... เราไม่เคยจะรักกัน มีแต่วันที่อ่อนไหว ผ่านเลยไป และไม่เคยจะกลับมา ...
Group Blog
 
All blogs
 

29 - 31 ธันวา กับทริปสุดท้ายของปี บนเกาะสุดท้ายของชายฝั่งตะวันออก

ส่งท้ายปลายปีด้วยทริปพักผ่อนบนเกาะกูด เกาะสุดท้ายของชายฝั่งตะวันออกกันค่ะ
ปีที่แล้ว ไปเยือนเกาะนี้ 2 ครั้ง ในเดือนเมษา และเดือนธันวา
ทุกครั้งที่มาก็จะมีบรรยากาศแตกต่างกันไป เนื่องจากเลือกพักรีสอร์ทต่าง ๆ กัน
ปีนี้เราเลือกพักที่นี่ ค่ะ
(ภาพบางภาพอาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าถือกล้องแค่มือเดียว อีกมือนึงจะต้องคอยดึงโซ่ตัวเล็กไว้ เพราะเค้าไม่ยอมให้หยุดถ่ายรูป จะเดินเล่นอย่างเดียวเลย - -")



บรรยากาศยามเช้า ตรงท่าเทียบเรือ ค่ะ



บรรยากาศยามเช้า บริเวณรอบ ๆ รีสอร์ทค่ะ



แอบถ่ายตัวเล็ก
(เค้าไม่ชอบให้ถ่ายรูป รูปนี้ก็เลยต้องปล่อยสายจูง แล้ววิ่งไปดักถ่าย ลำบากน่าดู กว่าจะได้สักรูป เฮ้อ..)



รอบ ๆ รีสอร์ท จะเป็นทางเดินเลียบทะเลไปเรื่อย ๆ ค่ะ
ถ้านับจากต้นทางจนสุดทางก็น่าจะประมาณ 700 เมตร ++
ต้องพาตัวเล็กไปเดินเล่น เช้า เย็น เดินไป และเดินกลับ รวม 4 รอบ ต่อวัน
ตัวเล็กเหนื่อยหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่า ตัวเองเหนื่อยชะมัด - -"

ฝั่งตรงข้ามรีสอร์ทค่ะ ถามคนแถวนั้น เค้าบอกว่า เป็นรีสอร์ทส่วนตัว



คราวนี้มาดูบรรยากาศตอนเย็น ๆ นะคะ

ใกล้ๆ จุดเล่นน้ำ มีเก้าอี้ให้นอนเล่น
แต่ไม่ได้ใช้บริการหรอกค่ะ ไม่กล้านอน เพราะที่รีสอร์ท มีลิงป่าอยู่ด้วย
เดินเล่นกะตัวเล็กอยู่ ดี ดี ได้ยินเสียงแปลก ๆ เงยหน้าขึ้นไปดู เจอลิงอยู่บนกิ่งไม้จ้องตัวเล็กซะน่ากลัว ขนาดเป็นลิงตัวเล็กนะคะ ดูแล้วท่าไม่ค่อยดี กลัวลิงจะกระโจนใส่ ก็เลยอุ้มตัวเล็กวิ่งแทน 555
ทำไงได้ ก็เดินอยู่คนเดียว เกิดลิงลงมาหาเรื่องจริง ๆ เดี๋ยวมีเจ็บตัวแหง ๆ
(ที่เจ็บตัวหนะ คนนะคะ ไม่ใช่ลิง 555)



บรรยากาศ ตรงจุดเล่นน้ำค่ะ



ภาพนี้ถ่ายวันที่ 2 ค่ะ
วันแรก มัวแต่เล่นน้ำ ++ ให้ตัวเล็กว่ายน้ำด้วย ก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพอะไร
วันนี้กะว่าเก็บบรรยากาศพระอาทิตย์ตก เลยมานั่งรอตั้งแต่เย็น ๆ
และก็บังคับให้ตัวเล็ก รอ ด้วยกัน
(ตัวเล็กเซ็งไปเลย 555)



ตั้งหลัก ถ่ายรูป รอพระอาทิตย์ตกดิน (เอ๊ย ตกน้ำจิ)
แต่ดูจากภาพนี้ ก็รู้แล้ว ว่าไม่ได้เห็นแน่ ๆ ก็เมฆเยอะซะขนาดนี้ เฮ้อ



และแล้วก็เป็นไปตามความคาดหมาย "อด" จนได้
เมฆ จ๋า เมฆ ใจร้ายจัง



ภาพสุดท้ายก่อนจากลา (ไปทานข้าวเย็นค่ะ)



เก็บตก สถานที่ทานข้าวค่ะ



แล้วพบกันใหม่ในทริปของปี 2551 นะคะ
ขอบคุณที่แวะมาชมค่ะ ^ ^




 

Create Date : 01 มกราคม 2551    
Last Update : 9 มกราคม 2551 22:40:00 น.
Counter : 148 Pageviews.  

22 - 23 ธันวา ชมทะเลหมอกที่เขาพะเนินทุ่ง

22 - 23 ธันวา ไปแก่งกระจานมาค่ะ
คราวนี้ ไปนอนกันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอ.แก่งกระจาน
แล้วเหมารถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เพื่อไปดูทะเลหมอกกัน
มาดูภาพทะเลหมอก บนเขาพะเนินทุ่งกันนะคะ



บรรยากาศโดยรอบค่ะ
























ทีนี้ มาดู "กระโถนฤาษี" กันค่ะ
อยู่ในป่าข้างทางขึ้นไปเขาพะเนินทุ่ง

(กระโถนฤาษี อยู่ในวงศ์เดียวกับบัวผุดค่ะ อาศัยตามรากไม้ของพืชเถาวัลย์จำพวกเครือเถาน้ำ และดูดกินอาหารจากท่อลำเลียงของรากพืชเหล่านั้น เมื่อถึงระยะผสมพันธุ์ ตาดอกจะเริ่มพัฒนาอยู่ในส่วนของพืชอาศัยแล้วค่อยๆ ตูม โผล่ขึ้นมาบนพื้นดิน โดยออกเป็นดอกเดียวหรืออาจเป็นกลุ่ม ปกติจะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนมกราคมค่ะ)

ดอกบานดอกแรก



เดินมาอีกหน่อย ก็จะเจอดอกตูม ๆ หลายดอก



เข้าไปดูใกล้ๆ บางดอกก็โรยไปแล้วค่ะ กลายเป็นสีดำไป



ตรงนี้ ดอกบานอีกดอกนึง



เดินมาอีกนิด -- เจอดอกคู่ สวยจัง ^ ^



ให้เห็นกันชัด ๆ เลยว่า ต้นติดกับรากไม้จริง ๆ



ดอกนี้ แอบบานอยู่ใต้รากไม้



กลีบดอกจะแข็งมากเลยค่ะ
น้องที่ไปด้วยกัน บอกว่า กลีบดอกแข็งมาก
(เค้าเห็นว่ามีดอกอยู่ส่วนหนึ่งที่เปื้อนดินเหมือนโดนคนเหยียบ ก็เลยปัดเศษดินออกให้)



เสาร์ อาทิตย์ไหน มีเวลาว่าง ลองแวะไปชมนะคะ
อยู่ใกล้กรุงเทพแค่นี้เอง ^ ^




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2550    
Last Update : 9 มกราคม 2551 22:38:21 น.
Counter : 1384 Pageviews.  

8 -10 ธันวา ชมธรรมชาติ สายน้ำ และการผจญภัย กับ ทริปล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง จ. น่าน ค่ะ

ทริปนี้ เราไปล่องแก่งลำน้ำว้าตอนกลาง กันค่ะ
(แก่งน้ำว้าตอนกลาง ตั้งอยู่ในเขตป่าดิบอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติขุนน่าน และอุทยานแห่งชาติแม่จริม จ. น่าน)
ออกเดินทางจากหมอชิต เวลา 20.50 น. โดยรถปรับอากาศ VIP เพื่อมุ่งตรงไปยังจ. น่าน ไปถึงจ.น่านเวลาประมาณ 6 โมงเช้า
มีเจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์ที่จองไว้ มารับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า + รื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างการล่องแก่ง เพื่อย้ายของทั้งหมดไปใส่ในถุง ocean pack ขนาดความจุ 40 ลิตร (รวมถุงนอน)
เมื่อจัดของเรียบร้อย ก็ไปเดินชมตลาดเช้า และไปทานข้าวเช้า
จากนั้นก็ออกเดินทางกันค่ะ



จุดแรกที่แวะ คือ "ลานชมดาว" ค่ะ
มาดูบรรยากาศโดยรอบกันนะคะ ^ ^








ตรงจุดนี้มีบริการเต้นท์ + ห้องน้ำ ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ
ขนาดลงไปเดินเล่นตอนเวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ ยังสัมผัสได้ถึงอากาศที่ค่อนข้างหนาว ไม่อยากจะคิดว่า กลางคืนจะหนาวขนาดไหน - -"









วันแรกของการเดินทาง ไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปเลยค่ะ
มาได้จับกล้องถ่ายรูปอีกครั้งเมื่อถึงจุดกางเต้นท์
บรรยากาศรอบ ๆ ที่พักค่ะ












ทีนี้มาดูภาพบางส่วนของแก่ง และสายน้ำที่ได้ล่องผ่านค่ะ

























ภาพนี้เป็นภาพที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ
หลังจากที่เรือของตัวเองได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ก็หยุดรอเรือของเพื่อนที่ไปด้วยกัน
นายท้ายเรือก็บอกว่า ถ้าจะถ่ายรูปก็น่าจะทัน
กว่าหยิบกล้องออกจากถุง ocean pack ขนาด 5 ลิตร ที่ตัวเองเอาไว้ใส่กล้องกะมือถือ (แพคโดยใส่ถุงพลาสติกไว้อีก 2 ชั้น) ท่ามกลางเสียงเร่งของเพื่อน ๆ
ตอนถ่ายก็ไม่ได้ปรับโพกัสอะไรมากกด ๆ อย่างเดียวเลย - -" ได้มาเท่านี้อะคะ













หลังจากออกจากลำน้ำว้า เราก็ไปแวะอาบน้ำ เปลี่ยนกระเป๋า
และไปชม งาช้างดำ ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.น่าน
(ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ)
จากนั้นก็ไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง ก่อนเดินทางกลับค่ะ



ปิดท้ายทริปนี้ อย่างมีความสุข
เพราะนอกจากจะได้ล่องแก่งที่มีอยู่มากมายแล้ว ระหว่างสองข้างทาง ยังได้เห็น ปลา ผีเสื้อ แมลงปอ นกสีสวย ๆ ที่วนเวียนมาให้ชมอย่างไม่ขาดสาย
นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ เหมือนได้ไปพักผ่อนอย่างเต็มที่จริง ๆ

ปีหน้า พวกเราคิดว่าจะไปกันอีก คราวนี้ขอไปสัมผัสลำน้ำว้า ในช่วงหน้าน้ำ
(เดือน ก.ย. - ต.ค.) บ้าง
ถ้าได้ไปจะเอารูปมาอวดนะคะ ^ ^
ขอบคุณที่แวะมาชมค่ะ




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2550    
Last Update : 9 มกราคม 2551 22:37:02 น.
Counter : 146 Pageviews.  

วันว่าง ๆ ที่เซิ่นเจิ้น

รายละเอียดการเดินทางค่ะ

เดินทางไปคืนวันที่ 11 พ.ย. 50 ถึงสนามบินเซิ่นเจิ้นประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ
เดินทางกลับคืนวันที่ 13 พ.ย. 50 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณตี 1 กว่า ๆ

ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทางในปีนี้เลยค่ะ
เผอิญได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินของบางกอกแอร์เวย์
ไป-กลับ กทม. เซินเจิ้น 2 ใบ
เพื่อรักษาสิทธิ์ ไปก็ไป

แต่ทำไปทำมา มีเพื่อนร่วมทริปเพิ่มอีก 2 คน กลายเป็น 4
ก็เลยสละสิทธิ์ตั๋วที่ได้มา แล้วไปซื้อตั๋วแอร์เอเซียช่วงที่มีโปรโมชั่น 1 บาทแทน
(ซื้อได้ด้วย เก่งจริง ๆ เรา ^ ^)

สรุปแล้วจ่ายค่าเดินทางไป-กลับ คนละประมาณ 3,600 บาท
(ราคานี้รวมค่าทำประกันเพิ่มเติมประมาณ 200 กว่าบาทค่ะ)

มาดูรูปกันนะคะ ^ ^



บรรยากาศวันแรกค่ะ
มีหมอกแล้วก็อากาศค่อนข้างหนาว (ประมาณ 17 - 20 องศา)





โรงแรมที่ไปพัก ชื่อ Railway Station Hotel หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามโรงแรมรถไฟค่ะ




สภาพเตียง
(ลืมถ่ายสภาพห้องโดยรวมค่ะ)





บรรยากาศยามเช้าค่ะ
(วันนี้โดนเพื่อนที่ไปด้วย บังคับขู่เข็ญให้ตื่นขึ้นมาถ่ายรูปด้วยกัน
ได้นอนแค่ 3 ชั่วโมงเอง ง่วงสุดสุด)





ตรงข้ามโรงแรมที่พัก คือ Lo Wu ค่ะ หรือที่คนไทยเรียกว่า มาบุญครองเซิ่นเจิ้น





รถตำรวจ ออกตรวจตราตั้งแต่เช้าตรู่





ภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่เซิ่นเจิ้น เดินขึ้นไปถ่ายตรงชั้น 2 ของ Lo Wu ค่ะ





หลังจากอาบน้ำ ทานข้าวเช้า ช็อป หมดไปครึ่งวัน
ก็คิดได้ว่า ควรไปหมู่บ้านวัฒนธรรมซะหน่อย
เดินทางไปโดยรถไฟใต้ดินค่ะ
ค่าโดยสารจากสถานี Lo Wu ไปลงสถานี Hua Qiao Cheng คนละ 5 หยวน
ขึ้นรถต้นสายก็เลยมีที่นั่ง --- หลับบ้างตื่นบ้าง ประมาณ 30 นาที ก็ถึงค่ะ
บรรยากาศในรถไฟใต้ดินค่ะ





ถึงแล้ว หมู่บ้านวัฒนธรรม ค่ะ
ป้ายหน้าทางเข้า





ร้านขายของที่ระลึกปากทางเข้าหมู่บ้านวัฒนธรรมค่ะ





ประตูทางเข้าค่ะ





บรรยากาศข้างใน -- 1





บรรยากาศข้างใน -- 2





บรรยากาศข้างใน -- 3





บรรยากาศข้างใน -- 4
(ระหว่างทางจะมีซุ้มขายของที่ระลึกหลากหลายประเภทให้เลือกชม/ซื้อค่ะ)





บรรยากาศข้างใน -- 5
(ร้านขายพุทราเชื่อม รสชาติออกเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ค่ะ แต่ที่เห็นสีสวย ๆ นี่ เป็นพุทราปลอมนะคะ)





บรรยากาศข้างใน -- 6





บรรยากาศข้างใน -- 7





บรรยากาศข้างใน -- 8





บรรยากาศข้างใน -- 9
ตรงนี้เป็นจุดที่เค้าบอกว่า ระบุที่มาของแซ่แต่ละแซ่ที่คนจีนใช้อยู่
อ่านไม่ออกค่ะ - -"





บรรยากาศข้างใน -- 10
วัดลามะ ที่สุดท้ายก่อนเข้าไปดูโชว์ ค่ะ





บรรยากาศข้างใน -- 11
หลังจากดูโชว์ค่ะ





บรรยากาศข้างใน -- 12





ออกจากดูโชว์ ก็ตัดสินใจกลับ Lo Wu ค่ะ
ภาพนี้เป็นภาพด้านนอก (ติดถนน) ของหมู่บ้านวัฒนธรรมค่ะ
เปิดไฟเยอะมาก สวยดี





หลังจากกลับจากหมู่บ้านวัฒนธรรม ก็ไปทานข้าว ++ ช็อปที่ Lo Wu --- เข้านอน

วันสุดท้ายค่ะ
เนื่องจากเตรียมตัวมาดี (หรือเปล่า?) ก็เลยตัดสินใจไปเดินเล่นย่านตงเหมินกัน
นั่งรถไฟใต้ดินไปเหมือนเดิมค่ะ ค่าโดยสารคนละ 2 หยวน (ถูกมาก ๆ )
ลงที่สถานี Lao Jie
ที่ตงเหมิน ถ้าเปรียบกับบ้านเรา ก็คงเหมือนย่านสยาม มีคนและคน เยอะมากๆ ค่ะ
ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น
สินค้าที่ขายก็จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมของจีน และ shop ของแบรนด์นอก
มีร้าน Mc ด้วยค่ะ เป็นร้าน Mc ที่เปิด 24 ชั่วโมง
แว่บไปอาศัยห้องน้ำของที่ร้านนี้หล่ะ เพราะน่าจะสะอาดที่สุดแล้ว
แต่ไม่ได้ทานข้าวร้านนี้นะคะ ทานข้าวร้านอาหารแถว ๆ นั้น
ยืนดูอยู่บรรยากาศรอบข้างอยู่สักพัก เล็ง ๆ ร้านที่มีคนเข้าเยอะ ๆ
ปรากฎว่า ไม่ผิดหวังค่ะ รสชาติดี
สั่งเกี๊ยวกุ้ง ตัวเกี๊ยวเป็นกุ้งล้วน ๆ นับแล้วได้ 3 ตัวต่อ1ตัวเกี๊ยว (ละเอียดไปมั้ยเนี๋ย อิอิ) ชามนึงมีตัวเกี๊ยวประมาณ 10 ตัว ราคาชามละ 15 หยวน
ตามด้วยขนมข้าวเหนียวดำร้อน ๆ ใส่กะทิ
รสชาติเหมือนกินข้าวเหนียวดำบ้านเรา แต่ของเค้าหอมกว่า ข้อเสียคือ กะทิไม่เค็มโดยรวมก็อร่อยดีค่ะ อันนี้ถ้วยละ 5 หยวน
เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ดู มัวแต่ห่วงกินค่ะ - -"

อันนี้เป็นร้านขายนกพิราบ + ไก่ ค่ะ
ได้แต่ยืนมอง ไม่ได้ลองชิม (เพราะว่า "อิ่ม")









เก็บบรรยากาศในร้าน Mc มาฝากค่ะ
มีทั้งหมด 2 ชั้น ชั้นแรกขายเฉพาะไอศครีมโคนค่ะ
เดินขึ้นไปเป็นชั้นลอย ตรงจุดนี้มีลูกค้านั่งเยอะมาก ๆ ก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพ
ได้ถ่ายภาพตรงชั้น 2 ค่ะ บรรยากาศโดยรวมก็จะมีคนน้อยกว่า
และมีตรงส่วนของระเบียงให้ออกไปนั่งด้วย





















รูปสุดท้ายค่ะ




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 9 มกราคม 2551 22:36:06 น.
Counter : 121 Pageviews.  

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าบนเกาะราวี ค่ะ



อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ



พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ^ ^ เริ่มต้นวันใหม่กันอีกวัน


ปูลมตัวน้อย วิ่งเข้าที่หลบภัย
(เนื่องจากคนถ่าย นอนถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นบนพื้นทราย ใกล้ๆ รูปูลม ก็เลยกดซะหน่อย ^ ^ )




ทริปนี้ มีโอกาสได้ถ่ายภาพนิดหน่อย เพราะกิจกรรมหลัก ๆ คือดำผิวน้ำ กะพักผ่อน
ภาพอาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะคะ --- ถ่ายจากมือถือค่ะ














 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 19 มิถุนายน 2552 21:49:52 น.
Counter : 139 Pageviews.  


NOi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




tuarlek เป็นชื่อของลูกชาย (น้องหมา) สุด love ค่ะ ^ ^
cursor
Friends' blogs
[Add NOi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.