treehouse: The house of love (ha ha)
Group Blog
 
All blogs
 
ให้นำใจ (4) : to learn ..to let go ณ กึ่งกลางบันดาลใจ...ไฟส่องทาง




















คลี่คลาย..ดีร้าย... เวียนเปลี่ยนผัน
เพียรตามกรรม ปัจจุบัน อดีตหนา
คลี่คลาย... ดีร้าย ยังศรัทธา
ย่อมมุ่งหน้า เดินสู่ ในหมู่ธรรม....





























































Let love ... and let go











ณ. กึ่งกลาง บันดาลใจ มีประทีปใส ไฟส่องทาง









พระธรรมเทศนา : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย













ภาวนาและบริกรรมต่างกันอย่างไร


ถาม :

คำว่า ภาวนา และ บริกรรม ต่างกันอย่างไรขอรับ คือเคยฟังพระเถระผู้ใหญ่บอกว่า การภาวนานี้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน แม้ไม่อยู่ในสมาธิ แม้ทำอะไร ก็สามารถทำได้อยู่ได้ตลอดเวลาใช่ไหมขอรับ?


หลวงพ่อ :

ใช่แล้ว คำว่า ภาวนา กับ บริกรรม มีต่างกัน


ภาวนา หมายถึง การอบรมคุณงามความดีให้เกิดขึ้น เป็นสมบัติของผู้อบรม เช่น อบรมใจให้มีความเลื่อมใสในการบำเพ็ญภาวนา ก็ได้ชื่อว่า ภาวนา


แต่ บริกรรม นั้น หมายถึง จิตของผู้ปฏิบัตินึกอยู่ในคำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น พุทโธ เป็นต้น ซ้ำ ๆ อยู่ในคำเดียวเรียกว่า "บริกรรม" บริกรรมก็คือส่วนของภาวนานั่นเอง


หลวงพ่อ :

เมื่อตะกี้ได้ถามอะไรอาตมาอีก


ถาม :

ภาวนาทำได้ตลอดเวลาทุกสถานที่หรือไม่?


หลวงพ่อ :

การภาวนานี้ทำได้ตลอดเวลา ทุกที่ ทุกสถานที่ ไม่เลือกกาล ไม่เลือกเวลา


เช่นอย่างภาวนาในขั้นบริกรรมภาวนา เช่น ภาวนา พุทโธ พุทโธ พุทโธ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด ตลอดทุกอิริยาบถ บริกรรมภาวนาพุทโธ พุทโธ ได้


ทีนี้ถ้าหากว่าไม่นึกบริกรรมภาวนา พุทโธ การกำหนดรู้ทุกอิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ทำ พูด คิด รู้อยู่ตลอดเวลา อันนี้เป็นการภาวนา


จุดมุ่งหมายของการภาวนา หรือบริกรรมภาวนา ก็อยู่ที่ความต้องการความมีสติสัมปชัญญะ มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีแล้ว จิตก็มีสมรรถภาพในการคุ้มครองตัวเอง ให้ยืนยันอยู่ในความเป็นอิสรภาพ ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอิสรภาพโดยเด็ดขาดทุกอย่างก็ตาม


ตราบใดที่จิตยังตกอยู่ในอำนาจของอารมณ์กิเลสและสิ่งแวดล้อม จิตก็รู้ตัวว่ายังหย่อนสมรรถภาพ อยู่ในอำนาจของสิ่งแวดล้อม จิตก็ย่อมรู้


การบริกรรมภาวนา บางท่านเมื่อจิตไม่ตรงกับนิสัยบริกรรมภาวนาเป็นปี ๆ จิตไม่สงบ ก็มีอุบายที่จะปฏิบัติได้


คือ ต้องกำหนดรู้ดูความคิดของตนเองตลอดเวลาว่าเราคิดอะไรก็รู้ สิ่งที่คิดมันหายไปก็รู้ อันใหม่เกิดขึ้นมาก็รู้ กำหนดรู้ตามไปเรื่อย ๆ เมื่อจิตมีสติกำหนดตามรู้ความคิดกำหนดทันความคิดของจิตเมื่อใด เมื่อนั้นจิตจะสงบเป็นสมาธิได้































วิญญาณคือธาตุรู้














ถาม :

คำว่า วิญญาณ หมายความว่า "ธาตุรู้" ใช่ไหมขอรับ?


หลวงพ่อ :

คำว่า วิญญาณ คือ "ธาตุรู้"


วิญญาณในเบญจขันธ์หมายถึง วิญญาณรู้จากของ ๒ อย่างกระทบกัน เช่น


ตากับรูปกระทับกัน เกิดภูมิรู้ขึ้น เรียกว่า จักขุวิญญาณ


เสียงกับหูกระทบกัน เกิดภูมิรู้ขึ้น เรียกว่า โสตวิญญาณ


กลิ่นกับจมูกกระทบกัน เกิดภูมิรู้ เรียกว่า ฆานวิญญาณ


ลิ้นกับรสกระทบกัน เกิดภูมิรู้ เรียกว่า ชิวหาวิญญาณ


กายกับสิ่งสัมผัสกระทบกัน เกิดภูมิรู้ขึ้นเรียกว่า กายวิญญาณ


จิตนึกคิดอารมณ์เกิดภูมิรู้ขึ้น เรียกว่า มโนวิญญาณ อันเป็นวิญญาณในขันธ์ ๕ ทีนี้วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท หมายถึง ปฏิสมาธิวิญญาณ คือ วิญญาณรู้ผุด รู้เกิด




























วิธีทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ












มะนาวนั้นมีรสเปรี้ยว แต่ถ้าไม่ได้แตะลิ้น เรายังไม่รู้รส เมื่อมะนาวนั้นมาแตะลิ้นเมื่อไร จึงจะมีความรู้สึกว่าเปรี้ยว จึงเป็นปัจจุบันธรรมนั่นเอง กิเลสจะเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นตรงที่มีอายาตนะภายในภายนอกกระทบกันนี้ เราก็จะต้องมาเจริญสติ รักษาจิตของเราในปัจจุบัน ตรงนี้เป็นหลักสำคัญ เมื่อเรามีความเข้าใจ มั่นใจ หลักทางดำเนินปฏิบัตินั้น ตรงไหนจะเป็นแนวที่ถูกต้อง เพราะในศาสนาพุทธของเรานั้น ก็มีสอนด้วยกันหลายแนวในการปฏิบัติ แท้จริงแล้วก็ย่อเข้ามาอยู่ในเรื่องของจิต เรื่องของสมาธิ เรื่องของปัญญา คือการเจริญมรรค คือการเจริญสติ ก็อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญานี่เอง

หลวงพ่อชา










ถาม :

พอจิตนิ่ง ลมหายใจจะหายไป และคำภาวนาก็หายไปพร้อมกัน แต่รู้สึกเช่นนี้เพียงเดี๋ยวเดียวก็หายไป ควรจะทำอย่างไรต่อไป


หลวงพ่อ :

เมื่อจิตสงบนิ่งลงไปแล้ว จิตจะสงบละเอียดไปถึงจุดที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ ลมหายใจก็ทำท่าจะหายขาดไปคำภาวนาก็หายไป พอรู้สึกว่ามีอาการเป็นอย่างนี้เกิดขึ้น ก็เกิดอาการตกใจ แล้วจิตก็ถอนจากสมาธิ


เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา ถ้ายังเสียดายความเป็นของจิตในขณะนั้น ให้กำหนดจิตพิจารณาใหม่ จนกว่าจิตจะสงบลงไป จนกว่าลมหายใจจะหายขาดไปคำภาวนาจะหายไป


ถ้าตอนนี้เราไม่เกิดเอะใจ หรือเปลี่ยนใจขึ้นมาก่อน จิตจะสงบนิ่งละเอียดลงไปกว่านั้น ในที่สุดจิตก็จะเข้าสู่อัปปนาสมาธิอยู่ในขั้นตัวก็หายไปหมด ยังเหลือแต่จิตรู้สงบสว่างอยู่อย่างเดียว ร่างกายตัวตนไม่ปรากฏ


แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้น เมื่อลมหายใจหายไป คำภาวนาก็จะหายไป แล้วก็จะรู้สึกตัวขึ้นมา เลื่อนให้จิตมาพิจารณา พิจารณาโดยเพ่งกำหนดลงที่ใดลงหนึ่ง จะบริเวณร่างกายลงที่ใดที่หนึ่ง จะบริเวณร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น กระดูก พิจารณาจนจิตเห็นกระดูก แต่ตายังไม่เห็นก่อน เช่น กระดูก พิจารณาจนจิตเห็นกระดูกแต่ตายังไม่เห็นก่อน ให้พิจารณาจนจิตสงบเห็นกระดูกชัดเจน ในทำนองนี้จะทำให้จิตเป็นสมถกรรมฐานเร็วขึ้น ซึ่งเคยมีตัวอย่างครูบาอาจารย์ให้คำแนะนำกันมา คือ















































กาย เวทนาจิตธรรมนี้ก็จะเห็นว่า สักแต่ว่ากาย สักแต่ว่าเวทนาจิตธรรม ไม่มีตัวตน ไม่มีสัตว์ บุคคล เรา เขา












ท่านอาจารย์องค์หนึ่งภาวนาพุทโธมาถึง ๖ ปี จิตสงบลงไป แต่ทำท่าว่าลมหายใจจะหายไป คำภาวนาก็หายไป แล้วสมาธิก็ถอนออก จิตไม่ถึงความสงบสักที อาจารย์องค์นี้จึงไปถามอาจารย์อีกองค์หนึ่ง ซึ่งอาจารย์องค์นี้จึงไปถามอาจารย์อีกองค์หนึ่ง ซึ่งอาจารย์องค์นี้เป็นชีผ้าขาวไม่ได้บวชเป็นเณรว่า



"ทำอย่างไรจิตมันจะสงบดี ๆ สักที"



อาจารย์องค์นั้นก็ให้คำแนะนำว่า


"ให้เพ่งลงที่หน้าอก พิจารณาให้เห็นกระดูก โดยพิจารณาลอกหนังออก แล้วจึงจ้องจิตบริกรรมภาวนาลงไปว่า อัฐิ อัฐิ อัฐิ"



อาจารย์ที่ถามจึงนำวิธีการนี้ไปปฏิบัติ ก็เกิดจิตสงบเป็นสมาธิ ในครั้งแรกก็มองเห็นเศษกระดูกตรงนั้น จิตมันก็นิ่งจ้องอยู่ตรงนั้น และผลสุดท้ายก็มองเห็นโครงกระดูกทั่วตัวไปหมด


ในเมื่อมองเห็นโครงกระดูกอยู่ชั่วขณะหนึ่ง โครงกระดูกก็พังลงไป และสลายตัวไป สลายไปหมด ยังเหลือแต่จิตสงบนิ่ง สว่างอยู่อย่างเดียว และในอันดับต่อไปนั้น จิตจะสงบนิ่ง สว่างอยู่เฉย ๆ



ภายหลังเมื่อจิตสงบสว่างอยู่พอสมควรแล้ว ก็เกิดความรู้อันละเอียดขึ้นมาภายในจิต แต่ไม่ทราบว่าอะไร มันมีลักษณะรู้ขึ้นมาแล้วก็ผ่านไป มันเหมือนกับกลุ่มเมฆที่มันผ่านสายตาเราไปนั่นแหละ จิตก็นิ่งเฉย สงบนิ่ง สว่างอยู่ตลอดเวลา ที่มีให้รู้ให้เห็นก็ผ่านไปเรื่อย ๆ เราลองนึกภาพดูว่า ที่เกิดขึ้นเช่นนี้เรียกว่าอะไร


อาการเป็นเช่นนี้เป็นภูมิรู้ภูมิปัญญาอย่างละเอียดของจิตเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความจริงที่อยู่เหนือสมมุติบัญญัติ สภาวธรรมส่วนที่เป็นสัจธรรมเกิดขึ้นในจิตของผู้ปฏิบัติ มีแต่สิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่ ซึ่งท่านอาจารย์มั่นเรียกว่า "ฐีติภูตัง" ซึ่งมีความหมายว่า



ฐีติ คือ ความตั้งเด่นของจิต อยู่ในสภาพที่สงบนิ่งเป็นกิริยาประชุมพร้อมของอริยมรรค ยังจิตให้บรรลุถึงความสุคติภาพโดยสมบูรณ์ เมื่อจิตประชุมพร้อม ภายในจิตมีลักษณะ สงบ นิ่ง สว่าง อำนาจของอริยมรรคสามารถปฏิบัติจิตให้เกิดภูมิรู้ ภูมิธรรมอย่างละเอียด




































อารมณ์ไม่ใช่กิเลส ถ้าไม่ไปยึดถือ

watmarpjan

































ภูมิรู้ ภูมิธรรมซึ่งเกิดขึ้นอย่างละเอียด ไม่มีสมมุติ บัญญัติ เรียกว่า "ภูตัง" หมายถึงสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่โดยธรรมชาติของมันอย่างนั้น แต่ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไร สงสัยต่อไปในเมื่อเราไม่สามารถจะเรียกว่าอะไร ทำอย่างไรเราจึงจะรู้สิ่งนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกไว้ แม้แต่ท่านแสดงธรรมจักกฯ ให้ภิกษุปัญวัคคีย์ฟัง


เมื่อท่านอัญญาโกณฑัญญะรู้ธรรม เห็นธรรม ก็รู้แต่ว่า


















































"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา


















































Foot step to Buddha

































......................





"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา

























































บุญแท้จริงไม่ติดโลก


หลวงปู่ดุลย์ อตุโล



“ขอให้ท่านทั้งหลายจงสำรวจดูความว่า ตรงไหนที่ตนเห็นว่ามันสุขที่สุดในชีวิต ครั้นสำรวจดูแล้วมันก็แค่นั้นแหละ แต่ที่เราเคยรู้เคยพบมาแล้วนั่นเอง ทำไมจึงไม่มากกว่านั้น มากกว่านั้นไม่มี โลกนี้มีอยู่แค่นั้นเอง แล้วก็ซ้ำๆ ซากๆ อยู่แค่นั้น เกิดแก่เจ็บตายอยู่ร่ำไป มันจึงน่าจะมีความสุขชนิดพิเศษกว่า ประเสริฐกว่านั้น ปลอดภัยกว่านั้น พระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านจึงสละสุขส่วนน้อยนั้นเสีย เพื่อแสวงหาสุขอันเกิดจากความสงบกาย สงบจิต สงบกิเลส เป็นความสุขที่ปลอดภัยหาสิ่งใดเปรียบมิได้เลย”






























ขอบคุณ ธรรมะดีๆ จาก
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=17353

ขอบคุณคุณมดเอ็ก อนุโมธนาที่นำมาเผยแพร่ค่ะ
ขอบคุณอย่างยิ่งกับภาพ จาก
http://www.dangngo.com/buddha/places/


(เดี๋ยว)เรื่องดี เรื่องร้าย เกิดขึ้นกับเราเสมอ
ใช้ธรรมเตือนสติ(ตัวเอง) เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆด้วยสติ พยายาม










































Create Date : 25 มิถุนายน 2551
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 12:25:34 น. 33 comments
Counter : 1139 Pageviews.

 
สวัสดีตอนดึกๆค่ะ
ระยะนี้มีงานยุ่งนิดหน่อยค่ะ
วันนี้เหนื่อย .... เพลียจัง
ขอพักใจด้วยการทำสมาธิ
แล้วเราเข้านอนพร้อมกันนะคะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:23:18:41 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดียามเช้าค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีที่นำมาฝากค่ะ
ขอนำไปปฏิบัติ แต่จะได้เท่าไหนคงจะบอกไม่ได้
และจะทำให้ดีที่สุดค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:7:14:47 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายกันยามเช้าวันพระนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:7:37:06 น.  

 
มารับธรรมะดี ๆ ในเช้า...(สาย ๆ ) วันพระค่ะ



เหนื่อยนักก็พักนิด........บำรุงจิตให้แจ่มใส
หนักหน่อยก็ปล่อยไป...ตั้งมั่นไว้...ในปัจจุบัน



โดย: แม่ไก่ วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:9:55:07 น.  

 


เป็นธรรมมะที่อ่านแล้วทำให้หัวใจหยุดนิ่งคิดใคร่คราวญ

ตรวจสอบตัวเอง เป็นเรื่องดีๆ ที่เราไม่ควรมองข้ามของชีวิต

ขอบคุณมากๆ ครับน้องคิว


การได้รู้จักธรรมมะเป็นความโชคดียิ่งใหญ่ของชีวิต


โดย: ธรรม (ห่วงใย ) วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:19:00:01 น.  

 

ธรรมะ ...

ทำให้ไม่มีความทุกข์ ...

รู้จักป้องกันไม่ให้เกิดความทุกข์ ...

รู้จักหยุดความทุกข์ที่กำลังเกิดอยู่ ...




โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:21:40:39 น.  

 

ขอบคุณยิ่งนักขอรับ

ขอจงเจริญในธรรมนะขอรับ


๐ วัน..เปลี่ยน เวียนปั่น เวิ้ง.......วารผัน
ครู..เอกกลอนโคลงฉันท์..........กราบไหว้
สุนทร..โวหารอัน.....................ลือเลื่อง
ภู่..ท่านเปรื่องปราด ไท้.............เทพชั้นโวหาร ๚

21.06
26/06/51

กิ๊กโคลงผวน กวนโคลงพลิก



โดย: คนสาธารณะ วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:23:56:56 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดียามเช้ากับวันศุกร์ค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:7:11:20 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
มาทักทายกันยามเช้าจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:7:43:20 น.  

 
เป็นธรรมะที่ลึกซึ้งนะครับพี่

ปล.

ช่วงนี้ใครจะเด่นเกินเจ้าของบล้อกตัวจริงเป็นไม่มีครับ 5555

หมิงหมิงครอบครองบล็อกพ่อหมิงหมิงไปแล้ว
โดยสมบูรณ์ครับ



โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:37:36 น.  

 
แวะมาเยี่ยมตอนเย็นค่ะ
มีความสุขกับวันพักผ่อนนะคะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:18:30:04 น.  

 
ตอนนี้เกือบตีหนึ่งแล้ว เดี๋ยวต้องกลับมาอ่านแบบอ่านไปคิดไปคราวหน้าค่ะ เห็นคำถาม-ตอบ แล้วน่าสนใจจัง

ช่วงนี้จิตไม่ค่อยสงบค่ะ มีเรื่องหงุดหงิดร้อนใจมากมาย บางทีนั่งรถไฟก็จะเสียบหูฟ้ง เปิดบทสวดมนต์(เพลง)ชินบัญชรฟังไปด้วย แต่ๆๆๆ ไม่สงบค่ะ ฟังไปใจก็คิดเรื่องอื่น ไม่สงบเลย


โดย: KOok_k วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:5:52:02 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

มาเตือนว่าคืนนี้
อย่าลืมเยอรมัน กันสเปนนะค่ะ
ส่วนนู๋ฝิ่นราตรีสวัสดิ์ค่ะ





โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:20:47:59 น.  

 
ช่วงนี้ห่างหายไปจากการปฏฺบัติธรรม
และการอ่านหนังสือธรรมะ

ได้มาอ่านบทความที่นี่แล้วดีจังค่ะ

รู้สึกคึกอยากนั่งสมาธิขึ้นมาเชียว


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:0:50:08 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดีเช้าวันจันทร์ค่ะ
ดีใจกับสเปน เสียใจกับเยอรมัน
แต่ที่สำคัญต้องส่งยิ้มให้นู๋ฝิ่นนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:6:25:20 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สเปนเป็นแชมป์ยูโร
แวะมาทักทายกันยามเช้าจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:6:37:06 น.  

 


หวัดดีค่ะ
ขอโทษด้วยนะคะ ที่เงียบหายไป
ช่วงนี้ไม้ได้เข้าในบล๊อกเลย

ว้าวว สวยค่ะ อยากไปมั้ง

คิดถึงเหมือนเดิมค่ะ

ดูแลรักษาาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:35:37 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

มาส่งรอยยิ้มให้ตอนเช้าค่ะ
เพราะยิ้ม คือ การทักทายที่มาจากความจริงใจ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:45:12 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:49:20 น.  

 




นำความสดชื่นแจ่มใสของธรรมชาติมาฝากค่ะ

มีแต่ความสุขมากๆ นะคะ


โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:25:58 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดีเช้าวันพุธ
สดชื่อ สดใส รับวันพระนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:28:16 น.  

 


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:57:41 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันยามเช้านะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:27:23 น.  

 


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:53:24 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันยามเช้านะคะ
ขอบคุณที่ระลึกถึงกันเช้ากว่าค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:01:01 น.  

 
บล็อกสวยจังค่ะ...

อ่านแล้วได้ความรู้ติดกลับไปเยอะเลยด้วยอีกต่างหาก


โดย: SevenDaffodils วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:59:37 น.  

 
มาเยี่ยมตอนเย็นค่ะ
สบายดีมั้ยคะ
คิดถึงค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:18:06 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดียามบ่ายวันเสาร์ค่ะ
มีความสุขกับวันพักผ่อนนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:58:25 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:53:36 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดีเช้าวันจันทร์
สดใส กับวันแรกของสัปดาห์ค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:22:48 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
มีความสุขกับการทำงานวันแรกของสัปดาห์นะคะ
คิดถึงค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:35:06 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


หวัดดียามเช้าวันทำงานแรกของสัปดาห์นะจ๊ะ



โดย: หอมกร วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:14:13 น.  

 

Comment Zuzaa...

Comments for Hi5, Myspace Hi5 Blog บล๊อคส่วนตัว



สวัสดีเช้าวันอังคารสีชมพูค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:02:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

treehouse
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
เพียงขีดเขียน จากแรงบันดาลใจ ..ที่สัมผัสในใจ ในผู้คน........ (ขอบคุณเจ้าของรูปและเพลง ที่นำมาใส่ในบล๊อกนี้ทุกท่านนะคะ ขอบคุณที่ทำให้ โลกสวย และไพเราะค่ะ)
Friends' blogs
[Add treehouse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.