Image Hosted by CompGamer Image Host
Group Blog
 
All blogs
 

Diet Day 46 โดนหลอก ขอพักก่อน


Diet Day 46 ชั่งนน.59.5 กก. ขับถ่ายปกติ นน.ไม่ขยับมานานแล้วต้องทำการกระชับนน.ซะแล้ว งดแป้งแต่วันนี้ยังก่อน กล้วยไม่สุก หิวๆ ตาลาย
เช้า ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น ไม่ได้กินกล้วยหอม เพราะว่ามันยังไม่สุก เขียวเชียวคุณแฟนซื้อมาจากเพชรบุรี หวีละ 25 ฿เอง ในกทม 50฿ จะเอากำไรมากไปไหน
เที่ยง ข้าว 3 คำ ผัดกระเพราตับไก่ น้ำส้ม 1 แก้ว
ว่างบ่าย ลองกอง 7 ลูก ยำหมูยอ
เย็น ปอเปี๊ยะสดเวียดนาม
วันนี้เซ้งจิต โดนหลอกเงิน และให้ทำอาหารรวมๆเกือบหมื่น เบื่อๆอาจพักบล็อก่อนนะค่ะ มันช้ำใจไม่อาจจะทำอะไรเลย ขอไปทำใจและตั้งหลักก่อน เสียศูนย์ เศร้า
เรื่องที่ทำให้เศร้าใจ....ลองอ่านดูคะ ก็คิดว่าฟาดเคราะห์ไป ได้คิดปลอบใจตัวเอง ว่าเสียแค่นี้ ต่อไปก็ได้มากกว่านี้100000 เท่า
อาหารที่ทำไว้แล้วเค้าไม่มากินมันมากมาย







 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 14:17:36 น.
Counter : 384 Pageviews.  

Diet Day 45 เมนูอาหารห้ามรับประทานขณะท้องว่าง


Diet Day 37 ชั่งนน.59.5 กก. ขับถ่ายปกติ
เช้า วันนี้ยุ่งแต่เช้า ฝนก็ตก ไม่มีตกถึงท้องเลย เปิดทำงานวันแรกหลังจากหยุดหลายวัน
เที่ยง ข้าว 1 ถ้วย คั่วกลิ้ง 1 ถุง ผักสด 1 จานใหญ่
ว่างบ่าย
เย็น

เมนูห้ามรับประทานขณะท้องว่าง
ก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ เพราะบางทีอาหารที่เราทานลงไปทั้งๆ ที่มีประโยชน์แต่ไม่ถูกเวลา ก็อาจส่งผลเสียบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง

นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสาร
ประเภทแป้งอยู่

เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะ
ท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง
และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะมือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไป
รวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุ
แมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไปเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด
หัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก
การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ

นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายใน
ขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย อย่าลืมสิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็
อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน ถ้าคุณปฏิบัติอย่างผิดวิธี





 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 14:49:16 น.
Counter : 291 Pageviews.  

Diet Day 44 10 อาหารอันตราย ที่ไม่คาดคิด


Diet Day 44 ชั่งนน.59.5 กก. ขับถ่ายปกติ
เช้า กล้วยหอม 1 ผล น้ำเปล่า 2แก้ว
เที่ยง บะหมี่หยก 1 ถ้วย
ว่างบ่าย นมหมี1 กระป๋อง น้อยหน่า 3 ผล
เย็น กุ้งเทมปุระ 4 ตัว ต้มยำหัวปลี 1 ถ้วยเล็ก ไส้กรอกอีสาน 2 ชิ้น อิ่มมาก กินเยอะอีกแล้ววันนี้



10 อาหารอันตราย ที่ไม่คาดคิด
อาหารที่ คุณรับประทานในชีวิตประจำวัน บางทีคุณอาจไม่คิดว่า มันมีอันตรายร้ายแรงขนาดปลิดชีพคุณได้ เพราะสามารถหาซื้อทานได้ตามท้องตลาด ทั่วไป วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จึงรวบรวมผลการศึกษาวิจัยจาก สถาบันกุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับอาหารที่เป็นภัยต่อร่างกาย มากที่สุด และอาจร้ายแรงถึงชีวิต จำนวน 10 ชนิด ดังต่อไปนี้...


อันดับ 1 : "ฮอทดอก"
สถาบัน กุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา ระบุว่า อาหารชนิดนี้ส่งผลอันตรายทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ เพราะ เนื้อที่นำมาผลิตมักมีคุณภาพต่ำ หรือเป็นการนำเศษเนื้อที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์มาบดและทำเป็นไส้กรอก จากรายงานบอกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี มักเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเมื่อ บริโภคอาหารประเภทดังกล่าว สำหรับสาเหตุที่อยู่ในรายการอาหารที่ อันตรายที่สุดเป็นเพราะ ฮอทดอกเป็นอาหารที่นิยมรับประทานในชีวิต ประจำวันมากที่สุด โดยปราศจากการหลีกเลี่ยง หรือคำนึงถึงอันตรายที่แฝงอยู่

อันดับ 2 : "ปลาปักเป้า"
เสิร์ฟโดยการแร่เป็นชิ้นบาง ๆ โดยเชฟมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ ปลาปักเป้านับเป็นอาหารจานหรู แต่มีพิษร้ายแรง ที่ชื่อว่า สารเตโตรโดทอกซิน (Tetrodotoxin) คร่าชีวิตนักชิมมากกว่าสารไซยาไนด์ หรือสารหนู (Cyanide)ในปลาปักเป้า 1 ตัวจะมีต่อมพิษอยู่ 1 ต่อม มีขนาดเล็กกว่าหัวเข็ม ผู้ที่สามารถเสิร์ฟอาหารจานนี้ได้ ต้องฝึกฝนและเรียนรู้นานกว่า 3 ปี เพราะพิษในปลาเพียง 1 ตัว สามารถปลิดชีพมนุษย์ได้มากถึง 30 คน ด้วยความประณีตและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนจึงทำให้ปลาปักเป้ามีมูลค่า แพงราว 200 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6,500 บาท) ต่อจาน แต่อย่างไรก็ตามนักกินในประเทศญี่ปุ่นยังคงนิ ยมสั่งปลาปักเป้ามารับประทาน มากกว่า 10,000 ตัน ต่อปี และมีมากกว่า 40 สายพันธุ์ให้เลือกลิ้มรส

อันดับ 3 : "ผลแอคกี
ผล แอคกี (Ackee) แต่เดิมเป็นผลไม้ พื้นเมืองบริเวณพื้นที่แถบแอฟริกาตะวันตก แต่กลายมาเป็นผลไม้ประจำชาติจา ไมก้า ราวปี 1788 สำหรับผู้ไม่รู้วิธีรับประทาน ผลแอคกีที่ถูกต้อง อาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียร และอาจร้ายแรงถึงแก่ชีวิต ทั้งนี้ผลแอคกีดิบมีสารพิษที่ชื่อว่า Hypoglycin แฝงอยู่ ดังนั้นหากจะนำมารับประทานต้องรอให้ผลสุกจนกลายเป็น สีแดง และผลิออกจนเห็นเม็ดในสีดำเองตามธรรมชาติเสียก่อน สำหรับการรับประทานนั้น ชาวจาไมก้ามักทานเคียงกับปลาคอต

อันดับ 4 : "ถั่วลิสง
สมาคมโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มักมีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานถั่วลิสง เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ถั่ว ซึ่งปัจุจบันมีตัวเลขผู้มีอาการแพ้ถั่วเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่นับว่ายังไม่สูงมาก คิดเป็นเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด อย่างไรก็ตามจำนวนเด็กเสียชีวิตด้วยโรค แพ้ถั่ว เพิ่มขึ้นระหว่าง ปี 1997 -2002 ราว 2 เท่า

อันดับ 5 : "ผักใบเขียว
เป็นที่น่าตกใจ เมื่ออาหารจำพวกผักใบเขียว ที่แลดูเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจะตกอยู่ในแบล็กลิสต์ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปี 2009 ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ สาธารณะ ระบุชื่อผักใบเขียวทั้งหลาย อาทิ ผักโขม ผักสลัด กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง และผักคะน้า ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งเมื่อปีที่ผานมาในสหรัฐฯ มีผู้ป่วยจากผักดังกล่าว 240 กรณี ซึ่งส่วนใหญ่รับประทานอาหารตามร้าน หรือภัตตาคาร ส่วนการติดเชื้อเชื่อว่าเกิดจากการละเลยความสะอาด ทั้งความสะอาดของมือผู้ปรุงอาหาร และความสะอาดของผักที่ล้าง โดยเชื้อโรคส่วนใหญ่ที่มากับผักชนิดดังกล่าว คือ ไวรัสไนโร ซึ่งติดมากับผักเมื่อได้รับการสัมผัสจากสัตว์ป่า หรือน้ำที่ไม่สะอาด

อันดับ 6 : "รูบาร์บ
แม้จะมีงานวิจัยเผยว่า รูบาร์บช่วยต้านมะเร็งได้ แต่จากประวัติศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ใบขนาดใหญ่ของรูบาร์บนั้นมีพิษถึง ชีวิต แม้จะรับประทานแบบดิบหรือนำมาปรุงจนสุกก็ตาม แต่ทั้งนี้ส่วนที่สามารถนำมารับประทานได้นั้นคือบริเวณก้านของรูบาร์บ
"
อันดับ 7 : "ทูน่า
แทบไม่คาดคิดเมื่อปลาตัว เล็กตัวน้อยจำพวกทูน่า อาหารยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งในสังคมปัจจุบัน จะถูกประกาศเป็นอาหารสุดยอดอันตราย ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตือนสตรีมีครรภ์ และเด็ก ให้หลีกเลี่ยง หรือรับประทานในปริมาณแต่น้อย เนื่องจากทูน่า คือปลาตัวเล็กหลากหลายสายพันธุ์ และมีปริมาณสารปรอทสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการคลอดบุตรสำหรับคุณแม่มีครรภ์ และอาจทำลายระบบประสาทสำหรับเด็กที่กำลังมีพัฒนาการ

"
อันดับ 8 : "มันสำปะหลัง

มัน สำปะหลัง มักถูกนำมาผลิตในอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่พืชชนิดนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรง หากมีวิธีและขั้นตอนการเตรียมที่ไม่ถ ูกต้อง ทั้งนี้ในมันสำปะหลังยังมีสารไซยาไนด์แฝงอยู่ ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลถึงชีวิตเช่นกัน อย่างไรก็ดี ขนมที่ทำจากมันสำปะหลัง และได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ พุดดิ้ง กระทั่งกลุ่มมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งสหรัฐฯ ออกโรงเตือนประชาชนที่อ่อนไหวง่ายต่อยางของพืช ให้เลี่ยงไปรับประทานของทานเล่นประเภทอื่นแทน

อันดับ 9 : "กาแฟ
นอก เหนือจาก ความเป็นไปได้ของอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หรือใจสั่น ปัญหาด้านการนอนหลับ และปัญหาฟันเหลือง จากการดื่มกาแฟเป็นประจำสม่ำเสมอ กาแฟยังสร้างปัญหาต่อร่างกายได้ เมื่อความร้อนเกินมาตรฐาน โดยกาแฟสามารถกร่อนผิวหนังได้เป็นอย่างดี อาจดูเหมือนเรื่องตลก ตัวอย่าเกิดขึ้นเมื่อปี 1992 ที่ร้านฟาสฟู้ดชื่อดัง McDonald เมื่อคุณยายวัย 79 ปี ดื่มกาแฟความร้อนจัดราว 170 องศา ทำให้ทวารของคุณยายถูกทำลาย จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เป็นมูลค่า 2.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับแต่นั้นเป็นต้นมา McDonald จึงมีมาตรการจำกัดอุณหภูมิของกาแฟไม่ให้สูงเกินความ เหมาะสม


อันดับ 10 : "เห็ด
อาจเป็นที่น่ากังขา ว่าเห็ดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้จริง หรือไม่ นอกจากทำให้เกิดอาการทางประสาท หรือประสาทหลอน แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ "ใช่" เห็ดสามารถปลิดชีพได้ เช่นเห็ดระโงกหิน (Death Cap) และ เห็ดไข่เป็ด (Destroying Angel) ที่มีพิษร้ายแรง แม้จะมีข่าวอยู่บ่อยครั้งว่า เสียชีวิตเพราะทานเห็ด แต่ทุกวันนี้ยังคงมีคนนิยมเก็บเห็ดตามป่ามาปรุง อาหาร โดยไม่ทราบว่า มีพิษหรือไม่ ดังนั้นการเลี่ยงรับประทานเห็ดที่ หน้าตาไม่คุ้นชิน หรือไม่รู้จักจึงปลอดภัยที่สุด




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2553 18:43:30 น.
Counter : 708 Pageviews.  

Diet Day 43 มาลดนน.กันต่อนะ หลังจากแอบไปเที่ยวมา

สวัสดีจ๊ะ เพื่อนๆชาวDiet หยุดบล็อกไปงานแต่งเพื่อนที่ชัยภูมิ 2 วัน กลับมาแล้วคิดถึงทุกคนจังเลย เมื่อยทั้งตัวเลย เนื่องจากไม่ได้นั่งรถไกลๆมานาน
ไปชัยภูมิ กดชมได้จ๊ะ


ไปงานแต่งเพื่อนมาใครก็ทักว่าผอมลง ไม่เห็นอ้วนเลย เพราะว่ามีนังเพื่อนตัวดีมาเห็นตอนอ้วยระยะสุดท้าย อืดสุดๆแถมตาบวม ไปปล่อยข่าว ใครๆก็เลยทักว่าไม่อ้วน แถมสวยคงกระพันไม่แก่แฮ่ๆ ชมตัวเอง ซะยืดยาว คิดว่าถ้าน้ำหนัก 55 กก.เมื่อไหร่จะโชว์ตัวค่ะ เป็นกำลังใจให้กอล์ฟนะคะ
หลังจากพักบล็อกมา 2 วัน มาต่อกันนะ
Diet Day 41 ชั่งนน.ไม่ได้ชั่ง. แปลกที่เลยท้องผูก แงๆ
เช้า น้ำผลไม้ 1 กล่อง
เที่ยง โต๊ะจีน ฮ่าๆๆ สารพัด นะๆหลุดหนึ่งวัน
บ่าย ตำผลไม้ ไอศครีม 2 แท่ง
เย็น ฟุตลอง 1/2 ชิ้น ยำแหนมสด 3 คำ
Diet Day 42 ชั่งนน.59 กก. ขับถ่ายปกติ
เช้า กล้วยหอม 1 ผล น้ำ 3 แก้ว
เที่ยง ไส้กรอกอีสาน ข้าวเหนียว 1 ก้อน
เย็น ขนมจีนน้ำยาป่า น้ำปั่น 1 แก้ว
Diet day 43 ชั่ง นน. 60 kg ขึ้นง่ะ พิษสงของโต๊ะจีนกับข้าวเหนียว นี่มันร้ายกาจจริงๆนะ อย่าได้ไปยุ่งกับมันอีก รู้แต่ก็หลุดเรื่อยไป เอาใหม่เนอะ ขับถ่ายปกติ
เช้า กล้วยหอม 1 ผล น้ำ 2แก้ว
เที่ยง เกาเหลาหมูน้ำตก ซูซิ 1 ชิ้น
เย็น ซูซิ 9 ชิ้น อิ่มเหลือเกินซ้าน คือว่าที่ต้องกินมากมายขนาดนี้ก็เพราะว่าซื้อมา10ชิ้นมาเผื่อคุณแฟน แต่คุณแฟนกินเจเมื่อวานวันพระเราก็เลยฟาดเรียบ เสียดายของ กินไปจิกหัวตัวเองไปเพราะว่า วาซาบิมันจี๊ดขึ้นสมอง โล่งมันส์ดี ไปกินที่ร้านทำแบบนี้ไม่ได้เค้าจะว่าเสียเส้น( เราก็กินเจเหมือนกัน เจแปนง่ะ)

ไม่ได้เข้าบล็อกสองวัน เค้ามีแก๊งค์ลิงจ๋อกัน เลยอดเข้าแก๊งค์เลย มัวแต่ไปเที่ยว ขอแอบดูอยู่ห่างๆแบบห่วงๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ JooB JooB




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2553 11:05:09 น.
Counter : 203 Pageviews.  

Diet Day 40 ไปชัยภูมิ เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับมา


Diet Day 40 ชั่งนน.59.5 กก. ขับถ่ายปกติ
เช้า กล้วยหอม 1 ผล น้ำเปล่า 2 แก้ว
เที่ยง ปลาดอลี่ซอสมะนาว



ว่างบ่าย อิ่มไม่กิน
เย็น กะว่าจะไปกิน เกาเหลาโฟบางรักเจ้าอร่อย เพื่อนนัดขึ้นรถแถวนั้น
วันนี้ต้องไปงานแต่งเพื่อนที่ทำงาน เค้าแต่งที่ชัยภูมิ เดินทางตอนเย็น ตอนแรกเราว่าจะไม่ไป กลัวฝนตก รถติดไม่ชอบ แต่ก็ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหวก็เลยไป ก่อนไปยังไม่วายเช็คดวงก่อน ปลอยภัยไร้กังวล อาจจะได้ไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวด้วย เดี๋ยวจะเอารูปมาฝากค่ะ ฝาก Blog ด้วยนะคะทุกคน




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2553 12:39:04 น.
Counter : 282 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

Tree Rose
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




free counters
Friends' blogs
[Add Tree Rose's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.