพรรณ ที่ท่านบริจาคที่ดินสร้างวัดที่วังน้อย อยุธยา

สายธูสรานนท์ และสุวรรณศร ยังเป็นสายที่เข้มข้นอยู่ในสุพรรณ ถือว่าเป็นสายตรงของเลือดสุขุม สายพระยาอุภัยภาติกเขต น่าสนใจเพราะคุณหญิงเยื้อน แม่ของคุณชาญ และคุณฉอ้อน สถาปิตานนท์ ซึ่งลูกหลานไปตายในคลื่นสึนามิเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากคุณฉอ้อนย้ายเข้ากรุงเทพฯ บ้านที่สองพี่น้องก็ร้างไป ขายทอดตกไปถึงมือคนอื่น อีกสายหนึ่งย้ายไปอยู่แถวสามชุก

สาย หลวงทำนุนิกรราษฎร์ (เพลา ณ นคร) มาจากนครศรีธรรมราช แต่งงานกับนางคลี่ (นางทำนุนิกรราษฎร์) บ้านใหญ่ยังอยู่ข้างวัดปราสาททอง เจ้าของเป็นเจ้าของ รร.คุ้มสุพรรณ แต่บ้านใหญ่มีผู้ดูแล ยังไม่แตกแยกก๊กไปอยู่ที่อื่นหมด งานมงคลสมรสของลูกหลานที่ รร.คุ้มสุพรรณ ในวันที่ ๑๖ มกราคมนี้ จึงคึกคักด้วยเครือญาติ คนที่รู้จักคุ้นเคยกับสายตระกูลนี้

ภมรพล สายสะแกย่างหมูมีอยู่ประปรายที่นั่น ส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่รางหวาย ตลาดเขต พนมทวน เป็นนายตำรวจอยู่แถวนั้นบ้าง ที่แปลกมากคือพบที่ดินของสายหมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว ภมรพล) ที่แต่งกับนางทองอ่อน ภมรพล (-๒๕๑๓) ที่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี และลูกหลายสายนี้แตกไปอยู่แถวหนองหญ้าไซ โดยที่บ้านเก่าเดิมอยู่หน้าโรงพักตำรวจสุพรรณ แถวกรมป่าไม้นั่นแหละ ภมรพลในเมืองจึงเหลือแต่สายนายสังวาลย์ ฝั่งแม่น้ำตะวันตกท่าจีน ซึ่งเป็นสายหลวงสง่าเมือง (หลวงธูป) เท่านั้น

อัฐิของ พ.ต.ต.วินิจ (หลาบ) ภมรพล (๒๔๖๒ - ๒๕๑๙) บรรจุไว้ ที่วัดแห่งหนึ่งแถวตลาดพลู ลูกหลานก็กระเซ็นไปอยู่แถวสมุทรปราการ ชลบุรี และไปถึงนู้นต่างประเทศ เขาว่าเมืองจิงโจ้ นับว่าน่าสนใจดี

สายหลวงโต ที่ยังมีชีวิตอยู่ คือคุณสำอางค์ สารสุวรรณ อายุ ๘๕ ปี ไปเกษียณอายุที่ รร.ลาดปลาเค้า เคยอยู่สูงสุมารฯ มาก่อน และยังมีคุณยายวิไลมั่ง ที่ยังมีชีวิตอยู่

สวัสดีปีใหม่สายหลวงโตแค่นี้ก่อน






โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:11:17:12 น.  

 
วันนี้จะพูดคุยถึง พี่น้องตระกูลสายสังขพิชัย หรือสังข์พิชัย พี่สาวของเจ้าพระยายมราช ปั้น สุขุม ซึ่งเจริญเติบโตที่เมืองสุพรรณ และแตกสาแหรกไปอยู่ในกรุงเทพฯ บ้าง โดยเฉพาะสายของหลวงลมุล ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามว่า อำมาตย์ สังขพิชัย ตามที่รับทราบมา แต่อาจจะแตกต่างจากคนอื่นบ้างก็เป็นการเสนอนำร่องก่อน เพื่อให้บอร์ดนี้มีชีวิตชีวาต่อไป

ย่าหยา (ทำไมคำว่าหยา มาก่อนปั้น ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะน่าจะป็นปั้นหยา) มีบุตรธิดาหลายคน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีก็คือหลวงอนุการสารบรรณ (ลมุล สังขพิชัย) ซึ่งเป็นนายอำเภอสามชุก บางปลาม้า และในกรุงเทพฯ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเขตภาษีเจริญ เพราะบ้านหลวงอยู่ที่ตำบลบางขุนเทียน ใกล้กับเขตภาษีเจริญ และบุตรชายของท่านหลวงจะเรียนหนังสือที่วัดนวลนรดิษฐ์ ส่วนบุตรหญิงก็เรียนหนังสือที่โรงเรียนอัปสรสวรรค์

หลวงอนุการสารบรรณ มีบุตรชายที่รู้จักกันดียิ่งคนหนึ่ง ชื่อ พลเรือตรี สุมน สังขพิชัย ซึ่งเป็นทหารเรือดีเด่นไปฝึกทหารถึงประเทศเดนมาร์กโน้น และเป็นคนหนึ่งที่เคยรับเสด็จในหลวงและสมเด็จพระราชินีนาถ คราวเสด็จไปกรุงโคเปนฮาเก็น เสียดายที่พลเรือตรีสุมน ด่วนจากโลกไปเร็วหน่อย เมื่อปี ๒๕๔๐ แต่อนุสาวรีย์คุณความดีที่ทิ้งไว้ ยังเป็นอนุสรณ์ให้เราระลึกถึงทายากสายตระกูล สังขพิชัย ของหลวงอนุการสารบรรณ สายของย่าหยา ซึ่งลูกหลานส่วนใหญในปัจจุบันจะอยู่ที่วัดโคกโคเฒ่า อุปถัมภ์บำรุงวัดโคกฯ เป็นส่วนใหญ่

บุตรชายอีกคนหนึ่งของย่าหยา ชื่อกำนันเขียน ชื่อบรรดาศักดิ์ว่า ขุนพิชัยชนบท (เขียน) ขุนก็คือตำแหน่งกำนันในอดีต ขุนเขียนมีทายาทสืบต่อมาถึงปัจจุบัน

เฉพาะตำแหน่งกำนันของโคกโคเฒ่า ก็มีประวัติอย่างน้อย ๓ ชั่วคน ที่เป็นของสายตระกูล สังขพิชัย อันดับแรกที่ทราบคือ
๑. ขุนพิชัยชนบท (เขียน)
๒. กำนันหอม ซึ่งแต่งงานกับสาย สังขพิชัย
๓. กำนันจิต ก็สืบต่อเชื้อสายกำนัน มาจากกำนันหอมและกำนันเขียน

สายสังขพิชัย อาจเขียนเป็น สังข์พิชัยบ้าง แต่ก็เป็นสายโคกโคเฒ่า ซึ่งมีชุนชนน่าสนใจอยู่ปะปนกัน เป็นวัฒนธรรมเครือญาติที่น่าศึกษา โคกโคเฒ่าปัจจุบันเป็นเส้นทางที่ตรงไปยังอ่างทอง อยุธยาได้สะดวก มีถนนวงแหวนเชื่อมในด้านทิศตะวันออกของตัวเมืองสุพรรณ เรียกว่าเป็นเขตชายแดนติดกับมณฑลกรุงเก่าอยุธยา

ย้อนกลับไปประวัติของหลวงอนุการสารบรรณอีกหน่อย คุณหลวงลมุลแต่งงานกับนางอนุการสารบรรณ (สมส่วน) มีบุตรธิดาชื่อ
๑.เพ็ญจันทร์
๒.รศ.ศิริรัฐ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
๓. พลเรือตรี สุมน สังขพิชัย
๔. นายเสมอ สังขพิชัย
๕.นายมั่นศักดิ์ สังขพิชัย
๖.นางสมเสมอ

นางหยา หรือย่าหยา มีบุตรธิดาส่วนใหญ่อยู่โคกโคเฒ่า ยกเว้นหลวงอนุการฯ ที่ไปเติบโตในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีการพูดถึงว่า ย่าหยาแต่งงานกับใคร ส่วนใหญ่เชื่อว่ากับนายสิน ตำแหน่งรองจ่าเมืองสุพรรณ อีกทฤษฎีหนึ่งว่า แต่งงานกับนายหมี ซึ่งเป็นชื่อที่ตรงกับพี่ชายคนหนึ่งของย่าหยา

ย่าหยามีความสำคัญ เพราะว่า การพิสูจน์ว่าบ้านที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น) เกิด ก็ต้องเป็นบ้านที่ย่าหยาอยู่อาศัย เพราะเป็นบุตรสาวคนสุดท้ายในครอบครัวของพ่อกลั่นและแม่ผึ้ง ถ้ารู้บ้านเกิดของย่าหยา ก็จะรู้ว่าบ้านของพ่อกลั่นแม่ผึ้ง บรรพบุรุษของสุขุม สุวรรณศร ธูสรานนท์ และสังขพิชัย อยู่ที่แห่งหนตำบลใด นี่คือปริศนาที่ท้าทายคนรุ่นใหม่ว่า บ้านเกิดของท่านพระยาปู่ปั้น คือตรงไหน

สวัสดี


โดย: สะพายเขียว IP: 119.42.72.47 วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:13:09:22 น.  

 
ผมทราบแต่ว่ากำนันหอม เป็นเขยของคุณยายหยา
เมียกำนันหอมชื่อยายละออ (หรือว่ายายละออมีชื่อเล่นว่าสาย?)


โดย: NickyNick วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:18:08:05 น.  

 
ผมหมายถึง สายสังข์พิชัย พูดให้ชัดอีกที กำนันหอม พงษ์วดี แต่งงานกับ นางละออ แล้วมีลูกชื่อ กำนันสมจิตร
และยังมีลูกคนอื่นๆ อีก เช่น นางจีบ นางจอมขวัญ นายบุญช่วย นายประจวบ และนางบรรจง อินทรพิพัฒน์ ผู้ชายก็ใช้ พงษ์วดี ส่วนผู้หญิงที่แต่งงานก็ไปใช้ นามสกุลสามีตามไป
ชาวไผ่ขวาง เป็นกลุ่มชนลาวเวียงที่โยกย้ายไปจากแถววัดกงจักร วัดไทรย์ ไปอยู่ที่พันตำลึง บางปลาหมอ สะแกย่างหมู และที่ไปไกลหน่อยก็คือดอนคา อ.อู่ทอง

ส่วนชาวโคกโคเฒ่า เขาเล่าว่าเป็นกลุ่มชนที่ย้ายมาจากแถวอำเภอเมืองเช่นกัน มีตระกูลของนางหยา สุนทรวิภาต ส่วนธูสรานนท์ก็มีเช่นกัน ที่น่าแปลกใจมากคือที่วัดโคกโคเฒ่า วัดของหลวงพ่อบุญ กุฏิเสนาสนะสร้างเป็นทรงปั้นหยาหมด ยกเว้นหลังของท่านเจ้าอาวาสที่หลวงอนุการสารบรรณ (อำมาตย์ สังขพิชัย) สร้างไว้เป็นเรือนทรงไทย นับว่าแปลกดี


โดย: สะพานเขียว IP: 222.123.164.42 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:23:22:39 น.  

 
ขอบคุณครับ
พอดีท่านเขียนไว้เยอะ อ่านแล้วตาลาย

สงสัยอีกอย่างว่า ทำไมกำนันหอมถึงไม่ใช้นามสกุลดั้งเดิมครับ


โดย: NickyNick วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:06:31 น.  

 
ไม่ทราบว่า กำนันหอม นามสกุลเดิมว่าอะไร รู้แต่ว่า นางละออ สังขพิชัย ได้กับกำนันหอม พงษ์วดี สายนี้ก็เป็นพงษ์วดี มีกำนันสมจิตร พงษ์วดี กำนันโคกโคเฒ่า และยังมีกำนันจิต แห่งไผ่ขวางอีก เป็นญาติๆ กันเสียด้วยระหว่างกำนันโคกโคและไผ่ขวาง ชื่อต่างกันว่ามี "สม" หรือไม่

ที่บางสาม อำเภอสองพี่น้อง มีพันโทศิริ สังขพิชัย อีกก๊กหนึ่ง พ่ออยู่ปากคลองสองพี่น้อง รื้อบ้านถวายวัดมาอยู่กรังเทพฯ ราว ๒๔๙๙ มีบ้านอยู่แถวเกียกกาย ตายแล้วเผ่าที่วัดพระศรีมหาธาตุ เพราะเป็นทหารอากาศ อัฐิบรรจุไว้ที่วัดแถวบางซื่อ มีลูกหลานสืบสายเป็นทหารอากาศ แภวบางเขน




โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.138 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:35:32 น.  

 
ขออภัย ที่ว่าพันโทศิริ สังขพิชัยเป็นทหารอากาศนั้น ข้อมูลคลาดเคลื่อน เป็นทหารบกครับ แต่ลูกชายเป็นทหารอากาศ ชื่อพันโทกฤติยา สังขพิชัย แต่ข้อมูลที่ว่าบ้านอยู่ปากคลองสองพี่น้อง แถววัดบางสาม ยังยืนยันเช่นเดิม โบสถเก่าวัดบางสามนั้น เขาว่าขุนด่านสุขปานอำพันธุ์และพระยาสุนทรสงคราม เป็นผู้สร้าง ส่วนโบสถ์ใหม่นั้น ภายในโบสถ์มีพระประธาน จารึกชื่อ พุทธวโรวาทเบญจมาศนิมิต คำว่า เบญจมาศเป็นชื่อลูกสาวของท่านประเสริฐ รุจิรวงษ์ เพราะพันโทศิริ สังขพิชัยเป็นคนสนิทของท่านประเสริฐ ได้ชักนำให้มาร่วมบุญสร้างกุศลที่วัดบางสาม ฉะนั้น แถวบางสามตรงปากคลองสองพี่น้อง หรือกึ่งกลางระหว่าง กท.กับสุพรรณ เคยเป็นด่านเก็บภาษีสินค้า จึงเป็นดินแดนที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะปรากฏชื่อ สังขพิชัยบ้าง พงษ์เสือบ้าง บุญราศรีบ้าง ไปทำบุญที่วัดบางสามกัน ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อชุน หรือก่อนหน้านั้น


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.188.239 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:21:42 น.  

 
ผมได้มีโอกาสดูในกระทู้ของคุณสะพานเขียวกล่าวถึงที่มาที่ไปของตระกูล ภมรพล ต้องขอชื่นชมด้วยครับ การสืบเสาะที่มาของตระกูลของบรรทบุรุษเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ
อย่างยิ่งโดยเฉพาะท่านที่ได้ล่วงลับไปแล้วแต่มีจิตวิญณาน
หยั่งรู้ได้คงจะแอบปลื้มใจอยู่ไม่น้อยกับลูกๆหลานเหลนที่
ยังมีสัมมาสติคือการระลึกประจำใจที่ถูกต้องถึงท่านเหล่านั้นอยู่ ถ้ามีลูกหลานท่านได้จัดทำเป็นรูปเล่มแจกในหมู่วงค์คนาญาตฺก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอาศัยผู้รู้ที่จะช่วยกันปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน
ผมเองในฐานะภาพเป็นส่วนเล็กๆของนามสกุลภมรพล
ที่อยู่ทางภาคใต้จังหวัดนราธิวาสและมีคุณตาชื่อพันที่
เป็นบุตรชายคนโตของขุนภูดาษอำ คุณแม่เล่าให้ฟังว่า
คุณตาได้แต่งงานกับคุณยายของผมชื่อนางพลัดและไป
อยู่ที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธวาสเป็นปลัดอำเภออยู่ที่นั่น
คุฌตามีลูกหญิงชายรวมกันแล้ว 11 คนหนึ่งในนั้นก็คือคุณแม่ของผม


โดย: Uncle lee IP: 115.67.118.151 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:15:21 น.  

 
ประวัติโดยสังเขป พันโทศิริ สังข์พิชัย
- ภูมิลำเนา เกิด ณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
- ชาตะ ๑๕ ก.ค. ๒๔๕๐ มรณะ ๑๐ ก.ค.๒๕๔๐
- พ.ศ.๒๔๖๒ - ๒๔๖๙ ทำงานช่วยคุณพ่อสวัสดิ์ - คุณแม่บุญมาทำนาปลูกข้าว บริเวณทุ่งนาเกียกกาย ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีถนน มีแต่ลำคลองเล็กๆ แยกจากคลองบางซื่อ ตรงไปยังคลองบางกะบือ ทุ่งนาทางทิศตะวันตกจรดป่าช้าวัดแก้วฟ้าจุฬามณี
- พ.ศ.๒๔๗๑ กลับ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรับหมายเกณฑ์ทหาร รับราชการพลทหาร ณ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) โดยความเมตตาชี้่นำพาของผู้บัุงคับกองร้อย
- พ.ศ.๒๔๘๓ เป็นผู้บังคับหมู่นำกำลังไปตั้งหน่วยไฟฉายป้องกันอากาศยาน ณ เมืองเชียงตุง ในสมรภูมิภาคพายัพ
- พ.ศ.๒๔๙๒ ร่วมปราบกบฏแมนแฮทตัน กลัุบจากราชการสงครามแล้วได้อุปสมบท ณ วัดบางสาม จ.สุพรรณบุรี ภายหลังลาสิกขาแล้วกลับเข้ารับราชการทหารดังเดิม โดยมีผู้บัุงคับบัญชาคือท่านเจ้ากรม ปตอ. พลตรีประเสริฐ รุจิรวงศ์ (ต่อมาท่านโอนเข้ารับราชการตำรวจ มียศ พล.ต.ท. และ พล.ต.อ. (อธิบดี) ตามลำดับ) ซึ่งภายหลังท่านก็เมตตาให้คุณพ่อโอนรับราชการตำรวจเช่นกัน แต่ท่านมิได้ตอบรับ ท่านจึงย้ายให้ท่านไปเป็นฝ่ายพลาธิการ ณ กรมการรักษาดินแดน
- ยศและตำแหน่งครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ คือยศพันโท โดยท่านได้รัุบเงินเดือนในตำแหน่งพันเอก เนื่องจากขณะนั้นไม่มีตำแหน่งพันเอก และเกษียณเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ และรับเงินบำนา่ญจนกระทั่งมรณะในปี พ.ศ.๒๕๔๐
-สิริรวมอายุได้ ๘๙ ปี อายุราชการ ๔๐ ปี
- ส่วนคุณแม่บุญมา สิริอายุ ๙๓ ปี


โดย: ไพโรจน์ สังข์พิชัย IP: 203.144.144.164 วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:16:55:49 น.  

 
ที่คุณไพโรจน์แจ้งว่าปราบกบฏแมนฮัตตัน ควรจะเป็นปี 2494 ครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่
ส่วนปี 2492 เป็นช่วงกบฏวังหลวงครับ

พันโทศิริ สังข์พิชัย ใช่ที่เป็นน้าชายของคุณสุพิษเมียครูสนิท บัวทองหรือเปล่าครับ
(แต่น่าจะคนละคนกัน เพราะที่แจ้งไว้ข้างบนว่าเป็นบุตรพ่อสวัสดิ์แม่บุญมา)
กำลังสงสัยว่าเรียงญาติกับทางสายรองจ่าเมือง(สิน สังข์พิชัย) ยังไงครับ

ส่วนที่ว่าวัดบางสาม มีคนบริจาคตระกูลพงษ์เสือบ้าง ก็พอเข้าใจ เพราะเป็นสกุลสามีคุณยายสุก
แต่ตอนหลังเห็นคุณยายสุกใช้สร้อยท้ายว่า ธัญกิจบรรหาร ก็งงเหมือนกันครับ


โดย: NickyNick วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:17:44:33 น.  

 
คุณย่าหยา + คุณปู่สินธุ์ สังขพิชัย มีบุตรที่ทราบอย่างน้อย ๒ คน (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) คือหลวงอนุการฯ และนางละออ
คุณหลวงอนุการฯ มีภรรยา ๒ คน
ภรรยาที่ ๑ คุณแม่ประวิง สังข์พิชัย มีบุตร ๒ คน คือ ๑.นายกิตติ แต่งกับภรรยาคนที่ ๑ ชื่อนางละมัย มีบุตรชื่อ ๑.นางจริยา ๒.นางจิรารัตน์
นายกิตติแต่งกับภรรยาคนที่ ๒ ชื่อนางศรีนวล มีบุตรชื่อ ๑.นายไพโรจน์
ภรรยาที่ ๒ ของหลวงอนุกาชื่อคุณแม่ซ่วน สังข์พิชัย มีลูก ๖ คน
๑.นางเพ็ญจันทร์
๒.น.ท.สุมน (ร.น.)
๓.นางศิริรัตน์
๔.นายเสมอ
๕.นางเล็ก
๖.นายน้อย

สายคุณปู่สวัสดิ์ สังข์พิชัย ก็มีภรรยา ๒ คน
ภรรยาที่ ๑ คุณย่าบุญมา สังข์พิชัย มีบุตร ๒ คน
๑.พันโทศิริ สังข์พิชัย (ก็มีภรรยา ๒ คน)
ภรรยาที่ ๑ นางลำเจียก มีบุตร ๕ คน
๑.พล.อ.ต.กฤตยา
๒.นางจรัสศรี
๓.พ.ต.(หญิง) จรูญศรี
๔.นางเจริญศรี
๕.นางอัญชลี
ภรรยาที่ ๒ นางวันดี มีบุตร ๓ คน
๑.นายเอนก
๒.นายปรีชา
๓.นายไพโรจน์
๒.นายแสง + นางบุญช่วย สังข์พิชัย มีบุตร ๑ คน
๑.พันโทแสวง

ภรรยาที่ ๒ คุณย่าม้วน สังข์พิชัย มีบุตร ๔ คน
๑.นายยงค์
๒.นางมณี
๓.พระครูฯ โปร่ง
๔.นางเปลื้อง


โดย: ไพโรจน์ สังข์พิชัย IP: 117.47.50.126 วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:19:53:31 น.  

 
อยากจะสรุปสายสังขพิชัยก่อน เพราะเป็นสายที่ยุ่งยากน้อยที่สุด ปู่สวัสดิ์คงเป็นน้องชายของปู่สินหรือปู่สินธุ์ สังขพิชัย นายสินและนายสวัสดิ์เป็นคนที่ไหน เราคงต้องสืบค้นหากันต่อไป แต่ทั้งสองคนมีสายสัมพันธ์กันดังที่คุณไพโรจน์ได้ชี้แจงนี้ ผู้ชายในยุคก่อนก็มีเล็กมีน้อยเป็นเรื่องธรรมดาของสังคม เราจะเปิดใจกว้างกันหรือไม่ สายผู้หญิงสับสนน้อยที่สุด

ได้รับคำชมของ uncle lee ก็อดปลื้มใจไม่ได้ ว่ายังมีคนสนใจอ่านอยู่ ผมจะขอเล่าต่อสายภมรพลที่สับสนน้อยที่สุด นั่นคือสายหลวงอินทอาญา ซึ่งเมื่อก่อนรู้จักกันในนามว่า หลวงจ่าง ภมรพล แต่จากหลักฐานโฉนดที่ดินที่หลวงไชย รองปลัด (ภู่) มอบที่ดินให้นางแจ่ม ภมรพล (บุตรสาวคนหนึ่ง) ปรากฏว่า หลวงอินทอาญา มีชื่อว่า "ปั้น" และหลวงอินทอาญาแต่งงานกับนางพลอย หลวงอินท์มีชีวิตอยู่ในช่วงสร้างโรงเรียนสงวนหญิง ในรายนามผู้บริจาคสร้างโรงเรียน ปรากฏชื่อหลวงอินทอาญาด้วย

หลวงอินทอาญา และนางพลอย มีลูกด้วยกัน ๓ คน ไม่ปรากฏว่ามีบ้านน้อย คือ
๑. นายผวน แต่งงานแล้วไม่มีลูก
๒. นางผิว หรือ น.ส.จุ่น ภมรพล เมื่อยามสาวก็ไปกินนอนอยู่ที่บ้านคุณยายคลี่ ณ นคร (สถาปิตานนท์) จนยามแก่เฒ่าชราแล้วจึงกลับออกมาอยู่บ้าน
๓. นางผิน ภมรพล ซึ่งแต่งงานกับนายช่อง เคหะจิตต์ มีบุตรธิดา ดังนี้
๑.น.ส.ทองเจือ เคหะจิตต์
๒.จ่าสมจิตต์ เคหะจิตต์
๓. นางประจักษ์ เที่ยงตรง ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ณ วันนี้
๔. นางทองบุ
๕. ครูสุดใจ
๖. นางจวง

สายอินทอาญา เช่นนางผิน เคหะจิตต์มีสายสัมพันธ์กับอาสอิ้ง กรรณสูต ซึ่งเป็นแม่ยายของเอื้อ สุนทรสนาน และอีกหลายคน เช่น ตาตาด โกมารทัต ซึ่งแต่งงานกับ คุณยายบุญมี ภมรพล นอกจากสัมพันธ์กับสายโกมารทัต, กรรณสูตแล้ว ยังมีสายสัมพันธ์กับสายวัง เพราะนางสะอาด ภมรพล (วิเชียรทวี) นั้นเคยไปอยู่ในวังมาก่อน จนออกเรือนจึงลาออกมาแต่งงานกับนายจันทร์ วิเชียรทวี ซึ่งเป็นรองอธิบดีกรมชลประทาน



โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:15:14:04 น.  

 
ปู่สิน กับปู่สวัสดิ์ สังขพิชัย น่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ถ้าจริง ใครพี่ใครน้อง
ปู่สวัสดิ์ ชื่อที่เขาเรียกกัน ใช่ตาเกดหรือเปล่าครับ



หลวงอินอาญา ภมรพล ไม่ใช่ชื่อ "จ่าง" หรือครับ

ยังเห็นมีคนเก่าคนแก่สกุลภมรพลอีกเยอะทางท่าระหัด เช่น
ตามุ(+ยายม่อม)ภมรพล
ตาเจียม ภมรพล
ตาหนอม ภุมรินทร์(ภมรพล?)
หรือตาดี(+ยายบาง)ภมรพล ทางวัดหน่อ
ตาอ่อง ภมรพล ทางบ้านโพธิ์
ไม่รู้เรียงสายกันยังไงครับ



โดย: NickyNick วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:9:00:31 น.  

 
ปู่สวัสดิ์คือตาเกตุ เป็นคนเดียวกันครับ ฉะนั้น คงเป็นน้องมากกว่า ต้องถามสายสังข์พิชัยดูให้แน่ชัด แต่คงเป็นพี่เป็นน้องกันแน่

หลวงอินทอาญา อาจมีชื่อเป็น "จ่าง" อีกก็ได้ตามที่อนุชนรับรู้ แต่จากหลักฐานโฉนด รศ.ที่มอบที่ดินให้นางแจ่ม ภมรพล ปรากฏชื่อเป็น "ปั้น" ครับ หลวงอินท์ปั้นแต่งงานกับนางพลอย บ้านอยู่แถวพิหารแดง ปัจจุบันคงไม่มีแล้ว ส่วนที่ดินที่มอบให้นางแจ่ม ก็เป็นที่ดินพื้นที่อยู่ตรงสะพานโลตัส ทางตรงไปโคกโคเฒ่านั่นแหละ ประมาณ ๗ ไร่

ขุนสพประชาราษฎร์ หรือกำนันดี ว่าแต่งงานกับนางทองคำ
แต่อาจจะมียายบางอยู่ด้วยก็ได้ อยู่แถวหน้าวัดหน่อ นางทองคำสืบเชื้อสายลาวจากเวียงจันทร์

ภมรพล สายบ้านยอดท่าระหัดเป็นสายเก่าแก่ ที่ยังสืบไม่ได้ความแน่ชัด แต่จะตอบเท่าที่พอรู้นะครับ พงศาวดารเริ่มดังนี้ครับ

ขุนศรีสงคราม ตำแหน่งนี่เคยขึ้นกับกรมคชบาล กองเลี้ยงช้าง ไม่ทราบว่าเป็นคนเดียวกับนายเฮา หรือเป้า ศรีคชินทร์ ในสมัย ร.๖ หรือเปล่า ผมไม่กล้ายืนยันพราะยังหาหลักฐานสนับสนันไม่ได้ แต่ดูแล้วใกล้เคียง เพราะกองเลี้ยงช้างโดยมากจะเป็นมอญเสียด้วย เป็นพวกเดียวกับเทพหัสดิน ณ อยุธยา อะไรทำนองนั้น แต่ขุนศรีสงครามคนนี้ที่ผมระบุถึง แต่งงานกับอำแดงทรัพย์ มีบุตรธิดาดังนี้

๑. หลวงนา ตำแหน่งนี้คงจะอยู่ในอยุธยามากกว่าอยู่ในสุพรรณ หลวงนามีลูกชื่อ ๑.นายแพร ๒.นายพลอย ๓.นายเณร ๔.นายโต ๕ นายเปี่ยม ๖ นางลมูล
[หลวงนา ทำให้นึกถึงหลวงวัง (พูน) สายสถาปิตานนท์ และขุนศรีสงครามน่าจะเป็นสายหลวงเวียง]

๒.นางบุญนาค มีลูกชื่อ ๑.นายแจ่ม ๒.นายจั่น ๓.นางจับ ๔.นางอิ่ม ๕.นางเพียร ๖.นางจ่าง ๗ นายใย (เสียชีวิต)

๓.นางทองสุข (โสด)

๔.นางสำฤทธิ์ คนนี้คือคนที่กำลังสืบอยู่ว่าแต่งงานกับภมรพลชื่อใด อาจจะช่วยกันสางตรงนี้ได้ แต่เป็นก๊กบ้านโพธิ์บ้านกุ่มแน่ครับ เพราะนางสำฤทธิ์มีลูกๆ ดังนี้ ๑.นายบุญ ๒.นายรอด ๓.นางกุ (+แต่งกับนายกล่อม ทองประเสริฐ และมีลูกชื่อนายชุ่ม ทองประเสริฐ ซึ่งไปแต่งกับนางเนื่อง สถาปิตานนท์ ลูกของขุนโภชน์สาลี (ถม)) ๔.นางอยู่ (มีลูกชายคนเดียวชื่อหลวงตาปริก กรณีข้อพิพาทของวัดบ้านโพธิ์ ราวปี ๒๕๐๐) ๕.นางพริ้ง (มีลูกชื่อยายเพรา, ยายพร้อย, ตาแช่ม, ตาแบน เอี่ยมศรีทอง) ๖.นายโก๋ (มีลูกชื่อพระครูธรรมสารรักษา หรือประยูร เคยไปเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าโขลง...) ๗.นายอ่อง ซึ่งเป็นคนที่ถามหา มีลูกหลานสืบมา คือเป็นลูกของขุนศรีสงครามและอำแดงทรัพย์

ลูกของขุนศรีสงครามและอำแดงทรัพย์คนสุดท้าย ชื่อ ๕.ขุนเกตรสาลี (จีน) บ้านโพธิ์ ซึ่งแต่งงานกับนางทองสุข นางทองสุขเป็นสะใภ้บ้านยอด มีลูกชื่อ
๑.นางปลีก
๒.นางเหนา

สายท่าระหัดน่าสนใจมาก ในอดีตยังมีการไปมาหาสู่กัน นับเป็นญาติกัน มาภายหลังคงมีเรื่องกินแหนงแคลงใจอะไรกัน ส่วนบ้านยอดเป็นจุดเชื่อม ซึ่งยังหาร่องรอยไม่พบเช่นกัน


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:13:04:06 น.  

 
เมียหลวงสง่า(ธูป) ก็ชื่อริด (สัมฤทธิ์)ครับ แต่คงจะคนละคนกับที่เป็นลูกสาวขุนศรีสงคราม

เท่าที่พอทราบ นายอ่อง เป็นลูกพ่อทองแม่หริ่ง ภมรพล

แล้วสงสัยข้อเดิมสายหลวงไชย(โต) ลูกที่ชื่อทองมี ที่ว่าเคยอยู่ในวัง เป็นภรรยาของนายตาด โกมารทัต
หรือของหลวงประกอบกรณี(จันทร์ มงคลนาวิน) กันแน่
(หรือทองมี กับบุญมี เป็นคนละคนกัน?)

ขอเฉอีกนิดครับ แล้วนักร้องสกุลภมรพล Academy Fantasia Season 1 บ้านอยู่นครปฐม เป็นภมรพลแยกจากไหนครับ



โดย: NickyNick วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:16:26:49 น.  

 
ประเด็นที่ ๑ หลวงสง่าเมือง (หลวงปู่ธูป ภมรพล) ซึ่งแต่งกับ นางสำริด มีลูก ดังนี้

๑ นางเพียร อยู่ที่นาเลยคันคูเมืองไป มีลูกชายคนหนึ่งชื่อนายเจ๊ก เป็นโรคไข้ขึ้นสูง (ภาษาชาวบ้านบางทีเรียกว่า อหิวาตกโรคตาย) เมื่อโตและบวชพระแล้ว (อายุประมาณ ๒๐ เศษ) หลวงปู่ธูปและชวดย่าสำริดบวชให้

๒ นายพร ภมรพล (อยู่ถนนขุนศรีวิไชย ท่าพี่เลี้ยง วัดประตูสาร) สมรสกับ นางสมบุญ (๒๔๓๖ - ๒๕๒๙ อายุ ๙๓ ปี)

๓ นายวิง ภมรพล (เสียราวอายุ ๒๐ ปี)
๔ นายวอน ภมรพล (เสียราวอายุ ๒๐ ปี)

๕ นายสังวาลย์ ภมรพล อายุ ๙๑ ปี (๒๔๔๖ – ๕ ธค.๒๕๓๗) สมรสกับ นางสุดใจ (๒๔๕๗ – ๒๕๒๗ อายุ ๘๐ ปี) ซึ่งมีบุตรธิดา ๕ คน
๑ นางสังเวียน เพ็งสุวรรณ (๒๔๖๕ – ๒๕๔๙ )
๒ นายเสถียร (คู) ภมรพล (๒๔๗๑- ๒๕๒๕) (ทำงานการไฟฟ้า เดิมเป็นช่างไฟฟ้าเทศบาล ต่อมาเปลี่ยนเป็นการไฟฟ้า)
๓ ด.ญ.จิตร์ (เสียอายุราว ๑๐ ขวบ)
๔ นายบุญสืบ ภมรพล สมรสกับ นางสำเนียง ภมรพล (๒๔๘๙ - ๒๕๔๙)
๕ ด.ช.วิทย์ (เสียเมื่อตอนยังเป็นเด็ก)

บทสรุปคือ นางสำริดนี้เป็นคนละคนกับนางสัมฤทธิ์ ลูกสาวของขุนศรีสงครามแน่นอนครับ

ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับนายอ่อง ภมรพล (บ้านโพธิ์) ที่ว่าเป็นลูกของพ่อทองกับแม่หริ่ง ข้อนี้ยังแคลงใจอยู่มาก หรือจะเป็นคนละอ่อง เพราะนายอ่องคนนี้เป็นน้องชายของกำนันโก๋ หรือนายโก๋ นายอ่องนี้แต่งงานกับยายพวง มีลูกชื่อยายเอื้อน ยายเสงี่ยม เป็นต้น เป็นก๊กบ้านโพธิ์บ้านกุ่ม

ประเด็นที่ ๓ เรื่องยายบุญมี แต่งกับ ตาตาด โกมารทัต เท่าที่ทราบมา ซึ่งอาจจะต่างจากคนอื่น มีว่า รต.ตาด ไปปราบกบฏเงี้ยว ตายในหน้าที่ ทางราชการเลื่อนยศให้เป็น รท.ตาด ยายบุญมีมีลูกสาวคนหนึ่งกับตาตาด ชื่อแม่สอาด โกมารทัต ยายเป็นแม่หม้ายแต่สาว ยายบุญมีจึงแต่งงานใหม่ ซึ่งมีลูกติดมาเช่นกัน ตามบันทึกว่าไว้พิสดารมาก ดังนี้ (ขอคัดลอกตามเอกสารลายมือเขียนที่ได้รับมา)

"คุณแม่สอาดเล่าว่า คุณตาของคุณแม่มีพี่น้องสองคน
๑.คุณตาพระศรีมงคล + คุณยายตาบ ภมรพล มีลูกสาวชื่อคุณยายบุญมี แต่งงานกับร้อยตรีตาด โกมารทัต
๒.คุณตาหลวงชัย ภมรพล + คุณยายตลับ ภมรพล แตกแขนงไปใช้ทิพย์ชัย

คุณยายบุญมี + ร้อยตรีตาด โกมารทัต มีลูกสาวชื่อนางสาวสอาด โกมารทัต ร้อยตรีตาด โกมารทัตไปรบกับเงี้ยว ตายอย่างทรมาน มีอาคมขลังหนังเหนียว ฆ่าแทงเท่าไหร่ก็ไม่ตาย พวกเงี้ยวเลยเอาเหล็กแหลมสวนทวารถึงตาย ทางการตั้งให้เป็น รท.ตาด โกมารทัต
นางบุญมี โกมารทัตเป็นแม่หม้าย แต่งกับพ่อหม้ายลูกติดชื่อจำไม่ได้ มีลูกหลายคนเสียชีวิตหมดแล้ว

นางบุญมี โกมารทัต (ลูกติด) (มีลูกสาวชื่อ) นางสาวสอาด โกมารทัตตอนยังเล็กอยู่ คุณตาพระศรีมงคล เห็นหลานเกิดสงสาร เห็นแม่คุณยายบุญมีมีลูกใหม่หลายคน และยังมีลูกติดของสามีของคุณยาย จึงพาหลานไปฝากในวังเพราะท่านรู้จักมาก จึงพาไปอยู่กับเจ้าจอมมารดาอ่อน ในสมัย ร.๕ อยู่จนอายุ ๓๕ ปี จึงลาออกมาแต่งงานกับคุณพ่อจันทร์ วิเชียรทวี มีลูกสาวหนึ่งคนคือ น.ส.อายุพร วิเชียรทวี"

ผู้ที่ส่งบันทึกให้มา ก็คือบุตรสาวของนางสอาด โกมารทัต + นายจันทร์ วิเชียรทวี รองอธิบดีกรมชลประทาน เคยมีบ้านและที่อยู่ที่รางกระทุ่ม ไผ่ขวาง ที่ดินตรง รร.กาญจนาภิเษก ก็เป็นส่วนหนึ่งที่บริจาคสร้าง รร. ในสมัยแม่สอาด รื้อเรือนไทยไปปลูกอยู่แถวบางกระบือ กรุงเทพฯ เมื่อแม่ตายก็รื้อไปถวายวัด ก่อนจะสร้างตึกอยู่อาศัย

ประเด็นสุดท้าย ภมรพลนอกจากมีนักร้องก็มีนักฟุตบอล ผมไม่ทราบจริงๆ ว่านักร้องเกิดนครปฐมหรือสุพรรณ ข้อนี้แฟนเพลงแฟนตาเซียคงช่วยตอบให้ได้ไม่ยากนัก ส่วนนักฟุตบอลนั้นฟังมาว่าเกิดที่จังหวัดตาก เป็นลูกหลานของตาติ่ง ไผ่ลูกนก ซึ่งมาจากบ้านท่าดินเหนียวนั่นเอง หันไปดีทางทำเหมืองแร่บ้าง


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.115.44 วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:14:13:33 น.  

 
ตาอ่อง ภมรพลที่กล่าวถึง เมียชื่อยายโปร่งครับ คงจะคนละคนกัน
ส่วนนักร้อง ผมเคยได้ยินว่าเขาบอกภูมิลำเนาจ.นครปฐม แต่ก็นานหลายปีมาแล้ว ลืม ๆ ไปเยอะ
ส่วนนักฟุตบอล ตอนนี้ไม่ได้ติดตามผลงานเลย

สำหรับต้น ๆ ของสกุล ถ้าเป็นอย่างที่ "คุณแม่สอาด"เขียนไว้ ก็คงเพิ่มพระศรีมงคลอีกคน ที่เป็นพี่น้องกับหลวงไชย(โต),หลวงบรรเทา(เทียน),หลวงสง่า(ธูป),หลวงอินอาญา(จ่างหรือปั้น),นางแจ่ม, อาจมีเพิ่มนายจิ๋วอีกคนก็ได้ ใครจะไปรู้
แต่พระศรีมงคลท่านนี้ นามเดิมว่าอะไรไม่ทราบครับ
แล้วก็เจอชื่อเมียหลวงไชย(โต)อีกคนหนึ่งแล้ว ชื่อตลับ รวมแล้วเป็น 6 ยายตลับ กับยายชัง จะเป็นคนเดียวกันได้ไหมครับ

ในหนังสือพระยาสุรศักดิ์เสนา บอกว่าสามียายบุญมี ชื่อ หลวงประกอบกรณี(จันทร์ มงคลนาวิน) แล้วก็มีลูกสาวชื่อฉล้วย(ฉอ้วย?-อ่านไม่ออก)ไปแต่งกับสกุลโรจนวิภาต,แล้วอีกคนชื่อ เฉลิม มงคลนาวิน ผมเคยเห็นรูปในหนังสืองานศพครูถวิล วัฏฏานนท์, และคงมีคนอื่นอีก

ภมรพลสายหลวงปู่ธูป ผมได้ยินชื่อเพราะป้าพาไปดูที่นาดั้งเดิมที่ปู่ย่าตาทวดไปบุกเบิกไว้ที่รอบหนองกะโด อันเป็นที่ตั้งม.ราชภัฏสวนดุสิตโคกโคเฒ่าขณะนี้
ป้าชี้ให้ดูว่านาผืนไหนเป็นของใคร แบ่งเป็นเส้นเป็นล็อกชัดเจน แต่ละผืนก็ราว 50-60ไร่ ตรงนั้นเป็นของพี่เจ๊กลูกลุงกวาป้าเพียร ติดๆ กันเป็นของลุงพร อันโน้นของลุงวาลย์
ส่วนตรงนี้เป็นของบ้านเรา
ผมเลยได้ยินชื่อนายเจ๊กตอนนั้น
แล้วใกล้ ๆ กันแถวนั้นแหละ ก็มีที่นาของพวกสังข์พิชัย, พวกสถาปิตานนท์อยู่ด้วย
แต่ที่เด่นหน่อยที่ป้าชี้ให้ดูว่าเป็นที่เวิ้งว้างกว้างไพศาลลิบลับ ก็ของยายบุญ อินทร์ใจเอื้อ ป้าว่าเขาเป็นเจ้าของโรงสีด้วยหรือไงเนี่ยะ
น้องกัน อินทร์ใจเอื้อ นักร้องเดอะสตาร์ที่กำลังประกวดกันอยู่ตอนนี้ เขาว่าเป็นคนสุพรรณด้วยใช่ไหมครับ


โดย: NickyNick วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:15:46:29 น.  

 
พระศรีมงคล เป็นชื่อใหม่ที่เพิ่งได้ยินเหมือนกัน ไม่รู้ว่าชื่อเดิมอะไร เคยได้ยินแต่ชื่อหลวงศรีมงคล ที่นำพากรมพระยาดำรงฯ เดินทางมาจากวิเศษไชยชาญ เมื่อคราวเสด็จสุพรรณ

สิ่งที่ไม่รู้มีมากกว่าที่รู้ และความรู้ก็ถูกจำกัดด้วยกาลเวลาสถานที่ อะไรต่างๆ แต่ที่พอจะสรุปได้ว่า ในชั้นต้นนั้น คงมีชื่อบรรพบุรุษที่มาเกี่ยวข้องกัน เช่น มีชื่อพระศรีมงคล หลวงไชยโต หลวงบรรเทาเทียน หลวงสง่าธูป (บางคนว่าเป็นลูกคนเล็กสุด) นางแจ่ม (ว่าแต่งงานกับหลวงคนหนึ่ง แต่ไม่มีลูก) หลวงอินท์ปั้น และนายจิ๋ว

สายนายจิ๋ว ซึ่งว่ามีลูกชื่อนายมุและนางเจียด สำหรับผมก็ยังมืดแปดด้าน แต่สายท่าระหัด ท่าโขลงเป็นสายที่ต้องศึกษาเรียนรู้กันต่อไป ไม่ว่านายอ่อง (บ้านโพธิ์) ตาเจียม และสายผู้หญิงที่ใช้ ภมรพล

ที่สามชุกเป็นอีกสายที่น่าสนใจโดยเฉพาะที่บ้านห้วยขาด ว่าเป็นสายยายปุย
ยายปุย ภมรพล ถ้ามีชีวิตอยู่ก็อายุ ๑๐๐ ปีกว่า (น่าจะเป็นรุ่นลูกของหลวงไชยรองปลัด) อยู่ที่บ้านห้วยขาด ต.หนองผักนาก มีลูกที่รู้จักคือ
๑.นายแอบ ภมรพล
๒.นางอิง
๓...........
ส่วนนายทร + นางเอี่ยม มีลูก ๔ คน เมื่อนายทรตาย ได้แต่งใหม่กับนายชิน ซึ่งเป็นลูกป้า แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ก๊กนายทรย้ายมาอยู่กับยายปุย มาจากบางกุ้ง อพยพมาราวปี ๒๔๙๒ มีลูกชื่อ
๑.นางกำหนด
๒.นางสำเนียง
๓.นายมานพ เคยมาอยู่เรียนหนังสือชั้น ม.๑ ม.๒ กับนายขวัญชัยที่อำเภอเมือง ขี่ม้าหลังเดาะ เป็นคนดุมาก
๔.นายเนือง อายุ ๗๒ ปี (อ่อนกว่าท่าน ๑ ปี) มีลูก
๑.นายปัญญา ทำงานไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ
๒............
๓.............

แต่สำหรับนางบุญมี ภมรพล พอสรุปได้ว่า
นางบุญมี สมรสกับ รต.ตาด โกมารทัต เมื่อสามีถึงแก่กรรมในปราบกบฏเงี้ยว (ลำพูน) ได้แต่งงานกับหลวงประกอบกรณี (จันทร์ มงคลนาวิน) (มีลูกติดมา) มีธิดาจาก รต.ตาด ๑ คน และลูกติดของสามีใหม่ ๓ คน รวมเป็น ๔ คน
๑. นางสอาด วิเชียรทวี อายุ ๙๐ ปี+ นายจันทร์ วิเชียรทวี อายุ ๘๖ ปี (ราว - ๒๕๑๖) ซึ่งเป็นคนโคราช รองอธิบดีกรมชลประทาน มาเยี่ยมบ้านกวยบ่อย (ทำให้ลูกหลานไปทำงานกรมชลหลายคน มีที่ดินแยะ ที่รางกระทุ่มยังมีอีก ๓๓ ไร่ โดยให้ยายไพบูลย์ รูปร่างขาวๆ เก็บที่นาให้ แฟนของยายไพบูลย์ทำงานกรมสรรพากรชื่อนายขันบุ)
๒. นางฉอ้อน โรจนวิภาต
๓ นางฉล้วย
๔. นายเฉลิม มงคลนาวิน
ในอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พันเอกพระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) ระบุชื่อนางฉล้วยว่า "นางหิรัญทัณฑกิจ" (ฉอ้อน โรจนวิภาต) ชื่อบรรดาศักดิ์นี้ตีความว่า สมรสกับ ผู้ได้รับบรรดาศักดิ์ระดับ “หลวง”

จิกซอใหญ่คงต้องดูพวกมณีอินทร์ สุนทรวิภาต โรจนวิภาต อินทร์ใจเอื้อ สุวรรณศร สถาปิตานนท์ (ณ นคร) สุนทรศาลทูล วัฏฏานนท์ เป็นต้น ประกอบด้วย จึงจะเป็นภาพที่ชัดเจน แม้แต่โกมารทัต และคณะพวกกัลย์จารึก ก็ยังไม่กล้ามองข้าม

เสียดายที่บุคคลในประวัติศาสตร์อีกคนเพิ่งล่วงลับไป นั่นคือลุงวิเชียร สุวรรณศร วัย ๙๐ ปี ซึ่งคงน่าจะให้เบาะแสได้มากกว่านี้ ส่วนลุงมนัส โอภากุล ก็ไปนอนอยู่ รพ.เจ้าพระยาด้วยวัย ๙๖ ปี แต่ได้เขียนหนังสือทิ้งไว้ชื่อ ช้างป่าต้น คนสุพรรณ


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:10:01:35 น.  

 
สวัสดีทุกท่านครับ

ผมเองเป็นผู้ตั้งบล็อกนี้ แต่ระยะหลังนี้กลับไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาติดตามพูดคุยด้วยบ่อยนัก ปล่อยให้เพื่อนสนิทอย่างคุณ NickyNick และเพื่อนๆญาติๆทุกท่านร่วมบรรเลงกันตามลำพัง รู้สึกอายจริงๆครับ

อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ละครั้งที่ได้มีโอกาสแอบเข้ามาอ่านบ้าง ก็ได้แต่ทึ่งในความรู้ความสามารถของของคุณพี่ทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณพี่สะพายเขียว ซึ่งระยะหลังได้เข้ามาคุยด้วยบ่อยมาก (จริงๆเข้ามานานแล้ว แต่ผมหายไปนานกว่า)

ผมเองไม่มีข้อมูลอะไรจะมาเล่าให้ฟังเพิ่มมากนัก และปัจจุบันก็อยู่ต่างประเทศ ประกอบกับตอนนี้มีภารกิจวุ่นวายหลายด้านเหลือเกินครับ หากมีโอกาส คงจะได้ร่วมเข้ามาพูดคุยอีกบ้างนะครับ

หากท่านๆทั้งหลาย ต้องการให้ผมปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มข้อมูลในส่วนใด ขอเรียนเชิญเสนอแนะได้เลยนะครับ ผมจะพยายามเข้ามาดูแลเป็นระยะ หรืออาจจะฝากฝังคุณ NickyNick เข้ามาช่วยเฝ้าบ้านให้ผมด้วยซะเลย (อิอิ)

ผมอยากจะกลับเมืองไทยบ้างเหลือเกิน หากได้มีโอกาสกลับบ้างภายในปีนี้ หวังว่าคงจะได้มีโอกาสพบเจอท่านๆทั้งหลายบ้างนะครับ


โดย: twojay วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:12:03:52 น.  

 
ขอบคุณคุณโอ จขบ.ที่อนุญาตฝากฝังอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องเคอะเขินครับ
เมื่อสองวันก่อนผมเพิ่งอ่านในบล็อกท้ายๆ ที่คุณสะพายเขียวเขียนเกี่ยวกับวัดพร้าววัดวรจันทร์ ขออภัยด้วยที่ช่วงหลังอ่านแต่สองบล็อกแรกนี้เท่านั้น แต่ผมไม่มีภูมิอะไรที่จะร่วมพูดคุยตรงนั้นครับ
สำหรับสายนายจิ๋ว ที่ลูกชื่อตามุ ถ้าข้อมูลผมพอเชื่อได้ ผมจะเปิดทางสว่างให้ครับ
ตามุ มีเมียคนหนึ่งชื่อยายม่อม ลูกที่รู้คนหนึ่งชื่อ ตาแกะ(+เมียชื่อยายวาด) คงจะพอต่อได้นะครับ

ส่วนยายปุย ถ้าเชื่อตามข้อมูลที่ผมบอกด้านบน ๆ ท่านเป็นลูกสาวของหลวงไชย(โต) เป็นพี่น้องกับย่าแพครับ

ผมได้ค้นดูสกุลโรจนวิภาต มีชื่อนางฉอ้อนด้วยครับ เล่มนั้นน่าจะเขียนผิดพลาดโน่นนิดนี่หน่อย
เขาเขียนไว้ว่า นางฉอ้อน เป็นเมียแรกของขุนหิรัญทัณฑกิจ(ทองหล่อ โรจนวิภาต) ดังนั้นนางฉอ้อนจึงใช้ชื่อว่า นางหิรัญทัณฑกิจได้ แต่เขียนว่าเดิมสกุล "รัตนจันทร์" ไม่ใช่ "มงคลนาวิน" ตามที่เรารู้ และบอกว่าเป็นบุตรหลวงประกรมกรณีย์(จันทร์) ตรงนี้น่าจะเขียนกันผิด


โดย: NickyNick วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:14:22:21 น.  

 
สายตามุ ที่มีลูกชื่อตาแกะ (+ยายวาด) ผมก็ยังแกะรอยไม่ออก แต่จะขอแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป

สายขุนศรีสงคราม ที่ว่าแต่งงานกับอำแดงทรัพย์ มีลูกชื่อ ๑.หลวงนา ๒.นางบุญนาค ๓.นางทองสุข ๔.นางสมฤทธิ์ (ข้อนี้ พิสูจน์ว่า ในโฉนดที่ดินเขียนเป็น "สำริด" และแต่งงานกับ นายจัน สายภมรพล ในโฉนดไม่ได้บอกนามสกุล) ๕.ขุนเกษตรสาลี (เขียนเป็น ขุนกระเษตสาลีบ้าง และบางทีก็เขียนเว้นวรรคว่า ขุนเกษตร สาลี (จีน)

บุตรหญิงลำดับที่ ๔ ในบ้านโพธิ์ (สองพี่น้อง) มีสายภมรพลอย่างน้อย ๒ คน คือ ๑.นายจัน ที่แต่งกับนางสำริด ๒. นายแก้ว ซึ่งเป็นแต่งกับสายตระกูล "คล้ายจินดา"

บุตรชายอันดับที่ ๕ ขุนเกษตรสาลี ไม่ใช่เป็นคนจีน แต่คงมีชื่อเล่นว่า "จีน" แต่งงานกับสะใภ้บ้านยอดชื่อ "นางทองสุข สาลี" มีลูกหญิง ๒ คน ชื่อนางปลีกกับนางเหนา
นางปลีก (+นายโต คล้ายสังข์ คนบางซ้าย อยุธยา) ส่วนนางเหนา (+นายย้ำ ป้อมสวัสดิ์)
บ้านนางปลีกอยู่ใต้วัดรอเจริญ อ.บางปลาม้า ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านยอด

ประเด็นสุดท้าย หลวงนาคือใคร เพราะ
๑. "หลวงนาสิงห์โต" ในสกุล "สถาปิตานนท์" ชั้นที่ ๒ ระบุว่านางสัมฤทธิ และนางตาล เป็นภรรยาของหลวงนาสิงห์โต (เข้าใจว่าชื่อสิงห์โต น่าจะเป็นชื่อต่อท้าย ไม่ใช่บรรดาศักดิ์) และชั้นที่ ๓ ของหลวงนาสิงห์โต ก็ระบุชื่อลูกๆ รวมกันว่าชื่อ ๑.ขุนโภชน์สาลี (ถม) ๒.พระยาอุภัยภาติกเขต (ถม) ๓.นายอ่วม (ลูกชายคนหนึ่งชื่อ พระไผทราชสถาปิต หรือประชิต สถาปิตานนท์) และ๔.นางปุย

๒. "หลวงนาสาลี (คุ้ม)" เป็นบรรพบุรุษของ พระพินิจวรรณการ (แสง สาลิตุล) คนบ้านกระบอก ตรงกับท่าทราย แถวบางพลับ สองพี่น้อง

๓."หลวงนา" ที่มีลูกชื่อนายแพร, นายพลอย, นายเณร, นายโต, นายเปี่ยม, และนางลมูล คือใคร ใช้นามสกุลอะไร

๔. และยังมีอีก"หลวงนาสาลี" จังหวัดเพชรบุรี ว่าเป็นสายตระกูลบุนนาค สายจากในรั้วในวัง


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.112.81 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:21:28:59 น.  

 
อยากรู้ด้วยครับแล้วจะแวะมาอ่านครับ วันนี้ดึกและไปนอนก่อน อยากรู้เหมือนกัน พ่อเล่าให้ฟังไม่ละเอียดเพราะไม่ค่อยได้ถามเท่าไร


โดย: ยศพนธ์ ภมรพล IP: 125.27.217.150 วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:0:16:54 น.  

 
ขณะที่รอคำตอบสายนายมุ ย้อนมาอ่านเมล์ตัวเอง อ่านแล้วก็งง จึงขอขยายความต่อและแก้ไขในสิ่งที่ผิด เพื่อความกระจ่างและถูกต้องของข้อมูล

๑.ข้อความที่ว่า "บุตรหญิงลำดับที่ ๔ ในบ้านโพธิ์ (สองพี่น้อง)" หมายความว่า นางสำริด หรือจะเขียนเป็น สมฤทธิ์ บุตรของขุนศรีสงคราม น้องสาวของหลวงนานั้น แต่งงานกับ "นายจัน" และนายจันนั้น แต่งงานกับนางยวง. กำนันโก๋ แห่งบ้านช้าง เป็นบุตรของนายจันกับนางสำริด ในมรดกที่ดินที่รับสืบต่อจากกำนันโก๋ ระบุชื่อว่า ให้ ๑.นางยวง ภมรพล ๒.นายแกละ ภมรพล

๒. ในย่านแม่น้ำสุพรรณแถวบ้านกุ่มบ้านโพธิ์ อย่างน้อยมี ๒ คนที่สืบทอดตระกูลภมรพล คือ ลูกชายของนายจันกับนางสำริด ที่ออกลูกมาเป็นกำนันโก๋ และนายอ่อง ภมรพล อีกสายหนึ่งคือนายแก้ว แต่งกับนางเอี่ยม คล้ายจินดา ออกลูกมาเป็นนายฉัตร (+บุญรอด), ยายฟ้อน โพธิกุล, นายดำ, นายหวาน, นายขุ้ย, นายแวก ล้วนภมรพลกันทั้งนั้น

๓. ประเด็นหลวงนาคือใคร ข้อที่ว่า
๓.๑ พระยาอุภัยภาติกเขต (ถม) นั้น พิมพ์ผิดครับ ขอเปลี่ยนในวงเล็บเป็น "เอี่ยม" นายอำเภอเอี่ยมเป็นน้องชายของขุนโภชน์สาลี (ถม) ขุนโภชน์เป็นลูกของหลวงนาสิงห์โตกับนางสำริด หรือจะเขียนเป็นสมฤทธิ์ ก็ได้ ในสายนี้สรุปว่า ถม, เอี่ยม, อ่วม (ซึ่งไปแต่งกับนางคลี สุขุม หรือธูสรานนท์ด้วยคนหนึ่ง), นางปุย เป็นลูกของหลวงนาสิงห์โต ส่วนนางคลี่ (+นายเพลา ณ นคร), นายปลั่ง, นายจำปี เป็นลูกของหลวงพรหมสุภา (บุญรอด) ซึ่งเป็นนายอำเภอคนแรกของสามชุก ทั้งหลวงนาสิงห์โตและหลวงพรหมสุภา เป็นบุตรชายของหลวงวัง (ทองพูน หรือพูน)
๓.๒ ข้อความเดิมที่ว่า "หลวงนาสาลี (คุ้ม) เป็นบรรพบุรุษของ พระพินิจวรรณการ (แสง สาลิตุล) คนบ้านกระบอก ตรงกับท่าทราย แถวบางพลับ สองพี่น้อง" นั้นผิดครับ ขอแก้ไขความเป็นว่า "หลวงนาสาลี มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อนายคุ้ม นายคุ้มมีลูกชายชื่อแสง สาลิตุล (บรรดาศักดิ์เป็นขุน-หลวง-พระพินิจวรรณการ) บ้านเกิดของมหาแสง วัดระฆังนั้น เป็นคนท้ายบ้าน ทิศตะวันออกของวัดสองพี่น้องครับ คือตรงข้ามกับอำเภอเก่าสองพี่น้องนั่นเอง ส่วนภริยาคนสุดท้ายของพระพินิจวรรณการมีบ้านอยู่ที่บ้านกระบอก ตำบลหัวโพธิ์ ตรงข้ามกับวัดท่าจัด ตำบลบางพลับครับ"

เห็นไหมว่าเป็นพัวพันกันอย่างงี้


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.189.189 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:14:56:56 น.  

 
ผิดอีกจนได้ ทีว่า "นายจันนั้น แต่งงานกับนางยวง" ผิดพลาดมาก จึงขอแก้เป็นกำนันโก๋ แต่งงานกับนางยวง

ขุนศรีสงคราม+อำแดงทรัพย์=กำนันโก๋
กำนันโก๋+นางยวง =นายอับ, นางอุบ พิทักษ์วงษ์, นางบู่ ศรีทองอินทร์, นางเยื้อน สังข์สุวรรณ, หลวงตายูร วัดท่าโขลง, นายยิน, นายหยัด สายนี้ผู้ชายใช้ ภมรพล ผู้หญิงก็เปลี่ยนไปตามสามี



โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.189.189 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:16:30:54 น.  

 
นี่ก็ผิดเอง วันนี้เป็นไง มีแต่พิมพ์ผิดพลาด
ขออภัยใหม่อีกที

รุ่นที่ ๑ ขุนศรีสงคราม+อำแดงทรัพย์ = หลวงนา, นางบุญนาก, นางทองสุข, นางสำริด, ขุนเกษตร (จีน)
รุ่นที่ ๒ นางสำริด+นายจัน= นายบุญ, นายรอด, นางกุ, นางอยู่, นางพริ้ง,กำนันโก๋, นายอ่อง ภมรพล
รุ่นที่ ๓ กำนันโก๋+นางยวง =นายอับ, นางอุบ พิทักษ์วงษ์, นางบู่ ศรีทองอินทร์, นางเยื้อน สังข์สุวรรณ, หลวงตายูร วัดท่าโขลง, นายยิน, นายหยัด


โดย: สะพายเชียว IP: 202.28.52.138 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:19:16 น.  

 
ถ้าผมไม่มีโพยอยู่ในมือ คงจะงงเหมือนกัน
สำหรับขุนพินิจวรรณการ ปู่ของท่านคือหลวงนาสาลี(เทศ)กับคุณย่าศิลา
ที่ว่าเมียสุดท้ายของท่านที่อยู่บ้านกระบอก น่าจะชื่อแม่ผ่อน มีบุตรกับท่านนี้ 3 คน

ตามุ (+ยายม่อม) ภมรพล เป็นลูกพ่อจิ๋ว ตอนแรกยังคิดว่าพ่อจิ๋วคนนี้คือหมื่นโลดจับพาล แต่นับไปนับมาแล้วไม่ใช่แน่ ควรจะเป็นพ่อจิ๋วที่เป็นบุตรของหลวงไชย(ภู่)
บุตรของท่านคือ ตาแกะ(+ยายวาด) - ชื่อเหมือนกับคนที่รับมรดกกำนันโก๋ เสียอีก (ให้ ๑.นางยวง ภมรพล ๒.นายแกละ ภมรพล) จะเป็นคนเดียวกันได้ไหม

ตาแกะ มีลูกเช่น ตาแป้น (+ยายแก้ว) , ตายิ่ง พอรู้เท่านี้แหละครับ ถ้าขยายความได้ยังไงก็เล่าสู่กันฟังบ้างครับ


โดย: NickyNick วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:18:29:48 น.  

 
มาถึงสายสถาปิตานนท์บ้างครับ
พี่น้องท้องเดียวกับนางคลี่ที่พอทราบ ใช้สกุล สถาปนะวรรธนะ (หรือ สถาปนวรรธนะ) รุ่นลูกหลานบางคนก็แปลงรูปเป็นอย่างอื่นเพื่อให้เขียนง่าย แต่ยังอ่านคล้าย ๆ กัน

ส่วนของนางคลี่ รู้สึกท่านจะถนัดใช้สถาปิตานนท์เช่นเดียวกับบุตรของหลวงนาสาลี(สิงห์โต) ใช่ไหมครับ


โดย: NickyNick วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:18:41:02 น.  

 
ผู้ขอพระราชทานนามสกุล สถาปนะวรรธนะ ก็สูญหายไปจากสารบบของสกุลสถาปนวรรธนะ กับสถาปิตานนท์เลยครับ ในเส้นสายโยงใยสกุลก็ไม่มีชื่อท่านอยู่ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร? หรือไม่มีลูกหลานสืบสกุลต่อแล้ว?


โดย: NickyNick วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:18:45:45 น.  

 
สิ่งที่ยุ่งยาก คือชื่อซ้ำซ้อนกัน เมื่อพูดถึงนางคลี่ ถามว่า คลี่ไหน ลูกใคร พูดถึงหลวงนาก็เช่นเดียวกัน ไม่จำต้องกล่าวถึงชื่อนางสำริด หรือสมฤทธิ์

ลองสร้างตารางเปรียบเทียบ ดูชั้นตระกูลต่างๆ คิดว่าน่าจะได้ดังนี้

๑. หลวงวังทองพูน+ทองสุข (สาย สถาปิตานนท์)
๒. ขุนศรีสงคราม+อำแดงทรัพย์
๓. หลวงนาสาลี (เทศ)+นางศิลา (สาย สาลิตุล) (ข้อมูลบางทีบอกว่า หลวงนาสาลี แต่งงานกับนางเทศ)
๔. หลวงไชยปลัด (ภู่)+นางคำ (สาย ภมรพล)
เป็น ชั้นที่ ๑ ประมาณชั้นบรรพบุรุษ คือชั้นระดับนายเรือน+นางแจ่ม=นางแข และนายเรือง+? = ปู่ของสายสุขุม

๑.๑ หลวงนา (สิงโต)+สำริด (สถาปิตานนท์)
๑.๒ หลวงพรหมสุภา (บุญรอด)+ถมยา (สถาปิตานนท์)

๒.๑ หลวงนา+?, นางสำริด+นายจัน (ภมรพล),
๒.๒ ขุนเกษตรสาลี (จีน)+ทองสุข (ต่อมาเป็น คล้ายสังข์, ป้อมสวัสดิ์) เพราะไม่มีลูกชาย

๓.๑ นายคุ้ม (+นางแพ) (สาลิตุล)

๔.๑ หลวงโต (ภมรพล)
๔.๒ หลวงเทียน+นางแข (ภมรพล)
๔.๓ หลวงปั้น (ภมรพล)
๔.๔ หลวงธูป (ภมรพล)
๔.๕ นางแจ่ม (ภมรพล)
๔.๖ นายจิ๋ว (ภมรพล)
เป็นชั้นที่ ๒ คือชั้น นายฉาย สุขุม, นางนิล สุวรรณศร, นายหมี สุขุม, นายคล้ำ ธูสรานนท์, นางหยา สังขพิชัย, พระยาปั้น สุขุม

๑.๑.๑ ขุนโภชน์(ถม)+อิ่ม สถาปิตานนท์
๑.๑.๒ พระยาอุภัยภาติกเขตร์ (เอี่ยม)+คุณหญิงเยื้อน สถาปิตานนท์
๑.๑.๓ นายอ่วม(+นางคลี่ ธูสรานนท์) สถาปิตานนท์

๑.๒.๑ ยายคลี่ ลูกของหลวงพรหมสุภาและนางถมยา +เพลา ณ นคร (=นางเนิน, หมอทัศ) ณ นคร (นามสกุล ณ นคร ปัจจุบันไม่มีในเมืองสุพรรณ ?)

๒.๑.๑ นางกุ ภมรพล+นายกล่อม ทองประเสริฐ,
๒.๑.๒ นางอยู่ อินทศร (ภมรพล),
๒.๑.๓ นางพริ้ง เอี่ยมศรีทอง (ภมรพล)
๒.๑.๔ กำนันโก๋ ภมรพล
๒.๑.๕ นายอ่อง ภมรพล

๓.๑.๑ พระพินิจวรรณการ (แสง) (๒๔๒๘-๒๔๘๖) (+นางฟูเกียรติ, นางผ่อน) สาลิตุล

๔.๑.๑ ขุนภูดาษ (อ่ำ)(..,+นางผัน) ภมรพล
๔.๑.๒ หมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว) ภมรพล
๔.๒.๑ พระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) (๒๔๓๑-๒๕๑๗),
๔.๖.๑ นายมุ (+นางม่อม) ภมรพล
เป็นชั้นที่ ๓

นางเนื่อง สถาปิตานนท์(+ผู้ใหญ่ชุ่ม ทองประเสริฐ),
หลวงชาญภูเบศร์ สถาปิตานนท์
นายแกละ ภมรพล หรือนายแกะ

นายวุฒิวรรณ, นายวิสาข์ สาลิตุล

สายภมรพล มีนายพัน ไปอยู่นราธิวาส, นายปลัดโพธิ์ ไปอยู่นครสวรรค์, สมุห์เล็ก (+ยายมอญ) อยู่สุพรรณ, ขวัญชัย (นายกเล็กเมืองสุพรรณ), นางวิมลภักตร์ (+นายเอนก สิทธิประศาสน์) ไปอยู่กรุงเทพ,
เป็นชั้นที่ ๔

ลูกๆ เช่น นายไพเราะ ทองประเสริฐ
ตาแป้น (+ยายแก้ว), ตายิ่ง ภมรพล

เดือนเต็ม สาลิตุล (ดารา)
เป็นชั้นที่ ๕

นางคลี่ มี ๒ คลี่ อยู่ในชั้นที่ ๓ เหมือนกัน
คลี่หนึ่ง เรียกอย่างทางการว่า นางทำนุนิกรราษฎร์ (คุณยายคลี่ ณ นคร หรือชอบจะเรียกตนเองว่าเป็น สถาปิตานนท์ มากกว่า เป็นภรรยาของหลวงทำนุนิกรราษฎร์ หรือนายเพลา ณ นคร ผู้นำหนังตะลุงมาเล่นที่สุพรรณ) คุณยายคลี่เป็นบุตรีของหลวงพรหมสุภา (บุญรอด) กับนางถมยา มีพี่น้องจะร่วมอุทรเดียวกันหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ร่วมบิดรเดียวกัน ชื่อนายปลั่ง , นายจำปี (ขุนเถลิงเดชขจร) และดูเหมือนจะมีนายเอม (นายร้อยตำรวจตรีอีกคน) ซึ่งเขาไปชื่อนามสกุลอื่นตามที่พูดมา

อีกคลี่หนึ่ง เป็นบุตรีของนายคล้ำ ผู้ใหญ่บ้านแห่งน้ำตก บ้านกวย ซึ่งเป็นบ้านที่ได้ชื่อมาจากชนกลุ่มหนึ่งผสมประสานกับชุมชนต่างๆ เช่นระหว่างเขมรกับลาวในสมัยก่อนโน้น จึงเรียกว่า "กวย" ชนกลุ่มนี้ย้ายไปอยู่แถว "สามทอง" และเขตตลิ่งชัน แถววัดสกุณปักษี สวนนกโน้น แต่นางคลี่ ลูกของผู้ใหญ่บ้าน ไปแต่งงานกับนายอ่วม สถาปิตานนท์ มีลูกๆ เช่น นายเคลื่อน เป็นต้น

ในชั้นที่ ๒ จะเห็นว่า หลวงนาสิงห์โต บุตรของหลวงวัง (ทองพูน) กับหลวงนา บุตรชายของขุนศรีสงคราม อยู่ในชั้นเดียวกัน จะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่หลวงนาหนึ่งไปแต่งกับนางสำริด ใช้ "สถาปิตานนท์" ออกลูกมาเป็นขุนโภชน์สาลี (ถม) เป็นหลักฐาน อีกหลวงนาหนึ่งแต่งกับใครไม่ทราบ แต่มีลูกชื่อนายพลอย, นายแพร, นายโต, นายเปี่ยม เป็นต้น ตำแหน่งหลวงนา ในจังหวัดเดียวกันจะมี ๒ คนได้อย่างไร ผมจึงตั้งประเด็นถามว่า หลวงนาคือใคร จะเป็นคนเดียวกับ หลวงนาสาลี ไหม? และข้อสังเกตมีชื่อบุคคลเหล่านี้ คือ ขุนโภชน์สาลี (ถม), หลวงนาสาลี (เนียม) (สาย บุนนาค อยู่แถวเพชรบุรี), หลวงนาสาลี (สิงห์โต สถาปิตานนท์) และขุนเกษตรสาลี (จีน) (สายคล้ายสังข์และป้อมสวัสดิ์ เป็นต้น

ยิ่งเขียนมาก พยายามจะไม่ให้ผิดพลาด แต่พอส่งไปแล้ว ก็พบผิดอีกจนได้ ถ้าผิดพลาดประการไร ขออภัย


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:11:03:38 น.  

 
รุ่นเก่ายังมีอีก "คลี่" หนึ่งที่พอนึกออกครับ คือที่เป็นลูกสาวนายปลอด สุวรรณศร
นางคลี่ท่านนี้เป็นหลานลุงของหลวงแก้วสัสดี
และรู้สึกจะเป็นยายของจารุวรรณ ปัญโญภาสด้วยครับ

สำหรับหลวงนา ที่บอกว่าจังหวัดหนึ่งควรจะมีคนเดียว
แต่ว่ามีได้หลายรุ่นครับ พอท่านหนึ่งพ้นราชการไป ก็จะตั้งคนใหม่มาแทน ขณะที่อีกคนเป็นหลวงนานอกราชการไป อาจจะยังมีชีวิตอยู่ หรืออาจตายทีหลังหลวงนาคนหลังก็ได้


คุณสะพายเขียวเคยได้ยินคนชื่อ "นายขาว" มั้ยครับ
นายขาวเป็นน้องชายของพ่อเรือน(ปู่ของเจ้าพระยายมราช) แต่จะเป็นพี่หรือน้องของนายเรืองไม่รู้
นายขาวไปเจริญเติบโตทางราชการที่เมืองเพชรบุรี
หลานปู่คนหนึ่งของท่าน ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับเจ้าพระยายมราช เป็นพระเถระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในกรุงเทพ


โดย: NickyNick วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:12:28:35 น.  

 
ได้ยินมาดังนี้ เกี่ยวกับเครือญาติทาง เพชรบุรี

พระศาสนโสภณ (แจ่ม) วัดมกุฏฯ (๒๔๑๘ - ๒๔๘๘) เคยมาตามหาญาติที่สุพรรณ เพราะท่านเป็นชาวเมืองเพชร ท่านได้เล่าประวัติไว้อย่างน่าสนใจว่า

"ชีวประวัติของท่านที่น่ารู้ ซึ่งท่านได้เล่ากับศิษย์บางคนเป็นการภายใน ถ้าหากไม่เล่าอาจจะสุญหายไป จึงขอนำมาเล่าเป็นเกร็ดความรู้เพิ่มเติม ดังนี้
ตระกูลเดิมของท่าน ท่านเล่าว่า บิดาของท่านเป็นชาวสุพรรณบุรี ปู่ชื่อ ขาว เป็นน้องชายของปู่ท่านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม เปรียญ) ทวดเดียวกันเป็นตระกูลกรมการเมืองสืบกันมา ถือศักดินาที่มีศักดิ์และมีนาจริงๆ ไม่ใช่มีแต่ศักดิ์ ไม่มีนาเหมือนขุนนางสมัยนี้ จะว่าเป็นลูกชาวนาก็ถูกเหมือนกัน ท่านเล่าต่อไปว่า พวกญาติของท่านเข้ามาได้ดี ๓ คน คือ

ตัวท่านได้ดีทางพระ ๑
ท่านเจ้าพระยายมราชได้ดีทางราชการ ๑
เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก (พระมารดาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์) ได้ดีทางผู้หญิง ๑ ฉะนั้น ท่านกับท่านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) จึงรักใคร่นับถือกันฉันญาติตลอดมา"

ท่านใช้นามสกุล "ถาวรบุตร" และบอกว่า ปู่ชื่อขาว น่าจะเป็น "เศวต..." มากกว่า ท่านบอกไว้ว่า

"นามสกุลของท่าน ท่านเล่าว่า ปู่ของท่านชื่อ “ขาว” แต่เมื่อ
พระประสานพันธุกิจ (จอน) น้องชายของท่าน ขอพระราชทานนามสกุล เอาชื่อมาเป็นชื่อ ปู่ เสีย จึงได้รับพระราชทานนามสกุลว่า “ถาวรบุตร”
ท่านว่า ถ้ากราบบังคมทูลไปว่า ปู่ชื่อ ขาว ก็คงจะพระราชทานนามสกุลขึ้นต้นว่า “เศวต” (แปลว่า ขาว อะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว)"



โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:14:45:52 น.  

 
เข้ามาแอบอ่านอีกครั้ง คราวนี้ก็ยิ่งตื่นเต้นเป็นอันมาก เพราะมีผู้ที่เคยรู้จักหลายท่านซึ่งไปๆมาๆแล้วก็เข้ามาเกี่ยวพันกัน เป็นญาติพี่น้องกัน

สกุล "ถาวรบุตร" เคยมีอาจารย์ท่านนึงที่เคยสอนดนตรีสมัยเรียนที่เซนต์จอห์น ท่านเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์สมัย ชินะผา ตอนหลังอาจารย์สมัยจึงเชิญท่านมาสอนดนตรีที่โรงเรียน แต่ท่านเสียตอนสมัยผมเรียนอยู่ ม.3 ท่านแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงหลายเพลง หนึ่งในนั้นคือ ทำนองเพลง "สยามานุสสติ"

สกุล "สาลิตุล" พี่สาวของคุณเดือนเต็ม รู้จักกันที่ดิสนีย์ เคยมาพักที่บ้าน ไปๆมาๆก็เป็นญาติกันนี่เอง

คุณจารุวรรณ ปัญโญภาส พ่อเคยบอกนานแล้วว่าเป็นญาติกัน ทั้งคุณจารุวรรณ และคุณลลิตา เคยมาร่วมงานของคนในสกุลสุขุมครั้งนึง (คือหมายถึงที่พ่อผมเคยเจอหรือไงนี่แหละ)


โดย: twojay วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:8:04:01 น.  

 
คุณสะพายเขียวพยายามสืบหา "หลวงนา" แล้วก็มาพบที่เป็นบรรพบุรุษ คือคุณปู่ของพระพินิจวรรณการ(แสง สาลิตุล) ด้วยคนหนึ่ง แต่ยังสืบสายสัมพันธ์กับสกุลเจ้าพระยายมราชหาได้ไม่

เรื่องสกุล ถาวรบุตต์ ซึ่งต่อมาเขียนตามสมัยนิยมเป็น ถาวรบุตร อ่านที่คุณสะพายเขียวอธิบายเรื่องที่มาของสกุล ตรงนี้ "...เอาชื่อมาเป็นชื่อ ปู่ เสีย..." ก็งงครับ คงพิมพ์ขาดตกบกพร่องอะไรไปสักอย่าง

เมื่อมาพิจารณาดู ท่านให้ชื่อพ่อของท่านไว้ แล้วก็ให้ชื่อปู่ทวดของท่านด้วย ปู่ทวดท่านชื่อ คง ดังนั้นได้รับพระราชทานนามสกุล ถาวรบุตต์ ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะ "คง" กับ "ถาวร" ใกล้เคียงกัน

ขณะที่เจ้าพระยายมราช(ขณะเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต) ได้รับพระราชทานนามสกุล สุขุม อันเป็นนามเฉพาะตัวของท่าน ไม่มีทั้งนามพ่อ,ปู่,หรือทวดประกอบ
พระยามีนบุรีฯ(ขณะเป็นพระมินบาลฯ) ได้รับพระราชทาน ธูสรานนท์ ความหมายตรงนามบิดาของท่าน

ส่วนลูกหลานของพ่อเรือน เช่นคุณฟัก คุณอั้น จะใช้นามสกุลใด คุณสะพายเขียวคงพอบอกได้ แต่มีพี่น้องคนหนึ่งคือ นางแข ปรากฏนามสกุลตามสามี คือ ภมรพล

ดังนั้นเมื่อพิจารณาแง่ความหมายของสกุลพี่น้องสายนี้
สายนายขาว ใช้ ถาวรบุตต์ ชื่อสกุลตรงกับบรรพบุรุษมากที่สุด
สายนายเรือน ใช้ สุขุม และ ธูสรานนท์ ความหมายที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ น้อยกว่าข้างบน
สายนายเรือง ใช้ ....


โดย: NickyNick วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:12:45:03 น.  

 
แก้ไข
ส่วนลูกหลานของพ่อเรือน เช่นคุณฟัก คุณอั้น...
แก้เป็น พ่อเรือง ครับ


โดย: NickyNick วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:12:49:53 น.  

 
อ้าว.. ไม่เกี่ยวข้องเหรอ นานๆเข้ามาอ่านที ชักงง จับไม่ถูก อิอิ


โดย: twojay วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:18:32:58 น.  

 
หลักฐานโฉนดที่ดินบ้านกุฏีทอง (โฉนด รศ.) บอกว่า นางแข ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า นางบรรเทาทุกขราษฎร์ (แข ภมรพล) พ่อชื่อนายเรือน แม่ชื่อนางแจ่ม

นางแข มีพี่น้อง ๓ คนที่ทราบ ชื่อ นายฟัก นายอั้น นางเผือก ไม่รู้ว่าใครเป็นพี่ใหญ่หรือเป็นน้อง แต่นางเผือกเป็นน้องสาวของนางแข ข้อมูลที่สืบมา
๑. นายฟัก บ้านอยู่แถวใต้กุฏีทอง แถววัดแก้ว มีแต่ลูกสาวทั้งนั้น
๒. นายอั้น ว่าไปอยู่แถวอู่ทอง ใช้นามสกุล "ภมรพลบ้าง" ชื่อนายอั๋นปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ร.ศ.๑๒๖ (พ.ศ.๒๔๕๐) ว่า” ให้นายอั๋นพนักงานเกษตร์ ในกองข้าหลวงเกษตร์ มณฑลกรุงเทพฯ เป็นนายทะเบียน (ลพบุรี)” สันนิษฐานว่าไม่น่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน ส่วนในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๔ หน้า ๕๘๗ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๗๐ เรื่องมีผู้ให้สิ่งของและยาแก่โรงพยาบาลจังหวัดสุพรรณบุรี ปรากฏชื่อ “นายอั้น ให้เครื่องมือทำการคลอดบุตร ๑ ชุด”
ลูกตาอั้นที่สืบทราบมีชื่อ นายเช้า, นายเย็น , และสำเนียง (เป็นทหาร) ตอนที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งให้นายขวัญชัย ภมรพล ก็ว่าใช้ "ภมรพล" แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน มีคนยืนยันว่า อย่างน้อยนายเย็น ใช้ "ภมรพล" คนหนึ่ง
๓. นางเผือก อยู่บ้านเรือ แถวบางสะแก ตำบลบางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง มีเรือชื่อ “สีสนุก” เช้านำเรือขึ้นสุพรรณ บ่าย ๒ โมงล่องเรือกลับบ้านบางสะแก มีบุตรชายชื่อนายแป้น วงศ์สีใส เรียกกันทั่วไปว่าพัศดีแป้น (ผู้บังคับการเรือนจำ หรือผู้นักครองนักโทษ) บางขวาง นนทบุรี เพราะมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของย่าเจิม เคยไปมาหาสู่กันเป็นประจำ มีรูปภาพที่ย่าเจิมถ่ายคู่กับนายแป้น และมีรูปภาพเดี่ยวของนายแป้นติดไว้ที่บ้านย่าเจิมเป็นหลักฐาน ปัจจุบันลูกหลาน ใช้นามสกุล "วงศ์สีใส" มีลูกทีจำได้ คือ น้าเป้า. น้าฤทธิ์ , น้าศรี, น้าหาญ, น้าหงส์ (ชื่อจริงคือ พันเอกชัยชาญ วงศ์สีใส มีบุตรชายชื่อพันโทชาติชาย วงศ์สีใส เป็นทหาร เป็นหลานของตาแป้น) และน้าขุน, น้าสิทธิ์
พัศดีแป้น วงศ์สีใส แต่งงานกับย่าจู มีลูกหลานสืบตระกูลตามที่กล่าวมา

ภมรพลมิใช่จำกัดเฉพาะผู้ชายที่สืบสายตระกูล จะเห็นได้ว่า ขุนสพประชาราษฎร์ (กำนันดี) แต่งงานกับ นางทองคำ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเวียงจันทน์มีบุตรธิดา ๓ คน คือ
๑. นายเชื้อ ภมรพล แต่งงานกับ นางมุ้ย (ไปอยู่เมืองราชบุรี) มีบุตรธิดา ๗ คน
๑.นายเอี่ยม ภมรพล
๒. นางสำอาง
๓. นายสนิท ภมรพล
๔. นายอ่ำ ภมรพล
๕. นายสมบัติ ภมรพล
๖.นายอิ่ม ภมรพล
๗. นาง...................

๒. นายสาย ภมรพล แต่งงานกับ นางทำ (ไปอยู่เมืองโคราช) มีบุตรธิดา ๖ คน
๑. ร.ต.สมบูรณ์ ภมรพล (ทหาร)
๒. นางทับทิม
๓. นางประทุม
๔. ...........
๕. อาชีพผู้ใหญ่บ้าน มีบารมี
๖. ..................

๓. แม่ถม แต่งงานกับพ่อเล็ก มีลูกโทน ใช้นามสกุลของตากำนันดี ชื่อ "นายนิคม ภมรพล" ซึ่งเป็นผู้เล่าว่าสายตระกูลแม่ทองคำมาจากเวียงจันทร์ สืบเชื้อสายมาจากทวดชื่อนายมา กับทวด ... (จำชื่อไม่ได้) ยายทองคำเป็นพี่สาวคนโต มีพี่น้องชื่อ ยายเขียน, ยายนาก, ยายพร, ยายเหมือน (เป็นน้องคนที่ ๓ มีรูปภาพที่นิคม), ยายเดือน, ตาเย็น, .........(จำชื่อไม่ได้คนหนึ่ง) แม่ถมตายเผาที่วัดบางเตย สุขาภิบาล ๒ กรุงเทพฯ ส่วนลุงเชื้ออายุ ๙๗ ปีตายภายหลังปีหรือสองปีต่อมา เผาที่ราชบุรี
ตากำนันดีสอนหนังสือขอม เคยมีนาเป็นพันไร่ เป็นนักเลง ขายหมด


คุณนิกกี้คงจะช่วยคลายข้อสงสัย ๒ ประเด็น ที่อยากให้ความกระจ่างได้บ้าง
๑. ลูกหญิงคนหนึ่งของหลวงไชย รองปลัด ชื่อ นางคร้าม ซึ่งไม่สามารถสืบลูกหลานได้ แม่ชื่ออะไร และมีลูกหลานชื่ออะไรบ้าง (ถ้าทราบ)
๒. นางแพ ที่เป็นพี่น้องกับนางปุย มีลูกเป็นใครบ้าง ชื่ออะไร และใช้นามสกุลภมรพลไหม


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.28.87 วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:20:00:28 น.  

 
คงต้องผัดผ่อนคุณสะพายเขียวไว้สักวันสองวันก่อน เพราะข้อมูลที่ถาม ไม่ได้อยู่ใกล้มือ แต่รู้ว่ามีแน่นอนครับ

ก็ถือโอกาสแลกเปลี่ยนอีกหน่อยครับ
ชื่อปู่ของเจ้าพระยายมราช น่าจะชื่อเรือนนะครับ
ส่วนเรือง น่าจะเป็นน้องชาย ซึ่งเป็นคุณตาของพระยาสุรศักดิเสนา(โต๊ะ ภมรพล)
ผมสับสนตั้งแต่ในหนังสือพระราชทานเพลิงศพของพระยาสุรศักดิเสนาแล้วครับ

ถ้าหลักฐานจากโฉนดนางบรรเทาทุกขราษฎร์(แข ภมรพล) ว่าเป็นบุตรพ่อเรือนแม่แจ่มจริง ก็ต้องยึดเอาไว้ด้วย ซึ่งคงต้องหาข้อมูลอื่นมาประกอบด้วยว่าอันไหนถูกต้องกว่า

ที่ว่ากำนันดี มีลูก 3 คน สงสัยว่าอีกคนที่ชื่อนายชั้น (เมียชื่อนางเรือง) ใช่เป็นลูกกำนันดีด้วยมั้ยครับ

กำนันดี เมียชื่อทองคำ
นางทองคำ มีอีกชื่อหนึ่งว่า "บาง" ด้วยไหมครับ คงต้องเรียนถามคุณนิคม ภมรพล
เพราะที่เคยรู้มา นางเหมือน(น่าจะเป็นนส.) กับนางบาง เป็นลูกของพ่อหว่างกับแม่คำภา สกุล "เภาวงษ์" บ้าง "เภาจันทร์วงษ์" บ้าง

ส่วนกำนันดี ที่ใช้ภมรพล เพราะตามมารดาหรือครับ อ่านแล้วยังงง ๆ อยู่


โดย: NickyNick วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:9:46:23 น.  

 
นายนิคม ภมรพล เป็นลูกของนางถม ๆ เป็นลูกของกำนันดี ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นขุนประสพประชาราษฎร์ เป็นกำนันดอนกำยาน นายนิคมยืนยันว่ามีลุงสายและลุงเชื้อ เป็นพี่ชายของแม่ถม ก็เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง

หลักฐานว่าพ่อเรือนแม่แจ่ม ปรากฏใบโฉนดในช่องชื่อบิดามารดาของนางแข ภมรพล หลายแห่ง นางแขในฐานะภรรยาหลวง เป็นผู้รับมรดกบ้านและที่ดินของหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน) ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๔๖๑ นางแขนั้นมีชีวิตอยู่จนถึงปี ๒๔๗๕ ในรูปถ่ายบอกว่ามีอายุครบ ๘๐ ปี ฉะนั้น เป็นบุคคลที่มีตัวตนใน พ.ศ.๒๓๙๕ - ๒๔๗๕

หลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งคิดว่าหลายคนอาจจะมีอยู่ในมือแล้ว แต่ก็ต้องถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะเป็นใบโฉนดที่ดินเกี่ยวกับบ้าน "ยะมะรัชโช บ้านคู่บารมี" เป็นใบโฉนด รศ. ออกหน้าโฉนดเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ร.ศ.๑๒๘ (พ.ศ.๒๔๕๒) คือเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ผู้แรกเจ้าของบ้านชื่อ นายบัว บิดา อำแดงพูน อำแดงซับบุตร ซึ่งอยู่ที่บ้านท่าพี่เลี้ยง ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๖๐ วา ซึ่งในสารบาญแก้ทะเบียนว่าไว้ดังนี้
วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๕๖ ประเภท ขาย (คือนายบัวขาย) เจ้าของที่ดิน นายบัวบิดา แดงพูนแดงซับ ในทะเบียนระบุบิดาของนายบัวชื่อนายโต มารดาชื่อแดงบุน (น่าจะเขียนว่า บุญ) ส่วนผู้รับที่ดินคือขายให้แก่ หลวงศรีราชรักษา

ต่อมาวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๑ ประเภทให้ เจ้าของที่ดินชื่อพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) บ้านยะมะรัชโช บิดามารดาชื่อ หลวงแก้วสัสดี นางนิน (ในโฉนดเขียนสะกดอย่างงี้) ส่วนผู้รับที่ดินชื่อนายธะทรง สุวรรณศร และบอกชื่อบิดาว่า พระยาสุนทรสงคราม

ต่อมาวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗... (อ่านปีไม่ชัด) ประเภทแบ่งให้ (เนื้อที่ ๕๒ วา) เจ้าของที่ดินชื่อนายธะทรง สุวรรณศร บ้านยะมะรัฐโช (ในโฉนดเขียนเช่นนั้น) ชื่อพ่อแม่ระบุว่า พระยาสุนทรสงคราม (ปุย) คุณหญิงสุนทรสงคราม (เทศ) ผู้รับที่ดินชื่อหลวงพิสิษฐ์สุขุม (ประภาส สุขุม) บ้านศาลาแดง ซึ่งเป็นบุตรของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และท่านผู้หญิงยมราช (ตลับ)

ถัดมา วันที่ ๔ มิถุนายน (พ.ศ. ไม่สามารถบอกได้) ประเภทขาย นายธะทรง สุวรรณศร บ้านคลองเตย ซึ่งเป็นบุตรของพระยาสุนทรสงคราม (ปุย) และคุณหญิงเทศ สุนทรสงคราม ผู้รับที่ดินชื่อ ๑.นายประสิทธิ์ มณีอินทร์ ๒.นางวิเชียร มณีอินทร์ ซึ่งเป็นบุตรของขุนวรินทรากร (แปลก) และนางสำลี เป็นเนื้อที่ ๑ ไร่และ ๘ วา

ลายแทงเขียนไว้อย่างนี้ครับ ผมก็ว่าไปตามลายแทง ส่วนที่เล่าสู่กันฟัง ก็ต้องพิจารณาดู เพราะความจำของคนเราจำกัดรู้ได้แค่ ๓ ชั่วคน

ประเด็นต่อไปก็มีว่า สมุดบันทึกพระราชทานนามสกุลเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เคยตรวจสอบนามสกุล "ธูสรานนท์" เขาก็บอกว่า นายขัน (พระยามินฯ) ปู่ชื่อกลั่น ทวดชื่อเรือน
แต่สำหรับ ถาวรบุตต์ สายเพชรบุรี นั้น เห็นด้วยว่า ทวดพระอินทราธิลาล มีชื่อว่าคง ใกล้เคียงกับ "มั่นคงถาวร" มากกว่า ส่วนที่เล่าสู่กันฟังก็ต้องฟังไว้ให้ดี เพราะข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนได้
ปัจจุบัน เราเห็นชื่อ "บ้านยะมะรัชโช" ในใบโฉนดเขียนเป็น บ้านยะมะรัฐโชบ้าง แต่ในเสื้อโลโก้ใหม่ เขาว่าค้นพบลายพระหัตถ์เขียนเป็น "ยะมะรัทโช" จึงเขียนแบบใหม่ ผมก็ฟังมา อยากขอดูลายพระหัตถ์ว่าแท้จริงเขียนอย่างไงแน่ ข้อนี้สาย "สุวรรณศร" คงให้คำตอบได้ไม่ยาก



โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.28.87 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:11:10:50 น.  

 
ก่อนขึ้นปีใหม่ไทย ก็ขออภัยถ้าในปีเก่าที่ผ่านมา มีอะไรผิดพลาดไปบ้าง ก็ขออโหสิด้วยข้อมูลใหม่อัพเดท ดังนี้

๑. นายจิ๋ว ภมรพล มีลูกชายชื่อตามุ (+ยายม่อม) และมีลูกชายคนหนึ่งชื่อนายแกครับ ไม่ใช่ชื่อแกะหรือแกละ ฉะนั้น เป็นคนละคนกับก๊กบ้านโพธิ์แน่นอน นายแกแต่งงานกับนางวาด มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.พยงค์ ภมรพล ว่าไปอยู่แถวสมุทรปราการ และคงมีตาแป้นและตายิ่งอยู่ด้วยในสายนี้

๒.สายสามชุก ที่ว่ายายปุยนั้น ยายปุยแต่งงานกับตาแพ "บริสุทธิ์" มีลูกชื่อนางแอบ นางอิง ส่วนคนที่ติดตามไปอยู่กับยายปุยด้วยนั้น มิใช่ใครที่ไหนครับ ชื่อนายพิน ภมรพล ซึ่งเคยไปเป็นปลัดอยู่ที่เดิมบางบ้าง สามชุกบ้าง สองพี่น้องบ้าง แต่แต่งงานกับนางเปลี้ยง บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นน้องสาวของตาแพ เขาว่าตาแพและยายเกลี้ยง เป็นลูกของตาขาว+ยายหร่าย ฉะนั้น ยายปุยคนนี้อาจจะไม่ใช่ยายปุยพี่น้องกับยายแพก็ได้ ดูเหมือนจะคนละชั้นกัน แต่จะสืบความให้ชัด ถ้าคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ ที่ชัดเจนก็คือลูกชายของขุนภูดาษ (อ่ำ ภมรพล) ดังนี้ ขุนพันบุตรของนายอ่ำกับนางพลัดไปอยู่นราธิวาส, ปลัดพินไปอยู่โป่งแดงและโคกหม้อ สามชุก, สมุห์เล็ก (+ยายมอญ) อยู่สุพรรณ, ปลัดโพธิ์ไปอยู่นครสวรรค์, และนายขวัญชัย (+นางไสว) อยู่สุพรรณ มีบุตรบุญธรรม ๒ คนชื่อนายแผน ภมรพล กับนายเล็ก ภมรพล

๓. น้องกันมีชื่อจริงว่า นภัทร อินทร์ใจเอื้อ แน่นอนครับว่าเป็นเด็กจากสุพรรณ มีพรสวรรค์พิเศษ แม้โควต้าเข้าเรียนสวนกุหลาบก็อยู่ในโควต้าพิเศษ

๔.สายสถาปนะวรรธนะ (ขุนเถลิงเดชขจร หรือนายจำปี) ภมรพล สุนทรวิภาต สุขุม และสุวรรณศรบ้าง ลายแทงที่ผมได้ใหม่ มีดังนี้
ในโบสถ์วัดปราสาททอง มีเบอร์ช่องอัฐิ ชื่อเจ้าภาพ พร้อมวันบรรจุ ดังนี้

อัฐิ ๑.นายฟุ้ง ๒.นายฟั้น ๓.ขุนเถลิง เจ้าภาพคือนางผ่อง ไพเราะ นางม้วน รัตโนสถ อยู่บ้านกวย และนางหงส์ สถาปนวัฒน์ อยู่กรุงเทพฯ ทำการบรรจุ วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๐๙

อัฐิ นางทองพูล สุวรรณศร และ น.ส.จุ่น ภมรพล เจ้าภาพคือ นายวิเชียร นางทองเติม และนางผิน เคหะจิตต์ บรรจุวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๑๑

อัฐิ ๑.ยายปุ้ย ๒.ตาสิน ๓.ชวดปราง ๔.ชวดหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ ๕.ยายแป้ง ๖.ตาชั้น ๗.ยายบุญเกิด ๘................ ๙.................. (๙ ที่) เจ้าภาพ คือ ปลัดผล นางอรุณ จุลละโพธิ์ ได้บรรจุที่อุโบสถ วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕

อัฐิ ตระกูล “สุขุม” ๑.พ่อกลั่น สุขุม (บิดาเจ้าพระยายมราช) ๒.แม่น้ำผึ้ง สุขุม (มารดาเจ้าพระยายมราช) ๓.พระยาสมบัติภิรมย์ (พี่ชายเจ้าพระยายมราช) ๔-๕ อัฐิญาติทางมารดาแม่น้ำผึ้ง อีก ๑ ที เจ้าภาพคือคุณบุญชิต เสือวรรณศรี และพี่น้อง นำมาบรรจุ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๑ เวลา ๑๒.๓๐ น.

“อัฐิ ตระกูล “สุวรรณศร” ๑.ปู่แก้ว สัสดี (หลวงแก้วสัสดี) ๒.พระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร) เจ้าเมืองสุพรรณบุรี พ.ศ.๒๔๕๘ และคุณหญิงเทศ สุวรรณศร (ภริยา) ๓.นายธะทรง สุวรรณศร (บุตร) ๔-๕ อัฐิญาติอีก ๒ ที เจ้าภาพคือคุณบุญชิต เสือวรรณศรี (ธิดาพระยาสุนทรสงคราม) และพี่น้อง นำมาบรรจุ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๑

สรุปว่า อัฐิของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ไม่ได้นำมาบรรจุไว้ในโบสถ์วัดปราสาททอง คงอยู่ในโบสถ์วัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพฯ ส่วนบ้านยะมะรัชโช หรือยะมะรัทโช (ซึ่งผมก็เคยอ่านเจอในหนังสือประวัติประพาสต้นปี ๒๔๕๑) จะเขียนอย่างไร คงไม่เป็นประเด็น ยกเว้นจะพิสูจน์กันด้วยต้นฉบับจดหมายเหตุลายพระหัตถ์ ที่สำคัญคือบ้านหลังนี้ จะบูรณะซ่อมเสร็จภายในปี ๒๕๕๓ หรือเปล่า และภายในบ้านจะมีสิ่งของนิทรรศการอะไร คงต้องช่วยกันคิด และต่อเติมต่อไป

สวัสดีปีใหม่ ขอให้โชคดีทุกคน


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.26.37 วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:17:47:05 น.  

 
ระหว่างรอคำตอบเรื่องกำนันดี ภมรพล และคำตอบต่อเนื่อง คงขอคุยเรื่องอื่นสักนิดก่อน

นาม "พระศรีมงคล" เท่าที่ทราบ รุ่นเก่า ๆ ของเมืองสุพรรณมีนามนี้อยู่ 2 ท่าน
1.พระศรีมงคล(เจ๊ก) สุนทรวิภาต
2.หลวงศรีมงคล ที่เป็นปู่ของยายของนกฉัตรชัย เปล่งพานิช
ลองมาพิจารณาดูว่า เป็นพระศรีมงคลใดแน่ที่เป็นญาติสนิทของนางบุญมี ภมรพล

ตามเอกสารลายมือที่บอกว่า นางบุญมี เป็นบุตรพระศรีมงคล กับนางตาบ
และที่แจ้งไว้ว่า นางสอาดบุตรสาวนางบุญมี ให้นางไพบูลย์รูปร่างขาว ๆ เมียนายขันบุ เป็นคนเก็บค่าเช่านารางกระทุ่มให้
เผอิญทราบมาว่า นางไพบูลย์ เป็นบุตรคนหนึ่งพระศรีมงคล(เจ๊ก) ผู้ขอพระราชทานนามสกุลสุนทรวิภาต
และทราบอีกอย่างหนึ่งว่า เมียของหลวงไชย(โต) คนหนึ่งคือ นางจาบ สุนทรวิภาต

เป็นไปได้มั้ยที่ นางจาบ กับพระศรีมงคล เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน
พระศรีมงคล อาจไม่ได้เป็นบิดาของนางบุญมี เพราะไม่เคยเห็นมีใครกล่าวกันเลยว่า มีพระศรีมงคลอยู่ในสารบบของสกุลภมรพล
อาจเป็นพระศรีมงคล สุนทรวิภาตท่านนี้เอง ที่นางสอาดเรียกว่าคุณตาพระศรีมงคล เพราะเป็นสกุลสุนทรวิภาตเช่นเดียวกับนางจาบเมียหลวงไชย ซึ่งนางสอาดต้องเรียกคุณยายจาบด้วย


โดย: NickyNick วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:13:24:30 น.  

 
เกียวกับสายกำนันดี ภมรพล หรือขุนสพประชาราษฎร์ ยังเป็นสายที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร นายนิคมบอกว่า ตากำนันดีเรียกหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ว่า พ่อเทียน หรือว่า อาเทียน ก็จำไม่ค่อยแม่นเสียแล้ว แต่ในเอกสารสาแหรกที่จัดทำขึ้น ชื่อ นายเชื้อและนายสาย และนางลม (ที่จริงคือชื่อนางถม) เป็นลูกของนายยวง ซึ่งเป็นการจัดสาแหรกที่ผิด

ลูกของนายยวง ภมรพล ซึ่งเป็นบุตรคนโตของหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน ภมรพล) (+นางแข ภมรพล) นั้น มี ๓ คน ชื่อ
๑.พระชม (บวชและตายเป็นพระ ไม่มีลูก)
๒. นายเตี๋ยว ภมรพล ซึ่งย้ายไปอยู่สวนแตง แถวหน้าวัดนกและไผ่ลูกนก มีลูกหลายคน เช่น นางเชย แสงภู่วงษ์, นายพวง, นายติ่ง (ซึ่งมีหลานคนหนึ่งเป็นนักฟุตบอลชื่อนายประวิทย์ ภมรพล ไปเกิดที่ จ.ตาก), นายแสวง (ยังมีชีวิตอยู่), นายพิงค์, นางสวงค์
ส่วนลูกคนที่สามของนายยวง ภมรพล ชื่อนายลำใย (+นางวรรณ เกิดอยู่) มีลูกสาวคนเดียวชื่อ นางพายัพ ภมรพล ซึ่งปัจจุบันแต่งงานแล้วใช้นามสกุล วงศ์ทับแก้ว (ยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านกุฏีทอง)

ลูกกำนันดี (+นางทองคำ) เขาบอกว่ามี ๓ คน ชื่อ
๑.นายเชื้อ ภมรพล (ไปอยู่ราชบุรี)
๒. นายสาย ภมรพล (ไปอยู่โคราช)
๓. นางถม ภมรพล (+พ่อเล็ก) เพราะพ่อเล็กเสียแต่เล็กๆ ตากำนันดีจึงให้นายนิคม ใช้นามสกุล ภมรพล สรุปว่าใช้นามสกุลแม่

ส่วนจะมีลูกอีกคนชื่อนายชั้นหรือไม่นั้น ไม่ทราบ สมัยก่อนแต่ละคนมีก็หลายเมียเสียด้วย และนางทองคำจะมีชื่อว่า "นางบาง" หรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ก๊กของกำนันดี เคยอยู่แถววัดหน่อ พิหารแดง เมื่อกำนันดีตายนั้น ราว พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๐๕ นายนิคมว่า ตนเองบวชเป็นพระยังช่วยแบกโลงศพตาดีที่วัดหน่อฯ และว่าตาดีเคยพูดถึงขุนภูดาษบ่อยๆ ส่วนหลวงบรรเทาฯ จะเรียกเป็นพ่อ และเรียกว่าอาเทียน? จำได้แต่ว่าเป็นคนละพ่อหรือคนละแม่กันเท่านั้น

นางพลอย ภริยาคนหนึ่งของหลวงอินทอาญา (ปั้น ภมรพล นั้น ก็อยู่แถวพิหารแดง ในอดีตคงมีภมรพลอยู่แถวนี้กันมากพอสมควร เป็นพวก "วงศ์พลูหลวง" กะมั่ง

จากการค้นพบโฉนดที่ดินพื้นหนึ่งที่ลาดอีว้า ต.กฤษณะ อ.บางปลาม้า ปรากฏชื่อคุณหญิงเลื่อน หรือนาง "นนทธรรมธาดา" ซึ่งระบุว่าเป็นบุตรของหลวงหรือขุนอินทอาญา กับนางเอี่ยมอินทอาญา หรือนางอินทอาญา (เอี่ยม) ไม่รู้ว่าจะเป็นหลวงปั้นคนเดียวกันหรือไม่ แต่คุณหญิงเลื่อน มีบ้านอยู่ที่บ้าน "สะพานสว่าง" (ว่าอยู่ใกล้ๆ กับบ้านศาลาแดง แถวพระราม ๔)



โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.29.145 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:21:35:26 น.  

 
สรุป ถึงตอนนี้ยังไม่รู้นามบิดามารดาของกำนันดี ภมรพลนะครับ

สำหรับคุณหญิงเลื่อน เป็นภริยาของพระยานนทธรรมธาดา(ฉัตร ฉัตระเนตร)
บิดาของท่านเป็นหลวงอินทอาญา ไม่ทราบว่าเดิมชื่อว่าอะไร ดูแล้วน่าจะเป็นคนกรุงเทพแท้ แล้วมารับจำนำจำนองที่นาของคนบ้านนอก
หลวงหรือขุนอินทอาญาในสุพรรณ ช่วงนั้นเท่าที่พอทราบ เช่น
ขุนอินอาญา(แสง)
ขุนอินทร์อาญา(คล้ำ รัตโนสถ)
หลวงอินอาญา(จ่าง? หรือปั้น? ภมรพล)
ไม่รู้ว่าท่านใดมีภรรยาชื่อเอี่ยม แล้วลูกหญิงชื่อเลื่อนหรือไม่
แต่ถ้าอยากทราบจริง ๆ ท่านอาจไปสอบถามได้ เพราะหลานย่าที่เกิดจากบุตรชายคนโตของคุณหญิงเลื่อน เป็นครูอยู่อาชีวสุพรรณ แล้วลูกเขยก็อยู่เทคนิคสุพรรณ ป่านนี้จะเกษียณหรือยังไม่ทราบครับ

ก่อนจะกลับไปตอบปัญหาที่ถามเดิม ๆ ขอเฉลยเรื่องยายปุย ที่เป็นน้องสาวแม่เดียวกับย่าแพ ลูกของหลวงไชย(โต)
ป้าเล่าว่า สามีของยายปุย ชื่อตาสน อยู่บ้านรางทอง จะอยู่แถวสามชุกหรือเปล่า ผมไม่รู้จักครับ ถึงไม่เชื่อที่คนแก่เล่า แต่เก็บบันทึกไว้ก่อนก็คงดีครับ


โดย: NickyNick วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:14:56:46 น.  

 
ขณะรอคำตอบเรื่องยายปุย

แสดงความเห็นเรื่อง "สุนทรวิภาต" หน่อย พี่นกฉัตรชัย และน้องนก เปล่งพานิช มีความสนิทมากกับครอบครัวอาต่อม วิมลภักตร์ สิทธิประศาสน์ (ภมรพล) ด้วยมนต์เสน่ห์ของสุพรรณหรือเปล่าไม่ทราบ หรือจะเป็นเพราะสายเลือดสัมพันธ์ ที่วันดีคืนดีก็เห็นพระเอกนางเอกมาเดินทอดน่องในตัวเมืองสุพรรณ

ที่บ้านกุฏีทอง เคยเห็นรูปภาพนางวัน (หรือจะเขียนว่า นางวรรณ) สุนทรวิภาตคนหนึ่งล่ะที่ไปเยี่ยมเยือนกันเสมอ ถ่ายเมื่อปี ๒๔๙๕ เคยถามว่าเป็นญาติกันทางไหน เรียงลำดับไม่ถูก รู้แต่ว่าเป็นญาติกัน

นายเล็ก +(นางมอญ) ภมรพล มีลูกหญิงชาย ๖ คน หนึ่งในลูกหญิงชื่อนางละออง ก็ไปแต่งกับ นายประชัน สุนทรวิภาต

คุณหญิงเลื่อนคนนี้ เคยมีบ้านอยู่ท่าพี่เลี้ยง มีบรรดาศักดิ์เป็นนางนนทวิฑูร ก่อนจะเลื่อนเป็นนางนนทธรรมธาดา ที่ดินพื้นนี้ที่บ้านลาดอีว้า ต.กฤษณา อ.บางปลาม้า จำนวน ๖๓ ไร่ ๓ งาน ๔๘ วา ปัจจุบันเป็นที่ธรณีสงฆ์วัดปราสาททอง มีรายละเอียดหลังโฉนด ดังนี้ (พยายามเขียนตามต้นฉบับ)

"๑๑ มิถุนายน ๒๔๖๑ ขายฝาก นายเอียง บรรดาศักดิ์ สามี บุตรของนายน้อย นางสินลา และนางเปลี่ยน ภรรยา บุตรของนายแก้ว นางอิน บ้านลาดอีว้า ผู้รับขายฝาก นางนนทวิทูร (เลื่อน) บ้านท่าพี่เลี้ยง บุตรของหลวงอินอาญา นางเอี่ยมอินอาญา

๘ มิถุนายน ๒๔๖๒ ไถ่ถอน นางนนทวิทูร (เลื่อน) บ้านท่าพี่เลี้ยง บุตรของหลวงอินอาญา นางเอี่ยมอาญา ผู้รับซื้อฝาก มีลายเซ็น (อ่านไม่ค่อยออก แกะได้ว่า พระสุน? รอดพันธ์ใหม่) ผู้ไถ่ถอน นายเอียง บรรดาศักดิ์ สามี บุตรของนายน้อย นางสินลา และนางเปลี่ยน ภรรยา บุตรของนายแก้ว นางอิน บ้านลาดอีว้า

๑๐ ตุลาคม ๒๔๖๖ รับมรดก นายเอียง สามี และนางเปลี่ยน ภรรยา บ้านลาดอีว้า (นายเอียงมรณภาพ) ผู้รับ ๑.นางเปลี่ยน บรรดาศักดิ์ บ้านลาดอีว้า บุตรของนายแก้ว+นางอิน

๒ พฤศจิกายน ๒๔๖๖ ขาย นางเปลี่ยน บรรดาศักดิ์ บ้านลาดอีว้า ผู้ซื้อ นางแพ ไทยวงษ์ บุตรของนายเปี่ยม นางพริ้ง

๒๙ ตุลาคม ๒๔๗๓ จำนอง นางแพ ไทยวงษ์ บุตรของนายเปี่ยม นางพริ้ง ผู้รับจำนอง คุณหญิงนนท์ธรรมธาดา (เลื่อน) บ้านสพานสว่าง มีลายเซ็นผู้ทำการแทน ตัวแรกน่าจะอ่านว่า ขนิษฐา(?) ปฏิทัศน์, มีลายเซ็นพระนนทวิฑูร บุตรของขุนอินทรอาญา นางอินทรอาญา (เอี่ยม)

๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๖ หมดเป็นสิทธิ์ นางแพ ไทยวงษ์ บุตรของนายเปี่ยม นางพริ้ง บ้านท่าพี่เลี้ยง คุณหญิงนนทธรรมธาดา (เลื่อน) บ้านสพานสว่าง ขนิษฐา(?) ปฏิทัศน์ บุตรขุนอินทร์อาญา นางเอี่ยมอินทร์อาญา

๑๒ พฤษภาคม ๒๔๗๙ ให้ คุณหญิงนนท์ธรรมธาดา (เลื่อน) บ้านสพานสว่าง ขนิษฐา(?) ปฏิทัศน์ บุตรขุนอินทร์อาญา นางเอี่ยมอินทร์อาญา แก่วัดปราสาททอง"

ที่ดินพื้นนี้เป็นที่ดินพื้นใหญ่ นางแพ ไทยวงษ์ก็มิใช่เป็นคนธรรมดา ถ้าเป็นคนเดียวกับนางแพที่เป็นภริยาของขุนเจ๊กหลี ไทยวงษ์ด้วยก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ฐานะของคนมีขึ้นมีลง

พอดีคุณหญิงเลื่อน บ้านอยู่ท่าพี่เลี้ยง ก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านสะพานสว่าง พอดีมีหลวงอินทร์ที่ชื่อ "แสง, ปั้นหรือจ่าง, คล้ำ" จึงอยากจะรู้เหมือนกันว่าเป็นใครกันแน่


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.26.185 วันที่: 21 เมษายน 2553 เวลา:14:57:07 น.  

 
นางวันท่านนี้ ถ้าให้เดา คงจะเป็นเมียของหลานปู่พระยาสุนทรแจ่ม
ลูก ๆ รุ่นโตของนางวัน เกิดราวช่วงปี 2420 ดังนั้นท่านคงเกิดต้น 2400 หรือก่อนเล็กน้อย ขณะถ่ายรูปตอนปี 2495 อายุคงร่วม 100 ปีแล้ว
ถ้ารู้นามบิดามารดาของนางวัน ก็จะพอสืบสาวได้ว่าเป็นญาติกับภมรพลอย่างไร

สำหรับโฉนดที่ธรณีสงฆ์วัดปราสาททองอันนี้ก็น่าสนใจ เพราะชื่อเจ้าของแรก ๆ คือนายเอียง นางเปลี่ยน บรรดาศักดิ์
พี่น้องของนายเอียงคนหนึ่ง เป็นต้นสกุล "ม่วงน้อย" ในปัจจุบัน
แต่ไม่ใช่ "ม่วงน้อย" ที่ทำประตูอัลลอยด์ที่เป็นเขยของนายประชัน-นางละออ(ภมรพล) สุนทรวิภาต นะครับ เพราะชุดนั้นพื้นเพไม่ได้เป็นคนสุพรรณ

ทายาทนายเอียง นางเปลี่ยน ปัจจุบันไม่รู้ว่าใช้สกุลอะไร แต่คงไม่ใช้สกุล "บรรดาศักดิ์" เป็นแน่ เพราะไม่เคยได้ยิน

จากนามบิดามารดาของนางเปลี่ยน คงพอเดาได้ว่า พี่น้องผู้ชายของท่าน ตอนหลังใช้นามสกุล "มันมณี (หรือ มัณมณี) และกาบแก้ว ส่วนภูมิลำเนาที่บอกว่าลาดอีว้า คงเป็นสถานที่ทำงาน เพราะเมื่อก่อนคนกลางเมืองสุพรรณไปบุกเบิกทุ่งลาดอีว้ากันเยอะ

เช่นเดียวกับ "นางนนทวิทูร บ้านท่าพี่เลี้ยง" ไม่แน่ใจว่าเป็นบ้านท่านจริง หรือบ้านพัก เพราะคงโยกย้ายตามสามีที่มารับราชการเมืองสุพรรณ แล้วก็รับจ็อบที่นี่ด้วยการรับจำนำจำนอง เพราะญาติพี่น้องผู้พิพากษาอัยการเขารู้กฎหมายกับรู้ช่องทางทำมาหากินเรื่องนี้ง่ายกว่าชาวบ้านทั่วไป เป็นยังงี้มาทุกยุคทุกสมัย

ส่วนนางแพท่านนี้ เป็นภรรยาขุนหลีแน่นอน รวยต่อรวยมาเจอกัน แต่ที่ท่านทิ้งท้ายไว้ว่าฐานะคนมีขึ้นมีลง คงไม่เร็วเพียงบั้นปลายชีวิตหรอกนะครับ


โดย: NickyNick วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:13:31:33 น.  

 
เลยวัดอีตุ๊บไป (ลาดบัวทอง) ก็เป็นลาดอีว้า รอยต่อจังหวัด สมัยก่อนที่ดินคงราคาไม่แพงเท่าไรมั่ง เพิ่งมีราคาเพิ่มขึ้นก็เมื่อถนนสายบางบัวทองตัดผ่าน แต่ใครมีที่ดินก็เรียกว่าเป็นเจ้า

เห็นด้วยว่า "บรรดาศักดิ์" ไม่ใช่นามสกุล คงมีชื่อเป็นขุนหรือหลวงอะไรสักอย่าง ที่สนใจที่ดินแปลงนี้มากเพราะมีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องหลายคน ไม่ว่าบรรดาศักดิ์หลวงอินทอาญา คุณหญิงเยื้อน บ้านท่าพี่เลี้ยง บ้านสะพานสว่าง และนางแพ ไทยวงษ์ เป็นต้น

นางละออ ภมรพล แต่งงานกับ พ.อ.(พิเศษ) นายแพทย์สำเนียง พุ่มแก้ว ส่วนนางลออง ภมรพล แต่งงานกับ นายประชัน สุนทรวิภาต คนสุดท้ายนางสำอางค์ แต่งกับคนองครักษ์ นามสกุล สารสุวรรณ

นี่เป็นภมรพลที่เปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่น ที่ได้เพิ่มมาก็เช่น นายเกษม ภมรพล ร้านทองในตลาดสุพรรณ ซอยสิบสลึงหรืออะไรนี่ล่ะ ลูกเลี้ยงคนหนึ่งของพระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ) ซึ่งเป็นเด็กเจ็บป่วย พระยาฯ รับเป็นบุตรบุญธรรม ให้ใช้นามสกุล ภมรพล นี่เรียกว่าได้ภมรพลเพิ่มมา

ในทำนองเดียวกัน ภมรพล มีที่คนอื่นรับเอาไปบุตรบุญธรรมบ้างเช่นกัน เช่น ปลัดพิน (หมื่นบำรุงโยธี) กับคุณย่าเนื่อง จันทร์เรือง ไม่มีบุตร จึงรับเอาครูสรรค์ ภมรพล (บุตรปู่ชุ่ม ภมรพล + ย่าป้อง จันทร์เรือง) ไปเป็น "จันทร์เรือง" ลูกหลานจันทร์เรืองส่วนหนึ่งโดยเฉพาะปลัดพิน จันทร์เรือง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนในยุคแรกๆ และสร้างวัดจันทรังษีฉิมวาส (เดิมเรียกวัดศรีสำราญ) ซึ่งคงแปลได้ว่า "วัดแม่ฉิม จันทร์เรือง หรือวัดปู่จัน พ่อแจ่ม แม่ฉิม แต่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบอกว่า วัดนางจันทร์ (น้องนางฉิม) พ่อรังษี (ตาเรือง) และแม่ฉิม" ก็คือภมรพลส่วนหนึ่ง


โดย: สะพายเขียว IP: 222.123.164.79 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:10:44:14 น.  

 
ที่ถามว่าลูกหญิงคนหนึ่งของหลวงไชย(โต) ชื่อนางคร้าม

เคยฟังมาว่า ลูกสาวของหลวงบรรเทา ชื่อว่านางคล้ำ บ้านอยู่ทางวัดแก้ว แม่ชื่อนางพัน ไม่รู้ว่าจะใช่คนเดียวกันหรือเปล่าครับ


โดย: NickyNick วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:52:59 น.  

 
สายหลวงบรรเทา มี ๒ คนที่อยู่้ในสาแหรก แต่ยังหาร่องรอยไม่ได้ เพราะไม่มีใครพูดถึง คือ

๑. นางทองพูน
๒. นายเจริญ ภมรพล

คนที่ ๒ นั้น ไม่ใช่เป็นคนเดียวกับนายเจริญ ภมรพล ที่ศาลนครปฐมประกาศให้เป็นบุคคลสาบสูญเมื่อปี ๒๕๓๒ แน่ เพราะเป็นคนชั้นกันมาก แต่ชื่อไปซ้ำกัน

ย้อนกลับมาถึงนางปุยนิด ที่ว่าแต่งกับนายสน บ้านรางทองนั้น รางทองไม่มีในสามชุก แต่มีในบางปลาม้า ติดกับบ้านกุ่ม อบต.บ้านกุ่มยังนับบ้านรางทองและไผ่ขอมไว้ด้วย วัดอินทราวาสนั้นเป็นวัดที่นายอินทร์กับนางวาดสร้างขึ้น อยู่หลังบางแม่หม้าย เลยวัดสังโฆไปหน่อย อยู่กลางทุ่งรอยต่อระหว่างสองพี่น้องกับบางปลาม้า เดิมเรียกว่าบ้านรางทอง จะเป็นรางทองเดียวกันเปล่าที่นางปุยไปอยู่ ก็บันทึกไว้ก่อน ค่อยสืบเสาะหาข้อมูลต่อไป


โดย: สะพายเขียว IP: 58.9.178.59 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:20:12:00 น.  

 
หนังสือพระยาสุรศักดิเสนา ยังมีชื่อนายขลิบอีกคน ใช่ที่มีเมียชื่อนางทรัพย์หรือเปล่าครับ

ส่วนยายอยู่ เมื่อก่อนอยู่ชายน้ำเหนือวัดหอยโข่ง จะใช่เป็นเมียตาดั่นหรือเปล่า ตาดั่นจะใช้สกุลอะไรไม่รู้
เข้าใจว่ายายอยู่ชักชวนหลานทางสะแกย่างหมูมาแต่งกับคนฟากน้ำเหนือวัดสารภี


โดย: NickyNick วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:8:46:48 น.  

 
นายขลิบ แต่งงานกับนางทรัพย์ มีลูก ๔ คน ลูกชายไปอยู่โคราช ลูกหญิงคนหนึ่งอยู่ในสุพรรณบุรี นายขลิบยามบั้นปลายชีวิตไปอยู่กับพัสดีแป้น วงศ์สีใส (ลูกของยายเผือก) และย่าจู ที่เมืองนนทบุรี ตายและเผาที่วัดแถวบางขวาง นนทบุรี

ยายอยู่เคยอยู่บ้านกุฏีทองมาก่อน ย้ายออกมาอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดสารภี แต่งงานกับตาดั่น ไม่ทราบเหมือนกันว่านามสกุลอะไร แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ที่ฝั่งหน้าวัดสารภียังมีนางปรุง (จันทร์อินทร์) เป็นลูกของนางปราง ก๊กสะแกย่างหมู ซึ่งเป็นบุตรสาวของหลวงบรรเทา นางปรุงยังมีชีวิตอยู่คง ๘๐ ขึ้นแล้วมั่ง จะหมายถึงหลานคนนี้หรือเปล่าครับ


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.52.121 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:8:44:20 น.  

 
นางปรุง ถึงปีนี้ อายุได้ 80 พอดี ควรจะลองไปสอบถามดูนะครับ ดีกว่าปล่อยให้เรื่องราวสูญหายไป ท่านน่าจะรู้จักลุงป้าของตนดี อย่างเช่นป้าทองพูล หรือลุงเจริญที่คนไม่รู้กัน
คนแก่อยู่บ้านเหงา ๆ คงอยากมีเพื่อนคุย ลูกก็ตายไปหลายคนแล้ว คนเล็กที่เป็นตำรวจก็ตายไม่กี่ปี ไล่ ๆ กับสามี มีอะไรคืบหน้าก็บอกกันบ้าง โดยเฉพาะตาดั่น พี่น้องชื่ออะไร ใช้สกุลอะไร

สำหรับสายยายบุญมี น่าจะสืบจากลูกหลานของหมื่นโลดจับพาลได้ เขาอาจจะรู้เรื่องนี้ดี

ที่ถามถึงนางแพ ลูกหลวงไชย ลูกหลานใช้ "ทิพย์ไชย" อย่างบันทึกของนางบุญมีว่าไว้ครับ แต่ตอนนี้เขาเขียนกันว่า "ทิพย์ชัย"
หลานย่ารุ่นเล็ก ๆ ของนางแพ ที่พอได้ยินชื่อคนหนึ่งและสะดวกแก่การพูดคุย ชื่อนางย้อย อายุเกิน 70 นิดหน่อย ทำงานกับหมอธีระศักดิ์ ทั้งที่คลีนิค โรงพยาบาลตา แล้วก็หอพัก ลองสอบถามดูครับ ท่านคงให้ข้อมูลได้กว้างขวางพอ แต่ชาวทิพย์ชัยส่วนใหญ่เขาไม่รู้กันหรอกว่า เขาเป็นภมรพล

ส่วนตรงนี้เป็นคำถามของผมครับ เป็นเรื่องทางบ้านกุฎีทองถิ่นของท่าน
นางกวา เมฆสุทัศน์ เป็นคู่สะใภ้กับนางเจิมหรือเปล่าครับ
นางกวา เป็นพี่หรือน้องหลวงตาเกลี้ยงเจ้าคณะวัดโพธิ์กรุงเทพครับ


โดย: NickyNick วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:9:56:37 น.  

 
ที่ฝากเรื่องนางกวา ขอไปทำการบ้านก่อน เพราะไม่มีข้อมูลอยู่ในมือ ที่จำได้มีนางแตงกวา ที่แต่งงานกับตาแม้น ภมรพลคนหนึ่ง และมีนางทองอ่อน ซึ่งบางทีเผลอเรียกเป็นแตงกวาก็มี ชื่อซ้ำๆ หรือคล้ายๆ กัน นางทองอ่อนแต่งกับหมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว) จะลองไปสืบความดู

สายทิพย์ชัย ที่เขาเล่าให้ฟังมา คนที่เล่าคือ น.ส.อายุพร วิเชียรทวี ปัจจุบันอายุ ๗๘ ปี และนางรำพึง (หรือชื่อใหม่ว่าทิวาพร) อายุ ๖๐ ปี ว่าดังนี้

เมื่อ (นางอายุพร) อายุราว ๑๐ ขวบเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ และว่าพ่อจันทร์ วิเชียรทวี มีอายุ ๘๖ ปี เสียราวปี ๒๕๑๖ ส่วนแม่สอาด วิเชียรทวี อายุ ๙๐ ปี พ่อจันทร์ยังมีหลงบ้าง ๒ ครั้ง ตายก่อนแม่สอาด ๔ ปี พูดถึงนายเบญจะ เรียกว่าน้าเบญจะ อยู่นครศรีธรรมราช อยู่ป่าไม้ เคยไปอยู่ด้วยกัน ตอนมาเรียนหนังสือก็มาอยู่ที่บ้านนี้ นายฉล้วย... เป็นลูกพ่อใหม่ติดมา ไม่เกี่ยว มีแม่สอาดคนเดียวอยู่ในสายนี้ ถามถึงหลวงประกอบกรณี ยืนยันว่าอยู่ในที่เขียนนี้ให้ไป มีลูกคนเดียว เป็นลายมือตนเอง ซึ่งเรียนจบปริญญาตรีสวนสุนันทา

พ่อจันทร์เป็นนายช่างชลประทาน เขื่อนสุดท้ายพ่อสร้างเขื่อนชัยนาท ย้ายมาที่กรุงเทพฯ นี่ เพราะคุณพ่อซื้อที่ตรงนี้ เป็นที่ของพระยาวิชัยรณชิต ซึ่งประกาศลง นสพ. จึงประมูลได้มาไร่หนึ่ง ตัวนางอายุพรเกิดที่ รพ.เจ้าพระยายมราช บ้านอยู่รางกระทุ่ม ไผ่ขวาง พ่อไปทำงานที่สุพรรณ แม่พาไปหาญาติแถวริมน้ำ เป็นที่นา แม่พาไปจำได้ว่าหาบใส่ของเดินไป แม่บอกว่าเมืองสุพรรณญาติเราทั้งนั้นทั้งเมือง เคยไปนอนบ้านหมอสนิท โกมารทัต (เสียแล้วเมื่อประมาณ ๑๐ ปี อายุ ๘๐ คือราว ๒๔๖๓ - ๒๕๔๓) เป็นลูกพี่ลูกน้องอยู่ในตลาดบางปลาม้า บ้านหมอสนิทอยู่ริมน้ำเลย เป็นญาติกับคุณตาตาด คุณแม่ให้มาเรียนหนังสือราว ๑๐ ขวบ ไปเรียนที่รร.เขมาศิริ เคยไปอยู่กับคุณอาสอิ้ง กรรณสูต พระยาสุนทรบุรี (อี้ กรรณสูต) อาสอิ้งยังมีชีวิตอยู่ พวกบ้านกวยเช่นธาราก็เคยไปอยู่กับยายสะอาด ว่าเกี่ยวข้องกับฝ่ายโกมารทัต และว่าหมอสนิท โกมารทัตเป็นคนบางปลาม้ามีเมียหลายคน ส่วนอาสอิ้งเป็นแม่ยายของเอื้อ สุนทรสนาน

ส่วนฉอ้อนเป็นคนละสายกัน บ้านเดิมของยายสอาดถวายให้วัดดอนโพธิ์ทองไป เพราะรู้จักกับอาจารย์สงวนและหลวงพ่อฮวด ถวายบ้านให้วัดดอนโพธิ์ทอง ให้เป็นเรือนวิปัสสนา ไม่รู้ว่ามีรูปติดอยู่ด้วยหรือเปล่า ที่จริงพี่ประจักษ์ เที่ยงตรง เขาเป็นน้า ต้องเรียกว่าน้าจักษ์ แต่เรียกเขาพี่ และเล่าว่าลุงบุญปลูก จันทร์อินทร์ช่วงเป็นทหาร (บ้านมะขามล้ม หมายถึงบ้านสะแกย่างหมู) นั้น พอถึงเวลาทานข้าว ก็วิ่งมากินข้าวที่นี้ อยู่บ้านพักทหาร สมัยนั้นการเดินทางไปมาต้องใช้เรือขึ้นที่ท่าเตียน นอนในเรือแล้วไปสว่างที่นู้น ผ่านที่พระนางเรือล่ม เข้าบางยี่หน

ลูกสาวของคุณอาสอิ้งไปแต่งกับสุนทราภรณ์ เดิมกรรณสูต สุนทรสนาน และสุนทราภรณ์ เป็นพวก “ณ บางช้าง” เรียกน้าเอื้อ เคยปีนต้นมะขามที่สนามหลวง น้าเอื้อบอกได้ว่าต้นไหนหวานไม่หวาน สนิทกันดี บ้านอยู่ราชวิถี เป็นเจ้าคุณเกี่ยวกับทางดนตรี เป็นพวก ณ บางช้างทั้งนั้น

พ่อจันทร์ตายอายุ ๘๖ เมื่อปี ๒๕๑๖ ยกที่ให้ รร.รางกระทุ่ม ยังมีที่สุพรรณอีก ๓๓ ไร่ ที่เขื่อนชัยนาทมีช่องสี่เหลี่ยมจารึกชื่อ "วิเชียรทวี" ตอนมาอยู่กับคุณแม่สอาดแรกๆ ปลูกบ้านชั้นเดียวเล็กๆ

อาสอิ้งตอนหลังก็มาแต่งงานใหม่ มาแต่งใหม่กับตาเชื้อ นิ่มสมบูรณ์ แต่ไม่มีลูก มีนายปรีดา กรรณสูตเป็นพระยาแรกนาขวัญ น้าเฉลิม รัตนจันทาน

ตาชัยกับตลับ ไม่รู้ว่ามีลูกไหม?
ที่รู้ว่าคือ... ที่ไปแต่งกับพวกอิสลาม อยู่ปากน้ำ สมุทรปราการ โทรไปคุยไม่รู้เรื่องแล้ว ก่อนเช่าบ้านอยู่แถวนี้ คุณยายกรวดน้ำให้ ๔ คนนี้ (พระศรีมงคล, ยายตาบ, ตาหลวงชัยและยายตลับ) ถามจึงเล่าให้ฟัง เรียกคุณตาพระศรีมงคล

พูดถึงน้าพัก ภมรพลว่าเสียนานแล้ว ไปอยู่ใกล้กับวัดนิมมานรดี บางแค ย้ายออกจาก รพ. เจ้ารพระยาฯ เอาบ้านไปปลูกด้วย แฟนชื่อลุงพัน รูปร่างตัวใหญ่ๆ เคยไปบ้านที่มีมะม่วง มะปรางค์แยะๆ อยู่ริมน้ำ ซึ่งเป็นบ้านตาเล็ก (+นางมอญ) ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ

เคยไปเยี่ยมน้าพัก ไปกับไอ้ใจ มีคุณยายไพบูลย์ ซึ่งเรียกว่าแม่สอาด อยู่ริมน้ำจวนข้าหลวง รูปร่างขาวๆ ตัวใหญ่ๆ ยายไพบูลย์ เขาเรียกว่าแม่สอาด แฟนทำเรื่องภาษีชื่อนายขันบุ ไปเยี่ยมน้าพัก ซื้อขนมไป น้าพักพูดไม่เพราะ แฟนเขาทำชลประทาน เป็นลูกน้องคุณพ่อ หนูไปอีกเที่ยวขึ้นบ้านเลย มันเปลี่ยนไป ไปเรียกน้าพัก เจอผู้หญิงออกมา เห็นผู้ชายนอนหลายคน เขาเอาทองมาใส่ จำได้ มีสร้อยแหวนมาใส่ เขาบอกว่าตายแล้วเผาเรียบร้อยแล้ว ตายญาติพี่น้องไม่รู้เลย น้าพักตายราวปี ๒๕๓๐ ก่อนคุณยายตาย บ้านถูกยึดไปแล้ว คนใต้ยึดไปแล้ว อยู่หลังวัดเช่าที่เอาบ้านจากสุพรรณไปปลูก ๒ หลังคู่ อยู่ฝั่งเดียวกับวัด เป็นบ้านสองหลังเช่าที่ของวัดปลูก หนูเคยไปทำบุญบ้านน้าพัก ให้ไปสืบที่วัด

พวกทิพย์ชัย มีน้าปุ่น น้าป่วน หลายคนเป็นพวกทิพย์ชัย ยังเหลือน้าปุ่นคนเดียว (แต่หูไม่ดีแล้ว) ไปเข้ามุสลิม ลูกชายไปแต่งกับแขกพวกมุสลิม ชื่อนายดำเป็นลูกของน้าปุ่น ไปแต่งงานกับแขกใช้ “สุขประเสริฐ”

ที่เขาเล่าให้ฟังมา และพอจับประเด็นได้ก็ตามนั้น เขายังสรุปว่า สายของย่าบุญมี ใช้ “ทิพย์ชัย” ก็มี
บังเอิญไปเจอในอุโบสถวัดปราสาททองว่า มีอัฐิของนายจุน ทิพย์ชัย เจ้าภาพคือนางละม้าย ทิพย์ชัย (ภรรยา) และบุตร นำมาบรรจุเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘

ไม่รู้ว่าฟังมาถูกหรือเปล่า และนายจุน ทิพย์ชัย จะเกียวข้องกันไหม เห็นนามสกุลเดียวกัน และยังมีน้าปุ่น น้าป่วนอีก จึงบันทึกกันลืมไว้





โดย: สะพายเขียว IP: 10.64.1.191, 202.28.52.3 วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:14:46:28 น.  

 
สายรางหวาย พนมทวน มีปู่ครอบ+ย่าอู่ มีบุตร
๑.นายอารมณ์ ภมรพล(ตาย๒๕๒๙)+นางแหม่ม มีบุตร
๑.๑นาง สมใจ ภมรพล
๑.๒ นายมานุ ภมรพล +นางสมควร
๑.๓นายมานะ ภมรพล
๑.๔นางสุนีย์
๑.๕นายอัคคพล ภมรพล
๑.๖นายอัคอลงกรณ์ ภมรพล
๒.นายเฟือง ภมรพล+นางเปลื้อง (สียชีวิตทั้งสอง)มีบุตร
๒.๑ด.ต.พัฒนา ภมรพล + นางจารุวรรณ
๒.๑.๑.ด.ช.ภูรีภัทร ภมรพล
๒.๑.๒.ด.ญ.ณภัทร ภมรพล


โดย: จ่าโย่ง IP: 125.27.199.166 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:50:05 น.  

 
๒.๒.นางรัตนา ภมรพล
๒.๓.นางจินตนา ภมรพล
๓.นางน้ำ ภมรพล +นางประเทือง วงษ์น้อย
๔.นางประคอง ภมรพล
๕นายชัย ภมรพล
๖.นายบำรุง ภมรพล
๗.พลตำรวจ มงคล ภมรพล (เสียชีวิต ๒๕๒๓)
๘.พันตำรวจโท เอื้อน ภมรพล+นางทุเรียน มีบุตร
๘.๑.ด.ช.ทีม ภมรพล
๘.๒.ด.ช.ชาติทนง ภมรพล
๘.๓.ด.ญ.เอื้อมดาว ภมรพล


โดย: จ่าโย่ง IP: 125.27.199.166 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:00:14 น.  

 
นางกวา ชื่อจริง แตงกวา นามสกุลเดิม "มั่นคง" แต่งกับนายบุญ เมฆสุทัศน์ นายบุญเป็นพี่ชายของนายเหงี่ยม (เสงี่ยม เมฆสุทัศน์) เป็นคู่สะใภ้กัน ถ้าจะนับสายสะใภ้สุพรรณก็ยังมี นายตุ้ย (+นางสะอาด), นายเจ๊ก (....,+นางจันทร์) สายเมฆสุทัศน์มาจากคลองบางกอกน้อย

นางกวา บางทีก็ได้ยินเขาเรียกว่านางฟ้า แต่ชื่อจริงว่าแตงกวา เมฆสุทัศน์ เป็นพี่สาวของพระครูอมรวิชัย (หลวงตาเกลี้ยง มั่นคง) วัดโพธิ์ ผู้นำสร้างเมรุวัดกุฏีทองเมื่อปี ๒๕๐๗ มีรูปภาพติดไว้ที่เมรุเป็นหลักฐาน

พี่น้องของตาดั่น มีคนหนึ่งชื่อป้านาก ซึ่งได้ครอบครองบ้านของนางทองอยู่ ภมรพล (+ตาดั่น) ต่อมาหลานก็เข้าครอบครองบ้านต่ออีก ว่าลูกหลานไปอยู่นอกกัน

นางปรุง แต่งกับนายปลิว บุญน้อย นายปลิวเป็นหลานข้างแม่ของตาดั่น ตาดั่นใช้นามสกุลอื่น ซึ่งยังสืบไม่ได้

นางปรุงรู้จักและเคยไปมาหาสู่กับยายถม (ภมรพล) ลูกกำนันดี บ้านหน้าวัดหน่อ พิหารแดงนั้น ยายถมขายให้ยายผงไปก่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น

นางปรุงเกิดที่สะแกย่างหมู (บ้านนอก) มาเป็นสะใภ้หัวเวียง (บ้านในเมือง) เมื่ออายุ ๒๓ ปี มีญาติชื่อลุงฟู ภมรพล ลุงชาญ ภมรพล อยู่แถวตลาดเขต พนมทวน พอดีจ่าโยงจากรางหวายบอกข้อมูลสายภมรพลเข้ามา ไม่ทราบว่าเป็นญาติกับนางปรุง บุตรของนางปราง (+นายแปลก จันทร์อินทร์) หลานของหลวงบรรเทา (+ยายทอง บ้านสะแกย่างหมู) หรือเปล่า
ทราบมาว่าที่พนมทวนก็มีบ้านชื่อ "บ้านรางทอง" เหมือนกัน ไม่ทราบว่าเคยได้ยินชื่อยายปุย (ตาเทศ) บ้างไหม


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.25.3 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:27:11 น.  

 
ลุงชาญ เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านที่หมู่บ้านหนองจอก ต.รางรางหวาย ได้เสียชีวิตไปหลายปี ผมจะเรียกท่านว่าปู่ ปู่ชาญมีลูกหลายคน แต่ผมรู้จักคนเดียว คืออาทวีป ภมรพล อาทวีปมีลูกชาย ๒ คน ส่วนความเชื่อมโย่งปู่ผมชื่อนายครอบ เป็นลูกของทวดชุ่ม และย่าทวดปล้อง อยู่แถวโพธิ์อ้น สองพี่น้อง เมื่อสงกรานต์มีพระท่านหนึ่งมาหาย่าที่บ้านเอารูปทวดทั้งสองมาให้และท่ากำลังรวบรวมประวัติของตระกุลภมรพล ผมดีใจมาก และจะดีใจมากที่เจอคนตระกูลภมรพล มันแปลกเราจะสนิทสนมกันเร็วมาก ผมจ่าโย่งอยู่ สภ.เมืองกาญจน์ ยินดีที่พบปะพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ผมได้เปิดเวฟนี้ให้ลูกดู ลูกชายเขารู้สึกปลืมมาก


โดย: จ่าโย่ง IP: 125.27.193.59 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:03:05 น.  

 
เคยรับทราบมาว่า

ลุงฟู ภมรพล มีลูกหลายคน แต่ลูกชายคนเดียวชื่อนายสวาท

ลุงชาญ มีลูกหลายคน แต่ผู้ชายมีชื่อ ๓ ห. คือ นายหาญ, นายหอมเป็นทหารอากาศปัจจุบันไปอยู่พิษณุโลก, นายหวล ไปเข้ารีตศาสนาคริสต์ ไม่ยอมไปมาหาสู่กับญาติพี่น้อง

และยังมีพี่ของนางปรางอีกคนชื่อลุงสำอางค์ ภมรพล มีลูกชายชื่อนายกึกและนายสวิง

ก๊กเหล่านี้เป็นก๊กสะแกย่างหมู เป็นลูกชายของหลวงบรรเทา (+ชวดทอง) ซึ่งย้ายไปอยู่แถวตลาดเขตและพนมทวน จังหวัดกาญจน์

ส่วนที่ว่าก๊กโพธิ์อ้นนั้น คงเป็นก๊กเดียวกับครูสรรค์ ภมรพล ที่ปลัดพิน (หมื่นบำรุงโยธี) รับเป็นบุตรบุญธรรม แล้วให้ใช้นามสกุล "จันทร์เรือง" เพราะครูสรรค์ก็เป็นลูกของทวดชุ่ม (+ย่าทวดปล้อง) เหมือนกัน ปู่ครอบก็เป็นลูกทวดชุ่ม ปู่สรรค์และปู่ครอบ ใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.25.3 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:55:49 น.  

 
พอดีกำลังหมกมุ่นกับเดอะสตาร์เสีย 2 วัน ลูกสาวลูกชายจะโหวตให้แต่พี่ริท พ่อก็จะโหวตให้กัน ณภัทร อินทร์ใจเอื้อ เลือดสุพรรณเหมือนกัน ตอนนี้ดีใจที่ฟ้าเปิดกว้างให้เดอะสตาร์ภาคกลางอย่างที่พี่โจ้ว่าไว้ ของเขาดีจริง ๆ ครับ

ถ้าตาดั่นเป็นพี่น้องกับยายนาคจริง ก็คงใช้สกุล ขาวเนย์ ครับ
ยายนาคเป็นลูกตาเปี่ยม ยายกลิ้ง
แต่ดูจากช่วงอายุแล้ว ตาดั่นน่าจะเป็นชั้นพ่อยายนาค อาจเป็นพี่น้องกับตาเปี่ยม หรือยายกลิ้งก็ได้ จึงสรุปนามสกุลยังไม่ได้
ญาติทางนี้ของนายดั่น เป็นญาติกับแม่ของนายปลิวจริงครับ
ส่วนทางพ่อของนายปลิว เขาสืบสกุลมาจากสุดโตทางปู่ กับจงสมจิตต์ทางย่า
ส่วนบุญน้อย ใช้ตามสกุลเดิมชวดที่เลี้ยงดูมา เพราะกำพร้าพ่อแต่เล็กรวมทั้งปู่ย่าด้วย ญาติทางนี้ส่วนใหญ่ใช้จงสมจิตต์ บางส่วนใช้บุญน้อย

สำหรับที่ดินของยายถม ภมรพลที่ขายให้ยายผง ยายผงท่านนี้คงจะคนเดียวกับที่เป็นแม่ของ ผอก.เผด็จ โพธิ์อ้น รร.สงวนหญิงคนปัจจุบัน พวกสกุลโพธิ์อ้น,สะอาดดี กลุ่มนี้รู้สึกว่าจะมีไปโด่งดังอยู่ทางสองพี่น้องเยอะ

ที่ผมถามเกี่ยวกับนางแตงกวา เพราะทราบว่าพี่หรือน้อง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นน้องชาย คือหลวงตาเกลี้ยง ท่านเป็นลูกของหลวงตาเทศ คนเฒ่าคนแก่เคยเล่าว่า หลวงตาเทศเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง จะเป็นถึงพระครูหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะผมยังไม่เคยหาหนังสือเจอว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสรุ่นไหน คงจะรุ่นเก่านานมากจนคนกล่าวไม่ถึง ทางวัดกุฎีทองก็เชิดชูหลวงตาเจิม กับหลวงพ่อเทพที่รุ่นหลังกว่า
มีคนเล่าให้ฟังว่า ตาเทศกุฎีทอง ที่นามสกุลมั่นคงมีอยู่อีกคน ตาเทศคนหลังมีอายุคราวลูกหลวงตาเทศ ลูกเท่าที่พอทราบเช่นยายแม้น ยายเมี้ยน ยายม้วน จะสืบสายจากที่เดียวกันหรือเปล่าไม่ทราบ

สำหรับนางปราง เคยเห็นชื่อของท่านครั้งเดียวจากหนังสือพระยาสุรศักดิเสนา
แต่หนังสือของทางสายนางเจิม กับลูกหลาน ไม่เคยเห็นกล่าวชื่อนางปรางไว้เลย แม้แต่สายนายเสงี่ยม เมฆสุทัศน์ (หรือนายถึก?) ในหนังสือของลูก ๆ ก็ไม่เห็นเขียนกัน คงเน้นแต่สายภมรพลเท่านั้น
ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า นางปรางเป็นลูกของหลวงบรรเทาแต่ต่างมารดากับอีก 8 ท่าน คงจะเช่นเดียวกับนางคล้ำ ที่ท่านถามถึง


โดย: NickyNick วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:14:06 น.  

 
คนบ้านคอย ศรีประจันต์ รอคอยมาจนฟ้าเปิดโล่ง ในฐานะชาวสุพรรณ ก็อดดีใจไม่ได้เมื่อน้องกัน นภัทร เป็นเดอะสตาร์

เคยเจอนามสกุล จิ๋วเชื้อพันธ์ ที่หัวเวียงและกุฏีทองด้วย ไม่รู้ว่ามาจาก แซ่จิ๋ว หรือเปล่า

ที่แน่ๆ "แซ่ตัง" เป็นคนพิหารแดง หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ เล่าว่า บรรพบุรุษฝ่ายแม่ท่านมาจากรกรากบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ที่วัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน เมื่อ ร.๕ จะสร้างวัดก็ย้ายนิวาสสถานไปอยู่ในสวนบางบำหรุ แถวฝั่งธนบ้าง ย้ายมาอยู่สุพรรณ อ่างทอง อยุธยาบ้าง
ส่วนก๋งของท่านชื่อ ก๋งผึ้ง แซ่ตัง เป็นสามีของนางอิ่ม ท่านใช้นามสกุล "พึ่งเจริญ" ตามก๋ง พ่อแม่ของท่านชื่อนายวาส นางเพิ่ม ก๊กพิหารแดง นาวาเรือเอกดิลก ภัทรโกศล (ซึ่งแปลว่า เจริญและฉลาด) ดูเหมือนสมเด็จพระสังฆราชป๋าวัดโพธิ์จะตั้งนามสกุลใหม่ให้ท่าน บอกว่า ยายเพิ่มเคยบอกว่า เราเป็นญาติกับสายภมรพล ซึ่งท่านไม่เข้าใจและลำดับญาติไม่ถูกเหมือนกัน

"ล้ำเลิศ" ว่ามาจากนายเดช ที่เป็นชาวจีนไหหลำ จากคำว่าจีนหลำ นายสัสดีจดเป็น "ล้ำเลิศ"
ผิวเผือกก็มี ผิวเผือดก็มี ทั้ง ๒ อย่าง
สุนทรวิภาตก็มี สุนทรวิภาคก็มี
นายผวน นามสกุล "ม้าตาย" นายสัสดีถามว่าจะเอานามสกุลอะไรดี นึกอะไรก็ไม่ออก สัสดีจึงถามว่า ตอนเดินมาเห็นอะไรบ้าง ลองนึกดูให้ดีๆ อีกที แกตอบว่า เห็นม้าตายเดียวหนึ่ง นายสัสดีจึงตั้งนามสกุลว่า "ม้าตาย"

โพธิ์อ้น คงมาจากแถวโพธิ์อ้นมั่ง โดยมากจะรู้ว่า
ทุ่งคอก – ใจกล้า, ทุ่งเข็น – ใจซื่อ, สะพังกร่าง – ใจเอื้อย, บางสาม – บูชา, บางกุ่ม - ครุฑใจกล้า, สามชุก - สว่างศรี เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วกำนันและผู้ใหญ่บ้าน นามสกุลอะไร ก็ใช้กันทั้งหมู่บ้าน

ย้อนกลับมาเรื่องแซ่ ถามเพราะเห็นว่าในฐานะผู้คว้ำหวอดเกี่ยวกับนามสกุลมาพอสมควร อยากรู้จริงๆ ว่าสมเด็จพระสังฆราชป๋า วัดโพธิ์ ท่านนามสกุล "สุขเจริญ" เดิมท่านแซ่เจี่ย หรือแซ่โค้ว หรือแซ่อะไร


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.187.196 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:15:08 น.  

 
สกุลโพธิ์อ้น ไม่รู้เหมือนกันครับว่าจากไหนไปไหน หรือว่าที่สองพี่น้องก็มีต้นตระกูลนี้อยู่ด้วย แต่ผมรู้ว่าโพธิ์อ้นที่ฝั่งหัวเวียงค่ายเก่า มาจากพ่อโพแม่แก้ว ท่านมีลูกราว 10 คน หลายคนได้ไปขยายสาขาที่สองพี่น้องด้วย

สายหลวงพ่อถิร เป็นบุตรพ่อวาส แม่เพิ่ม พึ่งเจริญ
พ่อวาสเป็นบุตรพ่อพึ่ง(ผึ้ง) แม่อิ่ม พึ่งเจริญ(แซ่ตัง) ก็คงจะแซ่ตั้งน่ะแหละ
ส่วนแม่เพิ่ม เป็นลูกคนเล็กสุดของพ่อสิงห์ แม่มี สิงห์สุวรรณ ยายเพิ่มที่เป็นน้าสาวของพลเรือเอกดิลก ภัทรโกศลนั่นแหละครับ
หากตัวยายเพิ่มเป็นญาติกับภมรพล ก็ต้องพิจารณาดูที่ว่าควรเป็นญาติใคร
ทางพ่อสิงห์ เป็นลูกคนจีน คือจีนเจา กับแม่ซุ่น ก๊กโพธิ์หลวง
ทางแม่มี เป็นลูกนายทองอยู่กับนางบุญนาค นางบุญนาคเป็นลูกหมื่นกล้า(....) กับนางจัน อยู่แถบวัดเบญจ
(ผมเคยได้ยินแต่หมื่นกล้า+นางคุ้ม ที่ลูกสาวคนหนึ่งเป็นต้นสกุลจิตต์ใจฉ่ำ,เชื้อฉ่ำ,วังน้ำเย็น ซึ่งก็คือสกุลเดียวกัน)
ส่วนนายทองอยู่ หลวงพ่อถิรไม่ได้กล่าวถึงบิดามารดา
คงเดายากว่าเป็นญาติภมรพลสายไหน เพราะทางพ่อก็เป็นจีน ทางแม่ก็อพยพมาจากแถบวัดเบญจ กรุงเทพ
หรืออาจเป็นญาติทางพ่อวาสก็ได้ ด้านนี้พ่อก็เป็นจีนทั้งนั้น ก๊กพิหารแดง

ส่วนสกุลจิ๋วเชื้อพันธุ์ มาจากพ่อจิ๋ว หรือจีนจิ๋ว แซ่อะไรไม่ทราบ แต่คงค้นหาได้ทีหลัง ผมกำลังคิดว่า ต้นทางมาจากสกุลเดียวกับเตียบฉายพันธุ์ ซึ่งทางนั้นที่เรารู้จักก็คือหลวงพ่อพริ้งวัดวรจันทร์ท่านหนึ่ง

ส่วนสายสมเด็จพระสังฆราชปุ่น ท่านอยู่ถึงอำเภอสองพี่น้อง ไกลเกินความสามารถของผมครับ ที่พอรู้ทางนั้นบ้างก็เพราะกระจายไปจากเมือง ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับพระองค์เล่มไหนก็กล่าวแต่ประวัติแค่ชื่อบิดามารดาพี่น้องที่ยังเหลืออยู่ ไม่เคยเอ่ยไกลไปกว่านี้ครับ เลยไม่ทราบว่าแซ่อะไร

ตรงนี้เป็นคำถามของผมครับ
- ที่กล่าวว่า อัฐิ ตระกูล สุขุม ๑.พ่อกลั่น สุขุม .... ๔-๕ อัฐิญาติทางมารดาแม่น้ำผึ้ง.... ตรงท้ายนี้เขาบอกชื่อหรือรายละเอียดอื่นใดอีกครับ
- นายเจียก(สามีของนางฟื้น) เป็นญาติกับนางเจิมอย่างไรครับ
-หลวงตาเทศ มั่นคง เป็นเจ้าอาวาสวัดกุฎีทองหรือไม่ รุ่นก่อนหลวงพ่อเจิมหลายท่านไหมครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ


โดย: NickyNick วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:04:11 น.  

 
ขอแก้ไขหน่อยครับ
ยายเพิ่ม เป็นยายของพลเรือเอกดิลก ภัทรโกศล ครับ ไม่ใช่น้า แม่ท่านเป็นลูกคนที่ 4


โดย: NickyNick วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:29:45 น.  

 
โพธิ์อ้นมีบ้างที่สองพี่น้อง แต่ไม่มากเท่าโพธิพันธุ์ เพราะเป็นนามสกุลของหลวงพ่อแก้ว วัดดอนกลาง (วัดใหม่นพรัตน์) ซึ่งเป็นพระที่คุณหญิงเยื้อน (นางอุภัยภาติกเขต) ให้ความเคารพนับถือมาก หลวงพ่อแก้วมีพ่อชื่อโพธิ์ และแม่ชื่อฉิม เป็นที่มาของโพธิพันธุ์

แซ่ตัง กับแซ่ตั้ง คงเป็นอันเดียวกัน แถวสวนแตงเขาใช้เป็น แซ่ตั๊ง ว่าเป็นภาษาแต้จิ๋ว ฟังมาว่า แซ่ตัน ก็คือแซ่ตังเหมือนกัน แต่เป็นภาษาจีนแคระ เรื่องภาษาจีนนี้จนด้วยเกล้าจริงๆ

ในยุคก่อนสงครามโลก ราวก่อน ๒๔๗๘ มีพระองค์หนึ่งเรียกว่า มหาเผื่อน ว่ามาจากวัดมหาธาตุมาสอนบาลีที่วัดสุวรรณภูมิ เขาว่าบ้านเดิมท่านอยู่หน้าวัดไชนาวาส เหนือวัดสุวรรณภูมิ ท่านย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดวังหิน สามชุก และเป็นเจ้าคณะอำเภอรูปแรกของสามชุก ก่อนหลวงพ่อกริ่ง วัดบ้านทึง มีคนยืนยันว่า มหาเผื่อน นามสกุล ภมรพล ท่านสึกไปมีลูกมีเมีย และเปลี่ยนนามสกุลเป็น "ภัทรโกศล" โดยคง ภ ซึ่งหมายถึง ภมรพลไว้ตัวหนึ่ง การเปลี่ยนนี้มีคนเล่าว่า ท่านให้เหตุผล ท่านบอกว่านึกว่าจะดีขึ้น แต่แล้วในภายหลังก็เปลี่ยนกลับมาใช้ภมรพลอีก แต่ลูกซึ่งมียศเป็นพลโทมั่ง คงใช้ ภัทรโกศล มีคนบอกว่าท่านมีน้องชายคนหนึ่งก็ใช้ ภัทรโกศลด้วย แต่ไม่ทราบว่าไปตรงกับพลเรือเอกดิลก อย่างไง ฟังมาว่า ท่านรองผู้บัญชาการดิลกเป็นหลานของหลวงพ่อถิร และเป็นลูกเลี้ยงของหลวงพ่อแต้ม วัดพิหารแดงด้วย ใช่ไหม

คำตอบ
ประเด็นที่ ๑ ในสมุดบันทึกเขียนไว้ดังนี้
เบอร์ ๓๑๓ อัฐิ ตระกูล “สุขุม” ๑.พ่อกลั่น สุขุม (บิดาเจ้าพระยายมราช) ๒.แม่น้ำผึ้ง สุขุม (มารดาเจ้าพระยายมราช) ๓.พระยาสมบัติภิรมย์ (พี่ชายเจ้าพระยายมราช) ๔-๕. อัฐิญาติทางมารดาแม่น้ำผึ้ง อีก ๑ ที เจ้าภาพคือคุณบุญชิต เสือวรรณศรี และพี่น้อง นำมาบรรจุ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๑ เวลา ๑๒.๓๐ น. ในการนี้ เจ้าภาพทำบุญรวมเบอร์ ๓๑๓-๓๑๔ จำนวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) จัดเป็นที่พิเศษทั้ง ๒ เบอร์” มีหมายเหตุลายดินสอว่า ยังไม่ได้ผนึก – รอดูอัฐิเจ้าพระยายมราช
ทุกอักษรตามสมุดบันทึก
ข้อนี้สืบความได้ว่า เป็นความคิดของบุคคลคนเดียว คือลูกสาวของท่านเจ้าคุณปุยที่อยากจะนำเอาอัฐิของเจ้าพระยาปั้นมาบรรจุรวมกัน แต่ญาติพี่น้องอื่นๆ ไม่เห็นด้วย จึงไม่มีอัฐิของเจ้าพระยาปั้น
เฉนอกประเด็นนิดหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีอัฐิของ อจ.สุรีย์ สุวรรณศร (โสด) มาบรรจุไว้ แต่แยกในโกศต่างหาก

ประเด็นที่ ๒
- นายเจียก(สามีของนางฟื้น) เป็นญาติกับนางเจิมอย่างไร นั้น เท่าที่ทราบมา เกี่ยวดองกันทางนายเสงี่ยม
นายเสงี่ยม เมฆสุทัศน์ เป็นลูกของปู่ถม (คนบางกอกน้อย) + ย่าหอม (คนกุฏีทอง) มีพี่น้องร่วมอุทรกัน คือ
๑.นายฟ้อน เมฆสุทัศน์
๒.นายบุญ เมฆสุทัศน์ (+นางแตงกวา พี่สาวของพระครูเกลี้ยง มั่นคง)
๓.นายโต (ลูกหลานคือนายเจียก)
๔.นายตุ้ย (+นางสะอาด) อยู่ข้างโรงสีชายน้ำ
๕.นายเจ๊ก (+เมียแรกไม่ทราบชื่อ), (+จันทร์) ไม่มีลูก
๖.นายเสงี่ยม (+แม่คุณเจิม ภมรพล)
๗.นางจีบ (เป็นผู้หญิงคนเดียวในครอบครัว) เป็นแม่ของน้าเจือ (น้าเจือไปแต่งกับนายศิริ มณีอินทร์)

ประเด็นที่ ๓ หลวงตาเทศ มั่นคง ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง เท่าที่ทราบมา เจ้าอาวาสวัดมีดังนี้
๑.หลวงพ่อเนียม (ไม่ใช่องค์เดียวกับวัดน้อย) ราว ๒๔๔๕
๒. หลวงพ่ออินทร์ ๒๔๕๐
๓.หลวงพ่อน่วม ๒๔๖๐
๔.หลวงพ่อสุก ๒๔๖๓
๕.หลวงพ่อเจิม บัวแตง (๒๔๗๑ – ๒๕๒๗) เป็นอุปัชฌาย์ปี ๒๔๗๙
๖. หลวงพ่อเทพ เมฆสุทัศน์ (๒๕๒๗ – ๒๕๕๒)



โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.187.196 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:16:32 น.  

 
ตามเอกสารประวัติหลวงพ่อเปลี้ยง (บุญซิววงศ์) วัดสุวรรณภูมิ อายุ ๑๐๑ บอกว่า พ.ศ.๒๔๗๐ ได้ไปนิมนต์พระมหาเผื่อน ป.ธ.๖ วัดราชบูรณะ พระนคร มาเป็นครูสอนธรรมและบาลี

มหาเผื่อน ภมรพล เปลี่ยนเป็น ภัทรโกศล แล้วเปลี่ยนกลับมาเป็น ภมรพล อีก เป็นเจ้าอาวาสวัดวังหิน และเป็นเจ้าคณะอำเภอสามชุก สึกไปมีลูกมีเมีย ภายหลังกลับมาบวชใหม่ ไปอยู่วัดหนองหลวง หนองหญ้าไซ และตายที่นั่น

ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร สายไหน มาอย่างไร ยังหาร่องรอยไม่เจอ ถ้ารู้ช่วยบอกด้วย


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.187.196 วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:32:43 น.  

 
ขอบคุณครับ

- เรื่องอัฐิญาตินางน้ำผึ้ง สุขุม ตอนแรกอยากรู้ว่าเขาเอ่ยถึงชื่อใดบ้าง แต่เสียดายที่ไม่มีปรากฏเลย

- ที่ถามเรื่องนายเจียก เพราะทราบว่าท่านเป็นบุตรพ่อถึก แม่เจิม ตอนแรกคิดว่าพ่อถึกกับพ่อเสงี่ยม เป็นคนเดียวกัน แสดงว่าทั้งสอง มีเมียชื่อเจิมเหมือนกัน แต่อาจคนละตระกูล

- มีคนบอกว่า ตาตุ้ย เมฆสุทัศน์ เป็นลูกพ่อถม แต่แม่ชื่อแก้ว ใช่ไหมครับ

- สำหรับหลวงตาเทศ ท่านเกิดปี 2402 อายุอาจจะพอกับหลวงพ่อเนียม หรือหลวงพ่ออินทร์ อยากทราบว่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสแต่ละรูป นามสกุลใดบ้างครับ

- แซ่ตัง แซ่ตั้ง แซ่ตัน เป็นนามสกุลเดียวกัน ซึ่งเป็นสกุลที่มีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของเมืองจีน หลวงพ่อคำวัดหน่อ บิดาท่านก็แซ่ตันครับ

- โพธิ์พันธุ์ ที่สองพี่น้องมี ที่อำเภอเมืองก็มี แต่ที่นี่สืบจากพ่อโพธิ์แม่เกตุ ทายาทใช้โพธิ์พันธุ์บ้าง โพธิ์ปิ่นบ้าง ลูกสาวคนเล็กของขุนโภชน์สาลี(ถม สถาปิตานนท์) ก็แต่งกับสกุลโพธิ์พันธุ์ทางนี้

- พระมหาเผื่อน ภัทรโกศล เป็นภมรพลสายไหน คงต้องรู้นามบิดามารดาท่าน จะได้มีโอกาสสางถึง เท่าที่พอทราบว่าบ้านเดิมอยู่แถววัดไชนา อาจเป็นลูกหลานหลวงไชย(โต)ก็ได้ แต่ตอนนี้หายสงสัยแล้วว่า ทำไมภัทรโกศลจึงมีแถวหนองหญ้าไซ มีคนหนึ่งทำงานเอ็กซเรย์โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ก็คงสืบเนื่องมาจากตรงนี้
โรงน้ำแข็งโรงแรม99วัดหอยโข่ง เขาก็ใช้นามสกุลนี้เหมือนกัน จะว่าสืบมาจากแถวศรีประจันต์หนองหญ้าไซ หรือพี่น้องกับคุณดิลกก็ไม่ทราบ

พลเรือเอกดิลก เป็นหลานลุงของหลวงพ่อถิร จะเป็นลูกบุญธรรมหลวงพ่อแต้ม วัดพระลอยหรือไม่ คงต้องถามท่านดู (สงสัยที่ท่านเขียน อาจแปลได้ว่า หลวงพ่อแต้มวัดพระลอย ,หรือหลวงพ่อปีวัดพิหารแดง) แต่หลวงพ่อแต้มท่านกว้างขวาง ขนาดเสือใบยังมาทำบุญสร้างศาลาการเปรียญให้วัด คงจะศาลารุ่นที่ถูกพายุล้มครืนไปก่อนโน้น
หลวงพ่อแต้มท่านใช้สกุลนาถพลายพันธุ์ ซึ่งต้นสายมาจากที่เดียวกับ แสงจันทร์ฉาย ตาพ่วงพี่น้องท่านที่ไปเปิดปั๊มน้ำมันกลางดงโคราช จะใช้นามสกุลใดไม่ทราบเหมือนกัน

คงคุยครบแล้วนะครับ


โดย: NickyNick วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:14:33 น.  

 
หากดูถิ่นกำเนิดของพระมหาเผื่อน ซึ่งอยู่แถวหน้าวัดไชนา ก็ต้องบอกว่า เป็นสายหลวงไชย Z(โต ภมรพล) มากที่สุด ตอนตายท่านอายุราว ๘๐ ปี มาสอนหนังสือที่วัดสุพรรณภูมิปี ๒๔๗๐ ก็ราวอายุ ๓๐ ปี คงเป็นคนเกิดราว พ.ศ. ๒๔๔๐ เพราะตายราวปี ๒๕๒๐ ว่ามีน้องชายชื่อนายยู้เครื่องฟ้า อะไรทำนองนี้ ใช้นามสกุล ภัทรโกศล อยู่ในตลาดศรีประจันต์ ปัจจุบันคงเป็นรุ่นลูกหลานบริหารงานเครื่องไฟต่อ

ที่เดิมบางนางบวช ดูเหมือนจะเป็นวัดบ่อกรุ หรือพันลำบอง ชักไม่แน่ใจ แต่น่าจะเป็นวัดบ่อกรุมากกว่า มีหลวงพ่อดำ บอกใครนับถือท่านก็ให้ใช้นามสกุล "กาฬภักดี" แปลว่า นับถือท่านหลวงพ่อดำ ชาวบ้านแถวเดิมบางจนถึงหนองหญ้าไซ หันไปใช้ กาฬภักดีกันมาก แต่เป็นกลุ่มลาวขี้ครั่ง ส่วนใครมีเชื้อสายลาวเวียง ก็ให้มีคำว่า จันทร์ ติดมาหน่อยหนึ่ง เช่น หงส์เวียงจันทร์ ถ้าเป็นลาวทรงดำ (โซ่ง) มาจากเพชรบุรี ก็ให้มีคำว่า เพชร ติดมาด้วยคำหนึ่ง นอกจากมีนายอำเภอ สัสดี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้มีอำนาจในการจดทะเบียนชื่อนามสกุลแล้ว อิทธิพลของหลวงพ่อบางองค์ก็มีไม่เบาเหมือนกัน

หลวงพ่อแต้ม อยู่วัดพระลอยครับ เขียนเผลอไปหน่อย เผาหลอกไปแล้ว ศพจริงยังเก็บอยู่ไม่ได้เผา

เรื่องตาตุ้ย จะสอบถามนามพ่อแม่ให้ชัดอีกที ส่วนหลวงตาเทศก็มีไร่หลวงตาเทศ อยู่ติดกับถนนอมรวิชัย (หลวงตาเกลี้ยง) ในวัดกุฏีทองนั่นแหละ ส่วนนามเจ้าอาวาสจะลองสอบถามจากคนเก่าๆ ดู ในตอนนี้บันทึกของวัดยังไม่มี

มาถึงก๊กพิหารแดงบ้าง แม่พลอย ภมรพล (+หลวงอินทอาญา ปั้น) มีพี่ชายชื่อ ลุงต่วน มีเชื้อสายจีน ยังไม่รู้ว่าแซ่อะไร แต่ตรงร้านอาหารน้องแตนนั่นแหละเป็นเชื้อสาย แม่พลอยบ้านอยู่โรงพยาบาลก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านกวย แม่ผิน เคหะจิตต์เคยเล่าให้ลูกๆ ฟังว่า "พ่อก็ตายแต่เล็ก แม่ก็ตายแต่เล็ก" ตัวแม่ผินเองต้องระเหเรร่อนอาศัยเขาพายเรือไปหานมกินที่พิหารแดงกับญาติแถวนั้น ชีวิตลำบากมาก แต่ภูมิใจว่าตนเองเป็นลูกหลานของคุณหลวง
แม่พลอยย้ายออกจาก รพ.ไปอยู่บ้านกวยซึ่งเป็นที่ของแม่พลอยเอง รุ่นลูกๆ ของแม่ผิน เช่น นางประจักษ์ เที่ยงตรง เกิดปีเถาะ (๒๔๗๐) ล้วนไปเกิดที่บ้านกวยกัน ก็เล่าสู่กันฟัง เผื่อจะนำไปสู่เบาะแสอะไรบ้าง


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:22:09 น.  

 
เข้ามาอ่านจนตาลายเลยครับ จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะครับ พอดีเข้าGoogle แล้วพิมพ์นามสกุลตัวเอง เลยหลงเข้ามา แต่ก็ได้ความรู้เยอะมากครับ ดีใจนะครับที่มีคนถ่ายทอดความรู้แบบนี้


โดย: อภิชาติ สุนทรวิภาต IP: 58.137.35.114 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:10:36 น.  

 
สวัสดีครับคุณอภิชาติ ว่าง ๆ ก็มาอ่านได้ ผิดถูกจะได้ช่วยกันแก้ไขครับ
ที่ผมบอกว่าเสือใบบริจาคสร้างศาลาวัดพระลอย ข้อมูลผิดครับ เป็นเสือฝ้าย แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าจะเป็นสมัยหลวงพ่อแต้ม หรือหลวงพ่อจอนหรือองค์อื่น? เพราะผมไม่ทราบปีที่ครองวัด
หลวงพ่อจอน ท่านเคยเป็นประธานสร้างโบสถ์วัดสำปะซิว เคยเห็นเอกสารจดหมายเหตุครั้งหนึ่ง น่าจะเป็นหลังที่ร้าวถูกน้ำเซาะริมแม่น้ำ

สำหรับพระเถระที่ยังไม่เผา อย่างเช่นหลวงพ่อถิร ยังไม่ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจอย่างกับหลวงพ่อแต้ม ไม่ทราบว่าจะเก็บไว้นานอีกแค่ไหน
ก็ขอวกมาที่วัดป่าอีกหน่อยครับ เห็นท่านคุยถึงหลวงพ่อถิร คงจะสนิทสนมกับทางวัดนี้ พอดีกับผมสนใจนามของเจ้าอาวาส แต่หลักฐานที่บันทึกกันไม่ค่อยได้เอ่ยถึงนามสกุลของแต่ละรูป ทำให้สืบหาประวัติเพิ่มเติมอื่นได้ยากมาก สำหรับวัดป่าตอนหลังเห็นข้อเขียนของพระศรีธวัชเมธี(ชนะ ภมรพล) กล่าวถึงนามเจ้าอาวาส แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่หลวงพ่อถิรได้เขียนไว้ เพราะไม่บันทึกนามสกุลเช่นเดิม ขนาดเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันที่เป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัด ก็เห็นเขียนในวงเล็บแค่หลวงพ่อฉลอง หากมีการพิมพ์ครั้งใด อยากให้ลงนามสกุลด้วยเท่าที่ตรวจสอบได้ครับ
มีคนเล่าว่า ที่พระอุโบสถ หรือพระวิหาร?ของวัดป่า มีรูปปั้นหลวงพ่อสอนอยู่ด้วย มีผู้เขียนประวัติที่มาไว้บ้างไหมครับ


โดย: NickyNick วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:12:19 น.  

 
หลวงพ่อเทพ (เมฆสุทัศน์) วัดกุฏีทอง เคยไปฝากฝั่งให้พัสดีแป้น วงศ์สีใส ช่วยดูแลเสือ... (น่าจะเป็นเสือมเหศวร) ที่ติดคุกบางขวาง นนทบุรี เพราะเสือมเหศวรเป็นคนอำเภอเมืองสุพรรณ ปัจจุบันไปอยู่ชัยนาท ถ้าอยู่ก็ ๙๐ กว่าแล้วมั่ง ไม่รู้ว่านามสกุลอะไร แต่เสือดำ นามสกุล "สราคำ" คนดอนมะเกลือ เดิมบาง และเสือฝ้ายอยู่แถวเขาใหญ่ เดิมบาง เคยเป็นเพื่อนกับผู้กองยอดยิ่ง ภายหลังก็ถูกผู้กองร้อยเอกจับตัวไป นำไปยิงทิ้งแถวสมุ่ทรสาคร
ในปัจจุบันก็ยังมีหลวงพ่อดำ (ดำ ๒) วัดศรีนวล เป็นพระเกจิ แต่ไม่รู้ว่าเป็นก๊กเสือสุพรรณหรือเปล่า ก๊กเสืออาจจะมีมากกว่านี้อีก เช่น เสือถนอม ชุมเสือทะเลบก กำแพงแสน ที่ปล้นบ้านเจ๊กกัง บ้านใหม่ แล้วถูกยิ่งตายทิ้งไว้กลางทุ่ง

พระเถระสุพรรณหลายองค์ที่ไม่เผา เช่น หลวงพ่อสด "มีแก้วน้อย" วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อเก็บ "พุฒิเจริญ" วัดดอนเจดีย์ คงต้องดูเจตนารมย์ของท่านและลูกศิษย์ว่าจะให้ผาหรือไม่ หลวงพ่อถิรไม่เผาจึงไม่เห็นแปลกอะไร เพราะท่านสั่งไว้อย่างนั้น

หลวงพ่อสอนมีรูปหล่อเหมือน ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถวัดป่าเลไลยก์ ไม่รู้นามสกุลอะไรเหมือนกัน ประวัติที่น่าสนใจเช่นหลวงพ่อโต๊ะ คนลาดตาล สองเขตสามัคคี มีลูกศิษย์ลูกหาเช่นหลวงพ่อถิร หลวงพ่อเปลี้อง เขียนเป็นที่ระลึกไว้มาก ทำให้ทราบประวัติการศึกษาของเมืองสุพรรณ โดยเฉพาะวัดสุวรรณภูมิได้ดี

หลวงพ่อฉลอง วัดป่าเลไลยก์ ท่านนามสกุล "จินดาอินทร์" เป็นหลานหลวงพ่อโหน่ง นามสกุล "โตงาม" วัดคลองมะดัน (วัดอัมพวัน) เคยได้ยินประวัติว่า พ่อของท่านชื่อพ่อผลเรียนหนังสือมหามกุฏทางโลก คู่กับพระพินิจวรรณการ (มหาแสง สาลิตุล) ซึ่งเรียนบาลีสันสกฤต บังเอิญพระพินิจฯ อายุสั้นไปหน่อย บ้านรกรากก็แยกย้ายออกจากบ้านเดิมไป ทำให้ร่องรอยขาดหายไป พอสืบร่องรอยได้บ้างว่า ยายฟู (เกียรติ) ภรรยาของมหาแสง เคยมากินนอนกับปู่เพลิน จินดาอินทร์บ่อยๆ พอยายฟูตายไป ก็ขาดช่วงติดต่อกัน

เคยได้ยินเรื่อง "คุ้ม กัน มั่น คง" หรือเปล่าครับ เขาว่าเป็นพี่น้องกัน ทางการจะนำตัวไปทำเทพศาลหลักเมือง จึงพาครอบครัวอพยพหนี จากแถวสิงห์บุรี ผ่านอยุธยา เดินลัดทุ่งนา จนมาตั้งบ้านเรือนอยู่แถวตำบลต้นตาล ตรงข้ามอำเภอเก่า

สายปู่คุ้ม น่าจะเป็นสายสาลิตุล ที่แยกนามสกุลออกไป สายปู่กันเป็นหญิง จึงเปลี่ยนนามสกุลไปตามสามี หมด สายปู่มั่นมีลูกชื่อปู่พริ้ง ปู่พริ้งมีลูกชื่อนายสังเวียนและนายสุข จินดาอินทร์ ส่วนสายปู่คงคือสายของปู่เพลิน ที่มีลูกชื่อครูสวัสดิ์ พันโทสวง จินดาอินทร์ เป็นต้น

ในแถบบ้านเดียวกันนั้น มีผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ชื่อยายพราม บุตรของนายนุดอำแดงเอี่ยม รกรากมาจากบางกอกน้อย สามีแรกชื่อนายอ่ำ ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นคุณหลวง ชื่อหลวงบำรุงหรืออะไรนี่แหล่ะ ทำงานอยู่ในเมืองสุพรรณ วันหนึ่งยายพรามพบคนใช้นอนอยู่บนเตียงคุณหลวง ก็ใจเด็ดประกาศแยกทางเดินกัน ทั้งๆ ที่มีลูกสาวแล้ว ๒ คน ชื่อนางเผื่อน และนางผัน คุณหลวงอ่ำให้ลูกสาว ๒ คนไปอยู่ในเมือง แต่ยายพรามแผลงฤทธิไม่ยินยอม นำลูกสาวคนพี่มาได้และพาไปอยู่ที่ท้ายบ้าน สองพี่น้อง ต่อมายายพราม แต่งงานใหม่กับผู้ใหญ่บ้านชื่อนายอิน (สายตระกูลวัชพันธุ์) มีลูกหลายคนและลูกหญิงคนหนึ่งชื่อว่านางผวน สรุปว่าสั้นๆ ว่ายายพรามมีลูกสาว ๓ ผ. นิยายก็น่าจะจบลงตรงนี้ แต่
ยายเผื่อน (+ปู่นิ่ม ศรีทองเกิด)
ยายผัน (+ปู่ขุนภูดาษ (อ่ำ) ภมรพล) มีลูก ๔ คนชื่อโพธิ์ เล็ก พัก ขวัญ
ยายผวน (+ปู่เผือก จินดาอินทร์)

เหตุผลว่าทำไมนายขวัญชัย ภมรพล นักเลงโตเมืองสุพรรณ เพียงแค่คนเห็นแววตาและหนวดก็รู้สึกหนาวเข้าไปถึงทรวง จึงยอมศิโรราบขี่ช้าง ไปหาป้าเผื่อนและยายพรามที่ท้ายบ้านบ่อยมาก ในขณะที่นายขวัญเป็นนักเลงโต นายโพธิ์เป็นคนอารีอาคอบ นายเล็กเป็นคนกลัวเมีย ส่วนนางพักปากร้ายใจดี ว่ามีนิสัยเหมือนยายพรามติดมา


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:40:05 น.  

 
ตอบสะพานเขียว
ปู่สรรค์ เป็นน้องของปู่ครอบ ซึ่งได้เสียชีวิตแล้ว ผมยังไปงานศพท่าน ยังเหลือปู่อรุณ ที่ทุ่งคอก


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.76 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:57:44 น.  

 
สะพานเขียวช่วยหาข้อมูลนายขวัญชัย ภมรพล ผมเคยฟังเรื่องเล่ามาในตอนเด็ก


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.76 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:31:12 น.  

 
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด โพธิ์อ้น คือโพธิ์ที่แคระเตี้ยไม่เติบโต บางคนบอกว่า ตาอ้นมาปลูกต้นโพธิ์ไว้ จึงชื่อโพธิ์อ้น พอดีชื่อโพธิ์อ้นมาโด่งดังเมื่อย้ายอำเภอสองพี่น้องจากอำเภอเก่ามาอยู่หน้าวัดโพธิ์อ้น และบ้าน "ตำบลบางลี่" ก็สูญหายไป เหมือนกับ "อำเภอบางลี่"

ก๊กโพธิ์อ้นหรือศรีสำราญน่าสนใจมาก สำหรับภมรพล เพราะมี
๑. ปู่ครอบ (+ย่าปล้อง) ภมรพล
๒. ครูสรรค์ ภมรพล ที่หมื่นบำรุงโยธี ที่รู้กันในชื่อว่า ปลัดพิน รับเป็นบุตรบุญธรรม จึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น "จันทร์เรือง" ลูกหลานก็ใช้จันทร์เรืองกัน ทั้งๆ ที่ "จันทร์เรือง" และ "จันทรดิลก" ก็มีมากมายก่ายกองแถวบางใหญ่ บ้านสองพี่น้อง เพราะเป็นบ้านของกำนันเจิม
๓.ปู่อรุณ ทุ่งคอก อันนี้ก็ต้องใช้ "ภมรพล" ใช่ไหมครับ

ประวัตินายขวัญชัย ภมรพลนั้น เป็นลูกของขุนภูดาษ (อ่ำ ภมรพล) กับนางผัน เป็นหลานของหลวงไชย รองปลัด (โต ภมรพล) และเป็นเหลนของนายภู่ (+นางคำ) นายขวัญชัยกับนายขวัญเมืองเป็นบุคคลเดียวกัน เป็นนักเลงโต และเป็น ส.ส.(คนแรก) ของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นนายกเทศมนตรีเมืองด้วย มีวัวมีแกะหลายร้อยตัว มีม้าแยะ มีที่ตั้งบ้านเรือนราว ๑๐ ไร่ อยู่ตรงแถวศาลจังหวัดหรือเรียกว่าแถววัดหอยโข่ง แถวโรงเรียนสงวนหญิงนั่นแหละ แต่งงานกับนางไสว ไม่มีลูกด้วยกัน มีแต่ลูกเลี้ยง

นายขวัญชัยเป็นลูกคนสุดท้องของท้องนางผัน มีพี่ชายชื่อนายโพธิ์ ซึ่งไปเป็นปลัดอยู่นครสวรรค์, นายเล็ก เป็นสรรพสามิต แต่งงานกับนางมอญ แซ่โค้ว (นามสกุลไทยว่า เคยเค้า) ซึ่งเป็นคนมาจากบ้านกุ่ม, และพี่สาวท้องเดียวกันชื่อนางพัก แต่งกับคนปัตตานี เป็นไปรษณีย์ บ้านพี่ๆ ของนายขวัญชัยอยู่ตรงโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ซึ่งแม่ของนางผันชื่อนางพรามเคยสั่งไว้ว่า "ผันเอย เจ้ายมจะเอาที่เป็นโรงพยาบาล ให้เขานะลูก" จึงเป็นเหตุให้ย้ายกันไปคนละทิศละทาง ไม่มีศูนย์ติดต่อประสานงาน ส่วนบ้านของนายขวัญชัยก็หมดหายไป เหลือไว้แต่อดีตความทรงจำ

ในสมัยก่อน เขามีเขตอิทธิพลกันครับ พวกบริสุทธิ์อยู่เขตหนึ่ง เช่นนายทองเหมาะ บริสุทธิ์ และพวกภมรพลก็อยู่ในอีกเขตหนึ่ง ผมก็ฟังเขาเล่ามาครับ ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วย เกิดไม่ทันเหมือนกัน เพราะท่านตายราวก่อน พศ.๒๕๐๐ ก๊กใหญ่ในเมืองสุพรรณในยุคนั้น ก็มีภมรพล, บริสุทธิ์, สุวรรณศร และสุวรรณประทีป เป็นต้น ใหญ่ขึ้นมาก็ไม่กินศรกัน แต่ก็เป็นญาติกันเกี่ยวดองกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าไม่เป็นเครือญาติกัน สงสัยว่าจะเละกว่านี้อีก


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.24.119 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:08:58 น.  

 
ขอบคุณสะพานเขียวเรื่องของนายขวัญชัยเหมือนที่ผมฟังมาที่ว่าเคยยกพวกข้ามแม่น้ำมาตีกัน ใช่แล้วครับ ปู่ครอบและปู่อรุณ ใช้นามสกุลภมรพล ปู่ครอบจะพี่สาวชื่อย่าสุข แล้วสะพานเขียวใช้นามสกุลอะไร


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.49 วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:19:18 น.  

 
ที่ว่านายขวัญชัย เป็นสส.คนแรกของเมืองสุพรรณ ผมก็ฟังเขาว่ามาอย่างงั้น แต่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณแน่ เพราะในยุคหนึ่งเคยมีนายกเล็ก, ปลัด, และสมาชิกเป็นคนในตระกูลภมรพล

เคยไปค้นดูบัญชีรายชื่อสส.สุพรรณ ปรากฏว่า ในการเลือกตั้ง สส.ครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๗๖ คนแรกของสุพรรณชื่อ "นายมนูญ บริสุทธิ์" ซึ่งต่อมาก็เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงและดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการคณะรัฐมนตรีเป็นเวลาหลายปี

เขตอิทธิพลจะถึงกับยกพวกตีกันหรือเปล่า ไม่ทราบครับ แต่ถ้าใครมีความผิดอะไรขึ้นมา เข้าไปอยู่ในเขตหรือบ้านของใคร หรือเป็นคนของใคร ก็ไม่ต้องไปตามหรอกครับ สำหรับนายขวัญชัยเมื่อก่อนในยุคมีโจรขโมยและนักเลงมากมาย พวกนักเลงยังเรียกท่านว่า "พี่" นี่ครับ ท่านไว้หนวดยาวเฟิ้ม ท่าทางน่ากลัว แววตาของท่านคนเห็นแล้วยังหวาดผวา ม้าวัวควายของท่านจึงไม่หาย สมัยก่อนถ้าหายไป ก็เตรียมเงินไปไถ่ได้แถวจระสามพันนั่นล่ะ นี่เขาก็เล่าให้ฟังมา

มีครั้งหนึ่ง ดูเหมือนผู้ว่าราชการจะตัดถนนเณรแก้วหรือถนนอะไรนี่ล่ะ ญาติพี่น้องทางสุพรรณของตระกูล"บริสุทธิ์" หรือใครนี่ล่ะไม่ยินยอม ฟ้องร้องไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีนู้นล่ะ จนต้องมาไกล่เกลี่ยกันว่า นี่กำลังจะสร้างความเจริญให้คนสุพรรณพี่น้องของท่านน่ะ จึงยินยอมกันได้ ฉะนั้น เรื่องอะไรในสุพรรณแม้เล็กน้อย ถ้าญาติเขาไม่ยอมกัน ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

คนสุพรรณนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้ไปเกือบหมดแล้วครับ "บริสุทธิ์" ก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ไปอยู่แถวสองพี่น้องบ้าง อู่ทองบ้าง "สุวรรณศร" มียังเข้มข้นในเมืองสุพรรณ "ภมรพล" ก็ยังอยู่แถววัดประตูสารบ้างประปราย ส่วนใหญ่ย้ายออกจากเมืองสุพรรณ ไปอยู่ที่อื่นกัน เช่น ไปอยู่ใน จ.ตาก, เชียงใหม่, สุโขทัย, โคราช, สระบุรี, พิษณุโลก, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, อุทัยธานี, ชัยนาท, นครสวรรค์ ....

ผมก็ภมรพลเหมือนกันครับ ถามต่ออีกนิดหนึ่ง ย่าสุขไปแต่งงานกับคน นามสกุลอะไรครับ


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:30:42 น.  

 
นอกจากเรื่องยกพวกตีกันเป็นนักเลงแล้ว ท่านคงลืมเล่าถึงตำนานซ่องโสเภณีเมืองสุพรรณ เพราะในตัวจ.สุพรรณมีไม่กี่ตระกูลหรอกครับที่เกี่ยวข้อง


โดย: NickyNick วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:25:54 น.  

 
บางสิ่งบางอย่าง เขาก็ไม่ค่อยเล่าให้ฟังหรอกครับ นางไสว เมียนายขวัญชัย ให้คนอุ้มไก่ ๓ ตัวไปเล่น หรือใครกินเหล้าเมายา ติดฝิ่นสูบกัญชา เขาไม่ยอมเล่าประวัติส่วนไม่ดี คงเหมือนงานศพนั่นล่ะ ใครตายไปแล้วเป็นคนดีหมด ไม่ต้องขุดขึ้นมาว่ากัน

พอดีมีข้อมูลเกี่ยวกับ "รางทอง" และมีชื่อของนางปุย ญาติของนางแพ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า เพราะสามีของนางปุย ชื่อตาหร่าย และบ้านอยู่ไผ่หมู่

บ้านรางทองบน อยู่ด้านหลังของบางแม่หม้าย หรือแถววัดอินทสราวาส ที่นายอินและนางวาดสร้างไว้ มีอีกบ้านหนึ่งเขาเรียกว่า "รางทองล่าง" คือแถววัดสว่างอารมณ์ ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า "ไผ่ขอม" รางทองบนอยู่ในบางปลาม้า รางทองล่างอยู่ในสองพี่น้อง

วัดสว่างอารมณ์ (บ้านรางทองล่าง) มีเจ้าอาวาสนามสกุล อรุณฉาย, หงส์โต เป็นต้น สืบได้ความว่า เป็นชุมชนใหม่ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่อยู่ในราว ๑๐๐ ปีนี่เอง ผู้คนที่มาช่วยสร้างวัดก็มาจาก ๑.ไผ่หมู่ (ตำบลบางลี่) ๒.บางแม่หม้าย ๓.บ้านกุ่มและคลองในตำบลบางสะแก สรุปว่าเป็นวัดที่คนบางปลาม้าและสองพี่น้องร่วมกันสร้าง

ตั้งวัดเมื่อราว ๒๔๖๒ โบสถ์เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ และผูกพัทธ เมื่อ ๒๔๙๒ โดยพระอาจารย์ผึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้าง ร่วมกับพระอาจารย์ปริก อินทศร และอาจารย์ภูมิ อรุณฉาย (อรุณฉาย เป็นพวกก๊กบ้านกุ่ม ขุนกุ่มกิจราษฎร์หรือกำนันเทียน)
ภายในโบสถ์มีชื่อเจ้าภาพพร้อมรูปภาพใส่กรอบ เขียนไว้ดังนี้ (ส่วนในวงเล็บ เติมให้เท่าที่สืบรู้นามสกุล)

๑.นายชื่น นางพริ้ง อำเภอสองพี่น้อง
๒.นางปุย โยมอาจารย์ผึ่ง บ้านตำบลบางลี่
๓.นางภู บ้านตำบลบางลี่
๔.นางอยู่ โยมอาจารย์ปริก ตำบลบ้านกุ่ม (นามสกุล อินทศร นางอยู่หรือทองอยู่ แต่งกับตาปุย อินทศร นางอยู่เดิมภมรพล เป็นน้องสาวของนางกุ ภมรพล (+ตากล่อม ทองประเสริฐ มีลูกชื่อตาชุ่ม ซึ่งไปแต่งกับยายเนื่อง สถาปิตานนท์ อยู่ใกล้โรงสีบ้านโพธิ์)
๕.นายผ่อง นางชม บ้านตำบลบางลี่
๖.นายอยู่ นางมิ่ง บ้านตำบลบางลี่ (นามสกุล เทพสุธา )
๗.นายเล็ก นางเหลี่ยม บ้านตำบลบางลี่
๘.นายชื่น นางเคลื่อน บ้านบางแม่หม้าย (ว่าเป็นพ่อแม่ของกำนันบุญมี หงษ์โต และต่อมาเปลียนนามสกุลใหม่)
๙.นายเรียน นางยอม บ้านในคลองตำบลบางสะแก
๑๐.จีนหลี นางบู่ บางสะแก (นามสกุล สุขเกษม)

และที่ฐานพระพุทธรูปเล็กองค์หนึ่งในโบสถ์มีชื่อ “พ่อกล่อม แม่ทองคำ พ่อม่วง แม่บุนนาค"

ถ้ามีนามสกุลของท่านเหล่านี้บอกไว้ ก็จะทำให้ทราบประวัติดียิ่งขึ้น พอดีมีชื่อนางปุย แม่ของพระอาจารย์ผึ่ง คนไผ่หมู่หรือบางลี่อยู่ด้วย จึงแจ้งข้อมูลให้ทราบความคืบหน้าบ้าง
ส่วนประเด็นไหนที่ไม่ตอบ แสดงว่ายังไม่มีข้อมูลใหม่เพิ่ม


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.186.127 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:28:32 น.  

 
เมื่อเดือนมีนาคม ลุงวิเชียร สุวรรณศร อายุ ๙๐ กว่า ก็ลาลับจากโลกไป

เดือนพฤษภาคม ๕๓ มีเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมือง จนเกือบจะลืมไปว่า มีผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในฐานะใดฐานะหนึ่งสูญชีวิตไป และทำการเผาไปเรียบร้อยแล้ว เท่าที่ทราบมีดังนี้
๑. ลุงวงศ์ ธูสรานนท์ อายุ ๘๗ ปี บุตรชายของลุงปลั่ง (+นางปลั่ง) หลานชายของลุงฉาย (+หว่าง) เหลนชายของนายกลั่น (+นางน้ำผึ้ง)

๒. ลุงบุญปลูก สังขพิชัย อายุ ๗๘ ปี บุตรชายของขุนพิชัยบท กำนันเขียน (+.....) หลานชายของย่าหยา (+ปู่สิน) และเหลนชายของนายกลั่น (+นางน้ำผึ้ง)

ทั้ง ๒ ตั้งศพอยู่ในศาลาวัดโคกโคเฒ่า และเผาไปเรียบร้อยแล้ว

และ ๓. นางพวง อายุ ๙๓ ปี ภรรยาของนายอับ ภมรพล สะใภ้ลาดอีว้า (นามสกุลเดิม ไม้หอม) นายอับเป็นลูกชายของกำนันโก๋ ภมรพล กำนันบ้านช้าง ซึ่งเป็นบุตรของนายจัน (+นางสำริด บุตรขุนศรีสงครามกับนางทรัพย์) สายตระกูลนายอับ นางพวง มีลูกชาย ๔ ลูกหญิง ๑ ต่างไปตั้งถิ่นฐานตามจังหวัดต่างๆ แต่บ้านเกิดเมืองนอนคือก๊กบ้านโพธิ์บ้านกุ่ม ใช้นามสกุลติดตัวว่า ภมรพล

นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา จะรู้หรือไม่รู้ มันก็เกิดขึ้น และดับไป


โดย: สะพานเขียว IP: 117.47.190.39 วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:04:51 น.  

 
ย่าสุขแต่งงานกับคนตระกูลศีรอ่ำดี มีกี่คนผมไม่ทราบแต่รู้ว่ามีนายประทุม ศรีอ่ำดี มาได้เมียที่รางหวาย มีลูกชายชื่อ นายทิพากร ศรีอ่ำดี วึ่งย่าสุขเลี้ยงมาตั้งเล็ก ส่วนนายประทุม นั้นได้เสียชีวิตนานแล้ว


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.146 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:17:21 น.  

 
สะพานเขียวผมอยากรู้จัก นายทหารยศพันเอกกฤษฎ์วิช ภมรพล รอง.ผอ.กองกำลังทหารพราน ทภ.1 เขามาสายใหน


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.146 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:23:45 น.  

 
"ศรีอ่ำดี" เป็นนามสกุลทางย่านแม่น้ำบ้านกุ่มบ้านโพธิ์ ปัจจุบันมียายแกร่ง ศรีอ่ำดี อายุ ๙๐ กว่า ก๊กบางแม่หม้าย บอกว่าพ่อเป็นคนบ้านโพธิ์ แต่งงานกับแม่คนบางแม่หม้าย แกจึงมาเกิดและอยู่บางแม่หม้าย ส่วนหนึ่งขึ้นไปตั้งรกรากหรือทำมาหากินแถวศรีสำราญบ้าง ทุ่งกระเจ็ดบ้าง ขึ้นไปหากินบนที่ดอน บางส่วนก็เป็นคนดี บางส่วนก็ร้าย ตามชตากรรมลิขิต

ภมรพลที่ไปเป็นตำรวจและทหารหลายคนครับ หลายสายด้วยกัน ผมไม่ทราบว่าท่านผู้พันกองบูรพา กฤษฎ์วิชญ์ ภมรพล มาสายไหน ถ้ารู้ชั้นสูงขึ้นไปอีกชั้นหรือสองชั้น คงคลำทางได้ถูกครับ


โดย: สะพายเขียว IP: 10.64.1.76, 202.28.52.3 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:18:26 น.  

 
จากการตรวจสอบผมทราบว่า พ.อ.กฤษฎ์วิชญ์ ภมรพล บิดาท่านชื่อ นายสุนทร


โดย: จ่าโย่ง IP: 202.69.141.27 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:05:05 น.  

 
ถ้าพ่อของพันเอกกฤษฎ์วิชญ์ ภมรพล ชื่อนายสุนทรจริง แต่ผมไม่ทราบว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ต้องสอบขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ที่พอทราบคือ
มี ๓ คนที่มาจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรี คงเป็นแถวบ้านกวย แถวโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแถวนั้นแหล่ะครับ ย้ายไปอยู่แถวโพธิ์อ้น ศรีสำราญ ชื่อปู่คำ, ปู่ชุ่ม, และยายผิว คือเป็นสายของปู่โชตินั่นเอง

ถ้าพ่อของผู้พันชื่อนายสุนทร ต้องถามว่านายสุนทร เป็นลูกของ "นายแสวง ขาวประเสริฐ" ซึ่งไปอยู่แถวกาญจน์ หรือเปล่า นายแสวงไม่ใช้ภมรพล แต่ปู่คำเลี้ยงนายสุนทรมาจึงให้ใช้ "ภมรพล" เพราะเป็นหลานที่เลี้ยงมา ลูกจริงของปู่คำชื่อตาคุ้ยกับนางทองหยด (ว่ามีกัน ๒ คน) นายสุนทรไม่ใช่ลูกของปู่คำ แต่เป็นลูกบุญธรรมหรือที่ปู่คำเลี้ยงมา ตาคุ้ย ภมรพล เป็นลูกจริงและมีอาชีพเป็นตำรวจ คงเกษียณแล้ว ว่าไปอยู่แถวไทรโยค ไม่รู้ว่ายศอะไร จ่าโย่งน่าจะรู้จักเพราะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ถ้ารู้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็บอกกันบ้าง

คือต้องย้อนถามว่า นายสุนทรเป็นคนจากแถวรางกร่าง หรือขื่อชนก วัดใหม่เพชรรัตน์ ตำบลศรีสำราญหรือเปล่า ถ้าใช่ก็คือบุคคลเดียวกันครับ

เท่าที่พอทราบว่า ปู่คำเป็นน้องปู่ชุ่ม จะเป็นคนละพ่อหรือคนละแม่หรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่มาด้วยกัน ๓ คน คือ ปู่ชุ่ม ภมรพล (+ย่าป้อง จันทร์เรือง), ปู่คำ ภมรพล (แต่งกับใครไม่ทราบ) และยายผิว (+ตานุช ผิวเหลือง)


โดย: สะพายเขียว IP: 10.64.1.76, 202.28.52.3 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:56:04 น.  

 
"....๖.นายอยู่ นางมิ่ง บ้านตำบลบางลี่ (นามสกุล เทพสุธา )..."
นามสกุล "เทพชำนิ" ครับ
นางมิ่ง กำเนิดในสกุลจงสมจิตต์ เป็นน้องสาวของก๋งแดง ซึ่งเป็นชวดนายปลิว(+นางปรุง สายสกุลภมรพล)
ลูกบุญธรรมของตาอยู่ยายมิ่ง แต่งกับตาเป๊ะ เทพสุธา (เป็นลุงของคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา)
แม่ของตาเป๊ะ ก็กำเนิดในสกุลจงสมจิตต์เช่นเดียวกัน ซึ่งก๊กนี้ต้นสายจะอยู่เหนือวัดสารภี

หนังสืองานนางแข ภมรพล เท่าที่เห็นผ่าน ๆ มี 2 เล่ม เผาปี 2481 อายุค่อนข้างยืนสำหรับคนสมัยนั้นครับ



โดย: NickyNick วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:16:00:57 น.  

 
นางปุย มารดาของหลวงพ่อผึ่ง บ้านไผ่หมู่ ตำบลบางลี่ ใช้นามสกุลว่า "มอญเก่า" ยังสืบไม่ได้ว่าเป็นนามสกุลใหม่ หรือดั้งเดิม ที่พอทราบคือหลวงพ่อผึ่งมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อนางเปลี่ยน ไปแต่งกับนายเลียบ ภมรพล คนบ้านกุ่มใต้ อยู่ที่ไผ่หมู่เช่นกัน เท่าที่ทราบมาหลวงพ่อผึ่งมีน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อนางแข (ชื่อเหมือนกันกับนางแข นางบรรเทาทุกขราษฎร์)

นางแข (นางบรรเทาฯ) อายุครบ ๘๐ ปี ในรูปภาพที่บ้านกุฏีทองเขียนหน้ารูปไว้เช่นนั้น สมัยก่อนเก็บศพไว้นาน กว่าจะเผาได้ ถ้ามีหนังสือก็คงจะไล่ลำดับญาติได้ง่ายยิ่งขึ้น หากมีข้อมูลในหนังสือที่จะแชร์ร่วมกันได้ คงจะดีไม่น้อย

มีข้อมูล สายตระกูล "หลวงไชยราชรักษา" ปลัดเมืองสุพรรณบุรี รับใบแต่งตั้งเป็นหลวงไชย เมื่อ ร.๕ ขึ้นครองราชย์ได้ ๖ วัน (พ.ศ.๒๔๑๑) แต่เป็นต้นสกุล "ไชยพันธุ์" หรือ "ชัยพันธุ์" หากจะแลกเปลี่ยนกับข้อมูลนางแข ก็ยินดีที่จะแลกเปลี่ยน เพราะทางสายไชยพันธุ์นี้ก็บอกว่า "ภมรพล สุนทรวิภาต และสุวรรณศร" เป็นญาติสนิทกัน แต่เขาอธิบายไม่ได้ว่าเป็นญาติอย่างไร



โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.27.134 วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:19:14:01 น.  

 
แก้ไข "หลวงพ่อผึ่งมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อนางเปลี่ยน" ที่ถูกเป็น มี "พี่สาว" ชื่อนางเปลี่ยน


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.27.134 วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:19:19:00 น.  

 
ตาคุ้ย ภมรพล ผมยังไม่รู้จักผมอาจจะเป็นตำรวจรุ่นหลังผมอยากทราบ ตาคุ้ย อายุประมาณเท่าไร ผมจะสืบค้นให้


โดย: จ่าโย่ง IP: 180.180.154.35 วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:14:36:47 น.  

 
ตาคุ้ย ภมรพล ว่าเกษียณอายุราชการตำรวจแล้ว อายุต้อง ๖๐ ปีขึ้นไป นายสุนทร ภมรพลขึ้นไปอยู่แถวที่ไทรโยคด้วย ส่วนตาคำนั้นอายุรุ่นเดียวกับหลวงปู่อินทร์ วัดขื่อชนก ถ้าอยู่ก็ ๑๑๕ ปีกว่ามั่ง

กลับไปบ้านสารภีหน่อย หลวงพ่อเทพ (เมฆสุทัศน์) ซึ่งมีแม่ชื่อเจิม สายตระกูลภมรพล เรียกว่า ป้าทิม ซึ่งเป็นแม่ของคุณหญิงแจ่มใส (เลขวัต) ส่วนแม่ของป้าทิมหรือทับทิม จะชื่ออะไรและใช้เทพสุธาหรือเปล่า ผมไม่ทราบ ทราบแต่ว่า คุณหญิงเรียกหลวงพ่อเทพว่า "หลวงน้าเทพ" และก็เคยได้ยินคุณหญิงพูดเองว่า "เราเป็นญาติกัน แต่ไ่ม่ค่อยได้ทักทายกัน" ไม่ทราบว่าเป็นญาติกันอย่างไร กับแม่เจิม เมฆสุทัศน์

ไม่ค่อยสบายใจนักที่ตึกคุณหญิงเพ็ง ถูกรื้อออก เหลือแต่ป้ายเป็นอนุสรณ์ และไม่อยากเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ยิ่งมีเล็กมีน้อยก็ไม่ค่อยถูกใจ จึงไม่ค่อยอยากเอ่ยถึง

ไปหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เพื่อค้นดูหนังสืองานศพ ในห้อง ๒๑๔ ปรากฏว่า ไม่มีชื่อหนังสือ "งานศพ ของนางบรรเทาทุกขราษฎร์ (นางแข ภมรพล)" หากจะแนะนำว่าไปค้นหาหนังสือดังกล่าวได้ที่ห้องสมุดใด ก็จะลองไปตามดู หรือระบบสืบค้นเขาไม่ดี แต่ให้บรรณรักษ์เขาค้นหาดูแล้ว หาไม่พบ
นางแข เก็บศพไว้หลายปี ไม่รู้เหมือนกันว่ากี่ปี ดีที่รู้ว่าเผาปี ๒๔๘๑ ลองค้นหาหนังสือที่บ้านกุฏีทองก็หาไม่พบเช่นกัน


โดย: สะพายเขียว IP: 58.9.178.61 วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:19:42:42 น.  

 
ไวจริงเลยครับ ได้ไปถึงหอสมุดแห่งชาติแล้ว คงจะมีทีมงานหลายคน
สำหรับเรื่องแลกเปลี่ยนข้อมูล แค่คุย ๆ กันในนี้ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เดี๋ยวผมจะบอกให้ตอนท้าย ผมเคยมีความรู้สึกหวังลึก ๆ แบบนี้มาก่อน แต่ก็แทบจะไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรจากตรงนี้ เลยเลิกหวังมานานแล้ว พอคุณสะพายเขียวเข้ามา ก็รู้สึกว่าเป็นผู้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถามอะไรก็ตอบไว หรือถ้าไม่รู้ ก็ค้นหาข้อมูลได้ไวเกินปกติ จึงเดาเอาว่ามีทีมงานดี

ข้อมูลหลวง(หรือ)พระไชยราชรักษาและสายญาติพี่น้อง ผมก็พอรู้มาบ้าง และยังพอรู้เรื่องที่เขาไม่เขียนให้ปรากฏ แต่คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบอกกันตรงนี้ ถ้าท่านมีใบแต่งตั้งก็ดีครับ ผมรู้เรื่องการแต่งตั้งเพียงที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มสีเลือดหมูที่พิมพ์ปี 2521 เท่านั้น ซึ่งเล่มนี้ เชิงอรรถที่กรมศิลปากรทำไว้ เท่าที่ผมทราบมีผิดหลายจุดเลยครับ คนนั้นๆ จึงอาจไม่ใช่คนที่เขาระบุไว้ แต่ตรงของพระไชยราชรักษาไม่น่าจะผิด


เคยอ่านที่เจ้าพระยายมราชเคยเขียนไว้เกี่ยวกับสามตระกูลขุนนางเมืองสุพรรณ คือพระยาสุนทรสงคราม(สุนทรวิภาต) พระไชยราชรักษา แล้วก็หลวงศรีราชรักษา ว่าตอนหลัง ๆ ถึงรุ่นลูกหลาน ไม่สามารถรักษาสถานะความร่ำรวยไว้ได้ เป็นเพราะทางการเปิดให้มีบ่อนพนัน จึงเป็นแนวคิดให้ท่านไม่ยอมให้มีการเปิดบ่อนในมณฑลทางใต้ที่ท่านปกครองอยู่
สำหรับหลวงศรีราชรักษาท่านนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นท่านใด จะใช่ที่นามสกุล วีระศิริ หรือเปล่าก็ไม่ทราบ


โดย: NickyNick วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:11:11:21 น.  

 
สำหรับคุณหญิงแจ่มใส เป็นญาติอย่างไรกับพระสุวรรณวุฒาจารย์ ผมก็สางไม่ถึง
รู้แต่ว่า คุณหญิง มีปู่เป็นแพทย์สมุนไพรจีนมาตั้งรกรากที่นครไชยศรี ย่าเป็นลูกหลวงตาวัดสะพานสูงปากเกร็ด คงจะมีเชื้อมอญ ลูกผู้พี่ของท่านสองคน เกิดปีเดียวกับหลวงพ่อเทพ เป็นนักเคลื่อนไหวใต้ดินและบนดินระดับหัวหน้า
ส่วนมารดาคุณหญิง อายุน้อยกว่าแม่หลวงพ่อเทพเล็กน้อย ตาของคุณหญิงมาจากสายเทพสุธา มารดาสายจงสมจิตต์ บ้านเดิมอยู่เหนือวัดสารภี ซึ่งเจดีย์บรรจุกระดูกของยายท่าน กับเจดีย์ของพี่สาวยายคือยายตาล ที่แต่งกับตาพลบ ทรัพย์สินพันธ์ สร้างเป็นเจดีย์รูปร่างสวยงามคล้าย ๆ กัน ตั้งติดกันที่ใกล้โบสถ์วัดสารภี เพิ่งถูกไถทิ้งไปไม่นานมานี้ เพื่อสร้างอาคารคลุมช้างเอราวัณกับอาคารประกอบ ในนั้นมีแผ่นคอนกรีตเขียนชื่อบรรพบุรุษขึ้นไปอีกหลายชั้น แผ่นนั้นน่าจะหายไปเสียแล้ว
ตาพลบยายตาล ทรัพย์สินพันธ์ มีลูกสาวเยอะ ส่วนใหญ่ขายทองในตลาด เหลนคนหนึ่งที่รู้จักกันดีคือ ทนง พิทยะ(ลำใย)

เกือบลืมบอกไปครับ ผมลองเสิร์ชหาหนังสือสองเล่มนี้ ของหอสมุดแห่งชาติก็มีครับ ท่านลองใช้คำค้นสั้น ๆ ว่า "แข" หรือ "แข บรรเทา" ก็เพียงพอแล้ว ยืนยันว่าระบบสืบค้นที่นี่ดีมาก

ต่อไปนี้ นาน ๆ ผมคงจะมาอ่านที่นี่ทีหนึ่งครับ เพราะต้องวุ่นวายกับปัญหาเศรษฐกิจที่ทำอะไรมันก็ลำบากขึ้น แล้วครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ความรับผิดชอบก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว


โดย: NickyNick วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:11:24:43 น.  

 
พระไชยราชรักษา คือ อุ่ม ไชยพันธุ์/ชัยพันธุ์ เลื่อนตำแหน่งจากหลวงแพ่งเป็นพระไชยราชรักษา ปลัดเมืองสุพรรณบุรี มีหน้าที่ช่วยงานพระยาสงครามสงคราม (แจ่ม สุนทรวิภาต) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองสุพรรณ ใบตราตั้งลูกหลานเก็บไว้ หอจดหมายเหตุสุพรรณขอสำเนาไปเก็บไว้ด้วย เป็นใบตราตั้งที่สมบูรณ์มากที่สุด เสียดายที่ยังไม่เคยเห็นใบตราตั้งของผู้อื่นเลย ยิ่งตั้งเมื่อวันที่ ๖ หลัง ร.๕ ขึ้นครองราชย์ ดีไม่ดีอาจจะเป็นใบแต่งตั้งใบแรกที่ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็ได้ ส่วนหลวงศรีราชรักษาก็ต้องเป็นพระยาปุย เพราะปรากฏชื่อในผู้ซื้อบ้านยะมะรัชโชจากนายบัว เป็นหลวงศรีราชรักษา ต่อมาก็เลื่อนเป็นพระยาสุนทรสงคราม (ปุย) ผู้สืบทอดบ้านตระกูลยะมะรัชโช เป็นพวกตระกูลสุวรรณศร ก็ฟันธงไปอย่างนี้ คิดว่าไม่ผิดแน่ สรุปว่าที่พูดถึงบ่อนเบี้ย ๓ สกุลดังในสุพรรณ คือ สุนทรวิภาต, ไชยพันธุ์ และสุวรรณศร

บ้านพระไชยราชรักษา คือท่าเรือเมล์สุพรรณ จากสะพานอาชาสีหมอก เป็นบ้านยะมะรัชโช เป็นกลุ่มพวกสุวรรณศร มีถนนบัวคลี่คั่น แล้วเป็นพวกสุนทรวิภาต แล้วจะเป็นบ้านท่าเรือเมล์ ซึ่งเป็นที่พวกบริสุทธิ์และสิงห์สุวรรณอยู่นั่นแหละ

เจดีย์ทรงกลมวัดสารภียังอยู่ แต่ไม่ใช่ที่ตรงศาลาเอราวัณ ข้างหน้าเขียนชื่อเจ้าภาพสร้างมีรายสกุลที่จำได้ เช่น จงสมจิตต์, สุดโต, จิ๋วฉายพันธุ์.... แต่เข้าไปดูข้างในแล้ว หมดหวังในการที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม

ที่จริง ไปดูห้องสมุดตึก ภปร.วัดบวรนิเวศ เพื่อขอดูหนังสืองานศพด้วย ปรากฏว่าหนังสืองานศพ เขาค้นย้ายออกไปเก็บที่ตำบลศาลายาหมดแล้วหรือไง ไม่ทราบ แต่ตึก ภปร.กำลังซ่อมแซมอยู่ หวังหมดในห้องสมุดหนังสืองานศพที่ว่ามากที่สุด และมีการแอบลักขโมยออกขายข้างนอกกัน ตามที่เป็นข่าว


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.138 วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:14:57:38 น.  

 
ไม่ใช่เจดีย์ใหญ่อันนั้นครับ
ของตาพลบยายตาล กับยายของคุณหญิง เป็นอันเล็ก ๆ ถูกเกรดทิ้งไปหมดแล้ว ก่อนนี้เคยเห็นแท่งคอนกรีตจารึกชื่อพิงระเกะระกะอยู่ ตอนนี้ควรจะหายไปแล้ว
เจดีย์อันใหญ่นั้น เป็นของพวกลูกก๋งพิน จงสมจิตต์ ก๋งพินก็เป็นน้องชายถัดจากยายมิ่ง(+ตาอยู่ เทพชำนิ)ที่ท่านเคยกล่าวถึงนั่นแหละ ในเจดีย์ใหญ่นั้นพวกญาติพี่น้องลูกหลานสายอื่นใกล้เคียงก็ได้อาศัยเอาโกศกระดูกมาเก็บไว้ในนี้ด้วย ไม่รู้ตอนนี้จะเหลือสักเท่าไร เพราะพวกขี้ยาชอบมาขโมยทองเหลืองไปขาย

สำหรับพระไชยราชรักษาอุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งคราวนั้น เป็นรุ่นแรก ๆ แต่ไม่ใช่ใบแรก ยังมีขุนนางหัวเมืองคนอื่น กับขุนนางในพระนครท่านอื่นได้รับการแต่งตั้งก่อน ยังไงก็ขอขอบคุณท่านที่มีใจนึกถึง แต่ข้อมูลเท่าที่ผมมีก็เพียงพอแล้ว

ได้อ่านหนังสือของคุณวารุณี โอสถารมย์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณ ตั้งแต่ยังเป็นวิทยานิพนธ์ จนพิมพ์รวมเล่มภายหลัง ได้เขียนเรื่องการแต่งตั้งขุนนางกับผลประโยชน์ตอบแทนทั้งในราชสำนัก และในท้องถิ่น ได้ดีมาก มันก็เป็นแบบการเมืองปัจจุบันที่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ยังไงยังงั้น แสดงว่าวิวัฒนาการการเมืองไทยตั้งแต่เมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน จนถึงตอนนี้ แม้มีการเปลี่ยนตัวผู้รับประโยชน์แล้ว มันก็ไม่พัฒนาอะไรขึ้นมาเลย


โดย: NickyNick วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:15:55:47 น.  

 
ถ้าข้อมูลมีเพียงพอแล้ว ขอถาม เพื่อความกระจ่างแลจะรอคำตอบ

๑. พระไชยราชรักษา อุ่ม มีภรรยาคนที่หนึ่งชื่อ "ปราง" มีลูก ๖ คน ซึ่งลูกคนแรกชื่อนายแสง ไชยพันธุ์ ผู้ช่วยปลัดเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งก็มีเมีย ๒ คน ชื่อนางแก้ว กับนางแดง ถามว่า นางแก้ว เป็นสายตระกูลบุณยรัุตพันธุ์ จริงไหม
๒. น้องสาวของนางปราง เป็นภรรยาคนที่ ๒ ของพระไชยด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าชื่ออะไร พอทราบไหมว่า น้องนางปรางชื่ออะไร
๓. ตาสิน สุนทรวิภาต อาชีพทนายความ ภรรยาชื่ออะไร มีลูกชื่ออะไรด้วย (ถ้าทราบ)
๔. นางแข (นางบรรเทาทุกขราษฎร์) เผาปี ๒๔๘๑ ตายปี ๒๔๗๔ หรือ ๒๔๗๕ และเผาที่วัดท่าโขลง จริงไหม (ขณะที่ถามนี้่ พอดีหนังสือดังกล่าวยังไม่มีอยู่ในมือ) เขาบอกว่าเก็บไว้หลายปี บางคนว่า ๑๐ ปี เพราะไม่มีใครเข้าไปพูดกับพระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) จนกระทั่งปู่เสงี่ยม เมฆสุทัศน์ ต้องเข้าไปพูดเจรจา จึงตกลงเผานางแขได้
๕.ปลัดผล และนางอรุณ จุลละโพธิ เข้ามาเกี่ยวข้องในเมืองสุพรรณอย่างไง

ขอเฉลยข้อที่ทราบ ครั้งเมื่อถามนามสกุลสมเด็จพระสังฆราชป๋า (ปุ่น) ชาวสองพี่น้องนั้น ในตอนที่ถามไม่ทราบจริงๆ แต่ตอนนี้ได้คำตอบแน่ชัดแล้วว่า นามสกุล "แซ่เจี่ย" มีเชื้อสายเป็นจีนแคะ ก่อนที่จะมาเป็น "สุขเจริญ"


โดย: สะพายเขียว IP: 61.90.85.28 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:9:02:32 น.  

 
ฝากถามสะพายเขียว ที่ว่าเจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก (พระมารดาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์) ได้ดีทางผู้หญิง ๑...นั้นมาจากสุพรรณหรือเมืองเพชร


โดย: กลกันฉันเช่น IP: 115.87.207.177 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:15:55:13 น.  

 
ไม่ทราบจริงๆ ครับว่ามาจากสุพรรณหรือเมืองเพชร

ในเมืองสุพรรณ มีเชื้อสายตระกูลอำมาตย์ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เท่าที่ผ่านสายตาบ้าง ก็มี
๑.บุณยรัตพันธุ์
๒.ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
๓.สุทัศนีย์ ณ อยุธยา
๔.พึ่งบุญ ณ อยุธยา
๕.รัตนกุล (พระยาสุนทรสงคราม พัน)
พวกตระกูลเจ้าเมืองผู้ว่าสุพรรณบุรีที่ส่งมา เพราะเคยมีธรรมเนียมว่า ต้องให้คนนอกมาปกครอง พอรู้ข้อ ๑ และข้อ ๕ บ้าง นอกนั้นไม่ค่อยรู้

ขอเล่าเรื่องประสบการณ์คนนอกเข้ากรุงนิด เมื่อเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ พออาจารย์รู้ว่ามาจากสุพรรณ ท่านก็พูดขึ้นว่า "ไปสุพรรณ ๓ วันก็รวย ขาไปขี่ม้าขามาขี่กล้วย" ทีแรกนึกว่าท่านพูดล้อเป็นคำคล้องจองกันดี แต่เพิ่งมาทราบความหมายแท้จริงว่าหมายถึงอะไร เพราะเมืองสุพรรณมีเล่นการพนันกันมาก


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.31.228 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:18:25:06 น.  

 
เห็นเป็นเรื่องเมืองเพชร ขอต่อเติม ขอแก้ไขความเข้าใจผิด ในเนื้อความที่เคยส่งไป เมื่อราวเดือนเมษายน เกี่ยวกับพระศาสนโสภณ (แจ่ม)

ขอคัดลอกเนื้อความที่สมบูรณ์มาใหม่ เพราะหนก่อน เนื้อความบางท่อนตกหล่นไป จนก่อให้เกิดเข้าใจผิดได้

"วัดมกุฏกษัตริยาราม ถือเอาวันที่ 24 พฤศจิกายน เป็นวันบำเพ็ญกุศลถวายอดีดเจ้าอาวาสทุกองค์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2489 เป็นต้นมา และเปลี่ยนเป็นวันที่ 18 ธันวาคม เมื่อปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา
อนี่ง ชีวประวัติของท่านที่น่ารู้ซึ่งท่านได้เล่าให้ศิษย์บางคนฟัง หรือที่ปรากฏเป็นการภายใน ถ้าไม่เขียนไว้ ก็ฅงจะสาบสูญไปเสีย จึงขอนำบางเรื่องมาเขียนเพิ่มเติมไว้ในที่นี้ ดังต่อไปนี้

1 ตระกูลเดิม ท่านเล่าว่าบิดาของท่านนั้นเป็นชาวสุพรรณบุรี ปู่ชื่อขาว เป็นน้องชายของปู่เจ้าพระยายมราช( ปั้น สุขุม) เปรียญทวดเดียวกัน เป็นตระกูลกรมการเมืองสืบกันมา ถือศักดินาที่มีศักดิ์และมีนาจริงๆ ไม่ใช่มีแต่ศักดิ์ ไม่มีนาเหมือนขุนนางเดี๋ยวนี้ จะว่าเป็นลูกชาวนาก็ถูกเหมือนกัน ท่านเล่าต่อไปว่าพวก(ญาติ) ของท่านเข้ามาได้ดี 3 คน คือ ท่านได้ดีทางพระ ๑ เจ้าพระยายมราชได้ดีทางราชการ ๑ เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก ( พระมารดาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ) ได้ดีทางผู้หญิง ๑ ฉะนั้น ท่านกับเจ้าพระยายมราชจึงรักใคร่นับถือกันฉันญาติตลอดมา

2 ชื่อ ท่านเล่าว่าท่านมีชื่อตามลำดับถึง 3 ชื่อ คือทีแรกเขาเรียกกันว่า “ จ่า” เพราะเมื่อเป็นเด็กชอบเล่นเป็นจ่าเพื่อน จ่าฝูง ภายหลังเขาเรียกกันว่า “ แปลก” เพราะชอบเล่นอะไรแปลกๆ ต่อมาเมื่อเป็นสามเณร จึงชื่อ “ แจ่ม” ท่านได้แต่งกลอนไว้ว่า “ เดิมชื่อแปลก แรกจ่า มาชื่อแจ่ม”

3 นามสกุล ท่านเล่าว่าปู่ของท่านชื่อว่าขาว ตาชื่อคง แต่เมื่อพระประสานพันธุกิจ (จอน) น้องของท่านขอพระราชทานนามสกุล เอาชื่อตามาเป็นชื่อปู่เสีย จีงได้รับพระราชทานนามสกุลว่า “ ถาวรบุตร” ท่านว่า ถ้ากราบบังคมทูลไปถูกว่าปู่ชื่อขาว ก็คงจะพระราชทานนามสกุลขึ้นต้นว่า “เศวต” (แปลว่า “ขาว” ) อะไรสักอย่าง

เนื้อความที่ขอแก้ไขคือข้อ ๓ ปู่ของท่านชื่อว่าขาว เนื้อความที่เคยตกไปคือ "ตาชื่อคง" ฉะนั้น ถาวรบุตร ได้รับพระราชทานตามชื่อตา คือ "ถาวร" ซึ่งเท่ากับ "คง" ทั้งๆ ที่ปู่ชื่อขาว

และท่านว่า ปู่ขาวเป็นน้องของปู่พระเจ้ายมราช ซึ่งก็คือปู่เรือง (ตรงนี้ ผมว่าเอง เพราะหลักฐานที่ค้นพบใหม่ จากโฉนดที่ดินของนางแขบรรเทาทุกขราษฎร์ (แข ภมรพล) ที่ระบุว่า พ่อชื่อเรือน และแม่ชื่อแจ่ม)


โดย: สะพายเขียว IP: 114.128.31.228 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:18:48:16 น.  

 
ช่วยหาประวัตและรายละเอียดของต้นตระกูลสถาปิตานนท์ให้หน่อยน่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ วุ้นค่ะ


โดย: ว้นค่ะ IP: 58.147.126.148 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:14:53:58 น.  

 
สถาปิตานนท์ แปลว่า "ชอบสร้าง" ต้นตระกูลชั้น ๑ ชั้น ๒ และ ชั้น ๓ มีดังนี้

หลวงวัง (ทองพูน) + นางทองสุข มีลูกชายที่ทราบ ๒ คน คือ

๑. หลวงนาสิงห์โต
๒.หลวงพรหมสุภา (บุญรอด) นายอำเภอคนแรกของ อ.บ้านทึง (คือสามชุก ไปดูชื่อที่อำเภอสามชุก คนที่หนึ่งจะเห็นชื่อของหลวงฯ รอดท่านนี้)

หลวงนาสิงห์โต บ้านคงอยู่ที่บางแม่หม้าย เรียกว่าสายบางแม่หม้าย มีภรรยา ๒ คน ชื่อนางสัมฤทธิ์ และนางตาล เขาไม่ได้ระบุว่าบุตรคนไหนเกิดจากภรรยาคนไหน แต่มีบุตรที่ทราบชื่อ ๔ คน คือ
๑.ขุนโภชสาลี (ถม สถาปิตานนท์) แต่งงานกับนางอิ่ม มีลูก ๘ - ๙ คน คนหนึ่งชื่อนางเนื่อง ไปอยู่ที่บ้านโพธิ์ ซึ่งไปแต่งกับนายชุ่ม ทองประเสริฐ (ลูกชายของนางกุ ภมรพล)
๒.หลวงเทพบุรี ที่ได้เลื่อนเป็นหลวงอุภัยภาติกเขตร์ และเลื่อนเป็นพระ และพระยา ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า "สถาปิตานนท์" มีความดีความชอบมากมาย เป็นที่โปรดปราน เช่น ความดีที่เกิดจากสร้างพลับพลาถวายที่ประทับให้ ร.๖ ที่ตำบลบ่อสุพรรณ อันเป็นที่มาแห่งคำว่า "ไชโย" พระยาฯ เอี่ยมมีภรรยาหลวงชื่อ "คุณหญิงเยื้อน ตึกดี" คนอำเภอเก่าสองพี่น้อง มีลูกชายที่มีชื่อเสียงชื่อหลวงชาญภูเบศร์ และคุณฉอ้อน อดีตผู้จัดการธนาคารออมสิน และท่านพระยาฯ ยังมีอีกหลายคน
๓.นายอ่วม ซึ่งมีลูกชายคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงดี ชื่อพระไผทราชสถาปิต (ประชิต สถาปิตานนท์) ส่วนที่ไปเกี่ยวกับสายสุขุม เพราะนายอ่วมไปแต่งกับนางคลี่ บุตรของกำนันคล้ำ ธูสรานนท์ ซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
๔.นางปุย

ส่วนสายหลวงพรหมสุภา (บุญรอด) บ้านอยู่ในเมือง ข้างถนนตก แถวข้างวัดปราสาททอง ติดแม่น้ำท่าจีน มีภรรยาคนเดียวที่ทราบ ชื่อนางถมยา มีบุตรธิดาด้วยกัน ๓ หรือ ๔ คน คือ
๑. นายปลั่ง
๒.นางคลี่ (นางทำนุนิกรราษฎร์) ซึ่งไปแต่งกับนายอำเภอหลวงทำนุนิกรราษฎร์ (เพลา ณ นคร) มีลูกเพียง ๒ คน ชื่อนางดำเนิน กับนายพนัส นางดำเนินแต่งกับ "ยิ่งเจริญ" บ้านอยู่ที่แถวถนนน้ำตก ลูกหลานเป็นเจ้าของ รร.คุ้มสุพรรณ ส่วนนายพนัส ณ นคร ไปอยู่ทางเชียงใหม่ ทำให้ไม่มี ณ นคร เหลืออยู่ในสุพรรณบุรีอีกเลย เฉกเช่นไม่มีสุขุมอยู่ในสุพรรณบุรี และที่น่าแปลกมากคือในสงขลาก็ไม่มีสุขุมเหลือด้วย เนื่องจากเข้าไปอยู่กรุงเทพฯ กันหมด
๓.ขุนเถลิง (จำปี) สถาปนะวรรธนะ ซึ่งเขาเก็บอัฐิตระกูลไว้ที่วัดไชนาวาส
สายนี้น่าจะมีนายเอม อีกคนหนึ่ง แต่พี่น้องของสายนี้ไม่ค่อยลงรอยกัน เพราะน้อยใจว่านางถมยา ยกทรัพย์สมบัติให้นางคลี่บุตรสาวมากไป ประเภทลำเอียงเพราะรักลูกไม่เท่ากันอะไรปานนั้น ในขณะที่หลวงพรหมสุภา ก็บวชเป็นพระอยู่วัดปราสาททอง

คิดว่าจากจุดนี้ คงค้นหาสายชั้นสถาปิตานนท์ต่อไปได้ แต่อาจจะมีภาคพิสดารมากกว่านี้ ก็ต้องรอผู้รู้ได้มาชี้แนะต่อไป


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.113.226 วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:0:31:15 น.  

 
เข้ามาอ่านโดยตลอดนะครับ ผมได้แรงบรรดาลใจเลยกลับไปถามได้ไปคุยกับคุณพ่อเรื่องนามสกุลของผมว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ได้คำตอบกลับมาว่าคนสมัยก่อนมีลูกมีเมียกันเยอะบางคนมีเมียถึง5คน ไล่ยังๆไงก็ไล่ไม่ถูก พอถามว่า
คนที่อู่ทอง สองพี่น้อง ข้างโรงพยาบาลเจ้าพระยา หน้าอาชีวะ เขาก็นามสกุลเดียวกันกับเรา ได้คำตอบกลับมาว่า ก็รู้ก็เป็นญาติกัน ถ้ามีรายละเอียดหรือประวัติของ นามสกุลสุนทรวิภาต ก็ช่วย รีวิวหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ


โดย: อภิชาติ สุนทรวิภาต IP: 58.137.35.114 วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:14:45:36 น.  

 
พระยาอุภัยภาติกเขตร์ (เอี่ยม สถาปิตานนท์) มีเมียตั้ง ๕ คน ส่วนพระไผทราชสถาปิต (ประชิต สถาปิตานนท์) ก็มี ๕ เมียเหมือนกัน ตรงนี้ต้องยอมรับเปิดใจกว้างกัน โชคดีที่เขาพิมพ์สาแหรกสถาปิตานนท์แจกในงานศพพระไผทฯ เมื่อปี ๒๕๑๐ จึงทำให้ง่ายต่อการสืบหาร่องรอย

สุนทรวิภาตใหญ่มาก ไม่ทราบว่ามีใครทำสาแหรกหรือยัง ที่ทราบมา สุวรรณศร ก็ทำสาแหรกเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้เผยแพร่

ยังสงสัยว่า จูฑะวิภาต นามสกุลของของพระยามนธาตุราช (สุดใจ) ซึ่งเป็นผู้พิพากษา เขาว่ามีแม่ชื่อนางเกิด มาสายเดียวกันหรือเปล่า เพราะเกี่ยวข้องกับมหาชู ชวางกูร พ่อของนายชิต บุรทัต ซึ่งเป็นคนแถวโพธิ์พระยา และพวกนี้มีการไปมาหาสู่กัน อีกทั้งพระยาลักษมัณสุพจน์ (บุญ ศาลยาชีวิน) ตอนเข้าไปเรียนหนังสือก็ไปอยู่แถวถนนตีทอง หน้าวัดสุทัศน์ ก๊กโพธิ์พระยาจึงไม่ใช่ธรรมดา สายผู้พิพากษาสำเร็จปี ๒๔๖๖ มิใช่ธรรมดาจริงๆ

ที่สองพี่น้อง มีก๊กนายฉลวย สุนทรวิภาต, ในเมืองมีนางละออง ภมรพล (ลูกนายเล็ก + นางมอญ) ไปแต่งกับนายประชัน สุนทรวิภาต มีลูก ๖ คน, นางแส ไชยพันธุ์ (บุตรของพระไชยราชรักษา อุ่ม + นางปราง) ก็ไปแต่งกับขุนชำนาญคดี (เจ๊ก สุนทรวิภาต) มีลูก ๘ คน

ที่วัดปราสาททอง มีอัฐิของพวกสุนทรวิภาตหรือผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑.คุณย่าทองดำ สุนทรวิภาต ๒.อัฐิบรรพบุรุษ (อัฐิปนกัน) (รวม ๒ ที่ใส่รวมโถเดียวกัน) เจ้าภาพ คือ นางอุษา สุวรรณเกิด (หลาน) นำมาบรรจุ และอัฐิ ๑.ขุนไพบูลย์หิรัญรักษ์ (พ่อเล็ก สุนทรวิภาต) ๒.แม่ชื้น สุนทรวิภาต ๓.อัฐิบรรพบุรุษ (อัฐิปนกัน) (รวม ๓ ที่ ใส่รวมโถเดียวกัน)

และอัฐิ นางญาณประศาสน์ (ไข่ บุราวงศ์) เจ้าภาพคือคุณสมนึก สุนทรวิภาต (ธิดา) นำมาบรรจุ

วัดประจำตระกูลของสุนทรวิภาต คือวัดประตูสาร ใช่ไหมครับ ถ้าญาติมานั่งคุยกัน และจดบันทึกไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อไป อ้อ พอทราบไหมครับว่า ตาสิน สุนทรวิภาต อาชีพทนายความ บ้านเดิมอยู่แถวเทศบาลปัจจุบันนี้ มาสายไหน แต่งงานกับใคร


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.185.222 วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:21:35:01 น.  

 
ผมเป็นสุนทรวิภาตทั้งทางพ่อและทางแม่ครับ คุณปู่คุณย่าเป็นคนโพธิ์พระยาครับ คุณปู่เป็นคนบ้านสมุน คุณย่าเป็นคนโพธิ์พระยานามสกุลเก่า "เชิดฉันท์" ปู่มีญาติทางสองพี่น้องไปมาหาสู่กัน มาช่วงรุ่นหลังก็ขาดกันไปไม่ได้ติดต่อกัน
สำหรับทางแม่นั้นย้อนไปทางรุ่นทวด ทวดเป็นหลานของหลวงปู่ทวน สุนทรวิภาต อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านกร่างครับ คุณยายผมก็เลยนามสกุลเดียวกันกับพ่อของผมครับ


โดย: อภิชาติ สุนทรวิภาต IP: 58.137.35.114 วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:18:14:57 น.  

 
อย่างน้อยก็เลือดสุพรรณเหมือนกัน ผมนามสกุลจิ๋วเชื้อพันธุ์ มีคุณพ่อชื่อถวิล เกิดปี 2475อยู่ใกล้วัดพิหารแดง พ่อมีพี่น้อง 6 คน อายุปัจจุบัน 78 ปี และย้ายมาอยู่กทม. 40 - 50 ปีแล้ว ส่วนพี่น้องพ่อยังอยู่สุพรรณทุกคน ส่วนปู่ชื่อเติม ย่าชื่อลี้ เสียชีวิตไปนานแล้วทั้งคู่ สำหรับผมได้แฟนเป็นคนเชียงรายจึงย้ายมาอยู่เชียงรายได้ 4-5 ปีแล้ว ปัจจุบันผมรับราชการเป็นปลัดอำเภออยู่ที่จ.เชียงราย อายุผม 36 ปีครับ


โดย: ณัฐสิทธิ์ จิ๋วเชื้อพันธุ์ IP: 123.242.164.137 วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:11:10:53 น.  

 
ก๊กโพธิ์พระยาและพิหารแดง มิใช่ธรรมดาจริงๆ เคยมีญาติสายภมรพลบอกว่า ที่สะแกย่างหมูและมดแดง เป็นญาติกัน ผมสงสัยว่าสะแกย่างหมูนั้นให้ชื่อมาถูกต้อง เพราะเป็นบ้านของภรรยาคนหนึ่งของหลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน) ซึ่งท่านก็ไปสิ้นลมที่บ้านภรรยาที่มีลูกสาวชื่อปราง ซึ่งต่อมานางปรางแต่งงานกับสาย "จันทร์อินทร์" แต่ที่มดแดงคงจะเป็นพิหารแดงมากกว่า เพราะไปสืบดูที่มดแดง ไม่มีภมรพล หรือมีแต่ไม่ทราบก็ได้

ที่ริมคลองสองพี่น้อง มีก๊กใหญ่มากที่สุด คือ สายจันทร์เรือง ซึ่งมีปู่ชื่อ "เรือง" หรือ "แจ่ม" (ขุนภักดีราช หรือขุนภักดีโยธา พ่อของปลัดพินและปู่ของพระพรหมปรีชา) จนได้นามสกุลจากสมเด็จพระสังฆราชกรมพระยาวชิรญาณว่า "จันทร์เรือง" แม้ญาติคนหนึ่งคือขุนนริศรอาสา (กำนันเจิม ตำบลสองพี่น้อง) จะได้นามสกุลพระราชทานจาก ร.๖ ว่า "จันทรดิลก" ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ค่อยได้ใช้นามสกุลพระราชทานกันนอกจากสายกำนันเจิม แต่นิยมใช้จันทร์เรืองมากกว่า เพราะปู่เรือง (ขุนภักดีฯ) และหลานพระพรหมปรีชา (กลิ่น จันทร์เรือง) เคยไปบวชอยู่วัดบวรนิเวศ อีกทั้งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ ร.๔ และกรมพระยาวชิรญาณมาก่อน สายนี้มีปลัดพิน จันทร์เรือง และพระพรหมปรีชา (กลิ่น จันทร์เรือง) ผู้พิพากษาและมีสายเลือดศิลปิน มีสายสัมพันธ์กับคณะละครเร่เป็นหลักใหญ่สำคัญ ปลัดพินถึงกับตั้งโรงเรียนบำรุงพิทยาคาร ในปลายสมัย ร.๕ เพราะปลัดพินมีบรรดาศักดิ์ว่า "หมื่นบำรุงโยธี" ตั้งชื่อโรงเรียนตามนามบรรดาศักดิ์นั้น โดยนำคำว่า "บำรุง" มาคำหนึ่ง

ใกล้ๆ กันกับบ้านใหญ่ริมคลองสองพี่น้องของปลัดพิน เรียกว่าบางใหญ่ เป็นบ้านชุมชนสะพานโค้งในอดีต เป็นบ้านของสมเด็จพระสังฆราชป๋า องค์ที่ ๑๗ (แซ่เจี่ยหรือสุขเจริญ) บ้านหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (มีแก้วน้อย) บ้านของหลวงพ่อหอม (แสงจินดา ซึ่งต่อมานายกมล แสงจินดา หลานหลวงพ่อหอมก็ตั้งโรงเรียนอุภัยภาดาวิทยาลัยขึ้น เมื่อโรงเรียนบำรุงฯ ของปลัดพินเลิกล้มไป) บ้านหลวงพ่อป่วน (ช่างกลึงเหมาะ) เป็นต้น แต่บรรพบุรุษฝ่ายทางแม่ เช่น ชวดขม ชวดฝ้าย ว่าเป็นคนมาจากแถวโพธิ์พระยา ทั้งนี้มีคนยืนยันว่า พระยาลักษมัณสุพจน์ (บุญ ศาลยาชีวิน) ก็เคยไปมาหาสู่กับก๊กสองพี่น้องมาก่อน เพราะเป็นเครือญาติกัน จะไปบ้านหรือเข้ากรุงเทพฯ ต้องมาพักค้างแรมที่บ้านสองพี่น้องก่อน

ทั้งนี้ยังมีพวกนามสกุล "บุญเกิด" ที่บรรพบุรุษทั้งหญิงและชายมาจากโพธิ์พระยา แต่ไปตั้งรกรากที่แถววัดเกาะ ท่าไชย อำเภอสองพี่น้อง

แสดงว่าในอดีตกาล มีการโยกย้ายถ่ายเทของผู้คนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างน่าสนใจ เช่น พวกจันทร์เรืองดั้งเดิม ก็ว่ามาจาก "ท่าเสด็จ" อ.เมือง ไม่ใช่พวกสองพี่น้องแท้ดั้งเดิม แต่อพยพมาทำมาหากินกัน อีกทั้งแม่เพลงทรงเครื่อง เช่น ครูเหม ก็เป็นกลุ่มมอญย้ายมาจากราชบุรี กลุ่มไทยทรงดำที่เรียกว่า "โซ่ง" ก็ย้ายลงมาจากเพชรบุรี



โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:14:29:03 น.  

 
ลืมบอก พ่อบอกว่าตอนบวชให้ปู่ ปีพ.ศ.249....หรือ 250..ต้นๆ ที่วัดหน่อพุทธางกูรนั้น มีสมเด็จป๋ามาเป็นประธาน ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช เป็นที่สมเด็จพระวันรัต ถ้าจำไม่ผิดร่วมกับหลวงปู่ถิรวัดป่าเลไลย์ (เห็นพ่อบอกว่าปู่เป็นญาติกับหลวงพ่อถิร ) และหลวงปู่คำ วัดหน่อฯ บวชอยู่ 1 พรรษา รวมทั้งพ่อเป็นญาติกับพลเรือเอกดิลก ภัทรโกศล (เรียกพี่)ด้วย


โดย: ณัฐสิทธิ์ จิ๋วเชื้อพันธุ์ IP: 123.242.164.137 วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:15:46:37 น.  

 
ในเจดีย์เหลี่ยมวัดสารภี มีชื่อเจ้าภาพสร้างเมื่อปี ๒๕๑๒ ชื่อ นางผูก ประจงกาล , นางมัด จิ๋วเชื้อพันธุ์, นางลิ้ม สุดโต นางไล้ สุริฉาย, นายอินทร์ จงสมจิตร์ และที่เจดีย์เล็กข้างโบสถ์พบเจดีย์ชื่อ นายหลี นางมัด จิ๋วเชื้อพันธุ์

ตระกูล "ประจงกาล" เป็นตระกูลพวกวัดยาง ศรีประจันต์ ส่วน "สุดโต" เข้าใจว่าเป็นพวกสนามชัย แต่ก็มีเจดีย์บรรจุอัฐิตระกูลอยู่ที่วัดวรจันทร์รอบฐานเจดีย์ใหญ่ของหลวงพ่อพริ้งด้วย

อยากทราบว่า นายหลีและนางมัด จิ๋วเชื้อพันธุ์ เป็นญาติกับปู่เติมทางไหน เข้าใจว่าคงเป็นพี่น้อง หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ใช่ไหม

หลวงพ่อถิร เดิมแซ่ตัง ก่อนจะมาเป็นพึ่งเจริญ พอเรือเอกดิลก ภัทรโกศลเป็นหลานลุงกับหลวงพ่อถิร หลวงพ่อถิรเป็นคนโต แม่ผัน (แม่ของดิลก) เป็นน้องสาวของหลวงพ่อถิร

สมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จป๋า พ่อชื่อเน่า แซ่เจี่ย ก่อนจะมาเป็นสุขเจริญ หลวงพ่อสด พ่อชื่อเงิน แซ่จิว (มาจากบางปลา อ.บางเลน นครปฐม) ญาติฝ่ายพ่อไม่ค่อยมี แต่สายเลือดทางแม่นั้นเป็นญาติกันและตระกูลของแม่มาจากแถวโพธิ์พระยา ความสัมพันธ์ของท่านเป็นอาหลานกัน และมีคนพูดว่า "สมเด็จป๋า กลัวหลวงพ่อสดอย่างกะหนูกลัวแมว"


โดย: สะพายเขียว IP: 117.47.188.66 วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:18:17:52 น.  

 
ข้อมูลสุดยอดครับ!....


โดย: ณัฐสิทธิ์ จิ๋วเชื้อพันธุ์ IP: 123.242.164.137 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:11:32:44 น.  

 
อยากทราบว่า บ้านเลขที่1 ในเมืองสุพรรณ เป็นของใคร และประวัติความเป็นมาอย่างไร เพราะเมื่อวาน 22 สิงหาคม 53 ผมไปงานศพคุณแม่สรินร์ สุวรรณศร ( นามสกุลเดิม ณ ป้อมเพชร์ ) รบกวนผู้รู้ด้วยเพระได้ยินพระท่านกล่าวถึงว่า เป็นตระกูลใหญ่และมั่นคง ขอบคุณครับ เมล์ salapaohot@hotmail.com


โดย: สมชาย IP: 192.168.30.254, 124.120.79.35 วันที่: 23 สิงหาคม 2553 เวลา:16:10:51 น.  

 
แก้ไข คุณแม่สรินทร์ สุวรรณศร นามสกุลเดิมคือ บูรณศิริ


โดย: สมชาย IP: 192.168.30.254, 124.120.250.118 วันที่: 24 สิงหาคม 2553 เวลา:10:15:50 น.  

 
คุณย่าของผมเป็นลูกสาวคนที่ 5 ของ คุณทวด ขุนโภชสาลี (ถม สถาปิตานนท์) กับ คุณทวดอิ่ม คุณปู่เป็นมหาดเล็กห้องพระบรรทม ของ สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา พระอนุชาธิราช ใน ร 6 ท่านได้ให้นามสกุลนี้กับคุณปู่ อ่านกระทู้นี้ได้ความรู้เกี่ยวกับบรรพบุรุษมากเลยครับ บรรพบุรุษทางคุณย่าผมพอทราบมา แต่ทางคุณปู่นั้มไม้มีข้อมูลเลย


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:11:16:04 น.  

 
คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าตอนคุณพ่อเล็ก (80 กว่าปีมาแล้ว) ทีบ้านบางแม่หม้ายถูกโจรปล้นคุณทวดถมถูกฟัน ต้องมาหาหมอที่กรุงเทพ ก็มาพักที่บ้านศาลาแดงของเจ้าพระยายมราช และตอนงานศพคุณทวดอิ่ม ท่าผู้หญิงยมราช ก็ไปงานศพที่บางแม่หม้ายด้วยครับ


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:11:24:33 น.  

 
อาภรณ์รัตน์ เกี่ยวพันกับสถาปิตานนท์ สายขุนโภชสาลี ทำให้นึกถึงหลวงพ่อจี่ อาภรณ์รัตน์ วัดสุคันธาราม ดุสิต เมื่อในงานพระราชทานเพลิงศพ จอมพลถนอม หรือประภาส กิตติขจร หรือณรงค์ จำไม่ได้แล้ว มาเป็นประธาน เพราะท่านมีความคุ้นเคยกันมาก ถือว่ายิ่งใหญ่มาก เมื่อประมาณปี ๒๕๒๔ ที่วัดสุคันธาราม หลวงพ่อจี่หรือพระครูจี่ อาภรณ์รัตน์ เป็นคนบางปลาม้า แถวชีปะขาวหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคุณศรัทธา คงเกี่ยวข้องกันแน่ จำได้ว่าลูกสาวคนหนึ่งของขุนโภชไปแต่งงานด้วย

สายนามสกุล สโรบล ก็เป็นอีกสายหนึ่ง เป็นเชื้อสายพระยา ที่ก่อเกิดในกรุงเทพฯ แต่มาเกี่ยวข้องกับสายสถาปิตานนท์ ที่บางแม่หม้าย เป็นพวกอยู่กรุง แต่กลับไปเป็นเขยสุพรรณ

เมื่องานพระราชทานเพลิงศพคุณหญิงยมราช (ตลับ สุขุม) ที่วัดเทพศิรินทร์ พวกบางแม่หม้ายสายขุนโภชสาลี ก็ไปร่วมงานศพ และได้สังเค็ดที่ระลึก เป็นรูปคุณหญิงตลับ ในตัวตลับสวยงาม นับว่าเป็นปฏิการะตอบแทนน้ำใจของเครือญาติ ระหว่างสุขุมและสถาปิตานนท์

เมื่อพูดถึงคุณหญิงตลับ ทำให้นึกถึงในคราวทำบุญวันเกิดของคุณหญิงก่อนถึงอนิจกรรม ได้สร้างกุฏิไว้หลังหนึ่งถวายไว้ที่วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน ไม่ทราบว่ากุฏิสุขุม ยังอยู่หรือเปล่า

แต่ตลับเครื่องสังเค็ดที่ระลึกงานศพ ยังอยู่ที่บ้านขุนโภชสาลี ที่ตกทอดมาถึงลูกหลาน พูดกันว่าในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยายมราช ก็มีสังเค็ดรูปเจ้าพระยาฯ เช่นกัน แต่ไม่เคยเห็น จึงไม่กล้ายืนยัน

สรุปว่า คุณทวดอิ่ม หรือนางโภชสาลี (อิ่ม สถาปิตานนท์) ตายก่อนคุณหญิงตลับ สุขุม และเป็นเครือญาติกันแบบข้างสนิทมาก


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.138 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:16:09:50 น.  

 
ขอบคุณ คุณสะพายเขียวมากเลยครับสำหรับข้อมูลต่างๆ หลวงปู่จี่ (ลิ้นจื่ อาภรณ์รัตน์) เป็นน้องชายแท้ของคูณปู่ครับ คุณปู่ชื่อตาบ คุณทวดชื่อคล้อย ผมทราบเท่านี้เองทางสายของคุณปู่ หลวงปู่จี่บวชเป็นเณร แล้วไม่สึกเลยจนมรณะภาพ ส่วนคุณปู่นั้นถวายตัวเป็นมหาดเล็กของทูลกระหม่อมอัษฎางค์จนท่านเสด็จทิวงคต ในปี 2467 แล้วจึงมาแต่งงานกับคุณย่า เท่าที่ทราบมาคุณปู่เคยตามเสด็จไปรับใช้ที่อังกฤษด้วย (ทูลกระหม่อมไปศึกษาวิชาทหารในช่วงเวลาสั้นๆ) คุณปู่ยังเป็นเพื่อนสนิทกันท่านผู้หญิงแผ้ว (พระชายา) และหลวงจบกระบวนยุทธ (พ่อตาของ จอมพลถอม บิดาท่านผู้หญิงจงกล) เวลาคุณปู่มากรุงเทพจะไปพบสองท่านนี้เสมอ


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:9:43:43 น.  

 
บ้านที่บางแม่หม้ายตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพเดิมแล้วไม่เหลือความสวยงาม ญาติพี่น้องที่รู้จักก็ไม่มีเหลือแล้ว ตอนผมเด็กๆ 30-40 ปีมาแล้ว จำไดว่าเป็นหมู่เรือนไทยหลายหลัง มีนอกชานเป็นลานใหญ่ตรงกลางไม้พื้นแตละแผ่นใหญ่มาก อยู่ริมคลองบางแหม้ายติคกับบ้านหม่อมแม่ของ มรว ถนัดศรี

ส่วน ดร ประสม สถาปิตานนท์ ที่เสียชีวิตตอนซือนามิ เป็นลูกชายของ พระผไทราชสถาปิ ซึ่งไดรันพระราชทานที่ดิน 4 ไร่ จาก ร 6 ให้ปลูกบ้านอยู่ข้างวัดโสมนัส

คุณ นธิ สถาปิตานนท์ สถาปนิกชื่อดัง กับ ท่านผู้หญิงอิศรา บูรณศิริ เป็น บุตรของหลวงชาญภูเบศ (lสายพระยาอุภัยภาติเขตร์)


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:10:59:11 น.  

 
ปู่ทวดขุนโภชสาลี (ถม สถาปิตานนท์) กับย่าทวดอิ่ม มีลูกสาวคนที่ ๕ ชื่อย่าโง้ว ใช่ไหม (ภาษาจีน โง้ว แปลว่า ห้า) แสดงว่า ย่าโง้ว สถาปิตานนท์ แต่งกับปู่ตาบ อาภรณ์รัตน์ ซึ่งเป็นน้องชายของหลวงปู่จี่ วัดสุคันธาราม ดุสิต บุตรชายของทวดทวดคล้อย ชาวชีปะขาว

ท้องของย่าทวดอิ่ม ว่ามีลูกหญิงชาย ๙ คน คือ ย่าสำเนียง สโรบล, ย่าเนื่อง ทองประเสริฐ, ป้าหุ่น โรจนกร (สายหมอประเชิญ คล้ายสุบรรณ), ย่าโง้ว อาภรณ์รัตน์ (น่าจะอยู่ในตรงนี้ ถ้าโง้ว แปลว่าห้า), ย่าเลื่อน สังข์สุวรรณ, นายเจริญ สถาปิตานนท์ (ไปอยู่สามชุก), กำนันเลื่อม สถาปิตานนท์, ย่าเอิบ สุภาพ, ย่าอบ โพธิ์พันธุ์

ฟังมาว่า ย่าทวดอิ่ม มีพี่สาวหรือน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่ออะไรไม่ทราบที่ไปแต่งกับนายถิน สโรบล เรียกว่าเป็นญาติสองชั้น คือชั้นย่าทวดและชั้นย่าคือนางสำเนียง สโรบล พอทราบไหมว่าพี่หรือน้องสาวคนนั้น ชื่ออะไร

บางแม่หม้ายมีบ้านใหญ่และแปลกที่เรียกว่าเลาเต๋ง ๓ หลัง คือบ้านขุนโภช, บ้านนายสัมฤทธิ์ วีระศิริ, และบ้านนายหาด หงษ์โต ส่วนคนรวยนั้น นอกจากสถาปิตานนท์, วีระศิริ, หงษ์โต แล้ว ก็คงต้องนับนามสกุล "ศิริพัฒน์" อีกตระกูลหนึ่งที่มีที่นาเป็นพันไร่ ตั้งแต่หลังบางแม่หม้ายไปสังโฆ ถึงบางจิก ติดเขตสองพี่น้องโน้น แต่นั่นเป็นอดีต ดูแค่บ้านของคุณหญิงเยื้อน (นางอุภัยภาติกเขตร์) ที่อำเภอเก่าสองพี่น้อง ก็ไม่มีใครอยู่ ขายไปแล้ว คุณหญิงเยื้อนเป็นแม่ของหลวงชาญภูเบศร์ (เอื้อน) และนายฉอ้อน สถาปิตานนท์ ใช่ไหม เป็นสายของ "น้องชายของขุนโภช" คือเป็นสายของนายอำเภอสองพั่น้อง พระยาอุภัยภาติกเขตร์ (เอี่ยม สถาปิตานนท์) ขุนโภชเป็นพี่ชายคนโต นายอำเภอพระยาเอี่ยมเป็นคนกลาง และนายอ่วม พ่อของพระไผทสถาปิต เป็นคนเล็ก ที่สร้างชื่อเสียงให้กับบางแม่หม้าย เป็นหมู่บ้านที่น่าศึกษายิ่ง เพราะสถาปิตานนท์ที่แปลว่า "ชอบสร้าง" นั่นเอง


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:14:48:54 น.  

 
คุณย่าผมเดิมชื่อพิศ ตอนเด็กๆนั่งเล่นที่ท่าน้ำหน้าบ้าน เจ็กขายของพายเรือมารู้ว่าเป็นน้องคนที่ห้าจึงเรียกว่าโง้ว ผมยังได้ยินคุณย่าอื่นๆ (พี่น้องของคุณย่า) เรียกว่าพิศอยู่ คุณย่าอบน้องคนเล็กเสียชิวิตแล้วเมื่อห้าปีทีแล้ว

คุณปู่หลวงหลวงชาญ กับคุณปู่ฉอ้อนเป็นพี่น้องกัน เจ้าคุณทวด พระยาอุภัย ยกตัวบ้านเรือนไทยที่สองพี่น้องให้ สวนที่ดินยกให้ หลวงชาญ คุณปู่ฉอ้อนจึงย้านตัวบ้านมาปลูกแถวๆออ่นนุช ผมเคยไปตอนเด็กๆ

หลวงปู่ลิ้นจี่ เป็นน้องชายของคุณปู่ตาบครับ ทั่งคุณปู่ตาบและหลวงปู่ลิ้นจี่ นั้นหล่อมากจมูกโด่งและสูงใหญ่ผิวขาวไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป คุณพ่อบอกว่ามีเชื้อแขกขาวอะไรทำนองนี้

ที่บ้านบางแม่หม้ายคุณย่าทุกๆคนจะมีอายุยืนมาก ไม่ต่ำกว่าเก้าสิบ สวนคุณปู่ผู้ชายนั้นตายก่อนหมด สมกับบ้านบางแม่หม้ายจริงๆ

คุณปู่หลวงชาญภูเบศได้แต่งงานกับคุณย่านาฎยา (สุเดชะ ลูกสาวพระยาสุเทพภักดี) คุณย่านาฎเสียชีวิตไปวักสามปีมาแล้ว

ต้องขอบคุณ คุณสะพายเขียวมากเลย ที่ให้ความรู้

(satha@siit.tu.ac.th)



โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:16:51:14 น.  

 
ตอนนี้ทางสายสถาปิตานนท์รุ่นอวุโส ก็มี่คุณลุงสมบุญ โรจนกร อดีตทูตหลายประเทศ (อายุ 90 แล้ว) ลูกชายคนโตคุณย่าหุ่น คุณลุงแต่งงานกันคุณป้าเอียด (ชื่อเล่น) ลูกสาวคนโตของคุณปู่หลวงชาญกับคุณย่านาฎยา เป็นพี่สาวของท่านผู้หญิงอิศรา และคุณนิธิ

ส่วนอีกท่านก็คุณป้าอิ๊ด (ประทิน สถาปิตานนท์) ลูกสาวคนโตคุณปู่พระผไทราช เป็นพี่สาวคุณอาประสมตอนนี้ก็ 85 ปีแล้ว เจ้าของบ้านสถาปิตเวสม์ ที่นางเลิ้ง (ที่ดินพระราชทาน จาก ร 6)

ส่วนที่นาที่สุพรรณส่วนของคุณพ่อผม 500 ไร่ (หลายแปลง) ผมกับน้องสาวเก็บไว้ครบ ไม่เคยคิดที่จะขายเพราะเป็นของบรรพบุรุษ ชื่อในโฉนด ก็จะเป็นคุณทวดขุนโภช บางโฉนดก็เป็นของนามสกุล หงษ์โต มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณปู่เอาไปจำนองกับท่านผู้หญิงยมราช ตอนไปโอนที่ ที่เขตที่ดินสองพี่น้องโฉนดหลายฉบับมีลายมือเจ้าคุณทวด พระยาอุภัย เซ็นด้วย แต่เอามาไม่ได้ เป็นของเขตที่ดินเขา

ส่วนบ้านที่บางแม่หม้ายก็คงเป็นอดีตไป ตอนเด็กๆชวงปิดเทอมผฒได้ไปอยู่กับคุณย่าหลายครั้ง ยิ่งตอนหน้าน้ำเดือนตุลาน้ำท่วมหมดต้องพายเรือเอาสนุกมากแต่ก็เป็นอดีตไปแล้ว


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 192.168.4.245, 203.131.209.66 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:17:28:15 น.  

 
คุณปู่ฉอ้อน สถาปิตานนท์ สนิทและเคารพนับถือหลวงพ่อแก้ว โพธิพันธุ์ วัดใหม่นพรัตน์ (วัดดอนกลาง) ตำบลเนินพระปรางค์มาก ทราบมาว่ากุฏิหลายหลังรื้อฝากระดานมาจากบ้านคุณหญิงเยื้อน คุณปู่ฉอ้อนเคยสะพายย่ามตามหลวงพ่อแก้ว และมีส่วนในการสร้างพระโตที่วัดดอนกลางอีกด้วย

เมื่อพูดถึงขุนโภช ก็นึกถึงคุณย่าเนื่อง ทองประเสริฐ เคยตั้งคำถามว่า "ทองประเสริฐ" มาอย่างไงที่นี่ เขาว่ามาไกล รู้จักศาสตราจารย์ภาษาไทยท่านหนึ่ง ท่านเป็นคนเสาไห้ สระบุรี บอกว่าที่จันทบุรีก็มี (แต่สายจันท์ไปจากสองพี่น้อง) และล่าสุดก็มี นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ

เมื่อพูดถึงพระยาอุภัยภาติกเขตร์ ก็นึกถึงหลวงชาญภูเบศร์และคุณฉอ้อน

เมื่อพูดถึงหลวงพรหมสุภา (รอด) ก็นึกถึงคุณย่าคลี่ ณ นคร หรือนางทำนุนิกรราษฎร์ ที่ไปแต่งกับหลวงทำนุนิกรราษฎร์ (เพลา ณ นคร) ก๊กในเมืองสุพรรณ

เมื่อพูดถึงนายอ่วม สถาปิตานนท์ ก็นึกถึงพระไผทราชสถาปิต (ประชิต ที่ได้ราชทินนามสมมติจาก ร.๖ว่า นายสนิท ชอบสร้าง) และยังนึกถึงคุณย่าคลี่ สุขุม/ธูสรานนท์ บุตรีของนายคล้ำ ย่าคลี่เป็นน้องสาวของพระยามินบาล ย่าคลี่ที่แต่งกับนายอ่วม สถาปิตานนท์ เคยได้ยินแว่วๆ มาบ้างว่า ใช้นามสกุล "มหาเรือน" สรุปว่า นายอ่วมมีภรรยา ๒ คนเป็น ม.ล.คนหนึ่ง และเป็นสายสุขุมในเมืองสุพรรณอีกคนหนึ่ง

ลูกสาวคนหนึ่งของหลวงนาสิงโต ที่เป็นน้องของขุนโภชและพระยาฯ เอี่ยม ชื่อว่านางปุย นางปุยมีลูกสาวชื่อ นางกรอง นางกรองไปแต่งกับนายจินดา (สวัสดิ์) บุณยะตีรณะ และชั้นต่อมามีลูกสาวชื่อ "น้อย" ชื่อจริงว่า "แสงมณี" นางแสงมณี ไปแต่งกับพลตำรวจเอกถวิล เปล่งพานิช ตำรวจมือปราบ และลูกออกมาคือฉัตรชัย เปล่งพานิช

สายบุณยะตีรณะเป็นฝ่ายเขย สืบเนื่องมาจาก พระไชยราชรักษา (อุ่ม ไชยพันธุ์) แต่งกับน้องสาวของแม่ปราง มีลูกชื่อว่านางสาย ทราบไหมว่านางสาย แต่งกับใคร จึงใช้นามสกุล "บุณยะตีรณะ" แต่นางสายมีลูกชายชื่อนายจินดา (สวัสดิ์) นายจินดาเป็นสายไชยพันธุ์ และนางสายก็มีพี่สาวคนหนึ่งชื่อนางแส บุตรีของพระไชยฯ กับแม่ปราง นางแสแต่งกับขุนชำนาญคดี (เจ๊ก สุนทรวิภาต)

สถาปิตานนท์เป็นเครือญาติกับสุขุม/ธูสรานนท์ (สายนายคล้ำ), และยังเกี่ยวด้องกับสายพระไชยราชรักษา (ไชยพันธุ์) ซึ่งเป็นปลัดเมืองสุพรรณบุรี, และสายสุนทรวิภาต ซึ่งสืบต้นตระกูลมาจากเจ้าเมืองสุพรรณบุรี พระยาสุนทรสงครามรามพิไชย (แจ่ม สุนทรวิภาต) (ช่วง พ.ศ.๒๔๑๑-๒๔๒๕)


โดย: สะพายเขียว IP: 222.123.216.35 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:22:02:03 น.  

 
คุณทวดอ่วม สาถาปิตานนท์ มีภรรยาสองคน คือ ม.ล. เชื้อ บรรยงค์เสนา (แม่ของ พระไผทราชสถาปิต) กับ นางคลี่ สุขุม


โดย: ศรัทธา อาภรณ์รัตน์ IP: 61.90.17.169 วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:21:16:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลใน blog นี้ครับ ได้อ่านคร่าวๆ ดูแล้วมีความรู้เรื่อง สกุล "ภมรพล" เพิ่มขึ้น ครับ / นับถือ


โดย: ศราวุธ สุรศักดิเสนา IP: 183.89.84.132 วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:12:07:26 น.  

 
คุณศราวุธ ใช้นามสกุล ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ของ พระยาสุรศักดิเสนา (โต๊ะ ภมรพล) เข้าใจว่าต้องเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับคุณหญิงแฐม สมรรคะบุตร/ภมรพล หรืออาว์ต่อม วิมลภักตร์ สิทธิประศาสน์/ภมรพล

พอทราบไหมว่า ทำไมคุณพระยาฯ ปู่โต๊ะจึงรอดพ้นจากการถูกสั่งประหารชีวิต หรือถูกจำคุก ในคดีกบฏ ๑๘ ศพ ในยุค พ.ศ.๒๔๘๐ นั้น ลูกหลานเหลนใกล้ชิดได้รับการถ่ายทอดมาให้ฟังว่าอย่างไรบ้าง เพราะได้ยินแว่วๆ มาว่า เพราะท่านเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือของหัวหน้าคณะรัฐบาล ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พอขยายได้ไหมครับ


โดย: สะพายเขียว IP: 202.28.52.221 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:13:21:55 น.  

 
ก่อน อื่นต้องขอบอกว่า ผมก็ ใช้นามสกุล ภมรพล ด้วยเหมือนกัน ผม อยู่ กำแพงแสน นครปฐม ไม่รู้มาจาก สายไหน เหมือนกัน นั้งอ่านๆ ดู แล้ว ก็ ยัง งง อยู่ ครับ เอาเท่าที่รู้ มานะครับ ปู่ ผมชื่อ สงัด ภมรพล เสียแล้ว
ส่วน ที่เคย ถามว่า คนที่เป็นนักร้องนั้นมา อยู่ที่นี่จริงครับ ชื่อ เล่นว่า เค ชื่อ จิง จำไม่ผิดก็ ชื่อ ธีระศักดิ์ แต่ บ้านเดิม จิงๆ ก็ มาจาก สุพรรณ ครับ เท่าที่รู้ มีพ่อเป็น ตำรวจ ช่วงนั้นไม่มีเวลาเลียง เลยส่งมาให้ ย่าผมเลี้ยง เรียนจนจบ ป.4หรือป.6 แล้วพ่อมารับกลับไป ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เดียวต้อง ลอง ถามพ่อ ผม อย่างจิงๆ จังก่อน ครับ

แล้วจะมาติดตาม อีก นะครับ ขอบคุณ ครับ หาข้อมูลจากไหน เยอะแยะไปหมด หุหุ นับถือ ๆ ....


โดย: ถิระ ภมรพล IP: 158.108.145.16 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:20:18:22 น.  

 
อ้อ ขอโทษทีครับขอแก้ไขชื่อ คนที่เป็นนักร้อง ชื่อจริงว่า ทวีศักดิ์ ภมรพล นะครับ ไม่ใช่ ธีระศักดิ์


โดย: ถิระ ภมรพล IP: 158.108.145.16 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:21:10:40 น.  

 
ตามคำถามของคุณสะพายเขียว 17/9 ผมยังไม่สามารถตอบคำถามได้ในขณะนี้ และคิดว่าไม่สามารถหาคำตอบนี้ได้ หากท่านใดที่อ่าน blog นี้ซึ่งมีข้อมูลที่ถูกต้องขอช่วยให้ความกระจ่างเรื่องนี้ตามที่คุณสะพายเขียวให้ข้อสงสัยด้วยนะครับ อนึ่ง ผมเป็นหลานชายเจ้าคุณปู่โต๊ะที่สืบสันดานมาโดยตรงจากสกุล ภมรพล และคิดว่าอยากจะให้บรรดาศักดิ์เจ้าคุณปู่สืบทอดเป็นชื่อสกุล จึงได้ขอพระราชทานบรรดาศักดิ์เจ้าคุณปู่ท่านมาใช้หลังจากท่านสิ้นไปแล้วหลายปี สำหรับ ประวัติความเป็นมาต่างๆ ของบรรพบุรุษได้รับการถ่ายทอดมาน้อยมากครับ จะติดตาม blog นี้ต่อไป....ขอขอบคุณครับ


โดย: ศราวุธ สุรศักดิเสนา IP: 183.89.118.232 วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:20:00:55 น.  

 
สรุปว่า สุรศักดิเสนา ก็คือ ภมรพล สายเจ้าคุณปู่โต๊ะ (พระยาสุรศักดิเสนา) เข้าใจว่าเป็นหลานย่าที่คุณหญิงแฐม ภมรพลโปรดปรานมาก

ย้อนกลับมาถึงคุณถิระ ภมรพล ถามว่าเป็นสายไหน ผมลองไล่ชั้นดูของสายตระกูลนี้ดู

ชั้นที่ ๑ นายภู่ (หรือพระสยามพลภักดิ?) แต่งกับนางคำ

ชั้นที่ ๒ (ลูกๆ เท่าที่ได้รับการบันทึกไว้ แต่อาจจะมีมากกว่านี้)
๑.หลวงไชย รองปลัด (โต ภมรพล)
๒.หลวงบรรเทาทุกขราษฎร์ (เทียน ภมรพล)
๓.หลวงสง่าเมือง (ธูป ภมรพล)
๔.หลวงอินทอาญา (ปั้น ภมรพล)
๕.นางแจ่ม (แต่งกับหลวงคนหนึ่ง ไม่มีบุตร)
๖.นายจิ๋ว ภมรพล

ชั้นที่ ๓ เฉพาะลูกๆ ของหลวงไชยรองปลัด (โต ภมรพล)
๑.นางคร้าม
๒.ขุนภูดาษ (อ่ำ ภมรพล) มีเมียอย่างน้อย ๓ คน คนที่รู้จักกันดีคือ "นางผัน ภมรพล" เดิมบ้านอยู่ที่ตรงโรงพยาบาลยมราช ก่อนจะย้ายกันออกไปยังทิศต่างๆ เฉพาะท้องของขุนอ่ำกับนางผัน คือ นายโพธิ์ ภมรพล (ไปอยู่ปากน้ำโพ), สมุห์บัญชีเล็ก ที่แต่งกับย่ามอญ เคยเค้า คนสองพี่น้อง, นางพัก ซึ่งปรากฏกายครั้งสุดท้ายที่ท้ายบ้าน สองพี่น้องเมื่อปี ๒๕๑๓, และนายกเทศมนตรี นักเลงโต ที่ชื่อว่านายขวัญเมือง หรือขวัญชัย ภมรพล
๓.นางปุย
๔.นางสมบุญ มาศมัณฑนะ
๕.นางบุญมี โกมารทัต
๖.นางแพ
๗.ส.ต.อ.หมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว ภมรพล)

ชั้นที่ ๔ เฉพาะลูกของหมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว ภมรพล) แต่งกับนางทองอ่อน ทั้งสองท่านนี้ เผาในปี ๒๕๑๓ พร้อมกัน มีลูก ๗ คน ดังนี้
๑. นางเสงี่ยม มัจฉา
๒. พระจรูญ ชุตินฺธโร (ภมรพล) วัดโพธินิมิตร (๒๙ มิ.ย. ๒๔๕๗ – ๒๗ ธ.ค.๒๕๔๖) อัฐิบรรจุที่กำแพงหน้าพระอุโบสถวัดโพธินิมิตร ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนบวชมีลูก ๒ คน หญิงคน ชายคน หญิงอยู่ในบ้านปู่
๓. นายสงัด ภมรพล คนนี้น่าจะเป็นสายที่คุณถิระ ภมรพล บอกว่าปู่ชื่อสงัด ภมรพล และว่านายเค (ทวีศักดิ์ ภมรพล) เกิดสุพรรณ แต่พ่อเป็นตำรวจ เคยมาให้ยายเลี้ยงที่กำแพงแสน
๔. พ.ต.ต.วินิจ (กุหลาบ) ภมรพล (๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๖๒ – ๒ ตุลาคม ๒๕๑๙) อัฐิบรรจุที่พระเจดีย์ใหญ่ บนชั้น ๒ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ วัดโพธินิมิตร ว่าบ้านอยู่แถวดาวคะนอง
๕. นางอันพันทอง ผิรังคะเปาระ
๖. นางวิไล รู้เจียมสิน
๗. นายวินัย ภมรพล

ผมไม่ทราบว่า เป็นปู่สงัดคนเดียวกันหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่า นายเคทวีศักดิ์ เป็นสายหมื่นโลดจับพาล (จิ๋ว ภมรพล) ซึ่งเป็นสายมาจากหลวงไชย รองปลัด (โต ภมรพล) ครับ ลองๆ ถามพ่อดูว่า มีลุงหรือป้าที่มีชื่อตามข้างบนนี้หรือเปล่า ถ้ามีก็แสดงว่าใช่ครับ


โดย: สะพายเขียว IP: 222.123.220.2 วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:8:38:40 น.  

 
ขุนภูดาษ(อ่ำ)เป็นคุณพ่อของคุณทวดค่ะ คุณทวดดิฉันชื่อ พัน ภมรพล ตามท่านเจ้าคุณเทศา(เจ้าพระยายมราช)ไปรับราชการที่ปักษ์ใต้ ดำรงตำแหน่งปลัดเมืองนราธิวาส พร้อมๆกับคุณทวดสมุห์บัญชีเล็ก คุณทวดเล็กกลับมาอยู่สุพรรณ แต่คุณทวดดิฉันเสียชีวิตตอนปราบโจรแขกที่นราธิวาสค่ะ ว่ากันว่าท่านสิ้นชีพด้วยยาสั่ง นับแต่นั้นคุณยายดิฉันท่านจึงสาปแช่งว่าลูกหลานคนใดของภมรพล หากแต่งงานกับแขกขอให้ตายไม่ดี มีลูกหลานสองคนไปแต่งงานกับคนมุสลิมในพื้นที่ และเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทั้งสิ้นค่ะ ขณะนี้เรากลุ่มภาคีคนรักษ์บ้านยะมะรัชโช กำลังทำงานรวมสายตระกูลที่เป็นเครือญาติกับ "สุขุม" โดยมีท่านเจ้าคุณพระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล)

ทุกท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่

http://www.oknation.net/blog/ya-ma-rach-cho

http://www.facebook.com/home.php#!/home.php?sk=group_135275399867010

http://www.facebook.com/home.php#!/profile.php?id=100000177120905


โดย: เคียงดิน IP: 115.87.239.88 วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:20:18:02 น.  

 
กลับมาเยี่ยมบ้านเก่าพอดี ลองนั่งนับนิ้ว เจ้าพระยายมราช ปั้น สุขุม ถึงอสัญกรรมเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๘๑ ถึงวันนี้เป็นเวลา ๗๒ ปีกับอีก ๒ วันพอดี ลูกหลานคงไปทำบุญอัฐิที่วัดหงส์รัตนาราม ซึ่งเป็นวัดที่บรรจุอัฐิของท่าน เสียดายที่เมืองสุพรรณ ไม่ได้รับส่วนแบ่งอัฐิมาไว้บ้าง

ประเด็นคำถามว่า ทำไมภมรพล จึงมาวนเวียนอยู่แถวนี้ มีบันทึกของนายเอนก สิทธิประศาสน์ เขียนในคำไว้อาลัยของคุณหญิงสุรศักดิเสนา หรือคุณหญิงแฐม ภมรพล (สมรรคะบุตร) ไว้อย่างน่าสนใจว่า

"ตระกูลภมรพลสัมพันธ์เป็นญาติเกี่ยวข้องกับตระกูลสุขุม สุวรรณศร สุนทรวิภาต ธูสรานนท์ บริสุทธิ์ สังขพิชัย แห่งจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างลึกซึ้ง ส่วนคุณแม่หญิงมาจากตระกูลสมรรคะบุตร แห่งนครปฐม เกี่ยวข้องเป็นญาติสายเดียวกับตระกูลโชตินุชิต และญาติทางตระกูลสุวรรณเนตร สุนทรศารทูล”

คุณเอนก เคยมีตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ช่วยรัฐมนตรีมหาดไทย ดูเหมือนจะเคยเป็นผู้ว่าอุดรธานี ด้วย คลุกคลีกับคนทุกระดับ มีศักดิ์เป็นลูกเขยของพระยาสุรศักดิเสนา หรือเจ้าคุณโต๊ะ ภมรพล ข้อมูลของอดีตผู้ว่าจึงน่าเชื่อถือ และนำไปพิจารณาไตร่ตรองดูเป็นอย่างยิ่ง

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔


โดย: สะพายเขียว IP: 223.205.72.85 วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:15:44:16 น.  

 
ที่บ้านมีตลับเงินเขียนว่า
สุวรรณศร พ.ศ.๒๔๖๘

[IMG]http://i29.photobucket.com/albums/c258/chavichan/ba746605.jpg[/IMG]


โดย: sthapitanonda IP: 183.89.91.47 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:21:50:51 น.  

 
หลานปู่พัน สายนราธิวาส เป็นลูกชายนายจรัส ตอนนี้อยู่กรุงเทพ บ้านของหลวงบำรุง ครับ อยากรู้จักญาติสายสุพรรณบุรีบ้างครับ
atten: kkrriitt59@hotmail.com


โดย: จักรกฤษณ์ ภมรพล IP: 1.46.136.233 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:12:25 น.  

 
โอ้ว ไม่ได้เข้ามาเสียนาน ผมคิดว่าท่านปิดบล๊อกไปแล้ว
ตั้งแต่เข้ามาทักทายท่านเมื่อปี 2550
เอาเป็นว่า ขอทักทายท่าน และท่านอื่นๆด้วย และท่านจิ๋ม ไว้ ณ ตรงนี้ก่อนแล้วกันนะครับ
ผมยอมรับว่า ผมหาคอมเม๊นต์ เก่าๆไม่เจอ ผมเอง อาจไม่ถนัดมากนักในเรื่องบล๊อก แต่เดิมเริ่มเล่นก็เป็นเพียงหน้าเวบ หากันไปทีละหน้า แต่ถ้ามีจำนวนหน้ามาก ก็ใช้เวลานานหน่อย
มาคราวนี้ ผมเลยหาหน้าที่ผมเคยคอมเม๊นต์กับท่านไว้ในหน้านั้นไม่เจอซะงั้น

ผมขออกตัวซักนิดนะครับว่า ผมเป็นคนละอนันต์กันกับอีกคน คือในสกุลนี้ มีชื่อซ้ำกันหลายคน
หากท่านเซรชดูใน กูเกิล จะพบว่า มี คนที่ชื่อ อนัต์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อยู่หลายคน

ตัวผมเอง ทางสายคุณพ่อ เป็นเทพหัสดินฯ และทางสายคุณแม่ เป็น ชูโต ครับ

เรื่องราวของพระยายมราชนั้น ผมได้ฟังจากคำบอกเล่ามาจากผู้ใหญ่ทั้งสองทาง เนื่องจาก เมื่อก่อน จะมีการติดต่อสัมพันธ์กับตามปรกติ ทั้งทางพระยาฤทธิรงค์รณเฉท ซึ่งเป็นเจ้าคุณทวดของผมเอง หรือ ปู่ทางสายคุณแม่ผม

เอาไว้ผมจะกลับมาเล่าและคุญเรื่องราวในอดีต ซึ่งล้วนแต่ผู้ใหญ่ท่านเหล่านี้ ได้สร้างสมคุณงามความดีให้กับประเทศนานับอนันต์ กันซักครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะลองสแกน เอกสารบางอย่างซึ่งพอนำมาเป็นหลักฐานกันได้ว่า ท่านทั้งหลายเหล่านี้ เกี่ยวเนื่องกันอย่างไรบ้าง

วันนี้ เอาเป็นว่าเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
สวัสดีครับ
อนันต์


โดย: อนันต์ เทพหัสดิน ณอยุธยา IP: 125.24.42.65 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:10:54:06 น.  

 
ปู่ผมชื่อกำนันเลื่อม สถาปิตานนท์ครับ


โดย: จงเจริญ สถาปิตานนท์ IP: 202.91.18.201 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:22:53:04 น.  

 
ปู่ผมชื่อกำนันเลื่อม สถาปิตานนท์ครับ


โดย: จงเจริญ สถาปิตานนท์ IP: 202.91.18.201 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:22:53:15 น.  

 
นายเจริญ สถาปิตานนท์ ลูกของกำนันเลื่อม มีศักดิ์เป็นพ่อ หรือเป็นลุง หรือเป็นอา

รู้่จักพวกนามสกุล "ไม่หวาด" ทางสามชุกไหมครับ เห็นว่าเกี่ยวข้องกับสถาปิตานนท์ด้วย เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร


โดย: สะพายเขียว IP: 61.90.96.129 วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:10:56:30 น.  

 
นายเจริญเป็นพี่ชายของกำนันเลื่อมคับ


โดย: จงเจริญ สถาปิตานนท์ IP: 183.89.122.188 วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:21:06:34 น.  

 
ขออภัยที่เรียงศักดิ์ผิด

ขอถามใหม่

ผู้ใหญ่มณเฑียร สถาปิตานนท์ ลูกกำนันเลื่อม เป็นพ่อ, ลุง, หรืออา และกำนันเลื่อมแต่งงานกับใคร นามสกุลเดิมอะไร

อยู่ที่กรุงเทพฯ หรือบางแม่หม้าย


โดย: สะพานเขียว IP: 10.128.1.149, 202.28.52.253 วันที่: 23 สิงหาคม 2554 เวลา:9:38:42 น.  

 
เป็นลุงคับ ลุงมณเฑียรเป็นพี่ชายคนละแม่กับพ่อผมคับ พ่อผมเป็นลูกอีก เมียหนึ่งชื่อ พ.ต.ธีระเดช สถาปิตานนท์คับ
ชื่อเดิมคือเสมียนคับ ย่าผมชื่อเนียน กฤษดำรง คับส่วน ย่าหลวงผมจะถามพ่อให้นะคับ


โดย: จงเจริญ สถาปิตานนท์ IP: 183.89.18.137 วันที่: 23 สิงหาคม 2554 เวลา:22:36:24 น.  

 
พ่อเสมียน เป็นน้องหรือพี่ของนายมณฑล สถาปิตานนท์ เรียกลุงหรืออามณฑล

เคยอยู่ที่บ้านเหลาเต๋ง บางแม่หม้าย นานไหม และท้องย่าเนียนนอกจากพ่อแล้ว มีใครอีกบ้าง นามสกุล กฤษดำรง เป็นคนบางแม่หม้ายรึเปล่า


โดย: สะพายเขียว IP: 223.204.167.34 วันที่: 24 สิงหาคม 2554 เวลา:7:01:35 น.  

 
พ่อเป็นน้องคับ เคยคับแต่อยู่ไม่นานก็ย้ายมากรุงเทพ อยู่บ้านลุงเต้ยคับ ย่ามีพ่อคนเดียวคับ


โดย: จงเจริญ สถาปิตานนท์ IP: 183.89.244.13 วันที่: 24 สิงหาคม 2554 เวลา:10:54:14 น.  

 
ถ้าอยากทราบรายละเอียดของญาติในเครือ "สุขุม" "สุวรรณศร" "ณ ป้อมเพ็ชร" และ "พนมยงค์" ติดต่อได้ที่ คุณวรรณทิพย์ สุวรรณศร โทร. 0816339603 เพราะท่านทำ family tree ไว้ครับ


โดย: สุจินดา สุขุม IP: 203.146.10.252 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:14:52:23 น.  

 
อ่านจาก บล๊อค ผมก็ได้ทราบ เชื้อสายทางคุณย่าของผมอีกมากเลยครับ คุณย่าของผม คุณย่าสำเนียง สโรบล (สถาปิตานนท์) ซึ่งคุณพ่อของผมเล่าเชื้อสายทางคุณย่าให้ฟังน้อยมาก ก็มาทราบจากที่บล๊อคนี้ ขอบคุณมากครับ เผอิญ กำลังค้นหาสกุล ของตนเอง แล้วหลงเข้ามา แต่เป็นการหลงที่ได้ความรู้มากมายครับ


โดย: ปฏิญญา สโรบล IP: 124.121.117.250 วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:21:59:35 น.  

 
อยากทราบว่านายจัน ภมรพล เป็นใครหรือครับ


โดย: นายธวัชชัย เอี่ยมศรีทอง IP: 124.120.107.138 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:01:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ เพิ่งจะเคยได้อ่านบล็อกนี้

คุณย่าของดิฉันชื่อไสวแข สกุลเดิม สุขุม ค่ะ ภายหลังท่านแต่งกับคุณปู่ในตระกูลกลกิจ
ตามที่พ่อของดิฉันเล่า คุณพ่อของคุณย่าท่านชื่อ สิงโต สุขุม (พ่อเรียกท่านว่า คุณตาสิงโต) แต่คุณพ่อของดิฉันไม่รู้สายตระกูลที่สืบขึ้นไปจากคุณตาทวดสิงโต (คิดว่าไม่น่าเป็นสายตรงของท่านเจ้าพระยายมราช) รู้แต่ว่าพ่อของดิฉันเกิดและโตในบ้านศาลาแดงจนกระทั่งประมาณชั้นมัธยม (ปีพ.ศ. 2493 - กระทั่งบ้านศาลาแดงถูกขายไป) ไม่ทราบพอมีใครแนะนำหรือระลึกความหลังได้บ้างไหม เพราะคุณปู่คุณย่าของดิฉันท่านก็เสียไปนานแล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: Gifted_Giftie IP: 59.152.221.14 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:02:17 น.  

 
พระจรูญภารการ (หมี สุขุม พี่ชายของเจ้าพระยายมราช ปั้น สุขุม) ต่อมาเป็นพระยาสมบัติภิรมย์ ตำแหน่งกรมการเมืองสงขลา เป็นบิดาของคุณสิงห์โต สุขุม, คุณหญิงเพชรปราณี, คุณปุก ลิมปิชาติ เป็นต้น

คุณหนูเล็ก สุวรรณศร หรือวรรณทิพย์ สุวรรณศร ผู้จัดทำสาแหรกตระกูลสุขุม, สุวรรณศร..... ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณสิงห์โต เพราะแม่ชื่อสว่างวรรณ สุขุม คงให้ข้อมูลได้ดีที่สุด



โดย: สะพายเขียว IP: 49.49.152.87 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:9:36:31 น.  

 
หนังสือเรื่องเหตุเกิดที่บ้านกวย ได้เขียนเล่าเรื่องราวของคนในอดีตเมื่อร้อยกว่าปี นำมาบอกเล่าให้ผู้คนได้รับรู้ หนังสือฝากไว้ที่หอสมุดแห่งชาติสุพรรณบุรี


โดย: ธนิตศักดิ์ แป้ง บ้านพลูหลวง IP: 125.26.62.179 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:41:21 น.  

 
ยังมีญาติของคุณ ฉอ้อน อีกนะครับ ชื่อรังศรี วรรณรังษี บุตรี หลวง สกลวิจิตร (จง) วัณนะรังสี และนาง ผาด นามสกุล พระราชทาน เคยบริจาคที่ดินส่วนตัวทั้งหมดหลายร้อยไร่ให้กับวัดสองพี่น้อง


โดย: อธิการ วรรณรังษี IP: 58.9.208.180 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:25:23 น.  

 
คุณย่า รังษี เคยเล่า ว่าเมื่อสัยตอนเด็ก ทวดจงเคยพาไปตามข่าวเสือปล้น เคยถูกลอบยิงด้วยปืนแต่กระสุนไม่ลั่น เพราะมีวัตถุอะไรไม่รู้ฝังอยู่ที่ข้อมือ (สงสังเหล็กไหล) ตอนเสียชีวิตแล้ว เวลาเผาญาติให้สัปเหร่อคอยดูเวลาเก็บอัตฐิ หาไม่พบ (สงสัยเทวาดาจะมาเอาคืนไป)


โดย: อธิการ วรรณรังษี IP: 58.9.208.180 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:38:46 น.  

 
สายภมรพลที่ไปจากปลัดพัน ภมรพลจากสุพรรณบุรีไปแต่งงานกับนางพลัด ภมรพล
นามสกุลเดิม อุบลจินดาที่จังหวัดปัตตานีมีบุตรทั้งหมด 11คนดังรายชื่อดังนี้:-
นายจรูญ ภมรพล. นายจรัส ภมรพล. นายกระจ่าง ภมรพล นายสวัสดิ์ ภมรพล
นายสเวก ภมรพล นายสอาด ภมรพล นางถนอม ภมรพล นางเจริญ ภมรพล
นางพร้อม ภมรพล นางพริ้ง ภมรพล นางสว่าง ภมรพล
เสียชีวิตไปแล้ว10คนคงเหลือ 1คนคือนางสว่าง ภมรพลอายุปัจจุบัน 85ปี
มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสุไหงโกลค จังหวัดนราธิวาส


โดย: Uncle lee IP: 115.87.62.53 วันที่: 3 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:27:44 น.  

 
นามสกุล ภมรพล จะมีอายุครบรอบ ๑๐๐ปีในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นับจากวันที่ได้รับพระราชทานมาเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๖ ทราบว่า
จะมีการจัดฉลองและทำบุญในวันนั้น น่าจะเป็นที่วัดใดวัดหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี
เรียนเชิญญาตินามสกุลที่เกี่ยวข้องกับนามสกุลภมรพลครั้งในอดีดและปัจจุบัน
เข้าร่วมอนุโมทนาบุญร่วมกันในครังนี้


โดย: Uncle lee IP: 115.87.62.53 วันที่: 3 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:50:12 น.  

 
สายสามชุก: ตาพินที่น้องของตาพันลูกของขุนภูดาษ(อ่ำ)ที่ตามยายปุยซึ่งมีศักดิ์
เป็นน้าเพราะเป็นน้องของขุนภูดาษ(อ่ำ)ไปอยู่สามชุกต่อมายายปุยได้แต่งงานกับ
ตาแพนามสกุล บริสุทธิ์ ตาแพมีน้องสาวชื่อนางเปลี้ยง บริสุทธิ์
ส่วนนายพิน ภมรพลต่อมาได้แต่งงานกับนางเปลี้ยง บริสุทธิ์มีบุตร3คน
อยากทราบว่าตาพินนี้เคยเป็นปลัดอำเภอสามชุกในปีไหนครับคุณสะพานเขียว
พอจะมีข้อมูลบ้างไหมครับ.


โดย: Uncle lee IP: 124.121.56.133 วันที่: 21 กรกฎาคม 2555 เวลา:6:00:46 น.  

 
นามสกุลบริสุทธิ์ พื้นเพเดิมอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีหรือเปล่าคะ?? และนามสกุลบริสุทธิ์มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ นามสกุล สุนทรวิภาต และ ภมรพลค่ะ? จากที่เคยทราบ นางปุย ภมรพล ซึ่งเป็นน้องของขุนภูดาษ(อ่ำ) ภมรพล ได้ไปอยู่ที่สุพรรณบุรี และแต่งงานกับ นายแพ บริสุทธิ์


โดย: Addy IP: 124.121.187.96 วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:52:06 น.  

 
ตาพินกับปลัดพินคงไม่ใช่คนเดียวตาพิน ภมรพลลูกของขุนภูดาษ(อ่ำ)ได้
กับนางเปลี้ยงมีลูก3คนคือตาแอ๋ม,ตาตุ๊และยายเอี๋ยมซึ่งทั้งหมดใช้นามสกุล
ภมรพลทั้ง3คนได้เสียชีวิตไปหมดแล้วคงเหลือแต่ลูกๆหลานที่ยังอยู่ที่่สามชุก
โป่งแดงหนองผักนากและหนองหญ้าไซ


โดย: Uncle Lee IP: 124.121.63.218 วันที่: 26 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:19:43 น.  

 
ขอประมวลตอบดังนี้
๑.ลุงลีคงเป็นสายตรงของปลัดพัน ภมรพล ที่ไปรับราชการเติบโตทางปัตตานี-นราธิวาส จึงเป็นข้อมูลตรง เชื่อถือได้ ว่าปลัดพัน แต่งกับยายพลัด อุบลจินดา และคงเป็นความจริงที่ว่าสายนี้ไปเข้ามุสลิมบ้าง (คิดว่าราว ๑๐ เปอร์เซ็น แต่ไม่เกิน ๒๐%)
๒.เป็นทีี่น่ายินดีที่ "ภมรพล" จะครบ ๑๐๐ ปีในวันที่ ๒๐ กพ. ซึ่งอีกเพียงไม่กี่เดือนเอง คิดว่าคงจะมีสาระในการพบปะพูดคุยกัน
๓.ที่ถามว่าตาพิน ภมรพล เป็นปลัดอำเภอสามชุกในปีไหน ให้คำตอบไม่ได้ สายตระกูลนี้เป็นพวก "กรมการเมือง" ทั้งนั้น ผู้ชายก็รับราชการ ส่วนผู้หญิงก็แต่งงานกับส่วนใหญ่ที่เป็นพวกกรมการเมือง หรือแยกย้ายกันไปประกอบอาชีพต่างๆ ยากจนเข็ญใจบ้าง มั่งมีบ้าง ดีกันบ้าง ทะเลาะกันเองบ้าง.... มี ๒ "พิน" คือ พิน ภมรพล ที่เป็นลูกขุนภูดาษ (อ่ำ) ที่มีลูกชื่อพัน, พิน, แป้น, เล็ก, โพธิ์, พัก, ขวัญชัย. บ้านเดิมของยายแป้นนั้นอยู่ใต้วัดใหม่ ติดๆ กับกลุ่มบ้านสุนทรวิภาต, ไทยวงษ์ และบูรณะโรจน์ ขุนภูดาษขายให้ญาติฝ่ายสุนทรวิภาตไป และยังมีอีกพินหนึ่ง ชื่อปลัดพิน หรือหมื่นบำรุงโยธี (พิน ต้นตระกูล "จันทร์เรือง") ที่รับครูสรรค์ ภมรพล เป็นบุตรบุญธรรม กลายเป็นครูสรรค์ จันทร์เรืองไป ก๊กนี้อยู่ที่แถววัดศรีสำราญ อ.สองพี่น้องครับ
๔.ตอบคุณแอดดี้ที่ถามถึงนามสกุล "บริสุทธิ์" เดิมเป็นคนจีน ใช้แซ่ สันนิษฐานว่าเกีีี่ยวกับพวกเก็บภาษีอากร แต่ไม่ใช่เป็นนามสกุลพระราชทาน ต้นสกุลมาจาก "ก๋งเส็ง" ซึ่งมีภรรยาคนหนึ่งอยู่อ.สองพี่น้อง และอย่างน้อยอีกคนหนึ่งอยู่ในเมืองฝั่งวัดประตูสาร ฉะนั้น "บริสุทธิ์" จึงมีจุดกำเนิดอยู่ที่สองพี่น้องกับอำเภอเมืองสุพรรณ ประเด็นว่าเกี่ยวข้องกับสุนทรวิภาตและภมรพลอย่างไร อย่างท่านผู้ว่าไพฑูรย์ สุนทรวิภาต ก็เป็นลูกของยายละออ-ตาลมูล สุนทรวิภาต และยา่ยละออก็เป็นลูกของยายสาด สุนทรวิภาต-ตาทองอยู่ บริสุทธิ์ ยายสาดเป็นลูกของพวกกรมการเมือง ส่วนตาทองอยู่้เป็นลูกของตาเส็ง ต้นตระกูล "บริสุทธิ์" ซึ่งเดิมเป็นแซ่
เมื่อ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เป็นงานชาตกาลมหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ที่บ้านยะมะรัชโช ซึ่งไม่ใช่เป็นบ้านเกิดของท่าน แต่เป็นบ้านที่ได้รับพระราชทานนามว่า "ยะมะรัชโช" จาก ร.๕ ณ บ้านนี้เดิมเป็นบ้านของตาบัว ซึ่งมีเชื้อสายเป็นภมรพล ตาบัวมีลูกสาวที่รู้ ๒ คนชื่อยายทองพูน กับยายทรัพย์ ซึ่งลูกสาวนี้ก็เกี่ยวพันกันกับสุวรรณศร, ภมรพล และบริสุทธิ์ ด้วยเช่นกัน
ใต้วัดใหม่มีบ้านยายปุย (เดิม สถาปิตานนท์)ยายปุยเป็นพี่น้องกับพระยาอุภัยภาติกเขตร์ (เอี่ยม)นายอำเภอสองพี่น้อง และขุนโภชสาลี (ถม)แต่งกับคนบางแม่หม้าย ทั้งนายอำเภอเอี่ยมและขุนโภชถม จุดกำเนิดก็เกิดที่ใต้วัดใหม่แห่งนี้ ซึ่งเป็นญาติหรือเกีียวดองกัน หากจะสรุปว่าเกือบทุกตระกูลมีจุดกำเนิดหรือเกี่ยวข้อง โดยมาจาก "สุนทรวิภาต" ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพระยาสุนทรสงครามรามพิไชย (แจ่ม) เจ้าเมืองสุพรรณ ซึ่งเขาเรียกว่า "พระยานาหมื่น" ก็คงไม่ผิดนัก สืบลึกๆ แล้วเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่เราเชื่อมโยงไม่ถึงเอง บางอย่างก็ตอบไม่ได้


โดย: สะพานเขียว IP: 58.9.239.64 วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:52:41 น.  

 
มีโอกาสพบปะกับหลานๆตาพินได้ทราบว่าย่าของเขาชื่อนางเกลี้ยงขอแก้ใขเดิม
จากเปลี้ยงเป็นนางเกลี้ยงกลุ่มนี่ยังอยู่ที่โป่งแดง หนองผักนากอำเภอสามชุก
จังหวัดสุพรรณบุรี


โดย: Uncle lee IP: 115.87.4.3 วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:23:03 น.  

 
มีโอกาสพบปะกับหลานๆตาพินได้ทราบว่าย่าของเขาชื่อนางเกลี้ยงขอแก้ใขเดิม
จากเปลี้ยงเป็นนางเกลี้ยงกลุ่มนี่ยังอยู่ที่โป่งแดง หนองผักนากอำเภอสามชุก
จังหวัดสุพรรณบุรี


โดย: Uncle lee IP: 115.87.4.3 วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:17:43 น.  

 
อยากจะสอบถามคุณสพานเขียวว่ามีกลุ่มภมรพลกลุ่มไหนบ้างที่ไป
อยู่แถวจังหวัดสมุทรสงครามพอจะทราบใหมครับ?


โดย: Uncle lee IP: 124.121.6.104 วันที่: 1 สิงหาคม 2555 เวลา:18:44:44 น.  

 
อยากจะสอบถาม สายตระกูล ภมรพล ว่า มีผู้หญิง ที่ชื่อ ยายสาคร ไหมคะ ที่เคยอยู่ทางภาคใต้ ที่ จังหวัด ยะลา แถวตัวเมือง อดีต ยายสาคร นี้ ใช้นามสกุล สุนทรวิภาต แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องตระกูลนี้ รึเปล่าคะ แล้ว รู้จัก ตาทอด สุนทรวิภาต อดีตที่เคยเป็นทนาย สมัยนั้น ยายสาคร เป็นอา ของ ตาทอด สุนทรวิภาต


โดย: chokun Za IP: 115.67.161.132 วันที่: 17 กันยายน 2555 เวลา:19:04:24 น.  

 
ผมใชันามสกุล"สุขุม"ตั้งแต่เกิิด จนอายุย่างเข้า๕๑ปีแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามาสายไหน ได้อ่านและศึกษาประวัติเจ้าพระยายมราช(ปั้น สุขุม)มาตลอด ทราบว่าผมมีชวด(พ่อของปู่)ชื่อนายปาน สุขุม เคยเห็นใบสำมะโนครัวรุ่นเก่า ปู่ชื่อนายสุวรรณ สุขุม เป็นคนอ.ประสาท จ.สุรินทร์ เสียชีวิตแล้ว เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๔ ท่าผู้ใดพอทราบบ้าง ช่วยแจ้งให้ทราบที จักขอบพระคุณอย่างสูง


โดย: นายสุมิตร สุขุม IP: 101.108.150.30 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:9:37:36 น.  

 
"๑. นายจิ๋ว ภมรพล มีลูกชายชื่อตามุ (+ยายม่อม) และมีลูกชายคนหนึ่งชื่อนายแกครับ ไม่ใช่ชื่อแกะหรือแกละ ฉะนั้น เป็นคนละคนกับก๊กบ้านโพธิ์แน่นอน นายแกแต่งงานกับนางวาด มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.พยงค์ ภมรพล ว่าไปอยู่แถวสมุทรปราการ และคงมีตาแป้นและตายิ่งอยู่ด้วยในสายนี้"

จากข้อความด้านบนที่ยกมานะคะ
ดิฉันเป็นหลานคุณย่าพะเยาว์ บุตรคุณทวดแกกับคุณทวดวาด
คุณทวดแกมีลูกสาวอีกนะคะ คือคุณย่าพะเยาว์ของดิฉันและคุณย่าน้อยจากข้อมูลที่ว่ามาอยู่แถวสมุทรปราการคือก็คุณย่าพะเยาว์ไม่ใช่คุณย่าพยงค์ค่ะ มีลูกชายคนโตของคุณย่าพะเยาว์ยังอยู่ที่สุพรรณบุรีแถวๆวัดปราสาททอง ลูกชายคนโตของคุณย่าพะเยาว์เป็นเพียงคนเดียวที่ใช้นามสกุลภมรพลอยู่
ส่วนลูกอีก9คนของคุณย่าใช้นามสกุลของคุณปู่ดิฉันค่ะ


*ติดต่อดิฉันได้ที่ Ora-s@hotmail.com




โดย: Orawan S. IP: 101.109.189.153 วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:49:56 น.  

 
ขออนุญาตินิดนึงนะครับ พอดีผมอยากทราบว่า เจดีย์ที่บรรจุอัฐฐิบิดาของคุณ อภิชาติ สุขุม ที่วัดท่าซุง ศร้างเมื่อ วันที่ เท่าไหร่ เดือนอะไร พ.ศ. อะไรครับ พอดีพยายามหาเป็นความรู้แล้วหาไม่เจอครับ ขอบคุณครับ


โดย: นันทภพ IP: 118.172.132.145 วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:23:26:46 น.  

 
ผมมีตาชื่อ นายถวิล สุขุม ผมเป็นหลานของท่าน และได้ยินลุงกับป้าของผมคุยถึง ท่านเจ้าพระยายมราช ซึ่งผมเองได้ยินก็ยังสงสัย และยายของผมมักพูดเสมอๆว่าหากตาเอ็งอยู่ชีวิตของเราไม่เป็นแบบนี้หรอก ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตาผมเป็นใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับท่านเจ้าพระยายมราช แม่เราให้ฟังว่าตอนตาของผมเสียชีวิต มีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงทหารชั้นพันเอกพันโท คนใหญ่ๆโตๆมากันมากมาย ทั้งๆที่คุณตาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน จังหวัดอยุธยาแบบเรียบง่าย ชอบที่จะชนไก่ คืออยู่อย่างธรรมดาแต่ทำไมถึงมีเจ้าใหญ่นายโตมากันมากมาย ผมอยากรู้จริงๆครับว่าตาของผมเป็นใครกันแน่เพราะท่านไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟังเลย ใคร่ขอผู้รู้ช่วยหาคำตอบให้ผมทีครับ ผมจะได้ภูมิใจและรำลึกถึงบรรพบุรุษอันทรงเกียรติ ฝากด้วยนะครับ


โดย: Apichart IP: 115.67.134.121 วันที่: 14 ตุลาคม 2556 เวลา:5:10:51 น.  

 
ดีใจมากครับ ที่พี่น้องตระกูลสุวรรณศรยังรำลึกถึงบรรพรุษและเป็นการรำลึกถึงที่ลึกซึ้งด้วย มีโอกาสผมอยากไปร่วมงานกับญาติ ๆ ด้วย นี่ผม"สุวรรณศร"อยู่ที่จังหวัดลำปางครับ


โดย: วิเชียร สุวรรณศร IP: 183.89.9.193 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:56:55 น.  

 
ผมเองก็นาสกุลนี้ พ่อเล่าให้ฟังแค่ว่า ปู่บอกว่ามาทางสาย ท่าน(หมี สุขุม) แต่ปู่ไม่ยอมบอกอะไรต่อ พ่อผมเลยไม่รู้ประวัติอะไรต่อเลยครับ


โดย: นพดล สุขุม IP: 125.25.175.171 วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:17:03:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
twojay
Location :
Clermont, FL United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




***Enjoy your visit!!***

New Comments
Friends' blogs
[Add twojay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.