update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 
แก๊งค์ต้มตุ๋น บัตรเครดิต

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



** ปวดกบาลแต่สาย
ตื่นขึ้นเพราะมีเสียงโทรศัพท์มาปลุกตอนเกือบๆสิบโมง
หยิบโทรศัพท์ดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ส่วนตัว
พอรับ ก็ได้รับการแจ้งจากระบบอัตโนมัติว่า เราไปใช้เงินผ่านบัตรเครดิต
ยอดสามพันหกร้อยบาท ณ จุด จุด จุด (ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง)
เราก็งงมาก เพราะไม่เคยไปเปิดบัตรเครดิตกับธนาคารดังกล่าว
แถมที่ๆเราไปใช้บัตรเราก็ไม่ได้ไปนานมากแล้ว
พอโอนสายไปหาโอเปอร์เรเตอร์ เขาก็ถามเราว่าติดต่อเรื่องอะไร
เราก็อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น พออธิบายเสร็จและเข้าใจเรื่องราวแล้ว
โอเปอร์เรเตอร์พยายามสอบถามหมายเลขบัตรประชาชน
เราก็บอกว่าทำไมต้องบอกด้วยหล่ะ เค้าก็เลยเปลี่ยนเป็นขอวันเดือนปีเกิดแทน
เราเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหา เลยบอกวันเดือนปีเกิดไป
(ไม่แน่ใจเลยว่ามีผลอะไรหรือเปล่า)
แทบไม่ต้องรอ เค้าก็รีบบอกว่า
บัตรเครดิตในชื่อของเราถูกเปิดเมื่อสิงหาปีห้าสาม วงเงินห้าหมื่น
เรามียอดหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระกับทางธนาคารสองยอด
ยอดแรก หมื่นกว่าบาท ยอดสองสามพันหกร้อยบาท
เราก็พยายามอธิบายว่าเราไม่ได้เปิดบัตรที่ว่านั่นเลย จากนั้นเค้าก็อธิบายว่า
เป็นไปได้ว่าเราถูกแอบอ้างชื่อหรือเอาข้อมูลไปแอบอ้างเปิดบัญชีบัตรเครดิต
ผุ้หญิงที่ปลายสายก็ถามย้ำว่าไม่ใช่เราแน่ๆใช่ไหมที่ไปเปิดบัญชีไว้
เขาจะโอนเรื่องไปให้หน่วยงานของรัฐที่ชื่อ .......
(ประมาณว่า หน่วยสืบสวนคดีทางเศรษฐกิจ)


พอคุยกันเสร็จสรรพ ไม่นานนัก ประมาณห้าถึงสิบนาที ก็มีโทรศัพท์อีกสายเข้ามา
ที่หน้าจอมือถือโชว์เบอร์ 02 จุด จุด จุด ชัดเจน
ปลายสายเป็นตำรวจหมายเลขหนึ่ง ไม่ต้องสอบถามให้เสียเวลา
เค้ารีบบอกเลยว่า ผมพันตำรวจเอก จุด จุด จุด ชื่อ และนามสกุลฟังดูคุ้นมากๆ
เค้าก็เริ่มอธิบายว่าเค้าจะต้องสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทั่วไป เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
แต่ว่าจะให้ตำรวจอีกคนมาทำการลงบันทึกประจำวันให้
จะมีการบันทึกเสียงเก็บไว้ใช้ในขั้นตอนสอบสวนด้วย
และเน้นย้ำว่า เห็นเบอร์ที่หน้าจอมือถือไหม หลังจากวางสายแล้ว
ให้เราโทรไปที่เบอร์ 1133 (เบอร์ของ tot) และเช็คว่า
เบอร์นี้เป็นเบอร์ของที่ไหน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
เราถามกลับว่า ตกลงยอดหนี้ของเรามันเท่าไหร่บ้าง
เค้าบอกว่า สองหมื่นกว่ากับสามพันกว่า
(ตอนนี้ยังไม่ทันได้คิดว่า ยอดที่โอเปอร์เรเตอร์หญิงกับตำรวจหมายเลขหนึ่งบอก
ยอดมันไม่ตรงกัน สงสัยจะเพิ่งตื่น บวกมึนว่าเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย)
ตำรวจหมายเลยหนึ่งท่านนี้ ก็ย้ำว่าอย่าเพิ่งเอาข้อมูลในการพูดคุยกันในวันนี้ไปบอกใคร
เพราะมันเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่อย่างนั้น จะเสียรูปคดี
แถมทำให้เราดีใจด้วยการพูดว่า ตอนนี้เราพบว่า
เจอข้อมูลน่าสงสัยเกี่ยวกับชื่อบัญชีของเราเพิ่ม
แล้วบอกว่าอีกห้านาทีจะให้ตำรวจอีกท่านโทรมาใหม่
คุยกันได้แค่นั้นก็วางสายกันไป


เราก็เริ่มเช็คไปที่เบอร์ 1133 ปรากฏว่าเบอร์ที่สอบถามตรงกับหน่วยงาน
ที่ตำรวจหมายเลยหนึ่งกล่าวอ้าง
เราก็เริ่มใจคอไม่ดี เอาหล่ะวุ้ย ต้องไปพัวพันกับเรื่องบ้าบอจริงๆหรือนี่


แป๊บเดียวตำรวจหมายเลขสองก็โทรมาหาเรา
พร้อมแนะนำตัวเสร็จสรรพ ผมพันตำรวจโท จุด จุด จุด (คราวนี้ชื่อไม่ค่อยคุ้น)
พร้อมถามเราว่าได้โทรไปเช็คเบอร์ที่แสดงที่หน้าจอแล้วหรือยัง
เราบอกว่าเช็คแล้ว เค้าถามว่าเป็นชื่อหน่วยงานอะไร เราก็ตอบไป
ตอบไปแบบจำได้แค่ครึ่งนึง แล้วตำรวจหมายเลขสองก็ทวนชื่อหน่วยงานให้ฟัง
แล้วการสอบถามเพื่อลงบันทึกประจำวันและบันทึกเสียงก็เริ่มขึ้น
ส่วนใหญ่เป็นการสอบถาม โดยเขาอ้างว่า
เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าข้อมูลเรารั่วไหลมาจากแหล่งใด
เริ่มด้วยการสอบถามว่าเราอยู่ที่ไหน ณ ตอนนี้ ทำงานอาชีพอะไร
เคยทำธุรกรรมที่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนกับที่ใดบ้าง
มีบัญชีธนาคารอะไรบ้างที่เปิดไว้ มียอดเท่าไหร่ ธนาคารไหนมีเอทีเอ็มหรือไม่
ยอมรับว่าตอนนี้เราเชื่อไปแล้วเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ บอกยอดเงินในบัญชีไปทุกบัญชี
แต่ไม่ได้บอกหมายเลขบัญชีไป เพราะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่า เรื่องจริง หรือ เรื่องหลอก
พอรุ้ข้อมูลพื้นฐานดีแล้วเค้าก็บอกว่า
ดูจากข้อมูลแล้วน่าจะเป็นบัญชีที่ธนาคาร จุด จุด จุด
(ซึ่งเป็นบัญชีที่มียอดเงินเยอะที่สุดจากทุกบัญชีที่มีอยู่)
เป็นไปได้ว่า พนักงานในนั้นอาจเป็นหนอน
แล้วเค้าก็บอกต่อว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาอีก
ว่าเราไปเปิดบัญชีไว้ที่ ธนาคารในเชียงใหม่
เป็นบัญชีที่มีเงินเข้าออกวันละเป็นแสน
สืบทราบว่าเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
เราก็ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
เค้าถามย้ำกับเราสองหนว่าไม่ใช่บัญชีของเรา
หรือเราไปมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆใช่ไหม เราก็ย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องเลย
เค้าบอกว่าเราต้องเดินทางไปจัดการปิดบัญชีนี้ที่เชียงใหม่ หรือจะใช้อีกวิธีก็ได้ นั่นคือ
เค้าจะทำการเปิดไลน์ให้เราถอนเงินออกจากบัญชี
เพื่อแยกบัญชีของเราออกจากบัญชีต้องสงสัย
แล้วจะทำการ reset บัญชีเราให้ใหม่
โดยเราจะต้องถอนเงินออกมาจากธนาคาร จุด จุด จุด
แล้วถ้าเจ้าหน้าที่ถามว่าทำไมต้องถอนหมดก็อย่าบอก
เผื่อหนอนบ่อนไส้ในธนาคารไหวตัวทัน
และห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะเราจะเช็คได้จากโทรศัพท์ของคุณ
จากนั้นให้ไปที่ตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
(ขออนุญาติอ้างนามนะครับ)
แล้วให้เอาเงินทั้งหมดที่ถอนมาฝากที่ตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติ
โดยก่อนไปฝากจะให้ พาสเวิร์ดกับเราไว้
เค้าย้ำกับเราเรื่องจะทำการ reset บัญชีเราให้ใหม่หลายครั้งมาก
เราก็พยายามขอพาสเวิร์ดไว้เลย เขาก็บอกว่า ยังให้ไม่ได้
และไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมยังให้ไม่ได้


เรายังคงมีนงง บวกกับความตกใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด แถมตำรวจหมายเลยสอง
ถามเราวนไปวนมา แล้วย้ำในเรื่องบางเรื่อง จนเราคิดอะไรตามแทบไม่ทัน
แต่เราก็ยังพอมีสติ รู้สึกว่า ทำไมต้องผ่านตู้เอทีเอ็มเท่านั้น
เราถามย้ำเค้าว่า เป็นวิธีเดียวเลยใช่ไหม
เค้าย้ำว่าใช่ เราถามว่าใช้วิธีเปิดบัญชีไม่ได้หรือมันปลอดภัยกว่า แถมถามเค้าไปอีกว่า
แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ได้กำลังถูกหลอกอยู่
เค้าก็ตอบกลับมาทันควันแบบไม่ต้องคิดว่า
เราจะเอาเรื่องร้ายแรงแบบนี้มาล้อเล่นทำไม
จากนั้นก็ถามกันอีกนิดหน่อยที่ทำให้เรารู้สึกแปลกๆ
เช่น ตอนนี้อยู่กับใคร เราก็งง แต่ก็ตอบไปพร้อมเสียงหัวเราะหน่อยๆว่า ก็อยู่กับคนที่บ้าน
ใช้เวลาในการเดินทางไปถอนเงินที่ธนาคาร นานไหม
จริงๆอ่ะแค่ยี่สิบนาทีก็ถึง แต่เราตอบว่าชั่วโมงนึง
จากนั้นตำรวจหมายเลยสองก็บอกว่า อีกยี่สิบนาทีจะโทรมาใหม่ แล้วก็วางสายกันไป


เราก็เริ่มมึนงง โทรไปเบอร์ 02
เบอร์หน่วนงานต้นเรื่องโดยตรง แต่โทรไปสองสามหนก็ไม่ติด
เลยโทรไปหาคนที่ไว้ใจได้ และให้คำแนะนำเราได้ ประโยคแรกคือ โดนหลอกแล้วหล่ะ
ใจเย็นๆไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น อยู่เฉยๆ ไม่ต้องตกใจ ถ้ามันโทรมาใหม่ บอกไปเลยว่า
ปรึกษาตำรวจหรือทนายที่เป็นญาติเรียบร้อยแล้ว แล้วก็วางสายกันไป


ใจตอนนี้ก้ำกึ่ง กลัวว่าถ้าเป็นเรื่องจริงจะทำยังไง
แต่อีกใจบอกว่าใจเย็นๆ ตั้งสติก่อน อย่าเพิ่งเชี่อ
แล้วเราก็เริ่มคิดย้อนไปตั้งแต่ต้นเรื่อง
พร้อมกับติดต่อเบอร์ 02 ที่โชว์เบอร์ในมือถือไปด้วย
ตอนแรกเราเช็คแต่กับทาง 1133 กับ 1113 เท่านั้น ไม่ได้โทรไปเบอร์ 02 ที่ว่าเลย
คิดไปคิดมาก็พบเรื่องน่าข้องใจหลายอย่าง
1 ยอดหนี้ของโอเปอร์เรเตอร์หญิง กับตำรวจหมายเลขหนึ่ง ยอดไม่ตรงกัน
2 ตำรวจทั้งสองคนย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามบอกใครเลย เพราะความลับจะรั่วไหล
ห้ามบอกแม้แต่คนใกล้ตัว ซึ่งเราจะปรึกษาใครไม่ได้เลยหรือไง
อย่างนี้ถ้าเกิดโดนหลอกจะทำยังไง
3 ทำไมยอดสามพันหกถืงมีโทรศัพท์อัตโนมัติโทรเข้ามาแจ้ง
แต่ยอดหมื่นกว่าไม่มีโทรศัพท์มาแจ้ง
แล้วถ้าเปิดบัตรไว้ตั้งแต่สิงหา นี่มันเดือนพฤศจิกายน
พวกมิจฉาชีพคงไม่ใจเย็นรออีกสองเดือนค่อยใช้บัตรหรอก
4 โดยปกติการดำเนินเรื่องจากตำรวจ ไม่น่าจะเป็นไปรวดเร็วขนาดนี้
ราชการมีขั้นตอนเยอะแยะ แค่โทรศัพท์ถามนู่นถามนี่ก็ดำเนินเรื่องได้เลยหรือ
ไม่ต้องเข้าไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจอะไรเลยเหรอ
การตรวจสอบข้อมูลต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก เร็วจนเหมือนไม่ได้สืบสวนอะไรเลย
ยังไม่ทันไปสืบสวนเลยว่า ข้อมุลเราน่าจะรั่วมาจากทางไหนได้บ้าง
แต่ก็เกิดจะรู้ขึ้นมาทันทีว่าน่าจะเป็นบัญชีที่มียอดเงินเยอะสุด
และสะดวกในการไปถอนมากที่สุด
5 ทำไมต้องใช้วิธีโอนผ่านตู้เอทีเอ็มเท่านั้น ทำไมอายัดบัญชีเราไว้ไม่ได้หรือ
หรืออายัดบัญชีต้องสงสัยไม่ได้หรือ


จากนั้นเราก็ติดต่อกับเบอร์ 02 ซึ่งเป็นหน่วนงานต้นทางที่ถูกแอบอ้างได้
พูดไปแค่สองประโยค ว่ามีคนโทรมาติดต่อสอบถามข้อมูล
เพื่อดำเนินการจัดการคนแอบอ้างเอาชื่อเราไปเปิดบัตรเครดิต
เค้าพูดมาเลยว่า โดนหลอกแล้วหล่ะ วันนี้มีคนโอนเงินเพราะโดนหลอกไปหลายราย
ราชการคงไม่เอาเบอร์ 02 ไปโทรเข้ามือถือ เพราะราชการต้องเจ๊งแน่ๆ
แถมเบอร์ที่ขึ้นที่หน้าจอ ที่เป็นเบอร์ของหน่วยงานมันสามารถปลอมแปลงกันได้ง่ายๆ
ส่วนตำรวจเองก็มีงานล้นมือ คงไม่สามารถโทรตามกันได้ขนาดนั้น
ลักษณะที่เราเจอเค้าบอกว่า ยังไม่เคยเจอ
โชคดีจริงๆ โจรมันใช้วิธีใหม่ๆอันแนบเนียนกับเราเป็นรายแรกๆ
รู้สึกว่าชีวิตสดใสขึ้นในทันใด เหมือนยกภูเขาออกจากออก
ทั้งเรื่องโดนปลอมบัตร เรื่องยาเสพติดอีก
ดีใจมาก เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า เคยมีเจ้าหน้าที่ราชการเกษียณไปแล้ว
ถูกหลอกเงินบำนาญไปเป็นล้าน น่าสงสารมาก
ยังไงฝากมาประชาสัมพันธ์บอกต่อๆให้ด้วย
แถมไปแปะเรื่องย่อๆในเฟซบุ๊ค เพื่อนเราบอกว่า ญาติเค้าโดนไปแสนกว่า น่ากลัวจริงๆ


แล้วแก๊งค์มิจฉาชีพก็หายไปเลย คงแน่ใจแล้วว่า ไม่ได้เงินจากเราชัวร์
เพราะเราดูไม่แน่ใจและลังเลอยู่
เรื่องแบบนี้น่าแจ้งความมาก แต่พวกมันไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรให้เราใช้ได้เลย
มันเป็นของปลอมทั้งนั้น
เหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลาตั้งแต่ต้นจนจบประมาณยี่สิบเท่านั้นเอง


เหตุการณ์คราวนี้ได้บทเรียนเลยว่า
ไม่ว่าเราจะเคยเห็นข่าวและดูรายการเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาขนาดไหน
แต่การพูดคุยมันแนบเนียนและน่าเชื่อถือมากพอควร ทั้งน้ำเสียง การพูดการจา
เคยสงสัยว่าทำไมถึงได้โดนหลอกกันง่ายดายขนาดนี้ พอโดนกับตัวเอง เข้าใจเลย
เพราะโจรมันใช้จิตวิทยา ทำให้เราตกใจ กลัว สับสน ลนลาน
ใช้ตำรวจมาทำให้ดูน่าเชื่อถือ ยิ่งเป็นเราๆท่านๆพอคิดว่า
ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ต้องเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยิ่งไปกันใหญ่
พวกมันแทบไม่เปิดโอกาสให้เราได้คิดทวน
ทำให้เราได้บทเรียนว่าเราเชื่อคนง่ายเกินไป ควรจะหนักแน่น และไม่ตกใจอะไรง่ายเกิน
สติช่วยเราได้จริงๆ การปรึกษาคนที่เชื่อได้ก็เป็นอีกทางที่ดีมากๆ


เรื่องแบบนี้ไม่ไกลตัวเลย อาจเกิดขึ้นกับเรา เพื่อน ญาติพี่น้อง คนรู้จัก ได้ทุกเมื่อ
ฝากส่งบล็อกนี้หรือส่งอีเมล์ต่อๆไปให้มากที่สุดด้วยครับ
ขอบคุณครับ **

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


Create Date : 10 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 14:05:18 น. 10 comments
Counter : 487 Pageviews.

 
เพิ่งเจอมาเมื่อเช้า แต่ตัดสายทิ้งเลย มุขเดิมๆไม่เลิกกันซะที ทั้งตำรวจทั้งธนาคารทั้งหลายแหล่ที่ต้องรับผิดชอบก็ไม่เห็นจัดการอะไรได้


โดย: chayanit_answer วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:47:21 น.  

 
อ่านดูแล้วน่ากลัวจริง ๆ นี่มันเล่นกันเป็นขบวนการเลยนะคะเนี่ย จัดฉากซะเป็นเรื่องเป็นราว ดีแล้วล่ะคะที่ไม่หลงเชื่อ เพราะเรื่องใหญ่ขนาดนี้จะมาแก้ไขจัดการกันแค่ทางโทรศัพท์ไม่ได้ ยังไงก็ต้องไปคุยกันถึงสถานีตำรวจ ไปให้ถึงในธนาคารให้เห็นหน้าเห็นตากันไปเลย คุยกันให้ชัดๆ อะไรเป็นอะไร ดีนะที่ จขบ พอจะตื่นจากหลับฝันแล้วบ้าง ไม่งั้น...แย่เลย


โดย: yingkorat วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:31:29 น.  

 
ขอบคุณถึงประสบการณ์ค่ะ ต้องระวังให้มาก ช่วงนี้ 555++


โดย: โอ๋ (tomoh1412 ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:01:06 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:20:35 น.  

 
โห..................เดี๋ยวนี้มันพัฒนารูปแบบไปอีกขั้นแล้วเน๊อะ ดีนะพี่ถ่านไหวตัวทัน
เกลียดมันจริงๆ นิไอ้พวกคนเลวนี่....ฮึม!!!


โดย: น้องธี IP: 110.168.113.244 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:29:03 น.  

 
เคยโดนเหมือนกันค่ะ แต่รู้แน่ๆว่าเรากำลังโดนพวกแก๊งค์มิจฉาชีพต้มตุ๋น
เลยตัดบทไปว่าเดี่ยวติดต่อที่แบงค์เอง แล้ววางสายไปเลย
เดี๋ยวนี้พวกนี้มีจิตวิทยาสูงจริงๆ ชาวบ้านตาดำๆหลงกลมากันเยอะแยะแล้ว
น่าจะโดนจับกันให้หมดซะทีนะคะ บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิต มาหมดตัวเพราะพวกนี้แท้ๆ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:12:25 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลอันมีค่า


โดย: Kavanich96 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:04:18 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาทักทายเจ้าของ blog คะ เรื่องแกงค์หลอกลวงบัตรเครดิต อินโดนมาแล้วสองแบงค์คะ ก็คงคล้ายเจ้าของ blog เขาโทรมาเป็นระบบตอบรับอัติโนมัติแต่อินก็ตัดสายทิ้งเลยคะ เพราะตัวเองไม่มีบัตรเครดิตแล้วจะมีเงินค้างชำระได้ไง เพื่อนๆหรือพี่ๆที่รู้จักก็โดนแบบนี้หลายคนแล้วคะ


โดย: น้ำอิน (น้ำอิน ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:08:57 น.  

 
แวะมาทักทายจ้า (หลังจากหายไปนาน..มั๊ก)

มิจฉาชีพพวกนี้ บางทีอ่อนอกอ่อนใจกะพวกมันค่ะ ถ้าความพยายามและความสามารถสูงขนาดนี้ ไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่าไม๊เนี่ย

โชคดีนะคะที่คุณถ่านหินฯ ยังตั้งสติได้ทัน


โดย: กะนูปิง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:47:37 น.  

 
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ
เคยโดนแบบนี้มาก่อนหน้านี้สองหน
แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหนนี้
ถึงได้คุยกันจนเกือบโดนหลอก
ขอให้ทุกท่านพ้นจากเรื่องนี้ไปนะครับ
โชคดีมีชัยทุกท่าน :-)


โดย: ถ่านหินจำศีล วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:04:08 น.  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
http://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.