ชีวิตนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ...ออกไปค้นหากันเหอะ..แล้วจะพบว่าชีวิตนี้ไม่ได้มีแต่...งาน
Group Blog
 
All Blogs
 

ภูกระดึง.....ดินแดนที่ สุด สุด

ครั้งหนึ่งในชีวิตเราขอเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง
ใครที่เป็นนักผจญภัย ต้องคิดแบบนี้แน่ๆ เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ขอไปพิชิตมัน
แต่ก่อนที่จะไปนั้นก็ต้องวางแผนและฟิตร่างกายกันอยู่หลายเดือนทีเดียว
แล้วเมื่อได้ไปพิชิตมันก็คุ้มค่ากับที่เตรียมตัวไว้หลายเดือน




ก่อนที่เพื่อนๆจะไปพิชิตมันนั้นต้องมีการเตรียมตัวซะก่อนนะเพราะปีนี่เป็นปีแรกที่เค้ามีการจำกัดนักท่องเที่ยวไม่เกิน 5,000 คน ต่อวัน ใครที่ไม่ได้จองไว้ล่วงหน้าไม่มีสิทธิที่จะได้ขึ้นไป เพื่อนๆต้องจองที่พักล่วงหน้า ไม่ว่าบ้านพักหรือลานกางเต้นท์ได้ที่ website ของทางอุทยานแห่งชาติเท่านั้นนะ หรือใครจะไปจองเอาที่หน้าอุทยานเลยก็ได้นะ แต่ไม่รับรองว่าจะได้ขึ้นหรือเปล่า



มาดูแผนผังการเดินทางขอเราก่อนดีกว่า ...แล้วจะไหวไหมล่ะเนี่ย





ก่อนที่จะขึ้นไปก็ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆของเจ้าหน้าที่ก่อน นี่คือจุดแรก ต้องมายืนยันที่พักที่เราจองผ่าน website ก่อนนะ




จากนั้นมาที่จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่จะมาตรวจดูว่ามีสิ่งของที่ห้ามนำขึ้นไปรึเปล่า เช่น เตาถ่าน, กล่องโฟม, ถ่าน สิ่งเหล่านี้ห้ามนำขึ้นโดยเด็ดขาด ถ้าเป็นพวกสิ่งของที่ทำมาจาก พลาสติก, แก้ว, หรือกระดาษ เจ้าหน้าที่จะให้เรามัดจำไว้ แล้วเมื่อเรากลับลงมาพร้อมกับขวด พลาสติก กระดาษเราก็ได้เงินมัดจำคืน ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการไม่ให้ขยะตกค้างอยู่ด้านบน



จุดสุดท้ายที่เราต้องมาคือ ติดต่อลูกหาบ และนำสัมภาระมาชั่งนำหนัก เค้าคิดราคา 15 บาท/กิโลกรัม แนะนำว่าอะไรที่ไม่จำเป็นกรุณาให้เค้าแบกไปเหอะ เพราะทางขึ้นมันลำบากมากๆ ของเราไปกัน 9 คน ชั่งแล้ว ร้อยกว่ากิโลกรัม แต่ก็ดีกว่าแบกเองอ่ะ



อันนี้ใครจะเชื่อหรือไม่แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละบุคคล แต่เราก็ควรจะเคารพสถานที่ไว้ก่อนนะ



มาถึงจุดทางเข้าแล้วจ้า ก็อย่างที่บอกปีนี้เป็นปีแรกที่เค้าจำกัดนักท่องเที่ยวดังนั้นเลยต้องมีการมาลงชื่อและลงเวลาไว้ด้วยนะ กลุ่มเราเริ่มเดินทางตอน 11.00 น. เพราะเตรียมของกันอยู่นานเลย



ป้ายบอกทางที่แสดงจุดที่เราจะต้องผ่าน



จุดแรกก็เหนื่อยมากๆ เพราะว่าชันเหลือเกิน เกือบจะเป็นลมกันเลยทีเดียว



แต่ก็ขึ้นมาถึงจุดพักจุดแรก เพื่อนๆไม่ต้องห่วงว่าระหว่างทางจะอดอยากนะ เพราะเค้ามีร้านค้าไว้ให้บริการตามจุดต่างๆ และราคาก็แพงขึ้นตามระดับความสูงด้วย



จุดชมวิวบริเวณซำแฮก แค่ด่านแรกก็สวยแล้ว



อันนี้ขอรวบรวมจุดต่างๆมาให้ดูละกันนะ เพราะว่าต้องเดิน เดิน เดิน กันตลอด อีกอย่างไม่อยากจะเจอความมืดระหว่างทางด้วย



อันนี้ถ้าใครเดินไม่ไหวทางลูกหาบก็มีบริการหาบคนขึ้นด้วยนะ มีแบบ 2 คนหามกับ 4 คนหาม ลองสอบถามราคากับทางลูกหาบดูนะ



มาถึงแล้ว "ซำกกโดน" อันนี้ก็เป็นจุดพักจุดใหญ่อีกหนึ่งจุดที่วิวสวยมากๆ ก่อนที่จะไปผจญกับด่านสุดท้าย



ด่านสุดท้ายก่อนที่จะถึงหลังแปนี่หินจริงๆ ที่บอกว่าหินเพราะเราต้องปีนทั้งหิน ทั้งบันได ชันสุดๆ และเป็นระยะทางกิโลเมตรกว่าๆด้วย





แต่สุดท้ายเราก็ขึ้นมาถึงหลังแปจนได้ เล่นเอาหมดแรงเลยทีเดียว





จากนั้นเราต้องเดินทางราบไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตรเพื่อมายังจุดกางเต้นท์ กลุ่มเรามาถึงตอน 17.00 น. ดีว่ายังไม่มืด



แผนผังบริเวณลานกางเต้นท์ด้านบน



บริเวณที่เรากางเต้นท์นอน อากาศหนาวมากๆ แล้วก็ลมแรงด้วย



บริเวณร้านค้าบริการนักท่องเที่ยว มีทุกอย่างให้เลือกสรร



ห้องน้ำ บริการนักท่องเที่ยว มีทั้งห้องส้วม และห้องอาบน้ำ แต่เราไม่อาบหรอก หนาว....



วันนี้เรามีโปรแกรมจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ "ผาหล่มสัก" ก่อนไปก็ต้องศึกษาแผนที่กันก่อน เริ่มออกเดินทางกันเลย.....




เดินไปเรื่อยๆก็จะเจอ "ลานพระศรีนครินทร์"หรือ"ลานพระพุทธเมตตา" ไหว้พระกันก่อน



นี่คือ สระแก้ว น้ำใสจนเห็นพื้นด้านล่างเลย เดินกันต่อ............จุดมุ่งหมายเราอยู่ข้างหน้า



ถึงซักที "ผานาน้อย" มองออกไปจะเป็นทุ่งกว้างๆสวยดี ทุกๆผาที่เราเดินผ่านจะมีร้านขายอาหารบริการด้วย.....กินเสร็จ!!! เราก็เดินกันต่อเลย..



"ผาเหยียบเมฆ" เหมือนเหยียบอยู่มั้ย มีทั้งนายแบบ นางแบบ เต๊ะท่ากันใหญ่



และตลอดการเดินทางเราก็จะเห็นหินที่เรียงรายกันเป็นชั้นๆ เพราะฝีมือมนุษย์ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความหมายอะไรไหม ใครรู้ช่วยบอกที ?????? ฝีมือเราเองแหละ สวยไหม...



เดิน เดิน เดินเรื่อยๆจนเจอ "ผาแดง" เป็นผาที่อยู่ก่อนถึงผาหล่มสัก ถ้าเห็นผานี้ แปลว่าใกล้ถึงแล้ว เหนื่อยมากๆ เริ่มเย็นแล้วด้วย



ถึงซักที "ผาหล่มสัก" พอไปถึงแล้วตกใจเลย คนเยอะมากๆ ต้องต่อแถวถ่ายรูปตรงหน้าผาด้วย กลุ่มเราไม่เอาดีกว่า ถ่ายไกลๆแล้วกัน แชะ แชะ



เสีบดายมากๆเลยวันนี้อุตสาห์เดินมาตั้งไกลแต่ท้องฟ้าไม่เป็นใจซะนี่ เลยไม่ได้ภาพสวยๆมาฝากเพื่อนเลย หลังจากดูพระอาทิตย์ตกกันแล้ว เราก็มุ่งหน้ากลับบ้านพักกันเลย เราเริ่มเดินออกจากมาผาหล่มสัก ประมาณ 18.30 ถึงบ้านพัก ก็ 21.45 เหนื่อยมาก ฝุ่นเต็มตัวไปหมด ยังดีหน่อยที่พวกเราสามารถจองบ้านพักไว้ได้ คืนนี้เลยนอนหลับสบาย....zzzZZZ


นี่คือภาพบ้านพัก มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (น้ำอุ่น) 1 ห้องโถง นอนได้ 8 คน





พอตื่นเช้ามาเราก็เตรียมตัวไปเที่ยวกันต่อ เป้าหมายของเราวันนี้ คือ เส้นทางน้ำตก

นี่คือ น้ำตกถ้ำใหญ่ และ ภาพบรรยากาศโดยรอบ



เดินต่อเข้าไปอีกก็จะเจอ น้ำตกเพ็ญพบ



ที่สุดท้ายแล้วเพราะว่ามันจะถึงเวลา 15.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าไม่ควรเดินต่อไปเพราะอาจจะเจอกับกลุ่มช้างป่าที่ออกมาหากิน จะทำให้เป็นอันตรายได้ เศร้า ไปไม่ถึงเป้าหมาย.....

แล้วนี่คือน้ำตกโผนพบ เป็นน้ำตกสุดท้ายที่เราเดินทางมาถึงก่อนที่จะกลับบ้านพักกัน



วันนี้กลุ่มเราอยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว เมื่อวันก่อนไปดูพระอาทิตย์ตกมาแล้ว วันนี้เราเลยต้องตื่นตอนตี 5 เผื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น จากบ้านเดินมาที่นี่ก็ ราว 2 กม. ได้มั้ง มีเหนื่อยบ้างเหมือนกัน เพราะตั้งแต่มาอยู่บนภูกระดึง เดินทุกวันเลย...


"ผานกแอ่น" เป็นผาที่พระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยที่สุดบนยอดภูกระดึง





ภาพพระอาทิตย์ขึ้น สวยมั้ย....



โพสท่า ไม่ยอมกันเลย





ขากลับมาจากดูพระอาทิตย์ขึ้น แวะไหว้พระอีกหนึ่งจุด "ลานวัดพระแก้ว" สาธุ สาธุ สาธุ...



เมื่อถึงบ้านพัก เราก็จัดกระเป๋าเก็บข้าวของกันเตรียมตัวลงไปด้านล่าง เพื่อนๆเราบางคนก็เลยขอไปชาร์จไฟอุปกรณ์ต่างๆกันก่อน สถานที่ชาร์จไฟ จะมี 2 ที่ คือ


1.ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว


2.ร้านอาหาร


ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะมีคนมาชาร์จกันเต็มเลยต้องมานั่งคอย ใครมีอะไรอ่านก็เอาไปด้วยนะ จะได้ไม่นั่งว่างๆถ้าไปคนเดียว แนะนำ พาเพื่อนไปด้วยก็ดีนะจะได้มีเพื่อนคุย หรือจะหาเพื่อนข้างๆคุยก็ได้นะ





จุดเช่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น หมอน ผ้าห่ม เต้นท์นอน



จุดชั่งน้ำหนักด้านบน ซึ่งใครจะลงวันไหนก็ต้องมาลงชื่อจองลูกหาบล่วงหน้าด้วย เพราะลูกหาบส่วนใหญ่เค้าไม่ได้นอนด้านบนนี้ จะมีบางส่วนที่เรามาจองไว้ก่อนเท่านั้นที่เค้าจะค้างด้านบน ถ้าเกิดลูกหาบหมดขึ้นมาเนี่ย.......อืม คงจะนึกภาพกันออกนะ......



อุณหภูมิของเช้าวันที่ 3 มกราคม 2009 ต่ำสุด 9 องศา แค่นี้ก็หนาวแทบแย่



สุดท้ายแล้วขอรวบรวมภาพพรรณไม้ ดอกไม้ที่เราถ่ายมาตลอดการเดินทางที่อยู่บนภูกระดึง มาให้เพื่อนๆดูนะ








I SmileyLoveSmiley Phukradung


Smiley ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิต ภูกระดึง Smiley






 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 22 เมษายน 2552 20:02:02 น.
Counter : 703 Pageviews.  

เขื่อนเชี่ยวหลาน....กุ้ยหลินเมืองไทย

เขื่อนเชี่ยวหลาน ความงานยากเกินจะบรรยาย.....
เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า
กุ้ยหลินเมืองไทย ความงามยังติดตราตึงใจไม่รู้ลืม

คราวนี้เราได้ไปเที่ยวกันหลายคน เลยไปพักบนแพ ในเขื่อนเชี่ยวหลานกัน
ที่พักจะเป็นแพลอยน้ำ น้ำใสมากๆ บรรยากาศสงบ ถึงแม้ว่าช่วงที่ไปจะเป็นช่วงสงกรานต์ แต่พอได้เล่นน้ำ ก็ทำให้เย็นชื่นใจ
บรรยายไปอาจนึกภาพไม่ออกไปดูภาพกันดีกว่านะ

ยินดีต้อนรับสู่เขื่อนเชี่ยวหลาน..



เราต้องนั่งเรือจากท่าเรือ เพื่อที่จะเดินทางไปยังแพที่พัก ต้องใช้เวลาประมาณ 45 นาที



ภาพที่เห็นตอนแรกยังสวยขนาดนี้เลย



มาถึงแล้วเขาสก จุดที่เราจะมาพักกันคืนนี้



หลังนี้เลยที่เราจะพักกัน



ภายในห้องพัก เป็นห้องพัดลม แต่อากาศก็เย็นสบาย พร้อมด้วยห้องน้ำอีก 2 ห้องจะได้ไม่ต้องแย่งกันใช้



คืนนี้เราต้องนอนตรงนี้นะ



อีกมุมเมื่อมองจากภายในออกไปด้านนอก



มาเล่นน้ำกันดีกว่า...น้ำเย็นมากๆ ที่นี่น้ำจะค่อนข้างลึกพอสมควร แต่ทางเจ้าหน้าที่มีเสื้อชูชีพให้ยืม.....
เพื่อความปลอดภัย กันไว้ก่อนนะ



เรือพายมีอยู่หนึ่งลำ...ดังนั้นต้องแย่งกันนิดนึงนะ



เพิ่มเติม

ที่พัก กับ ร้านอาหาร จะอยู่คนละฝั่งภูเขากัน การจะไปมีด้วยกัน 2 วิธีคือ 1.นั่งเรืออ้อมไป 2.เดินข้ามเขาไป

ภาพบรรยากาศจากมุมสูง เมื่อมองไปยังร้านอาหาร...



กินกันได้เต็มที่เลย มีให้เติมไม่อั้น อาหารอร่อยมากๆ......เอ หรือว่าเหนื่อยกันนะ



รีบตื่นมาชมบรรยากาศตอนเช้า....เลยไม่ได้เตรียมตัว



รวมภาพ.....บรรยากาศยามเช้า มาฝาก เห็นแล้วอย่าอิจฉานะ











เย้ เย้....2 นิ้ว รวมก๊วนกันหน่อย







เห็นไหม ว่าน้ำใสมากๆ น่าว่ายมั้ยล่ะ







ตรงนี้เป็นจุดไฮไลของที่นี่ คงคุ้นๆนะว่าเคยเห็นจากที่ไหน



ถึงเวลาต้องกลับจากที่นี่แล้วเหรอเนี่ย มาถึงท่าเรือแล้ว.........



ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ ยังไงก็ต้องเตรียมตัวกันล่วงหน้านะ
ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้นะ....

http://www.tourdoi.com/doi/khaosok/general.htm




 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 22 เมษายน 2552 20:05:50 น.
Counter : 1153 Pageviews.  

บ้านกางมุ้ง...โรแนมติก สุด สุด

14-15 Sep 08
เราเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 8.00 น. โดยไปขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัย ข้างๆ ห้างเซ็นจูรี่ ราคา 200 บาท/เที่ยว โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่ ตลาดหัวหิน เราไปถึงที่นั่น เวลา 10.30 น. ถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก


เมื่อถึงแล้วก็ไปตระเวนหาที่เช่า แมงกะไซค์.....ก็ได้มาคันนึง จ่ายค่าเช่าไปตกวันละ 200 บาท ไม่รวมค่าน้ำมันนะ ต้องไปน้ำมันเติมเองนะเพื่อนๆ หลังจาก เติมไป 50 บาท เราก็มุ่งตรงสู่ที่พักกันเลย ที่พักของเราคืนนี้คือ

'" บ้านกางมุ้ง "' แห่งเขาตะเกียบ (ที่พักครั้งนี้ไม่ติดทะเล)

เมื่อถึงเราก็ต้องแอบเสียใจนิดๆ เพราะว่าเราได้มาถึงก่อนเวลา......เพราะว่าที่นี่ต้อง Check in เวลา 14.00น. เลยได้แต่ฝากกระเป๋าไว้กับทางโรงแรม
จากนั้นนั้นเราจึงคิว่าไปเที่ยววัดเขาตะเกียบกันดีกว่า......

ก็เริ่มจากพระบนเขาตะเกียบเลย เพื่อนๆก็ทำบุญกันบ้างนะ กุศลผลบุญจะได้ ดลบันดาลให้ได้มาเที่ยวที่นี่อีก



กว่าจะขึ้นมาถึง เล่นเอาเหนื่อย



แต่วิวด้านบนนี้สวยมากๆ





ไหว้พระ





ไหว้เจ้าแม่กวนอิมพันมือ ขอให้บุญกุศล ส่งถึงทุกๆคนนะ





จากนั้นเราก็ขับเจ้าแมงกะไซค์ไปเที่ยวในเมืองกันต่อ
ที่ยอดฮิต ที่สุด ที่ใครๆมาก็ต้องมาถ่ายรูปที่นี่ สถานีรถไฟหัวหิน







หลังจากเที่ยวเสร็จเราก็มุ่งตรงสู่ที่พักกันเลย......บ้านกางมุ้ง







ทางเดินหน้าห้อง 109 ห้องที่เราพักอยู่



มาดูกันสิ ว่าห้องพักคืนนี้จะน่าพัก ตามที่เพื่อนแนะนำมารึเปล่า ???
เมื่อเปิดเข้าไป อันดับแรกที่เจอเลย คือ ตู้เสื้อผ้า



โคมไฟ



ไปดูเตียงนอนกันบ้าง เตียงที่ห้องนี้อยู่กลางห้องเลย แปลกดี......

เป็นไงเห็นแล้วอยากนอนกันบ้างมั๊ยละ.....







ว่าแล้วก็ขอนอนพักสักงีบ....



ห้องน้ำ



ที่นี้มาดูภาพตอนกลางคืนกันบ้าง
นี่คือหน้าที่พัก บ้านกางมุ้ง



หิวแล้ว หิวแล้ว ไปตลาดโต้รุ่งกันดีกว่า (Night market) แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายเท่าไหร่เพราะ หิวมากๆ...แต่อาหารที่นี่อร่อยมากๆ ชอบกินข้าวโพดปิ้ง....





ตื่นเช้ามาอาหารก็อยู่ตรงหน้าแล้ว American breakfast ยามเช้า ของที่นี่ น่ากินดีมะ.....





หลังจากเรากินอาหารเช้ากันเสร็จ เราจึงเดินที่ไปหาดหัวหินใกล้ๆที่พัก จากที่พักเนี่ยเดินไปประมาณ 150 เมตรก็ถึง.........



น้องปู จะรีบหนีไปไหนเนี่ย





เขาตะเกียบ



ทะเลแหวกเขาตะเกียบ....เห็นมั้ย พระพุทธรูปที่เราถ่ายมา



ขอจบแต่เพียงเท่านี้ เพราะเราจะย้ายไปพักต่อที่ Seahorse Resort




 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 22 เมษายน 2552 20:09:21 น.
Counter : 1213 Pageviews.  

Seahorse Resort.....Huahin

15-16 Sep 08

ช่วงนี้ร้อนมาก Smiley เลยหาโอกาสพักร้อนไปเที่ยวหัวหินซะ ซึ่งก็ไม่ได้ไปมานานมาก....

การไปพัก Seahorse Resort นี้เราได้ซื้อแพคเกจจาก "งานท่องเที่ยว"







เอาภาพรวมๆละกันนะ แต่ขอบอกว่าสวยมากๆ บริการก็ดี ช่วงที่ไปพักเป็นวันธรรมดา เลยไม่ค่อยมีคน เป็นส่วนตัวดี





บริเวณ lobby





ภายในรีสอร์ท





สระว่ายน้ำ เป็นสระน้ำเค็ม...









Counter Bar อยู่ในสระ พร้อมเสิร์ฟ Wellcome Drink กินไปทีมึนเลย...แต่อร่อยดี





ทีนี้ไปดูห้องพักกันดีกว่า ที่นี่มีห้องอยู่ 5 แบบ
ไปดู Exotic กันก่อนเลย สามารถพักได้ 4 คน มี 2 ชั้น









ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะกระจก



ห้องน้ำ



มาดูอีกห้องกันดีกว่า ห้องนี้จะอยู่ชั้นบนทั้งหมด ชื่อ Moon Terrace





ส่วนอันนี้เป็นห้องแบบ Party Room มีสองห้องนอนและห้องโถงด้วย แต่เค้ากำลังจะปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปอาจมีคาราโอเกะด้วยพร้อมอ่าง Jacuzzi บนดาดฟ้าด้วย....





ไปดูอีกห้องนะ เป็นห้องที่เหมาะกับคู่รักมากๆ ชื่อ White Vista Room มีอ่างJacuzzi อยู่ในห้องด้วย



อ่าง Jacuzzi



เอาหล่ะคราวนี้ไปดูห้องสุดท้ายกัน เป็นห้องที่เราพักกันน่ะ น่านอนพักมากๆห้อง Malibu









ภายในตู้เสื่อผ้า ก็จะมี ร่ม ไดร์เป่าผม ตู้เซฟ ไม้แขวน รองเท้า และก็ฝั่งตรงข้ามเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง





ภาพถ่ายมุมกว้าง (ต้องขอโทษด้วย ที่กว้างได้แค่นี้)



ไปดูห้องน้ำกันบ้าง







อุปกรณ์ทาง Resort มีทั้ง สบู่ เจลอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม แล้วก็ โลชั่นทาผิว หอมมากๆเลย ยากเอากลับมาเหมือนกัน แต่ไม่กล้า....





อ่างอาบน้ำ สามารถอาบได้ที 2 คนสบายเลย กว้างมากๆ ชอบๆ ชอบๆ



ทีนี้ไปดูบรรยากาสตอนกลางคืนกันบ้าง
ตอนกลางคืนเนี่ย ทาง Resort จะมีเพลงเปิดให้ฟังด้วย เพลงที่นี่ OK เลย บรรยากาศสบายๆ ฟังเพลงไป นอนเล่นริมสระน้ำไป ชิวมากๆ ถ้าไปกับแฟนนะ โรแมนติกสุดๆ







หิวแล้ว ไป Dinner กันดีกว่า ที่ตรงนี้แหละ



เอ่อ..น่ารักดี จนไม่อยากกินเลย แต่หิวมากๆไม่ไหวแล้ว หม่ำเลยแล้วกัน











มาดูอาหารเช้ากันบ้าง







เป็นไงบ้างค่ะ เห็นแล้วอยากไปพักบ้างไหม....
ข้อดีของที่นี่ก็คือ บริการเป็นกันเอง พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสทุกคนเลย
ถ้าให้คะแนนนะ 8/10 เลย...

พนักงานกำลังให้อาหารปลาอยู่



ห้องพักถึงแม้ว่าจะมีไม่มากนัก แต่มันก็ทำให้ดูเป็นส่วนตัวดี

ข้อเสียของที่นี่ก็คือ ไม่ติดทะเล เล่นน้ำในสระแทนละกันนะ

เพื่อนๆคนไหนที่จะไปเที่ยวหัวหินก้อเอาที่นี่ไปพิจารณาด้วยละกันนะ
ถ้าพูดถึงเรื่องราคา แนะนำว่าซื้อจากงานท่องเที่ยวจะได้ราคาดีกว่า


ต้องขอโทษด้วยอีกอย่าง คือบางรูปถ่ายออกมาอาจจะไม่สวยหรือ ไม่ชัด เพราะทั้งหมดนี้เป็นรูปจากกล้องในมือถือ Sony K790i ค่ะ เป็นมือใหม่หัด Post แต่อยากอวดนะค่ะ




 

Create Date : 22 เมษายน 2552    
Last Update : 22 เมษายน 2552 16:45:07 น.
Counter : 863 Pageviews.  


Trip.goth
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Trip.goth's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.