Image Hosted by CompGamer Image Host
Group Blog
 
All blogs
 

ถึงวัยสั่งอาหารเสริมมากินกัน ถูกดี








หลังจากที่ห่างหายจากการอัพบล็อกนานเริ่มลืมแล้ว
จากวัยที่เริ่มชรา ก็เลยหาอาหารเสริมมากินซะหน่อย
ไปเดินแอบดูแถวร้าน W กับร้านยา แหมมันแพงได้อีก
เลยหาในเน็ตไปเจอเจ้านี้
ประทับเจ้านี้ถูกดี มีของแถมเยอะ รายการที่สั่ง
สั่งซื้อชุดโปรโมชั่น Q10 2+1 @ 360
Acerola 2+Q10 @ 470
Lecithin 1200mg @ 190
รวม 1020 ฿
ปล.ซื้อครบ 1,000 บาทแถมฟรี Grrape Seed 30เม็ด 1 ขวด ด้วยนะค่ะ
ได้มาอยู่ในกล่องเรียบร้อย
เปิดออกมาเจอแบบนี้

ห่อกันกระแทกอย่างดีทุกขวด

มากมายหลายชนิด ชั้นต้องกินเวลาไหนบ้างเนี๊ยะ

1020฿ ได้มาตั้งมากมาย กินอิ่มแทนข้าวได้เลย ตกขวดละไม่กี่บาท







 

Create Date : 08 มกราคม 2554    
Last Update : 8 มกราคม 2554 22:25:59 น.
Counter : 1082 Pageviews.  

พายเบอร์รี่ (Pineberry) เพิ่งรู้จัก






พายเบอรี่ มีหน้าตา รูปร่างเหมือนราชินีแห่งผลไม้ "สตรอว์เบอร์รี่" แต่รสชาดกลับคลับคล้ายไปทาง "สัปประรด" หรือ พายแอปเปิ้ลมากกว่า เลยทำให้เจ้าผลไม้น้องใหม่ถูกตั้งชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า "พายเบอร์รี่" ซะเลย
จริงๆ แล้ว เจ้าผลไม้น้องใหม่ชนิดนี้ถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน แต่เพิ่งจะมาโด่งดังก็เมื่อซูเปอร์มาร็เก็ตระดับพรีเมียมในเครือเวตโทรส ตัดสินใจนำพายเบอร์รี่มาวางจำหน่ายในสาขาต่างๆ จำนวน 45 แห่ง ทั่วเกาะอังกฤษ

สำหรับพายเบอร์รี่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนสตรอว์เบอร์รี่ ต่างกันตรงที่พายเบอร์รี่นั้นมีสีขาว และมีเม็ดจิ๋วๆ สีแดงแทรกอยู่ไปทุกอณูผิว ส่วนสตรอว์เบอร์รี่มีผลสีแดงและมีเม็ดจิ๋วๆ สีดำแทรกอยู่ตามเนื้อแทน ส่วนรสชาติก็อย่างที่เกริ่นไว้ หากหลับตารับประทานเข้าไป จะนึกว่า กำลังเคี้ยวสับปะรดอยู่ ^^

ส่วนถิ่นกำเนิดของพายเบอร์รี่นั้นมาจากอเมริกาใต้ โดยชาวนาเชื้อสายตัตช์กลุ่มหนึ่ง ได้ทดลองปลูกขึ้น และนำมาวางขายกันในตลาดท้องถิ่นเมื่อ 7 ปีก่อน ด้วยน่าตาน่ารัปประทาน และรสชาติยังคุ้นลิ้นกันดี จึงทำให้พายเบอร์รี่ได้รับความนิยมมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นผลไม้ขึ้นห้างเบอร์ล่าสุด ซึ่งมีการแบ่งขายหน่วยละ 125 กรัม ในราคา 2.99 ปอนด์ หรือ ราว 150 บาทจ้า








 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2553 17:04:25 น.
Counter : 537 Pageviews.  

อยากขาว











 


กรดโคจิก (Kojic acid)


สูตรเคมี คือ 5-hydroxy-4-pyran-4-one-2-methyl เป็นสารที่สร้างจากเชื้อรา Aspergillus oryzae กรดโคจิกกดการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase เพราะจับตัวกับทองแดงที่ tyrosinase จำเป็นต้องใช้. จากการใช้พบว่าปรับสีผิวได้น้อย และมีรายงานการแพ้ครีมชนิดนี้ประปราย ผิวหนังที่ทาด้วยกรดโคจิก พบว่าเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocytes) ไม่มีระยางค์ (non-dendritic) และมีปริมาณเม็ดสีเมลานินน้อยลง ปกติใช้กรดโคจิกความเข้มข้นร้อยละ 1-4. ข้อควรระวังคือ ครีมชนิดนี้มีรายงานว่าก่อความระคายเคืองสูง และทำให้เกิดผิวหนังอักเสบระคายเคืองจากการแพ้สัมผัส (irritant contact dermatitis) มีการศึกษาเปรียบเทียบครีมทาฝ้าสูตร glycolic acid/kojic acid และ glycolic acid/hydroquinone (HQ) พบว่าไม่มีความแตกต่างของประสิทธิภาพระหว่างกรดโคจิก และ HQ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ครีมสูตรกรดโคจิกก่อความระคายเคืองมากกว่า เพื่อลดการระคายเคืองจากกรดโคจิก จึงมีการผสมสตีรอยด์. จากการศึกษาเปรียบเทียบการรักษาฝ้าระหว่างยาสูตรผสม 2% HQ +10% glycolic acid + 2% kojic acid และ 2% HQ +10% glycolic acid โดยให้ผู้เป็นฝ้าทายาสูตรแรกที่ครึ่งหนึ่งของใบหน้า ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้ทายาสูตรหลังที่ไม่มีส่วนประกอบของกรดโคจิก 2% ผลการรักษาพบว่าผู้ป่วยทุกคนฝ้าจางลงทั้ง 2 ซีกของใบหน้า แต่ซีกที่รักษาโดยมีส่วนประกอบของกรดโคจิก พบว่าฝ้าจางลงมากกว่า.





Arbutin (Uva ursi, bearberry extract)


สูตรเคมีคือ hydroquinone-beta-D-gluco-pyranoside เป็นสาร HQ ที่จับตัวกับน้ำตาลกลูโคส arbutin ยับยั้งการสร้างเม็ดสีโดยการออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase เพราะ arbutin มีลักษณะคล้าย กรดอะมิโน tyrosine ที่เป็น substrate ของเอนไซม์ tyrosinase แต่จะไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี เนื่องจาก arbutin ไม่ถูก hydrolyse ให้เกิด HQ. ดังนั้นฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีจึงไม่ได้เกิดจาก HQ แรกเริ่ม arbutin เป็นสารสกัดธรรมชาติจากพืช bearberry (เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ยชนิดหนึ่ง).






พบในสูตรยาโบราณของญี่ปุ่น มีประสิทธิภาพน้อยกว่า HQ (ยาทารักษาฝ้าตัวหลักที่ใช้กันแพร่หลาย) 100 เท่า ยังไม่มีรายงานว่าต้องใช้ arbutin ความเข้มข้นเท่าไรในการทาลบรอยดำ. บริษัทเครื่องสำอางบางแห่งรายงานว่าใช้ arbutin ความเข้มข้นร้อยละ 1 มีประสิทธิภาพทำให้ผิวสีจางลง. อย่างไรก็ ตาม มีรายงานหลายรายงานแสดงว่า arbutin มีประสิทธิภาพน้อยกว่ากรดโคจิกในการรักษาภาวะ ผิวสีเข้ม (hyperpigmentation). มีรายงานว่าการรักษาฝ้าด้วย arbutin ร้อยละ 3-7 ได้ผลดี แต่ส่วนใหญ่เป็นรายงานจากบริษัทเครื่องสำอาง ในการทดลองรักษาจริง พบว่าประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ.


นอกจากนั้น ยังพบสาร arbutin ในสารสกัดจาก Mitracarpus scaber, Morus bombycis (mulberry), Morus alba (white mulberry) และ Broussonetia papyrifera (paper mulberry).

จากการศึกษาพบว่า a-arbutin ออกฤทธิ์ ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้มากกว่า arbutin จึงเริ่มนิยมใช้ a-arbutin ในครีมทาให้ผิวขาวแทนการใช้ arbutin





วิตามินซีและอนุพันธ์


วิตามินซี (L-ascorbic acid) ใช้กันอย่างแพร่หลายในเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาว กลไกการออกฤทธิ์ ของวิตามินซี และอนุพันธ์ ออกฤทธิ์โดยเป็น reducing agents ของ melanin intermediates และกั้น oxidative chain reaction จาก tyrosine/dihydroxyphenylalanine (DOPA) ไปสู่ melanin ที่หลายตำแหน่ง. วิตามินซีเป็น antioxidant ที่ดี แต่จะถูก oxidized ได้ง่ายเมื่อถูกแสง ทำให้ความสามารถในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินลดลงไปด้วย จึงมีการพัฒนาอนุพันธ์ของวิตามินซีให้มีฤทธิ์เทียบเท่ากับมันคือ มีความสามารถทำให้ผิวขาวขึ้น และแพร่ผ่านผิวหนังได้ แต่มีความคงตัว.



Magnesium ascorbyl phosphate (MAP) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินซีที่มีความคงตัว ในรูปครีมความเข้มข้นร้อยละ 10 พบว่า MAP กดการสร้างเม็ดสีเมลานิน มีรายงานว่าผู้ป่วย 19 ราย จาก 34 รายที่เป็นฝ้าและขี้แมลงวัน (solar lentigines) เมื่อทา MAP มีรอยดำจางลงอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ ยังพบว่า MAP ป้องกันผิวบาดเจ็บจากรังสี UV-B ซึ่งการออกฤทธิ์ในกรณีหลังนี้ น่าจะมาจากการที่ MAP เปลี่ยนเป็น ascorbic acid ในญี่ปุ่นมีการศึกษาผู้ป่วย 110 ราย พบว่ารอยผิวสีเข้ม (hyperpigmentation) ลดลงร้อยละ 25 หลังทาครีมให้ความชุ่มชื้นที่มี 3% MAP เป็นเวลานาน 6 เดือน.





สารสกัดชะเอม (Licorice extract)


สารออกฤทธิ์หลัก คือ glabridin มีงานวิจัยแสดงว่า glabridin ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินโดยยับยั้งการทำงานของ tyrosinase ของเซลล์สร้างเม็ดสี แต่จะไม่เป็นพิษต่อเซลล์สร้างเม็ดสี ยังพบว่าการทา 0.5% glabridin ลดการเกิดผิวสีเข้มหลังได้รับรังสี UV-B และลดอาการผิวไหม้แดง (erythema). นอกจากนั้น glabridin ยังมีฤทธิ์ต้านอักเสบเนื่องจากยับยั้งการผลิต superoxide anion และยับยั้งการออกฤทธิ์ของ cyclooxygenase มีรายงานว่ายา สูตรผสม 0.4% licorice extract +0.05% betamethasone + 0.05% retinoic acid มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า.



นอกจากนั้น ในสารสกัดชะเอมยังพบ glabrene, isoliquiritigenin, licuraside, isoliquiritin และ licochalcone A ซึ่งล้วนยับยั้ง tyrosinase ได้. สำหรับ liquiritin ไม่มีผลต่อ tyrosinase แต่ก็ทำให้สีผิวจากกระบวนการอื่น มีการใช้ครีม 20% liquiritin ทารักษาฝ้านาน 4 สัปดาห์ พบว่าได้ผล.





กรดผลไม้ (Alpha hydroxyl acid, AHA)


กรดผลไม้ หรือ AHA ใช้ในครีมทาให้ผิวขาว เช่น glycolic acid (พบมากในอ้อย), lactic acid (พบมากในนมเปรี้ยว), malic acid (พบมากใน แอปเปิ้ล), citric acid (พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว, citrus fruits)






และ tartaric acid (พบมากในองุ่น) พบว่า lactic acid มีประสิทธิภาพมากที่สุด AHA ออกฤทธิ์โดย เป็น chelating agent ที่สามารถไปดึงแคลเซียมอิออนจากเซลล์ผิวหนัง เนื่องจากโครงสร้างของผิวหนังเป็นลักษณะเซลล์บุผิว (epithelium cell) ที่ยึดติดกันแน่น มีการยึดเกาะระหว่างเซลล์โดยโมเลกุลที่เรียกว่า cadherin (เป็น transmembrane glycoprotein) ซึ่งการทำหน้าที่ของ cadherin ขึ้นกับแคลเซียมอิออน. ดังนั้น เมื่อระดับแคลเซียมอิออนลดลง ทำให้เซลล์ผิวหนังแยกตัวตรงรอยต่อของ stratum granulosum และ stratum corneum จึงเร่งการหลุดลอกของเซลล์ที่ผิวชั้นนอกออกได้เร็วขึ้น ใช้ในความเข้มข้นร้อยละ 5-20.





N-acetyl-4-cysteaminylphenol (NAC)


เป็น phenolic thioether ที่นำมาใช้เป็นสาร ฟอกสี (depigmenting agent) ชนิดใหม่ เชื่อว่ามีความคงตัวสูงกว่า HQ และระคายผิวน้อยกว่า และยังพบว่า N-acetylcysteine (NAC) มีประสิทธิภาพในการป้องกันการกดภูมิต้านทานที่เกิดจากรังสียูวี (UVB-induced immunosuppression) และเพิ่มระดับของ glutathione ในเซลล์ เนื่องจาก glutathione เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีงานวิจัยเพื่อใช้ NAC ในแง่ป้องกันการแก่.





Flavonoids


สามารถแบ่ง bioflavonoids เป็น flavones, flavonols, isoflavones และ flavanones การศึกษาผลต่อการ oxidation ของ L-DOPA ใน flavonoids หลายตัว พบว่ากลุ่ม isoflavones ที่รวมถึง glycitein, daidzein และ genistein มีฤทธิ์ยับยั้ง tyrosinase เพียงเล็กน้อย แต่พบว่า 6, 7, 4'- trihydroxyisoflavone มีฤทธิ์ยับยั้ง tyrosinase สูงกว่ากรดโคจิก ส่วนกลุ่ม flavanones เช่น hesperidin, eriodictyol และ naringenin มีสูตรโครงสร้างคล้าย HQ.





Hesperidin


สาร hesperidin เป็น bioflavonoid ที่พบในเปลือกและเยื่อผลไม้รสเปรี้ยว (citrus fruits) พบว่า hesperidin สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีโดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ ยังพบว่าสารตัวนี้ป้องกันการบาดเจ็บของไฟโบรบลาสท์ และคอลลาเจนที่เกิดจากการได้รับรังสียูวีเอ.





Niacinamide


Niacinamide เป็น biologically active form ของ niacin (vitamin B3) พบในรากพืชหลายชนิดและยีสต์ มีงานวิจัยพบว่า niacinamide ยับยั้งการส่งผ่าน melanosomes จากเซลล์สร้างเม็ดสี (mela-nocytes) ไปยังเซลล์ผิวหนัง (keratinocyte) มีการศึกษาทางคลินิกพบว่าการทา niacinamide ทำให้รอยโรคผิวหนังสีเข้มจางลงได้.





Polyphenols


Polyphenols เป็นกลุ่มของสารประกอบที่ออกฤทธิ์ antioxidant ซึ่งพบในพืชหลายชนิด พบว่าสารสกัด polyphenol หลายตัวจากพืช ยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ พบสาร proanthocyanidins หรือ procyanidins ซึ่งเป็น polyphenols ในไวน์แดง, น้ำ cranberry และเมล็ดองุ่น ส่วน ellagic acid เป็น polyphenol อีกตัวที่พบในผักและผลไม้ พบว่าสารสกัดเปลือกทับทิมที่มี 90% ellagic acid ยับยั้ง tyrosinase ของเห็ดในหลอดทดลอง.





Ellagic acid


เป็น polyphenol ที่พบในธรรมชาติ มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase โดยจับกับทองแดง มีการทดลอง ประสิทธิภาพของครีม ellagic acid ในการป้องกัน UV-induced pigmentation พบว่าได้ผลร้อยละ 86 ครีมตัวนี้มีวางขายในญี่ปุ่น. มีงานวิจัยในไทยพบว่าในเมล็ดลำไย มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม polyphe-nol และ bioflavonoids ค่อนข้างสูง และสารสำคัญ ตัวหนึ่งของการสกัดแยกเมล็ดลำไย คือ ellagic acid ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็ง (anticarcinogenic agent) และป้องกันการกลายพันธุ์ (antimutagenic agent) และทำให้ผิวขาว.








สารสกัดจากปอสา (paper mulberry extract)


ปอสา หรือ paper mulberry (Broussonetia papyrifera) มีสารสำคัญ คือ kazinol F ซึ่งยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่มีประสิทธิภาพ พบว่า kazinol F มีความแรงมากกว่ากรดโคจิก, วิตามินซี และ HQ ในการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase และมีคุณสมบัติ ในการขจัดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวขาวจึงมีการนำมาใช้ในทารักษาฝ้า-กระ.



มีงานวิจัยเปรียบเทียบฤทธิ์การยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ของ paper mulberry เทียบกับกรดโคจิก และ HQ พบว่า IC50 (คือ ความเข้มข้นที่ออกฤทธิ์ยับยั้งฤทธิ์ของ tyrosinase ร้อยละ 50) ของ paper mulberry คือร้อยละ 0.396, ของ HQ คือร้อยละ 5.5 และของ kojic acid คือร้อยละ 10.0 มีการทดลองทำ patch test โดยใช้ 1% paper mulberry extract ไม่พบการระคายเคืองที่ 24 และ 28 ชั่วโมง.





สารสกัดจากใบหม่อน (Mulberry, Morus alba)


มีงานวิจัยแสดงว่าสารสกัดจากใบหม่อนแห้งออกฤทธิ์ยับยั้ง tyrosinase ได้ สามารถสกัด phenolic flavonoids หลายตัว เช่น gallic acid และ quercetin และกรดไขมัน เช่น linoleic acid และ palmitic acid จากใบหม่อน. สารหลักที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง tyrosinase ทำให้มีการสร้างเม็ดสีน้อยลงคือ mulberroside F (moracin M-6, 3'-di-O-beta-D-glucopyranoside).





สารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloesin)


พบว่า aloesin ซึ่งเป็นสารสกัดจากว่านหางจระเข้ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้มีการทดลองทาสาร aloesin บนท้องแขนที่ฉายรังสียูวี พบว่าสามารถกดการสร้างเม็ดสีได้ และมีงานวิจัยแสดงว่า aloesin เสริมฤทธิ์ arbutin ในด้านการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase.





สารสกัดจากใบโสม (Ginseng)


พบว่าในสารสกัดจากใบโสมสด (Panax ginseng) มีสาร p-coumaric acid ซึ่งยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้.





สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko)


พบว่าในสารสกัดจากใบแปะก๊วย มี flavone glycosides ที่ส่วนใหญ่คือ quercetin และอนุพันธ์ของ kaempferol สารเหล่านี้ยับยั้ง tyrosinase โดยการจับกับทองแดง.





สารสกัดสมุนไพรแก่นมะหาด (Artocarpus lakoocha Roxb.)


มีการศึกษาการใช้สารสกัด 5% trans-2, 4, 3', 5'-tetrahydroxystilbene จากสมุนไพรแก่นมะหาดในการรักษาฝ้า ได้ผลดีไม่แตกต่างจากยาทา 2% HQ และพบผลข้างเคียงเล็กน้อย.





สารสกัดจากรก (placental extract)


มีการใช้สารสกัดจากรกมาทำเครื่องสำอางและสบู่ โดยหวังผลทำให้ผิวสีจางลง มีงานวิจัยผลของสาร สกัดจากรกต่อการสร้างเม็ดสี พบว่าสารสกัดจากรกยับยั้งกระบวนการการสร้างเม็ดสีของ SK30 melanoma cells โดยการยับยั้งการสร้างเอนไซม์ tyrosinase แต่ไม่ยับยั้งการเจริญเติบโตของ SK30 melanoma cells ยังต้องมีการวิจัยเพื่อหาสารออกฤทธิ์ต่อไป.





สารสกัดจากใบพืชกลุ่ม Arctostaphylos


ใบของพืชกลุ่ม Arctostaphylos คือ Arctostaphylos patula และ Arctostaphylos viscida ยับยั้ง tyrosinase ทำให้ไม่มีการสร้าง melanin จาก dopachrome และยังมีฤทธิ์คล้าย superoxide dismutase ยังไม่ทราบความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารสกัดจากใบของพืชชนิดนี้ที่จะนำมารักษาความผิดปกติที่มีผิวสีเข้ม.





สารสกัดจาก Rumex


สารสกัดจาก rumex (rumex extract) เป็นสารสกัดจากพืช 4 ชนิด ได้แก่ Rumex occidentalis, Rumex maritimus, Rumex pseudonateonstus และ Rumex stenophyllus กลไกในการทำให้ผิวขาวขึ้นเกิดจากการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีเนส. การศึกษาผลของสารสกัดจาก rumex โดยเปรียบเทียบกับ kojic acid, HQ และ arbutin พบว่าความสามารถยับยั้งเอนไซม์โรซีเนสของสารสกัดจาก rumex มีค่าใกล้เคียงกับ kojic acid แต่มีค่าสูงกว่า HQ และ arbutin ในทุกความเข้มข้น.





สารสกัดจากชาเขียว (green tea extract)


พบว่าชาเขียวมีส่วนประกอบของ polyphenols ซึ่งเป็น bioflavonoids ในปริมาณสูง สารตัวนี้มีฤทธิ์ antioxidant ในชาเขียวมี polyphenols ชนิดเฉพาะที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ catechins ซึ่งมีคุณสมบัติ antioxidant สูง. Catechins ตัวที่ออกฤทธิ์สูงสุดในชาเขียวคือ epigallocatechin gallate (EGCG) ส่วน catechins ตัวอื่นๆที่พบได้ในชาเขียวคือ epigallocatechin (EGC), epicatechin 3-gallate (ECG) และ epicatechin (EC). นอกจากนั้น polyphenols ในชาเขียวยังมีฤทธิ์ต้านอักเสบ และต้านมะเร็ง พบว่าส่วนประกอบของชาเขียวโดยเฉพาะ EGCG ทำให้เม็ดเลือดขาวไม่มาสะสมในผิวหนังเมื่อถูกแสงยูวีบี.















นอกจากนั้น ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริมที่ใช้รักษาฝ้า และทำให้ผิวขาวเช่น

สารสกัดเมล็ดองุ่น (grape seed extract)


มีรายงานว่าการกินสารสกัดเมล็ดองุ่นทำให้ฝ้าจางลง สารออกฤทธิ์หลักคือ proanthocyanidin มีรายงานศึกษาสตรีญี่ปุ่นที่เป็นฝ้า 12 คน โดยให้กินสารสกัดเมล็ดองุ่น พบว่าทำให้ฝ้าจางลงบ้าง โดยจางมากที่สุดหลังกินนาน 6 เดือนและจะไม่จางลงไปมากกว่านี้ นอกจากนั้น ยังใช้สารสกัดเมล็ดองุ่นกินป้องกันการเข้มของฝ้าในฤดูร้อน.





สารสกัดเปลือกสน


มีการใช้สารสกัดเปลือกสน (French maritime pine, Pinus pinaster) ซึ่งมีฤทธิ์ antioxidant สูงกว่าวิตามินอีและซี สารสกัดเปลือกสน ออกฤทธิ์กันรังสียูวีได้ จึงมีการศึกษาว่าสามารถนำมารักษาฝ้าได้หรือไม่ โดยให้สารสกัดเปลือกสนนาน 30 วัน พบว่าขนาดรอยฝ้าลดลงโดยเฉลี่ย 25.86 ± 20.39 mm2 (p < 0.001) และความเข้มของเม็ดสีลดลง 0.47 ± 0.51 unit (p < 0.001) ไม่พบภาวะแทรกซ้อน.


พบว่าสารสกัดเปลือกสนประกอบด้วย oligomeric proanthocyanidins (OPCs) และ bioflavonoids ตัวอื่นๆ คือ catechin, epicatechin, phenolic fruit acids (เช่น ferulic acid และ caffeic acid) และ taxifolin. พบ procyanidins ซึ่งเป็น oligometric catechins ปริมาณสูงในไวน์แดง, องุ่น, แอปเปิ้ล, cocoa, cranberries.





สารสกัดทับทิม (pomegranate extract)


มีส่วนประกอบของ ellagic acid, anthocyanins และ tannins ซึ่งมีฤทธิ์ antioxidant สารสกัดนี้ยังช่วยป้องกัน cellular lipid membranes และเสริมการออกฤทธิ์ของ antioxidant enzyme คือ catalase, superoxide dismutase, glutathione peroxidase และ glutathione reductase ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้ลดลงเมื่อถูกแสงแดด มีงานวิจัยจำนวนน้อยแสดงว่าการกินอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิมทำให้ฝ้าจางลง.







Tranxemic acid

มีการกินยา tranxemic acid เพื่อให้ฝ้าจางลง ยาขนานนี้ออกฤทธิ์ทำให้บริเวณที่มีเลือดไหลหยุดเร็วขึ้น แต่ตัวยาสามารถยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ ทำให้ฝ้าจางลง. อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยเป็นที่ยืนยันอย่างชัดเจน. นอกจากนั้น ยังต้องกินยาระยะยาว จึงต้องระวังผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ภาวะหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดดำเกิดการอุดตัน.














ครีมทารักษาฝ้าและอาหารเสริมรักษาฝ้าชนิดใหม่นั้น หลายตัวอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ผลการรักษายังสรุปจากกลุ่มผู้รับการรักษาจำนวนไม่มาก อีกทั้งการวิจัยหลายชิ้นยังเป็นการศึกษาแบบเปิด ทำให้ประสิทธิภาพของครีมและอาหารเสริมรักษาฝ้าที่กล่าวในตอนนี้ส่วนใหญ่ยังต้องติดตามผลการรักษาต่อไป ทั้งในแง่ประสิทธิภาพที่แท้จริงในการรักษาฝ้า, ผลแทรกซ้อน และการนำมาประยุกต์ใช้จริง และมีแนวโน้มที่จะมีการทดลองสารใหม่ๆ โดยเฉพาะสารที่สกัดจากธรรมชาติมาใช้รักษาฝ้าต่อไป.




การทาครีมปกปิดรอยฝ้า (Cosmetic camouflage)


เป็นการใช้ครีม และ/หรือแป้งเพื่อปกปิดความผิดปกติของสีหรือโครงรูปของใบหน้าหรือร่างกาย ใช้ทาปกปิดไฝและปาน เช่น ปานดำที่ใบหน้า (nevus of Ota), ด่างขาว, แผลเป็น, รอยสัก และฝ้า. ในแง่การรักษาฝ้าเนื่องจากสตรีเอเชียส่วนใหญ่นิยมมีผิวขาว จึง อาจใช้สารเคลือบคลุมผิว (opaque covering agents) เนื่องจากคุณสมบัติเดิมเป็นสารที่ทำให้ทึบแสง มีสีขาว หรือขาวหม่น (white or pale pigments) จึงทำให้ใบหน้าและผิวหนังแลดูขาวขึ้น. ตัวอย่างของสารเคลือบคลุมผิว เช่น titanium dioxide, zinc oxide, talcum, kaolin และ bismuth pigments สารพวกนี้ยังกันแสงแดดจึงมีส่วนป้องกันการเกิดฝ้าอีกด้วย นับว่าการทาครีมปกปิดรอยฝ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการแก้ปัญหาฝ้าวิธีหนึ่ง.





ข้อกำหนดทางกฎหมายของสารที่ใช้เกี่ยวกับฝ้า


สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันมีข้อกำหนดทางกฎหมายของสารที่ใช้เกี่ยวกับฝ้าดังนี้คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2525 กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ monobenzone เป็นสารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง, กรกฎาคม 2532 ห้ามใช้ ammoniated mercury และกรดวิตามินเอ (vitamin A acid, retinoic acid, tretinoin), กุมภาพันธ์ 2534 ประกาศห้ามใช้กรดอะเซลาอิค (azelaic acid) ในเครื่องสำอาง ทุกชนิด และตั้งแต่มิถุนายน 2539 ห้ามใช้ HQ ในเครื่องสำอาง ยกเว้นผลิตภัณฑ์ย้อมผม.




ความสับสนของผู้ป่วยที่ได้รับครีม HQ จากแพทย์


เนื่องจากยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรักษาฝ้าที่ลักลอบใช้ HQ ในท้องตลาด สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงมีการประชาสัมพันธ์วิธีทดสอบว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของ HQ หรือไม่ ด้วยการป้ายครีมหรือหยดโลชันที่ต้องการทดสอบลงบนกระดาษทิชชูสีขาว แล้วหยดน้ำผงซักฟอกเข้มข้นลงไป หากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ให้สงสัยว่ามีส่วนผสมของ HQ หลังจากที่อย.ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ มีผู้บริโภคสอบถามอย.ว่า ได้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาฝ้า แพทย์จ่ายครีมให้ทาฝ้า เมื่อทดสอบตามวิธีที่แนะนำ พบว่ามีส่วนผสมของ HQ จึงกังวลว่าจะเกิดอันตราย และข้องใจว่าเหตุใดแพทย์จึงจ่ายยาที่มีสารห้ามใช้ คือ HQ กรณีนี้อย.อธิบายว่า ครีมที่มีส่วนผสมของ HQ จัดเป็นยา การใช้ HQ หรือกรดวิตามินเอ แพทย์สามารถใช้ได้ โดยทราบว่าควรใช้ครีมความเข้มข้นเท่าไร. สามารถปรับลดได้ตามแต่ความรุนแรงของโรค และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน รวมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ร่วมด้วย เช่น การหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ยากันแดด.
Create Date : 03 มีนาคม 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 14:51:48 น.
Counter : 463 Pageviews.  

เบอรี่ ทำให้สวย

มารู้จักประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กันเถอะ

ผลไม้ที่เรารู้จักกันมีมากมายหลายชนิด ซึ่งผลไม้แต่ละชนิดก็จะให้ประโยชน์แตกต่างกัน วันนี้เราชวนเพื่อน ๆ มารู้จักประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กัน ว่ามีประโยชน์อย่างไรกับร่างกายของเราบ้าง


สตรอว์เบอร์รี่(Strawberry)


โดยส่วนใหญ่แล้วเรารู้จักกันดีว่าสตรอว์เบอรรี่เป็นผลไม้สายพันธุ์ต่างชาติที่มีความสวยงามน่ากิน มีรสเปรี้ยวอมหวาน สีสันสดใส แต่ความจริงแล้วสตรอว์เบอรี่มีดีกว่านั้นอีกมาก
สตรอว์เบอร์รี่ ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้เมื่อประมาณช่วงของคริสตศักราชที่ 1000 ในทวีปยุโรปที่มีภูมิอากาศค่อนข้างหนาวเย็น จึงเป็นการยากที่จะพบสตรอว์เบอร์รี่ ในประเทศที่มีอากาศร้อน แต่ในปัจจุบัน สตรอว์เบอร์รี่จัดเป็นผลไม้เมืองหนาวอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่แถบภาคเหนือของประเทศไทย



ประโยชน์ของสตรอว์เบอร์รี่


เป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัดและให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
มีวิตามินซีสูง สามารถป้องกันโรคหวัดได้เมื่อรับประทานเป็นประจำ
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ สตอรว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ในอันดับต้นๆของผักผลไม้มีการศึกษาในผู้หญิงสูงอายุพบว่ารับประทานวันละ 20ผล หรือ 240 กรัม ทำให้ความสามารถต้านอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มขึ้น
ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้
ช่วยล้างพิษ ทำให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย
แนวทางให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจาก สตรอว์เบอร์รี่
สตรอว์เบอร์รี่ยิ่งสดยิ่งมีคุณค่าสูง ดังนั้นจึงควรเก็บในตู้เย็นและรับประทานทันทีหลังจากซื้อ เพราะวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆในสตรอว์เบอร์รี่ไม่คงตัว จึงถูกทำลายได้ง่าย และการรับประทานสตรอว์เบอรรี่ แบบสดๆ จะทำให้ได้รับคุณค่าทางสารอาหารจากสตรอว์เบอร์รี่ดีที่สุด

เกร็ดความรู้:
เมล็ดของสตรอว์เบอร์รี่อยู่ที่ผิว ดังนั้นเราจะเห็นว่าที่ผิวของสตรอว์เบอรรี่มีเมล็ดเล็กๆติดอยู่มากมาย ซึ่งสตรอว์เบอร์รี่ 1 ผล เฉลี่ยแล้วจะมีเมล็ดของมันอยู่ถึง 200 เมล็ด

แบล็กเบอร์รี่ (Blackberry)

แบล็กเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีสีม่วงเข้มจนเกือบดำ มีผิวขรุขระตะปุ่มตะป่ำ รูปร่างแปลกตา เป็นผลไม้ที่จะหาดูยากหน่อยในบ้านเรา แต่ทราบหรือไม่ว่าประโยชน์ในแบล็กเบอร์รี่นั้นมีมากมาย

ประโยชน์ของแบล็กเบอร์รี่


แบล็กเบอร์รี่สดเป็นแหล่งที่มีกรดฟีโนลิก วิตามินซี และโฟเลตสูงที่สุด ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ ทำให้ผิวหนังเราไม่เหี่ยวย่นเร็วก่อนไวอันควร
บล็กเบอร์รี่มีสารเคมีชนิดหนึ่งเรียกว่า ซาลิไซเลต (Salicylate) ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจได้
โดยส่วนใหญ่เราสามารถนำแบล็กเบอร์รี่มารับประทานเป็นขนมหวาน อาหารว่าง ทำขนมอบ หรือคั้นน้ำ ซึ่งมีประโยชน์ทางโภชนาการมากมาย เพื่อน ๆ ลองไปหาเมนูอาหารมาลองทำกันดูนะค่ะ

บลูเบอร์รี (Blueberry)


บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสีน้ำเงินเข้ม คนไทยไม่ค่อยนิยมนักเพราะมันเป็นผลไม้ที่มีมากในแถบเมืองหนาว ในบ้านเรานี่นอกจากตามซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆแล้วแทบจะหาทานไม่ได้เลย แถมส่วนมากที่เคยเห็นก็มักจะเป็นแบบแห้งซะส่วนใหญ่ ปัจจุบัน บลูเบอร์รี่กำลังเป็นผลไม้ยอดนิยมสำหรับคนสูงอายุในสหรัฐฯ เพราะผลการวิจัยพบว่า การกินผลไม้ชนิดนี้เป็นประจำทำให้สุขภาพแข็งแรง และมีส่วนช่วยในเรื่องของความจำอีกด้วย จากผลการวิจัยจากหลายสถาบันพบว่า บลูเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามาก งั้น! เราไปรู้จักผลไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้นดีกว่า



ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่


อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย
มีปริมาณใยอาหารสูงโดยเฉพาะเพคติน (Pectin) ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง
ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและช่วยให้ความจำดีขึ้นในคนชรา
มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย โดยจะมีผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น
ในบ้านเราส่วนใหญ่จะพบ บลูเบอร์รี่อยู่ในขนมต่างๆ เช่นพายบลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก หรือแยม ซึ่งล้วนแล้วจะเป็นบลูเบอร์รี่สดที่ถูกแปรรูปไปแล้วเท่านั้น ดังนั้นหากว่าคุณมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของบลูเบอร์รี่สดๆ อย่าพลาดโอกาสนี้เชียวนะคะ




แครนเบอร์รี่ (Cranberry)


แครนเบอร์รี่หรือเบอร์รี่นกกระสา เรียกชื่อตามฤดูกาลที่ผลเบอร์รี่สุกงอม และเป็นช่วงที่นกกระสามาชุมนุมกัน เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณ ประโยชน์ไม่แพ้ผลเบอร์รี่ชนิดอื่น ซึ่งจากการที่ได้เข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลมา ปรากฎว่าเบอร์รี่ชนิดนี้มีข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุน การ์รันตีคุณภาพของมันมากมายเลยทีเดียว มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ออกมายืนยันว่าเจ้าแครนเบอร์รี่นี้ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก ไม่ว่าบริโภคแบบไหนทั้งที่นำมาทำอาหาร ขนม แยม น้ำแครนเบอร์รี่ หรือในปัจจุบันมีการผลิตมาให้อยู่ในรูปของแคปซูล เพราะมันให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างมากมายเลยทีเดียว


ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่



ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เพราะพบว่ามีสารแทนนิน (Tannin) เข้มข้นที่อยู่ในแครนเบอร์รี่ ซึ่งเป็นสารต้านแบคทีเรีย(anti-biotic) ที่จะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ คุณผู้หญิงคนไหนที่มีนิสัยชอบกลั้นปัสสาวะ จนเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือติดเชื้อ ก็อย่าลืมหาน้ำแครนเบอร์รี่มาดื่มเป็นประจำนะคะ
ช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่นสดใส เพราะแครนเบอร์รี่มีวิตามินซีอยู่สูงมาก
เกร็ดความรู้:
สารสกัดจากแครนเบอร์รี่นั้น ยังมีส่วนช่วยสกัดกั้นเอนไซม์ของแบคทีเรียที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคราบหินปูน ปกป้องแบคทีเรียใหม่ๆ จากการเกาะติดตามซอกฟันช่วยลด และยังช่วยปกป้องฟันผุได้ถึง 80%




ราสเบอร์รี่ (Raspberry)


ผลการวิจัยพบว่า ราสเบอร์รี่นั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ยิ่งกว่าผักบร็อกโคลี ผลกีวี และมะเขือเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยที่รับรองว่า เป็นสุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆ มากมายแก่ร่างกาย โดยเฉพาะ "สารต้านอนุมูลอิสระ" ถ้าร่างกายมีสารนี้มากเกินไป จะเพิ่มอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลายชนิด ได้แก่โรคหลอดเลือดตีบและแข็งตัว โรคมะเร็งบางชนิด อัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อม โรคไขข้ออักเสบ แก่ก่อนวัย รวมทั้งเป็นตัวการทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหมองคล้ำ โดยร่างกายได้รับสารนี้จากมลพิษในสิ่งแวดล้อม ก๊าซจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันบุหรี่และสารเคมีในอาหาร


ประโยชน์จากราสเบอร์รี่


มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
มีสรรพคุณบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และมีคุณค่าต่อผิวมากทีเดียว เพราะอุดมด้วย วิตามินซี ที่ช่วยให้เซลล์ผิวสดใส แข็งแรง ต่อต้านอนุมูลอิสระตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัย
มีธาตุโปรแตสเซียม และเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินเคหรือไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และยังมีแมงกานีส ที่ช่วยการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยในการหมุนเวียนโลหิต อุดมด้วยวิตามินA และ B ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและสมานผิว



เพื่อน ๆ เห็นแล้วว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีประโยชน์กับสุขภาพมากเลยทีเดียว แต่บางชนิดอาจจะหารับประทานได้ยากซักหน่อย ถึงอย่างไรเพื่อนๆก็ควรทานผลไม้ให้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนนะคะ และผลไม้ยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย แล้ววันนี้เพื่อนๆ ทานผลไม้กันรึยังคะ ถ้ายังก็อย่าลืมหามาทานกันนะคะ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง








 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 13:32:47 น.
Counter : 17446 Pageviews.  

ผู้หญิงสวยเหมือนกุหลาบสีอะไร

ผู้หญิงสวยเหมือนกุหลาบสีอะไร



มารู้จักเป็นทางการกับดอกกุหลาบ (Rose)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa hybrids
ชื่อสามัญ : กุหลาบ หรือ rose
วงศ์ : Rosaceae
ดอกกุหลาบ (Rose) “ราชินีแห่งดอกไม้” (Queen of flower) เป็นไม้ดอกประเภทพุ่ม มีลำต้นแข็งแรง ตั้งตรงหรือเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามแหลมคม มีใบย่อย 3-5 ใบ ใบมีสีเขียวเข้มเป็นมันและมีรอยย่นเล็กน้อย ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มี 2 เพศในดอกเดียวกัน เกสรตัวผู้และตัวเมียเป็นจำนวนมาก มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ถิ่นกำเนิดในทวีปเอเซีย ปัจจุบัน มีหลายพันธุ์ ประโยชน์ ให้ความสวยงาม ประดับประดาตกแต่งบ้าน งานปาร์ตี้ งานแต่งงาน และกลิ่นหอมๆ ยังสามารถสกัดเป็นน้ำหอมได้ด้วยค่ะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบ




ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบ
ดอกกุหลาบ (Rose) พูดได้ว่า เป็นดอกไม้… สัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก จะเห็นว่าแต่ละดอก มีความต่าง หลากสีหลายพันธุ์ ซึ่งมีความสวย ให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป หากจะเปรียบกับผู้หญิง ก็คงจะเป็นความสวยในแต่ละแบบ โดยเฉพาะในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักของผู้หญิงแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปด้วยค่ะ ลองอ่านเรื่องต่อไปนี้ แล้วสำรวจดูว่าตัวเองเป็น… ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบ สีไหน

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีแดงเข้ม



สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องความโรแมนติก มีความรักอันลึกซึ้ง มั่นคงนิรันดร
พวกเธอเป็นผู้หญิงสวยคลาสสิก โรแมนติกแบบนุ่มลึก มีความจริงจังในเรื่องความรักเอามากมายนะคะ ถ้่่าลองรักใครแล้ว ทุ่มเทความรักให้หมดทั้งหัวใจ มีความโรแมนติกในการแสดงออกว่ารัก สีสันแดงเข้มของกลีบกุหลาบ บ่งบอกถึงความมั่นคงในความรัก ไม่มีวันที่หัวใจของเํธอจะแปรเปลี่ยน และไม่มีวันจะจืดจางลงค่ะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีแดงสด



สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องหวือหวา เร่าร้อน และร้อนแรง
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยเซ็กซี่ มากเสน่ห์เย้ายวน ค่อนไปทางอีโรติก ชอบที่จะเล่นกับเรื่องรักๆ ไม่ปฎิเสธหนุ่มๆ ที่เดินเข้ามาหา กล้าที่จะบอกว่ารักอย่างโจ่งแจ้ง ในขณะเดียวกัน เธอกล้าหักอก บอกเลิกหนุ่มๆ ที่เธอคบหาได้อย่างไม่รู้สึก และกล้าเชิดใส่หนุ่มที่กล้าปฏิเสธตัวเธอ สีแดงสดอันเร่าร้อน ทำให้มองดูเํธอเป็นผู้หญิงเจ้าชู้ ร้อนเร่า และแน่นอน เรื่องหนุ่มๆ สำหรับเธอแล้ว เธอขอเป็นฝ่ายเลือก… ต้องหล่อสุด แมนสุด เท่ห์สุด ผู้ชายที่ดูดีที่สุดเท่านั้น… ที่เํธอขอคบหาด้วยค่ะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีชมพู




สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องสวยงาม หวาน น่าทะนุทนอม
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยอ่อนหวาน อ่อนโยน ดูเป็นนางเอก หรือเจ้าหญิงในเทพนิยาย มีความเป็นผู้หญิงเอามากมาย… ทำเอาผู้ชายเกินครึ่งค่อนโลกพากันตกหลุมรักเธอ รอยยิ้มหวานๆ ดวงตาสวยๆ ใบหน้าขวยเขิน เมื่อหนุ่มๆ เดินเข้่ามาหา และแก้มเป็นสีชมพู สีสวยๆ เหมือนสีของกลีบกุหลาบ เมื่อหนุ่มๆ มาบอกรัก ดูเรื่องราวความรักของเํธอเป็นเรื่องสวีทๆ น่าประทับใจ น่าทะนุทะนอม ที่หนุ่มๆ พากันทุ่มเท จัดให้พวกเธอค่ะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีขาว


สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องความรักแท้อันบริสุทธิ์ มาจากก้นบึ้งหัวใจแท้ๆ
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยเรียบร้อย ออกจะขี้อาย จิตใจงดงาม มีความจริงใจ และซื่อสัตย์ต่อคนรัก น่าจะพูดได้ว่า… พวกเธอเป็นผู้หญิงกลุ่มเดียวที่เข้าใจ คำว่า… รัก ได้อย่างแท้จริง พวกเธอเต็มใจมอบความรักอันขาวสะอาดบริสุทธิ์เหมือนกลีบกุหลาบสีขาวนี้… ให้กับผู้ชายที่เธอรักแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีความคิดแอบแฝง ไม่มีคำว่าเคลือบแคลง และไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนทั้งนั้น แค่… ขอให้เธอได้รักเขา แม้ว่า หนุ่มคนนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม… เธอก็ยังจะรักตลอดไป โห เป็นได้ขนาดนั้นเลย แม่พระจริงๆ นะคะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีเหลือง



สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องหลากอารมณ์ี และเปิดเผย
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยซนขี้เล่น ดูน่ารัก น่าทะนุถนอม แต่ติดนิสัยเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเอง ขี้งอน ดูเป็นคุณหนูๆ หน่อย เธอเป็นคนหลากอารมณ์ แบบน้ำขึ้นน้ำลง รักเป็น โกรธเป็น แถมเป็นคนเปิดเผยด้วย … รักใครแสดงออกว่า รักมากมาย ช่างฉอเลาะ จิ๊จ๊ะ หวานจ๋อย ดีสุดๆ จนหนุ่มทั้งหลายหลงหัวปักหัวปำ… แต่เวลาโกรธ ก็เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่า เธอคือผู้หญิงครบรส… ชีวิตไม่จืดชืดอย่างแน่นอน ซึ่งหนุ่มๆ ที่ตั้งใจจะจีบเธอต้องยอมรับในเรื่องนี้ และหากว่ารักเธอจริง ต้องรู้จักเอาอกเอาใจเธอเป็น ถึงจะไปกันได้สวย ไม่เช่นนั้น เธอจะงอนตุ๊บป่องเอาบ่อยๆ แต่ก็ไม่เป็นไรนะคะ แนะนำหนุ่มๆ ให้งัดไม้เด็ด… ขยันง้อเข้าไว้ เอาใจช่วยนะคะ เพราะพวกเํธอชอบให้คนมาง้อ พูดจาหวานๆ ชมป้อทั้งวัน… และมีความจริงอีกข้อหนึ่ง สำหรับพวกเธอ ก็ึคือ หากวันใด เธอผิดหวังในเรื่องความรักแล้วละก็ เธอจะร้องห่มร้องไ้ห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายซะงั้น กว่าจะกู้ให้กลับได้ ก็ต้องใช้เวลามากพอดู โอ๊ย… น่าสงสารนะคะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีส้ม



สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่องอารมณ์สนุกสนาน ตื่นเต้น ชอบความแปลกใหม่
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด อารมณ์สนุก ร่าเริง มีมั่นใจในตัวเองสูง เรื่องความรักของเธอต้องไม่ใช่เรื่องเรียบง่าย ซ้ำซาก จำเจ ไม่ต้องการแบบฉบับ และไม่ชอบเหมือนใคร เธอชอบที่จะเซอร์ไพรซ์หนุ่มๆ ที่เธอกำลังตกหลุมรักอย่างไม่มีใครคาดเดา… ซึ่งเป็นไปได้ตลอดเวลา แน่นอนค่ะ เธอก็ชอบให้หนุ่มๆ ของเธอปฎิบัติต่อเธออย่างที่เํธอคาดไม่ถึงด้วยเหมือนกัน และเํธอชอบให้เรื่องราวความรักของเธอและเขา… กลายเป็นไดอารี่รักๆ ที่น่าจดจำทุกบททุกตอน พอแล้วแค่นี้สำหรับ… เรื่องราวความรักอันแสนจะเพอเฟคที่สุดสำหรับเํธอ และนั่นเอง… ทำให้้เธอลืมและมองข้ามเรื่องราวขัดแย้งระหว่างเขาและเธอไปได้อย่างง่ายดายค่ะ

ผู้หญิงสวยเหมือนดอกกุหลาบสีม่วง



สาว Chic ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองความรักเป็นเรื่อง… ดูซับซ้อน เหมือนจะไม่แน่นอน เมื่อมองเผินๆ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ พวกเธอมีนิยามของความรักในแบบฉบับเฉพาะตัว รอหนุ่มๆ เข้ามาสัมผัสและค้นหา
พวกเธอเป็นผู้หญิงสาวสวยลึกลับ นิ่งเงียบ ดูเหมือนจะหยิ่งแต่ไม่ใช่ เํธอแค่ชอบเก็บตัว มีโลกส่วนตัว เป็นสาวไม่ชอบเปิดเผย ไม่ชอบแสดงออก จนยากที่หนุ่มๆ จะเดินเข้าหาพวกเํธอ บางทีอาจจะเป็นความคิดอันซับซ้อนและนิยามความรักในแบบฉบับเฉพาะของตัวเองมากจนเกินไป แต่ยังไงก็ตาม.. ยังคงรอคอยหนุ่มๆ เข้ามาสัมผัสและค้นหานะคะ และหนุ่มๆ ที่มีความเข้าใจ หรือมีทัศนคติ ความคิดที่ตรงกับตัวเธอ… นั่นเอง จะเป็นคนที่ใช่ และเหมาะสมกับเํธอแต่เพียงผู้เดียวค่ะ

พอจะสรุปได้ยังว่า… ตัวเองสวยเหมือนดอกกุหลาบสีไหนกัน แต่จะสีไหนก็ตาม ความเป็นจริงแล้ว ดอกกุหลาบสวยทุกดอก ไม่ว่าจะสีสันไหน เพราะทุกดอกมีความสวยงามเป็นของตนเอง นั่นเอง… ที่ทำให้โลกเราน่าพิสมัยขึ้น และที่ำสำคัญ ล่อเหล่ามวลหมู่ภมรเข้ามารุมดอมดมนะคะ…
ขอปิดท้ายด้วยภาพสวยๆ ของดอกกุหลาบ แหม น่าเสียดายที่ส่งกลิ่นหอมๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ได้นะคะ



a>i





 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 14:24:29 น.
Counter : 17983 Pageviews.  

1  2  

Tree Rose
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




free counters
Friends' blogs
[Add Tree Rose's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.