Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ 4 – งานแปลชิ้นแรก

ไม่มีก้าวแรกก็ไม่มีก้าวต่อไปใช่ไหมครับ นักแปลก็เหมือนกัน การรับงานแปลชิ้นแรกเนี่ยถือเป็นงานที่ตื่นเต้นครับ ผมได้รับงานครั้งแรกจากสำนักงานแปลที่ผมไปสมัครเป็นนักแปลอิสระครับ งานแรกเนี่ยทางผู้จัดการโทรมาบอกว่าต้องเข้าสำนักงานนะครับ เพราะต้องมีการแนะนำการแปลกันก่อน พูดให้เข้าใจงานก่อน แล้วก็จัดการเรื่องค่าจ้างไปด้วย ผมเข้าไปวันเสาร์ครับ ก็ไม่ต้องลางานประจำ สำนักงานแปลเขาเป็นโรงเรียนสอนภาษาด้วย ก็เลยเปิดเสาร์อาทิตย์เหมือนกัน แต่คุณผู้จัดการไม่ได้มาทุกเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องนัดเป็นครั้งๆ ไป

พอเข้าไปที่สำนักงาน เขาก็บอกว่ามีงานเข้ามา และคิดว่าเราน่าจะทำได้ เป็นเอกสารสิทธิบัตรยาครับ เป็นยารักษาโรคหัวใจของบริษัทยาสัญชาติยุโรป เอกสารก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไร ประมาณ 20-30 หน้านะครับ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิบัตรขนาดจิ๋วนะครับ งานสิทธิบัตรยาที่ผมทำในช่วงหลักๆ ถ้าเป็นยาตัวใหม่ๆ เนี่ยอย่างน้อยก็ต้อง 100 หน้าขึ้นไปนะครับ ในกรณีสิทธิบัตรยา ผมก็พลิกเอกสารอ่านคร่าวๆ ดู ก็ตอบตกลงว่า ไม่มีปัญหาครับ คิดว่าทำได้ คุณผู้จัดการก็มาเอาตัวอย่างสิทธิบัตรที่นักแปลคนอื่นๆ เคยแปลมาให้ผมดู แล้วก็ให้เอกสารมาสองหน้าครับ เป็นเอกสารเกี่ยวกับคำศัพท์แปลภาษาไทยที่ใช้กันในวงการสิทธิบัตรยา ซึ่งผมต้องใช้คำตามนี้ เพราะเป็นคำที่่กำหนดโดยหน่วยงานราชการไทยเวลาจดสิทธิบัตร อย่าได้ใช้คำผิดเชียว ไม่งั้นยื่นจดทะเบียนไม่ผ่านหรือไม่งั้นก็ต้องเสียเวลามาแก้ทีหลังอีก แต่งานนี้เขาก็มีผู้ตรวจทานงานแปล หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า editor หรือ proofreader นะครับ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน ซึ่งเขาจะดูเรื่องฟอร์แมทเอกสาร การสะกดคำ ชื่อหัวข้อ แต่คงไม่ได้ลงไปถึงรายละเอียดเอกสาร เพราะมันเป็นเรื่องเภสัชวิทยา เภสัชเคมี เภสัชกรรมซะเยอะ ผมว่าเขาคงไม่สามารถมาตรวจเนื้อหาตรงนั้นได้ สรุปก็เป็นว่า ผมรับทำงานชิ้นแรกครับ คุยกันเรื่องค่าตอบแทน ซึ่งเขาก็มีอัตราจ้างมาตรฐานอยู่แล้ว จะไปต่อรองก็ไม่ได้ แล้วก็ให้รายละเอียดบัญชีธนาคารต่างๆ ให้ เขาจะได้โอนเงินเข้าบัญชีให้เมื่อลูกค้าอนุมัติงานแล้ว เขาให้เวลาผมหนึ่งอาิทิตย์นะครับ งานชิ้นนี้

กลับมาบ้าน สิ่งแรกที่ทำก็คือ จะแปลยังไงดี เริ่มแรกผมก็ขีดเส้นใต้คำที่ไม่รู้จักความหมาย หรือไม่รู้ว่าจะแปลเป็นภาษาไทยว่าอะไรดี แล้วก็เปิดพจนานุกรมแปลคำศัพท์ยากๆ ไปก่อน สองสามหน้าแรกผมเขียนเนื้อหาที่ผมจะแปลลงในกระดาษครับ ปรากฎว่าท่าจะไม่ดี ทั้งวันเสาร์นั้นทำได้ไปสองสามหน้าเอง อีกอย่างเนี่ยแค่เขียนร่างแปลเอง ไหนจะเอามาิพิมพ์อีก จะเสร็จทันไหมเนี่ย ความกลัวเริ่มมาเยือน ผมก็เลยเปลี่ยนวิธีใหม่ครับ คราวนี้แปลบนคอมพิวเตอร์ไปเลย คือมีกระดานตั้งเอกสารไว้ข้างๆ คอมพิวเตอร์ แล้วก็เปิด Word แล้วอ่านเอกสารภาษาอังกฤษ แล้วก็แปลเป็นภาษาไทยพิมพ์ไปเลย ปรากฎว่าดีขึ้น งานลื่นขึ้นเยอะ ผมก็กะว่าต้องทำให้ได้มากที่สุดเสาร์อาิทิตย์เนี่ยแหละ เพราะผมคงไม่มีเวลาเยอะตอนวันธรรมดา ไหนจะต้องทำโรงพยาบาล งานประจำ กลับมาก็สลบแล้วครับ ปรากฎทำไปได้เกือบสิบหน้าครับ เรียกว่า อยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืนครับ วันธรรมดาผมก็ทำแค่วันหน้าสองหน้าครับ อาศัยว่าตอนว่างๆ ที่ไม่ได้อยู่หน้าคอมพ์ ก็เอาเอกสารมาอ่านครับ คือ ให้เข้าใจเรื่องหาคร่าวๆ ก่อน เวลาแปลจะได้เร็วครับ จริงๆ อ่านตรงหน้าสรุปหน้าสุดท้ายกับบทนำก็ช่วยนะครับ ทำให้เข้าใจว่าเอกสารพูดถึงอะไร

นอกเรื่องนิดหนึ่งครับ บริษัทแรกที่ผมทำงานอยู่นี้ส่วนใหญ่จะส่งงานให้ผมเป็นเอกสาร คือไม่ใช่ไฟล์อิเลคทรอนิคส์ที่เปิดได้ ก็เลยต้องเริ่มแปลจากเวิร์ดแบบขึ้นเอกสารใหม่ แต่ในช่วงสองสามปีหลัง งานที่ผมได้รับจากบริษัทอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเวิร์ดมาครับ ก็เปิดแล้วเซฟงานเป็นอีกชื่ีอหนึ่ง แล้วก็พิมพ์แทรกภาษาอังกฤษไปเลยในเอกสารไปทีละย่อหน้าครับ ก็จะง่ายขึ้น คือ ตามองแต่หน้าจอคอมพ์อย่างเดียว ยิ่งสมัยนี้มีซอฟท์แวร์ใหม่ๆ มาช่วยได้เยอะ มีแบบที่เวลาเราเอาไฮไลท์ไปที่คำภาษาอังกฤษไหน มันจะบอกคำแปลไทยมาให้เลยครับ แต่พวกศัพท์เทคนิคก็ไม่ค่อยมีหรอกครับ แต่ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง ผมว่าวิธีแปลแบบนี้เหมาะกับผมมากที่สุดครับ แต่ก็แล้วแต่นักแปลนะครับ คนเรามีเทคนิคไม่เหมือนกัน

มาเข้าเรื่องครับ พอแปลเสร็จคืนวันศุกร์ ผมก็ิพิมพ์งานออกมาอ่าน แก้อะไรนิดๆ หน่อยๆ ให้มันอ่านลื่นครับ แล้วก็ส่งอีเมล์งานไปให้ที่สำนักงานครับ โทรไปคุยอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้งานแล้วเปิดไฟล์ได้ไม่มีปัญหา ผู้ตรวจทานงานแปลก็ดูงานผมก็ไม่ได้ว่าอะไร (อันเนี่ยผมอาจจะทึกทักเอาเอง ก็คือว่าผมไม่ได้ฟีดแบคกลับมานะครับ ก็คงจะผ่าน หรือไม่งั้นเขาคงแก้ให้เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว) สรุปว่างานแรกผ่านพ้นไปด้วยดี พอลูกค้าอนุมัติงาน ปกติแล้วผมจะไม่ได้ติดต่อกับลูกค้าที่เป็นบริษัทยาโดยตรง แต่จะผ่านสำนักงานแปล ก็ได้เงินเข้ามาครั้งแรกในชีวิตนักแปลครับ ก็ประมาณ 3000 บาทครับ ถือว่าไม่เลวครับสำหรับนักแปลหน้าใหม่

พอมีงานแรก งานที่สองสามสี่ ก็ตามมาครับ คราวนี้เริ่มผาดโผนมากขึ้น ทำงานทั้งนอกและในสายเภสัชศาสตร์ครับ แต่ก็ยังวนเวียนกับสายวิทยาศาสตร์อยู่ มีงานสิทธิบัตรงานหนึ่ีง ตอนแรกว่าจะไม่รับมาทำแล้ว เพราะว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ปูนซิเมนต์ผสม แต่สุดท้ายก็ลองเอาทำดูครับ ไม่ยากอย่างที่คิดครับ จริงๆ แล้วทำไปทำมา มันเหมือนวิชา Pharmaceutics เรื่องยาผงมากๆ เลย มีเรื่องการวัดประสิทธิภาพการไหลโดยการทดลองตั้งเป็นกองดูว่ามันจะสูงได้เท่าไร (ยิ่งตั้งกองได้สูงมาก ก็แสดงว่าผงผสมนั้นไหลไม่ดี) ส่วนผสมก็คล้ายๆ กัน คือ ปูนซีเมนต์ ก็ต้องมี bulking agents, binding agents คล้ายๆ ตั้งตำรับยาเม็ดเลย สนุกดีครับ ขาดอย่างเดียวที่ไม่ต้องใส่ในปูนผสมก็คือ disintegrant นะครับ ถ้าใส่ในสูตรตำรับคราวนี้ก็บ้านใครบ้านมันครับ อย่ามาบ้านผมล่ะกัน เนี่ยแหละครับ งานแปลของผมมันก็เลยแตกแขนงไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมทำทั้งด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ วิศวกรรม ธุรกิจแล้วก็กฎหมายครับ ผมว่าการเรียนเภสัชศาสตร์ (อย่างน้อยในยุคผม) เนี่ยฝึกให้เราทำอะไรได้หลายอย่างดีครับ เภสัชในยุคเป็ดแบบผมคงจะคิดคล้ายๆ กัน ทำให้เราปรับตัวไปได้เรื่อยๆ



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2548 7:40:22 น. 20 comments
Counter : 536 Pageviews.

 
เราก็เพิ่งเริ่มๆงานแปลเหมือนกันค่ะ แต่ฟังดูของคุณน่าจะยากกกกว่าเรามากเลย ของเราแค่ 17 หน้าก็ปวดหัวแล้วอ่ะ ฮือๆ


โดย: nymphie IP: 61.91.140.201 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:28:13 น.  

 
อ่านห้าตอนรวดเดียวจบ
ขอบคุณครับ (เอาอีก)


โดย: ThaiAng- วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:6:01:15 น.  

 
เคยอ่านเจอ comment ของคุณ nhum_nop ที่เกี่ยวกับยา ได้ความรู้ดีคะ เพิ่งจะรู้ว่านอกจากเป็นเภสัชแล้วยังเป็นนักแปลด้วย เก่งจัง...ขอนับถือ


โดย: whoispriority IP: 203.107.205.221 วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:21:39:47 น.  

 
+-+-+หวังไว้ว่า สักวันหนึ่งจะได้เป็นนักแปล(มือสมัครเล่น)กับเค้าบ้าง กำลังจะเริ่มต้น แต่เพิ่งมายูเคปีแรก พื้นฐานภาษาอังกฤษยังไม่แน่นมาก ดังนั้นแค่ปรับตัวกับการเรียน-การบ้านและสิ่งแวดล้อมใหม่ก็แทบไม่เหลือเวลาแล้ว มีเวลานิดหน่อยก็ทำได้แค่หาอ่านเกร็ดความรู้ด้านภาษาจากในเว็บบ้าง หนังสือบ้าง
+-+-+หวังไว้ว่า (อาจจะหวังหลายรอบหน่อย ก็คนเราอยู่ด้วยความหวังนี่คะ) หากผ่านพ้นเทอมแรกไปได้ เทอมที่สองและปีต่อๆไปคงมีเวลาได้พัฒนาภาษาอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อที่จะเริ่มการแปลอย่างจริงจังดูบ้าง ก็หวังไว้ว่า :) (รอบสุดท้ายแล้วววว) ถึงตอนนั้นหากเป็นไปได้คงต้องขอรบกวนคุณ nhum_nop ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ

ขอบคุณที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้พวกเราอ่านนะคะ


โดย: คิดถึงลูกชิ้นปิ้งจังเลย IP: 131.251.0.53 วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:22:52:50 น.  

 
ตามเข้ามาอ่านคะ

แปลเก่งจังเลย

ยุ้ยเองก็เคยทำงานเกี่ยวข้องกับการแปลเหมือนกันคะ ตรวจสอบซับไตเติ้ลภาพยนตร์ งานนี้จะว่าง่ายก็ง่ายกว่างานแปลคะ ไม่ยากเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยเจอศัพท์เทคนิคมากแต่ต้องตรวจสอบความถูกต้องให้ดี

เจอการแปลที่ขำๆก็บ่อยเหมือนกันคะ

โชคดีนะคะ แล้วจะตามมาอ่านตอนต่อไปเรื่อยๆ


โดย: yuy IP: 58.160.223.159 วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:11:26:57 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ตามมาทักทายค่ะ
และแสดงความชื่นชมค่ะ

ตัวดิฉันเองเคยคิดเหมือนกันว่า
อยากทำงานแปลอยู่กับบ้าน
ไม่ต้องผจญกับผู้คนมากมาย
กระแสการเมือง
ความรัก ความชอบ หรือ อคติจากผู้คน

แต่พอเริ่มลองทำจริงๆ ก็พบว่าไม่หมูเลย
ต้องใช้สมาธิและความอดทนสูงมาก
และถ้าหากต้องการทำงานแปลอย่างเดียวเพื่อเลี้ยงชีพ
คนๆ นั้น คงต้องเป็นบุคคลที่รักการปลีกวิเวกมากเอาการ

สรุปแล้ว ก็เลยทำงานแปลก็อกๆ แก๊กๆ ไปเรื่อๆ ดีกว่า ถือเสียว่าเป็นงานอดิเรก .. ไม่ได้จริงจังกับมันเท่าไรนัก

แล้วจะแวะเข้ามาอ่านอีกเรื่อยๆ นะคะ



โดย: Iko Iko วันที่: 30 มกราคม 2549 เวลา:8:51:01 น.  

 
เรียนวิทยาศาสตร์มา แล้วมาเป็นนักแปล นับถือๆค่ะ

มาต่อตอนที่ 5 เร็วๆนะคะ หรือจะข้ามไปตอนที่ไปทำงานที่อังกฤษก็ได้ค่ะ อยากอ่าน


โดย: yummy_hashbrown IP: 61.91.198.147 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:52:52 น.  

 
555 ขำมุข disintegrant ของพี่จังค่ะ
เคยแต่แปลเอกสารให้อาจารย์ ได้หน้าละ 50 บาทเองค่ะแต่ก็สนุกดี

รออ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: sommie IP: 203.157.72.220 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:54:50 น.  

 
เยี่ยมครับ ขอมาadd Blog K. nhum_nop
นะครับ


โดย: ป๊ะป๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:52:36 น.  

 
เจ๋งค่ะ มาแวะเยี่ยมเยือนและมาชื่นชมโดยตรงค่า


โดย: D.K.H.N. วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:05:07 น.  

 
อยากให้เขียนเล่าถึงประสบการณ์การหางานมาจากแหล่งต่างๆมีวิธีการอย่างไร ตรงนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ


โดย: RBZ วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:4:36:39 น.  

 
หนังสือออกเร็วๆนะคะ

จะติดตามค่ะ


โดย: โมซาลิน่า IP: 58.64.126.167 วันที่: 12 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:08:05 น.  

 
ขอคำแนะนำการเขียนresumeสมัครในเวป proz.com ค่ะ สนใจที่จะแปลงานเหมือนกันน่ะค่ะ ขอบุณล่วงหน้านะคะ


โดย: aom_ly@hotmail.com IP: 124.121.5.166 วันที่: 31 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:42:47 น.  

 
น้องสาวของเราลองไปสมัครงานดูว่าวงการแปลเป็นอย่างไร ปรากฏว่าเจอพวก18 มงกุฎที่อาศัยความไม่รู้เท่าทันของเด็กๆที่คิดว่าอยากได้งาน นอกจากนั้น การทดสอบต้องมีการจ่ายเงินด้วยนะ ซึ่งเป็นการแปลกที่พวกเขาไม่ละอายกับการหาเงินแบบนี้

การเป็นออดิเตอร์หรือผู้ตรวจงานผู้แปลมีความสำคัญมาก เพราะต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านภาษาและ ความรู้ในแต่ละงานที่เข้ามา ถ้าเจองานไม่ดี มีหวังให้เขาแปลใหม่ง่ายกว่าตรวจอีกนะ

งานแปลไม่ได้ง่ายนะ บางคนคิดว่าง่ายๆ แต่ถ้าคุณแปลเอกสารผิดไปหนึ่งคำ แล้วคำนั้นหรือความหมายโดยรวมทำให้นักขับเครื่องบินเข้าใจผิด แล้วเครื่องบินตกหรือหมอผ่าตัดแล้วผ่าตัดผิดพลาดไปมากน้อย คนไข้ตายเพราะการกระทำจากข้อมูลที่ทราบ ถามว่านักแปลต้องรับผิดชอบหรือไม่ รับผิดชอบเต็มๆเลย แต่หานักแปลมืออาชีพแบบท่านพันท้ายนรสิงห์ไม่ได้แน่ๆหรือได้ก็คง1 ใน30 ล้านน่ะนะ เมื่อผู้ทีมีความสามารถในการแปลรุ่นใหม่ๆมายึดอาชีพนี้ จะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ขอให้ไตร่ตรองใคร่ครวญงานก่อนจะเอ่ยปากรับทำงานด้วยนะ อย่าคิดแต่เพียงว่าไปอยู่เมืองนอกมาแล้ว1-2 ปี แล้วจะสามารถแปลงานได้ ต้องเปิดความคิดกว้างๆ
งานนิยาย วรรณกรรม ถ้าแปลผิดไม่ดี งานก็มีการแก้ได้ในงานพิมพ์ต่อๆมา ถ้าไม่มีโอกาส งานแปลไม่ดีพวกนั้น ก็จะถูกนำมาเป็นตัวอย่างในการวิจารณ์ในห้อง เพื่อมิให้นักศึกษาทำผิดๆตาม
ความถูกต้องในการแปลนั้นสำคัญที่สุด ส่วนความสละสลวยของภาษาขึ้นอยู่กับประเภทงาน ซึ่งงานวรรณกรรมโลกจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งมิได้ ความเข้าใจของผู้แปลนั้นสำคัญ อันจะทำให้เขาสามารถถ่ายทอดได้ครบถ้วนกระบวนความของภาษาต้นฉบับ ถ้ามีโอกาสได้ทำงานกับผู้เขียนด้วย ความสมบูรณ์ของงานประสพผลสำเร็จสำหรับงานบางเรื่องที่อ่านแล้วสามารถตีความหมายได้หลายอย่าง ผู้อ่านหรือผู้แปลอื่นย่อมมีความเข้าใจแตกต่างกันได้ แต่แน่นอนว่าความถูกต้องมีเพียงหนึ่ง

โดยสรุป ยิ่งถ้ามีเวลาตรวจงานมาก ความผิดพลาดย่อมมีน้อยมากหรือไม่มีเลย ถ้าจะแปลให้ได้ดี ต้องเข้าใจภาษาต้นฉบับไม่น้อยกว่า 85% ภาษาไทย 100 %
ภาษาไทยเราเพราะมาก อยากทำงานแปลนะ แต่ยังไม่คิดว่าจะสามารถถึงระดับมืออาชีพ งานวิชาการยากมากคนละแบบแต่งานที่ยากที่สุดคือการแปลวรรรณกรรมเพราะการใช้ระดับภาษามีความหลากหลาย การตีความ

การใช้ภาษาและวัฒนธรรมของแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน ทุกภาษามีเอกลักษณ์และการตีความไม่เท่ากัน การเรียนด้วยประสพการณ์ใช้เวลามากน้อยต่างกัน แต่ถ้ามีหลักทฤษฎีให้ศึกษาก็ทำให้นักแปลรุ่นใหม่เรียนรู้การทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น



โดย: สนับสนุนนักแปลมืออาชีพ IP: 58.9.128.149 วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:13:02:57 น.  

 
พี่ครับ ผมตามหาพี่มานานมาก หลังจากที่ผมอีเมล์ไปหาพี่เรื่องที่พักในลอนดอนแล้วก็ไม่ได้ติดต่อพี่อีกเลย ถ้ามีโอกาสผมว่าจะไปเยี่ยมพี่ที่ Bath แน่นอนครับ
ขอบคุณพี่มากครับ/พงษ์


โดย: weerapong_rx วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:4:58:22 น.  

 
เลิกเขียนแล้วเหรอคะ

อยากอ่านตอนต่อไปจังคุณ


โดย: IamMar IP: 58.8.194.130 วันที่: 20 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:01:05 น.  

 
Hi,Khun Nhum_pop

I accidentally found your blog from Pantip cafe link while I was searching for studying MA. in Thailand.
Now I'm working as graphic designer and planing to study MA.in Translation at CU.
I've read your blog and found its advantages in my decision of trying to be a translator.I'd ike to ask you a lot of questions about this career;however,I don't have Pantip account.Though I'm writing this such-a-long-comment here to appeal you whether it's possible to talk to me via email or not.If you say yes,it would fulfill my doubt.

Sincerely yours,
workday
workdaygraphic@hotmail.com


โดย: workday IP: 124.120.231.155 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:16:55:37 น.  

 
ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ การแปลเอกสาร ที่ดีมากๆค่ะ


โดย: Aussie angel วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:15:09:40 น.  

 


โดย: jodtabean (loveyoupantip ) วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:4:34:13 น.  

 
รออ่านตอนต่อๆ ไปอยู่นะคะ


โดย: miracle IP: 110.168.72.202 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:20:27:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nhum_nop
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add nhum_nop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.