"ความสามัคคีปรองดอง เป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ความสามัคคีของคนในชาติ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทย ร่มเย็นเป็นสุข" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สนใจลงโฆษณา ในพื้นที่ข้างบน ติดต่อ email : nana_sara1000@ymail.com
Home Lover’s Corner นานา สาระ๑๐๐๐ นานา สารพัด พระพุทธประวัติ ภาคพิเศษ
Travel Around the World Real Estate Buyer's Guide สุขภาพกาย สุขภาพใจ Pets & Animals
ปางพระพุทธรูปตามพุทธประวัติ Horoscope 12 ราศี พระพุทธศาสนา World of Beautiful Musics

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๒๒ : พระเจ้าสุทโธทนะสวรรคต

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๒๒ : พระเจ้าสุทโธทนะสวรรคต



พระเจ้าสุทโธทนะสวรรคต ทรงถวายพระเพลิงพระบิดา

การเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ของพระพุทธเจ้า เพื่อทรงเยี่ยมพุทธบิดาที่กำลังทรงประชวรครั้งนี้
ดูเหมือนจะเป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากที่พระเจ้าสุทโธทนะ ซึ่งทรงสำเร็จอนาคามิผลอยู่ก่อนแล้ว ได้สดับพระธรรมเทศนา ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ได้สำเร็จอรหันต์ในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพ
หลังจากนั้นอีก ๗ วันก็สิ้นพระชนม์









พระพุทธเจ้า ได้เสด็จสรงน้ำพระศพพุทธบิดา และถวายพระเพลิงพร้อมด้วย พระสงฆ์
พระประยูร




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 0:22:47 น.
Counter : 1047 Pageviews.  

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๒๑ : พระพุทธบิดาประชวร เสด็จไปเทศน์โปรด

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๒๑ : พระพุทธบิดาประชวร เสด็จไปเทศน์โปรด


พระพุทธบิดาประชวร เสด็จไปเทศน์โปรด

ในปีที่ ๕ นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นต้นมา พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน ใกล้กรุงไพศาลี ได้ทรงทราบข่าวว่า พระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา ทรงประชวรหนักด้วยพระโรคชรา และปรารถนาจะได้เฝ้าพระพุทธองค์ ตลอดถึงพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นเจ้าศากยะ และเป็นพระญาติอีกหลายรูปที่เสด็จออกบวชตามพระพุทธเจ้า เช่น พระอานนท์ พระนันทะ และสามเณรราหุล ผู้เป็นหลาน

พระพุทธเจ้าจึงรับสั่งพระอานนท์ ให้แจ้งข่าวพระสงฆ์ ถึงเรื่องพระพุทธองค์จะเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์อีกวาระหนึ่ง ธรรมเนียมการเสด็จจาริกทางไกลของพระพุทธเจ้ามีอยู่อย่างหนึ่ง คือ ก่อนเสด็จจะรับสั่งพระสงฆ์ที่อยู่ใกล้ชิดให้บอกข่าวพระสงฆ์ทั้งมวลว่า พระพุทธเจ้าจะเสด็จจาริกทางไกลที่นั่น ที่นี่ เวลานั้น เวลานี้ พระสงฆ์รูปใดจะตามเสด็จ ก็จะได้เตรียมข้าวของจำพวกอัฐบริขารไว้พร้อม








การเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ของพระพุทธเจ้า เพื่อทรงเยี่ยมพุทธบิดาที่กำลังทรงประชวรครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ์ ได้เสด็จเข้าเยี่ยมพุทธบิดา ซึ่งมีพระอาการประชวรเพียบหนักแล้ว จึงทรงแสดงธรรมโปรดพุทธบิดาด้วยเรื่องความเป็นอนิจจังของสังขารว่า

" ดูกรบพิตร อันว่าชีวิตแห่งมนุษย์ทั้งหลายนี้ น้อยนักดำรงอยู่ โดยพลันมิได้ยั่งยืนอยู่ช้า ครุวนา ดุจสายฟ้าแลบ อันปรากฎมิได้นาน "

พระเจ้าสุทโธทนะซึ่งทรงสำเร็จอนาคามิผลอยู่ก่อนแล้ว ได้สดับพระธรรมเทศนา ตั้งแต่ต้นจนจบก็ได้สำเร็จอรหันต์ในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพ




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 0:15:20 น.
Counter : 650 Pageviews.  

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๒๐ : อนาถบิณฑิกะเศรษฐี ถวายเชตวนาราม

พระพุทธประวัติ ตอนที่120 : อนาถบิณฑิกะเศรษฐี ถวายเชตวนาราม


ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี เป็นชาวสาวัตถี แคว้นโกศล ที่มีพระเจ้าปเสนธิโกศลปกครองอยู่ ได้เดินทางมาทำการค้า และพบปะกับญาติที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ จึงได้พบกับพระพุทธเจ้าที่ ป่าสีตรัน แคว้นมคธ ตามที่พี่เขยบอก และได้ฟังธรรมจนบรรลุเป็นพระโสดาบัน ท่านจึงได้นิมนต์ พระพุทธเจ้า ให้ทรงเสด็จไปยังเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล

พระพุทธเจ้าทรงรับนิมนตร์นั้น หลังจากนั้น ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี ได้กลับไปยังกรุงสาวัตถี แคว้นโกศล ซึ่งการเดินทางจากกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ต้องผ่านแคว้นกาสี(พาราณสี) จึงจะถึงแคว้นโกศล กรุงสาวัตถี






ด้วยความศรัทธาแรงกล้า ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี จึงจะสร้างเชตวันวิหารเพื่อถวายพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็เสด็จไปทางเหนือของแคว้นมคธ ตรงไป ยังนครเวสาลี แคว้นวัชชี แล้วพักอยู่ที่นั่น เพื่อเผยแผ่พระสัทธรรม แล้วมุ่งตรงไปทางตะวันตก ตัดเข้ากรุงสาวัตถี แคว้นโกศล โดยที่ไม่ต้องผ่านแคว้นกาสี(กรุงพาราณสี) ตามคำทูลเชิญของท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี

เมื่อถึงนครสาวัตถี พระพุทธองค์ ทรงประทับ ณ เชตวนาราม ที่ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีสร้างถวาย เพื่อเผยแผ่พระสัทธรรม ทั่วทั้งกรุงสาวัตถี




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 0:10:17 น.
Counter : 1115 Pageviews.  

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๑๙ : ทรงลีลา

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๑๙ : ทรงลีลา


หลังจากกระทำ “ โลกวิวรณะปาฎิหาริย ์” แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเสด็จลงมาจากเทวโลก โดยบันใดแก้วมณีมัยในท่ามกลางเทพดาในหมื่นมณีเทพบุตร นักฟ้อนชื่อปัญจสิขะ ถือพิณสีเหลืองดุจผลมะตูมยืนอยู่ ณ ข้างเบื้องขวา ทำบูชาด้วยการฟ้อนแด่พระศาสดาลงมา มาตลิสังคาหก เทพบุตรยืน ณ ข้างเบื้องซ้าย ถือของหอมระเบียบและดอกไม้อันเป็นทิพย์ นมัสการอยู่ ทำบูชาแล้วลงมา








ท้าวมหาพรหมกั้นฉัตร ท้าวสุยามถือพัดวาลวิชนีจักรวาฬ ถวายพระบรมศาดาทั้ง ๒ ข้าง ท้าวมหาพรหมปชาบดี ทรงทิพย์เสวตรฉัตรกั้นถวายพระบรมศาสดา ท้าวโกสีย์อมรินทราธิราช ประคองบาตรเสลมัยของพระบรมศาสดา เสด็จเป็นมัคคุเทศก์นำพระบรมศาสดาลงมา ในท่ามกลางของทวยเทพดาและพรหมทั้งหลายแวดล้อมเป็นบริวาร










เมื่อพระบรมศาสดาทรงเสด็จถึงเชิงบันได มหาชนทั้งหลายได้พากันแซ่ซ้องสาธุการ เสียงสนั่นหวั่นไหว ด้วยความงามจับอกจับใจอย่างที่ไม่เคยคิดเห็นมาแต่ก่อน แม้แต่พระสารีบุตรพุทธสาวก ก็ยังได้กล่าวคาถาสรรเสริญด้วยความยินดียิ่งว่า น เม ทิฏ.โฐ อิโต ปุพ.เพ เป็นอาทิ ความว่า “ข้าพระองค์ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยได้ยินมาแต่ก่อนเลย พระบรมศาสดาซึ่งงดงามด้วยสิริโสภาค ยิ่งกว่าเทพเจ้าทั้งมวล มีพระสุรเสียงอันไพเราะอย่างนี้ เสด็จลงมาจากสวรรค์ ”








พระบรมศาสดาได้ทรงแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัท ผู้กำลังมีโสมนัสพึงตาพึงใจ พระรูปพระโฉมอยู่ในท่ามกลางเทพดาและพรหมเป็นอันมาก ในเวลาจบพระธรรมเทศนาพุทธบริษัทได้บรรลุอริยมรรคอริยผล ตั้งแต่เบื้องบนจนเบื้องปลาย คือพระอรหัตผลเป็นอันมาก




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 0:10:21 น.
Counter : 498 Pageviews.  

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๑๘ : ทรงเปิดโลก (โลกวิวรณะปาฏิหาริย์ )

พระพุทธประวัติ ตอนที่ ๑๑๘ : ทรงเปิดโลก (โลกวิวรณะปาฏิหาริย์ )


ทรงเปิดโลกบันดาลให้เทวดา มนุษย์
และสัตว์นรก แลเห็นซึ่งกันและกัน


เมื่อพระพุทธองค์เสด็จยืนประดิษฐานเหนือรัตนบันได ในท่ามกลางหว่างเทพ พรหม บรรษัทแวดล้อมเป็นบริวาร ก็ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ซ้ำอีก ณ กาลนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงโลกวิวรณปาฏิหาริย์บันดาลเปิดโลก (โลกที่ทรงเปิดในเหตุการณ์คราวนี้มี ๓ โลก คือ เทวโลก มนุษยโลก และยมโลก เทวโลก หมายถึง ตั้งแต่พรหมโลกลงมาจนถึงสวรรค์ทุกชั้น มนุษยโลก ก็คือ โลกมนุษย์ และยมโลก ซึ่งอยู่ทางเบื้องต่ำ คือ นรกทุกขุมจนกระทั่งถึงอเวจีมหานรก)










ในขณะที่พระองค์ประทับยืนอยู่ที่บันไดแก้ว ทรงทอดพระเนตรไปทางทิศเบื้องบน เทวโลกและพรหมโลก ก็เปิดมองเห็นโล่ง เมื่อทรงทอดพระเนตรไปในทิศเบื้องต่ำ นิรยโลกทั้งหลายก็เปิดโล่ง ในครั้งนั้นสวรรค์ มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างก็เห็นซึ่งกันและกันทั่วจักรวาล ทั้งหมื่นโลกธาตุ ก็แลเห็นกันปรากฏทั่วทั้งสิ้นอันเป็นมหาอัศจรรย์ ทรงบันดาลให้สรรพสัตว์มองเห็นซึ่งกันและกัน คือชาวมนุษย์มองเห็นสวรรค์และสัตว์นรก ชาวสวรรค์มองเห็นชาวมนุษย์และสัตว์นรก สัตว์นรกมองเห็นชาวมนุษย์และชาวสวรรค์ แม้แต้สัตว์เดรัจฉานหรือคนตาบอด ก็ยังสามารถมองเห็นพระพุทธองค์ และสรรพสัตว์เหล่านั้นก็ปรารถนาพุทธภูมิด้วยกันทั้งสิ้น








พุทธภูมิ คือ ความเป็นพระพุทธเจ้า คำว่า พระพุทธเจ้าทรงเปิดโลกทั้งสามให้คนในสามโลกนี้มองเห็นกันและกันนั้น ถ้าจะถอดใจความให้ฟังได้ ก็คือ วันนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม มีคนมาฟังธรรมกันมากที่สุด คนมองเห็นผลบาปบุญคุณโทษ ผลบาป คือ ความทุกข์ได้แก่นรก ผลบุญ คือ ความสุขได้แก่สวรรค์ และความมีศีลธรรม ทำให้คนเป็นคนที่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน


เป็นอันว่า พรรษาที่ ๗ ทรงประทับอยู่ ( ณ ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ) บนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ และเมื่อพระพุทธเจ้าทรงเสร็จจากการแสดงธรรมให้เหล่าเทพเทวดาและพรหมแล้ว ทรงเสด็จลงจากชั้นดาวดึงส์ ที่เมืองสังกัสสะ อยู่ในแคว้นปัญจาบ ซึ่งประชาชนต่างๆ มารอดูอย่างมากมายสุดลูกหูลูกตา เพราะข่าวการที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่เมืองสังกัสสะนั้นมีการบอกปากต่อปาก มีเวลาเป็นเดือนแล้ว เมื่อเสด็จลงมาพระพุทธเจ้าก็ทรงเผยแผ่พระสัทธรรมที่แคว้นปัญจาบนั้นเพิ่มขึ้นมาอีก 1 แคว้น




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 0:04:40 น.
Counter : 1037 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

travelaround
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]





ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะเข้ามาชม blog มีข้อคิดเห็น เชิญ comment มาได้นะครับ ถ้าตอบได้ จะตอบให้ทันทีครับ แต่ถ้าไม่ทราบ ต้องขอเวลา จะค้นคว้ามาให้อ่านกัน ท่านที่จะถามคำถาม หรือติดต่อเรื่องบทความ ได้ทาง Email :- d_sign_place@yahoo.com ครับ


เรื่องต่างๆที่ผมได้เขียนหรือรวบรวม เรียบเรียงมานี้ ยินดีให้ทุกท่านได้อ่านเป็นวิทยาทานและเพื่อการศึกษา ถ้าจะนำไปโพสต่อใน website สาธารณะ หรือ website อื่นใดที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ กรุณาระบุที่มา คือ http://www.travelaround.bloggang.com และนามปากกาผู้เขียนคือ TraveLArounD ด้วย

แต่ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการนำไปใช้ ในเชิงพาณิชย์ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะถูกดำเนินคดี ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

ส่วนบทความหรือภาพถ่ายใดๆ ที่ได้นำมาจาก website อื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเรื่องนั้นๆ เป็นการถ่ายทอดจากวิจารณญาณแล้วว่า มีความถูกต้องเป็นจริง มากที่สุด และได้นำมาจาก website ที่เป็นสาธารณะ ถ้าเรื่องราวหรือภาพของท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้ ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน กรุณาแจ้งมาทาง email :– nana_sara1000@ymail.com ผมจะทำการลบข้อมูลหรือภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ออกทันที

Acknowledges that I try to write or report accurately but postings may contain fact , speculation or rumor. I find images from the Web that are believed to belong in the public domain. If any stories or images that appear on the site are in violation of copyright law, please email to :- nana_sara1000@ymail.com and I will remove the offending information as soon as possible.


counter start from 23-04-2008
Website counter
: Users Online









ที่ดินเชียงใหม่ ทางไปแม่ริม ใกล้ศาลากลาง และสนามกีฬา 700 ปี ติดน้ำปิง ในหมู่บ้านเพชรริมปิง พื้นที่ 667 ตารางวา @ 14,000.- บาท สภาพแวดล้อมดี สนใจติดต่อ โทร. 0859559950



DESIGN PLACE CO.,LTD. รับออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย ในแบบไทย และไทยร่วมสมัย



มรดก ฉบับที่ 1

มรดก ฉบับที่ 2

มรดก ฉบับที่ 3

มรดก ฉบับที่ 4

มรดก ฉบับที่ 5

มรดก ฉบับที่ 6

มรดก ฉบับที่ 7

ช่วยสนับสนุนการจัดทำ BLOG ด้วยการซื้อหนังสือ "มรดก" 1ชุด 7เล่ม (หนังสือเก่า) ในราคาชุดละ 700 บาท (รวมค่าส่งทางไปรษณีย์)

สนใจสั่งซื้อทาง E-mail :- nana_sara1000@ymail.com



New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add travelaround's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.