mE&mY2hANDS
Group Blog
 
All blogs
 

Review~พาไปดูห้องให้นมเครือ Central ค่า

การให้นมลูกนอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่โอ๊ตเป็นกังวลมากกกกในช่วงแรกที่ออกจากบ้านพร้อมกับเบบี๋ เพราะกลัวว่าจะไม่มีที่ให้นมลูก อย่างว่าเนอะให้กันสดๆ จากเต้า คิดจะเปิดตรงไหนปิดตรงไหนก็มีเขินมีอายเหมือนกันนะ เลยคิดว่าคุณแม่มือใหม่หลายๆ คนอาจจะเป็นกังวลกันอยู่ วันนี้เลยจะพาไปดูห้องให้นมที่ ห้างสรรพสินค้าค่ะ เผื่อคุณแม่อยากจะออกจากบ้านไปเดินซื้อของหรือเดินเล่นเปิดหูเปิดตาบ้างก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะตอนนี้ห้างสรรพสินค้าส่วนมากมีห้องให้นมให้บริการคุณแม่เกือบทุกที่เลยค่ะ วันนี้จะพาไปดูห้องให้นมที่ Central แจ้งวัฒนะค่ะ มาดูกันเลย


ห้องให้นมส่วนมากจะอยู่ชั้นเดียวกับ ชั้นเด็กในโซนเด็กเล็กค่ะ ที่เซนแจ้งก็เช่นกันค่า ที่นี่ห้องใหญ่มากอาจจะเป็นเพราะเป็นห้างที่เปิดใหม่ (เทียบกับเซนบางนาและพระราม 3 ซึ่งเป็นสาขาที่เปิดมานานแล้ว จะทั้งเล็กทั้งเก่า แถมไม่มีห้องแยกด้วยค่ะ ต้องนั่งกันเป็นตับเลย ถ้าห้าง renovate ละก็ ควรปรับปรุงมากๆ ค่ะ)


เปิดเข้ามาจะเจอชุดโซฟาขนาดใหญ่ มีเบบี๋ของเก๊ามาจ๊ะเอ๋ด้วย (ปกติคุณพ่อไม่ได้เข้าไปด้วยนะคะ ครั้งนี้เข้าไปเพื่อช่วยดูคุณลูกค่ะ คุณแม่เข้าไปดูแล้วว่าไม่มีคุณแม่ท่านอื่น Smiley)








ตรงเข้ามาด้านในมุม ขวาที่เห็นเป็นม่านสีน้ำเงินเป็นห้องให้นมค่ะ ที่นี่มี 2 ห้อง ปิดเปิดด้วยม่านจะเป็นอันรู้กันว่าถ้าม่านปิดอยู่คือมีคนใช้อยู่ค่ะ ด้านในมีโซฟา โต๊ะวางของเล็กๆ สามารถเอารถเข็นเข้าไปได้ค่ะ








ด้านตรงข้ามเป็น บริเวณเปลี่ยนผ้าอ้อม มีอ่างล้างมือมีน้ำร้อนน้ำเย็นบริการ และมีที่นอนสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อม ทิชชู่ ถุงสำหรับใส่ผ้าอ้อม ครบมากค่ะ ชอบสาขานี้มากๆ มี 2 ชุดค่ะ







หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ




 

Create Date : 27 มกราคม 2559    
Last Update : 27 มกราคม 2559 14:12:03 น.
Counter : 495 Pageviews.  

2bEmOM~Review ยางกัด MAM, Pureen, Playgro



ระหว่างนั่งคิดว่ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับการให้นมแม่อยากจะแชร์อีกบ้าง เรามาคุยกันเรื่องยางกัดหรือ teether คั่นเวลากันดีกว่า สำหรับยางกัด คุณแม่อย่างเราจะเริ่มมองหามาใช้ก็เมื่อเบบี๋มีอาการคันเหงือกหมั่นเขี้ยวอยากแทะอยากหม่ำนิ้วบ้างตุ๊กตาบ้าง เรียกว่าเห็นอะไรตรงหน้าก็เอามาหม่ำได้หมด ซึ่งเด็กแต่ละคนก็จะมีอาการนี้ไล่ๆ กันค่ะ ที่บ้านเริ่มจะติดดูดๆ นิ้วตอนประมาณ 3 เดือนกว่าเห็นจะได้ เลยเริ่มใช้ตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ค่ะ ตอนแรกก็ search ดูในเน็ตตามสไตล์คุณแม่...แม่บ้านแม่เรือน คือสิงอยู่บ้าน...แทบจะไม่ได้ออกไปไหนเล้ย แต่ละยี่ห้อก็หน้าตาน่ารักจนทำเอาคุณแม่อยากได้ไปหมด (ตกลงจะเอาไว้ใช้เองหรา? Smiley) ดูไปดูมาจนมาสะดุดที่ยี่ห่อ MAM เห็นฝรั่งรีวิวเยอะ แต่คนไทยไม่ค่อยนิยมกันซักเท่าไหร่ อ่านไปอ่านมาน่าสนใจถึงหน้าตาจะไม่ค่อยน่ารักมีรูปสัตว์ตุ๊กตาเหมือนอย่างแบรนด์ทางฝั่งเกาหลี แต่แบรนด์นี้ดูใส่ใจในการออกแบบตั้งแต่เรื่องของช่องปากและพัฒนาการของเด็ก เพราะยางกัดเขาแบ่งให้ใช้กันตามเดือนเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่ 0+ เดือนไปจน 6+ เดือน




เกริ่นมายาวเลย มาเริ่มกันที่อันแรกเลยดีกว่า หนีไม่พ้นของ MAM ค่ะ

รุ่นนี้ (รูปจากอินเตอร์เน็ท ต้องขอโทษด้วยไม่ได้ถ่ายรูปเองเลย เพราะต้องดูน้องไปด้วย)




ราคาประมาณ 300 บาทค่ะ ซื้อเองค่ะ


อันนี้เป็นรุ่นสำหรับเด็ก 4 เดือน+ ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วตอนโอ๊ตซื้อน้องอายุประมาณ 3 เดือนนิดๆ แต่ชอบตรงด้านบนที่ใสๆ จะมีน้ำอยู่ข้างใน เอาไปแช่เย็นแล้วทางแบรนด์ว่าจะช่วยให้คันเหงือกน้อยลง แถมดูน่าจะสดชื่นดี (อันหลังคิดเอาเอง 555) เลยเลือกอันนี้ค่ะ แรกๆ ตอนนี้ 3 เดือนกว่ายังดูใหญ่ไปนิดนึง เขาก็จะถือๆ อมๆ อ่อ อีกอย่างคิดว่าน่าจะช่วยเรื่องการใช้มือได้ดีค่ะ เพราะเบบี๋ที่บ้านจะถือของเก่งหยิบจับของเก่ง คิดว่าอันนี้น่าจะมีส่วนช่วยนะคะ โดยรวมน้องชอบค่ะ พอ 4-5 เดือนเนี้ยถือถนัดๆ สบายๆ ยิ่งถ้าแช่เย็นมา จะชอบมาก ฟินมาก แถมแม่ชอบเอาติดตัวไปข้างนอก ก่อน 6 เดือนน้องยังไม่ทานอาหาร แต่ก็เริ่มอยากจะหม่ำแล้วเวลาเห็นใครทานอาหาร ก็จะเอามาให้น้องกัดเล่นค่ะ จนตอนนี้ 8 เดือนกว่าก็ยังใช้อยู่บ้างค่ะ ถือว่าคุ้มค่ามาก



พอใช้ของ MAM อันแรกแล้วติดใจ พอน้องได้ซัก 5 เดือนกว่า ก็เลยสอยของ MAM มาอีก 1 อันค่ะ โดยอันนี้จะสำหรับเด็กอายุ 6+ ดูจากรีวิวอันใหญ่สะใจทีเดียว หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ




ราคาประมาณ 350 บาทค่ะ ซื้อเองค่ะ


สำหรับชิ้นที่ 2 นี้ ขนาดใหญ่มากค่ะ เหมาะกับเด็ก 6 เดือนขึ้นไปจริงๆ ที่เลือกอันนี้เพราะเขาทำได้หลายอย่างค่ะ อย่างแรกคือเอาไว้กัด ซึ่งแต่ละพาร์ทก็จะต่างกันค่ะ สีฟ้ากับสีส้มเป็นยางแข็งๆ นิดนึง โดนัทสีเขียวกับม่วงเป็นยางกลวงๆ ไม่มีน้ำ (ตอนแรกเข้าใจผิดว่ามี จะไปขอเปลี่ยนเขาด้าน เขิลเลย Smiley)  และสุดท้ายโดนัทสีขาว มีน้ำข้างในค่ะ เพราะฉะนั้นสามารถแช่เย็นได้ อย่างที่สองคือพาร์ททั้งหมดสามารถบิดได้รอบตามรูปที่เด็กถือ และสุดท้ายคือ เขย่าแล้วมีเสียงค่ะ ซึ่งพอให้น้องได้ลองเล่น เขาจะชอบกัดสีฟ้ากะสีส้ม อาจจะเป็นเพราะเหงือกเริ่มแข็งแล้ว และชอบเอามาเขย่า (หรือแม่เขย่าให้ดูบ่อยก็ไม่รู้ แต่เสียงค่อนข้างเบา) แต่ไม่เคยเห็นเค้าบิดนะคะ ดูแล้วเค้าจะชอบอันแรกมากกว่า อาจจะเป็นเพราะโตขึ้นแล้ว เล่นของเล่นได้เยอะขึ้น ซึ่งถ้าถามว่าคุ้มมั้ย สำหรับโอ๊ตก็ยังถือว่าโอเคนะ เอามาสลับกับอันแรก เพราะที่บ้านจะล้างทุกวันและแช่ไว้ พอเค้าแทะจนหนำใจแล้วก็เอาไปล้างแช่ไว้ สลับกันไปๆ มาๆ ค่ะ อ่อ แต่อันนี้จะมีข้อเสียนิดนึงคือ ตรงที่หมุนได้จะค่อนข้างหลวมค่ะ และพอเอาไปล้างเหมือนน้ำเข้าไปข้างในตรงกลางจะทำให้เขย่าแล้วไม่ค่อยมีเสียง แต่พอแห้งก็มีเสียงเหมือนเดิมค่ะ


อันที่ 3 นี้จริงๆ ได้มาก่อนใครเพื่อนเลยค่ะ เพราะมาพร้อมกับกระเช้าใหญ่บึ้มมีทุกสิ่งให้เลือกสรร แต่เอามาใช้พร้อมกับอันที่ 2 เพราะตอนลูกเริ่มใช้ยางกัด อันนี้จะยังใหญ่และหนักไปสำหรับเด็ก 3-4 เดือนค่ะ และพอได้อันแรกของ MAM ก็เอามาเปรียบเทียบกัน เห็นได้ชัดเลยว่า พลาสติกของ MAM ดูเด้งๆ และยืดหยุ่นกว่า มาดูหน้าตากันก่อนค่ะจากแบรนด์ Pureen ค่ะ




ไม่ทราบราคา ได้เป็นของขวัญจากญาติค่ะ


อันนี้เค้าจะมา 3 พาร์ท คือมีส่วนที่เป็นพลาสติกสีเหลือง ค่อนข้างแข็งทีเดียว, พลาสติกใสมีน้ำข้างในตรงโดนัทสีฟ้า เอาไปแช่เย็นได้ และลูกบอลกลิ้งได้ เขย่าแล้วมีเสียงดังฟังชัด (ดังกว่า MAM ค่ะ ของ MAM จะเบาไปนิด) โอ๊ตเอามาจะให้ลูกเขย่าเล่นตอน 5-6 เดือนได้ ปรากฏว่าเขาก็ชอบนะคะ ชอบเขย่าแล้วก็ยังเอามากัดด้วย สีเหลืองแข็งๆ ก็กัดค่ะ สงสัยเหงือกชีคงจะเป็นเหงือกเหล็กแล้ว 555 สรุปว่า อันนี้ก็คุ้ม แต่ควรรอให้เบบี๋เหงือกแข็งแรกก่อนนะคะ Smiley


และสุดท้ายกับของแบรนด์ Playgro



ราคาประมาณ 350 บาทค่ะ ซื้อเองค่ะ


คืออันนี้ได้มาเนื่องจากเล็งของ Manhattan Toy ไว้ แต่แพงเหลือหลายแถมต้องพรีออเดอร์นานเหลือเกิน เลยอยากได้ตัวแทน สรุปทั้งแข็ง ทั้งหนัก ไม่ประทับใจอย่างแรกเลยค่ะ ไม่แนะนำเลยจริง ซื้อมาหลายเดือนแล้ว นับครั้งเล่นได้เลย เอามากลิ้งเล่น 555 แต่ก็ประมาทไม่ได้เนอะ หลัง 8 เดือนอาจจะกลายเป็นชิ้นโปรดก็ได้ใครจะไปรู้ คาดเดาไม่ได้เลยกับเบบี๋


จากรีวิวนี้ คิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ เบบี๋แต่ละคนอาจชอบไม่เหมือนกันเนอะ ลองเอาไว้เป็นข้อมูลค่ะ ของทั้งหมดซื้อหรือได้เป็นของขวัญจากญาติ ไม่มีสปอนเซอร์ค่ะ




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2558    
Last Update : 9 ธันวาคม 2558 16:35:50 น.
Counter : 355 Pageviews.  

2bEmOM เล่าสู่กันฟัง...นมแม่ สดจากเต้า ฟาร์มเราเอง




Blog นี้ว่าด้วยเรื่องการให้นมแม่ค่ะ ต้องเกริ่นก่อนว่าโอ๊ตเป็นคุณแม่ที่ให้นมแม่ตั้งแต่น้องเกิดจนถึงปัจจุบันคือน้องอายุได้ 8 เดือนกว่าแล้ว (มีให้นมผสมบางในช่วงแรกที่น้ำนมยังไม่มาแต่ก็ให้เมื่อจำเป็นเท่านั้นค่ะ) สำหรับข้อมูลการให้นมนี้ ก็หาข้อมูลจากเพจต่างๆ ตั้งแต่เริ่มท้องเลยค่ะ เพราะรอบตัวแทบไม่มีใครที่เบบี๋ไล่กันให้พอปรึกษาได้เลย ซึ่งข้อมูลก็มีเยอะมากจนตาลาย ก่อนจะคลอดบางคำถามก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอน้องออกมาแล้ว ก็มีอีกหลายคำถามที่ไม่มีในเพจ หรืออาจจะหาไม่เจอเองก็เป็นได้ เลยถือโอาสมาแชร์ประสบการณ์การให้นมแม่มา 8 เดือนเต็มของคุณแม่มือใหม่แก่คุณแม่มือใหม่กว่า 555 เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ Smiley

--- Q: คำถามยอดฮิต ใช้เครื่องปั๊มนมอะไรดี ---

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งใจจะให้นมแม่จากเต้า...ฟาร์มเราเองนั้น เครื่องปั๊มนมจะจำเป็นแค่เฉพาะช่วงแรกๆ หลังน้องคลอดเท่านั้นเองค่ะ เพราะหลังคลอดวันแรกๆ น้ำนมอาจจะยังไม่มาหรือมาน้อย เครื่องปั๊มนมจะมาช่วยกระตุ้นน้ำนมค่ะ ซึ่งเครื่องปั๊มนมที่โอ๊ตแนะนำก็คือเครื่องปั๊มนมด้วยมือ ไม่ขอระบุยี่ห้อนะคะ ที่แนะนำอย่างนี้เพราะถ้าคุณเลี้ยงลูกเองอยู่กับลูกตลอดเวลา ลูกถือเป็นเครื่องปั๊มและกระตุ้นน้ำนมได้ดีที่สุดค่ะ ลูกดูดนมไปแค่ไหนร่างกายเราก็จะผลิตมาให้เพียงพอกับความต้องการของลูก หากคุณปั๊มไปด้วยลูกดูดนมไปด้วย ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมมาทดแทนมากกว่าความต้องการของลูก คราวนี้คุณก็ต้องปั๊มออกไปตลอด และที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการปั๊มออกด้วย (ข้อนี้ขอสรรเสริญคุณแม่นักปั๊มทุกคนมากๆ ) มิฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดการคัด ตันของท่อน้ำนมจนอักเสบกลายเป็นฝีหนองกันไป หรือถ้าใครอยากสต็อกนมไว้บ้างเผื่อออกไปทำธุระข้างนอก ก็อาจจะเลือกปั๊มน้ำนมออกมาเท่าที่ต้องการค่ะ ไม่จำเป็นต้องปั๊มเก็บกันเป็นตู้ๆ เหมือนคุณแม่นักปั๊มที่ออกไปทำงานนอกบ้าน

สำหรับโอ๊ต ก่อนซื้อได้ปรึกษาเพื่อนซึ่งเป็นคุณแม่ที่ให้นมแม่เองเหมือนกัน เพื่อนแนะนำ Spectra 3 เป็นเครื่องปั๊มไฟฟ้าราคาไม่แพง ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 3,000-3,500 บาทได้ค่ะ ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยก็ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก ตอนปั๊มก็สะดวกดีค่ะเพราะเป็นไฟฟ้า (แต่เสียงเค้าจะดังนะคะ ปั๊มไป เสียวไปว่าคุณลูกตื่น เค้าจะมาหัวเดียวแต่เราสามารถต่อเป็น 2 หัวได้ค่ะ ถ้าใครสนใจทิ้ง comment ไว้นะคะจะมารีวิวอีกทีค่ะ) แต่ก็ใช้ปั๊มช่วงๆ แรก หลังจากนั้นก็เก็บเข้ากล่อง ทำให้ไม่เสียดายตังค์มากเท่าไหร่ (นี่ถ้าบ้าจี้ซื้อเครื่องเป็นหมื่นมาจะเอามาปั๊มกินเองซะเลย 555) แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปคงเลือกแค่เครื่องปั๊มมือค่ะ




ภาพรุ่นที่ใช้อยู่ค่ะ - เครื่องซื้อเอง ไม่ได้สปอนเซอร์นะคะ


--- Q: หลังจากลูกเข้าเต้าแล้ว ต้องปั๊มให้เกลี้ยงเต้ามั้ยค่ะ ---

คำถามนี้เนี้ย โอ๊ตเองก็งงมากค่ะ แรกๆ ยอมรับว่าก็ลุกขึ้นมาปั๊มให้เกลี้ยงเต้ากะเขาเหมือนกันนะ แต่ด้วยความขี้เกียจส่วนตัว ก็จะใช้เวลาแค่ 10-20 นาทีต่อข้าง และก็ไม่ถึงกับทุก 2-3 ชมอย่างที่หาข้อมูลมา เพราะช่วงแรกลูกจะหม่ำนมบ่อยมาก บางทีปั๊มยังไม่ทันเสร็จลูกก็ตื่นแล้วจ้า เลยงงๆ กับตัวเองอยู่พักนึง จากนั้นก็มานั่งตั้งสติคิดเองเออเองถึงสมัยก่อนนู้น คุณแม่ให้นมลูกไม่มีเครื่องปั๊มเค้าทำกันยังไง เราก็ทำตามนั้นโลด เลยได้ข้อสรุปค่ะ ว่าไม่ปั๊มค่ะ เราเลือกวิธีธรรมชาติที่สุดก็ปล่อยไปตามธรรมชาติค่ะ ลูกหิวก็ให้หม่ำนม เสร็จแล้วเสร็จกันไม่ปั๊มต่อค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังมีน้ำนมเพียงพอตามที่ลูกต้องการค่ะ 


--- Q: ในการให้นม 1 ครั้ง ควรให้ลูกดูดทีละข้างหรือดูดทั้งสองข้างค่ะ ---

ข้อนี้คุณยายข้างบ้านบอกว่าต้อง 2 ข้างนะ ไม่งั้นหนูจะน๊มนมไม่เท่ากันนะลูก ส่วนในเพจบอกว่าควรจะทีละข้างนะคะ โดยอธิบายถึงนมแม่ว่า นมมี 2 ส่วน คือนมส่วนหน้าและนมส่วนหลัง นมส่วนหน้าจะส่วนช่วยเรื่องการย่อย ในขณะที่นมส่วนหลังจะมีสารอาหารรวมถึงไขมันมากกว่า (โอ๊ตสรุปแบบย่อมากๆ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่เลยค่ะ) เพราะฉะนั้นนมทั้ง 2 ส่วนจึงมีความจำเป็นทั้งคู่ โอ๊ตเลยเลือกที่จะให้ลูกดูดนมทีละข้าง เพื่อที่จะให้ลูกได้ทั้งนมส่วนหน้าและนมส่วนหลังในทุกครั้งที่หม่ำนม โดยไม่ลืมคำเตือนของคุณยายคือสลับกันไปซ้ายขวา จำให้แม่น ก็ไม่มีปัญหาค่ะ Smiley และผลที่ได้คือ เบบี๋ตอนนี้ 8 เดือน อ้วนจั๊มมั๊ม ลบคำพูดที่ว่าเด็กนมแม่ไม่อ้วนเหมือนเด็กนมผสมไปเลยค่า


--- Q: ช่วงแรก ลูกดูดเต้าตลอด ลูกจะติดเต้ามั้ยค่ะ ---

อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่พอเราเสพข้อมูลมาก เราก็จะนอยเองถึงขั้นเอาไปถามคุณหมอค่ะ 555 ซึ่งคุณหมอก็บอกเสียงเรียบๆ ว่า เป็นธรรมดาค่ะ ไม่ต้องกังวล โอเคจบค่ะ


--- Q: ช่วงแรก ถ้าน้ำนมยังไม่มา เราควรจะเสริมนมให้ลูกด้วยวิธีไหนดีค่ะ ---

สำหรับโอ๊ตเองลองมาหมดแล้วค่ะ ทั้ง Spoon Feeding, Cup Feeding ไซลิ่ง บลาบลาบลา
เพราะเราอ่านเยอะ กังวลเยอะ (Data Lover ค่ะคนนี้ หรือจะเรียกอีกอย่างค่ะ Overloaded Smiley) ก็ไม่เคยมีเบบี๋กะเค้าอะเนอะ กลัวว่าลูกเราจะติดขวดแล้วไม่ยอมกินนมจากเต้า แต่ที่เวิร์คกับโอ๊ตจริงๆ คือการใช้ขวดค่ะ อย่างอื่นนี้หกเลอะเทอะ เปรอะไปหมด มาครึ่งแก้ได้กินไปจิ๊ดนึง พ่อแม่ก็ท้อแท้ค่ะหรืออาจจะเป็นที่ความสามารถของคุณพ่อกับคุณแม่ก็เป็นได้ Smiley แต่โอ๊ตจะเลือกใช้ขวดเฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆ เท่านั้นค่ะ หรือพึ่งขวดให้น้อยที่สุด และเลือกใช้ขวดที่จุกเบอร์เล็กที่สุด ซึ่งรุ่นที่ใช้เป็นพีเจ้นรุ่นในรูปนี้ค่ะ (รุ่นนี้เล็กกว่า avent เบอร์ S ค่ะ)

                               ภาพรุ่นที่ใช้อยู่ค่ะ - เครื่องซื้อเอง ไม่ได้สปอนเซอร์นะคะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณแม่มือใหม่กว่าทุกคนนะคะ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมก็ทิ้งคำถามไว้ใน comment ด้านล่างได้นะคะ Smiley




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2558    
Last Update : 4 ธันวาคม 2558 15:30:30 น.
Counter : 260 Pageviews.  

2bEmOM~Sulwhasoo บูทผิวเตรียมรับศึกหนักหลังคลอดเบบี๋

หายไปนานจนเบบี๋จะครบ 8 เดือนในอีก 2 วันข้างหน้าแล้ว เนื่องจากว่าออกจากงานมาเป็นคุณแม่ fulltime เลี้ยงกันเองกะคุณพ่อ มือใหม่ทั้งคู่ 24 ชม. นี่เรียกว่าอุทิศตนให้คุณลูกค่า แต่พอเห็นเขาโตขึ้นทุกๆ วัน เริ่มยิ้ม หัวเราะ นั่งได้ จนตอนนี้กะลังเริ่มคลานไปทั่วบ้านแล้วก็ชื่นจาาาาาย

พอ 24 ชมเพื่อเบบี๋โดยเฉพาะช่วงเดือนแรก เลยไม่เคยได้สัมผัสครีมบำรุงเลย หน้าแห้งผากแถมยังอยู่ไฟด้วยการอาบน้ำร้อนต้มกะตะไคร้จ้า แห้งคูณ2 ทั้งตัวทั้งหน้า กว่าจะมาตั้งตัว ได้มีเวลานอนแบบพอประมาณ ปรับตัวได้ก็ปาเข้าเดือน 3-4 ดีอย่างตรงที่ตอนช่วงท้องเราได้บำรุงอย่างเต็มที่มาแล้ว อาจจะเป็นเพราะฮอร์โมนจากลูกสาวหรือไงไม่ทราบ คุณแม่เลยได้ไปถอย Sulwhasoo ชุดใหม่ใช้ทั้ง Set เลยเหมือนได้บูทผิวให้โอเค เพื่อ...เตรียมรับมือกับการอดนอนและไม่โดนครีมที่จะตามมา เลยขอถือโอกาสนี่รีวิว Sulwhasoo ชุดที่ได้ใช้ให้เพื่อนได้เป็นข้อมูลค่า

สำหรับชุดที่ใช้ตอนท้อง โอ๊ตเลือก line basic สุดเลยคือ Essentail Line 
ซึ่งจะเป็นไลน์เพื่อผิวชุ่มชื้น สวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นไลน์ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดค่ะ จริงๆ BA เชียร์ Snowise ถึงแม้จะมาจากสารสกัดจากธรรมชาติแต่ก็มิกล้าค่ะ
พวก Whitiening ขอบายก่อน ตอนนี้ขอเซฟสุดๆ




ในไลน์ก็จะมีผลิตภัณฑ์ตามนี้ค่ะ โอ๊ตใช้ทั้งเซ็ตยกเว้นตัว Eye Cream ค่ะ โดยใช้ Emulsion ตอนเช้า และ Cream ตอนกลางคืน ร่วมกับตัว First Care Activting Serum ตัวดังของแบรนด์นี้ค่ะ



โดยรวมแล้ว ที่ชอบมากคือ กลิ่น หอมโสม ถ้าใครชอบก็ฟินค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นขอให้ข้ามไปเลยนะคะ เพราะอาจจะทรมานนิดนึง อีกอย่างคือความรู้สึกที่ใช้ เนื้อดี ใช้แล้วรู้สึกดี ซึมง่ายให้ feeling ที่ดีในการใช้ และสุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ รุ้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้น สุขภาพดีขึ้น ผิวอิ่มขึ้น มีแต่คนทักค่ะ ว่าได้เบบี๋ผู้หญิงแน่ๆ จนเราก็เริ่มคิดนะว่าเพราะสกินแคร์หรือฮอร์โมนกันนะ 555

ในไลน์นี้ทั้งหมด ตัวที่โอ๊ตชอบเป็นการส่วนตัว ถ้าจะซื้อต่อก็คงจะซื้อ 3 ตัวนี้ค่ะ


ตัวแรกนี้รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของโสมค่ะ กลิ่นนี้ที่สุดคืออย่างที่ว่าถ้าชอบโสม จัดไปค่ะ ใช้แล้วซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่มัน (เพราะเรายังต้องลงกันอีกหลายตัวนะ 555) เหมาะกับการลงตัวแรกค่ะ ส่วนตัวที่สองลงไปแล้วรู้สึกสดชื่นเหมือนผิวตื่น และให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี และสุดท้ายเป็น Moisture ที่ไม่เหลวเกินไปไม่ข้นเกินไป ทาแล้วสบายหน้าเหมาะสำหรับใช้กลางวัน ถ้าคนผิวมันอาจจะใช้กลางคืนด้วยเลยก็ได้ค่ะ ที่สำคัญตัวที่ 2,3 นี่ถ้าเทียบกับปริมาณแล้วถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ พันต้นๆ กับปริมาณถึง 125 ml ในเซ็ตนี่หมดหลังเพื่อนเลย

ก่อนจบฝากสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่ว่าช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้บำรุงผิวอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นจัดให้เต็มที่ค่ะ เพราะพอเบบี๋ช่วงแรกนี่ เวลาแทบ 100% จะเป็นของเบบี๋ค่ะ อยากจัดอะไรทำอะไรที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและลูกจัดไปค่ะ เริ่ม!

ภาพ จาก sulwhasoo.co.th ค่ะ




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 13 ธันวาคม 2558 10:22:34 น.
Counter : 176 Pageviews.  

2bEmOM~Review skincare&tips ป้องกันคุณแม่ท้องลาย

เนื่องจากเป็นคนที่ผิวแห้งมากกกก แห้งผากทั้งตัว อย่างหน้านี่เราก็พยายามหาอะไรประโคมอยู่แล้วตามประสาผู้หญิงเนอะ ส่วนตัวนี่สิถ้าไม่ได้มีน้องก็มีแอบขี้เกียจบ้าง ทาบ้างไม่ทาบ้าง แต่ชอบซื้อๆ มาเก็บไว้นะ เพียบเลย (มีใครเป็นเหมือนกันบ้าง ) คราวนี้พอรู้ว่าท้องชั้นจะต้องขยายใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ ก็อดเสียวไม่ได้ จะลายมั้ยเนี่ย แต่ขนาดกลัวนะช่วงแรกก็แอบมีขี้เกียจบ้างค่ะ โอ๊ตไปฝากครรภ์ตอน 7 สัปดาห์ คุณหมอก็เริ่มเตือนเลยคงเพราะเห็นชัดเลยว่าพุงกะทิ เอ้ย พุงแห้งมากกกกกก พอคุณหมอทักครั้ง 2 ครั้งเราก็เริ่มแระ กลัวเหมือนกัน สัญญากะพุงตัวเองว่าจะไม่ขึ้เกียจ

ตอนนี้ได้ 24 สัปดาห์แล้ว เพิ่งไปพบคุณหมอมาล่าสุดเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา คุณหมอยิ้มๆ แล้วพูดว่า ยังไม่ลายนะ แต่ผิวแห้งมาก ใช่ค่ะ ด้วยความพยายามประโคมออย ตามด้วย body butter อีกทั้งยังงดอาบน้ำอุ่น (อาจจะมีบ้างแต่นับครั้งได้เลย) ความพยายามของเราก็สำเร็จ

วันนี้เลยจะมาแชร์ ออยและครีมบำรุงผิวที่ใช้ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้ ซึ่งถือว่าสำหรับคนผิวแห้งแล้วโอเคมากๆ เลยค่ะ เผื่อเพื่อนๆ คนไหนสนใจ หรือใครมีอะไรเด็ดๆ ก็แนะนำได้นะคะ เพราะเหลืออีก 3 เดือนที่เราต้องผ่านไปให้ได้ สู้



เริ่มจากตัวแรกจากทางซ้ายไปขวาน้า
1) erb Glow Again Body Oil ออยเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ค่อนข้าง light แถมมีกลิ่นอโรม่าเธอร่าปี้ด้วย จะเป็นกลิ่นไทยๆ อะคะ อันนี้โอ๊ตใช้ตั้งแต่ช่วง 3 เดือนถึงประมาณ 5 เดือน ใช้ทุกวัน แทบไม่ขาดเลย วิธีใช้ก็หลังอาบน้ำเสร็จ ใช้มือกวาดเอาน้ำออกจากผิวพอให้ผิวหมาดๆ แล้วนวดๆ ที่ผิวและพุงให้ทั่ว ใช้แบบไม่ต้องกลัวหมดเลยค่ะ ใช้แล้วผิวชุ่มชื้นดี ผิวและพุงโกลว์สวยเชียว

2) Palmer's Cocoa butter formular ออยเข้มข้น ค่อนข้าง rich นะ กลิ่นโกโก้บัตเตอร์หอมน่าหม่ำมากๆ คนละแนวกับทาง erb เลย แต่หอมดีค่ะ ชอบๆ อันนี้พี่สาวซื้อมาให้นานแล้วตั้งแต่รู้ว่ามีน้อง เพิ่งมาใช้ช่วงเดือนที่ 5-6 กลัวว่าเดี๋ยวจะไม่ได้ใช้ แต่ปรากฎว่า โอเคเลยคิดว่าเหมาะกับช่วงนี้ของโอ๊ตเลย เพราะช่วง 3 เดือนหลังท้องน่าขยายใหญ่ขึ้นเยอะอยู่ วิธีใช้โอ๊ตใช้เหมือนออยของ 1) ค่ะ อ่อ ตัวนี้หัวเป็นแบบสเปรย์ก็ฉีดให้ทั่วแล้วค่อยก็ทาๆ นวดๆ ค่ะ แต่ส่วนตัวชอบแบบเป็นจุกเทๆ มากกว่า รู้สึกว่าใช้ง่ายกว่า 

3) erb Glow Again Body Butter ครีมเนื้อค่อนข้างข้น อาจจะเหนียวนิดนึงค่ะ แต่ถ้าอยู่ในห้องแอร์ละก็ไม่เป็นปัญหาเลย กลิ่นอโรม่ากลิ่นเดียวกับออยเบอร์ 1) เพราะเป็นไลน์เดียวกัน วิธีใช้ หลังจากลงออยแล้วก็ทาครีมต่อเลย ทาๆ นวดๆ เบาๆ ให้ครีมซึมเข้าผิว

4) bliss lemon+sage body butter maximum moisture cream เป็นครีมที่ใช้มาก่อนที่จะมีน้องแล้วค่ะ เพราะชอบมากในเนื้อครีมคือเข้มข้นแต่ไม่หนักเลย ไม่เหนียวเหนอะหนะ อันนี้เป็นกลิ่นเลมอน (น่าจะมีกลิ่น grapefruit กะกลิ่นส้มด้วย แล้วแต่ชอบค่ะ) หมดไปหลายหลอดแล้ว ตอนนี้ใช้สลับไปสลับมากับตัวอื่นค่ะ

5) smooth E ตัวนี้เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเนอะ ปกติจะชอบซื้อหลอดใหญ่ติดบ้านไว้สำหรับทาหน้าในวันที่ขี้เกียจสุด แบบขอทาอะไรก็ได้ตัวเดียวก่อนนอน พอมีน้องก็เลยเอามาทาพุงทาต้นขาด้วยเลย ถือว่าเข้มข้นดีทีเดียวเลยค่ะ แอบเหนียวเหนอะหนะนิดนึง เพราะตอนใช้นี้ไม่กลัวเปลืองเลยกลัวไม่ชุ่มชื้นพอมากกว่า วันนี้ไหนขี้เกียจสุดๆ ก็ตัวนี้ทั้งหน้าทั้งตัวเลยค่ะ


นอกจากนั้นก็มีทิปส์เล็กๆ น้อยๆ ส่วนตัวมาฝากค่ะ เพื่อดูแลพุงของเราไม่ให้ลายค่ะ

- งดอาบน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นนี้เป็นปัจจัยอย่างนึงที่เอาความชุ่มชื้นไปจากผิว ทำให้ผิวแห้งค่ะ
- ใช้ออยและตามด้วยครีมบำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์เลยค่ะ มาเริ่มทีหลังอาจจะไม่ทันนะคะ ถ้าขี้เกียจให้นึกถึงว่าที่ท้องลายแล้วเกิดอยากใส่บิกินี่ ป้องกันง่ายกว่าต้องมารักษาน้า
- ไม่มองข้ามผิวบริเวณต้นแขนและต้นขา เพราะว่านอกจากท้องที่จะลายได้ง่ายเนื่องจากเค้าขยายเยอะแล้ว ต้นแขนต้นขานี่ก็ขยายตามๆ กันมาเลย คุณหมอย้ำตลอดค่ะว่าอย่ามองข้ามสองส่วนนี้ อีกจุดคือหน้าอกค่ะ อันนี้ก็ขยายขึ้นเยอะนะโอ๊ตว่าห้ามมองข้ามเด็ดขาด
- สุดท้ายคือพยายามอย่าให้น้ำหนักขึ้นเยอะเกินไปหรือขึ้นเร็วเกินไป อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ ยิ่งน้ำหนักขึ้นเยอะนั่นหมายถึงบริเวณต่างๆ ขยายมากนะ พยายามให้ขึ้นตามเกณฑ์ที่คุณหมอแนะนำ ให้รางวัลตัวเองได้ด้วยขนมเป็นบางเวลาค่ะ เรื่องน้ำหนักก่อนหน้านี้โอ๊ตเข้าใจว่าซัก 12-15 กิโลคือเกณฑ์มาตรฐาน พอไปคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นปรากฎว่า ที่นู้นเค้าแนะนำให้ขึ้นแค่ 7-10 กิโลเท่านั้นเองค่ะ เลยเอามาถามคุณหมอ คุณหมอเลยคอนเฟิร์มว่า น้ำหนักขึ้นซัก 10 กิโลนี่กำลังดี คิดในใจว่าทำไมไม่บอกหนูก่อนหน้านี้  แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นตอนคุมกันจนซีเรียสนะคะ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ต้องบำรุงเบบี๋ในท้องให้แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเพียงเนอะ แต่รู้ไว้เพื่อที่เราจะได้ไม่เอาแต่ใจตัวเองตามใจปากมากเกินไป สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีทิปส์ดีๆ แชร์ได้นะคะ เราจะสู้อีก 3 เดือนเท่านั้น  




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2557    
Last Update : 9 มกราคม 2558 18:47:14 น.
Counter : 740 Pageviews.  

1  2  

tWOhANDS
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ด้วยสองมือของเรา...ก็สุขกายสบายใจหาใดเหมือน

ครีเอตีบ ป๊อกกี้ไรเตอร์ เอ้ย ก๊อปปี้ไรเตอร์สาว ผู้ซึ่งนอกจากปั่นงานฝิ่นหากินเป็นอาจิณแล้ว เธอยังโปรดปรานงานคิดประดิษฐ์นู่นนี่ที่ทำด้วยน้ำมือทู้กชนิด


modern style ไม่ต้องจ่ายแพง

zakka life เก๋ง่ายๆ จ่ายเบาๆ

Friends' blogs
[Add tWOhANDS's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.