treehouse: The house of love (ha ha)
Group Blog
 
All blogs
 

Heaven on earth: ธรรมะของพระพุทธเจ้า ..ไม่เนิ่นช้า ท่าน ก เขาสวนหลวง หลวงปู่ดุลย์ อาจารย์ปราโมทย์













In your arm, I feel safe
In your arm, whatever line ahead
Feeling safe,
Like heaven on earth




ในเวลาที่เหนื่อย
ได้นอนคุยกับใครซักคน
(ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ เพื่อน แฟน หรือใครที่เรารัก)
และฟังธรรมะ
จะเติมพลังได้อย่างแรง..
(ไม่เชื่อ ลอง... )


























ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เนิ่นช้า....
ให้ผลได้ในปัจจุบัน




พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
เรื่อง" หัวใจพระอภิธรรม "
http://www.dhamaforlife.com/vcd/clip_01.htm







ปฏิบัติธรรมแล้วมีความสุข เปลี่ยนคนได้

พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช
วันที่ 17 ตุลาคม 2551

เจริญพรโยม มีความสุขดีมั้ย ชาวพุทธมีบุญนะ ชาวพุทธเป็นคนมีบุญ เรารู้ว่าอะไรเป็นสาระแก่นสารของชีวิต อะไรเป็นสาระ อะไรไม่ใช่สาระ อะไรมีประโยชน์ อะไรไม่มีประโยชน์ อะไรอยู่ในลู่ในทาง อะไรออกนอกลู่นอกทาง ชาวพุทธที่ดีจะรู้สิ่งเหล่านี้แล้ว เราจะไม่ได้มีชีวิตแบบตามยถากรรม คนซึ่งไม่มีหลักทางจิตใจเหมือนมีชีวิตตามยถากรรม อยู่ไปวันๆ หนึ่ง เกิดมาก็โตไปกินข้าวก็โตไปตามยถากรรม เรียนหนังสือตามยถากรรม ออกมาทำงานมีครอบครัวมีลูกมีเมียแย่งชิงกันไปแล้วก็แก่ไปตายไปตามยถากรรม ไม่มีอะไรในชีวิต ไร้สาระ

พวกเราได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน เรารู้ว่าอะไรเป็นสาระเป็นแก่นสาร ทุกคนเกิดมาเรามีเป้าหมายในชีวิต เรารู้ว่าเราเกิดมาทำไม เรารู้กระทั่งว่าทำไมเราถึงเกิดมา รู้ลึกซึ้งนะ หลวงพ่อคราวหนึ่งไปนั่งอยู่กับหลวงปู่เทสก์


มีผู้หญิงคนหนึ่งสงสัยชีวิตจะมีความทุกข์มาก


ร้องไห้โฮมาหาหลวงปู่

“หลวงปู่ทำไมหนูต้องเกิดมา”


“เพราะไม่รู้”


“ทำไมหนูต้องเกิดมา”


“เพราะไม่รู้”



“หลวงปู่ไม่รู้แล้วใครจะรู้”(เสียงผู้ฟังหัวเราะ)



"ความจริงท่านตอบให้เรียบร้อยแล้วนะ"

(ท่านเฉลยคำตอบ)






"เพราะความไม่รู้ จึงเกิดมา"

"เกิดอะไร เกิดทุกข์นั่นแหละ"





คนไหนความจำดีๆ
เกิดระลึกชาติได้แล้วจะรู้สึกเลยว่า
ชาติไหนที่ไม่ได้เจอพระพุทธศาสนาชีวิตมันวังเวง

มันรู้สึกวังเวงนะ

มันไม่ได้ชั่ว จะชั่วจะดีแต่ละคนก็อบรมของตัวเองมา ชาติใดไม่ได้เจอพระพุทธศาสนามันรู้สึกวังเวง ไม่รู้อยู่ไปทำอะไร




ทำคุณงามความดีไปนั่นแหละแต่ไม่รู้เป้าหมายของชีวิต




พระพุทธเจ้าสอนเราให้เรารู้เป้าหมายของชีวิตเราคืออะไร บางคนถามเกิดมาทำไป เกิดมาทำไมก็ช่างเถิดนะ



แต่ว่าทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตที่จะต้องพัฒนาจิตใจของตัวเองไปสู่ความพ้นทุกข์ให้ได้ เราต้องมีชีวิตที่อมอยู่กับความทุกข์เหมือนคนอมโรค เรื่องอะไรเราต้องทำอย่างนั้น



เราสามารถมีชีวิตที่มีความสุขได้

คนไหนได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า จะได้รับประโยชน์ได้รับความสุข พระพุทธเจ้าเวลาท่านจะส่งสาวกไปเผยแพร่พระศาสนา ท่านก็บอกพระสาวกมอบหมายหน้าที่ให้




บอกว่าให้ไปประกาศธรรมะที่งามในเบื้องต้น ในท่ามกลาง ในที่สุด
เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของมหาชนจำนวนมาก
สิ่งที่จะได้จากการฟังธรรมนะ คือประโยชน์คือความสุข
ประโยชน์หมายถึงว่าอะไร



คือต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น
แล้วก็ไม่ใช่มีชีวิตที่ดีขึ้นแบบเป็นทุกข์ด้วยต้องมีความสุข












จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 ไปเจอหลวงปู่ดูลย์
หลวงปู่ดูลย์สอนให้ดูจิตตัวเอง
ตั้งแต่นั้นมาหลวงพ่อก็คอยรู้จิตตัวเองเรื่อยๆ



จิตใจจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวคอยรู้คอยดูของเราไปเรื่อยๆ

มันเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างรวดเร็วเลย









การที่เรามีสติขึ้นมามีใจตั้งมั่นขึ้นมาไม่ไหลตามอารมณ์ไป


เราจะเกิดปัญญา


เห็นว่าสภาวะธรรมทั้งหลายไม่เที่ยงเป็นทุกข์
มันไม่ใช่ตัวเรา เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก

วันหนึ่งปัญญามันก็แจ้งขึ้นมาว่ากายนี้ไม่ใช่ตัวเรา
เพราะสิ่งที่เรียกว่าตัวเราจริง ๆ คือสภาวะธรรมทั้งหลาย ทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรมนั่นเอง แยกสิ่งที่เรียกว่าตัวเราออกมา เป็นรูปธรรมเป็นนามธรรม รูปธรรมนามธรรมทั้งหลายทั้งปวงก็แค่สภาวะเท่านั้นเอง ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ดูอย่างนี้นะแล้วจะพ้นทุกข์









........................................





เราคอยรู้สิ่งเหล่านี้ไป
ค่อย ๆ ปลดตัวเอง

หลุดออกไปคล้าย ๆ ขอนไม้ลอยน้ำ


โดยธรรมชิตนะมันลอยไปในแม่น้ำลำธาร


เดี๋ยวก็ติดทางโน้นติดทางนี้
ถ้ามันติดอยู่นานมันก็เน่าเปื่อยจมอยู่ตรงนั้นแหละ

เรารู้ทันว่ามันติดเหมือนเราพายเรือ
เรือไปติดอยู่ฝั่งนี้มันก็ถอยออกมานิดนึง


เข้าล่องน้ำแล้วไปต่อ ค่อย ๆ ฝึกไป


ถ้าใจของเรามีสัมมาทิฐิ
เราจะโน้มน้อม
ไปสู่นิพพานโดยอัตโนมัติ


เราก็คอยสังเกตว่าเราติดอะไรอยู่รึเปล่า


ค่อย ๆ ดูไปนะไม่ได้ยากหรอก เรียนกับหลวงพ่อใช้เวลาไม่นานหรอก แล้วจะเข้าใจธรรมะด้วยตัวของเราเอง
รู้เลยว่าพระพุทธเจ้าสอนแต่ของจริง
อ่านฉบับสมบรูณ์ที่ ( http://larndham.net/index.php?showtopic=33641 หรือ CD ธรรมะพระอาจารย์ปราโมทย์ที่แผ่น 23 หรือดูทั้งหมดที่บล๊อกสืบค้น
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=treehousedream&date=07-09-2008&group=22&gblog=93 ค่ะ)
















วิธีการปฎิบัตธรรม
หลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชโช








แผ่นที่ 19 : วันพฤหัสที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐(๒)
http://www.fungdham.com/sound/pramote-19.html






















.............


.................................. ...........







ปล. เนื้อหา กับรูป
อาจไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่
มีความตั้งใจอยากเผยแพร่ธรรมะ
ผิดพลาดขอภัยก๊าบ







 

Create Date : 22 มกราคม 2552    
Last Update : 23 มกราคม 2552 8:31:32 น.
Counter : 1626 Pageviews.  

Eradicating, peak , rejuvenizing ...this...






"http://cdbaby.com/mp3lofi/hauck-01.m3u"="true"loop="0"hidden="true







Eradicating, revolutionizing
Spring, summer, night
White snow, hot echo in motion sunmmer
It is all coming back
Visiting what I lack
Rejuvenizing, pink, happy, Alive!!!
Jesus christ! it is all coming back
and I like





Too erudicated to be brothered
Too introjected to be penitrated
In any case
For a human world the feeling of the best




This is when we touch each other
it is fun
Time past so sudden
And all the way it is all harness and stun!



ความรู้สึก ปลดปล่อย เป็นสุข อิสระ
ละวาง อยู่ในเวลานั้น
หรรษา..






Because I don't expecting
The love come as "a surpising"
Things you said
Something in your twingle eyes
Make my feeling shine and very much obliged




















So what if life is full of "hanging"
So life is full of "things"










That is " being "








ปีใหม่ที่ผ่านมามีทั้งเรื่องดีและ(ข่าว)ไม่ดี
เรื่องร้ายก็เก็บไว้เตือนสติ
(หาก)ได้ไป(เที่ยว) หรือทำอะไร
พบปะ เรื่องราว ญาติ กัลยามิตร
ที่ทำให้เรามีความสุข
ก็เก็บไว้ เป็นความประทับใจนะคะ


Happy new year 2009










 

Create Date : 03 มกราคม 2552    
Last Update : 5 มกราคม 2552 22:58:28 น.
Counter : 852 Pageviews.  

มาโด๊บกัน... อิอิ... Flexibity is a key, gentleness is never out of league..








มาโด๊บ(ธรรมะ)กัน




Be gentle, ,my dear...
Always.. be gentle...
Everything's clear as a water
Ever transparent as a white evaperating sky
Always gentle, and kind ..
That will never die, that will always be true





Remember...Pay attention
This part is very important
IT is niether-non
Or either-or
It is the art of perception
It is the art of perception
In the nut-shell illusion









From true heart








Don't said thing that deep down from ego
Said it ...when you're really sure
It is come from true heart

































Sending some love to you
A part of me that ever be true...
Sending some love, as unbinding rule..
As part of one true, you and me...








รายการโอเปร่าวินฟรี่

คุณหมอท่านหนึ่ง กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า
มีคนถามว่า "พระเจ้าอยู่ที่ไหน?"

ท่านตอบว่า มีอยู่ในทุกที่
เราเปรียบเสมือน ภูเขาน้ำแข็งในทะเล
ภูเขาน้ำแข็ง จะละเลยน้ำได้ ด้วยความร้อน
คนเรา จะละลายเป็นรวมเป็นหนึ่งเดียว
ด้วยความรัก
น้ำทะล ระเหย กลายเป็นไอน้ำ
ไอน้ำ เปรียบประหนึ่งพระเจ้า
ดังนั้น การเปลี่ยนรูปของสิ่งต่างๆ
ภูเขาน้ำแข็ง น้ำ ไอ
แท้จริงแล้วล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน
หรือ ที่ในทางพุทธศาสนา เรียกว่า "อิทัปปัจจยตา" ..








เติมความว่างให้จิตบ้าง (พระไพศาล วิสาโล)




เติมความว่างให้จิตบ้าง (พระไพศาล วิสาโล)



ไม่มีวันไหนที่เราจะเว้นว่างจากความคิด
ความคิดติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง
จึงนับว่าใกล้ชิดสนิทกับเรายิ่งกว่าเงาเสียอีก
เพราะแม้แต่ยามค่ำคืนเดือนมืด ความคิดก็มิได้หายไปไหน
ถึงตาจะมองอะไรไม่เห็น หูไม่ได้ยิน จมูกไม่ได้กลิ่น
แต่ความคิดก็ยังคอยช่วย
เราคาดเดาว่า มีสิงสาราสัตว์หรือภยันตรายอยู่รอบตัวเราหรือไม่



แต่ถ้าจะบอกว่าความคิดเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ของเรา ก็คงไม่ได้
บ่อยครั้งความคิดแทนที่จะคอยติดตามเรา
กลับชักลากเราไปไหนต่อ ไหนตามใจมัน จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เราเครียดก็เพราะห้ามความคิดไม่ได้มิใช่หรือ
รู้ทั้งรู้ว่า ความโกรธนั้นไม่ดี
แต่ใจก็คอยคิดแต่เรื่องที่ทำให้เราโกรธอยู่นั่นแหล่ะ

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ และยิ่งโกรธก็ยิ่งคิด
สลัดความคิดไปไม่ได้สักที
ราวกับว่า เจ้าตัวความคิดคอยบัญชาเรา
ให้เวียนกลับไปหาเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่ามันจะพอใจ
แต่มันก็ไม่เคยพอใจสักที
ต่อเมื่อเจอฤทธิ์ยานอนหลับนั่นแหล่ะ จึงสงบลงได้




ถ้าชีวิตนี้ เรามีอำนาจที่จะควบคุมอะไรได้สักอย่างหนึ่ง
เราคงอยากมีอำนาจควบคุมความคิดกันทั้งนั้น
แต่เป็นเพราะควบคุมความคิดไม่ได้
เราจึงอยู่อย่างสุขๆ ทุกข์ๆ ขึ้นๆ ลงๆ หาความสงบใจไม่ได้
อยู่ว่างเมื่อไร เป็นต้องกระสับกระส่ายเมื่อนั้น
คนสมัยนี้ พอถึงวันเสาร์วันอาทิตย์ ต้องหาเรื่องออกไปช็อปปิ้ง
เพื่อ "ความสบายใจ"
ด้วยเหตุนี้เองศูนย์การค้า จึงกลายเป็นวัดสมัยใหม่ของคนยุคนี้ไปแล้ว
อย่างเต็มภาคภูมิ แต่เราจะขลุกอยู่ในศูนย์การค้าได้นานสักเท่าใดกัน
พอเบื่อแล้วก็ต้องแล่นไปที่อื่นต่อ
อย่างน้อยไปเที่ยวบ้านเพื่อนก็ยังดี โรงหนังก็ยังได้



แต่แล้วในที่สุดก็ต้องกลับบ้าน
เพื่อจะต้องมาเจอความหงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะไม่รู้จะทำอะไรดี
เลยต้องเอาเวลาว่างมา "ฆ่า" ด้วยการ
เฝ้าหน้าจอโทรทัศน์
หรือไม่ก็หาเรื่องคุยโทรศัพท์กับเพื่อนคนโน้นคนนี้
แต่ทั้งหมดนี้อาจจะเชย หรือดูเป็นเด็กๆ ไปแล้วก็ได้
สู้ไปเที่ยวเธคเที่ยวผับไม่ได้



แต่ไม่ว่าจะหาเรื่องหลบไปไหนต่อไหน
ในที่สุดเราก็ต้องกลับมาอยู่กับตัวเองจนได้
ทีนี้แหล่ะเจ้าตัวความคิดก็จะมาก่อกวนเราอีก
พาเราลู่ถูลู่กังไปกับอารมณ์ร้อยแปด
เรื่องสุขนั้นน้อย เรื่องทุกข์สิมาก
และแล้วเราก็ต้องหาเรื่องหนีจากตัวเอง
หลบจากความคิด ไปขลุกอยู่กับอะไรก็ได้ที่ทำให้เราลืมตัวเอง
หรือสะกดความฟุ้งซ่านให้สงบลง



ความคิดนั้นเราปรุงมันขึ้นมาเอง
แต่แล้วเราก็กลับพาตัวเข้าไปอยู่ในอำนาจของมัน
ทั้งๆที่อาจจะรู้อยู่แก่ใจว่า ความคิดทำให้เราทุกข์ได้ไม่น้อย
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องคอยพึ่งมัน
จะขึ้นรถลงเรือ จะกินจะนอน ก็ต้องอาศัยความคิดมาช่วยกำกับ
เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหูแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจ
ต้องเอาความคิดมาสำรวจตรวจสอบอีก
เราอยู่กับความคิดจนกระทั่งไม่แน่ใจว่า
เมื่อใดที่จิตว่างจากความคิดแล้ว เราจะอยู่อย่างไร
คงจะรู้สึกเวิ้งว้างล่องลอย ไร้ที่ยึดเกาะปานนั้นเลยทีเดียว



ความคิดนั้นมีคุณอย่างไร ?
เห็นได้ไม่ยาก แต่ขณะเดียวกันมันก็มีโทษด้วย
และโทษของความคิดเกิดขึ้นได้
สาเหตุสำคัญก็เพราะเราคิดมากเกินไป
การคิดในทุกเรื่องนั้นยังพอทำเนา
(แม้ว่าในความเป็นจริง มีเรื่องที่เราไม่ค่อยได้คิดเท่าไร)
แต่การคิดในแทบทุกที่ทุกเวลานี้สิเป็นตัวปัญหา
เรามักไม่ตระหนักว่าการคิดเรื่อยเปื่อย
เป็นการสร้างอำนาจให้แก่ความคิดในทางที่ผิด
ยิ่งปล่อยใจไปตามความคิดมากเท่าไร
ความคิดก็ยิ่งเติบใหญ่มีพลังมากเท่านั้น
จนในที่สุดเราคุมมันไม่อยู่
เปรียบดังกองไฟที่เราปล่อยให้ลามไปเรื่อยๆ
ทีแรกอาจเป็นเพียงแค่สะเก็ดไป แต่ถ้าได้เชื้อไม่หยุด
ไม่ช้าก็เร็วมันก็จะกลายเป็นกองเพลิงท่วมหัวเกินกว่าจะดับได้




วันแล้ววันเล่าที่เราเติมเชื้อเติมฟืน ให้แก่ความคิด
โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยการคิดอย่างเรื่อยเปื่อย
แต่ที่หนักกว่านั้น ก็คือ การหลงเข้าใจไปว่า ยิ่งคิดยิ่งดี
อยู่ว่างเมื่อไรจะต้องหาเรื่องคิด
เพราะถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ยุคนี้เป็นยุคที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าอะไรก็ตาม
จะปล่อยไว้ "เปล่าๆ" ไม่ได้ ถือว่าไร้ประโยชน์
เพราะฉะนั้นถ้ามีป่า ก็ต้องตัดเอาไม้มาขาย
หรือไม่ก็ถางเตียนเพื่อ"พัฒนา"ที่ดิน
ในทำนองเดียวกัน สมองหรือจิตใจจะปล่อยไว้เปล่าๆ หาได้ไม่
ระหว่างที่อาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว นั่งรถ ฯลฯ
จะต้องคิดเรื่องงานเรื่องการ วางแผนสารพัดไปด้วย
ถึงจะเรียกว่าเป็นการใช้เวลาให้เป็น "ประโยชน์"
หรือที่สมัยใหม่เรียกว่า การบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
แต่หารู้ไม่ว่า นี่เป็นการสร้างนิสัยที่บั่นทอนตนเอง
เครื่องยนต์ยิ่งเร่งเท่าไร นอกจากจะเสื่อมเร็วแล้ว ยังหยุดยากอีกด้วย

เป็นเพราะเหตุนี้มิใช่หรือ
คนจำนวนไม่น้อยจึงต้องพึ่งยานอนหลับ เพราะหยุดความคิดไม่ได้



จิตที่มีประสิทธิภาพ มิได้หมายถึงจิตที่อัดแน่นไปด้วยความคิด
หรือมีเรื่องครุ่นคิดเต็มไปหมด
ตรงกันข้ามจิตที่ทรงประสิทธิภาพ คือ จิตที่รู้จักว่างจากความคิด
ด้วยการใช้จิตแต่เพียงด้านเดียว
คือ ด้านที่เอาแต่คิดกลับจะเป็นการบั่นทอนคุณภาพจิตเสียด้วยซ้ำ
เรามักเห็นประโยชน์แต่ความมี ความเต็ม
ดังนั้นเราจึงมักหาเรื่องคิด เพื่อจิตจะได้เต็ม ไม่โหรงเหรง
แต่ประโยชน์ของความว่าง เรากลับมองไม่เห็น
ทั้งๆที่ความว่างสำคัญพอๆกับความเต็ม
ลองนึกถึงบ้านที่มีข้าวของอัดแน่นเต็มไปหมด จะน่าอยู่หรือไม่
เก้าอี้จะมีประโยชน์ต่อเมื่อมันว่าง
เช่นเดียวกับหน้าต่าง ล้อรถ แม้แต่เสียงดนตรี
ถ้าตัวโน้ตเรียงติดต่อกันเป็นพืด
ไม่เว้นจังหวะหรือช่องว่างเลย จะไพเราะอะไร



เราควรรู้จักทำจิตให้ว่างจากความคิดบ้าง
ความสงบใจเป็นประโยชน์ข้อหนึ่ง ที่แลเห็นได้ไม่ยาก
แต่ความสงบใจกินได้เมื่อไหร่ ? ในยุคบริโภคนิยม
คำถามแบนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
เพราะเรื่องกินมีความสำคัญสำหรับคนสมัยนี้ยิ่งกว่าอะไรอื่น
จนกระทั่งอุดมคติก็โยนทิ้งไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้เราจึงเชิดชูความคิดกัน
เพราะอย่างน้อยก็ใช้ทำมาหากินได้



แต่เรามักจะไม่ตระหนักว่า จิตที่ไม่รู้จักว่างจากความคิดเลยนั้น
มีขีดจำกัดมากในการคิดและแก้ปัญหา
ความคิดจะมีประสิทธิภาพได้ ต่อเมื่อจิตรู้จักว่างจากความคิดด้วย
ทั้งนี้เพราะการว่างจากความคิดเป็นสิ่งสำคัญ
ที่จะมาช่วยเสริมความคิดให้มีพลัง
ถ้าเราเอาแต่คิด จิตก็เหนื่อ่ย
แต่เมื่อหยุดคิดเสียบ้าง จิตก็ได้พักและพร้อมที่จะคิดได้อย่างเต็มที่



(หาอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ ลงหมด กลัวจะยาวไป
ขอบคุณผู้เผยแพร่ทั้งภาพและธรรมะอันมีค่า
http://www.agalico.com/board/archive/
index.php/t-10787.html ค่ะ)
"พระโพธิญาณ เถร" หลวงพ่อ ชา สุภทฺโท
การดูจิต : วิธีการรู้เท่าทันความคิด




(ขอ)มาเพิ่มเติมพลังกันหน่อยค๊าบบบบ


ได้มี้เพื่อนกัลยาณมิตร ให้สิ่งดีๆมาแต่เช้า
จึงอยากบอกต่อค่ะ





ปล. ขอบคุณแม่ไก่เจ้า
แก้คำว่า อิทัปปัจยตา ให้ค่ะ (ยิ้มเลย)




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2551    
Last Update : 19 มกราคม 2552 11:39:16 น.
Counter : 898 Pageviews.  

Look, look, what is cooking in your mind
















Like lotus with a butterfly














Like a big waterfall












Like quiet looking bird who know












Fish that show..


















Look, carefully,
knew,
what is cooking in your mind


























พักนี้ (ปาดเหงื่อ)


^ ^


ขอเปิดบล๊อกคลายเครียดกั๊บ


บางที ตัวเองอาจจะคิด
หรือ พูดอะไรออกไปไม่ดีบ้าง ...
เพราะ "ความเขลา"
อย่าถือโทษโกรธกันนะคะ










พระคุ้มครอง
มีสติ อยู่ในธรรมะ คับ
(ตัวเองแทบเอาตัวมะรอด)








http://www.artsnow.com/img/4-13645008-0-0-1




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 23 มกราคม 2552 9:09:08 น.
Counter : 476 Pageviews.  

อย่างน้อยชีวิต .. ก็ได้ใช้.. เพื่อสร้างสรรค์ สิ่งใด ในใจหวัง...











อย่างน้อย ชีวิต ก็ได้ใช้ ...
เพื่อสร้างสรรค์ สิ่งใด ในใจหวัง
อย่างน้อย ชีวิต "คือพลัง"
แม้นหนึ่งหน่วย หนึ่งฝัน.. ยังก้าวเดิน...

ขอสร้างฝัน ร่วมฝัน ในโลกหล้า
ร่วมศรัทธา เป็นหนึ่ง ร่วมส่งเสริม
ใช้พลัง ชีวิต ได้คิดเดิน
ให้เพลิดเพลิน เผชิญอยู่ ..ให้รู้ธรรม..





(ขอเปลี่ยนกลอนหน่อยนะคะ
กลอนเก่ายังมะค่อยพอใจ ...

















ในเช้าวันใหม่



ใครมีจุดหมายชีวิต ใด
ขอให้ได้เดินสู่สิ่งนั้น อย่างภาคภูมิค่ะ







เอาใจช่วยทุกท่าน ที่ทำดี..
แม้นวิถีจะแตกต่าง















ปล. เป็นเพียงความคิดหนึ่งกั๊บ

ความรู้...ห่างอึ่ง... เอ๊ย! "หางอึ่ง"

ผิดพลาดสิ่งใด
ขออภัยด้วยนะคะ



คำรำพึงรำพัน
เพียงเขียนไว้ ปลุกใจตน เวลาท้อค่ะ(แหะ!)
และอยากให้กำลังใจ คนที่มีความตั้งใจทำดี
แม้แต่ละคนจะมีวิถีที่แตกต่างค่ะ


ขอให้เลือก ดำเนินทาง
อย่างสว่าง ....ห่างทุกข์ภัย ^ ^)







แนะนำเวปไซด์ธรรมะออนไลน์ค่ะ
http://www.wimutti.net/pramote/mp.php









 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 16:38:15 น.
Counter : 233 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

treehouse
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
เพียงขีดเขียน จากแรงบันดาลใจ ..ที่สัมผัสในใจ ในผู้คน........ (ขอบคุณเจ้าของรูปและเพลง ที่นำมาใส่ในบล๊อกนี้ทุกท่านนะคะ ขอบคุณที่ทำให้ โลกสวย และไพเราะค่ะ)
Friends' blogs
[Add treehouse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.