"ความสามัคคีปรองดอง เป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ความสามัคคีของคนในชาติ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทย ร่มเย็นเป็นสุข" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สนใจลงโฆษณา ในพื้นที่ข้างบน ติดต่อ email : nana_sara1000@ymail.com
Home Lover’s Corner นานา สาระ๑๐๐๐ นานา สารพัด พระพุทธประวัติ ภาคพิเศษ
Travel Around the World Real Estate Buyer's Guide สุขภาพกาย สุขภาพใจ Pets & Animals
ปางพระพุทธรูปตามพุทธประวัติ Horoscope 12 ราศี พระพุทธศาสนา World of Beautiful Musics

โรงอุปรากรซิดนีย์ : Sydney Opera House

หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ อีกแห่งหนึ่งในยุคปัจจุบัน คือ โรงอุปรากรซิดนีย์ หรือ ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ ( Sydney Opera House) ที่รู้จักกันดีทั่วโลก ที่รัฐบาลของออสเตรเลียได้ตั้งใจมุ่งมั่นสร้างขึ้นให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจ โดยการเปิดให้มีการประกวดแบบจากสถาปนิกชื่อดังต่างๆทั่วโลก แต่กลับเป็นว่าผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ กลับเป็นสถาปนิกชาวเดนมาร์ก ชื่อนายยอน อุตซอน (Jørn Utzon) ซึ่งขณะนั้นไม่ได้เป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียง แต่ประการใด แบบที่นาย อุตซอน ส่งเข้าประกวด ก็เป็นแบบสเกตส์แบบง่ายๆ แต่concept มันโดดเด่น โดนใจคณะกรรมการส่วนใหญ่ จึงได้รับเลือกให้เป็นแบบชนะเลิศ






























และด้วยความที่นายยอน อุตซอน ไม่ได้คิดแบบอย่างละเอียดนี่เอง ทำให้การก่อสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบคล้ายใบเรือซ้อนเล่นลม หรือเปลือกหอยแห่งนี้ ต้องใช้เทคโนโลยี่การก่อสร้างขั้นสูง และใช้งบประมาณก่อสร้างอย่างมหาศาล ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2516 หรือ 34 ปีก่อน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 9 ปี แม้ว่าจะใช้เทคโนโลยี่ใหม่ๆ และเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย จนออกมาเป็นรูปร่างอย่างที่เห็น และนายยอน อุตซอน ก็โด่งดังขึ้นมาติดทำเนียบสถาปนิกชั้นนำของโลกอย่างสง่าผ่าเผย

































ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวซิดนีย์ นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย แม้ว่าโรงอุปรากรแห่งนี้ จะไม่ได้เก่าแก่เป็นหลายร้อยปี เหมือนโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกทั่วไป แต่องค์การยูเนสโกได้ ลงทะเบียนให้โรงอุปรากรซิดนีย์เป็นมรดกโลก ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ด้วยเหตุผลที่ว่า โอเปร่าเฮาส์ เป็นสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่สมัยศตวรรษที่ 20 ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมได้อย่างกลมกลืน มีสภาพภูมิทัศน์ริมน้ำที่โดดเด่น หันหน้าไปสู่สะพานฮาร์เบอร์ และมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมมายาวนาน
























ที่ตั้งของโอเปราเฮาส์ มีจุดชมทัศนียภาพของอ่าวซิดนีย์ ที่สวยงาม มีพื้นที่ประมาณ 1.8 เฮกเตอร์ 4.5 เอเคอร์ โดยภายในอาคารประกอบไปด้วยห้องต่างๆดังนี้

• โรงแสดงคอนเสิร์ต มีความจุ 2,679 ที่นั่ง มีไปป์ออร์แกนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• โรงอุปรากร มีความจุ 1,547 ที่นั่ง
• ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย โรงละคร มีความจุ 544 ที่นั่ง
• เพลเฮาส์ มีความจุ 398 ที่นั่ง
• โรงภาพยนตร์ มีความจุ 364 ที่นั่ง
• และส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย สตูดิโอสำหรับซ้อม 5 ห้อง ภัตตาคาร 4 ร้าน บาร์ 6 ร้าน และส่วนบริการอื่นๆ






























ในความพยายามสร้างหลังคาโค้ง ของอาคารโอเปราเฮาส์นี้
ต้องใช้เงินมากถึง 102 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ใช้กระเบื้องเซรามิกหลายล้านแผ่น







จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ โอเปราเฮาส์ แห่งนี้ จะเป็นจุดสนใจ และจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่เดินทางมาชมปีละหลายล้านคน

TraveLArounD


เรียบเรียงจาก
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://www.mr-know.com/travel/




 

Create Date : 17 เมษายน 2553    
Last Update : 17 เมษายน 2553 0:41:37 น.
Counter : 4700 Pageviews.  

ปราสาทแห่งตำนาน แดร๊กคูล่า : Bran Castle , Romania

ปราสาทแห่งตำนาน แดร๊กคูล่า


ผมพาไปชมปราสาทงามที่สุด ในโรมาเนีย ไปแล้วหลังหนึ่ง ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่สำหรับหลังนี้ แม้จะไม่ถึงกับสวยเลิศ แต่ชื่อเสียงของมัน ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก แม้ว่าจะไม่ได้ดังด้วยประวัติของมันจริงๆก็ตาม


















ปราสาทบราน (Bran Castle) แห่งโรมาเนีย สร้างขึ้นในปี คศ.1212 โดยอัศวินชาวเยอรมัน เป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองแคว้นทรานซิลวาเนีย อายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ตัวปราสาทตั้งอยู่บนหน้าผาสูงใกล้เมือง Brasov เพื่อใช้เป็นป้อมปราการที่ป้องกันการรุกรานจากข้าศึก (พวกเติร์กแห่งอาณาจักรออตโตมาน) ซึ่งขณะนั้น โรมาเนียแบ่งเป็นแคว้นทรานซิลวาเนีย กับวัลลาเชีย มีเจ้าชายผู้กล้าคนหนึ่ง คือ เจ้าชายวลาด เทเปส (Vlad Tepes) ปฏิบัติการรุกรบต่อต้านการโจมตีของพวกเติร์กอย่างแข็งขัน จนเป็นที่เลื่องลือในความเก่งกล้า บ้าบิ่น และเหี้ยมโหดต่อศัตรูผู้รุกราน จนเป็นเจ้าของตำนานความโหดเหี้ยมดังกล่าว จนพระองค์ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัลลาเชีย (ปราสาทบราน ตั้งอยู่ระหว่าง แคว้นวัลลาเชีย และ แคว้นทรานซิลวาเนีย ที่ปัจจุบันคือประเทศโรมาเนีย)




ภาพเขียนสมัยเก่าของ Vlad III of Wallachia ( Vlad Tepes - The Impaler or Dracula) จาก http://www.bl.uk ~ British Library - Images online









ในยามนั้น ชาวบ้านนิยมเรียก เจ้าชายวลาดว่า "วลาด แดรคูล" (แปลว่า วลาด เจ้ามังกรผยองเดช) เพราะพ่อของวลาด ได้รับการแต่งตั้งจากพระจักรพรรดิซิกิสมุนด์ แห่งนูเรมเบิร์ก ให้เป็น "อัศวินมังกร" (Knight of Dragon's Order) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตกทอดถึงทายาทด้วย เมื่อวลาดขึ้นครองวัลลาเชีย และยังเป็นเจ้าชายนักรบผู้กล้า ผู้คนจึงเรียกเขาอย่างภูมิใจว่า "วแลด แดรโค" (Vlad Draco) คำว่า "แดรโค" เป็นภาษาละตินแปลว่า "Dragon" หรือมังกรนั่นเอง ภายหลังจึงเพี้ยนเสียงเป็น "วแลด แดรคูล" (Vlad Dracul) ไม่ใช่ท่านเคาท์แดร๊กคูล่า จอมดูดเลือดแต่อย่างใด






Poienari Castle เป็นปราสาทเก่า ที่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นปราสาทของ Vlad the Impaler (Vlad Dracula) ตัวจริง ขณะที่ปราสาทบรานนั้น เล่ากันว่าเป็นเพียงที่พักแค่ คืนเดียวเท่านั้น







































ในต้นศตวรรษที่ 20 ปราสาทแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระนางมารีแห่งโรมาเนีย (ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของพระราชินีวิคทอเรียแห่งสหราชอาณาจักร) ต่อมาปราสาทบราน ตกทอดสู่เจ้าหญิงอิเลน่าแห่งโรมาเนีย พระธิดาของพระนางมารี































จนกระทั่งในปี คศ.1948 พรรคคอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดครองปราสาทหลังนี้ และเนรเทศเชื้อพระวงศ์ออกนอกประเทศ ปราสาทบรานจึงทรุดโทรมลง โดยไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งถึงปี คศ.1989 หลังการปฎิวัติโรมาเนีย และการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลจึงปรับปรุงปราสาทหลังนี้ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ ด้วยความโด่งดังที่มาจากตำนานที่แต่งขึ้น และกลายเป็นหนังที่คนดูทั่วโลก จดจำความน่ากลัวของมันได้











Bela Lugosi ดาราคนหนึ่ง ที่ได้แสดงบทของ ท่านเคาท์แดร๊กคูล่า แต่ไม่ดังเท่า คริสเตอร์เฟอร์ ลี



วันหนึ่ง เกิดมีนักเขียนนิยายชื่อดังชาวไอริช นามว่า บราม สโตเกอร์ นำเอาเค้าเรื่องในประวัติศาสตร์ ที่ว่าเคยมีเจ้าชายนักรบชื่อ วแลด เทเปส มาพักที่ปราสาทนี้ แล้วไปผูกเรื่องกับ"ท่านเคาท์แดร๊กคูล่า" ที่กลางวันนอนโลงศพ กลางคืนลุกขึ้นมาดูดเลือดเหยื่อที่มักเป็นสาวสวย ครั้นเมื่อนิยายถูกนำไปสร้างเป็นหนังผีสยองขวัญ ที่มีคริสเตอร์เฟอร์ ลี สวมบทเป็นเคาท์แดร๊กคิวล่า ก็สามารถทำเงินถล่มทลายเพราะคนดูแน่นตรึม โลกก็เลยรู้จักปราสาทบราน ในฐานะ"ปราสาทแดร๊กคิวล่า" แล้วก็พาลเข้าใจเอาว่า นี่เป็นปราสาทผีดิบจริงๆ ทั้งๆที่มันเป็นเพียงตำนานจากนวนิยาย











































ปราสาทแดร๊กคูล่า จึงเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งตำนานผีดูดเลือด แต่เรื่องนี้ชาวโรมาเนียไม่ได้โวยวายอะไร เพราะภาพพจน์ของปราสาทนี้ นี้นำเงินตราเข้าประเทศมหาศาล หลังสิ้นสุดการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ มีการบูรณะปราสาทนี้ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม













































แต่ในที่สุด ปราสาทโบราณที่โรเมเนีย ที่มาของตำนานแดร็กคูล่าผีดูดเลือด ก็ได้กลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง หลังจากที่ถูกรัฐบาลคอมมิวนิสต์ยึดครองไปกว่าครึ่งศตวรรษ โดยในปี 2549 หลังจากที่ต่อสู้ทางกฎหมายมาถึง 5 ปี รัฐบาลคืนปราสาทให้กับ เจ้าชาย DOMINIC HABSBURG วัย 68 ปี โอรสของเจ้าหญิงอีเลียน่า (Dominic of Habsburg) ทายาทของกษัตริย์ FERDINAND และราชินี MARIE ซึ่งเป็นเจ้าของปราสาทและทรงปกครองโรเมเนียมาจนถึงปี 1948 ก่อนที่จะถูกรัฐบาลคอมมิวนิสต์ยึดไป เจ้าชาย DOMINIC HABSBURG เป็นสถาปนิกอยู่ที่นครนิวยอร์ค รับมอบปราสาทคืนโดยมีข้อตกลงว่า รัฐบาลจะจ่ายค่าเช่าให้เขาทำปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บค่าเข้าชมนาน 3 ปี ก่อนที่ปราสาทจะตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์หลังปี 2552











































ในปลายปี 2007 Habsburg ก็ประกาศขาย ปราสาทบราน โดยตั้งราคาไว้ที่ 80 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทางรัฐบาลยังไม่อนุมัติให้ทำการซื้อขายเพราะผิดกับข้อตกลง จนกว่าจะถึงปี 2552 Habsburg จึงจะมีสิทธิ์ในการจัดการกับปราสาทหลังนี้ได้ทุกประการ ล่าสุดมีข่าวว่า ทายาทผู้ครองปราสาท ประกาศจะขายปราสาทบราน ให้แก่รัฐบาลโรมาเนีย เป็นเงินถึง 60 ล้านยูโร หรือแค่ 2,800 กว่าล้าน แต่ได้รับคำปฏิเสธ ก่อนจะมีการประกาศต่อมา โดยบริษัทผู้รับผิดชอบการขายโดยคาดว่า จะขายได้ไม่ต่ำกว่า 135 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 4,700 ล้านบาท


TraveLArounD



ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ กว่า 1400 กว่าเรื่องแล้ว

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส

เรียบเรียงจาก
http://www.oknation.net/blog
http://hilight.kapook.com/view/13478
http://news.buddyjob.com/crime/show_news-6011-12.html
http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=8032
http://www.draculas.info/gallery/picture_of_romania_map_bucharest_brasov_bran_castle-51/




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552    
Last Update : 4 กันยายน 2554 21:46:46 น.
Counter : 8831 Pageviews.  

ต้นฉบับปราสาทเทพนิยาย : นอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein)

ต้นฉบับปราสาทเทพนิยาย : นอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein)

ปราสาทเทพนิยายที่วอลท์ ดิสนีย์ จำลองแบบไปเป็นปราสาทในหนังการ์ตูนที่โด่งดังนั้น เขาได้แนวคิดมาจากปราสาทต้นแบบหลังนี้ ที่มีความโดดเด่นในรูปแบบ และที่ตั้ง ที่สร้างจินตนาการได้มากกว่าปราสาทอื่นใด เนื่องจากตัวปราสาทมีที่ตั้งอันน่าทึ่งบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท นอกจากนี้ ยังแวดล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพร ที่สวยงาม และมีสีสันแปรเปลี่ยน แตกต่างกันไป ในแต่ละฤดูกาล เมื่อมองจากสะพานมาเรียน ที่ทอดข้ามสายน้ำเชี่ยวกรากในลำธารเบื้องล่าง











ปราสาทนอยชวานชไตน์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1869 - 1886 ตั้งอยู่บนยอดเขาเหนือทะเลสาบ Alpsee ที่เมือง ชวานเกา (Schwangau) ใกล้ๆเมือง Fussen ในเขตแคว้นอัลไพน์ ในรัชสมัยของ พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (the Fairlytale King) ร่วมกันออกแบบโดย Eduard Riedel นักออกแบบ ฉากละคร ที่เลื่องชื่อ คริสเตียน จังค์ ( Christian Jank) โดยเขาใช้โครงร่างจาก ปราสาทวาร์ทบวร์ก ในแคว้นธูริงเกีย แล้วนำมาปรับแปลงให้สอดคล้อง รับเข้ากับกับแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า ขององค์กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ที่มีต่ออุปรากรของ ริชาร์ด วากเนอร์ 2 เรื่อง คือ โลเฮนกริน และ ทานน์ฮอยเซอร์ และ Georg Dollmann ในแบบ Romanesque style ส่วนการตกแต่งภายในห้องหับต่างๆของตัวปราสาท ทำโดย ยูลิอุส เฮฟฟ์มานน์ ในปี 1880 และด้วยการที่พระองค์ทรงโปรดปรานดนตรีและการละครเป็นอย่างมาก จึงทรงโปรดให้มีการสร้างห้องโถงดนตรีขึ้นในชั้นที่ 3 ( Music Hall หรือ Singer’s hall ) ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องยาวๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้า บนเพดานอันวิจิตร มีโคมไฟโลหะ ห้อยระย้างดงามอยู่สี่พวง ในทุกช่วงเสา เบื้องหน้าของห้องโถงนั้น ได้ยกระดับพื้นไว้สำหรับเป็นเวทีเพื่อใช้ในการแสดงดนตรีและละคร เมื่อทอดสายตามองผ่านไปยังมุมโค้งของเวทีนั้น ปรากฏภาพวาดขนาดใหญ่ รูปป่าเขาลำเนาไพรอันสดชื่นรื่นรมย์ ภายในภาพนั้นยังปรากฏสัตว์น้อยๆ จำพวกกระรอกกระแตวิ่งไล่กันอยู่เป็นจำนวนมาก



พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย











Singer’s hall









ปราสาทนอยชวานสไตน์ ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินทุนมหาศาล แต่ทว่า ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า "นอยชวานสไตน์" ก็ต่อเมื่อหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้ว ในปี 1886 การสร้างปราสาทแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากในสมัยนั้น ปราศจากเทคโนโลยี และเครื่องมือก่อสร้างแบบพิเศษใดๆ วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาบรรจงสร้างสรรค์ ล้วนมีน้ำหนักและปริมาณมากมายมหาศาล และต้องลำเลียงเคลื่อนย้ายไปสู่สถานที่ก่อสร้างปราสาท บนยอดเขาอันไกลโพ้น (แค่เราไปเที่ยว เห็นทางขึ้นแล้ว ใจยังไม่ค่อยอยากเดินขึ้นเลย) วัสดุก่อสร้างหนักๆ เช่น หินอ่อน 465 ตัน หินทราย 4,550 ตัน อิฐ 400,000 ก้อน ทราย3,600 ลูกบาศก์เมตร ซีเมนต์ 600 ตัน และสิ่งสำคัญคือการใช้ไม้เพื่อแกะสลักทั้งสิ้น 2,050 ลูกบาศก์เมตร ต้องใช้กำลังสติปัญญา และแรงงานจากช่างผู้ชำนาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย โดยใช้เวลาทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 17 ปี















































เมื่อตอนที่เริ่มต้นก่อสร้างปราสาทนี้ กษัตริย์ลุกวิกที่ 2 ทรงมีพระชนมายุเพียง 23 พรรษา แต่ในวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1886 เป็นวันสุดท้ายที่กษัตริย์ลุกวิก ประทับที่ปราสาทนี้ เนื่องด้วยฝ่ายคณะรัฐบาลในขณะนั้น ได้ประกาศว่า พระองค์วิกลจริตไม่อาจสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ จึงได้ปลดออกจากราชบัลลังก์ ทำให้พระองค์ต้องแปรพระราชฐานออกจากปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่โปรดปรานไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ยิ่ง และได้ย้ายไปประทับที่ ปราสาทแบร์ก (Berg) ณ ทะเลสาบสตานแบร์ก (Starnbergersee) จนกระทั่ง วันที่ 13 มิถุนายน 1886 มีคนพบพระศพของพระองค์ในทะเลสาบ ซึ่งเป็นการสวรรคตที่เป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าใจยิ่งนัก ที่บั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพของพระองค์ ผู้ทรงเป็นเจ้าผู้ครอบครองปราสาทที่แสนวิจิตรงดงาม จะมีจุดจบที่น่าขมขื่นเช่นนี้










ในบรรดากษัตริย์ของยุโรปทั้งหลาย ในช่วงหนึ่งร้อยปีล่วงมานี้ ชื่อของกษัตริย์ ลุดวิกที่ 2 แห่งแคว้นบาวาเรีย ดูจะเป็นชื่อที่เราคุ้นหูมากกว่าพระองค์อื่นๆ พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เมื่อยังทรงมีพระชนมพรรษาได้เพียง 18 เท่านั้น ในปี ค.ศ.1864 ทรงได้ทุ่มเทพระวรกายและพระปรีชาสามารถทั้งมวลที่มีอยู่ ปกครองบริหารราชการแผ่นดิน แต่เนื่องจากเอกลักษณ์อันเป็นปัจเจกของพระองค์ ที่ทรงมีพระบุคลิกภาพที่รักความสงบสันโดษ พระองค์จึงทรงค้นหาความผ่อนคลาย หลังจากที่เหนื่อยล้าจากพระราชกรณียกิจทั้งมวล ทำให้ทรงเบื่อหน่ายและผละจากสังคมแห่งความเกษมสันต์รื่นรมย์ ที่แวดล้อมด้วยเสนามหาอำมาตย์ สนมกำนัลและข้าราชบริพาร แม้นว่าพระองค์จะทรงเคยได้รับการยกย่องเชิดชูพระเกียรติยศ ให้เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความสำคัญ ในด้านการปกครองแห่งยุโรปมากพระองค์หนึ่ง



Throne Hall









Study









Sitting room









Bedroom2










ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและการละคร เป็นผู้มีความหลงใหลใฝ่ฝัน ที่จะสร้างสรรค์ปราสาทราชวังที่ประทับ อันสมบูรณ์แบบที่สุดขึ้นมา โดยในเขตแคว้นอัลไพน์ พระองค์ทรงสร้าง ปราสาทนอยชวานสไตน์ ส่วนความคลั่งไคล้ของ พระองค์ต่อโลกยุค บูร์บองแห่งฝรั่งเศส ก็ได้แสดงออกมาเป็น พระราชวังลินเดอร์โฮฟ (Linderhof ) และ พระราชวังแฮเรนคีมเซ (Herrenchiemsee) รวมทั้งหมดเป็นสามแห่งด้วยกัน เมื่อว่างจากงานราชการแผ่นดิน พระองค์จะเสาะแสวงหาความเป็นส่วนพระองค์ ด้วยการเสด็จไปแปรพระราชฐาน ณ ปราสาทแฮเรนคีมเซ (ซึ่งสร้างขึ้นเลียนแบบ พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส) และปราสาท ลินเดอร์ฮอฟ (ซึ่งสร้างขึ้นตามแบบของ พระตำหนักตรีอานอง ของฝรั่งเศสเช่นกัน)

ปัจจุบันปราสาททั้งสามแห่ง ยังคงอวดโฉมเป็นสถานที่ ที่ยังคงไม่ร้างลาจากการแวะเวียนเยี่ยมชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

TraveLArounD


เรียบเรียงจาก
http://www.triwit.com/lohengrin.htm
oknation.net โดย อัลมิตรา
http://www.oknation.net/blog/almitra/2008/10/04/entry-1
ภาพ
http://www.peaceinspire.com/castles/medieval-castles/neuschwanstein-castle/
http://www.neuschwanstein.com/englisch/ludwig/pict03.htm




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2552 23:44:44 น.
Counter : 1694 Pageviews.  

โถงแสดงแปลงร่าง : Prada Transformer

โถงแสดงแปลงร่าง : Prada Transformer


เรื่องของการแข่งขัน ย่อมไม่มีวันยอมแพ้กันง่ายๆ เมื่อ ชาเนล เจ้าแห่งโลกแฟชั่น ได้สร้างสรรค์ “ ชาเนล โมบาย อาร์ต ” สุดยอดงานนิทรรศการเคลื่อนที่แห่งทศวรรษ ออกมาตอกย้ำ ความเป็นผู้นำของสินค้าแฟชั่น Prada ผู้มาทีหลัง (แต่ก็ดังไม่แพ้กัน) ย่อมไม่ยอมง่ายๆ จึงคิดนิทรรศการเคลื่อนที่ ขึ้นมาแข่งขันบ้าง ด้วย concept หรือแนวความคิด ที่เข้าสมัยมากคือ “ Transformer ” อาจไม่สวยงามล้ำสมัยเหมือน “ ชาเนล โมบาย อาร์ต ” แต่ก็มีเอกลักษณ์ และความโดดเด่นในตัวเอง































Prada Transformer เป็นสถานที่จัดแสดงงานเคลื่อนที่ ที่สามารถแปลงร่างได้ แต่ไม่ได้แปลงร่างเป็นอย่างอื่นครับ แค่แปลงร่างแบบพลิกตัวเท่านั้นเอง การแสดงแต่ละกิจกรรม สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปได้เพียงแค่พลิกกลับจากด้านหนึ่ง ไปด้านอื่นๆ ซึ่งจะปรับเปลี่ยนใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการด้านวัฒนธรรม (เปิดการแสดงขึ้นครั้งแรกที่ Seoul เกาหลี เมือเดือนเมษายน 2009) แต่ละครั้งจะมีระยะเวลารวม 3 เดือน โดยมี นิทรรศการด้านแฟชั่น เทศกาลภาพยนตร์ นิทรรศการศิลปะ และตบท้ายด้วย แฟชั่นโชว์ของ Prada เอง





































Prada Transformer การออกแบบโดย Rem Koolhaas แห่ง OMA’s research โดยมีตัว Pavilion ที่ประกอบด้วย ด้านต่างๆ 4 ด้าน เป็นรูปทรงเรขาคณิต คือทรงกลม กากบาท แปดเหลี่ยม และสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมต่อกัน โดยมีผ้าใบสี่ขาวขุ่นคลุมไว้ รูปทรงทั้ง 4 ก็สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ สลับกันไปได้อย่างเหมาะสม ในแต่ละกิจกรรม โดยเฉพาะ โดยการพลิกหมุนของ pavilion ด้วยเครน 3 ตัว พื้นก็จะกลายเป็นผนัง ผนังก็จะกลายเป็นเพดาน สลับกันไป














น่าเสียดาย ที่ไม่ว่าจะเป็น Prada หรือ CHANEL เขาก็ไม่มีแผนการ ที่จะมาจัดแสดงในเมืองไทยเลย แม้ว่าเมืองไทยจะมีแฟนพันธุ์แท้ของทั้งสองแบลนดังอยู่มากก็ตาม (แต่ก็ไม่น่าเสียดาย เพราะเงินทอง ก็จะได้ไม่รั่วไหลไปนอกกันหมด)

TraveLArounD



ข้อมูลจาก dezeen.com โดย Rachel Blunstone
http://www.dezeen.com/2009/04/24/prada-transformer-by-omarem-koolhaas-2/#more-29349
ข้อมูลจาก dezeen.com โดย Marcus Fairs
http://www.dezeen.com/2009/03/10/prada-transformer-by-omarem-koolhaas/#more-26078





 

Create Date : 28 มิถุนายน 2552    
Last Update : 28 มิถุนายน 2552 0:09:22 น.
Counter : 572 Pageviews.  

รีสอร์ทหยดน้ำ : Water Droplet Resort


รีสอร์ทหยดน้ำ : Water Droplet Resort
Water Building Resort

รีสอร์ทแบบนี้ อาจจะดูล้ำสมัยไปหน่อย ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก รีสอร์ทในรูปแบบธรรมชาติทั้งหลาย อย่างสิ้นเชิง เพราะมันเป็นโครงการในฝัน ที่สถาปนิก มักจะชอบทำงานแบบล้ำหน้า หรือในอนาคต ที่นำเอาปัญหาในปัจจุบัน มาตั้งโจทย์ แก้ปัญหาในอนาคต เช่นหนังในแนว si-fi ทั้งหลาย






















โครงการนี้ มีแนวคิดที่จะผลิตน้ำจากอากาศ โดยพลังแสงอาทิตย์ และเพื่อให้สอดรับกับไอเดียดังกล่าว ก็เอาตัว “หยดน้ำ” มาเป็นรูปแบบของอาคารเสียเลย หลักการก็ง่ายๆ คือมีเครื่องมือที่เปลี่ยนความชื้นในอากาศ มาเป็นน้ำบริสุทธิ์ และยังสามารถรีไซเคิลน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้อีกด้วย

































รีสอร์ทนี้ จึงเหมาะที่จะไปตั้งอยู่ในบริเวณชายฝั่งที่มีความอบอุ่น และความชื้นสูง ในอาคารนี้นอกจากห้องพักแนวอวกาศและ aquarium ใต้น้ำแล้ว ก็ยังมีร้านอาหาร ห้องออกกำลังกาย ห้องจัดแสดงงาน สปา และห้องประชุมสัมมนา ที่ทั้งหมด ตกแต่งในแนวทางที่เป็น “น้ำ” ทั้งสิ้น

TraveLArounD



ปล. ตอนนี้ผมจัดทำ web ที่รวบรวมภาพต่างๆ ที่ยังไม่ได้เอามาเขียนเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การจัดสวน ยังมาลงไม่หมด ก็จะมาเก็บไว้ที่นี่ก่อน ถ้าใครสนใจก็เข้าไปดูได้นะครับ ที่
Home Lover's Club
แต่ก่อนเข้าชม กรุณา sign up ก่อนนะครับ ไม่เสียเวลา กรอกแค่ email address กับ ใส่ password ของคุณเองก่อน เพื่อเป็น member จากนั้นก็ add as friend กับผม ก็เป็นอันเสร็จพิธี แล้วเข้าดูอัลบัมภาพของผมได้หมด แต่ถ้านึกสนุก จะสร้างอย่างอื่นก็มีให้เล่นได้หลายอย่างครับ ตอนนี้มีสมาชิกหลายคนแล้ว ต่างประเทศก็มีหลงเข้ามาดู

ส่วนท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ 1000 กว่าเรื่องแล้ว

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ข้อมูลจาก inhabitat โดยAlexandra Kain
http://www.inhabitat.com/2009/06/10/water-building-resort-will-convert-air-into-purified-water/#more-32838




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2552    
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 20:30:05 น.
Counter : 1328 Pageviews.  

1  2  3  4  

travelaround
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]





ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะเข้ามาชม blog มีข้อคิดเห็น เชิญ comment มาได้นะครับ ถ้าตอบได้ จะตอบให้ทันทีครับ แต่ถ้าไม่ทราบ ต้องขอเวลา จะค้นคว้ามาให้อ่านกัน ท่านที่จะถามคำถาม หรือติดต่อเรื่องบทความ ได้ทาง Email :- d_sign_place@yahoo.com ครับ


เรื่องต่างๆที่ผมได้เขียนหรือรวบรวม เรียบเรียงมานี้ ยินดีให้ทุกท่านได้อ่านเป็นวิทยาทานและเพื่อการศึกษา ถ้าจะนำไปโพสต่อใน website สาธารณะ หรือ website อื่นใดที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ กรุณาระบุที่มา คือ http://www.travelaround.bloggang.com และนามปากกาผู้เขียนคือ TraveLArounD ด้วย

แต่ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการนำไปใช้ ในเชิงพาณิชย์ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะถูกดำเนินคดี ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

ส่วนบทความหรือภาพถ่ายใดๆ ที่ได้นำมาจาก website อื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเรื่องนั้นๆ เป็นการถ่ายทอดจากวิจารณญาณแล้วว่า มีความถูกต้องเป็นจริง มากที่สุด และได้นำมาจาก website ที่เป็นสาธารณะ ถ้าเรื่องราวหรือภาพของท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้ ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน กรุณาแจ้งมาทาง email :– nana_sara1000@ymail.com ผมจะทำการลบข้อมูลหรือภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ออกทันที

Acknowledges that I try to write or report accurately but postings may contain fact , speculation or rumor. I find images from the Web that are believed to belong in the public domain. If any stories or images that appear on the site are in violation of copyright law, please email to :- nana_sara1000@ymail.com and I will remove the offending information as soon as possible.


counter start from 23-04-2008
Website counter
: Users Online









ที่ดินเชียงใหม่ ทางไปแม่ริม ใกล้ศาลากลาง และสนามกีฬา 700 ปี ติดน้ำปิง ในหมู่บ้านเพชรริมปิง พื้นที่ 667 ตารางวา @ 14,000.- บาท สภาพแวดล้อมดี สนใจติดต่อ โทร. 0859559950



DESIGN PLACE CO.,LTD. รับออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย ในแบบไทย และไทยร่วมสมัย



มรดก ฉบับที่ 1

มรดก ฉบับที่ 2

มรดก ฉบับที่ 3

มรดก ฉบับที่ 4

มรดก ฉบับที่ 5

มรดก ฉบับที่ 6

มรดก ฉบับที่ 7

ช่วยสนับสนุนการจัดทำ BLOG ด้วยการซื้อหนังสือ "มรดก" 1ชุด 7เล่ม (หนังสือเก่า) ในราคาชุดละ 700 บาท (รวมค่าส่งทางไปรษณีย์)

สนใจสั่งซื้อทาง E-mail :- nana_sara1000@ymail.com



New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add travelaround's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.