Group Blog
 
All blogs
 
..บ้านใหม่ที่ ไถเป่ย..[Jan-2005]

ทิ้งเวลามาเกือบครึ่งปี กว่าจะหาฤกษ์ยามจรดนิ้วพิมพ์เรื่องราว เก้าวันที่ไต้หวัน ทีแรกตั้งใจว่าจะไม่เขียนแล้วแต่พอนั่งเปิดรูปไปมา ไอ้นั่นก็จำไม่ได้ไอ้นี่ก็นึกไม่ออกคิดแล้วถ้ายิ่งปล่อยให้ผ่านไปความจำปลาทองอาจเลือนหาย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทริปหน้าแน่ๆ .. เพราะเราอาจจะกลับไปเที่ยวซ้ำไปซ้ำมา คิดได้ดังนี้ ก็เริ่มรื้อรอยหยักอันยับยู่ยี่ในสมองเอามาเก็บใน blog ประหนึ่งเป็น เพนชิบ ของดับเบิ้ลดอร์ดีกว่า

อ่อ.. ก่อนจะเริ่มเล่า .. ขอไปทำรูปก่อน..


..นี่งัย บ้านหลังใหม่ ที่พักพิงเก้าวันเต็มๆ ในไท่เป่ย..
อยู่จนรู้สึกว่า home sweet home เลยหละ.. พอเที่ยวจนเหนื่อย พวกเรามักจะบอกกันว่า "กลับบ้านเหอะ" บ้านเรามีสถานีMRT เป็นส่วนตัวอยู่หน้าบ้านด้วยน๊า..แสนจะสบาย..


เห็นห้องที่ซุกหัวแล้ว.. อันนี้หน้าบ้านเรา.. อิ อิ




หลังจากผ่านการซ้อมใหญ่ จากทริปจับกวาง ตอนนี้พวกเราพร้อมแล้ว สำหรับ ทริปจับหมู ( หมูป่าซะด้วย เพราะดุอิ๊บ) เพราะความที่ไอ้งานเปิดตัวอัลบั้ม เวลาของเสี้ยว เนี่ยมันเป็นโรคเลื่อนแล้วเลื่อนอีก พลอยทำให้เวลาเตรียมตัวของพวกเรายาวนานขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่

  • หนึ่ง ขอวีซ่า ว่ากันว่า วีซ่าไต้หวันขอยากนักยากหนา พวกเราก็ยังกล้าไปขอกันเอง เจ้าหน้าที่ก็ซักนู่นซักนี่กะเอาเราให้ขาว เพราะคนไทยไปขอวีซ่าเข้าไต้หวันกันเยอะม๊ากกกกกกก เจ้าหน้าที่เค้าก็งงๆ ว่า มันพร้อมใจอะไรกันนักกันหนาจะบินกันช่วงนี้ ทั่นก็คงระแคะระคายมาว่า ไอ่พวกนี้มันไม่มีไรร๊อก.. ต้องบินตามปู้จายแหงม.. ทั่นก็เลยกะรีดๆๆๆๆให้ได้ความจริง.. ประมาณว่า "พูดออกมาเดี๋ยวนี้!! ว่าจะไปตามดูเอฟ" เอ๊า ก็รู้อยู่แก่ใจซะขนาดนั้น เพ่ก็ปั้มๆ ผ่านๆมาให้เค้าเต๊อะ.. จะต้องอ้าโอษฐ์ เอ่อ อ่า กันอีกทำม๊าย.. ว่าแล้ว เจ้าหน้าที่ทั่นก็แนะนำว่า วันหลัง(คงหมายถึง วันหน้า)ก็วงเล็บไว้ด้วยนะ ว่า (f4) วีซ่าทั่นจะประหนึ่งประทับลงตราที่ ตม.แล้วเลย... ผ่านฉลุย

  • สอง โรงแรม อันที่จริงโรงแรมนี่หาแล้วหาอีก หาอีกหาแล้วเน้นว่าต้องใกล้ MRT จะได้เดินทางสะดวก สอบถามจากเพื่อนที่เคยไป เพื่อนที่เรียนที่โน่น เพื่อนที่เป็นคนที่โน่นสนนราคาก็แพงหูดับทั้งนั้น เพราะไต้หวันไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ไอ้จะโรงแรมเพียบ ราคากันเองแบบบ้านเรา ฝันไปเต๊อะ.. ก็เลยต้องเป็นธุระให้เพื่อนไต้หวันหาให้ พอเค้าถามว่าเราจะอยู่กี่วัน นับนิ้วดูแล้วตอบเค้าไปว่าประมาณ 10 วัน ตี๋ไต้หวันตกใจตาหายตี่เลย ..จะมาทำม๊ายตั้งสิบวัน.. หารู้ไม่ว่าจริงๆ อยากอยู่สัก14เอาให้เต็มสตรีมวีซ่า ให้มาลากคอตรูออกนอกประเทศไปเล้ย.. แต่บางทั่นลางานได้แค่นี้แหละ..เต็มแม๊คแล้ว.. พอบอกจำนวนวัน.. ราคาก็ลดลงทันที ..กลายเป็นแขก วีไอผี ทันใด ..

  • สาม ตั๋วเครื่องบิน อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เราได้เอเจนซี่ดี ที่เป็นปัญหาไม่ใช่เอเจนซี่ แต่เป็นพวกเราๆกันเอง บ้างจะไปวันที่ 6 กลางคืน บ้างจะไป 7 กลางคืนเพราะลางานไม่ได้ .. สุดท้ายก็เลยใครใคร่บินก่อน..ก็บินก่อน ใครใคร่บินหลัง.. ก็ตามไป แต่มีข้อแม้ว่า คนบินก่อนต้องปูพรมรอรับคนบินทีหลังด้วย.. ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง.. อิ อิ เพราะคุณน้องๆที่บินก่อนพวกเธอกะเวลาไปถึง สนามบินเจียงไคเช็ค ประมาณเที่ยงคืน เรื่องอาร๊ายจะต้องเสียค่าห้องอีกคืนให้เปลืองอัฐ สนามบินนี่ละว้า โอ่อ่า น่านอน เห็นจากวีดีโอที่ถ่ายมา นึกในใจว่าดีนะเนี่ยที่ไม่ตัดสินใจ บินก่อนพร้อมพวกมัน หวิดแข็งตายคาสนามบิน ให้อ้วนมันหัวเราะเยาะเล่นซะไม๊ละ ก็ที่ว่าหนาวๆๆๆเนี่ย คนเมืองร้อนอย่างเราเดาไม่ถูกหรอกว่า ต้องเสื้อกี่ตัวผ้าห่มกี่ผืน ไอ้หมวกกะถุงมือ ชาตินี้อยู่บ้านเราอย่าหวังได้แตะ พอไปอยู่โน่นหากันให้จ้าละหวั่น เพราะความที่เป็นคนเมืองร้อนด้วยละมั้ง พอมาเจออากาศหนาว ก็เลยรู้สึกหนาวกว่าที่ควรจะหนาว (เข้าใจป่าว) .. เอาเป็นว่า พวกที่บินก่อน ก็ได้ไป ถูสนามบินเจียงไคเช็ค รอเราหนึ่งคืน พร้อมกับ ชื่นชม บันไดเลื่อนที่อ้วนมันถ่าย เลิฟสตรอม.. คุ้มไม๊เนี่ย..




(แค่เรื่องเตรียมตัวจะบิน .. ยาวกว่าหางว่าวอีก..)

หลังจาก กรี๊ดกระจุยกะงานเค้าท์ดาวน์ต่างๆผ่านทางทีวีที่ "อ้วน" ไปเปิดตัวประเดิมอัลบั้มใหม่.. ถึงเสียงจะหลบใน ถึงหน้าตาจะบูดบึ้ง ถึงจะอึ้งกะเสื้อผ้า แต่พวกเราก็ตั้งหน้าตั้งตารอวันที่จะเหิรฟ้าไปพบกับ "อ้วน" ตัวเป็นๆ..
และแล้ว ห้าโมงเย็นวันที่เจ็ด มกราคม ศักราชใหม่ สี่ชีวิตก็พร้อมหน้ากันที่ดอนเมือง ด้วยเที่ยวบินที่ TG636 แถมเจอคนหน้าคุ้นๆ บนเครื่องเพียบ!!

สี่ชีวิตเหยียบสนามบินเจียงไคเช็ค เวลาท้องถิ่นก็ราวๆ เกือบห้าทุ่ม.. กะว่าจะสูดอากาศแรกแห่งไต้หวันให้เต็มปอด.... ซู๊ดดดด อึก!! กลิ่นสนามบิน อับ!! สุดทน.. กลิ่นละม้ายคล้าย ศรีษะ ที่ไม่ได้ สระ.. นอยหนัก คว้ายาดมกันวุ่น.. พิธีการต่างๆในตม.ก็ผ่านมาแบบปกติ ไม่มีไรน่าตื่นเต้น อาจจะเพราะบินมานานแล้วก็ดึกแล้ว.. พวกเราถึงจะตื่นเต้นแต่ก็ติดจะง่วงๆ.. ระหว่างทางออกจากสนามบิน ก็เป็นธรรมเนียมของกระเหรี่ยงอย่างเรา ที่ต้องเหลียวซ้ายแลขวาหาmap ไว้กันตาย ก็คว้ามาได้ คนละแผ่นสองแผ่น พร้อมกับมองหารถที่มารับ..และแล้วเราก็เจอ.. พยักหน้าหงึกๆ.. คนขับรถก็เดินนำเราไปลิ่วๆ.. พอเดินพ้นประตูสนามบิน..ถึงกะผงะ... ทั้งหนาวทั้งฝน.. แต่ยังมีคนแอบบ่นว่า "ไม่เห็นหนาวเลย .. ที่กวางหนาวกว่าอีก".. (จะอยากหนาวกันไปไหน..ห๊า!!) เราขาดการติดต่อกับคณะถูพื้นสนามบินที่ล่วงหน้ามาตั้งแต่เมื่อคืนวาน แต่คิดว่าถึงยังงัยก็คงเจอกันที่โรงแรมอยู่ดี..
คนขับรถให้เรารออยู่บริเวณที่ไม่โดนฝน.. แล้วก็ไปเอารถมารับ.. อูยยย..รถตู้โฟลค แหม..แอบคิดว่า โรงแรมตรูสุดหรูแน่ๆ.. 555 เดี๋ยวก็รู้..

นั่งมาแทนที่จะหลับเพราะดึกมากแล้ว.. แต่พวกเรากับตื่นตาตื่นใจ กับบ้านเมืองซึ่งจริงๆ ก็ไม่ค่อยแตกต่างจากบ้านเราเท่าไร.. แต่ที่นี่..เมืองนี้ เป็นที่ที่อ้วนพำนักพักพิง เป็นเมืองที่อ้วนอยู่อาศัย .. ทุกอย่างที่เคยอยู่ในสายตาอ้วน.. ก็เลยเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเราไปซะหมด.. อ้วนบังตา.. 555

ถนนในเมืองดูโล่งๆกว่าแถบชานเมือง โรงแรมของเราตั้งอยู่บนถนน จงเสี้ยวฯ (จงเสี้ยว..ไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็น sec.3) รถตู้ค่อยๆเลี้ยวมาตามซอยแคบๆ.. พวกเราก็เริ่มเล็งที่ทางกันไว้แล้ว.. พอเห็นโรงแรม..ถึงกะอึ้ง..ตึงๆๆๆๆ โรงแรมอยู่ตรงหัวมุม ในซอยแคบๆแห่งหนึ่งที่มองเข้าไปมีบ้านเรียงรายกันตลอดซอย หน้าปากซอยจอดมอเตอร์ไซด์กันเป็นดง ด้านขวาเป็นโรงแรม ด้านซ้ายทีแรกมองดูตั้งนานว่ามันคืออะไร มาถึงบางอ้อตอนเช้าว่าคือทางลง MRT ใกล้ประหนึ่งเป็นประตูโรงแรมเลย ตอนเห็นทีแรกนึกว่าประตูเข้าโรงเจ.. ก็รั้วมันเขียวๆอะ..

เหอๆๆๆ.. หน้าตางงเหมือนคนบ้า..ลากกระเป๋าลงจากรถแล้วก็กระดึ๊บกระดึ๊บกันเข้าไปในล๊อบบี้ ฝนก็ตกปรอยๆ..พอเห็นตรง reception เป็นอึ้งกันอีกรอบ.. รูหนูเลยแหละ.. ลิฟท์อยู่เลยไปนิด มีอยู่สองตัว.. ใหญ่กว่ารูตะหมูกตรูหน่อยเดียว..เข้าไปพร้อมกันสี่คนพร้อมสัมภาระ.. ยังหวั่นใจว่ามันจะพาตรูไปถึงห้องม๊าย เห็นขนาดล๊อบบี้ข้างล่างแล้วให้หวั่นใจ ไม่ทันนึกถึงคณะที่มาก่อนเลย.. อยาก อยากจะขึ้นไปดูห้องใจจะขาดรอนๆ.. พอถึงห้อง.. แล้วก็ไม่ผิดหวัง.. อือม์ ตรูจะหายใจออกจนครบเก้าวันไม๊เนี่ย.. กะลังนึกๆว่าถ้าอยู่ไม่ไหวต้องย้ายโรงแรมแน่ๆ..คิดดู ทั้งชั้นมีอยู่8 ห้อง.. มีอยู่กี่ชั้นจำไม่ได้แน่.. แต่สุดท้ายอยู่แค่คืนเดียวเราก็รักโรงแรมนี้ ถึงขนาดเรียกมันว่า "บ้าน" และก็คิดว่ากลับไปคราวหน้า..เราก็จะกลับไปนอนที่"บ้าน"นี้อีก.. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. อย่าดูถูกความแคบ.. เพราะที่แคบๆ..อบอุ่นเสมอ.. (นี่!! เน่าดีมะ)


จัดแจงสัมภาระกันเข้าที่เข้าทางก็คงราวๆใกล้ๆเที่ยงคืน โทรไปห้องคณะถูพื้นฯ ก็ไม่มีใครรับ ปรึกษากันสักพักนึงเราก็ตกลงกันว่าจะออกไปสำรวจรอบๆบริเวณ (ไม่ได้สำเหนียกเล้ย..ว่ามันดึกแล้ว) เพราะก่อนรถจะเลี้ยวมาโรงแรมเราเห็น 7-11 อยู่หลังนึง..เชิญชวนให้เราไปเสียเงินยิ่งนัก ไปหาเสบียงเตรียมไว้ก็ยังดี คิดได้ดังนี้ก็จรลีออกจากรูหนูโดยมีคนเตรียมมาโคดพร้อมอยู่หนึ่งคนเพราะตรวจสอบสภาพอากาศมาอย่างดีว่า ไถเป่ย.. ฝนตก.. ปี้เอสเลยเป็นคนเดียวที่มีเสื้อกันฝน..ส่วนสามคนที่เหลือเป็นพวกกระโหลกหนา..ลุยฝนเปาะแปะกันไป..
เดินออกจากโรงแรมมาสักพัก ก็ตระหนักว่าทางไม่ใช่ใกล้ๆ แถมยังต้องเดินผ่านตึกมืดๆหาไม่เจอแม้กระทั่งน้องหมาสักตัว.. หวั่นใจว่าจะโดนจี้แต่วันแรกไม๊ว๊า.. และแล้วตึกในไถเป่ยก็ทำให้เราอเมสซิ่ง เพราะพอเราเดินผ่านบริเวณตึกที่เห็นว่ามืดๆ นั้น ไฟฟ้าก็จะติดให้เราอัตโนมัติ เพราะเค้ามีเซ็นเซอร์เอาไว้เพื่อความปลอดภัยของคนเดินถนน.. อูยยยยย.. น่าอยู่เจงๆ.. พอเราเดินผ่านไปไฟก็ดับเหมือนเดิม.. ประหยัดซะไม่มี.. มีแอบเดินกลับให้ไฟมันติดเล่น ซะงั้น.. เดินชื่นชมฟุตบาธธรรมด๊าธรรมดาจนมาถึง เซเว่น ( ที่มารู้ทีหลังว่าถ้าเดินทะลุซอยมืดๆมา ย่นระยะทางได้โข .. แถมยังมีเซเว่นที่ใกล้กว่านี้อีก..นี่เดินมาตั้งไกล..แต่ก็ไม่ผิดหวัง)..


ดูดิ..มืดขนาดนี้ยัง ก๋ากั่น.. สามคนในเฟรม กะ หนึ่งคนถ่ายรวมกันเป็น สี่พอดี..


ภาระกิจแรกที่เราปฏิบัติได้สำเร็จ..คือ.. พรีเมี่ยมเจย์..555



พวกเราหลงระเริงเดินวนอยู่ใน เซเว่นอยู่เกือบชม.เห็นจะได้สินค้าบ้านเมืองเค้าน่ารักน่าซื้อกว่าเซเว่นบ้านเราอักโขอยู่ เราพ่นภาษาไทยกันอยู่สี่คนประหนึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ทั้งคนขาย ทั้งลูกค้ายืนงงมองเราเหมือนมนุษย์ต่างดาว ไม่ก็กระเหรี่ยงตกดอย.. แล้วเราก็เสียอัฐในคืนแรกไปร่วมสามพันNT พนักงานยิ้มแก้มแทบแตก ที่ไต้หวันเนี่ยเค้าเลิกใช้ถุงพลาสติกกันนานแล้วคือ ถ้าคุณมาคอนวีเนี่ยนสโตร์คุณต้องนำถุงผ้าติดตัวมาเองเพราะว่าถ้าคุณไม่เอาถุงติดตัวไปคุณจะต้องหอบของออกมา หรือ ไม่ก็ต้องเสียค่าถุงพลาสติก หนึ่งถึงห้าเหรียญแล้วแต่ร้าน เป็นการลดปริมาณขยะได้อย่างชะงัด.. แต่คืนนี้เราซื้อของกันทะลุเดือด.. จนพนักงานยอมแถมถุงผ้าให้เราหนึ่งใบ แบบไม่ต้องขอให้เมือยปาก แค่บอกว่า "FREE" เค้าก็พยักหน้าหงีกๆ ให้เราแต่โดยดี.. หรือว่า เมาภาษาไทย พวกเราไปแล้วก็ม่ายรุ..

พวกเราสี่คนมาได้พบปะกะคณะเคซีซีที่ล่วงหน้ามาก่อนอย่างเป็นทางการก็ล่วงเลยไปเช้าวันที่ 8 แล้ว เพราะกลับมาจากเซเว่นก็โทรไปหาปรากฎว่าท่านทั้งหลาย สลบเหมือดจากการผจญภัยตามหาฟู่หลงมาทั้งวัน.. ข่าวว่าหลงแล้วหลงอีก.. ที่แท้ก็อยู่แค่ปลายจมูก .. 555
(แก้ข่าวนิดหน่อย วันนี้โดนปี้เอสทักมาว่า "แก๊.. บล็อคแกอะเล่าข้าม ชั้นจำได้ว่า ซีรี ลงมานี่นา " เอ่อพี่คะ.. เล่นละเอียดยิบทุกช๊อทแบบนี้.. นิ้วนู๋หงิกพอลีเอาเป็นว่าพอโทรขึ้นไปอะ..เค้าหลับกันแล้ว แต่ด้วยความอาวุโสที่ไม่สนหน้าอินหน้าพรหม เลย "สั่ง" ให้มานลงมาเอาอ้วนมาให้ดูม่ายงั้นอย่าหวังว่าจะนอนอย่างสงบ.. )

แล้วก็กรี๊ดกันสลบด้วยปกอัลบั้ม..




วันที่ 8 มกราคม 2005
วันนี้มีงานแจกลายเซ็นต์อัลบั้ม on ken's time เป็นวันแรก.. และที่แรกที่จะไปคือ เกาสง จริงๆวันนี้ต้องแจกสองที่แต่ที่ไถจง ถูกงดไปเพราะอ้วนต้องกลับมาให้ทันงาน สึนามิ ค่ำวันนี้ที่ตึก 101 พวกเราเลยเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยจากทีแรกตั้งใจจะไปเครื่องกลับรถ ก็เลยไปเครื่อง.. แล้วก็กะว่าจะกลับกะเครื่องอ้วน..อิ๊ อิ๊..

เนื่องจากเพิ่งมาไต้หวันครั้งแรก แต่ก็อาจหาญจะไปต่างจังหวัดของประเทศเค้าซะและ ทั้งๆที่อยู่เมืองไทยจะไปพ้นกรุงเทพแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก แต่เพื่ออ้วน เพราะอ้วน ตัดทุกประเด็นความกลัวไปได้เลย เราหาข้อมูลมาพอควร สำรวจเส้นทาง(จากแผนที่) และก็วางแผนการเดินทางกันค่อนข้างรัดกุม กะให้ถึงเกาสง ก่อน อ้วนไปสัก สามสี่ชม. เพราะเป็นที่โปรโมทอัลบั้มเป็นที่แรก เราก็อยากเกาะขอบเวที คิดวางแผนกันไปต่างๆนาๆ .. แต่ที่แน่ๆ ต้องอยู่ในงบที่เราวางไว้..คิดได้ดังนั้น.. บิน!! แค่เพิ่ม มาม่า เป็นอาหารหลัก อีกสักยี่สิบมื้อ แค่นี้เอ๊ง! ซำบายมาก

เราวางแผนกันดีขนาด จองตั๋วเครื่องบินตั้งแต่ยังไม่ไปถึงไถเป่ย.. ( คิดเอาละกัน..บ้าขนาด) รู้สึกว่าจะจองตั๋วไปเกาสงได้ก่อน ตั๋วไปไต้หวันอีก.. 5555 ถึงขนาดโดนครหาจากยายของเพื่อนที่อาศัยอยู่ไต้หวันว่า "เพื่อนเนี่ยรวยมากเหรอ ทำธุรกิจอะไรอะทำไมต้องรีบขนาดนั้น" ... เอ่อออ..คุณยายคะ..พวกนู๋ไม่รวยหรอกคะ.. แต่ พวกนู๋มันบ้า!! บ้าปู้จายแบบพ่อแม่ไม่ให้อภัยแล้ววว.. แต่ขอย้ำ ว่าพวกนู๋บ้าแบบมีสติคะ.. มีสติพอที่จะคิดว่า "เราต้องบินไปบินกลับจะได้ทันอ้วน" ..มีสติเหลือแต่สตางค์(ร่อย)หลอ

(พล่ามไปเรื่อย .. วันที่แปดตรูไม่ถึงสนามบินซะที)
ด้วยความรักสบาย พวกเราก็เลยต้องเร่งกันหน้าตั้ง เพราะกว่าจะงัดกันขึ้นจากที่นอน ก็แทบจะไม่มีเวลาเหลือไปสนามบิน .. ก็ใครใช้ให้อากาศที่ไต้หวันน่านอนนักหนา ฟ้าไม่เคยสว่าง มองทีไร ก็ประหนึ่งหกโมงเย็น ฝนปรอยๆทั้งวัน อุณหภูมิไม่ต้องพูดถึง เกิน สิบห้า นี่หรูมาก..

โชคดีที่คณะกวาดถูสนามบินได้ศึกษาแผนที่เป็นการถางทางมาเรียบร้อย เราก็แค่แบกสัมภาระขึ้นหลัง เดินไปหน้าบ้าน(โรงแรม) ข้ามถนนหน้าปากซอย ก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าประหนึ่งประตูเดียวกัน .. แล้วก็ตามแก๊งลูกหมูอย่างเดียวโดยไม่ต้องเหลียวแลแผนที่ให้เสียเวลา ไอ้ติ๊ดว่างัยตรูตาม คุงออมว่างัย ก็ว่างั้น.. จากใต้ดินไปโผล่บนดิน แล้วต้องข้ามสะพาน แล้วต้องลงมาหนึ่งชั้น แล้วต้องขึ้นชานชลานี้.. แล้วต้องไปต่อแท๊กซี่.. ฟังด้วยสมองอันเบลอๆ ..เออๆๆๆๆๆ เอางัยก็ได้..ตรูง่วง..

แล้วเราก็มาถึง Sungshan Domestic Airport แบบใกล้เวลาเต็มที ก็ไปเจรจาต้าอ่วยหน้าเค้าเตอร์สักพัก.. เป็นอันได้ตั๋วมาครบคน เราเก๊าะเหิรฟ้าด้วย Madarin Airlines มุ่งหน้าสู่เกาสง.. ท้องฟ้าเหนือเมฆที่ปกคลุมไถเป่ย.. แดดเปรี้ยงมาก.. นั่งบนเครื่องบิน นึกว่านั่งอยู่บนรถทัวร์บ้านเรา แดดมันแยงตาเล่นเอาหลับยากอยู่ คิดว่าจะงีบซะหน่อย.. ตรูก็ได้งีบ(อ้าว) ก็ง่วงอิ๊บ!! แดดก็แดด..ตรูจะนอน.. กาฟงกาแฟ ไม่ต้องเสิร์ฟ จานอน


ลงจากเครื่องด้วยอาการ งงงวย สุดริด เพราะถูกปลุกแบบกระทันหัน.. ไรว้า..ไมบินแป๊บเดียว.. ไม่ถึงชม.ดีมั้ง..ลงมาก็ต้องตาสว่างตกตะลึงกะสนามบินที่มืดตึ๊ดตื๋อ แม่เจ้า!! สนามบินเกาสง ไฟดับ!! (คิดในใจ..โห..โคดบ้านนอกเลย.. นิสัยดีมากตรู) แต่ที่แปลกใจกว่านั้นคือ ทุกคน "หน้าตาเฉยมาก" ประหนึ่ง ชิน!! มันคงดับบ่อยแล้วแหละ.. ชินกันทั้งจังหวัด..เราก็เลยตีเนียน ทำชิน .. กะเค้าบ้าง .. มีเรื่องให้ขบคิดมากกว่าจะมาตกตะลึงกะไฟดับ..คือ ทำยังงัยเราถึงจะไปที่หมายได้ ด้วยสนนราคาที่ถูกที่สุด.. อือม์ ข้อนี้ต้องขบให้แตก มิฉะนั้น มาม่าจะตามมาอีกหลายมื้อ..

และแล้วเราก็ได้คำตอบนี่คือพาหนะของเรา.. สนนราคาคนละไม่กี่เหรียญ..ประหยัดกว่าแท๊กซี่แยะ..เราไม่รีบ


หลังจากสอบถามกับประชาสัมพันธ์อยู่พักใหญ่พวกเราก็ตัดสินใจเดินมาขึ้นรถเมล์ดีกว่า เราก็ไปชี้โบ๊ชี้เบ๊กับคนขับว่าถ้าถึงห้างHANSHIN..( อย่ามาถามหาความแน่นอนจากเรา อันนี้เอามาจากป้ายที่เห็น..) ก็บอกเราด้วยเน้อ พี่เน้อ.. คนขับก็ใจดีรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ.. และพวกเราก็เริ่มกินลมชมวิวกันมาบนรถเมล์ ตื่นตาตื่นใจกะทางรถไฟซึ่งถ้ามันอยู่ในเมืองไทยมันจะไม่น่าสนใจเท่านี้ สักพักมีแม่บ้านเกาสงเดินขึ้นมาพร้อมลูกชายวัยไม่น่าจะเกินหกขวบ คราวนี้พวกเราเริ่มกลายเป็นของเล่นของคนท้องถิ่น เค้าคงแปลกใจว่ากระเหรี่ยงพวกนี้มาจากไหน และจะไปไหน .. ก็เป็นปัญหาที่เราเคยๆประสบมาสำหรับการมาท่องเที่ยวในประเทศที่พูดภาษาจีน คือทุกคนจะนึกเอาเองว่า มนุษย์ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้ เข้าใจภาษาจีน..ท่านจะไม่พยายามฟังเราว่าเราไม่รู้เรื่องไปถึงไหนแล้ว ท่านจะพูด พูด พูด จนเราเข้าใจท่านได้เองอย่างน่าอัศจรรย์ จับใจความได้ว่า เค้าถามว่าเรามาจากไหน พอรู้ว่าไท่กั๋ว เค้าก็ตกจายว่าประเทศคุณราบเป็นหน้ากลองเพราะคลื่นสึนามิ ทำไมยังมาเที่ยวกันได้อีก..ทำให้เราละอายใจเป็นที่ยิ่ง.. แต่ก็พยายามจะอธิบายว่า สถานที่เกิดเหตุมันห่างไกลจากบ้านเรายิ่งนัก และเราก็เตรียมตัวกันมาก่อนที่สึนามิจะเกิด เป็นตายร้ายดียังงัยเราต้องมาเกาสงให้จงได้ เค้าก็งงๆ ว่าเกาสงมีอะไรดี.. เราบอกเค้าคำเดียวสั้นๆว่า จูเสี้ยวเทียน.. 5555

คุณนายเธอยิ้มพิมพ์ใจคิดไรเพลินๆ

บรรยากาศข้างทางที่เกาสง.

คุณแม่บ้านเกาสงที่เข้าใจเอาเองว่า ภาษาเค้าเป็นภาษาเรา

กะลูกชายที่เอาแต่แลบลิ้นใส่พวกเรา


อ๊ะๆๆ.. ใช่ว่าแค่รถเมล์แล้วเราจะถึงทันที .. ถ้าถึงเลยก็เรียกว่าไม่ประหยัดจริง.. เรายังต้องมีอันเดินเท้าอีก..ซึ่งมาลองไล่ดูตอนนี้..รู้สึกว่าเราเดินเท้ากันเกือบกิโล ผ่านประมาณ สามถึงสี่แยกไฟแดง.. เอาเป็นว่าลงจากเครื่องตอนเก้าโมงเช้านิดๆ ถึงที่หมายราวๆ สิบเอ็ดโมงครึ่ง.. นั่งเครื่องบินยังไวกว่าเดินเลยคะ คุณขา!!

เริ่มเดิน


สงสัยเค้าจะมีตลาดเช้าแบบบ้านเรา

กระทั่งเขียงหมู


จริงๆที่เดินไม่ถึงซะทีเนี่ยไม่ต้องโทษใคร ก็ คุณๆ ช่างแวะทั้งหลาย แวะทั้งเซเว่น แวะทั้งร้านหนังสือ

แวะน้ำลายหก เพราะหิว

เลยต้องหาไรกินกันตาย..คนแถวนั้นเรียกกันว่า.. เจี๊ยวจึ..(เจงๆ)


กว่าจะถึงที่หมายเล่นเอา กระอัก


ถึงห้าง..แย้ว สิบเอ็ดโมงครึ่งพอดี..เดินมาร่วม ชม.ครึ่ง.. พอมาถึงจึงรู้ว่า.. ลืมแบนเนอร์เคซีซีไว้บนรถเมล์..แป่ว!!
มีบางคนโกรธจนหน้าบูดเป็นตูดอ้วนเลย.. อุ๊ อุ๊



พอเดินเลี้ยวหัวมุมห้าง ก็ให้เห็นเวทีอันอลังฯ เช่นนี้


เดินกันมาตั้งนาน กินก็กินกันไปแล้ว พอมาถึงที่หมายก็จับจองพื้นที่ ก่อนหน้าที่เราจะมาถึงมีคนมาต่อแถวแล้วสองสามแถวเห็นจะได้ เท่าที่สังเกตุดูก็จะเป็นแฟนเพลงต่างประเทศซะส่วนใหญ่ มีอินโด เกาหลี แล้วก็ญี่ปุ่นทุกคนมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง สงสัยว่าเพิ่งจะลงเครื่องกันมาหมาดๆ หรือไม่ก็เตรียมพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมแล้ว เพราะคงต้องบินเข้าไถเป่ย เพื่องานที่ซีเหมินติงพรุ่งนี้.. เพื่ออ้วน ทุกคนต้อง อดทน!! อดทนกันทุกประเทศ
ด้วยความที่เดินทางมานาน พอมาถึงที่หมายเลยเริ่มออกอาการ ท่อรั่ว..ห้างหรูหราไฮโซมั๊กมาก.. แต่เดินไปถามหาห้องน้ำกะพนักงานขายของห้าง ภาษาปะกิตไม่กระดิกหูสักคน toilet ก็แล้ว rest room ก็แล้ว..ส่ายหน้ากันดิก ภาษาจีนตรูก็จำไม่ได้ว่าห้องน้ำนี่เค้าว่างัย..สุดท้ายต้องทำท่าประหนึ่งจะล้างมือ เลยถึงบางอ้อกันทั้งห้าง นีกในใจว่าดีนะที่ตรูไม่ต้องนั่งให้ดู เกิดที่นี่มีแต่ส้วมหลุมท่านั่งคงน่าดูพิลึกละนั่น พอปลดทุกข์เสร็จโลกก็พลันสดใสเจอผู้หญิงคนนึง หน้าคุ๊นคุ้น ปี้เอสก็สะกิดๆ แล้วเรียกไปยืนส่องกระจกแอบดู
“ใช่มือเชลโล่อ้วนป่าว. แก”
“ แหงะ .. ไม่แน่ใจ ไปถามดิ”
ยืนเกี่ยงกันอยู่อย่างนั้น..จนเค้าแต่งตัว แต่งหน้าเสร็จออกจากห้องน้ำไป.. เป็นอันชวด

ช่วงนี้จะเป็นช่วงกระวนกระวายเพราะพอเรามาถึง ก็เริ่มเห็น ฟรีเบิร์ด เดินเล่นกันให้ขวักไขว่ บ้างก็สูบบุหรี่ บ้างเดินเข้าไปในห้างฯ เรารู้สึกถึงรังสีอัมหิตเดาเอาว่าอ้วนก็ต้องมาถึงแล้วอาจจะเตรียมตัวอยู่ในรถเชฟฯ คันที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างเวทีก็เป็นได้ เดากันไปต่างๆนาๆ.. เหอๆๆๆ แล้วก็ออกอาการ อาย.. แบบไม่มีเหตุผล.. นั่งนิ๊ง นิ่ง แบบเป็นระเบียบเรียบร้อย ใครจะเรียกให้ไปไหนก็ม่ายไป ปี้เอส เจ๊เลนส์ ซีรี ตะริด เดินไปซื้อซีดี กันสองสามรอบ ตรูก็นั่งแปะอยู่กับที่.. ท้องไส้ปั่นป่วนซะงั้น..ไม่รู้เป็นไรสิน่า พอรู้สึกว่าจะได้เจออ้วนทีไร มือไม้มันพาลสั่นแหงกๆ ทู่กที.. สงสัยต้องไปฝึกกำลังภายในมาใหม่

พวกเรารออยู่นานพอควร ก็ไม่มีวี่แววว่าอ้วนจะออกมา อาจจะเพราะคนยังน้อยอยู่มั้ง .. ระหว่างนั้นพวกเราก็ตั้งแถวรออย่างเป็นระเบียบ เราอยู่ประมาณแถวที่ห้า เพื่อนต่างชาติที่มาก่อนเค้าก็ตั้งซีดี กันเป็นแถวๆ จับจองพื้นที่กันอย่างเป็นระเบียบ ด้วยความชะล่าใจในวัฒนธรรมของประเทศศิวิไลซ์เค้าปฏิบัติกัน ปี้เอส ซีรี และ ตะริด เลยวิ่งไปซื้อ สตาร์บัค ฝั่งตรงข้ามเพราะ อยากกาแฟ มากมาย แค่คล้อยหลังเท่านั้นแหละ มีรถบัสสามคันเบ้งๆ มาจอดเทียบหน้าลาน และหลังจากนั้นก็ประหนึ่งคลื่นสึนามิโถมกระหน่ำ.. พวกเราที่มาต่อแถวก่อนเรียงคิวตามแบบที่คนศิวิไลซ์แล้วเค้าปฏิบัติกัน กลับเจอคลื่นสึนามิโถมกระหน่ำอย่างไร้มารยาท ทั้งเท้าเขี่ย ทั้งเบียด ทั้งแทรก.. บอกตรงๆ ว่า เซ็ง และ หมดอารมณ์ เป็นยิ่งนัก.. ยกของทุกอย่าง ออกไปยืนเกือบหน้าห้างฯ เพราะเซ็งกับพฤติกรรมความยิ่งใหญ่ ของผู้ที่เรียกตนว่า คลับอย่างเป็นทางการ.. ก็พอจะเข้าใจสำหรับความที่อยากใกล้ชิด แต่ก็น่าจะเคารพสิทธิ และมีมารยาทกันบ้าง สต๊าฟน่าจะจัดการคนของตนให้เป็นระเบียบได้มากกว่านี้..

เสียอารมณ์เล็กๆ แล้วก็ตั้งสติปฏิบัติภาระกิจของเราต่อไป.. ช่วงนี้คงต้องเล่าเป็นภาพละกัน

คุณน้องเค้าว่า เค้าอายคะ..


คนนี้ไม่สู้กล้อง.. แต่หลังจากนี้ไม่นานจะเห็นแต่หน้าเธออยู่ในกล้อง


รถเชฟฯ ดำมะเมื่อมจอดอยู่เป็นนานสองนาน.. ตรูท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรถคันเดียว.. นอย


ตั้งแถวรอ แต่หันตรูดให้เวที เพราะร้อนมั๊กมาก



สึนามิถล่มเลยต้องมา เกาะขอบเวที


แต่ก็รู้สึกดี เพราะอ้วนอยู่แค่เอื้อม.. อิ อิ



..สงสัยจะเห็นใจปลาสวายอย่างเรา.. ดูมานหัน..

แล้วเราก็รู้ว่าน้องเชลโล่ ชื่อ เสียวเป่า

คนนี้ขวัญใจคนใหม่ปี้เอส

คนนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต น้องซีรี

จะลืมมือกลอง สุดเท่ห์ ได้งาย

.. คนนี้มาเปลี่ยนแปลงชีวิตจือ.. 555

.. ปลาสวาย ชวนฝัน.. 5 5 5..

พอร้องเพลงเสร็จ.. อ้วนก็เริ่มแจกลายเซ็นต์ .. แรกๆ ก็ตาหว๊านหวาน..

แต่พอถึงพวกเรา.. ก็โทรมสุดๆ แบบนี้.. ผมเผ้ายุ่งเหยิง.. แต่ก็ยังร่าเริง คิกคัก


ถ้าใครคิดว่าเรื่องเล่าของวันแรกจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบอกว่าท่านคิดผิด เรายังมีวีรกรรมเด็ดๆ หลังจากกลับจากเกาสง .. ที่เล่นเอา .. หมดตะหลูด กันไปตามๆกัน.. คอยอ่านต่อละกั๊น..

หลังจากแจกลายเซ็นต์ที่เกาสงเสร็จ อ้วนต้องกลับไปงานสึนามิที่ไถเป่ย เรารู้กันตั้งแต่บ่ายๆ ก่อนอ้วนจะมาแล้ว จึงเป็นเหตุให้เราไม่จองตั๋วเครื่องบินขากลับทันทีที่มาถึงเกาสง เพราะหลังจากเห็นเครื่องบินลำกระจิดริดแล้ว ทำให้น้ำลายหก อยากนั่งลำเดียวกะอ้วนซะงั้น .. เราเลยไม่จองตั๋วกลับเพราะกะจะกลับกะอ้วน แต่ด้วยความโอ้เอ้รอจนอ้วนแจกลายเซ็นต์เสร็จ ก็บึ่งแท๊กซี่ตามไปสนามบินเพราะความไม่รู้จักพอ ยิ่งเห็นใกล้ๆ ก็ยิ่งเกิดกิเลส อยากใกล้เข้าไปเรื่อยๆ.. เรื่องอย่างนี้หักห้ามใจกันลำบาก.. อิ อิ เราประชุมเพลิงกันอยู่พักนึงพอตกลงกันได้ว่าจะกลับลำเดียวกะอ้วน ก็สายไปเสียแล้ว.. ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ถึงสนามบิน เที่ยวบินนั้น.. เต็ม!! ข่าวว่าแฟนอ้วนท้างน้าน.. เอาฟระ.. ไม่ได้นั่งลำเดียวกัน .. ตีคู่กันไปก็ยังดี เรากลับไปเคาทเตอร์สายการบินเดิมที่เราบินมาแล้วซื้อตั๋วเที่ยวบินที่ออกเร็วที่สุด หวังจะให้ทันอ้วนในเกทที่สนามบินSungshan สู้กันยิบตาละงานนี้.. พอได้ตั๋วเครื่องบิน เห็นเวลาแล้ว คาดว่า เราต้องวิ่งสู้ฟัดกันอีกรอบ.. พวกเราก็เริ่มวิ่งแบบไม่คิดชีวิต .. ผ่านทุกด่านมาจนถึงบริเวณที่พักผู้โดยสาร ที่จะขึ้นเครื่อง มีชะงักเล็กน้อย แล้วก็มองเวลาที่ประตู “ตาย..อ่ะ.. ม่ายทันแล้ววว”.. พวกเราก็พรวดพราดออกจากประตูสู่รันเวย์ .. แล้วก็วิ่งไปหา รันเวย์ที่มีเบอร์เกทเบอร์เดียวกะในบอร์ดดิ้งพาส.. เจ้าหน้าที่สายการบิน ยืนงง เป็นไก่ตาแตก ว่าอิกะเหรี่ยงพวกนี้วิ่งมาจากไหน.. ไม่แน่ใจว่า สจ๊วตหรือนักบิน.. ทำท่ากางแขนประมาณจะเล่นบัลลูนกะพวกเรา.. พวกเราก็ไม่สนใจ แถกบอร์ดดิ้งพาส ไปตรงหน้า.. ท่านคงเห็นว่าห้ามไปก็เท่านั้น เลยฉีกบอร์ดดิ้งพาสพวกเรา แล้วปล่อยให้ขึ้นเครื่องไป.. เพื่อที่จะให้เรารู้ว่า.. “ เค้ายังไม่ได้เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง” .. ยืนอายแทบแทรกแผ่นดิน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่บอกอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ กะเหรี่ยง เจ็ดคน ต้องตกตะลึงกะสภาพ เครื่องบินโล่งๆ ไร้ผู้โดยสาร แล้วยังมีหน้าไปถามแอร์ท้ายเครื่องว่า “เครื่องไม่เต็มนั่งตรงไหนก็ได้ไม๊คะ”.. เหอ เหอ เหอ.. ( ไม่สำเหนียกกันเล้ย ..ว่าเครื่องบิน ไม่ใช่ รถหวานเย็นบ้านแกร..) แอร์ยิ้มๆ ส่ายหน้าแล้วให้เราไปนั่งตามที่นั่งที่ระบุไว้.. อะ ตามเลข ก็ตามเลข เอางัยก็ได้ให้ถึงไถเป่ยก่อนอิเทียนเท๊อะ.. พอเราหายเหนื่อย ผู้โดยสารคนอื่นๆ ถึงทยอยขึ้นมา.. เราจึง ตะหนัก เป็นครั้งที่สองว่า.. พวกเราวิ่งหน้าตั้ง ผ่านทุกพิธีการในสนามบินแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม.. แถมไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหน หยุดเราได้ทัน.!! บุญแค่ไหนแล้วที่เค้าไม่คิดว่าเรามาก่อการร้าย.. อ้วนนะอ้วน.. เพราะอ้วนคนเดียว..

แต่แล้วความพยายามของพวกเราก็ไม่เป็นผล เราไม่เจออ้วนทั้งในเกท และที่สนามบิน .. ม่ายเป็นไร กลับไปตั้งหลักที่บ้านก็ได้ เราก็จับแท๊กซี่จากสนามบินกลับไปที่บ้านน้อยของเรา .. แล้วก็ไปเปิดทีวีรอดูอ้วน .. ซึ่งมารู้ทีหลังว่า..บางท่านตามไปที่ตึก 101 แล้วก็เจอเทวดาทั้งสี่ แบบตัวเป็นๆ ในขณะที่พวกเรานอนตีพุงดูเทวดาผ่านตู้สี่เหลี่ยม.. แต่พวกเราก็หมดแรง..ตามต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ.. เหนื่อยมากๆ .. สงสัยอาการของพวกเราคงเหมือนกับคนที่ยกตุ่มออกจากบ้านได้เพราะไฟไหม้บ้าน พอรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่มีปัญญาแบกตุ่มกลับมาได้แล้ว.. เฮ้อ!! เหนื่อยอิ๊บอ๋าย

พวกเราพักพอเอาแรงได้สักชม.สองชม. ท้องมันก็เริ่มร้องหาอาหาร พึ่งจะรู้ว่า ตั้งกะเจี๊ยวจึเมื่อเช้าจนป่านนี้ยังไม่ได้มีอะไรตกไปถึงท้องเลย .. เราเลยรู้สึกหิวอย่างรุนแรงตกลงกันว่าจะไปหาของกินแถวซีเหมินติง ตั้งใจจะไปสำรวจที่ทางสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วยเพราะคุณป้าๆที่ตามมาทีหลังยังไม่เห็นไถเป่ยเลย..มาถึงเมื่อคืน เช้าบินไปเกาสง กลับจากเกาสง ฟ้าก็มืดแหล่ว..เด็กๆเลยรับปากว่าจะพาไปดู ซีเหมินติง แล้วโฉบไปฟู่หลง..

มาถึงซีเหมินติงคงราวๆสามทุ่ม ป้าๆ ตื่นตาตื่นใจ ทั้งอากาศ ทั้งผู้คน แล้วก็ ของกินที่ขายข้างทาง ซื้อโน่นซื้อนี่ใส่ปากกันไม่หยุด ของกินข้างทางเหล่านี้ เค้าไม่ใส่ถุงพลาสติกให้ด้วยนะ คือซื้อปุ๊บก็ต้องกินเลยถ้าจะเก็บกลับก็หาภาชณะมาใส่เอง ทีแรกก็คิดว่าใส่ปากแหยบๆ ไปเรื่อยๆเดี๋ยวคงอิ่ม.. ก็เลยกินไป ชมร้านรวงเค้าไป ..แต่สุดท้าย ก็คิดว่าหาไรเป็นเรื่องเป็นราวตกถึงท้องดีกว่า ตั้งแต่มานี่ยังไม่ได้ กินอาหาร เป็นมื้อๆเลย.. เจี๊ยวจึเมื่อเช้าก็กินกันตายมาก่อน ว่าแล้ว เราก็เหลือบไปเห็นร้านหน้าตาดีหนึ่งร้าน.. ( อิ อิ..นรกมีจริงละทีนี้) ท่าทางจะเป็นร้านบาบีคิว ประหนึ่งไดโดมอนบ้านเรา .. สนนราคาที่แปะไว้หน้าร้านก็พอรับได้.. หน้าตาอาหารรึก็ยั่วใจ เราเลยตัดสินใจ เลี้ยวป๊าบเข้าร้านนั้นทันที แล้วปัญหาเดิมๆที่เราพานพบก็คือ “คุยกันไม่รู้เรื่อง” .. พวกเราก็เลยต้องใช้ภาษาจีนงูๆ ปลาๆ สั่งกันไปตามเรื่อง เมนูก็ดันไม่มีรูป ไม่เหมือนกับที่แปะไว้หน้าร้าน สุดท้าย เจ้าของร้านก็มานำเสนออาหารชุด แบบว่าถ้าคุณมาเท่านี้เราจะจัดอาหารเซ็ทนี้ๆๆๆๆมาให้.. เราได้ยิน ซีฟู๊ด.. ก็ เออๆๆๆ เอาแบบนั้นแหละ.. แต่ไม่เอาเนื้อ (โนหนิว) หารู้ไม่ว่า หายนะกำลังมาเยือน..

พนักงานเสิร์ฟก็แสนจะน่ารัก.. พยายามจะมาเรียนภาษาไทยกะเรา แล้วก็พยายามพูดภาษาอังกฤษ พวกเราก็สอนกันไปสนุกสนานเรียกได้ว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานทั้งร้าน ทุกคนกุลีกุจอจะมาเสิร์ฟโต๊ะเรา ต้องการอะไรขอให้บอก บริการถึงที่..อบอุ่นยิ่งนัก เรากินกันตั้งแต่คนเต็มร้านจนเหลือโต๊ะเราโต๊ะเดียว แถมกินกันไม่หยุดปาก เพราะอร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะ ซุปที่เสิร์ฟมาในกระบอกไม้ไผ่.. แล้วก็ถึงเวลาที่เราต้องกลับซะที .. เพราะมองออกไปนอกร้าน ร้านอื่นเค้าก็ปิดกันหมดแล้ว เหลือบดูเวลาก็เกือบๆเที่ยงคืน .. กินกันมาราธอนมาก.. แล้วเราก็เรียก เช็ค!!

ใครสักคนรับบิลมา.. แล้วก็ ได้แต่ หัวเราะสติแตก.. 5555 รับการ์ดไม๊วะ.. เสียงรอบข้างถามกันให้ระงม “เท่าไร เท่าไร”.. ป้ารับมาดู . แล้วหัวเราะตาม.. ไม่เท่าไร.. แค่ เจ็ดพัน!! คราวนี้พร้อมใจกันหัวเราะแบบไร้สติ เจ้าของร้านกับพนักงานในร้านก็งงๆ ตกลงจะจ่ายไม๊.. เจ๊เลนส์ก็ควักตังส์จ่ายแต่โดยดี.. แล้วเจ้าของร้านก็กุลีกุจอ เอาของกำนัลมาให้พวกเรา .. เป็นหมากฝรั่งเก้าอันพอดีคนเป๊ะ.. แถมยังส่งนามบัตรมาให้ แล้วก็ “โอกาสหน้าเชิญใหม่นะค๊า”.. พวกเราเดินออกจากร้านมาด้วยอาการ เย็นตูด!!
(อ๊ะ.. แต่ถ้ากลับไป ก็จะไปกินอีกนะ.. ทัง(ซุป)อร่อยมากจริงๆ)

เดินออกจากร้านด้วยร่างที่ไร้สตางค์ แล้วก็หัวเราะกันออกมาแบบคนบ้า เป้าหมายถัดไปของเราคือ ฟู่หลง .. ( ยังมีแรง ผจญภัยกันต่ออีกนะ!! ) เรานั่ง MRT กลับมาที่สถานนีเดียวกะบ้านเรา .. งงๆ เล็กน้อย ตกลงว่าจะไปฟู่หลง หรือ จะกลับมานอน.. เด็กๆก็บอกว่า จายเย็นๆ เดินตามมา.. แล้วเราก็ได้รู้ว่า .. บ้านเราประตูสอง ส่วนฟู่หลง ประตูสี่..สถานีเดียวกัน.. โฮ๊ย!! ชีวิตวันๆนึงมันจะมีเรื่องให้ ประหลาดใจกันได้สักกี่เรื่องเชียว.... ยลฟู่หลงกันเป็นที่พอใจ ก็เดินกลับโรงแรมนอน ด้วยความอิ่มเอม เป็นวันนึงในชีวิต ที่ไม่คิดจะลืมเลย จริงๆ..


ซีเหมินติงยามค่ำคืน


ร่าเริงแบบยังไม่สำเหนียกในชะตากรรม


ชื่อร้าน..ที่ไม่มีวันลืม


เห่ย ไป๋


ถ่านบ้านเค้าแปลกดี


อลังการณ์ .. งานสร้าง..


ไฟหม๊ายยย ฟายหม๊ายยย


ตานี่แหละที่พนักงานประจำโต๊ะ.. ฮีโร่ ทุกสถานการณ์
เห็นว่าเคยมาไทยด้วยนา


นี่ก็ .. พยายามเป็นผู้ช่วย .. ฮีโร่.. หน้าเหมือน อุดม มั๊ย


.. ซาก เจ็ดพัน ที่ ผันไปอยู่ในท้อง..


เจ้าของร้านคนสวย.. ใช่ซี้.. ดูดเงินตรูไปแล้วนี่..


ของกำนัล กัน เราบ่น.. เคี้ยวไว้ ปากจะได้ไม่ว่าง



เมื่อบ่ายดูตูดอ้วน..ตอนนี้ เรา "หมดตูด"


.. สภาพแบบนี้ คนวิ่งหนีกันทั้งฟู่หลง


.. ชุดนี้ เล่นเอา ตะริด ฮากระจุย..


..บ้านเรา ..แสนสุขใจ..


.. หนาวกันจับจิต..ฝนก็ตก..


.. เก้าชีวิต.. นับดิ ครบไม๊..(คนถ่ายหนึ่งคน)


.. เหนื่อยมาทั้งวัน.. กลับบ้านนอนกัน เต๊อะ..


( แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่.. วันพรุ่งนี้ที่ซีเหมินติง คงมีช่วงเวลาดีๆรอเราอยู่เหมือนวันนี้เนอะ)



Create Date : 09 สิงหาคม 2548
Last Update : 19 สิงหาคม 2548 20:51:58 น. 34 comments
Counter : 279 Pageviews.

 
มารอดูบ้านจขบ.


โดย: wmvcore วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:21:39:59 น.  

 
อุ้ย.. มารอดูงี้เค้าก็อายอะดิ.. บ้านเล็กเท่ารูหนู..
แต่อยู่สบ๊ายสบาย..

ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมนะค๊า..



ปล. แล้วไมอมยิ้มเค้าน่ารักกว่าของเราอะ.. แง่มๆ


โดย: จ้ายโหยว่ วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:1:37:40 น.  

 
โห.....ห้องป้าสวยนะ ฮ่าๆๆ เหมือนจาดูดีก่าห้องเรา แง่มๆๆ

ขยันจังโว๊ยยยยยยยย เค้าเริ่มต้นได้จ๋ามบรรทัด แล้วเลิกทุกทีเยยอ่า....

จู้ๆๆ จู้ตายๆๆ


โดย: เพื่อนร่วมบ้าน IP: 61.91.96.244 วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:7:11:02 น.  

 
เล่าให้ไวเลยยยยยยยยย

อย่าให้รอนานนนนนนนนน


โดย: ซีรี IP: 203.55.213.41 วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:16:33:18 น.  

 
เหอ เหอ เหอ..มีบางคนหลังไมค์มาให้เปลี่ยนชื่อทริป
ก่อนที่จะมีใครเข้าใจผิดว่า.. บ้านใหม่เราอยู่ที่เมืองเหนือ

เอ้า .. เปลี่ยนให้แล้วเน้อ.. แต่.. ขอความกรุณาอย่าเร่ง..

ช่วงนี้ สมองเรียบ.. ความจำราบ.. ค่อยๆขยี้รอยหยักอยู่..


โดย: จ้ายโหยว่ วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:19:35:33 น.  

 
งั้นห้องคุนเพื่อนร่วมบ้าน ก็คงสภาพมะต่างกะห้องเรามั้งคะ

เอ... หรือเหมือนเลยดีมั้ย


โดย: หมูกระปุก วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:1:05:59 น.  

 
อยากอ่าน Trip ฮ่องกงอะ..คุณเนเน่
เคยอ่านจาก pantip F4 แล้วสนุกดี
มันส์ไปกับพวกคุณๆจริงๆ นับถือๆๆๆ


โดย: เยี่ยมชม IP: 202.143.137.17 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:9:32:12 น.  

 
รออ่านอยู่ ให้ไว ให้ไว หุ หุ


โดย: หลิว IP: 203.146.78.84 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:14:16:11 น.  

 
5555555 เครื่องหมายคำถาม....เต็มตัวเยย


โดย: S and K วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:14:25:38 น.  

 
ป้าก๊าบบบบบ เล่าไวๆหน่อยจิ อยากอ่านต่อแย้ว
งุงิงุงิ...


โดย: ซีรีใจร้อน IP: 203.55.213.41 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:15:23:52 น.  

 
สุ้ๆน้า เด๋วเค้าไปเล่าทริปที่มะได้ไปกะป้ามั่ง
ตอนไหนไปด้วยกัน เด๋วขโมยไปแปะ 555


โดย: Z-rebrum วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:16:42:40 น.  

 
sorry trip อ่านแล้วฮา...จริงๆ
ไส้ไหล ตับ ไต หายคิดได้ไงเนี่ย...ขำกลิ้ง..
ท่าว่า ไถเป่ยนี่ก็คงจะมะทำมะดานะว่ามะ..
จะรออ่านนะ สู้สู้...
....ก็รักอ้วนนี่นะ....555555
...สนุกดีชอบ....


โดย: pan IP: 202.143.137.17 วันที่: 11 สิงหาคม 2548 เวลา:17:14:19 น.  

 
อ่านแล้ว...เห็นภาพเลย หุหุหุ...
สีสันของชีวิต..จริงๆนะเนี่ย....


โดย: @@@ IP: 203.155.197.66 วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:13:57:36 น.  

 
จาอ่านล่วยยยยยยย ระลึกฟามหลังฝังจายกันโหน่ยยย

ป้าแปะต่อเร็วๆจิ


โดย: มู๋ปุก IP: 58.10.170.131 วันที่: 13 สิงหาคม 2548 เวลา:15:25:47 น.  

 
คนที่มีเครื่องหมายคำถามเตมมมมตัวน่ะ ตอนมองแวบแรกเค้านึกว่า...

อ้วนมันไปทำไรที่เคดีเอมฟระ ....นอยมะล่ะ เหอๆๆ

ป้าจาอ่านนนนนต่อ


โดย: ^RyOkO^ วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:0:48:49 น.  

 
เรากาลังจาถึงหนามบินแย้วววว

เหอๆๆ


โดย: มู๋ปุก (หมูกระปุก ) วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:1:36:09 น.  

 
เก็บค่าลิขสิทธิ์.... แปะรูปม่ายมีเครื่องหมายคำถาม....
อธิบาย.. ในรูปนั้น คุนแม่คนนั้นกาลังพะยามโชว์ การนับเลขเปงพาสาอังกิตให้เราฟังอ่า.... วัน... ทู... ปามานน้าน จากความจำเท่าที่จำได้นะ....


โดย: เคนน่ารัก...อี๊... IP: 61.91.97.30 วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:7:59:12 น.  

 
รออ่านอยู่นะ....เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สู้สู้...


โดย: เยี่ยมชม IP: 202.143.137.17 วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:16:43:48 น.  

 
โอว.... คิดค่าลิขสิทการเปิดเผยหน้าตา...

อิ้ววววววววววววววววววววววววววววว

เล่าให้ดีเล่าให้ไว ถ้าทำได้ให้ล้านนึง


โดย: Z-rebrum วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:17:57:51 น.  

 
หยึยยยย

ปิดหน้าอยู่ดีๆ ไหงมาเผยโฉมกันซะงั้นอะป้า



โดย: หมูกระปุก วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:18:43:43 น.  

 
//คนที่มีเครื่องหมายคำถามเตมมมมตัวน่ะ
ตอนมองแวบแรกเค้านึกว่า...อ้วนมันไปทำไรที่เคดีเอมฟระ
....นอยมะล่ะ เหอๆๆ//
หมายฟามว่างายเนี่ย.....
เดือดร้อน เดือดร้อน แทนคนในรูป ก๊ากกกกก


โดย: S and K วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:21:52:52 น.  

 
ถ้ากลับไปอีก ก้อว่าจะไปกินอีกแน่นอนนะนั่น
คิดถึงไก่หมัก หร่อยโครตตตตตตต

ป้าจ๋า.... ฟังป้าเล่าแล้วเส้าอ่า
คิดตึ๋งบรรยากาดเก่าๆ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

อ้วนจ๋า......พี่หลี่จ๋า......


โดย: Z-rebrum วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:8:28:37 น.  

 
วันที่ไปฟู่หลงวันแรก

ใช่วันที่เราแอบเล็งออดี้ไจ๋ป่าวป้า 555



โดย: มู๋ปุก IP: 203.121.137.164 วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:10:21:22 น.  

 
โห.....สุดยอด..จริงๆ ...เลย


โดย: เยี่ยมชม IP: 202.143.137.17 วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:13:35:50 น.  

 
ช่ายแย้วววว ปายเลงออดี้ไจ๋... หนาวเหนบมีคนใส่เสื้อกันฝนให้เราหัวเราะแทบสิ้นสติ ฮ่าๆๆๆ คิดถึงร้านเจะพันแล้วอิ่มอ่า.....


โดย: @lovelyken@ วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:22:26:20 น.  

 


ป้า ป้า......สุดยอด อ่านแย้วฮาโคต โคต
จิ้นตามแย้วเห็นภาพเลย ทำให้รู้เลยว่าพวกป้าเหนื่อยแค่ไหน และซาหนุกแค่


ปล. ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี ที่มาเล่าสู่กานฟังค่ะ นั่งรอวันต่อไป อิอิ


โดย: จูบู IP: 202.142.199.16 วันที่: 16 สิงหาคม 2548 เวลา:15:51:52 น.  

 
ฮี่ ฮี่ เข้ามาอ่านแล้ว....

ที่เกาสง ลืมไขกบป่าวววว
ต้นกำเนิด การไขกบของเราอยู่ที่นั่นนิ....อุอุ

ให้เราเล่า เรามะเล่า
เราชอบเติม


โดย: S and K วันที่: 17 สิงหาคม 2548 เวลา:18:32:28 น.  

 
เนเน่ ไอสีส้มๆที่วางอยู่บนชามเตี๋ยวอ่ะ มันมีมาอยู่แล้วหรือเติมเข้าไปเองง่ะ


โดย: อยากจารู้ 55 IP: 202.93.57.10 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:11:44:34 น.  

 
//เนเน่ ไอสีส้มๆที่วางอยู่บนชามเตี๋ยวอ่ะ มันมีมาอยู่แล้วหรือเติมเข้าไปเองง่ะ//

เอ่อ..ที่บ้านอิชั้นเรียกช้อนอะ.. มันมีมาอยู่แล้ว.. แต่เราวางให้เป็นสามแยกเอง

อยากรู้ไร ถามได้ ตามบาย.. ตามบาย


โดย: จ้ายโหยว่ วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:12:44:34 น.  

 
ฮ่าๆๆ ขำๆๆ ไอ้สีส้มๆ ช้อนส้ม ฮ่าๆๆ

// อยากรู้ไร ถามได้ ตามบาย.. ตามบาย /// งั้นถามหน่อย โฮๆๆ เราจาด้ายกลับปายม๊ายอ่า.... ม่ะหล่ายยยย อยากกลับปายย้อนอดีต มีหลายอย่างที่ยังม่ายล่ายทำเยย (อยากกลับไปแบบครบๆ จาหวังมากปายมั๊ย...??)


จากลับไปไหว้พระวัดหลงซาน .... สาธุ......



ขออีกข้อละกัน
....ไอ้ปู้จายอวบอ้วนข้างบนมานหายหัวปายหลายวันแย้ววว โฮๆๆๆๆ .... รู้มั๊ย.. คิดถึง.....


โดย: @lovelyken@ วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:15:35:35 น.  

 
คิดถึงอ้วนเช่นกาน...


โดย: @@ IP: 203.151.140.116 วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:23:25:26 น.  

 
//งั้นถามหน่อย โฮๆๆ เราจาด้ายกลับปายม๊ายอ่า.... ม่ะหล่ายยยย อยากกลับปายย้อนอดีต มีหลายอย่างที่ยังม่ายล่ายทำเยย (อยากกลับไปแบบครบๆ จาหวังมากปายมั๊ย...??) //

.. ฟันธง.. ได้กลับแน่ๆ..


โดย: เจ้าของบล็อค.. IP: 61.91.74.90 วันที่: 19 สิงหาคม 2548 เวลา:17:16:56 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:13:18:22 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:15:41:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จ้ายโหยว่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add จ้ายโหยว่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.