"ความสามัคคีปรองดอง เป็นกำลังอย่างสูงสุดของชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ความสามัคคีของคนในชาติ จะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และทำให้สังคมไทย ร่มเย็นเป็นสุข" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
สนใจลงโฆษณา ในพื้นที่ข้างบน ติดต่อ email : nana_sara1000@ymail.com
Home Lover’s Corner นานา สาระ๑๐๐๐ นานา สารพัด พระพุทธประวัติ ภาคพิเศษ
Travel Around the World Real Estate Buyer's Guide สุขภาพกาย สุขภาพใจ Pets & Animals
ปางพระพุทธรูปตามพุทธประวัติ Horoscope 12 ราศี พระพุทธศาสนา World of Beautiful Musics

รีวิวโครงการ “บ้านทิวลม” ชะอำ

พูดถึงชะอำ เมื่อสักสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับความนิยมนัก เพราะทุกคนมุ่งกันไปแต่หัวหิน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในอดีต แต่มาตอนนี้ หัวหินพัฒนาไปมาก พื้นที่เริ่มเต็ม แน่น และมีราคาแพง นักพัฒนาที่ดินจึงต้องเปิดพื้นที่ใหม่ๆออกจากหัวหิน ไม่ว่าจะย้อนมาทางชะอำ หรือเลยไปทางปราณบุรี หรือแม้แต่ข้ามทางรถไฟออกไปข้างหลัง ไปติดเชิงเขาที่ยังพอขายวิวทะเลได้ ซึ่งชะอำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจกว่าโซนอื่น

ชื่อของชะอำ ถ้าเล่าย้อนหลังไปไกลถึงสมัยพระนเรศวรยกทัพไปสู้รบพม่า ก็จะมีการแวะพักทัพที่ชะอำนี่เอง พักคน พักม้าให้ได้พักผ่อน เพื่อล้างม้า มีที่ล้างอานม้า หรือชะอานม้า กันที่นี่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งตามประสาคนไทย เมื่อเรียกไปเรียกมา ชื่อมันก็หดสั้น แล้วก็เพี้ยนจนกลายเป็น “ชะอำ” ในวันนี้







ชะอำยังมีที่ท่องเที่ยวเป็นของตัวเองที่คนรู้จักกันมานาน คือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ปรับปรุงใหม่จนสวยงาม และตอนนี้ยังมีการสร้างที่ท่องเที่ยวขึ้นใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีก 2 แห่งใหญ่ คือ Santorini Park สวนสนุกขนาดใหญ่ ที่รวมของร้านค้า factory outlet และร้านอาหารมากมาย และที่เปิดตามมาทีหลังแต่ดังไม่แพ้กัน เพราะเป็นที่ท่องเที่ยวแบบครอบครัว คือ Swiss Sheep Farm สำหรับคนรักแกะที่ไม่ต้องนั่งเครื่องไปเที่ยวไกลถึงชนบทยุโรป

วันนี้ได้โอกาสมาเยี่ยมชมโครงการหนึ่ง ที่เปิดตัวในชะอำ และเป็นโครงการที่น่าสนใจพอสมควร เลยเอาข้อมูลมาถ่ายทอดให้ชมกันครับ



จากแยกถนนเพชรเกษม เข้ามาทางเพชรเกษมสายเก่า ประมาณ 7 กิโลกว่าๆ เลี้ยวซ้ายเข้าซอย จุมพฎพงษ์ ก็จะพบกับที่ตั้งโครงการ “บ้านทิวลม” ที่มีสำนักงานขายแบบโมเดิร์นตั้งอยู่

ทำเลแถวนี้ เป็นโครงการที่อยู่ต้นๆหาดของชะอำ ถ้าไปจากกรุงเทพฯ ก็จะถึงก่อน วันหยุดยาวไม่ต้องกลัวรถติดในชะอำหรือหัวหิน และการจะไปหาของกินก็มีให้เลือกพอสมควร ไม่กันดารหรือขาดแคลนอะไร





สำนักงานขาย









การตกแต่งบริเวณสำนักงานขาย







ทำเลที่ตั้งที่นี่ อาจจะไม่ติดชายทะเลเสียทีเดียว เพราะตั้งอยู่บนถนนซอย คือซอยจุมพฎพงษ์ ห่างจากทะเลไม่ถึง 150 เมตร ซึ่งที่หาดชะอำนี่ เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายทะเล จึงไม่มีโครงการใดที่ติดทะเล เหมือนหาดทางหัวหิน ที่แนวถนนห่างจากหาดมาก



ชายหาดหน้าโครงการ





ข้อมูลโครงการ
ชื่อโครงการ    บ้านทิวลม
ที่ตั้ง ซอยจุมพฎพงษ์ ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ขนาดที่ดิน     12 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา
ดำเนินการโดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
ลักษณะอาคาร  คอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร
ประเภทห้อง :  Studio และ 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน 
จำนวนห้อง : 808 ยูนิต
ที่จอดรถ ใต้อาคาร และรอบๆโครงการ
ค่ากองทุนส่วนกลาง : 500 บาท/ตารางเมตร
ค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง : 45 บาท/ตารางเมตร/เดือน
ราคาเริ่มต้น 1.15 ล้านบาท






ทำเลที่ตั้งของที่นี่อาจจะเสียหายหน่อย ในส่วนที่ ที่ดินอยู่หลังโรงแรม แกรนด์แปซิฟิกฯ ที่เป็นอาคารสูง ทำให้บดบังทัศนียภาพของตึกไปส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีโรงแรมนี้บัง โครงการก็อาจจะขายหมดไปนานแล้ว หรือราคาอาจจะสูงกว่านี้


โรงแรม แกรนด์แปซิฟิกฯ




จากแผนที่ทางอากาศ จะเห็นว่า TowerA จะมีตัวโรงแรมบังทั้งอาคาร





มาดูตัวโครงการจากหุ่นจำลองกันครับ








ลักษณะโครงการ

ลักษณะอาคารเป็นรูปแบบโมเดิร์น คล้ายๆกันกับโครงการอื่นของ แสนสิริ เป็นกลุ่มอาคาร 4 หลังวางล้อมรอบที่ดิน โดยมีสระว่ายน้ำและสวนอยู่ตรงกลาง








และจากประวัติฯของชะอำที่มีที่มาจากการ “ชะอานม้า” นี่เอง โครงการจึงได้นำมาเป็นแนวความคิด ในการออกแบบ สิ่งก่อสร้างต่างๆ และการตกแต่งทั่วไป ให้เกี่ยวกับม้า ทั้งอาคารที่มีลักษณะคล้ายม้า เช่น Club House










จุดขายของโครงการนี้ คือพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ พร้อม jogging track และ Club House ที่อยู่กลางวงล้อมของอาคารทั้งหมด ที่สามารถควบคุมดูแลให้สวยงามได้ตลอดเวลา












แปลน เป็นกลุ่มอาคารยาวๆ 4 อาคาร ความสูง 8 ชั้น (เท่ากันหมด) ตั้งล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลาง เป็นอาคารรูปยาว 3 อาคาร และเป็นผังแบบตัวแอล 1 อาคาร ประกอบด้วย










TOWER A เป็นอาคารรูปยาว วางในแนวเหนือใต้ มีด้านขวาหันออกทะเล แต่กว่าครึ่งของอาคารจะถูกโรงแรม แกรนด์แปซิฟิกฯ บังวิวไปค่อนอาคาร








TOWER B เป็นอาคารรูปตัวแอล เพียงอาคารเดียว หันออกด้านทิศใต้ ด้านทางเข้า และด้านทิศเหนือ ด้านชายทะเล ซึ่งจะเห็นวิวทะเลชัดเจน เนื่องจากยังเป็นที่ว่างอยู่ เป็นตึกที่มีทำเลดีที่สุดในโครงการ










TOWER C เป็นอาคารรูปยาว วางในแนวเหนือใต้ ด้านนอกหันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นวิวภูเขาอยู่ไกลๆ แต่จะรับแดดตอนบ่ายเต็มๆ จะร้อนระอุกว่าด้านอื่นๆ แต่มีที่จอดรถใต้อาคาร 












TOWER D เป็นอาคารรูปยาว วางในแนวตะวันออก ตะวันตก ด้านนอกหันไปทางทิศเหนือ รับอากาศดี ไม่ร้อนแดด และมีที่จอดรถใต้อาคาร










แต่ละอาคารก็จะมีห้องชุดอยู่ 3 แบบมาตรฐานเหมือนๆกัน ได้แก่

ห้องชุดแบบ Studio type ขนาด 29.70 ตารางเมตร
มี Concept การวาง layout ห้อง แยกส่วนพักผ่อนและส่วนบริการออกจากกัน ทำให้พื้นที่ทั้งสองส่วนมีส่วนที่มีหน้าต่างและระเบียง มีหน้ากว้าง ต่างจากการวางห้องแบบเดิมๆ ที่หน้าแคบ ทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งโล่ง และจัดแยกส่วนใช้สอยได้เป็นระเบียบ ชัดเจน สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน









ห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 60.50 ตารางเมตร
Concept การวาง layout ห้องชุดแบบนี้ นับว่าดีทีเดียว เพราะการเอาพื้นที่อเนกประสงค์ มาไว้กลางระหว่างห้องนอนทั้งสองห้อง ทำให้ทั้งสามส่วนได้วิวภายนอกทั้งหมด และพื้นที่ภายใน ก็ดูกว้างโล่งกว่าการจัด layout แบบอื่น ที่ผู้เข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างจะรู้สึกถึงความกว้างโล่งได้ชัดเจน แต่น่าเสียดายที่การวางโครงสร้างมาติดเสาที่ส่วนกลางห้องอเนกประสงค์ ทำให้เกะกะพอสมควร แม้จะแบ่งวางส่วนใช้สอยได้ลงตัว แต่ถ้าไม่มีเสา 2 ต้นนี้ จะทำอะไรได้มากกว่านี้เยอะ









ห้องชุดแบบ 3 ห้องนอ ขนาด 103.80 ตารางเมตร
Concept แบบ 3 ห้องนอนนี้จะจัดห้องนอนไว้ซีกหนึ่งเรียงกัน โดยมีห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านทางเข้า ซึ่งจะเป็นห้องปลายสุดอาคาร ได้วิวภายนอกหลายๆด้าน เรื่องของ Design ทางโครงการไม่ได้ทำห้องตัวอย่าง เพราะคงจะมีจำนวนยูนิตน้อย และพื้นที่สำนักงานขายจำกัด










รายละเอียดของสิ่งอำนวยความสะดวก
สระว่ายน้ำ ขนาด 25 x 50 เมตร
ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์
Club House
สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อม jogging track รอบๆสระ
ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ 1:11 – 1:14
ที่จอดรถ
Security ระบบ CCTV / Access Card
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
และหลังโครงการเสร็จแล้ว โครงการจะมีบริการรถกอล์ฟ รับ-ส่งไปที่หาดตลอดวันอีกด้วย








ทีนี้มาชมห้องตัวอย่างของโครงการนี้กัน เอาแบบ 2 ห้องนอนก่อน

การตกแต่งภายในแบบ 2 ห้องนอน มี Concept ออกแบบแนวโมเดิร์น แบบ Loft ดูสบายๆ ใช้สีอ่อนๆ ขาว-ครีม ขาว-ฟ้า ให้ดูสดใส   แปลนห้องจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้ดีตามการใช้งาน









ส่วนอาหาร


















ห้องนอนใหญ่ ใช้โทนขาว-ฟ้า เหมาะกับบรรยากาศทะเล 

















ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะแต่งตัว อยู่หน้าห้องน้ำ










ห้องนอนเล็ก ใช้สีสันสดใสขึ้นมาอีกหน่อย 









การตกแต่ง แบบ Studio
มี Concept ออกแบบแนวโมเดิร์น ผสม contemporary หวานแบบเซอร์ๆ การวาง layout เรียบง่าย ตรงไปตรงมา สะดวก น่าอยู่ทีเดียว นับว่าเป็นตัวเร่งอีกย่างหนึ่ง ที่ทำให้โครงการนี้ขายดิบขายดี 



















ทางเข้าห้องน้ำ และ pantry 









pantry มีระเบียงเล็กๆ 











การตกแต่งที่นี่ มีห้องน้ำเพียงอย่างเดียว ที่ดูเรียบง่ายไปหน่อย ไม่ดึงดูดความสนใจของลูกค้า และด้อยกว่าการตกแต่งห้องตัวอย่างจนจืดไปเลย ถ้าสร้างจริงโครงการจะปรับปรุงดีไซน์ให้สวยขึ้นกว่านี้ได้ (ไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบก่อสร้าง) ลูกค้าที่จองซื้อไปแล้วน่าจะแฮปปี้มากๆ โครงการต่อๆไปของแสนสิริก็จะได้ลูกค้าจากการบอกต่ออีกกลุ่มหนึ่งทีเดียว 









ราคาห้องชุดแบบต่างๆ
Studio ขนาด 29.70 ตารางเมตร
2 ห้องนอน ขนาด 60.50 ตารางเมตร
3 ห้องนอน ขนาด 103.80 ตารางเมตร


สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อเพื่อลงทุน ลองคำนวณตัวเลขดูคร่าวๆนะครับ ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.2 ล้านบาท สำหรับห้องแบบ STUDIO (29.70ตรม.) สมารถปล่อยเช่าได้ในระดับราคาประมาณ 12,000 บาท ต่อเดือน และขนาด 2ห้องนอน (60.50 ตรม.) ค่าเช่าจะอยู่ที่ 20,000บาทต่อเดือนโดยประมาณ













เนื่องจากเป็นคอนโดฯที่มีหลายอาคาร ผมจะไม่แยกวิเคราะห์เป็นตึกๆ แต่จะว่าแบบรวมๆนะครับ

เนื่องจากโครงการนี้ขายดีมาก และใกล้จะปิดโครงการแล้ว ห้องที่ดีที่สุดจึงไม่น่าจะเหลือ วันที่ผมไปดูก็มีลูกค้าเข้ามาดูอย่างต่อเนี่อง และกลุ่มที่ไปด้วยกันจะจองห้อง ก็แทบไม่เหลือให้เลือกแล้ว จึงขอแนะนำคร่าวๆครับ

การเลือกชั้น ชั้นล่าง บางอาคารมีที่จอดรถ และคอร์ทกลางเป็นพื้นที่ส่วนรวม จะพลุกพล่านหน่อย ชั้น 2 ขึ้นไปน่าจะดีกว่า แต่ชั้นบนสุด แม้จะสูงและวิวดีกว่าเพื่อน แต่ก็อาจจะร้อนกว่าชั้นอื่นเพราะหลังคาที่นี่เป็นแบบ flat roof จะรับความร้อนเต็มๆ

ส่วนห้องที่หันทิศไปทางทิศตะวันตก ก็จะเป็นห้องที่ร้อนกว่าห้องทางทิศอื่นๆเช่นกัน

ความแออัดของโครงการไม่มาก อยู๋ในขั้นดี เพราะพื้นที่ใหญ่กว่า 11 ไร่ มีอาคารเพียง 4 อาคารที่วางรอบๆบริเวณ ห้องด้านในสามารถมองเห็นกันได้หมด ไม่อึดอัด จะมีปัญหาคือ TOWER A ด้านนอกมีโรงแรมแกรนด์แปซิฟิกฯ บังวิว




สรุป

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้างในเรื่องทำเลที่ตั้งที่ไม่ติดหาด แต่ขนาดที่ดินที่ใหญ่กว่า 12 ไร่ และรูปแบบอาคารที่เป็น Lowrise ล้อมรอบ space ส่วนกลางที่ใหญ่ของสระว่ายน้ำและสวน ก็เป็นจุดแข็งที่สร้างขึ้นมาทดแทน และทำให้ผู้ซื้อ ตัดสินใจได้ง่าย และก็คงจะขายหมดก่อนปิดโครงการในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อเร่งทำการก่อสร้างโครงการทันที

อีกอย่างหนึ่ง โครงการยังได้มีการติดต่อขอสัมปทานพื้นที่จากทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะพัฒนาพื้นที่ชายหาดหน้าโครงการ ติดกับพื้นที่ของโรงแรม แกรนด์ แปซิฟิกฯ ที่ได้ปรับปรุงเป็นสนามหน้า มีเตียงนอนชายหาด และส่วนบริการเป็นส่วนตัว สำหรับโครงการโดยเฉพาะ

นับว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมากโครงการหนึ่ง ทั้งที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และส่วนประกอบของโครงการที่มาประกอบกัน จนทำให้การขายของที่นี่ประสบความสำเร็จมาก สามารถปิดโครงการได้รวดเร็ว สะท้อนความเด่นของโครงการได้อย่างดี 


TraveLArounD



ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ กว่า 1460 เรื่องแล้ว

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส 




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 18:13:20 น.
Counter : 7138 Pageviews.  

รีวิวโครงการ "บ้านเคียงฟ้า" หัวหิน

โครงการ "บ้านเคียงฟ้า" หัวหิน เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแนวตั้ง หรือตึกสูง ที่ออกแบบแนวโมเดิร์น สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบอิสระในเมือง เพียงแต่หัวหินเป็นเมืองชายทะเล ดังนั้นวิวของที่นี่จึงมีธรรมชาติให้ชมมากหน่อย และยังไม่มีตึกสูงๆอื่นๆมาขนาบข้างแบบในกรุงเทพฯ



ข้อมูลโครงการ
ชื่อโครงการ บ้านเคียงฟ้า
ที่ตั้ง ถ.เพชรเกษม ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ขนาดที่ดิน ประมาณ 3 ไร่
ดำเนินการโดย แสนสิริ
ลักษณะอาคาร อาคารสูง 26 ชั้น 1 อาคาร
ชั้นพักอาศัย ตั้งแต่ชั้น 5-26
จำนวน 616 ยูนิต
ที่จอดรถ ประมาณ 160 คัน ชั้น 1 – 4
รูปแบบ โมเดิร์น




วิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง
ที่ตั้งโครงการที่อยู่ในเมือง และห่างทะเลพอสมควร เป็นจุดอ่อนของโครงการอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เสียเปรียบโครงการที่อยู่ใกล้ทะเล แต่การเข้าเมืองและออกไปท่องเที่ยวนอกเมืองก็จะสะดวกกว่า (เลยโครงการไปเล็กน้อยมีถนนออก BYPASS ได้เลย) การซื้อที่นี่ ผู้ซื้อจึงจะเป็นผู้ที่ยังติดอยู่กับความสะดวกของคอนโดฯ มี life style คนเมือง สามารถหารถไปในเมือง เที่ยวตลาด หาของกินได้ง่าย ต่างจากคอนโดฯริมหาดที่ผู้ซื้อต้องการความสงบและธรรมชาติ

สำนักงานขาย









หุ่นจำลอง อาคารด้านหน้า วิวทะเล 










ด้านหน้า ชั้น 18-26 ทำเลดีที่สุด เป็นแบบ 3 ห้องนอน คนจองหมดแล้ว











สระว่ายน้ำ อยู่ด้านข้างอาคารทางทิศเหนือ










ลักษณะโครงการ
ตัวอาคารวางตามแนวที่ดินที่อยู่ในทิศเหนือใต้ ตัวห้องทั้งหมด จึงอยู่ด้านทิศเหนือ และใต้ ซึ่งเป็นการวางตัวอาคารรับลม ถ้าอากาศไม่ร้อนมาก จะไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์เลย ด้านทิศใต้และทิศเหนือจะมีข้อดี ข้อเสียกันคนละอย่าง ด้านทิศใต้จะได้เห็นวิวทะเลบ้าง และรับลมหน้าร้อนเต็มที่ จะมีแดดส่องเข้าห้องบ้างเล็กน้อย ส่วนทิศเหนือ จะเห็นวิวเมือง และเห็นวิวทะเลไกลๆ แต่แดดจะไม่ส่องเข้าห้อง ด้านนี้จะมีสระว่ายน้ำด้วย คนที่อยู่ห้องไม่สูงเกินไป ก็จะนั่งเล่นชมวิวเพลินๆได้อีก

คนที่ต้องการวิวทะเล ต้องยอมจ่ายมากหน่อยเพราะห้องด้านทิศตะวันออก จะเป็นห้องยูนิตใหญ่ และมีไม่มาก เพียง 9 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 18 – 26 เท่านั้น แต่ที่จริงผมแนะนำว่าเอาความสูงกลางๆก็พอ ไม่ต้องสูงมาก เพราะสูงเกินไปก็จะมองไม่เห็นวิวทะเลเช่นกัน นอกจากจะเดินออกมายืนเล่นที่ระเบียงเท่านั้น ห้องแบบ 2 ห้องนอน ตั้งแต่ชั้นที่ 17 ลงมา จึงน่าสนใจมากที่สุด










สิ่งอำนวยความสะดวก

- โถงต้อนรับ


- ส่วนกลาง ชั้น 5 เกือบครึ่งชั้นเป็น สระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่
และ Club House ห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน
สวนหย่อม และห้องสมุดวิวท้องฟ้า



ห้องชุดที่อยู่ชั้นที่ 5 จึงอาจจะสะดวก แต่คงจะไม่สงบนัก กับคนทั้งอาคารที่จะมาใช้งานที่ชั้นนี้

- ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ 26:1
- ที่จอดรถ 185 คัน / 616 ยูนิต (น้อยกว่า 3.3 เท่า ถ้ามากันวันหยุดอาจจะไม่พอจอด แต่วันธรรมดาน่าจะสบายๆ )
- ระบบ CCTV / Access Card





ลักษณะห้องชุด
ห้องแบบ สตูดิโอ ขนาด 30.54 – 32.53 ตารางเมตร 531 ยูนิต








ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 55.64 – 62.76 ตารางเมตร 76 ยูนิต









ห้องแบบ 3 ห้องนอน ขนาด 97.03 ตารางเมตร 9 ยูนิต ด้านหน้าตั้งแต่ชั้น 18 -26










นำชมห้องตัวอย่าง ที่ทางโครงการ ได้สร้างห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายเพียง 2 แบบเท่านั้น คือแบบ สตูดิโอ และแบบ 2 ห้องนอน


ห้องตัวอย่าง แบบ สตูดิโอ
Concept เป็นแนวโมเดิร์น เรียบเก๋ จัดแบ่งห้องได้สัดส่วนดี โดยเฉพาะการแบ่งสัดส่วนห้องนอนกับโถงอเนกประสงค์ด้วยผนังกระจกฝ้า สามารถเปิดประตูเลื่อนบานใหญ่ให้พื้นที่ต่อเนื่องกันในเวลากลางวัน ทำให้ได้ทั้งความรู้สึกโปร่งสบายและมีความเป็นส่วนตัว เมื่อยามนอน









ห้องนอน









แม้จะเป็นแบบ Studio type แต่ก็ยังแยกส่วน pantry และห้องน้ำออกมา ทำให้ได้การใช้งานที่มากขึ้น เป็นสัดสาวนดีขึ้น และพร้อมที่จะรับรองเพื่อนฝูงมาเที่ยวหัวหินด้วยกัน แต่เนื่องจากห้องน้ำจะอยู่ด้านใน มี pantry ติดระเบียง ทำให้การระบายอากาศจากห้องน้ำไม่ดีเท่าที่ควร





ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นทั้งหมดรวมเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่รวมของตกแต่งแบบที่โชว์ในห้องตัวอย่าง







มุมโต๊ะรับประทานอาหารเล็กๆ จุ๋มจิ๋ม 










ห้องตัวอย่าง แบบ 2 ห้องนอน
มี Concept เป็นแนวโมเดิร์นเช่นเดียวกัน แต่ดูเป็นแนวครอบครัว มีโถงอเนกประสงค์และห้องนอนใหญ่ ที่ดูแนวเป็นผู้ใหญ่หน่อย










การวาง layout ห้องจะแยกกันชัดเจน โดยส่วนของห้องนอนจะต้องเดินเข้าทางเดินไปก่อน จึงจะแยกเข้าห้องนอนเล็ก และเข้าห้องนอนใหญ่ด้านในสุด












อาจทำให้ดูพื้นที่เล็กไปหน่อย ไม่โปร่งเท่าที่ควร แต่ห้องนอนแต่ละห้องก็เปิดช่องหน้าต่างกว้าง ให้ได้รับวิวอย่างเต็มที่ เป็นการชดเชย

มีส่วน pantry อยู่ในโถงอเนกประสงค์ สะดวกสบายดี แต่ต้องใช้แบบ pantry จริงๆนะครับ มาทำเป็นครัวแบบครัวไทย คงจะควันตลบแย่









ห้องนอนใหญ่










ส่วนแต่งตัว










ส่วนห้องนอนเล็กจะเหมาะกับวัยรุ่น มากกว่าวัยเด็ก














ห้องน้ำจะแยกไว้ภายนอก 1 ห้องเพื่อใช้ร่วมกันกับห้องนอนเล็ก
โดยทุกแบบจะมี layout เหมือนกันเกือบหมด การใช้วัสดุเรียบง่าย เลยอาจไม่ดูเด่นนัก เมื่อเทียบกับการตกแต่งห้อง





ส่วนห้องแบบ 3 ห้องนอน ทางโครงการไม่ได้ทำห้องตัวอย่าง แต่การที่มีห้องโถงอเนกประสงค์ ที่กว้างขวาง พร้อมระเบียงชมวิว ที่มองได้สุดสายตา จึงเป็นจุดเด่นของโครงการ และถูกจับจองหมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเพียง 9 ยูนิตเท่านั้น

ราคาห้องชุด

ห้องแบบ Studio ราคาเริ่มที่ 1.9 ล้านบาท

ห้องแบบ 2 bed ราคาเริ่มที่ 3.6 ล้านบาท

ห้องแบบ 3 bed  ราคาเริ่มที่ 7.0 ล้านบาท (ขายหมดแล้ว)

(เฉลี่ยตารางเมตรละ 68,000 บาท)



บทสรุป

เป็นอาคารที่ออกแบบแนวโมเดิร์น คงจะถูกใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด อีกทั้งเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย ในการเดินทาง ท่องเที่ยวไปทั่วๆ มากกว่าที่จะใช้เป็นที่พักผ่อนตากอากาศ เพราะไม่ได้อยู่ใกล้ชายทะเล แต่อยู่ในเมือง เทียบกับคอนโดฯริมหาดอื่นๆจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าต้องการเพียงวิวก็ควรจะเลือกชั้นสูงๆ

ข้อสังเกต
ความแออัดของโครงการ เป็นอาคารสูงตึกเดียว จึงไม่มีอาคารอื่นใดบดบังทัศนียภาพรอบๆอาคาร

เนื่องจากที่ดินที่ตั้งของโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว และมีด้านติดถนนแคบ ทำให้การออกแบบอาคารต้องวางผังยาวไปในแนวตั้งฉากกับถนน อาคารด้านที่ดีที่สุด ขายได้ราคาที่สุด ที่เป็นวิวทะเล จึงมีน้อย เพียงประมาณ 1 ใน 10 ของพื้นที่แต่ละชั้น โครงการจึงจัดให้ด้านนี้เป็นยูนิตใหญ่ ซึ่งมีจำนวนเพียง 33 ห้องชุดเท่านั้น (แบบ 2 ห้องนอน 9 ยูนิต และแบบ 3 ห้องนอน 24 ยูนิต ) คนที่ต้องการยูนิตที่สวย จึงต้องรีบจองก่อน 

แต่ก็อย่าเพิ่งเสียใจ เพราะผมแนะนำว่าเราเลือกความสูงชั้นกลางๆก็พอ ไม่ต้องสูงมาก เพราะสูงเกินไปก็จะมองไม่เห็นวิวทะเลเช่นกัน นอกจากจะเดินออกมายืนเล่นที่ระเบียงเท่านั้น ห้องแบบ 2 ห้องนอน ตั้งแต่ชั้นที่ 17 ลงมา จึงน่าสนใจมากที่สุด และราคาก็ไม่สูงจนเกินไป 


TraveLArounD



ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ กว่า 1460 เรื่องแล้ว

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2556 22:24:34 น.
Counter : 4596 Pageviews.  

ฮวงจุ้ยคอนโดฯชายทะเล

ว่าเรื่องฮวงจุ้ยของบ้านมาแล้ว มาดูเรื่องฮวงจุ้ยของคอนโดฯกันบ้าง เดี๋ยวนี้เขาสร้างกันเยอะมาก คนก็เริ่มจะคุ้นเคยกันมากเช่นกัน วันนี้เรามาคุยเรื่อง ฮวงจุ้ยคอนโดฯชายทะเลกัน เผื่อคนที่สนใจจะไปซื้อไว้ตากอากาศวันหยุดพักผ่อนกัน

คอนโดฯที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ จะเน้นเรื่องคอนโดฯชายทะเลกัน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ คอนโดฯแบบอาคารสูง และคอนโดฯขนาดกลาง ไม่สูงมากแต่จะสร้างหลายๆอาคารเป็นกลุ่มก้อน (ที่เกิดจากกฏหมายควบคุมอาคารริมทะเลนั่นเอง) อาคารทั้ง 2 แบบ ก็จะมีเรื่องของฮวงจุ้ยคล้ายๆกัน เราจะว่ารวมๆกันไปเลยนะครับ



คอนโดฯขนาดกลาง ความสูงไม่เกิน 7-8 ชั้น







คอนโดฯขนาดกลาง ผสมกับ บ้านเดี่ยว








คอนโดฯแบบอาคารสูง 20-30 ชั้น







ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว บ้านที่อยู่ริมทะเล หรือหน้าผา เขาไม่นิยมเพราะถือว่าไม่ปลอดภัย ทำให้กังวล หรือเป็นอัปมงคลเลยทีเดียว การที่ถือว่าริมทะเลไม่ปลอดภัยนั้น ปัจจุบันก็เห็นอยู่บ่อยๆทั่วโลก ที่รุนแรงถึงขั้นเสียหายเสียบ้านไปทั้งหลังก็มีบ่อยๆ โดยเฉพาะริมหน้าผา ก็อาจเกิดดินถล่ม ริมทะเลที่โดนบ่อยก็พวกลมพายุสารพัดชนิด แต่ที่นานๆโดนทีแล้วจบข่าวก็คงเป็นสึนามิที่นานๆจะโผล่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามซื้อบ้านหรือคอนโดฯริมทะเลกันเลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าจะเอาความปลอดภัยเป็นที่ตั้งหรือสกัดความเสี่ยงแล้ว เราก็ควรตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ


ที่ตั้งของคอนโดฯที่อยู่ริมทะเล ถ้ามีระดับต่ำๆสูงกว่าน้ำทะเลเล็กน้อย ก็เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมได้ ทั้งน้ำทะเล และน้ำฝนถ้าฝนตกหนักๆ ที่พัทยาบางพื้นที่ก็โดนบ่อย






สภาพภูมิอากาศ เราสามารถตรวจสอบจากประวัติได้ ว่าพื้นที่นั้นๆ เคยประสบพายุมามากน้อยแค่ไหน รุนแรงแค่ไหน ก่อให้เกิดความเสียหายแค่ไหน ประเด็นนี้ เมืองไทยถือว่าโชคดี เพราะมีพายุจากทะเลเข้าทำความเสียหายน้อยมาก (แต่เข้าทีก็ใหญ่ยักษ์ไปเลย เช่น มหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก ที่ปากพนัง นครศรีธรรมราช หรือ พายุเกย์ที่ประจวบคีรีขันธ์) บ้านเรามักจะโดนพายุฝนฟ้าคะนองมากที่สุด และก็เกิดบนบกเป็นส่วนใหญ่


สภาพภูมิประเทศ ก็ต้องตรวจสอบดิน ชั้นดินและหินในบริเวณนั้นๆ เช่นตามยอดเนินหรือหน้าผา ว่ามีความแข็งแรงมากน้อยเพียงใด จะว่าไปแล้ว บ้านเรายังไม่ค่อยนิยมปลูกบ้านกันตามหน้าผากันนัก และพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่สาธารณะ เข้าไปครอบครองไม่ได้ ต่างกับต่างประเทศที่เราจะเห็นกันมาก ที่อันตรายหน่อยมักเป็นเนินเขาหรือหน้าผาที่เป็นดิน เมื่อฝนตกหนักๆนานๆ ดินอุ้มน้ำมากก็มีสิทธิ์ slide กันเป็นแนวเลย ทั้งดินทั้งบ้านไปกองรวมอยู่เชิงผา แต่ส่วนที่เป็นริมทะเลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผาหินมากกว่า จึงไม่ค่อยน่ากลัวนัก บ้านริมผาสวยๆผมก็โพสเป็นตัวอย่างให้ดูมามาก



คอนโดฯที่ตั้งอยู่บนเนิน ระดับสูงกว่าน้ำทะเล 3-4 เมตรขึ้นไป จะปลอดภัยจากน้ำแน่นอน






ข้อควรพิจารณาของฮวงจุ้ยของคอนโดฯทั่วไป

1.คอนโดมิเนียม ไม่ควรเป็นอาคารที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น อยู่ข้างๆเลย เพราะการตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตามหลักฮวงจุ้ยจะให้น้ำหนักว่า การขาดคนคอยค้ำจุน ช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งเราไม่สามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ แต่การตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในทางกายภาพจะมองในด้านความปลอดภัยได้มากกว่าอย่างอื่น การโดดเดี่ยว หรือ Isolated จากชุมชนถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมาการช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากภายนอก ย่อมทำได้ช้าจริง

2.ดังนั้นคอนโดมิเนียมที่ดี จึงควรอยู่ใกล้แหล่งชุมชน พอสมควร (แต่ไม่ใช่ติดกับแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน หรือมีความเป็นไปได้ที่จะมีโครงการอื่นขึ้นมาประกบ) มีการคมนาคมที่สะดวก หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ คอนโดฯชายทะเลที่มีลักษณะเป็นโครงการใหญ่ เป็นกลุ่มก้อนพอสมควร ก็จะเหมาะที่เราจะให้น้ำหนักในการเลือกซื้อมากกว่า

3. แต่คอนโดมิเนียมที่ดี ก็ไม่ควรอยู่ในจุดที่ถูกรอบล้อมด้วยอาคารสูงๆ ที่จะบดบังลม หรือแสงแดด จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแทนที่จะได้ผลดี แล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเสียด้วย

4.คอนโดมิเนียม จึงต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดทึบ เพราะศาสตร์ของฮวงจุ้ยให้ความสำคัญต่อแสงสว่างเป็นอย่างมาก หากแสงสว่างน้อยจะทำให้รู้สึกถึงความอึดอัด อยู่อย่างไม่สบายกายและไม่สบายใจ



ลักษณะคอนโดฯเป็นตึกเดียว ไม่สูงมาก และลดหลั่นกัน จะมีห้องที่เห็นวิวทะเลได้มาก เกือบทั้งโครงการ






เรื่องฮวงจุ้ยคอนโดฯ ริมทะเล ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

1. วิวหรือมุมมอง วิวทะเลเป็นสิ่งแรกที่ผู้ซื้อใช้ตัดสินใจ ซึ่งก็มักจะเป็นห้องที่มีราคาแพงลดหลั่นกันไปตามทำเลทีเดียว (อันที่จริงต้นทุนการก่อสร้างมันก็เท่ากันหมดแหละครับ แต่ที่ราคาต่างกัน เพราะเจ้าของโครงการ เขาก็ใช้หลักฮวงจุ้ยในการตั้งราคาขายเหมือนกัน) แต่ถ้าเราคิดว่าไม่คุ้ม ก็ยังสามารถเลือกทำเลที่รองลงมาได้ เช่นก็วิวสระว่ายน้ำหรือสวนหย่อม แต่ถ้ายังไม่ได้หรือเกินงบก็อาจต้องเลือกวิวตามธรรมชาติ เช่น วิวภูเขา (แต่ถ้าเลือกไม่ได้ แล้วไปเจอวิวแย่ๆ เช่นบ่อบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อทิ้งขยะของโครงการ ก็ไม่แนะนำให้ซื้อ รอหาที่ใหม่เลยดีกว่า)

2. ทิศทางลม เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเพราะที่ริมทะเลนั้น มีทิศทางของลมชายหาดที่มีรูปแบบที่แน่นอนคือ
ก.ลมบก คือลมที่พัดจากบกไปสู่ทะเล เกิดขึ้นในเวลากลางคืน
ข.ลมทะเล คือลมที่พัดจากทะเลไปสู่บก เกิดขึ้นในเวลากลางวัน
อาคารต่างๆที่อยู่ริมบริเวณทะเล จึงไม่ต้องคำนึงกระแสลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือมากนักเหมือนอาคารที่อยู่บนแผ่นดินทั่วไป เนื่องจากบ้านและอาคารเหล่านี้จะได้รับอิทธิพลจากลมบก ลมทะเลมากกว่า โดยทิศทางลมจะพัดจากพื้นน้ำมาสู่พื้นดินเสมอในเวลาช่วงกลางวัน ดังนั้นการมีบ้านที่มีช่องลม เช่นประตูทางเข้าหน้าบ้าน หรือหน้าต่างอยู่ด้านที่ติดทะเลนั้นก็จะสามารถได้รับกระแสลมธรรมชาติในช่วงกลางวันได้ตลอดเวลา

ดังนั้นเมื่อบ้านเราได้วิวดีแล้ว ก็ควรจะได้รับลมด้วย ควรหาโอกาสสูดอากาศโอโซนจากธรรมชาติบ้าง มากกว่าจะเปิดแอร์ ให้เปลืองไฟ









ลักษณะคอนโดฯอาคารสูง หลายอาคาร แต่ออกแบบเป็นแฉก ก็จะได้ห้องที่มีวิวทะเลหลายห้องเช่นกัน


หลักง่ายๆในการดูฮวงจุ้ยคอนโดฯชายทะเล ก็มีเพียงเท่านี้แหละครับ ไม่มากและไม่น่าจะปวดหัว ที่สำคัญ คิดให้รอบคอบก่อนจองครับ สวัสดี


TraveLArounD



ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ กว่า 1430 เรื่องแล้ว

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส

ข้อมูลจาก :
kapook.com เรื่อง เลือกคอนโดฯ ริมทะเล (Heaven Condominium Guide) โดย ภูเก็จ จันทรเวช
baannatura เรื่อง ทิศทางลมกับฮวงจุ้ย โดย อ.เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2556 17:43:09 น.
Counter : 1215 Pageviews.  

เรื่องบ้าน : วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้านที่สำคัญ

วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้านที่สำคัญ


เมื่อเรารู้จักกับองค์ประกอบที่สำคัญของบ้าน กันไปแล้ว ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ทีนี้ เราก็ต้องรู้ด้วยว่า วัสดุก่อสร้าง ที่เราควรจะเอามาใช้กับบ้านของเรานั้น ควรจะใช้วัสดุอะไรบ้าง ให้ถูกต้องตามคุณสมบัติของมัน ในด้านต่างๆ เช่น

1. ความคงทนถาวร
วัสดุแต่ละชนิด จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ความคงทน หรือความแข็งแรง ก็แตกต่างกัน วัสดุที่จะใช้กับโครงสร้าง (ที่เรามักเรียกว่า “วัสดุก่อสร้าง”) ก็ควรจะเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน และทนนาน (แต่อาจจะไม่สวยงาม) ส่วนวัสดุที่ตกแต่ง มีความสวยงาม แต่ไม่มีความคงทน จึงไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้

2. ความสวยงาม
ที่ใช้ตกแต่งมักจะต้องทำให้สวยงาม แต่การเลือกใช้ ก็ไม่ใช่ดูที่ความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูที่ความคงทน ต่อการใช้งานตามหน้าที่ของมันด้วย เช่นเดียวกับเรื่องความคงทนถาวร ที่สำคัญ วัสดุตกแต่ง จะมีราคาสูงกว่าวัสดุก่อสร้างมาก และไม่มีขอบเขตเสียด้วย โครงสร้างบ้าน 1 หลังใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท แต่การตกแต่งอาจจะใช้เพียง 3-4 แสนเท่านั้น หรืออาจจะต้องใช้ถึง 2 ล้านก็ได้ แล้วแต่วัสดุที่เราเลือกใช้ นี่คือความแตกต่างเรื่องราคา

3. ความประหยัด
ในข้อ 2 ที่กล่าวมาแล้ว ได้พูดพาดพิงมาเรื่องราคาค่าวัสดุตกแต่ง ซึ่งมีผลต่องบประมาณในการก่อสร้าง ซึ่งในประเด็นนี้ คนทั่วไปยังไม่เข้าใจกันถึงความสัมพันธ์ของ “งานที่ได้” กับ “ราคาที่จ่าย” ที่เรามักจะมองข้ามกันไป จริงอยู่ที่ว่า เราสามารถคำนวณงบประมาณ เป็นราคา ต่อตารางเมตร ได้ เช่น บ้านพักอาศัย ระดับมาตรฐาน ค่าก่อสร้าง ต่อตารางเมตร ประมาณ 15000 บาท ถ้าบ้าน 200 ตารางเมตร ราคาก็จะตกที่ 3,000,000.- บาท คุณก็มักจะมองแค่ว่า คุณได้บ้าน 200 ตารางเมตร ราคามาตรฐาน แต่ในความเป็นจริง ถ้าคุณใช้วัสดุตกแต่งบางอย่างที่แพงเกินจริง ถ้าแพงเกินสัก 10 % “งานที่ได้” คือคุณได้บ้านขนาด 200 ตรม. ที่คุณภาพ 2,700,000.- เท่านั้น!

4. การบำรุงรักษา
เรื่องที่มองไม่เห็น ในช่วงการก่อสร้าง แต่เป็นเรื่องของการใช้งานในระยะยาว เมื่อเราเข้าอยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุก่อสร้างที่เราเลือกใช้ คำว่า “ของถูกไม่ดี ของดีไม่ถูก” แม้จะไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัว แต่ก็เป็นข้อคิดที่ใช้ได้ดี อย่างเช่น โครงสร้างเหล็ก (ที่ไม่มีคอนกรีตหุ้ม) หรือโครงหลังคา เป็นส่วนที่เกิดสนิมได้ ถ้าผุพังเสียหายก็จะเกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย โครงสร้างนี้ อยู่ใต้หลังคา เรามองไม่เห็น ถ้าไม่ทาสีกันสนิม หรือสีกันสนิมไม่ดี โอกาสที่โครงหลังคาจะผุก็มีมาก การจะขึ้นไปทาสีกันสนิมก็ทำได้ยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง แม้กระทั่งสีทาบ้านภายนอก ถ้าเราใช้ของถูก คุณภาพไม่ดี อยู่ไป ปี 2ปี สีจืดลอก ถ้าทาสีใหม่ งบประมาณก็จะมากกว่าการที่เราใช้สีดีๆ แล้วอยู่ได้ทนเป็น 10 ปี เป็นต้น

ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น


เทคโนโลยีการก่อสร้าง


เรื่องของเทคโนโลยี ในการก่อสร้าง แม้ว่าเราจะนิยมและคุ้นเคย ในเรื่องของการก่อสร้างระบบเดิม เป็นโครงสร้างแบบเสา-คาน ก็ตาม แต่ก็มีระบบการก่อสร้างอีกแบบหนึ่ง ที่อยากจะเล่าประดับความรู้ไว้บ้าง เพราะระบบนี้ ก็มีบางโครงการที่ใช้กันอยู่ แม้จะมีสัดส่วนน้อย เมื่อเทียบกับระบบเดิม แต่จะเล่าสั้นๆ เน้นหลักการที่เป็นประโยชน์นะครับ

การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการก่อสร้าง มีปัจจัยหลัก ที่การแข่งขันในเรื่องเวลาการก่อสร้าง ที่จะรวดเร็วขึ้น (สร้างเสร็จไว ก็ขายได้ไว) และถ้าทำเป็นจำนวนมาก ราคาก็จะถูกลงอีกด้วย ข้อจำกัดของระยะเวลาในการก่อสร้างที่จำเป็นต้องก่อสร้างให้รวดเร็ว เสร็จทันตามกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้า เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ซื้อเปลี่ยนไป จากที่เคยซื้อบ้านบนกระดาษในอดีต กลายเป็นจะซื้อบ้านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าจะได้บ้านเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการสร้างบ้านก่อนขาย

อีกทั้งปัญหาราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ประกอบการ แก้ปัญหาโดยการ ใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป เช่น คาน เสา พื้น และ ผนังอิฐมวลเบา ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ แนวโน้ม ที่ระบบการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป จึงมีมากขึ้น

การก่อสร้างระบบสำเร็จรูป อาจเป็นเรื่องใหม่ สำหรับผู้ซื้อบ้าน แต่ความเป็นจริง ระบบสำเร็จรูปทั่วโลก ในประเทศต่างๆ มีมากกว่า 1,000 ระบบขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นในประเทศแถบยุโรปทางตะวันออก และ แถบสแกนดิเนเวีย ระบบเหล่านี้อาจแยกออกเป็นระบบใหญ่ๆ ได้คือ

1.ระบบแผ่นผนังรับน้ำหนัก





2.ระบบเสา และ คาน





3.ระบบเสาและแผ่นพื้น






4.ระบบกล่อง


ระบบสำเร็จรูปแบบกล่อง หรือ Unit ติดตั้งกันเป็นห้องๆเลย




แต่รู้หรือไม่ ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำ ในการก่อสร้างระบบนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณทีเดียว เรามีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยระบบสำเร็จรูปมานานแล้ว สิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันก็คือ “เรือนไทย” ซึ่งถือว่า เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของช่างไทย นั่นเอง




ชิ้นส่วนฝาปะกน และหน้าจั่ว ที่ทำเสร็จก่อนติดตั้ง






การก่อสร้างที่อยู่อาศัย ด้วยระบบสำเร็จรูป หรือระบบการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Prefabrication System) หมายถึง การนำโครงสร้างส่วนต่างๆ ของ อาคารที่ทำ สำเร็จรูปไว้แล้วจากโรงงาน มาประกอบรวมกันเป็นอาคาร หรือ เทคนิคการก่อสร้างใดๆ ก็ตาม ที่ยึดหลัก กรรมวิธีการผลิตตามแนวระบบอุตสาหกรรม ตามหลักการของระบบนี้ โครงสร้างส่วนใหญ่ เช่น เสา คาน พื้น ผนัง จะผลิต หรือทำสำเร็จรูปมาจากโรงงาน แล้วนำมาต่อเชื่อมให้ติดกันเป็นตัวบ้าน ณ ที่ก่อสร้าง จึงเป็น ระบบที่ตรงกันข้าม กับวิธี ที่เคยปฏิบัติกัน









ประโยชน์ ของ การก่อสร้าง ในระบบสำเร็จรูป สำหรับประโยชน์และผลดีของการก่อสร้างอาคารด้วยระบบสำเร็จรูป สามารถสรุปได้ดังนี้
1. จะทำให้ราคาค่าก่อสร้างลดลง
2. ก่อสร้างเสร็จเร็ว ลดระยะเวลาการก่อสร้าง
3. คุณภาพของงานจะดีขึ้น เพราะสามารถควบคุมคุณภาพงานได้
4. แก้ปัญหาการหยุดชะงักของงานอันเนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่อำนวย
5. สามารถควบคุมระบบการทำงานได้เป็นขั้นตอน ต่อเนื่อง ทำให้ควบคุมการสร้างให้เป็นไปตามกำหนดเวลาได้



การก่อสร้างที่อยู่อาศัย ระบบสำเร็จรูปในประเทศไทย

การก่อสร้าง “เรือนไทย” นั้น นับว่าเป็นระบบสำเร็จรูป ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ชิ้นส่วนทุกชิ้นของบ้าน มีการจัดสร้างเตรียมไว้ก่อน แล้วจึงนำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นตัวบ้าน แม้ในปัจจุบัน บ้านที่สร้างด้วยระบบสำเร็จรูป ก็ยังไม่ถือว่าเป็นระบบที่สมบูรณ์อย่างเรือนไทยเดิม เพราะเป็นการใช้การก่อสร้างระบบเดิม ผสมกับการใช้ ชิ้นส่วนสำเร็จรูป เป็นบางส่วน เช่น การใช้ระบบเสา-คาน-พื้น-ผนัง สำเร็จรูป แต่ก็ยังสร้างโครงหลังคาแบบเดิม หรือโครงสร้างบางส่วน ก็ยังหล่อในที่ เช่นบันใด บางทีก็มีระบบห้องน้ำสำเร็จรูป ยกมาติดตั้งได้เลย ไม่ต้องมาทำทีละอย่าง แต่ปัจจุบันระบบโครงหลังคา ก็มีการพัฒนาขึ้นจนสามารถใช้ได้ดี แทนระบบโครงหลังคาแบบเดิมแล้ว คือโครงหลังคาเหล็ก สมาร์ททรัสส์ (smartruss) ที่เป็นโครงหลังคากึ่งสำเร็จรูป ( Pre-fabricated ) โดยใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง ที่ผลิตชิ้นส่วนหลักๆ มาจากโรงงานเลย จึงมีความถูกต้องแม่นยำสูง แล้วส่งมาประกอบที่สถานที่ก่อสร้าง ก็มีระบบวิธีการที่รวดเร็ว ตัดปัญหาที่เกิดจากการก่อสร้างด้วยวิธีเดิมๆได้





ชิ้นส่วนสำเร็จรูป







ห้องน้ำสำเร็จรูป







โครงหลังคากึ่งสำเร็จรูป สมาร์ททรัสส์




วัสดุก่อสร้างที่ดี

วกกลับมาเรื่องวัสดุกันต่อ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างนั้น ไม่มีสูตรตายตัว หรือวัสดุชนิดใดใดจะดีสมบูรณ์แบบ ทำให้เราต้องมาปวดหัวกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ที่จะเหมาะสมกับบ้านของเรา นอกเหนือจากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น 4 อย่างแล้ว ทุกวันนี้ยังมีเรื่องอื่นให้เราพิจารณาอีกด้วย ในกระแสของวัฒนธรรมการพึ่งตนเองนั้น จะมีประเด็นสำคัญ ที่มาให้คำจำกัดความของวัสดุก่อสร้างที่ดีคือ
1. หาได้ง่ายหรือไม่
2. สามารถใช้งานได้ง่ายหรือไม่
3. วัสดุนั้นสามารถใช้งานได้สมประโยชน์หรือไม่

1.หาได้ง่าย มีอยู่ในพื้นที่อย่างเพียงพอ หาซื้อได้สะดวก มีขายตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างในราคาที่เราสามารถหาซื้อได้ ไม่ขาดแคลน (ซึ่งจะเป็นวัสดุที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม ที่มีปริมาณการผลิต คราวละมากๆ เพื่อทำให้วัสดุนั้นมีต้นทุนที่ถูกลง และขนส่งได้ง่ายขึ้น เพื่อความสะดวกกระจายสินค้าออกสู่ตลาด)
2.ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องมีกระบวนการมากมาย ยุ่งยาก ในการใช้งาน หรือไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการติดตั้ง
3. ใช้งานได้สมประโยชน์ คือการตอบสนองต่อการใช้งานอย่างได้ผล คุ้มค่า คุ้มราคา

แต่การผลิตเพื่อสนองตอบความต้องการดังกล่าว จะเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรม ที่ทันสมัย และมักก่อให้เกิดมลพิษและของเสียออกมาด้วย บ่อยครั้งตัววัสดุ ก็เป็นสิ่งอันตรายเสียเอง พวกวัสดุสังเคราะห์ส่วนใหญ่ มักจะปล่อยสารประกอบหรือก๊าซที่เป็นอันตรายสู่อากาศอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานหลังการติดตั้ง บ้านที่ปิดประตูหน้าต่างอย่างดีประกอบกับวัสดุที่ปล่อยสารพิษอันตรายออกมา ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนั้นกระบวนการผลิต การขนส่ง และการใช้วัสดุหลายชนิดยังก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และเป็นตัวทำลายสภาพแวดล้อมนอกอาคารไปด้วย ดังนั้น วัสดุก่อสร้างที่ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกอาคาร ก็ไม่อาจกล่าวว่า เป็นวัสดุที่ดีได้ จึงมีข้อควรคำนึงถึงอีก 3 ข้อ ที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ได้ “โลกสีเขียว” กลับคืนมาในสภาวะ “โลกร้อน” ที่เราเผชิญอยู่ คือ

1. วัสดุที่ใช้ ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารหรือไม่
ความซับซ้อนของกระบวนการผลิตสินค้าในระบบอุตสาหกรรม มักมีสาเหตุ หรือสร้างความเสียหาย ต่อระบบนิเวศของพื้นที่นั้นๆ เช่น กระบวนการตัดไม้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม หรือการระเบิดภูเขาหินเพื่อนำมาผลิตเป็นคอนกรีต ก็เป็นการสร้างมลภาวะกับสภาพแวดล้อมโดยตรง

2. สามารถนำเศษวัสดุที่เหลือกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่
ลักษณะของวัสดุก่อสร้างในปัจจุบัน ในระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรมคือ จะเป็นระบบพิกัดประสาน(โมดูล่า) หรือมีขนาดมาตรฐานใกล้เคียงกัน แต่การใช้งานจริงนั้น เราไม่ได้ใช้วัสดุนั้นเต็มตามขนาด แต่จะต้องมีการตัดซอย แบ่ง วัสดุต่างๆ ให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการจะใช้งาน ดังนั้นเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นลง สถานที่ก่อสร้างนั้นจะเต็มไปด้วยกองขยะวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่นไม้อัด, ไม้แปรรูป, ฉนวนไฟเบอร์กลาส และวัสดุอื่นๆ ที่ถูกตัดออกมาจากวัสดุที่มีขนาดมาตรฐานเหล่านี้ กองขยะวัสดุเหล่านี้ ก็จะเป็นภาระในการขนย้าย หาที่ทิ้ง ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นสภาพที่ทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติไปอีกนาน

3. วัสดุนั้นก่อให้เกิดขยะหรือไม่
จากข้อที่ 2 จึงเกิดคำถามตามมาเป็นข้อที่ 3 ถ้านึกภาพไม่ออก เราลองไปเปรียบเทียบกับของชิ้นเล็กๆดู เช่น แบตเตอรี่มือถือ ก้อนเล็กๆ แต่มีปริมาณการใช้ที่มหาศาล การนำไปทิ้งทำลายกำลังเป็นปัญหาใหญ่ พวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย) เช่น CPU หรือจอmonitor (ที่ตกรุ่นกันเร็วมาก) ก็กลายเป็นขยะกองโตที่หาทางกำจัดได้ยาก แม้จะมีมูลค่าของมันอยู่ก็ตาม แล้วการก่อสร้างบ้านแต่ละหลัง จะก่อให้เกิดขยะได้กองเท่าใด


การระบุรายละเอียด ของรายการวัสดุก่อสร้าง หรือการเลือกวัสดุก่อสร้าง จึงเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณา ในขั้นตอนของการสร้าง หรือซื้อบ้านด้วยเช่นกัน


การระบุรายละเอียดที่บริษัทรับสร้างบ้านนำเสนอ มีความละเอียดเพียงพอหรือไม่


รายการกำหนดใช้วัสดุก่อสร้าง ( specification )ในการสร้างบ้าน เป็นรายละเอียดที่จะบอกให้เราทราบว่า บ้านที่เราจะสร้าง หรือจะซื้อนั้น มีมาตรฐานการก่อสร้างดีขนาดไหน ยกตัวอย่าง รายการวัสดุก่อสร้าง ของบ้านจัดสรร แบบหนึ่ง

รายการวัสดุก่อสร้างมาตรฐาน

-----------------------------------------------------------------------------
งานโครงสร้าง : คอนกรีตเสริมเหล็ก เสา คอนกรีต และเสาเข็มตอกตาม
วิศวกรกำหนด เหล็ก บลส.
รากฐาน / เสา / คาน : ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดตามมาตรฐานวิศวกร
กำหนด ( ปูนใช้ตราช้างหรือเทียบเท่า )
พื้นชั้นล่าง / ชั้นบน : ใช้พื้นสำเร็จรูป วางบนคาน บางส่วนหล่อกับที่
( ตามแบบ )
พื้นโรงรถ : คอนกรีตเสริม ระบบพื้น ON GROUND
วัสดุปูพื้น : พื้นถนนทางเข้า ผิวคอนกรีตขัดหยาบ
พื้นโรงจอดรถ ผิวคอนกรีต ปูกระเบื้อง COTTO ขนาด 4” x 4”
สีเรียบ เกรด A ผิวหยาบ
พื้นห้องโถง , อาหาร , ครัว แกรนิโต้ 60 x 60 ซม.
พื้นห้องนอน ปูพื้นไม้ปาร์เก้ 4” x 12 ” ไม้แดง เกรด AAA
ระเบียง , ห้องน้ำ ปูกระเบื้อง COTTO ขนาด 12 ” x 12 ”
สีเรียบ เกรด A
วัสดุก่อสร้างบุผนัง : ผนังทั่วไป วัสดุก่อและฉาบก่ออิฐมวลเบา Q-con
ฉาบปูนเรียบ ( ปูนตราเสือหรือเทียบเท่า )
พร้อมกรุลวดตาข่ายกันร้าวทุกมุมวงกบ
ห้องน้ำ บุผนังด้วยกระเบื้อง COTTO ขนาด 8 ” x 8 ”
หรือ 8” x 10” สีเรียบ เกรด A ปูสูงจรดฝ้าเพดาน
หลังคา : โครงเหล็กรูปพรรณ น้ำหนักมาตรฐาน ทาสีกันสนิม 2 เที่ยว
กรุฟอยล์กันความร้อน
แบบกระเบื้อง กระเบื้อง CPAC รุ่น Tripletone , Zeason
ฝ้าเพดาน : ฝ้าเพดานภายในบ้าน กรุแผ่นยิบซั่มตราช้าง (หรือเทียบเท่า
มาตรฐาน) หนา 9 มม. รอยต่อฉาบเรียบ โครงเคร่า
เหล็กชุบสังกะสี NO.26
ฝ้าเพดานห้องน้ำ กรุแผ่นยิบซั่มตราช้าง หรือเทียบเท่า
( ชนิดทนชื้น ) หนา 9 มม. รอยต่อฉาบเรียบ
โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี NO.26
ฝ้าชายคา , เฉลียง ฝ้าระแนงเฌอร่า 3 ” ตีเว้นร่อง ทาสีน้ำ
อะครีลิค ภายในกรุตาข่ายกันแมลง
วงกบ : วงกบประตูภายนอก หน้าต่างทั่วไป วงกบอลูมิเนียมอบ สีขาว 2”x4 ”
กระจกใสเขียวตัดแสง 6 มม.หรือไม้แดง
วงกบประตูห้องน้ำ วงกบไม้แดง 2 ”x 5 ” ทาสีน้ำมัน
วงกบประตู ภายใน วงกบไม้แดง 2 ”x 4 ” ทาสีน้ำมัน
ประตู-หน้าต่าง : ประตูเข้าบ้าน อลูมิเนียมอบ สีขาวหนาพิเศษ 1 1/ 2 ”x 4 ”
กระจกใสเขียวตัดแสง 6 มม.หรือกรอบฟักไม้แดง
ประตูห้องนอน บานประตูสำเร็จรูป DORIC สีขาว หรือ
เทียบเท่า หรือกรอบฟักไม้แดง
ประตูห้องครัว , ซักล้าง บานประตูไม้เนื้อแข็ง ทาสีน้ำมัน
ประตูห้องน้ำ บานประตูบานเกล็ดไม้แดง ทาสีขาว
หน้าต่างทั่วไป กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว หนาพิเศษ
ลูกฟักกระจกเขียว หนา 6 มม. หรือกรอบฟักไม้แดง
กระจกไส
อุปกรณ์ประตู ยี่ห้อ COLT สเตนเลส ลูกบิดประตูทั่วไป
ยี่ห้อ COLT สเตนเลส รุ่น 8800 SS
บานพับประตู ยี่ห้อ COLT สเตนเลส รุ่น 25 - 4 ” x 3 ” SS
กลอนประตู ยี่ห้อ COLT สเตนเลส รุ่น 400 - 6 ” SS
กระจก กระจกเขียวตัดแสง 6 มม.
บันได : โครงสร้างบันได คอนกรีตเสริมเหล็ก หรือตามแบบวิศวกรรม
ลูกตั้ง ฉาบปูนเรียบทาสี
ลูกนอน ไม้แดง 1 1/2 ” x 10 ” ทาเคมเกลซโพลียูรีเทน ชนิดเงา
ราวบันได สเตนเลส แบบราวเดี่ยว ไม่มีลูกกรง
งานไฟฟ้า : ขนาดสายไฟฟ้า และ ข้อกำหนดตามาตรฐานของการไฟฟ้า
นครหลวงฯ หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคฯ
การเดินสายไฟฟ้าภายในบ้านเดินสายร้อยท่อ PVC สีเหลือง
ฝังในผนังและร้อยท่อบนฝ้าเพดาน
แผงควบคุมไฟฟ้า ใช้ตู้คอนซูเมอร์ยูนิต ชนิดตู้เหล็ก พร้อม
เซอร์กิตเบรกเกอร์ มาตรฐาน IEC 898 ของ
SQUARE-D ขนาด 16 ช่อง พร้อมเดินสายดิน
สายเมนไฟฟ้า ใช้สายเดี่ยว ไทยยาซากิ THW 35 mm. 2
สายไฟฟ้าแสงสว่าง ใช้สายเดี่ยว ไทยยาซากิ THW 1.5 mm.2
( ชนิดเดินร้อยท่อ )
สายไฟฟ้าปลั๊ก ใช้สายเดี่ยว ไทยยาซากิ THW 2.5 mm . 2
( ชนิดเดินร้อยท่อ )
สายไฟฟ้าเครื่องทำน้ำร้อน, แอร์ ใช้สายเดี่ยว ไทยยาซากิ
THW 6 mm. 2 ( ชนิดเดินร้อยท่อ )
สายทีวี ใช้สาย สามารถ รุ่น RG 6 WE 3023-8 สำหรับเคเบิ้ลทีวี
สายโทรศัพท์ ใช้สาย PHELPSDODGE ขนาด 4 C 24
ดวงโคม แบบดาวน์ไลท์ อย่างน้อย 4 จุด/ห้อง ชนิดโคมแบบ
หลอดประหยัด
สวิทซ์ไฟ panasonic กำหนดให้ห้องละไม่เกิน 3 จุด
ปลั๊กไฟ panasonic กำหนดให้ห้องละไม่เกิน 2 จุด
งานประปา : ท่อเมนประปาน้ำดีภายในท่อ PVC ขนาด 3/4 มม. ชั้นคุณภาพ
13.5 อย่างหนา สีฟ้า
ท่อประปาน้ำดี ท่อ PVC ท่อน้ำไทย ขนาด 1/2 มม. ชั้นคุณภาพ
13.5 อย่างหนาสีฟ้า ข้อต่อส่วนที่ติดก๊อกน้ำ ใช้ประเภท
เกลียวในทองเหลือง
ท่อส้วม ท่อ PVC ตราช้าง ขนาด 4 ” ความหนาคุณภาพ 8.5
อย่างหนาสีฟ้า
ท่อน้ำทิ้ง ท่อ PVC ตราช้าง ขนาด 2 ” ความหนาคุณภาพ 8.5
อย่างหนาสีฟ้า
ท่อระบายอากาศ ท่อ PVC ตราช้าง ขนาด 1 ” ความหนา
คุณภาพ 5 อย่างหนาสีฟ้า
ปั๊มน้ำ MITSUBISHI 250w.
ถังน้ำ DOS 2000 ลิตร ชนิดถังไฟเบอร์
ระบบกำจัดน้ำเสีย : ถังบำบัดน้ำเสีย ใช้ถังบำบัดสำเร็จรูป AQUA DOS 2000
จำนวน 1 ถัง
ท่อระบายน้ำเสีย ใช้ท่อซีเมนต์ใยหิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 ”
ต่อจากตัวอาคารลงบ่อพักสาธารณะ
บ่อพักน้ำเสีย ใช้บ่อพักสำเร็จ ขนาด 30 x 40 ซม. วางทุกระบบ
ระยะ 6 ม. และทุกมุมเสี้ยว บ่อสุดท้ายเป็นบ่อดักขยะ
สุขภัณฑ์ : ใช้ผลิตภัณฑ์ COTTO สีขาว / สีมาตรฐาน
อ่างล้างหน้า COTTO CT1001 [HM]
ก๊อกอ่างล้างหน้า COTTO CT1001 [HM]
สะดืออ่างล้างหน้า COTTO CT673 [HM]
ชักโครก COTTO C1002
ฝักบัวสายอ่อน COTTO Z60 [HM]
สายฉีดชำระ COTTO CT992 [HM]
ที่ใส่สบู่ COTTO CT0015 [HM]
ที่ใส่กระดาษชำระ COTTO CT0016 [HM]
กระจกเงา COTTO MC 123
ราวแขวนผ้า COTTO CT0053 [HM]
งานสี : ผนังภายใน สีอะครีลิค คุณภาพสูง ICI SUPERSHELD
ผนังภายนอก สีอะครีลิค คุณภาพสูง ICI SUPERSHELD
บันไดและพื้นไม้รางลิ้น เคลือบเคมเกลซโพรียูรีเทน ชนิดเงา
ผิววงกบไม้ ทาสีน้ำมัน TOA ทั้งภายใน และ ภายนอก
ผิวบานประตู และ หน้าต่างไม้ ทาสีน้ำมัน TOA ทั้งภายนอก ภายใน
ไม้เชิงชาย และไม้ระแนง ทาสีอะครีลิค (ชนิดทาภายนอก )
ระบบป้องกันปลวก : รับประกันป้องกันปลวก 3 ปี นับจากเข้าฉีดน้ำยาครั้งแรก
พร้อมเดินท่อน้ำยาในคานใต้พื้นชั้นล่างของตัวบ้าน สำหรับอัดน้ำยา
ในอนาคต
-----------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ*** : ตารางนี้ เป็นเพียงตัวอย่างให้เห็นการใช้วัสดุเท่านั้น ไม่ได้แสดงว่าวัสดุที่ระบุยี่ห้อ , รุ่น ไว้นี้ เป็นวัสดุที่มีมาตรฐานสูงกว่าอย่างอื่น


ตัวอย่างการระบุรายละเอียดวัสดุก่อสร้างนี้ เป็นแบบมาตรฐานปานกลาง ระบุรายละเอียด ในแง่ของการกำหนดวัสดุ ที่ครอบคลุมงานทุกประเภท วัสดุต่างๆจะมีการระบุขนาด ยี่ห้อ และรุ่นที่ใช้ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ ว่าวัสดุก่อสร้างที่จะใช้ มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด มีราคาถูกหรือแพง เปรียบเทียบกับวัสดุ ที่คุณรู้จัก หรือที่เชื่อถือ หรือเปรียบเทียบระหว่างโครงการต่างๆ ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อ

บางกรณี การระบุวัสดุก่อสร้าง อาจไม่ละเอียดเท่านี้ เพราะบางครั้งอาจระบุว่า “เลือก หรือกำหนดภายหลัง” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุที่มีลวดลาย หรือสีสัน ที่ต้องการความชอบเฉพาะตัว และตัดสินใจภายหลังได้ โดยมีมาตรฐานเดียวกัน สิ่งที่ควรตรวจสอบอีกอย่าง คือรายการที่ระบุเทียบเท่า หลายอย่างนั้น เป็นการระบุที่ให้ความยืดหยุ่น ในการจัดหาวัสดุก่อสร้าง ที่บางครั้งอาจขาดตลาด แต่ไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้โครงการลดค่าใช้จ่ายโดยใช้วัสดุที่มีมาตรฐานรองลงมา โดยบางทีอาจจะไม่เทียบเท่าจริงๆ


สุดท้าย เมื่อได้ทำการก่อสร้างแล้ว เราก็จะใช้รายการวัสดุนี้ ในการตรวจสอบ ว่าการก่อสร้างนั้นๆ เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ซื้อ หรือเจ้าของบ้านเอง


TraveLarounD





 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2553 23:58:29 น.
Counter : 18953 Pageviews.  

เรื่องบ้าน : ส่วนประกอบที่สำคัญของตัวบ้าน

เรื่องบ้าน : ส่วนประกอบที่สำคัญของตัวบ้าน


ในตอนนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกับส่วนประกอบของบ้าน อย่างละเอียดยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องของหน้าที่ของแต่ละส่วน วัสดุก่อสร้างที่ใช้ และวิธีการก่อสร้างที่ถูกต้อง เมื่อเราต้องไปดู ตรวจสอบ หรือตรวจรับ จะได้เข้าใจและตัดสินใจได้ง่าย และถูกต้อง เราจะไล่ดูกันไปตามลำดับของการก่อสร้าง เพื่อให้ง่ายในการจำ และเข้าใจวิธีการก่อสร้างไปด้วยในตัว



1. ฐานราก
เป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือเสาเข็ม ฐานรากและตอม่อ

เสาเข็ม
เป็นส่วนแรกของบ้าน ที่ก่อสร้างก่อนส่วนอื่น ทำด้วยวัสดุก่อสร้างหลักๆ คือ เสาเข็มไม้ และ เสาเข็มคอนกรีต เสาเข็มไม้ จะมีขนาดเล็ก รับน้ำหนักได้ไม่มาก การใช้งานจะใช้หลายๆต้น เพื่อให้รับน้ำหนักได้มาก ตามขนาดของบ้าน จึงนิยมใช้กับบ้านหลังเล็กๆ หรือบ้านชั้นเดียว การก่อสร้างจะตอกโดยใช้แรงคน ด้วยวิธีก่อสร้างแบบดั้งเดิม (แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีน้อย) หรือใช้รถแบคโฮลกด ซึ่งจะรวดเร็วกว่า ส่วนบ้านที่มีขนาดใหญ่หรือสูงมากกว่า 2 ชั้น ก็จะต้องใช้เสาเข็มคอนกรีตขนาดใหญ่ หรือยาวขึ้น ในพื้นที่ดินอ่อน ริมน้ำ ริมทะเล และในกรณีพิเศษที่การก่อสร้างยาก ที่แคบ ที่ไม่สะดวกในการตอกเสาเข็ม ก็มีเข็มคอนกรีตแบบเข็มเจาะที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบอื่นๆ


การทำเสาเข็มเจาะ ในสภาพพื้นที่พิเศษ





ฐานราก
เป็นแผ่นคอนกรีต ที่หล่อทับหัวเสาเข็ม เพื่อรับแรงต่อจากเสาเข็มแล้วรวมไปยังเสาตอม่อ ในบางกรณีที่ดินแข็งอาจไม่จำเป็นต้องตอกเสาเข็ม เราก็จะหล่อตอม่อได้เลย ฐานราก เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดประมาณ 0.80 ถึง 1.20 เมตร สำหรับบ้าน 2 ชั้นทั่วไป มีความหนาไม่ต่ำกว่า 20 ซม.


เสาเข็มที่ตอกแล้ว และที่ทำฐานรากแล้ว






ตอม่อ
เสาส่วนที่ตั้งบนฐานราก ขึ้นมารับคานพื้นชั้นล่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในดิน ทำหน้าที่เหมือนกับเสา ทุกประการ ต่างกันเพียง ตำแหน่งที่ตั้งเท่านั้น


ตอม่อ ที่หล่อขึ้นจากฐานราก







2. โครงสร้าง และบันใด
งานโครงสร้างที่เรานิยมคือ ระบบเสา-คาน มีวัสดุหลักๆ ที่ใช้กันอยู่ 3 ชนิดคือ ไม้ คอนกรีตเสริมเหล็ก และเหล็ก เสาไม้เริ่มหายากและราคาแพงขึ้นมาก จึงไม่ค่อยนิยมจะใช้กัน นอกจากบ้านไม้หลังเล็กๆ หรือเรือนไทย ที่มีราคาแพงมาก ปัจจุบันการก่อสร้างจึงใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นหลัก โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก จะประกอบด้วยวัสดุ 2 อย่าง คือ คอนกรีต กับ เหล็ก



การทำโครงสร้าง จากคานแล้วจึงมาหล่อเสา







บันใด
องค์ประกอบที่มีหน้าที่เป็นทางติดต่อระหว่างชั้น จึงควรมีความแข็งแรงเท่ากับโครงสร้าง ซึ่งการใช้คอนกรีตเสริมเหล็กดูจะเหมาะสมที่สุด ส่วนเหล็ก จะด้อยเรื่องความสวยงามลงไป ซึ่งการตกแต่งก็อาจจะใช้ไม้มาเป็นขั้นบันใด ทำให้ดูสวยงาม











3. ผนังและช่องเปิดต่างๆ (ประตู-หน้าต่าง)
ส่วนนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสวยงามของตัวบ้าน และยังมีผลโดยตรงต่อการใช้งานอาคารในด้านการป้องกันความร้อน แสงแดด และน้ำฝน การตัดสินใจเลือกวัสดุที่จะใช้ และขนาดระยะต่างๆ จะต้องเหมาะสมกับการใช้สอย


ในหลักการแล้ว ผนังที่อยู่ภายนอกทั้งหมด ควรใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน เพื่อป้องกันความร้อน แสงแดด และน้ำฝน ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในบ้านเรา มีอากาศร้อน แดดแรง ผนังควรจะสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีอีกด้วย ส่วนผนังภายใน อาจไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่แข็งแรงมาก เพราะเราอาจมีการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยได้ในภายหลัง ก็จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย


วัสดุก่อสร้างที่นิยมใช้กัน ก็มีไม้ อิฐ และคอนกรีตบล็อก ซึ่งไม้ ก็เริ่มใช้น้อยลง เช่นส่วนประกอบอื่นๆ เช่นกัน วัสดุที่นิยมใช้มาก ได้แก่อิฐมอญ แต่บ้านเรามักจะประหยัดด้วยการก่ออิฐมอญแบบครึ่งแผ่น ทำให้ไม่สามารถกันความร้อนได้เต็มที่ ห้องที่อยู่ด้านทิศตะวันตก จะระอุด้วยความร้อน มากกว่าห้องอื่นๆ ถ้าจะให้ดีควรก่ออิฐมอญแบบเต็มแผ่น หรือก่อ 2 ชั้น มีฉนวนกันความร้อนอยู่กลาง หรือถ้าจะประหยัด ก็ทำเฉพาะด้านทิศตะวันตก ที่ร้อนที่สุดเพียงด้านเดียวก็ได้









ช่องเปิดต่างๆ เช่นหน้าต่าง ช่องแสง ช่องลม จะเป็นตัวเน้นความสวยงาม น่าอยู่ ของตัวบ้าน




ช่องเปิดต่างๆ
หมายถึงประตูและหน้าต่างทั้งหลาย ซึ่งไม่เพียงแต่มีประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังเพิ่มความสวยงามให้บ้านอีกด้วย การเจาะช่อง ประตู หน้าต่าง จึงต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว ทั้ง 2 ด้าน เช่นหน้าต่าง นอกจากจะเปิดระบายอากาศ ชมวิวแล้ว ภายในบ้าน ก็มีผลต่อการจัดวางเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย ผนังเป็นส่วนประกอบที่แข็งแรง มีราคาถูก ส่วนช่องเปิด จะเป็นตัวเน้นความสวยงาม น่าอยู่ ของตัวบ้าน แต่จะใช้งบประมาณมากกว่ากัน ประเภทบ้านจัดสรร จึงมักเปิดหน้าต่างไม่มาก เหมือนบ้านที่สร้างเอง







4. หลังคา
เป็นส่วนที่มีความสำคัญ ไม่แพ้ส่วนอื่น คอยปกป้อง แดด ฝน ให้กับส่วนอื่นๆทั้งหมด ส่วนของหลังคา ถ้ามีปัญหา ก็จะทำความเสียหายให้กับตัวบ้านได้









หลังคาประกอบด้วยวัสดุหลัก 2 ส่วน คือโครงหลังคา และวัสดุมุงหลังคา มีความสำคัญเท่าเทียมกัน และทำหน้าที่ร่วมกันอย่างสามัคคี โครงหลังคา ถ้าไม่แข็งแรง แอ่นยุบ ก็จะทำให้กระเบื้องอ้า เผยอ น้ำรั่วเข้าบ้านได้ หลังคาถ้าไม่แข็งแรง ก็จะแตกหัก หรือมุงไม่สนิท ก็เป็นสาเหตุให้น้ำรั่วซึม สร้างความเสียหาย กับโครงหลังคา และตัวบ้านได้ เช่นกัน


ส่วนประกอบอื่น ที่มีความสำคัญรองลงมา คือ ฝ้าเพดาน มีฝ้าเพดานภายใน และฝ้าภายนอก (ฝ้าชายคา) และปัจจุบัน มีวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่เข้ามาเพิ่มเติม คือวัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อน ที่จริงฝ้าเพดานภายใน ควรจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ด้วย แต่มันไม่สามารถกันได้ 100 % จึงต้องมีฉนวนมาช่วยเสริม โดยเฉพาะถ้าวัสดุมุง มีความบางและสะท้อนความร้อนไม่ดีพอ ส่วนฝ้าเพดานภายนอก จะทำหน้าที่ต่างจากฝ้าเพดานภายใน เพราะฝ้าภายนอก จะไม่กันความร้อน แต่จะต้องสามารถให้อากาศผ่านได้ เพื่อปล่อยให้มีการระบายอากาศ ในพื้นที่ใต้หลังคา ไม่ให้ถ่ายเทความร้อน ลงสู่ห้องข้างล่าง



การก่อสร้างโครงหลังคาแบบเดิม






โครงหลังคา
จะใช้วัสดุก่อสร้าง หลักๆ 2 ชนิด คือไม้ กับเหล็ก ส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กมักจะใช้แค่โครงสร้างใหญ่ๆ เช่นคาน แต่ส่วนจันทัน แป ตง นั้นก็นิยมใช้ไม้และเหล็ก ซึ่งนับวันไม้ก็เริ่มใช้น้อยลงเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลเดียวกับส่วนอื่นๆ อนาคตก็คงจะเหลือแค่โครงเหล็กเท่านั้น ที่จะเป็นพระเอกอยู่บนหลังคาแต่เพียงผู้เดียว โครงหลังคาเหล็ก เริ่มมีเข้ามาทดแทนเมื่อไม้ มีราคาแพงขึ้น การใช้โครงหลังคาเหล็กแบบดั้งเดิม(เหล็กดำ) เป็นการเปลี่ยนทั้งวัสดุ และวิธีการทำงาน เพราะเหล็กต้องใช้การเชื่อมเป็นหลัก แม้จะทำงานได้รวดเร็วกว่าโครงไม้ โครงหลังคาเหล็กแบบดั้งเดิมก็ยังมีข้อเสียหลายประการ เช่น การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน มีน้ำหนักมาก และสิ้นเปลืองวัสดุ มีการผุกร่อนของเหล็ก แม้จะทาสีกันสนิมแล้วก็ตาม










นอกจากวัสดุก่อสร้าง ที่ใช้แล้ว เรื่องของแบบหลังคา ก็มีผลกับการก่อสร้างเช่นเดียวกัน นอกจากแบบที่ดูสวยงามแล้ว การใช้รูปแบบ และวัสดุที่เหมาะสมกับรูปแบบนั้นๆ ก็มีความสำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่น ความลาดเอียงของหลังคา มีผลกับความสามารถในการป้องกันน้ำของกระเบื้องมุงหลังคา เพราะฝนในบ้านเรามันตกแบบดุเดือด ทั้งมาก และแรง ลำพังน้ำฝนที่ตกลงมาเฉยๆ มันก็คงไม่รั่วง่ายๆ แต่ว่าลมแรงๆ มันจะพัดพาน้ำฝนให้ไหลย้อนไปตามร่องห่าง ระหว่างแผ่นกระเบื้องได้ (บางทีมันก็พัดกระเบื้องเปิดเสียด้วยซ้ำ) ดังนั้น กระเบื้องยิ่งแผ่นเล็กมาก ความลาดชันก็ต้องมีมาก เพื่อให้น้ำระบายลงได้เร็วที่สุด แม้แต่วิธีการปูที่ถูกต้องก็มีผลแตกต่างกัน เช่นการเรียงซ้อนกระเบื้องให้หลบทิศทางของลมฝน ก็สามารถป้องกันการรั่วของหลังคาได้ดี กว่าการที่ปูโดยไม่คำนึงถึงทิศทางลม

นอกจากการรั่วที่เกิดขึ้นบนหลังคาโดยตรงแล้ว น้ำฝนยังสามารถสาดเข้าบ้านทางผนัง หรือช่องลมได้ด้วย ดังนั้น หลังคาที่เหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเรา จะต้องยื่นยาวมากๆ เพื่อกันฝนที่มากับกระแสลม อย่างต่ำไม่ควรน้อยกว่า 1 เมตร ถ้าได้ถึง 1.50 เมตร ก็จะกันได้ดีเกือบ 100 % ยกเว้นในพื้นที่โล่งๆ หรือริมทะเล ที่มีลมแรงมากกว่าปกติ

แบบของหลังคา ยิ่งมีความสลับซับซ้อนมาก ก็ทำให้ก่อสร้างยาก ก่อสร้างแล้วมีจุดอ่อน หรือจุดบกพร่องมากตามไปด้วย บางครั้งวัสดุมุงหลังคา ก็มีข้อจำกัดในการมุง เขาไม่ได้ออกแบบกระเบื้องให้มุงหลังคาได้ทุกรูปแบบอย่างไม่จำกัด







ระบบ "โครงหลังคาเหล็กสมาร์ททรัส" (smartruss)




ปัจจุบัน โครงหลังคามีวัสดุให้เลือกหลายชนิด โดยมีการผลิตวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ มาทดแทนเหล็กโครงสร้างแบบเดิม ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระบบโครงสร้างหลังคาเหล็กพร้อมประกอบ เรียกว่า ผลิตภัณฑ์โครงหลังคาเหล็กสมาร์ททรัส (Smartruss) ซึ่งเป็นโครงหลังคากึ่งสำเร็จรูปผลิตจากเหล็กเคลือบซิงคาลุม ซึ่งเป็นเหล็กเคลือบโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมกับสังกะสี ทำให้มีน้ำหนักเบา และกันสนิมได้ดีกว่าเดิมถึง 4 เท่า นอกจากนั้น เขายังคิดระบบวิธีการติดตั้งที่รวดเร็ว ปราณีต ลดจำนวนของเสีย มีวิธีติดตั้งด้วยระบบสกรู ช่วยให้การก่อสร้างบ้านทำได้รวดเร็ว ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจได้ จนเป็นที่นิยมกันอย่างรวดเร็ว มีโครงการต่างๆ เปลี่ยนมาใช้โครงหลังคาเหล็กสมาร์ทรัสกันหลายโครงการ









วัสดุมุงหลังคา
ที่เรียกว่ากระเบื้องมุงหลังคา เป็นส่วนประกอบที่มีความหลากหลาย ให้เลือกใช้ ที่นิยมกันมากในยุคนี้ จะเป็นกระเบื้องซีเมนต์ ที่เรารู้จักกันในนามกระเบื้อง โมเนีย ซึ่งมีความหนาและทนทานกว่า กระเบื้องลอนแบบเดิม ที่บางและแตกหักง่ายกว่า แต่กระเบื้องโมเนียนั้นหนากว่า จึงหนัก และไม่สะดวกที่จะทำให้แผ่นใหญ่เหมือนกระเบื้องลอนได้ วัสดุอื่นๆก็มีเหล็กลอนที่ก่อนนี้ใช้งานกับอาคารประเภทโรงงาน หรืออาคารใหญ่ๆมากกว่า แต่เดี๋ยวนี้ กระแสแบบโมเดิร์น ทำให้เกิดความนิยมในการนำมาใช้สร้างบ้าน เพราะวัสดุแบบนี้มีความยาวไม่จำกัด จึงไม่มีรอยต่อของแผ่น ตัดปัญหาการรั่วซึมได้ และน้ำหนักเบา เหมาะกับบ้านแบบโมเดิร์น ที่ต้องการหลังคาแบนๆแบบตะวันตก และไม่ต้องโชว์ตัวหลังคา








5. งานระบบ
(ไฟฟ้า ประปา และอื่นๆ) ระบบต่างๆ มีไว้อำนวยความสะดวกของอาคารหรือบ้าน หากงานระบบเหล่านี้ ถูกออกแบบมาไม่เหมาะสม หรือติดตั้งผิดตำแหน่ง จะทำให้การใช้ประโยชน์ในอาคารเกิดความไม่สะดวกหรือเกิดอันตรายได้ การเดินไฟ ติดตั้งไม่ดี หรือไม่ถูกหลัก ก็เป็นสาเหตุให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้บ้านได้


งานระบบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับบ้านได้แก่

ระบบไฟฟ้า
เป็นการอำนวยความสะดวกสบายหลากหลายอย่าง เพราะอุปกรณ์ต่างๆในปัจจุบัน มักทำงานได้ด้วยกระแสไฟฟ้า ความสำคัญอย่างแรกคือ การให้แสงสว่าง ให้เราทำอะไรได้ในยามค่ำคืน และไฟฟ้ายังเป็นพลังงานแบบสำเร็จรูป ช่วยให้เราได้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานให้ความเย็นกับเรา ช่วยให้ตู้เย็นช่วยเก็บและถนอมอาหารของเรา ช่วยให้ความบันเทิงผ่านเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ช่วยคุณแม่บ้าน ปั่นเครื่องซักผ้า และเตารีด และที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบันคือคอมพิวเตอร์ให้เด็กๆได้ท่องโลกอินเตอร์เนท และเล่นเกมส์อย่างมีความสุข


ระบบประปา
ด้วยระบบน้ำดี และน้ำทิ้ง ช่วยอำนวยความสะดวก เรื่องน้ำกินน้ำใช้ ไม่ต้องอาศัยแม่น้ำลำคลอง เหมือนสมัยโบราณ มีทุกข์หนัก ก็ไม่ต้องวิ่งเข้าป่า เข้าทุ่ง แต่แม้ระบบจะดูทันสมัยในปัจจุบัน ถ้าก่อสร้างไม่ถูกหลัก ขนาดท่อไม่ถูกต้อง ก็จะมีปัญหาเรื่องแรงดันน้ำ ไม่สม่ำเสมอ เวลาเปิดก๊อกน้ำพร้อมกัน บางก๊อกน้ำจะเบา










ระบบที่มีปัญหามากกว่าเพื่อน ที่ผมจะต้องคอยให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาอยู่บ่อยๆได้แก่ระบบน้ำทิ้ง ที่สร้างความปวดหัว เรื่องท่อตัน ส้วมเต็ม เพราะมักจะใช้ขนาดท่อ ไม่ได้มาตรฐาน เล็กเกินไป ทำให้อุดตันได้ง่าย และแก้ไขยาก เพราะระบบพวกนี้ จะหลบซ่อนอยู่ใต้ดิน ใต้พื้น ในผนัง ยังดีที่ปัจจุบัน เขายังคิดอุปกรณ์ที่แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่งง่ายขึ้น คือ “งูเหล็ก” ที่ทะลวงท่อได้ โดยไม่ต้องไปทุบพื้น แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะท่อแต่ละท่อ ไม่ใช่สั้นๆ ตัวงูเหล็กมันมีความยาวจำกัด หรือบางทีท่อโค้งหรือต่อแยกออกไป มันก็ทะลวงไปไม่ได้เหมือนกัน


ระบบโทรศัพท์
อำนวยความสะดวกในการติดต่อกับญาติมิตร เพื่อนฝูง แต่เริ่มมีสิ่งทดแทน ทั้งระบบมือถือ ไร้สาย และการสื่อสารทางอินเตอร์เนท
ระบบอื่นๆ ที่มีมาเสริม แต่ไม่ถึงกับจำเป็นสำหรับบ้านทุกๆหลัง ได้แก่ ระบบสัญญาณกันขโมย ระบบกล้องวงจรปิด และถ้ามีงบประมาณมากๆก็จะสามารถใช้ระบบ “อัจฉริยะ” ควบคุมเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านได้ทั้งหมด






6. งานตกแต่งสถาปัตยกรรม
เป็นส่วนสุดท้าย บ้านจะสวยงาม สมใจของเจ้าของหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทวัสดุตกแต่งทั้งหลาย คือวัสดุตกแต่งผิว ทั้งผิวพื้น ผนัง รวมถึงสีที่เลือกใช้ แต่บางครั้ง ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วย เช่นวัสดุปูพื้นที่ลื่นหรือหยาบในบางตำแหน่ง วัสดุตกแต่ง จะเป็นส่วนที่มีมูลค่ามากเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของอาคาร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวัสดุตกแต่งที่มีราคาแพง จะต้องดีเสมอไป


วัสดุตกแต่ง ที่ใช้กันมาก และราคาไม่แพง ได้แก่สีทาบ้าน มีให้เลือกใช้มากมายหลายชนิด สร้างบรรยากาศให้กับบ้าน ตามโทนสีที่ใช้ แต่สีก็ไม่ทนทานเหมือนวัสดุชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะสีทาภายนอก ที่ต้องเจอกับสภาวะอากาศที่โหดร้ายพอสมควร

วัสดุตกแต่ง ที่จำเป็นอีกประเภท ได้แก่กระเบื้องเคลือบ ที่ใช้กรุผนังห้องน้ำ เป็นหลัก นอกจากนั้นก็นิยมปูพื้นบ้าน ด้วยความหลากหลายของสีสัน และลวดลาย แม้จะมีราคาแพงหน่อย แต่ก็เป็นวัสดุที่คงทนถาวร ใช้งานได้ยาวนาน พอๆกับตัวบ้านเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็นการซ่อมแซม หรือตกแต่งใหม่ เสียมากกว่า การซ่อมแซมก็จะมีสาเหตุมาจากเรื่องระบบมากกว่า เช่นท่อน้ำรั่ว ตัน ก็ต้องทุบผนังไปเปลี่ยนท่อใหม่ จากนั้นก็หากระเบื้องมาซ่อมไม่ได้ เพราะไม่มีสีเดิมแล้ว จึงต้องรื้อปูใหม่กันทั้งห้อง












วัสดุตกแต่งพื้น
กระเบื้องเคลือบแล้ว ก็ยังมีวัสดุหรูหราราคาแพงอีกหลายอย่าง เช่นไม้และปาเกร์ ที่เหมาะสมกับบ้านพักอาศัยมากที่สุด แต่ราคาก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆจนจะแพงแซงวัสดุอื่นๆไปในที่สุด หินอ่อน หินแกรนิต ก็เป็นวัสดุที่ทนทานสวยงาม ดูแลรักษาง่าย แต่ก็มีราคาสูง กระเบื้องยาง และพรมวิทยาศาสตร์ จะมีราคาไม่แพง แต่ก็ทนทานสวยงามสู้วัสดุอื่นๆไม่ได้ ที่นิยมอีกชนิดหนึ่ง แต่มีการใช้งานค่อนข้างจำกัด คือพรมปูพื้น เพราะเป็นวัสดุที่เปรอะเปื้อนง่าย แต่ดูแลรักษายาก จึงมักนิยมใช้กันเฉพาะห้องที่เป็นส่วนตัวหน่อย เช่นห้องนอน












วัสดุตกแต่งผนัง
นอกจากสีแล้ว การตกแต่งภายใน ก็นิยมใช้ wallpaper เพราะมีให้เลือกมากมาย หลากลวดลาย หลากสีสัน ราคาพอสมควร และการใช้งานก็มีความทนทานพอสมควรเช่นกัน ถ้าต้องการความหรูหรา ก็จะเป็นไม้ประเภทต่างๆ แต่ไม้จริงจะมีราคาแพง โดยเฉพาะไม้สักลายสวยๆ ดังนั้นไม้อัดจึงมาทดแทนไม้จริงได้ โดยไม่หนักงบประมาณ การตกแต่งถ้าต้องการบรรยากาศดูธรรมชาติ ก็มักจะใช้วัสดุธรรมชาติโดยตรง เช่น อิฐก่อโชว์แนว หินธรรมชาติ พวกหินทราย หินกาบ แต่ปัจจุบัน มีการทำวัสดุเทียมเลียนแบบธรรมชาติมาขาย ก็ได้รับความนิยมพอสมควร


โดยรวมแล้ว นอกจากรูปทรงของตัวบ้าน ก็มีวัสดุตกแต่งนี่แหละ ที่สามารถให้บรรยากาศ ตามที่เราชอบ เราต้องการได้เป็นอย่างดี


TraveLArounD




ปล. ท่านที่เพิ่งเข้ามาชมบล็อกใหม่ ผมได้จัดทำเป็นสารบัญ แบบหนังสือให้ค้นดูหัวเรื่องได้ง่ายที่ group : นานา สาระ๑๐๐๐ เพราะเรื่องต่างๆ เขียนไว้ 1300 เรื่องแล้ว

ส่วนท่านที่ชอบเพลง background ผมได้รวบรวมเพลงไพเราะ เพลงรัก romantic และเพลงซึ้งๆ ที่หาฟังได้ยากในสมัยนี้ ไว้หลายชุด สนใจ email ติดต่อมาได้ครับที่ nana_sara1000@ymail.com

หลังจากที่ home’s lover club ที่ ning.com ต้องปิดลงไปเพราะเขาคิดค่าใช้จ่าย จึงจำต้องย้ายที่ ตอนนี้ผมเริ่มรวบรวมภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การจัดสวน และที่ยังไม่ได้เอามาเขียน มารวบรวมไว้ที่ facebook ถ้าใครสนใจก็เข้าไปดูได้นะครับ ที่ http://www.facebook.com/reqs.php#!/nanasara1000?v=photos

หมายเหตุ : ขณะได้มี website อื่นๆหลาย website ได้นำเอาเรื่องที่ผมเขียนไว้ ไปลงต่อในลักษณะของเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ถ้าต้องการบทความใดไปใช้ ขอให้ติดต่อขออนุญาต ก่อนทาง Email : nana_sara1000@ymail.com มิฉะนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ส่วนผู้ที่ต้องการนำเรื่องไปโพสต่อ เพื่อเผยแพร่ โดยมิใช่ทางการค้า ขอให้ติดต่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนโพส




 

Create Date : 29 มกราคม 2553    
Last Update : 23 ธันวาคม 2553 1:35:47 น.
Counter : 26023 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

travelaround
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]





ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะเข้ามาชม blog มีข้อคิดเห็น เชิญ comment มาได้นะครับ ถ้าตอบได้ จะตอบให้ทันทีครับ แต่ถ้าไม่ทราบ ต้องขอเวลา จะค้นคว้ามาให้อ่านกัน ท่านที่จะถามคำถาม หรือติดต่อเรื่องบทความ ได้ทาง Email :- d_sign_place@yahoo.com ครับ


เรื่องต่างๆที่ผมได้เขียนหรือรวบรวม เรียบเรียงมานี้ ยินดีให้ทุกท่านได้อ่านเป็นวิทยาทานและเพื่อการศึกษา ถ้าจะนำไปโพสต่อใน website สาธารณะ หรือ website อื่นใดที่ไม่ใช่ทางพาณิชย์ กรุณาระบุที่มา คือ http://www.travelaround.bloggang.com และนามปากกาผู้เขียนคือ TraveLArounD ด้วย

แต่ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการนำไปใช้ ในเชิงพาณิชย์ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะถูกดำเนินคดี ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

ส่วนบทความหรือภาพถ่ายใดๆ ที่ได้นำมาจาก website อื่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบเรื่องนั้นๆ เป็นการถ่ายทอดจากวิจารณญาณแล้วว่า มีความถูกต้องเป็นจริง มากที่สุด และได้นำมาจาก website ที่เป็นสาธารณะ ถ้าเรื่องราวหรือภาพของท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดนี้ ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน กรุณาแจ้งมาทาง email :– nana_sara1000@ymail.com ผมจะทำการลบข้อมูลหรือภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ออกทันที

Acknowledges that I try to write or report accurately but postings may contain fact , speculation or rumor. I find images from the Web that are believed to belong in the public domain. If any stories or images that appear on the site are in violation of copyright law, please email to :- nana_sara1000@ymail.com and I will remove the offending information as soon as possible.


counter start from 23-04-2008
Website counter
: Users Online









ที่ดินเชียงใหม่ ทางไปแม่ริม ใกล้ศาลากลาง และสนามกีฬา 700 ปี ติดน้ำปิง ในหมู่บ้านเพชรริมปิง พื้นที่ 667 ตารางวา @ 14,000.- บาท สภาพแวดล้อมดี สนใจติดต่อ โทร. 0859559950



DESIGN PLACE CO.,LTD. รับออกแบบ และตกแต่งภายใน บ้านพักอาศัย ในแบบไทย และไทยร่วมสมัย



มรดก ฉบับที่ 1

มรดก ฉบับที่ 2

มรดก ฉบับที่ 3

มรดก ฉบับที่ 4

มรดก ฉบับที่ 5

มรดก ฉบับที่ 6

มรดก ฉบับที่ 7

ช่วยสนับสนุนการจัดทำ BLOG ด้วยการซื้อหนังสือ "มรดก" 1ชุด 7เล่ม (หนังสือเก่า) ในราคาชุดละ 700 บาท (รวมค่าส่งทางไปรษณีย์)

สนใจสั่งซื้อทาง E-mail :- nana_sara1000@ymail.com



New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add travelaround's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.