"ความสามัคคีปรองดอง เป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ความสามัคคีของคนในชาติ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทย ร่มเย็นเป็นสุข" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สนใจลงโฆษณา ในพื้นที่ข้างบน ติดต่อ email : nana_sara1000@ymail.com
Home Lover’s Corner นานา สาระ๑๐๐๐ นานา สารพัด พระพุทธประวัติ ภาคพิเศษ
Travel Around the World Real Estate Buyer's Guide สุขภาพกาย สุขภาพใจ Pets & Animals
ปางพระพุทธรูปตามพุทธประวัติ Horoscope 12 ราศี พระพุทธศาสนา World of Beautiful Musics

จอห์น เลนนอน : ศิลปินอมตะแห่งสันติภาพ


จอห์น เลนนอน : ศิลปินอมตะแห่งสันติภาพ

ในฐานะนักดนตรีดังแห่งวง เดอะบีทเทิลส์ จอห์นมีภาพพจน์เป็นนักดนตรีหนุ่มที่มีภาพรวมของวง เดอะบีทเทิลส์ ที่สาวๆวัยรุ่นในสมัยนั้น ต้องกรี๊ดสุดๆ ทุกครั้งที่เห็นหรือได้ฟังเพลงของ เดอะบีทเทิลส์ แต่ในฐานะความเป็นตัวตนของ จอห์น เลนนอน เขามีความจริงจังกับชีวิต และสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการต่อต้านสงคราม เลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุขเลยทีเดียว








จอห์น วินสตัน เลนนอน ( John Winston Lennon) เกิดเมื่อ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2483 ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษ รู้จักกันดีในนามจอห์น เลนนอน แห่งวง เดอะบีทเทิลส์ โดยตั้งวงกับ พอล แม็คคาร์ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตารร์ เนื้อเพลงของเลนนอนจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วย ความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะสังคมในช่วงนั้น และในช่วงหนึ่งเลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุข


















เมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อกับแม่แยกทางกัน จอห์นอยู่กับแม่จึง และแม่ตายก่อนตอนที่เขาอายุ 18 สมัยเด็กๆ จอห์นชอบวาดภาพผู้ที่พิการทุพพลภาพ และครูคิดว่าเขาน่าจะสอบเข้าไปเรียนในวิทยาลัยศิลปะได้ และเขาก็สอบได้ และที่วิทยาลัยแห่งนี้เองที่เขาได้พบกับซินเธีย โพเวลล์ ผู้หญิงซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภรรยาคนแรกของจอห์น เมื่อตอนที่จอห์นอายุ 16 ปี ได้ตั้งวงดนตรีชื่อควอร์รี่ แมน (Quarry Man) และเปิดการแสดงกันในโรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ได้รู้จักกับ พอล แมกคาร์ตนีย์ ณ จุดนี้เอง จอห์นและพอลก็ได้มาร่วมงานกัน พร้อมกับจอร์จ แฮริสัน เป็นที่มาของวงดนตรี “เดอะ บีทเทิลส์” หรือ 4 เต่าทอง การแสดงของวงเข้าตา ไบรอัน เอพสเตน ซึ่งต่อมาเป็นผู้จัดการวงของเขา ซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาชื่อว่า Love me Do ซึ่งได้ จอร์จ มาร์ติน เป็นโปรดิวเซอร์ เพียงแค่วันที่สองของการออกซิงเกิ้ลนี้ มันก็สามารถขึ้นชาร์ทที่อันดับ 17




























จอห์นแต่งงานกับ ซินเธีย โพเวลล์ ในปี 1962 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือจูเลียน แต่ที่สุดก็หย่าขาดจากกัน เมื่อจอห์นพบรักใหม่กับ โยโกะ โอโนะ ที่เดอะ อินดิก้า แกลเลอรี่ ปี 1966 จากนั้นในปี 1970 สี่เต่าทองก็วงแตก หลังจากนั้น จอห์นยังคงทำงานดนตรีด้วยการออกผลงานเดี่ยว อัลบั้ม Imagine ตามด้วย Mind Games , Rock and Roll และ Walls and Bridge แต่ชีวิตส่วนตัวย่ำแย่ จอห์น และ โยโกะ แยกทางกันเป็นเวลา 14 เดือน เพราะการกดดันของสาธารณชน (แฟนๆของ เดอะบีทเทิลส์ ที่ไม่ชอบ โยโกะ โอโนะ ที่คิดว่าโยโกะ ทำให้ เดอะบีทเทิลส์ ต้องแยกวง ) แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง





















ในปี 1975 โยโกะก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขาอีกคนชื่อ “ฌอน” จอห์นทิ้งอาชีพนักดนตรีไป 5 ปี เพื่อทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี คอยเลี้ยงดูลูกชายคนนี้ หลังจาก 5 ปีผ่านไปเขาก็หวนนึกถึงอาชีพนักดนตรีและเขาแต่งเพลงอีกครั้ง เขาเขียนงานเพลง Double Fantasy และบันทึกในปีเดียวกันคือปี 1980
















แต่โชคร้ายก็มาเยือนในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ในนครนิวยอร์ก รัฐดาโกต้า สหรัฐอเมริกา ช่วงบ่ายขณะที่จอห์น เลนนอน อยู่ในสตูดิโอเพื่อกำลังเตรียมตัวอัดเพลงใหม่ ก็มีชายคนนึ่งชื่อว่า มาร์ค แชปเเมน ถือกระดาษกับปากกายืนให้จอห์น เลนนอน เเล้วพูดว่า "ฉันจะมีลายเซ็นของคุณเป็นที่ระลึกได้ไหม?" จอห์นจึงเซ็นต์ลายเซ็นต์ของเขาให้เเล้วก็ไปทำงานต่อ
































บ่ายวันนั้นจอห์นกับโยโกะก็มาอยู่ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเขา เขาก็พบ mark chapman คนที่มาขอลายเซ็นเขานั่นเอง เเต่คราวนี้ในมือเขาไม่ใช่ปากกา กับกระดาษ เเต่เป็นปืน มาร์คพูดว่า "คุณเลนนอน!!" เเล้วเขาก็ยิงจอห์นไป นัด จอห์นเสียชีวิตลงทันที ด้วยวัยเพียง 40 ปี 3 นาทีต่อมา ตำรวจมาถึงที่อพาร์ตเมนท์เกิดเหตุ มาร์คยังคงอยู่ตรงนั้น เขาพูดกับตำรวจว่า "ฉันนี้เเหละที่ยิง จอห์น เลนนอน"





















จอห์น เลนนอน ได้ใช้ความสามารถของเขา เพื่อแสดงออกถึงความเชื่อและความมุ่งมั่นของเขา ที่มีแต่ความปรารถนาดีต่อชาวโลก เขามุ่งหวังให้เกิดสันติภาพขึ้น ท่ามกลางกลิ่นควันของสงครามที่ฟุ้งขจายไปทั่วโลก และแม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว กลิ่นควันของสงคราม ก็ยังมิได้จางหายไป แม้คู่กรณีจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มนุษย์ก็ยังเข่นฆ่ากันเพราะความขัดแย้ง และความเชื่อที่แตกต่างกัน อยู่นั่นเอง


TraveLArounD



ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ 1200 กว่าเรื่องแล้ว

ส่วนท่านที่ชอบเพลง background ผมได้รวบรวมเพลงไพเราะ เพลงรัก romantic และเพลงซึ้งๆ ที่หาฟังได้ยากในสมัยนี้ ไว้หลายชุด สนใจ email ติดต่อมาได้ครับที่ nana_sara1000@ymail.com

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส

ข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/wiki




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 ตุลาคม 2553 22:30:42 น.
Counter : 2696 Pageviews.  

ช็อกศพ "ไมเคิล แจ๊กสัน" เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก


ศพ "ไมเคิล แจ๊กสัน" เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
มียาเต็มกระเพาะ แผลศัลยกรรมเต็มหน้า-รอยเข็มเต็มตัว


สุดอนาถ เผยศพ" ไมเคิล " ผอมโกรกเหลือหนังหุ้มกระดูก กระเพาะมีแต่ยา รอยเข็มเต็มตัว จากฉีดยาวันละ 3 ครั้งนานหลายปี หน้าเสียโฉมมีแต่รอยแผลศัลยกรรม คาดจัดพิธี 1ก.ค. ก่อนฝังที่คฤหาสน์เนเวอร์แลนด์








แฉศพแจ๊กสัน"ผอม-กระเพาะมีแต่ยา"


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวความคืบหน้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ถึงปมปัญหาต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม หลังการเสียชีวิตของ ไมเคิล แจ๊กสัน เจ้าของฉายาคิง ออฟ ป๊อป ในวัย 50 ปี ที่ถูกระบุเบื้องต้นว่า เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ที่บ้านพักในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน โดยล่าสุดเดอะ ซัน ระบุว่า ได้ผลชันสูตรศพรอบสอง ของไมเคิล แจ๊กสัน ที่รั่วออกมาจากแหล่งข่าววงในว่า ศพแจ๊กสันอยู่ในสภาพสุดอนาถ ผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ผมร่วง พบรอยเข็ม รอยแผล ทั่วตัว ในกระเพาะมีแต่ยา

ขณะที่ ทนายหมอคอนราด เมอร์เรย์ ซึ่งเป็นหมอประจำตัวแจ๊กสัน ออกโต้เป็นครั้งแรกว่า ไม่ได้ฉีดยาแก้ปวดให้แจ๊กสันก่อนตาย นายเอ็ดเวิร์ด เชอร์นอฟ ทนายของนายแพทย์คอนราด เมอร์เรย์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทมส์ ปฏิเสธโต้เป็นครั้งแรกว่า ข่าวเรื่องการฉีดยาต่างๆ ไม่เป็นความจริงเลย "ไม่มีการฉีดยาเดเมอรอล ไม่มีการฉีดอ๊อกซี่คอนตินใดๆ ทั้งนั้น" ทนายหมอบอกด้วยว่า หมอเมอร์เรย์พบแจ๊กสันหมดสติอยู่ในห้องนอนที่บ้าน และเป็นคนแนะนำครอบครัวแจ๊กสันให้ผ่าศพชันสูตร ขณะที่ครอบครัวแจ๊กสันอยู่ที่โรงพยาบาล " เขา (หมอเมอร์เรย์) ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมไมเคิล แจ๊กสันถึงตาย"









แฉผลชันสูตรศพรอบ2 สุดช็อค!


ขณะที่ผลชันสูตรศพรอบ 2 ที่ครอบครัวแจ๊กสัน ลงทุนจ้างทีมหมอมาชันสูตรศพไมเคิล แจ๊กสัน ยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่เดอะ ซัน หนังสือแทบลอยด์ดังของอังกฤษ อ้างได้รายละเอียดผลชันสูตรศพที่รั่วออกมา สามารถทำให้ผู้คน ทั้งช็อค และสยดสยอง เมื่อพบว่า สภาพร่างกาย ในช่วงระยะสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ผอมจนเห็นซี่โครง และแทบไม่กินอาหารเลย ในกระเพาะพบแต่ยาหลายชนิด ขณะที่บริเวณสะโพก ต้นขา หัวไหล่ เต็มไปด้วยแผลจากรอยเข็มฉีดยา เชื่อว่า เกิดจากการฉีดยาแก้ปวด ที่แจ๊กสันฉีดถึงวันละ 3 ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แล้วยังมีบาดแผลจำนวนมากคาดว่าน่าจะเกิดจากการผ่าตัดทำศัลยกรรมความงามอย่างน้อย 13 ครั้ง นอกจากนั้นยังพบรอยฟกช้ำที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรที่ บริเวณหัวเข่าทั้งสองข้าง หน้าแข้งทั้งสอง และบาดแผลฉีกหลายแห่งที่หลัง ซึ่งอาจเกิดจากการหกล้มที่เกิดขึ้นไม่นาน










พบรอยเข็มฉีดยาที่ผนังหัวใจ


เดอะ ซัน บอกด้วยว่า พบรอยเข็มฉีดยา ถูกฉีดทะลุผนังหัวใจของแจ๊กสันถึง 3 จุด และก่อให้เกิดความเสียหายของผนังหัวใจบริเวณนั้นด้วย แต่รอยเข็มรอยที่ 4 นั้นฉีดพลาดไปถูกบริเวณซี่โครงตรงหัวใจของนักร้องดัง

"ครอบครัวไมเคิล และแฟนๆ ต้องสยองขวัญ เมื่อรู้ว่า ร่างกายเขาทรุดโทรมหนัก ถึงขนาดผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ผมก็ร่วง เขาไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากยาตอนที่เขาตาย มีรอยเข็มฉีดยาเต็มไปหมดทั่วร่างกาย และการเสียโฉมที่เกิดจากการผ่าตัด ทำศัลยกรรมมาหลายปี ที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายเขาทรุดโทรมมากมานานหลายปี พวกหมอและคนที่อยู่รอบตัวเขา ต่างนิ่งดูดาย ขณะที่เห็นเขากำลังทำลายตัวเอง ตอนนี้ต้องมีใครบางคนกำลังต้องชดใช้สิ่งที่พวกเขาได้ทำ" เดอะ ซันอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าว

นายเอ็ดเวิร์ด เชอร์นอฟ ทนายของนายแพทย์คอนราด เมอร์เรย์ ซึ่งอยู่กับหมอเมอร์เรย์วัย 51 ตลอด 3 ชั่วโมง ระหว่างให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแองเจลิส เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า "เขา (ไมเคิล) แทบไม่กินข้าว ไม่ดื่มน้ำ แต่ก็ไม่มีสิ่งผิดปกติอันใด ที่จะทำให้หมอเชื่อว่า จะเกิดปัญหาที่สามารถทำให้เขาเสียชีวิตกะทันหัน"










ญาติตั้งทนายดูมรดก-สิทธิเลี้ยงหลาน


เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ครอบครัวแจ๊กสัน ตั้ง ลอนเดล แมคมิลแลน เป็นทนายอย่างเป็นทางการเพียงคนเดียวที่มีอำนาจออกมาพูดทุกอย่างในนามตัวแทน ครอบครัวแจ๊กสัน โดย แมคมิลแลน ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นว่า ครอบครัวแจ๊กสันจะเฝ้าติดตามความคืบหน้าผลการสืบสวนหาสาเหตุการตายของแจ๊ก สันอย่างใกล้ชิด และกำลังจะร้องต่อศาลขอสิทธิเป็นผู้เลี้ยงดูลูกทั้งสามคนของ ไมเคิล แจ๊กสัน ได้แก่ พรินซ์ ไมเคิล วัย 12 ปารีส วัย 11 และ พรินซ์ ไมเคิล ที่ 2 วัย 7 ขวบ โดยนางแคเธอรีน ย่าของเด็ก ซึ่งดูแลลูกๆ ของแจ๊กสัน หลังจากคิง ออฟ ป๊อป เสียชีวิตจะเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม ครอบครัวแจ๊กสันยังไม่มีใครเห็นพินัยกรรมของราชาเพลงป๊อป ซึ่งไม่แน่ใจว่า ได้ทำไว้หรือไม่ แต่หากไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สินทุกอย่างของแจ๊กสันก็จะตกเป็นของญาติพี่น้องตามลำดับชั้น ภายใต้กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย











พ่อแจ๊กสันสงสัยเงื่อนงำการตาย


เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน นายโจ แจ๊กสัน วัย 79 บิดาของคิง ออฟ ป๊อป ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินบนพรมแดงเข้าร่วมงานแจกรางวัลแบล็ค เอนเตอร์เทนเมนท์ เทเลวิชั่น ที่มอบแด่คนผิวสีที่มีความสามารถเป็นเลิศในวงการต่างๆ ทั้งบันเทิง กีฬา ฯลฯ ที่หอประชุมชไรน์ ออดิทอเรียม ในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ว่ายังข้องใจ สงสัยหลายเรื่องเกี่ยวกับสาเหตุการตายของลูกชาย "ผมข้องใจมาก ผมไม่เข้าใจ และไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้น" ก่อนจะโยนให้ ลอนเดล แมคมิลแลน ทนายครอบครัวเป็นผู้ตอบคำถามต่อ แต่แมคมิลแลนปฏิเสธ ว่า ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ตอนนี้ ต้องรอผลชันสูตรศพรอบที่ 2 ออกมาก่อน ซึ่งน่าจะได้ข้อมูลต่างๆ มากขึ้น










เจเน็ต แจ๊กสัน เปิดใจครั้งแรก


ในงานเดียวกัน เจเน็ต แจ๊กสัน น้องร้องดัง น้องสาวไมเคิล ได้ขึ้นเวทีด้วยสีหน้าที่ยังเศร้าหมอง ซึ่งเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก นับแต่การเสียชีวิตของพี่ชาย โดยกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มอบความรัก และกำลังใจต่อครอบครัวเธอในยามทุกข์โศก "ครอบครัวเราทุกคนอยากมาร่วมงานในคืนนี้ แต่ยังทำใจไม่ได้ จึงเลือกฉันมาในฐานะตัวแทน" นักร้องสาวคนดังยังบอกด้วยว่า แจ๊กสัน เป็น"ไอคอน" เป็นต้นแบบของทุกคนในงาน แต่สำหรับครอบครัวแจ๊กสัน "เขาคือครอบครัวของเรา" หลังจากนั้น สตีวี่ วอนเดอร์, เจมี่ ฟ็อกซ์ และ เน โย ขึ้นเวทีร้องเพลง ไอ วิล บี แดร์ ของวงแจ๊กสัน ไฟว์

ด้านเหล่าศิลปินดารา นักร้อง นักกีฬาผิวสีในงานต่างยกย่อง แจ๊กสัน เป็นศิลปินผิวสีผู้ยิ่งใหญ่ ที่ช่วยทลายปราการความเหลื่อมล้ำทางสีผิว เปิดโอกาสให้คนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันเป็นที่ยอมรับ หลายคนบอกยังรู้สึก "ช็อค" ไม่หาย อลิเซีย คีย์ นักร้องหญิงชื่อดัง บอกแจ๊กสันเป็นแรงบันดาลให้เธอกล้าฝัน กล้าแหกกฎเกณฑ์ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และมีอิทธิพลต่อชีวิตเธอทุกด้าน ฌอน "ดิดดี้" โคมบ์ นักร้องแร็พชื่อดัง ยกย่องแจ๊กสัน เป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้ บารัค โอบามา ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ









คาดพิธีศพอาจมีขึ้น 1 ก.ค.


สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้าง นายโจ แจ๊กสัน บิดาไมเคิล ให้สัมภาษณ์ในงานแบล็ค เอนเตอร์เทนเมนท์ เทเลวิชั่น ว่า ครอบครัวกำลังปรึกษาเรื่องจัดพิธีศพของไมเคิลกันอยู่ แต่เพื่อนใกล้ชิดครอบครัวแจ๊กสันคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า พิธีศพอาจมีขึ้นวันพุธที่ 1 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา) และร่างของราชาเพลงป๊อปผู้เป็นตำนาน อาจจะถูกฝังที่คฤหาสน์เนเวอร์แลนด์ ที่แจ๊กสันรักมาก

เอเอฟพีรายงานว่า ระหว่างนี้ครอบครัวแจ๊กสันได้หารือกับ สาธุคุณอัล ชาร์ปตัน บาทหลวงนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ถึงแผนเตรียมจัดงานรำลึกสุดยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ คิง ออฟ ป๊อป โดยโฆษกของสาธุคุณชาร์ปตัน บอกว่า "สาธุคุณชาร์ปตัน จะหารือกับครอบครัวแจ๊กสัน โดยนำไอเดีย ความคิดเห็นต่างๆ จากผู้คนทั่วโลกที่ส่งมายังท่านถึงรูปแบบการรำลึกถึง ไมเคิล แจ๊กสัน ที่พวกเขาอยากเห็นไปหารือกับครอบครัวของแจ๊กสัน"

ด้านครอบครัวแจ๊กสัน ได้ตั้งทนายสู้เรื่องสิทธิเลี้ยงดูหลานทั้ง 3 และมรดก ทนายเผยยังไม่มีใครเห็นพินัยกรรม ไม่รู้ว่า คิง ออฟ ป๊อป ได้ทำไว้หรือไม่ หากไม่มีสมบัติทั้งหมดต้องตกเป็นของญาติพี่น้องตามลำดับ ส่วนพิธีศพอาจมีขึ้นในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งทางครอบครัวแจ๊กสันหารือ เตรียมจัดพิธีรำลึกสุดยิ่งใหญ่ อลังการพร้อมกันทั่วโลก










ชมวีดีโอจาก MTV


Michael Jackson's Video Legacy
Remembering Michael Jackson
Michael Jackson: A Tribute
Michael Jackson's MTV Moments
A Celebration Of Michael Jackson On MTV





ภาพจาก MTV


Michael Jackson: A Life In Photos
Michael Jackson: A Fashion Icon
Fans Mourn The Loss Of Music Icon Michael Jackson
Michael Jackson's Greatest MTV Moments


ข่าวจาก
มติชนออนไลน์ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1246281634&grpid=00&catid=00
ภาพและวิดีโอจาก MTV




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2552    
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 23:53:12 น.
Counter : 1460 Pageviews.  

ไมเคิล แจ็กสัน “ King of Pop ”

ไมเคิล แจ็กสัน “ King of Pop ”

ข่าวช็อคโลก รุ่งเช้า วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2552 ราชาเพลงป๊อบ 'ไมเคิล แจ็กสัน' เสียชีวิตกะทันหัน ด้วยวัยเพียง 50 ปี


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อบชื่อก้องโลก วัย 50 ปี เสียชีวิตแล้วอย่างกะทันหันวานนี้ (25 มิ.ย.) ซึ่งมีการสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นว่า เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลว

สื่อต่างชาติทุกสำนักรายงานข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล โดยรระบุว่า เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ยูซีแอลเอ ในลอสแองเจลิส ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวเขาออกจากบ้านพักในเมืองเบลแอร์ ตั้งแต่เวลา 03.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อพวกเขาไปถึง ไมเคิลหยุดหายใจแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยอาการอยู่ในขั้นโคม่า แต่ในที่สุดแพทย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของไมเคิลไว้ได้



ขณะที่แฟนเพลงชาวสหรัฐฯ เมื่อทราบข่าวต่างทยอยเดินทางไปรวมตัวกันด้านนอกโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ยูซี แอลเอ เพื่อรอฟังคำยืนยันการเสียชีวิตของนักร้องคนดัง และเริ่มมีการวางดอกไม้แสดงความอาลัย

หลังจากว่างเว้นจากการทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ไมเคิลได้ประกาศจัดคอนเสิร์ต ดิส อิส อิท ณ โอทู อารีนา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยแรกเริ่มจัดเพียง 10 รอบ แต่ด้วยแฟนเพลงที่ให้ความสนใจคอนเสิร์ตนี้เป็นอย่างมาก จึงได้เพิ่มรอบเป็น 50 รอบ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ถึง 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553























ประวัติ


ไมเคิล แจ็กสัน เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีในฐานะนักร้องนำของวง The Jackson 5 เมื่ออายุได้เพียง 7 ปี และได้ออกงานเดี่ยวชิ้นแรกในอัลบั้ม Got to Be There ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2514 ในขณะที่ยังเป็นสมาชิกของวง The Jackson 5 อยู่และมีอายุเพียง 11 ปี ไมเคิล แจ็กสันก็สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงมาครองได้มากถึง 3 เพลงฮิตแล้ว

ปี พ.ศ. 2522 มีผลงานออกมาชุด “ Off the Wall ” อัลบั้มเปิดตัวที่ทำยอดขายกว่า 20 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก ตามด้วยอัลบั้มประวัติศาสตร์ “ Thriller ”(พ.ศ. 2525) ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลถึง 60 ล้านชุด และ “ Bad ” ในปี พ.ศ. 2530 ที่สร้างสถิติอีกครั้งด้วยการเป็นอัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลต่างๆ ขึ้นถึงอันดับ 1 บิลบอร์ด มากที่สุด

ปี พ.ศ. 2534 ไมเคิลกลับมาพร้อมกับอัลบั้ม “ Dangerous ” ที่มีเพลง “ Black or White ” ติดอันดับ 1 ทั้งในบิลบอร์ดและชาร์ตเพลงทั่วโลก ก่อนที่จะส่งอัลบั้ม “ History ” กับเพลง “ You’re Not Alone ” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย และล่าสุดกับ “ Invincible ” (พ.ศ. 2544) ซึ่งทิ้งห่างจากงานชุดที่แล้วถึง 10 ปีเต็ม

หลังจากว่างเว้นจากการทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ไมเคิลได้ประกาศจะจัดคอนเสิร์ต ดิส อิส อิท ณ โอทู อารีนา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยแรกเริ่มจัดเพียง 10 รอบ แต่ด้วยแฟนเพลงที่ให้ความสนใจคอนเสิร์ตนี้เป็นอย่างมาก จึงได้เพิ่มรอบเป็น 50 รอบ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ถึง 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 แต่ก็ได้เสียชีวิตไปก่อนที่จะถึงเวลาดังกล่าว โดยเสียชีวิต จากอาการหัวใจวาย ในบ้านพัก และเจ้าหน้าที่ได้นำร่างไมเคิล มาช่วยยื้อชีวิต แต่ไม่ทันการที่ ศูนย์พยาบาล ใน UCLA


































คอนเสิร์ตในประเทศไทย


ไมเคิล แจ็กสัน เป็นที่รู้จักของคนไทยส่วนหนึ่ง ขึ้นมาจากมีชื่อถูกอ้างถึงในเพลง ทับหลัง ของคาราบาว ในปี พ.ศ. 2531 ที่มีเนื้อร้องในท่อนแยกว่า "เอาไมเคิล แจ็กสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา" ซึ่งเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมจากกระแสเรียกร้องทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากสหรัฐอเมริกา

เคยเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ต ในประเทศไทย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในกลางปี พ.ศ. 2536 เป็นการโปรโมตปิดอัลบั้ม Dangerous กำหนดการแสดง 2 รอบ ในวันที่ 21 สิงหาคม และ 22 สิงหาคม ที่สนามศุภชลาศัย โดยทางบริษัท เทโรเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็นผู้จัด ซึ่งก่อนการแสดงได้มีการโปรโมตทางช่อง 3 เป็นรายการพิเศษเกี่ยวกับไมเคิล แจ็กสัน มี เมทินี กิ่งโพยม เป็นพิธีกร โดยออกอากาศในช่วงเที่ยงของวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่นานนับเดือน

คอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากชาวไทย และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอยู่ช่วงหนึ่ง ถึงความเหมาะสมของการจัดแสดง เพราะบางส่วนเห็นท่าเต้นลูบเป้าของไมเคิลไม่เหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย และเมื่อเดินทางมาถึง ไมเคิลได้แต่งตัวแปลกๆ เมื่อลงจากเครื่องบินส่วนตัว ด้วยผ้าปิดหน้า โดยเจ้าตัวอ้างว่าได้ยินว่ากรุงเทพ ฯ มีควันไอเสียเยอะ ซึ่งส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการแสดงเห็นว่าเป็นการแสดงออกที่ดูถูกประเทศไทย อีกทั้งต้องใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากในการแสดง และราคาบัตรที่เข้าชมก็นับว่าแพงมากด้วย คือ 500, 800, 1,000, 1,500 และ 2,500 บาท โดยคอนเสิร์ตวันแรกจบลงด้วยดี แต่ในวันที่ 22 สิงหาคม ไมเคิล อ้างว่าป่วย ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 23 สิงหาคม แต่เมื่อมาถึงก็ขอเลื่อนไปอีก สร้างความไม่พอใจแก่แฟนๆ จนเกิดเป็นจลาจลย่อยๆ หน้าสนาม ซึ่งต้องใช้เทปเสียงของเจ้าตัวมาเปิดยืนยันว่าป่วยจริงๆ ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 24 สิงหาคม อีกที คราวนี้เมื่อถึงวันที่ 24 สิงหาคมจริงๆ ก็สามารถจัดการแสดงได้และจบลงด้วยดี ซึ่งปรากฏการณ์คอนเสิร์ตในครั้งนี้นับเป็นการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องชาวต่างประเทศระดับโลกครั้งแรกของไทย และต่อมาก็ได้มีศิลปิน นักร้องต่างประเทศทยอยเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยเรื่อยๆ ตราบจนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ไมเคิลก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศบรูไน เพื่อเปิดแสดงคอนเสิร์ตที่นั่น โดยมีสุลต่านบรูไนเป็นผู้จัด และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ครั้งที่ 2 คือ ในกลางปี พ.ศ. 2538 เป็นการโปรโมตอัลบั้ม History จัดแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี แสดง 2 รอบอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าครั้งแรก

ในปี พ.ศ. 2542 ไมเคิลได้เผยว่า จะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตรอบพิเศษ โดยจะจัดแสดงทั่วอเมริกาเพียง 10 ที่ ซึ่งตัวไมเคิลเองอยากจะแสดงและโชว์อีกครั้ง แต่ในการแสดงอาจจะมีการเปิดเทปในการแสดงเป็นบางช่วง เพราะตัวไมเคิลเองอาจร้องไม่ไหว และการเต้นอาจจะไม่สนุกเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะไมเคิลมีอายุถึง 48 ปี ในการแสดงครั้งนี้จะเปิดการแสดงในชุด Jackson 5 ซึ่งมีการรวมตัวเหล่าพี่น้องของไมเคิล ในการแสดงจะมีเพลงแค่ 16 เพลง ในชุด Jackson 5 จะมี 6 เพลงและเพลงของไมเคิลเอง 10 เพลง คือ You Are Not Alone, Heal the World, Billie Jean, Man in the Mirror, Will You Be There, Black or White, Beat It, Stanger in Moscow, Rock with You และ Bad และจะจัดขึ้นทั่วโลกในปี พ.ศ. 2552 เพียง 9 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, อิตาลี, สเปน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศไทยด้วย ในราคาค่าตัวสำหรับการเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตถึง 20,000,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 650,000,000 บาท คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในประเทศไทยที่สนามศุภลาศัย ที่จุคนได้ถึง 70,000 คน โดยคาดว่าค่าบัตรเข้าชมจะมีราคา 1000, 2,000, 3,000, 4,000 บาทโดยประมาณ ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551 ไมเคิล แจ๊กสัน และพี่น้องเขาให้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งเมื่อได้ปรากฏตัวอีกครั้งในรูปแบบคอนเสิร์ตเต็มที่ และทำให้นักข่าวตกตะลึง เมื่อสถานที่แสดงศิลปินวงอื่นๆ ยังสามารถทำได้เพียง 50,000 คน เท่านั้น แต่ในที่นี้ไมเคิลได้ทำลายสถิติทั้งหมด เพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยมีผู้ชม ถึง 125,000 คนเลยทีเดียว


























ชีวิตส่วนตัวและเรื่องอื้อฉาว


ไมเคิล แจ็กสัน ถูกมองว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ชอบทำตัวให้เด่นดัง และเป็นข่าวอยู่เสมอ ๆ โดยใช้ชีวิตบนความหรูหรา เกินคนธรรมดา เช่น คฤหาสถ์ส่วนตัวใช้ชื่อว่า "Never Land" โดยตั้งชื่อให้เหมือนกับดินแดนในเทพนิยายเรื่อง ปีเตอร์แพน ซึ่งในนั้นมีเครื่องเล่นเหมือนสวนสนุกอยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังชอบเลี้ยงดูอุปถัมภ์เด็กๆ จำนวนมากเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งได้มีการตีความทางจิตวิทยาว่า ตัวไมเคิลเองมีนิสัยเหมือนเด็กที่ไม่ยอมโต
นอกจากนั้นไมเคิลยังมีชีวิตที่แปลกพิศดาร เช่น มักแต่งตัวแปลกๆ อย่างตอนเดินทางมาถึงประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2536 หรือเคยมีผู้พบว่าไมเคิลแต่งตัวเป็นผู้หญิงในห้องน้ำหญิงสาธารณะ หรือการที่เปลี่ยนสีผิวตัวเองด้วยวิทยาการทางการแพทย์ จากผิวดำให้เป็นขาวซีดอย่างในปัจจุบัน หรือการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าด้วยซิลิโคน หลายต่อหลายครั้ง

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2537 ไมเคิลได้สร้างประหลาดใจให้แก่แฟนๆ เมื่อจู่ๆ ประกาศหมั้น และแต่งงานกับ ลิซ่า มารี เพรสลีย์ บุตรสาวของเอลวิส เพรสลีย์อย่างกระทันหัน โดยทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตเช่นสามี ภรรยา ก่อนจะเลิกรากันไปในปี พ.ศ. 2539 โดยไม่มีบุตรด้วยกัน (ภายหลังไมเคิลมีบุตร 2 คนจากการผสมเทียมกับเด็บบี้ โรวว์ พยาบาลสาวใหญ่ และมีเพิ่มอีก 1 คนจากสาวผู้ไม่เปิดเผยนาม ด้วยการผสมเทียมเช่นเดียวกัน)

ไมเคิลมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเด็กมากมาย มักปรากฏข่าวถึงการลวนลามทางเพศกับเด็กผู้ชายเสมอๆ โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548 ไมเคิลต้องขึ้นศาลฟังคำพิพากษาเลยทีเดียว เมื่อมีคดีข่มขืนเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ปรากฏว่าศาลพิพากษาให้รอดพ้นไป รวมทั้งเคยอุ้มลูกของตัวเองซึ่งยังเป็นทารกอยู่โดยทำท่าว่าจะทิ้งลงมาจากหน้าต่างโรงแรมที่เจ้าตัวอาศัยอยู่ เพื่อทักทายแฟนๆ ที่รออยู่ข้างล่าง จนได้รับเสียงตำหนิต่อว่าอย่างหนักจากสังคม เป็นต้น
























ถึงแก่กรรม


ไมเคิล แจ็กสัน ได้ถึงแก่กรรมในวัย 50 ปี ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2552 ณ โรงพยาบาล UCLA hospital (Ronald Reagan UCLA Medical Center) เวลาประมาณ 16 นาฬิกา 36 นาที ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาประมาณ ตี 5 30นาที ในประเทศไทย โดยสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอาการหัวใจวาย สร้างความตื่นตกใจแก่แฟนเพลงทั่วโลกเป็นอย่างมากพอๆกับการเสียชีวิตของบุคคลสำคัญอื่นๆหรือประธานาธิบดีสหรัฐเลยทีเดียว


TraveLArounD



ข้อมูลจาก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=5&contentID=5240




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 16:19:22 น.
Counter : 377 Pageviews.  

เอลวิส เพรสลีย์ ราชาแห่งร็อคแอนด์โรลล์


เอลวิส เพรสลีย์ ราชาแห่งร็อคแอนด์โรลล์

ถึงแม้ว่า กาลเวลาจะล่วงเลยผ่านไปกว่า 30 ปีแล้ว แต่ชื่อของ เอลวิส เพรสลีย์ ก็ยังไมได้เลือนหายไปจากความทรงจำ ของคนทั่วโลก ก็คงเป็นเพราะมนต์เพลงอันอมตะของเขานั่นเอง ที่ยังคงบรรเลงต่อเนื่องอย่างไม่มีวันหยุด ยอดขายแผ่นเสียง เทป ซีดี ก็ยังขายได้ในอันดับต้นๆ แม้ว่า ตัวเอลวิสเอง ได้ล่วงลับไปกว่า 30 ปีแล้ว และก็คงอีกนาน กว่าที่จะมีใครซักคน ที่จะมาโค่นบัลลังก์ของเขา เอลวิส เพรสลีย์ ที่เป็นที่รู้จักกันในฉายา ราชาแห่งร็อคแอนด์โรลล์ หรือ เดอะ คิง







เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2478 ณ เมือง ทูเพอโล (Tupelo) มลรัฐมิสซิสซิปปี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อจริงว่า เอลวิส แอรอน เพรสลีย์ (Elvis Aaron Presley) เอลวิสได้รับอิทธิพลการร้องเพลงมาจากการร่วมกิจกรรมในโบสถ์ และบรรดานักร้องเพลงบลูส์ชาวนิโกร ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เขาเริ่มเข้าประกวดการร้องเพลงเมื่ออายุเพียง 10 ขวบ ในงาน Mississippi Fair เมื่อเอลวิสมีอายุได้เพียง 13 ปี ครอบครัวของเขาก็ย้ายไปอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซีในปี พ.ศ. 2496 เอลวิส ทำงานเป็นคนงานใน Parker Machinists Shop เขาเข้าไปใน Memphis Recording Service ช่วงพักกลางวันเพื่ออัดเสียง เป็นของขวัญย้อนหลังให้แม่ของเขาด้วย เพลง " My Happiness" และ " That's When Your Heartaches Begin" ขณะนั้น แซม ฟิลลิปส์ เจ้าของร้านและเจ้าของบริษัทแผ่นเสียง SUNกำลังหาหนุ่มผิวขาวร้องเพลงอาร์แอนด์บี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเอลวิส









เอลวิสเข้าสังกัด Sun Records และฟอร์มวง Million Dollar Quartet ซึ่งเป็นวงดนตรีสี่คน ประกอบไปด้วย Jerry Lee Lewis, Carl Perkins, Johnny Cash และ ตัวเขา พอถึงปี 2498 เอลวิสก็ได้อัดเพลง 5 เพลง ให้กับ Sun Records และเริ่มดังในแถบทางใต้ เขาต้องการผู้จัดการคนใหม่ และได้ผู้พันทอม ปาร์คเกอร์ คนที่รู้จักการตลาดเป็นอย่างดี มาเป็นผู้จัดการ ปาร์คเกอร์ก็ได้ออกโฆษณาหวังให้วงดังกระฉ่อนไปทั่วอเมริกา เขาเซ็นสัญญากับบริษัท RCA ในปีพ.ศ. 2498 มีเพลงที่กลายเป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกของเอสวิส ที่มียอดขายเกินกว่า 1 ล้านแผ่น เอลวิสมีเพลงฮิตเพลงแรกคือ “Heartbreak Hotel” ที่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งในเดือนเมษายน 2499 นอกจากความสามารถที่ในด้านการร้องเพลงนั้น เอลวิสยังเป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมมาก ผลงานการแสดงภาพยนตร์จากเรื่อง “Love Me Tender” เมื่อเขาก้าวสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2499 ทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ช่วงเวลานี้เองที่เอลวิสโด่งดังสุดขีด จนยากที่จะหาใครเปรียบเทียบได้ เพราะเพลงของเอลวิส มีลักษณะพิเศษ จนทำให้หนุ่มสาวในยุคนั้นพากันคลั่งไคล้ นั่นก็คือลักษณะการร้องและการเต้นที่เรียกว่า Rock & Roll หรือโยกและคลึง ที่เอลวิสแสดงออก ในขณะที่ยังไม่มีนักร้องใด ทำได้อย่างนั้น ซึ่งยังเป็นการท้าทายค่านิยมของคนอเมริกันหัวอนุรักษ์นิยมในสมัยนั้นอีกด้วย นับว่าลีลาการร้อง และการเต้น รวมถึงการแต่งกายของ เอลวิส นั้นมีเอกลักษณ์โดดเด่น นำสมัยที่ไม่ซ้ำใคร จนถึงในปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการประกวดร้องเพลง การเต้น และการแต่งกายในสไตล์ เอลวิส กันจนเป็นประเพณีของหลายประเทศ หนึ่งในนั้นก็รวมถึงประเทศไทยด้วย









แต่ในขณะที่มีชื่อเสียงโด่งดังสุดขีดนี้เอง เอลวิสก็ได้พักงานเพลงของเขา เพื่อไปเป็นทหารเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2501 โดยเข้ารับราชการเป็นพลขับของกองทัพบก ประจำการในหน่วยยานเกราะที่ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 2 ปี หลังจากปลดประจำการ เอลวิสก็กลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นกว่าเดิม ภาพของหนุ่มอเมริกันที่ไปรับใช้ชาติ ขณะที่มีชื่อเสียงนั้น ยิ่งทำให้ภาพพจน์ของเขา เป็นที่ชื่นชมจากแฟนเพลงมากขึ้นไปอีก ดังนั้นภาพของทหารหนุ่มในอัลบั้มเพลงในภาพยนตร์เรื่อง GI Blues จึงทำให้ อัลบั้มนี้ก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของบิลบอร์ด และครองอันดับหนึ่งเป็นเวลานานถึง 10 สัปดาห์ติดต่อกัน และช่วงนี้เอง เป็นช่วงที่เอลวิสประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดทั้งภาพยนตร์ ทั้งเพลงที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ต่างได้รับความนิยมจากแฟนๆเป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2510 เอลวิสได้ออกอัลบั้มเพลงกอสเปล ชุดที่สองซึ่งมีชื่อว่า How Great Thou Art และอัลบั้มนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมี่เป็นครั้งแรก



ในปี พ.ศ. 2512 เอลวิสได้รับการจองตัวให้ไปเปิดการแสดงที่โรงแรม International ที่เมืองลาสเวกัส ซึ่งเป็นโรงแรมที่เพิ่งสร้างเสร็จ และมีห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง โดยเขาได้เปิดการแสดงถึง 57 รอบ ภายในระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ และการแสดงในครั้งนี้ก็มีผู้เข้าชมมากเป็นประวัติการณ์ หลังจากนั้นเขาก็ได้เปิดการแสดงในที่ต่างๆ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากทุกครั้ง











เอลวิสมีจำนวนเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 เป็นที่สองรองจากวง เดอะ บีทเทิ่ลส์ ตามข้อมูลของ Recording Industry Association of America จำนวนยอดขายอัลบั้มของเขา (117.5 ล้าน) เป็นศิลปินที่ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว มากที่สุด (25 อัลบั้ม 27 ซิงเกิล ) และเอลวิสมีอัลบั้มที่ได้รับ รางวัลแผ่นเสียงทองคำมากที่สุด (97 อัลบั้ม)

ในช่วงปี พ.ศ. 2516 เอลวิสประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ เคยถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยโรคปอดบวม โรคเยื้อหุ้มปอดอักเสบ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ นอกจากต้องต่อสู้กับโรคที่สะสมมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เขายังต่อสู้กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระนั้นเขาก็ยังตระเวนเปิดการแสดงตามคำเรียกร้องของแฟนเพลงตามเมืองต่างๆอยู่เสมอ จึงทำให้ไม่ได้ดูแลสุขภาพของตัวเองเท่าที่ควร



ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2520 หลังเที่ยงคืนที่คฤหาสน์เกรสแลนด์ แฟนสาวของเอลวิสก็พบว่า เขาล้มในห้องน้ำ และเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยวัยเพียง 42 ปี และข่าวการตายของเอลวิสก็ช็อกแฟนเพลงทั่วโลก เอลวิส เป็นตำนานของคนสู้ชีวิตที่ดิ้นรนพ้นความยากจน สู้จนได้ดี แต่ที่เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดนั้น ไม่ใช่ความขยันหรืออดทนอย่างคนทั่วไป แต่เพราะพรสวรรค์ของเขา ที่เหนือนักร้องอื่นๆในยุคเดียวกัน ประกอบกับรูปร่างหน้าตา ที่เป็นต้นแบบความหล่อของผู้ชายทั้งโลก การแหวกกระแสด้วยการเป็นคนผิวขาวที่นำเพลงคนดำมาสู่ตลาดเพลงกระแสหลัก ทั้งยังเป็นต้นแบบของผู้ชายที่ดูนุ่มนวลอ่อนโยน นักชาตินิยม



แต่ดาวก็ดับแสงตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้ที่ถูกชื่อเสียงและเงินทองผลักไสให้เข้าสู่วังวนการใช้ยาเสพติดและภาวะซึมเศร้าหดหู่ ทำให้เขาประสบปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างมาก จนเป็นสาเหตุให้อายุสั้น ในวัยเพียงแค่ 42 ปี บ้านของเอลวิสกลายเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของประเทศ การไปรษณีย์อเมริกา พิมพ์แสตมป์รำลึกเอลวิส ออกมาจำหน่ายแล้วกว่า 500 ล้านดวง มีชมรมแฟนคลับใน 45 ประเทศทั่วโลก และมีคนที่เลียนแบบเอลวิสกว่า85,000 คน ทุกปีมีคนเดินทางไปไหว้หลุมศพ ปีละ 600,000 คน และก็ไม่ได้ลดน้อยลง ไปเลยในแต่ละปี

TraveLArounD

ข้อมูลเเละภาพประกอบส่วนหนึ่งจาก
คลังปัญญาไทย
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php
และ ข่าวสด




 

Create Date : 17 เมษายน 2551    
Last Update : 23 มิถุนายน 2551 21:41:47 น.
Counter : 1512 Pageviews.  


travelaround
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]





ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะเข้ามาชม blog มีข้อคิดเห็น เชิญ comment มาได้นะครับ ถ้าตอบได้ จะตอบให้ทันทีครับ แต่ถ้าไม่ทราบ ต้องขอเวลา จะค้นคว้ามาให้อ่านกัน ท่านที่จะถามคำถาม หรือติดต่อเรื่องบทความ ได้ทาง Email :- d_sign_place@yahoo.com ครับ


เรื่องต่างๆที่ผมได้เขียนหรือรวบรวม เรียบเรียงมานี้ ยินดีให้ทุกท่านได้อ่านเป็นวิทยาทานและเพื่อการศึกษา ถ้าจะนำไปโพสต่อใน website สาธารณะ หรือ website อื่นใดที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ กรุณาระบุที่มา คือ http://www.travelaround.bloggang.com และนามปากกาผู้เขียนคือ TraveLArounD ด้วย

แต่ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการนำไปใช้ ในเชิงพาณิชย์ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะถูกดำเนินคดี ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

ส่วนบทความหรือภาพถ่ายใดๆ ที่ได้นำมาจาก website อื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเรื่องนั้นๆ เป็นการถ่ายทอดจากวิจารณญาณแล้วว่า มีความถูกต้องเป็นจริง มากที่สุด และได้นำมาจาก website ที่เป็นสาธารณะ ถ้าเรื่องราวหรือภาพของท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้ ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน กรุณาแจ้งมาทาง email :– nana_sara1000@ymail.com ผมจะทำการลบข้อมูลหรือภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ออกทันที

Acknowledges that I try to write or report accurately but postings may contain fact , speculation or rumor. I find images from the Web that are believed to belong in the public domain. If any stories or images that appear on the site are in violation of copyright law, please email to :- nana_sara1000@ymail.com and I will remove the offending information as soon as possible.


counter start from 23-04-2008
Website counter
: Users Online









ที่ดินเชียงใหม่ ทางไปแม่ริม ใกล้ศาลากลาง และสนามกีฬา 700 ปี ติดน้ำปิง ในหมู่บ้านเพชรริมปิง พื้นที่ 667 ตารางวา @ 14,000.- บาท สภาพแวดล้อมดี สนใจติดต่อ โทร. 0859559950



DESIGN PLACE CO.,LTD. รับออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย ในแบบไทย และไทยร่วมสมัย



มรดก ฉบับที่ 1

มรดก ฉบับที่ 2

มรดก ฉบับที่ 3

มรดก ฉบับที่ 4

มรดก ฉบับที่ 5

มรดก ฉบับที่ 6

มรดก ฉบับที่ 7

ช่วยสนับสนุนการจัดทำ BLOG ด้วยการซื้อหนังสือ "มรดก" 1ชุด 7เล่ม (หนังสือเก่า) ในราคาชุดละ 700 บาท (รวมค่าส่งทางไปรษณีย์)

สนใจสั่งซื้อทาง E-mail :- nana_sara1000@ymail.com



New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add travelaround's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.