::: สุโข ปัญญา ปฏิลาโภ ::: ::: อัตตานัง อุปมัง กเร ::: ::: Palmam qui meruit ferat :::
Group Blog
 
All blogs
 

แพ้ใจ - Live on Stage




การร้องเพลงสดๆ ต่อหน้าคนฟังตัวเป็นๆ ถือเป็นความสุดยอดในการร้องเพลงของผมแล้วครับ

เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาส ผมจะไม่ยอมพลาดเสมอ

... แต่ผมก็พลาดอยู่เสมอๆ

...........

เมื่อวันก่อน ไ้ด้มีโอกาสขึ้นไปร้องเพลงในเทศกาลดนตรีของที่ทำงาน

เลือกเพลงแพ้ใจของใหม่ เจริญปุระครับ

สาหเตุที่เลือกเพลงนี้ เพราะชอบเวอร์ชั่นที่พี่เบิร์ดร้องในคอนเสิร์ทเมื่อปีที่แล้วมาก

ซุ่มซ้อมซะอย่างดี เริ่มตั้งแต่ฟังพี่เบิร์ดแล้วร้องตามเป็นสิบๆรอบ ซ้อมกับวงจริงอยู่หลายรอบ

โอ๊ย สบายมั่ก ทุกอย่าง เป๊ะๆ แถมร้องแค่ท่อนเดียว ไม่ยากๆ

ได้เวลาขึ้นเวทีแล้ว....

เปิดด้วยการพูดเข้าเพลง

ชอบอยู่แล้วไอ้การพูดเข้าเพลงเนี่ย

เพราะทำให้คนฟังคล้อยตามเพลงเราได้ง่ายขึ้น เอิ๊กๆ แอบโกง

ขึ้นมาท่อนแรก

เอ... ไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเองแฮะ ลำโพงมอนิเตอร์มันเบาไป ร้องถูกคีย์รึเปล่าเนี่ย

...สมาธิเริ่มหลุด

เฮ้ย ทำไมเสียงเครื่องเ่ป่ามันเหมือนจะเพี้ยนนิดๆ เอ๊ะ หรือเราร้องผิืดคีย์

...สมาธิหลุดไปไกล

อ้าว เฮ้ย ไมค์หอนซะงั้น

...สมาธิหลุด กู่ไม่กลับ

มันก็เลย....






.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
มันก็เลยลืมเนื้ออะดิครับ

เริ่มตั้งแต่ร้องผิดเป็น เบื่อกับความมัวเมา ทั้งๆที่ควรจะร้องว่า ให้อภัยใจเมาๆ

จากนั้น ก็ลืมสนิท blank ว่างเปล่า นึกไม่ออก ว่าท่อนต่อไปร้องว่าอะไร

ยังดีว่า คนฟังน่ารัก ช่วยร้อง เลยดึงสมาธิกลับจนมาได้

ขอโทษนักดนตรีทู้กคน ที่ผมมักจะพลาดเสมอ (อย่างที่บอกไว้ตอนต้น) เวลาร้องสด ถามตู่ได้ เอิ๊กๆ

ขอบคุณคนฟังนะครับ ถ้าไม่ช่วยกันร้องตอนที่ลืมเนื้อ ล่มแน่ๆเพลงนี้

แต่ไม่ว่าจะพลาดยังไง การร้องเพลงสดๆต่อหน้าคนฟังตัวเป็นๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่ผมอยากทำอยู่เสมอครับ
--------------




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 22:15:17 น.
Counter : 200 Pageviews.  

She - Live on stage

หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ถือได้ว่าเป็นหอแสดงดนตรีที่มีอคูสติกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย

เคยแอบฝันไว้ว่า ถ้าได้ขึ้นไปร้องบนเวทีแห่งนี้ ก็คงดี

แต่นักร้องสมัครเล่นอย่างผมอะนะ

โอกาสที่ว่านั่นคงอยากอยู่

แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว

จู่ๆ โอกาสก็วิ่งมาหาผม แบบไม่ทันตั้งตัว...



ทั้งหมดเป็นเรื่องของความบังเอิญ และบังเอิญจริงๆ

อย่างที่เคยเล่าในบล๊อกที่แล้ว

ว่าจับพลัดจับผลู ได้มีโอกาสเป็นทั้งพิธีกร

และที่สำคัญได้ร้องเพลงคู่กับคุณมาริสา หนุนภักดี ในงานๆหนึ่ง

ก็บังเอิญว่าในงานนั้นเอง มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กำลังจะจัดคอนเสิร์ตของสมาคมศิษย์เก่าของมาหวิทยาลัย

และท่านกำลังหานักร้อง(ที่เป็นศิษย์เก่าด้วย)มาเติมให้เต็มตารางการแสดงอยู่

หลังจากที่ท่านได้ยินเพลง All I ask of you ที่ผมร้องคู่กับคุณมาริสา

พอลงจากเวทีปุ๊บ ท่านก็เข้ามาทาบทามปั๊บ

หรือถ้าเป็นคำทีท่านใช้คือ มาขอจองกฐินไว้ก่อน

ให้มาช่วยร้องเพลงในงานที่ว่านั่นของสมาคมฯ

ซึ่งจะจัดที่หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

ใจหนึ่งก็อยากมีโอกาสขึ้นเวทีหอแสดงดนตรีที่เสียงดีที่สุด

แต่อีกใจนึงก็หวั่นๆอยู่ว่า ถ้าเวทีหอแสดงดนตรีมีอคูสติกดีที่สุด

นั่นก็หมายความว่า ถ้าร้องดีก็ดีไป

แต่ร้องแย่หละก็ เจ้าอคูสติกที่ดีที่สุดนี่แหละ

จะยิ่งช่วยทำให้คนฟังได้ยินชัดอย่างชัดเจนเลยว่า

ร้องเพลงไม่ได้เรื่องจริงๆ

ชั่งน้ำหนักอยู่ในใจประมาณ 2 วินาที

ฝ่ายอยากชนะฝ่ายขยาดไปขาดลอย

แล้วตกปากรับคำไปเลยว่า

ได้เลยครับ เป็นไงเป็นกัน

ถ้าท่านมั่นใจว่าผมทำได้ ผมก็มั่นใจว่าผมจะทำได้เหมือนกันครับ

ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่เลยนะเนี่ย

แต่ท่านมีข้อแม้คือ ผมต้องร้อง 2 เพลง โดยหนึ่งในนั้นต้องเป็น All I ask of you

โดยที่ผมต้องหานักร้องสาวมาร้องคู่กับผม

ส่วนอีกเพลง ให้ร้องเดี่ยว เลือกเพลงเอาเองตามสบาย

เอาหละสิ ผมจะหาใครมาร้องคู่กับผมหละเนี่ย

แต่ไม่เป็นไร รับปากไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยไปหาคนร้องด้วย

ปัญหาก็คือ แล้วเพลงเดี่ยวหละ จะเลือกเพลงอะไรดี

ที่ต้องไม่ฟังดูน่าเบื่อ หรือง่ายเกินไป กลัวคนดูจะหลับซะก่อน

แต่ก็ต้องไม่ยากจนร้องได้ไม่ดี

ก็บังเอิญว่านึกขึ้นได้ว่าเคย ร้องเพลง She ที่ตู่เคยเล่นเอาไว้

เอาฟระ She ก็ได้

ไม่ต้องแกะเพลงนี้ใหม่

ซ้อมกับเสียงเปียโนของตู่นี่แหละ

......

ในที่สุดก็มาถึงวันงาน ตื่นเต้นมั่กๆ

หอแสดงดนตรีเชียวน้า

ถึงแม้ว่าจะต้องมีโน้ตกางตลอดเพราะจำเนื้อร้องไม่ได้

และยังจำชื่อคุณหมอที่อุตส่าห์ยอมตกลงมาร้องกับผมเมื่อสัปดาห์ก่อนผิดซะอีก

แต่เพลงแรก All I ask of you

ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

โดยมีอาจารย์เปียโนท่านเดียวกับที่เคยเล่นให้เมื่อคราวที่ร้องกับคุณมาริสาเป็นคนเล่นแกรนด์เปียโนให้

เพลงแรก จบไปแล้ว

นักร้องสาวเสียงสวยของผมก็เดินลงจากเวทีไปแล้ว

เอาหละสิ ทีนี้ก็เหลือผมคนเดียวแล้วสิ

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


....

หอแสดงดนตรีทั้งเย็นแหละแห้งมาก

ถ้าสังเกต จะจับได้ว่าประโยคสุดท้าย เสียงหายไป

เพราะคอเกิดแห้งขึ้นมาซะอย่างนั้น

ต้องรีบแอบกลืนน้ำลาย แล้วร้องท่อนสุดท้ายให้จบ

เกือบขายหนน้าครั้งใหญ่แล้วมั้ยเรา


ปล. บันทึกเสียงจากเทปบันทึกภาพของงานครับ เสียงเลยอาจจะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

โทษไปโน่นเลย อิอิ

จริงๆแล้วเป็นความผิดของผมเองแหละ

ที่ไม่ได้ทดสอบระบบเสียงด้วยตัวเองซะก่อน

ด้วยความที่ไมค์ไวมาก เลยมีเสียงพึ่บพรั่บเพียบเลย

และยังอุตส่าห์ใช้เสียงเต็มแปดหลอด โดยไม่ขยับไมค์ให้ห่างออกจากปากซะอีก

มันก็เลยดังจนหูแตกอย่างที่ได้ยินนั่นแหละครับ




 

Create Date : 06 เมษายน 2551    
Last Update : 7 เมษายน 2551 12:32:09 น.
Counter : 155 Pageviews.  

All I ask of you - Live on stage กับ คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี

กำลังจะขึ้นเวที แต่เกิดอาการสั่นขึ้นมาซะงั้น

ไอ้ที่ซ้อมๆเอาไว้ซะดิบดี ก็ทำท่าจะลืมซะแล้ว



...ย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนวันงาน...



ผมถูกติดต่อให้มาช่วยเป็นพิธีกรให้กับงานๆหนึ่งของที่ทำงาน ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

ซึ่งก็ไม่ยากเย็นอะไร ทำบ่อยอยู่แล้ว

ในงาน นอกจากจะมีปาฐกถาพิเศษ และเลี้ยงอาหารค่ำแบบห้าคอร์สแล้ว จะมีนักร้องรับเชิญพิเศษเป็นการเซอร์ไพรซ์แขกในงานด้วย

ซึ่งก็คือคุณ มาริสา สุโกศล หนุนภักดีนี่แหละครับ

แล้วก็ยิ่งมีความเซอร์ไพรซ์ขั้นกว่า ด้วยการให้ผมร้องเพลงหนึ่งเพลงคู่กับคุณมาริสาด้วย

แล้วยิ่งถ้าผมทำล่มหละก็ จะยิ่งเซอร์ไพรซ์ขั้นสุดเลยงานนี้

โห... แล้วกำหนดให้ผมร้องเพลง All I ask of you กับคุณมาริสา และแกรนด์เปียโนอีกหนึ่งตัวเนี่ยนะ

ผมมิถูกฆ่ากลางเวทีต่อหน้าธารกำนัลหรอกรึ

แต่เอาเถิด โอกาสอย่างนี้ ใช่ว่าจะมีกันบ่อยๆ

เอาฟระ งานนี้ ไม่เกิดก็ดับกันไปเลย

ด้วยความที่เคยขอให้ตู่เล่นเพลงนี้ให้เอาไว้

ก็เลยมีโอกาสได้ซ้อม(คนเดียว)เสียงกับเปียโนอยู่บ้าง

แต๋ซ้อมคนเดียว มันก็ไม่ได้อารมณ์ มันเหมือน็อคลูกเทนนิสกับบอร์ด

ไม่มีใครที่จะส่งพลังมาให้

มันก็เลยออกมาเนือยๆชอบกล

ใจเริ่มแป้วแล้วแฮะ...

จนกระทั่งถึงวันงาน ได้มีโอกาสซ้อมกับคุณมาริสา และเปียโนสดๆนั่นแหละ ถึงเริ่มมีความั่นใจ ว่าจะไม่ล่มแน่นอน



...ตัดฉับกลับมาที่ผมที่กำลังจะก้าวขึ้นเวที...




คุณมาริสาร้องเพลงเพราะมากเลย ร้องมาสามเพลงแล้ว เสียงดีไม่มีตก

อาจเป็นเพราะคุณมาริสาวอร์มเสียงมาตั้งแต่บ่ายแล้ว

แต่ผมดิ เสียงก็ยังไม่ได้วอร์ม แถมคอเริ่มแห้ง เพราะเป็นพิธีกรที่พูดมากไปหน่อย

ดันลืมสิ่งที่อุตส่าห์ซักซ้อมกับคุณมาริสาเอาไว้อย่างดีซะหมด

เอาฟระ เป็นไงเป็นกัน

ลองฟังนะครับ จะได้รู้ว่าผมพลาดยังไงในตอนท้าย

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


ต้องขออภัยล่วงหน้าว่า เสียงอาจจะไม่ชัดเจนนักนะครับ

แถมมีเสียงมีด-ส้อมกระทบจานให้ได้บรรยากาศงานเลี้ยงอีกด้วย

อัดมาจากเทปบันทึกภาพของงานหนะครับ

แล้วไม่ต้องสงสัยว่าทำไมไม่เอาคลิปมาให้ดู

คำตอบง่ายๆคือ เพราะไม่อยากทำร้ายสายตาชาวบล๊อกครับ

ปล. พอดีว่างานในวันนั้น มีแขกทั้งชาวไทยและเทศ ก็เลยมีภาษาอังกฤษปนออกมาบ้างนะครับ




 

Create Date : 20 มีนาคม 2551    
Last Update : 20 มีนาคม 2551 2:23:49 น.
Counter : 270 Pageviews.  


Fight_on
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Website Counter
Friends' blogs
[Add Fight_on's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.