นางทมยันตี
นางทมยันตีเป็นนางเอกในเรื่องพระนล เป็นธิดาของพระเจ้าภีมะ ทั้งพระนลและนางทมยันตีต่างใฝ่ฝันถึงกันและกันโดยที่มิได้พบกันเลย ทั้งนี้ก็เพราะความงามของนางทมยันตี และความเก่งกล้าสามารถของพระนลที่เลื่องระบือไปถึงกันนั่นเอง

วันหนึ่งพระนลเสด็จออกประพาสพระอุทยานได้ทอดพระเนตรหงส์รูปงามตัวหนึ่งจึงไล่จับไว้ หงส์ทูลขอชีวิตและรับอาสาจะไปกล่าวสรรเสริญพระนลให้นางทมยันตีฟัง ณ เมืองวิมรรภนคร พระนลจึงปล่อยหงส์ให้เป็นอิสระ

เมื่อนางทมยันตีได้สดับฟังคำสรรเสริญของหงส์แล้วยิ่งเป็นทุกข์เพราะพิษรักที่มีต่อพระนล พระภีมะจึงประกาศทำพิธีสยมพร จนเป็นเหตุให้เจ้าชายจากเมืองต่างๆเสด็จมายังวิทรรภนคร รวมทั้งท้าวโลกบาลทั้งสี่ด้วย

เมื่อท้าวโลกบาลพบพระนลในงานและเห็นว่ารูปงามจึงขอให้เป็นทูตสื่อสารในการสยมพรนางทมยันตีให้ด้วย แล้วบอกชื่อของตนว่าชื่อ พระอินทร์ พระอัคนี พระยม และพระวรุณ เป็นเหตุให้พระนลเศร้าพระทัยเป็นที่สุด แต่จำต้องรับคำ และด้วยเทวฤทธิ์พระนลจึงไปปรากฏตัวเฉพาะหน้านางทมยันตีได้ แล้วตรัสถึงความรักที่ท้าวโลกบาลทั้งสี่มีต่อนาง แต่นางก็ยืนยันว่ามีความรักให้พระนลพระองค์เดียวเท่านั้น พร้อมทั้งให้พระนลไปบอกความรู้สึกนี้แก่ท้าวโลกบาล

เมื่อถึงเวลาสยมพร นางทมยันดีกลับเห็นพระนล ๕ พระองค์ นางจึงอธิษฐานว่าขอให้ได้พระนลองค์จริง จึงทำให้เทวดามาสำแดงให้เห็น นางจึงได้อภิเษกกับพระนล

ระหว่างทางที่ท้าวโลกบาลเหาะกลับนั่นเอง ได้พบกับกลี และทวาบรซึ่งกำลังเดินทางมาพิธีสยมพรด้วย เมื่อทราบว่านางทมยันตีเลือกพระนลแล้วจึงพิโรธจึงออกโอษฐ์ว่าจะลงโทษนางให้สาสม แม้ท้าวโลกบาลจะทักท้วงอย่างไรก็หาฟังไม่

กลีจึงตกลงกับทวาบรว่าตนจะเข้าสิงพระนล ให้ทวาบรสิงสะกา แล้วพาไปแคว้นนิษัทซึ่งพระนลและนางทมยันตีประทับอยู่ เป็นเวลา ๑๒ ปีกลีก็เข้าสิงพระนลได้แล้วยุยงให้บุษกรอนุชาของพระนลให้เล่นสะกาพนันเอาเมืองและทรัพย์สินต่างๆ

บุษกรชนะทำให้พระนลต้องพานางทมยันตีออกจากเมือง นางจึงชวนให้ไปอยู่ที่วิทรรภนครระหว่างเดินทาง กลีได้เข้าสิงพระนลอีกแล้วหนีนางไป เมื่อนางทมยันตีตื่นขึ้นจึงออกตามหาพระนลจนถูกงูใหญ่รัดกายไว้แน่น บังเอิญมีพรานป่ามาเห็นเข้าจึงช่วยนางไว้ได้

ด้วยความงามของนางทมยันตีทำให้พรานป่าอยากได้นางเป็นเมีย นางจึงขอให้เทวดาอารักษ์ช่วยทำให้พรานป่าต้องขาดใจตายก่อนทำอันตรายนาง นางเดินออกตามหาพระนลต่อไปจนพระมารดาของท้าวเจทีมาเห็นและรับว่าจะช่วยตามหาพระนลให้จงได้

ส่วนพระนลเมื่อหนีนางทมยันตีมาก็ได้ไปช่วยนาคราช นาคราชได้กัดพระนลจนกลายร่างเป็นคนน่าเกลียด เพราะนาคราชมีความประสงค์ไม่ให้ใครจำพระนลได้ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น วาหุก เดินทางไปเป็นสารถีของพระเจ้าฤตุบรรณ หากพระนลต้องการกลับมารูปงามให้นึกถึงนาคราช

พระเจ้าภีมราชออกประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่พบนางทมยันตี พราหมณ์สุเทพได้พานางกลับมายังวิทรรภนครแล้วออกตามหาพระนลต่อไปจนพบและพาพระนลกลับมาหานาง ในระหว่างเดินทางพระเจ้าฤตุบรรณได้สอนหัวใจสะกาให้พระนล และพระนลได้สอนหัวใจม้าแลกเปลี่ยนกันทำให้กลีที่สิงพระนลหายไป

เมื่อนางทมยันตีพบพระนลในร่าง วาหุกได้ขับกล่อมเพลงจนทำให้พระนลร้องไห้พร้อมทั้งพาพระโอรสของพระนลออกมา พระนลจึงกอดรัดพระโอรสและกลายร่างเป็นพระนลตามเดิมเมื่อทรงเห็นว่านางทมยันตียังมีความซื่อสัตย์ต่อพระองค์อยู่

จากนั้นพระนลกลับมาท้าบุษกรเล่นสะกาและได้ชัยชนะได้เมืองและทรัพย์สมบัติทั้งหมดคืนมา

นางทมยันตีจึงเป็นนางในวรรณคดีที่เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ที่แท้จริง




Create Date : 19 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 15 มิถุนายน 2551 10:09:30 น.
Counter : 1994 Pageviews.

8 comment
พระอุมา
พระอุมาเป็นมเหสีของพระอิศวร มีนามตามปางต่างๆ ดังนี้

- อุมา เป็นบุตรีของพระทักษะโอรสพระพรหมา พระทักษะไม่ยอมยกพระอุมาให้พระอิศวรในตอนแรก แต่พระพรหมขอจึงยอมตกลง ในปางนี้มีเรื่องว่า ในครั้งที่พระทักษะมีการสมรราชใหญ่ แต่ไม่เชิญพระอิศวรมา เพราะดูถูกว่าเป็ยยากจกโสมม พระอุมาเสียใจจึงคิดโดดเข้ากองกูณฑ์เผาตัวตาย แล้วได้นามว่า

- สตี หมายถึง หญิงที่ซื่อตรงดี ทำให้เรียกหญิงที่เข้ากองไฟในขณะเผาศพสามี เรียกว่า "สตี" ในเวลาต่อมา

- ปรรวตี หรือ อุมาไทมะวตี เป็นบุตรีของท้าวหิมะวัติ (เขาหิมาลัย) กับนางเมนาบุตรีแห่งเมรุ นั้นคือ เมื่อเผาตัวเป็นสตีแล้วมาเกิดใหม่

- เคารี เป็นปางเดียวกับพระประวัติ ตามเรื่องเล่าว่าพระประวัติมีสีกายดำ เมื่อโดนพระอิศวรเย้าเรื่องสีกายดำ นางจึงออกไปอยู่ป่าและเข้าฌานจนพระพรหมประทานให้สีกายของนางกลายเป็นสีทอง




Create Date : 23 กันยายน 2548
Last Update : 15 มิถุนายน 2551 10:09:47 น.
Counter : 183 Pageviews.

3 comment
ละเวงวัลลา



เป็นธิดาเจ้ากรุงลงกา มีพี่ชายชื่ออุศเรน เมื่อนางอายุได้ 16 ปี เจ้ากรุงลังกาและอุศเรนสิ้นพระชนม์คราวทำศึกกับกรุงผลึก นางจึงได้ครองเมืองโดยมีพระสังฆราชเป็นที่ปรึกษาแผ่นดิน นางครองเมืองได้เพียงปีเดียวก็ประกาศทำสงครามกับกรุงผลึก เพราะทนการรบเร้าของพระสังฆราชและข้าราชการที่ต้องการแก้แค้นแทนพระเจ้าลังกาไม่ได้ โดยการเขียนรูปนางละเวงลงเสน่ห์แจ้งไปยังเมืองต่างๆ เพื่อเชิญมาช่วยรบกับเมืองผลึก ผู้อาสาที่ชนะจะได้ตัวนางและเมืองผลึกเป็นรางวัล แต่ทัพอาสาก็พ่ายแพ้ทุกทัพ ในที่สุดทัพเมืองผลึกจึงยกมาตีเมืองลังกา ทัพเมืองผลึกซึ่งมีพระอภัยมณีเป็นจอมทัพยกเข้าตีด่านชั้นแรก นางต้องออกมาบัญชาการรบเอง ก่อนออกรบพระสังฆราชไดทำเสน่ห์ผูกใจชายให้ เมื่อปะทะกับทัพของพระอภัยมณี นางได้ลวงให้พระอภัยมณีให้ตกเข้ามาในวงล้อม แต่พระอภัยมณีเป่าปี่สะกดทัพทั้งสองให้หลับลงสิ้น นางละเวงไม่เป็นอะไรเพราะมีตราราหูคุ้ม นางจึงเดินตามเสียงปี่เข้าไป เมื่อพบพระอภัยจึงยิงด้วยเกาทัณฑ์ 2 ดอกถูกที่ปี่และเกราะจึงรบกันตัวต่อตัว พระอภัยมณียิงปืนถูกปากม้าทรง นางจึงร้องด้วยความตกใจแล้วหนีไป พระอภัยมณีจึงรู้ว่าเป็นหญิง จึงไล่ติดตามไป พอเห็นหน้าถนัดก้เกิดหลงรัก เรื่มเกี้ยวพาราสี นางจึงขอให้พระอภัยมณีปลุกกองทัพแล้วนางก็ชักม้าหนีแต่ก่อนไปได้เป่ามนต์สวาทซ้ำอีก นางหนีไปได้ไม่ไกลก็ได้ยินเสียงพระอภัยมณีเรียก แม้จะนึกรักพระอภัยมณีอยู่แล้วแต่ด้วยความแค้นและความอายนางจึงหนีเข้าป่าปนอนที่ตีนเขา และได้พบกับตาเฒ่าเขาเขียวจึงได้รู้คุณวิเศษของดิน และรู้ทางไปยังหมู่บ้านเขาเขียว พบกับบาทหลวงปีโป แล้วเดินทางกลับกรุงลังกา จากนั้นนางได้มีสาส์นไปถึงพระอภัยมณีว่า ถ้าต้องการตัวนางแล้วขอให้ทำลายกองทัพและญาติวงศ์ของพระอภัยเสีย
ชณะเดียวกันทัพพระอภัยมณีและสินสมุทรเข้าตีด่านดงตาลจนเจ้าเมืองตาย นางจึงตั้งลูกสาวเจ้าเมืองเป็นแทน ถึงอย่างไรด่านก้แตกในที่สุด รำภาสะหรีลูกสาวนายด่านจึงเข้าถวายตัวและตั้งให้เป็นน้องนางเธอ แล้วส่งไปบังคับบัญชา ณ ด่านเขาเจ้าประจัญ แต่ทัพพระอภัยมณีทำการรบเข้มแข็ง นางละเวงกลัวว่าจะเสียด่านจึงยกกองทัพออกไปสมทบพร้อมพระสังฆราช และส่งสาส์นไปยังพระอภัยมณีขอรบตัวต่อตัว คืนนั้นนางฝันถึงพระอภัยมณีจึงให้นางยุพาผกาทำนายฝัน คำทำนายว่าจะต้องตกเป็นเมียของพระอภัยมณี พร้อมกับเอาหนังสือลับที่บาทหลวงปีโปมอบให้ไว้ออกดู ซึ่งตรงกับคำทำนาย ทั้งยังห้ามมิให้นางทำร้ายพระอภัยมณีอีกด้วย และกล่าวว่าในคราวคับขันก็จะมีคนดีมาช่วย เมื่อนางรู้เช่นนั้นจึงปรึกษากับรำภาสะหรีและบุตรีของพระสังฆราชในการลวงพระสังฆราชจนได้ออกไปพบกับพระอภัยมณีได้เกี้ยวพาราสีกันจนค่ำจึงกลับ นางยุพาผกาออกไปลวงให้พระอภัยเป่าปี่จนทหารหลับหมด แล้วพาพระอภัยมณีขึ้นท้ายรถนางละเวงเข้ากรุงลังกา แล้วนางก็ตกเป็นของพระอภัยมณี ต่อมานางขอให้พระอภัยมณีบอกศรีสุวรรณและสินสมุทรมิให้ยกทัพเข้าตีกรุงลังกา นางใช้รำภาสะหรี และยุพาผกาทำเสน่ห์จนศรีสุวรรณและสินสมุทรหลงรักและได้นางทั้งสองเป็นเมียคนละคน
ต่อมานางสุวรรณมาลียกทัพมากรุงลังกาเพื่อชิงตัวพระอภัยมณี ศรีสุวรรณและสินสมุทรคืน สุดสาครรับอาสาเข้าพบพ่อเพื่อแก้เสน่ห์ แต่นางละเวงก็ใช้สุลาลีวันทำเสน่ห์จนเป็นเมียของสุดสาคร นางสุวรรณมาลีแค้นยิ่งนักจึงยกทัพเข้าไปจนถึงหน้าป้อม นางละเวงพาพระอภัยมณีมาเย้ยจนนางสุวรรณมาลีสลบ ต่อมาหัสไชยได้แก้เสน่ห์แล้วพาสินสมุทร สุดสาครคืนไปได้ นางละเวงจึงไปง้อพระสังฆราชให้ช่วยแก้มนต์ให้
ในเวลากลางคืนสุลาลีวันได้ยกทัพใหญ่เข้าตีทัพนางสุวรรณมาลีพร้อมกับทัพพระสังฆราช บาทหลวงปีโปส่งสาส์นลับแนะให้นางสุลาลีวันชวนพระอภัยมณีและพวกออกรบ สงครามจึงลุกลามใหญ่โต ในที่สุดทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ต้องอัญเชิญพระฤาษีเกาะแก้วพิสดารมาระงับสงครามทั้งหมดจึงกลับเป็นไมตรีต่อกัน
นางละเวงได้จัดงานฉลองสันติภาพอย่างมโหฬาร และมีลูกชายกับพระอภัยมณี คนหนึ่ง ชื่อ มังคลา ตอนสุดท้ายแห่งชีวิตของนางได้บวชเป็นชีอยู่ ณ เขาสิงคุตร์ เพื่อปรนนิบัติพระอภัยมณีซึ่งบวชเป็นฤาษีอยู่ ณ เขานั้น



Create Date : 31 สิงหาคม 2548
Last Update : 15 มิถุนายน 2551 10:09:59 น.
Counter : 873 Pageviews.

4 comment

trungta
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]