Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ 3 – คอมพิวเตอร์

ลองมองภาพย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ อะไรมันก็ไม่ทันสมัยทันใจไปเหมือนตอนนี้ เทคโนโลยีก็ไม่ได้เยอะแยะเหมือนตอนนี้ ใครที่เป็นรุ่นใกล้ๆ ผม คงจำได้เวลาเข้าเลคเชอร์ คงคุ้นกับคำที่ว่า “ปิ้งแผ่นใส” นะครับ สมัยนี้ไม่มีแล้วครับ ทุกอย่างเป็น powerpoint slides หมดแล้ว ยุคนั้นคอมพิวเตอร์เรียกกันว่าไม่ได้มีกันทุกคน นิสิตส่วนใหญ่จะพิมพ์รายงานอะไรก็ต้องมาทำที่คณะเท่านั้น แผ่นดิสก์ยังเป็นแผ่นใหญ่ ไม่มียูเอสบีอะไรทั้งสิ้น ตอนผมจบมาเนี่ย ผมก็ไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ไม่รู้จะมีไว้ทำไม ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตก็ยังไม่บูมด้วย มีแค่คอมพิวเตอร์ที่บริษัทก็โอเคแล้ว ขนาดห้องยาที่โรงพยาบาลเอกชนที่ผมทำงานก็ยังมีแค่คอมพิวเตอร์สำหรับพิมพ์ฉลากเท่านั้น ผมคิดว่าตอนนี้คงไม่มีห้องยาในโรงพยาบาลไหนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต เรื่องจะอนุญาตให้ใช้ได้หรือเปล่า อันนั้นก็คนละเรื่องครับ

งานแปลที่ผมต้องทำให้กับบริษัทแรกที่ผมทำงานด้วย เขาบอกว่าคุณต้องหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานนะ ตอนที่ผมไปรับงาน เพราะงานทุกอย่างต้องพิมพ์ด้วยเวิร์ดโปรเซสเซอร์ นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ผมต้องไปหาคอมพิวเตอร์มาใ้ช้ สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกๆ นะครับ เครื่องหนึ่งก็สามหมื่นขึ้นไป แถมยังเป็นเพนเทียม 2 อีกต่างหาก ขนาดไม่ได้ใช้แบรนด์ดังๆ สักกะหน่อย สรุปว่า ผมลงทุนไปสามหมื่นบาทครับ (ราคาเมื่อสิบปีก่อนนะครับ หมื่นหนึ่งไม่ใช่น้อยๆ) ยิ่งโง่ๆ เรื่องคอมพิวเตอร์ด้วย เลือกอะไรก็ไม่ค่อยถูก ซื้อแบบเขาจัดมาเป็นระบบสำเร็จรูปครับ ซื้อมาก็พอดีให้ที่บ้านได้ใช้ด้วย เพราะพี่ผมตอนนั้นก็เรียนโทพอดี ส่วนน้องก็เรียนมัธยมก็มีรายงาน ส่วนผมก็ใช้ตอนเรียนโทเหมือนกันครับ ก็คุ้มดีครับ จะว่าไปงานทุกอย่างมันก็ต้องมีต้นทุน ผมทำงานแปลจนได้ทุนคืนครับ ก็ทำงานประมาณปีหนึ่งครับ รู้สึกจะประมาณสิบงานนะครับ เห็นไหมครับเป็นนักแปลไส้แห้งนะครับ เงินไม่ได้เยอะแยะทำปีหนึ่งได้ไม่กี่หมื่ีน เศร้าจัง แต่คนที่จะเป็นนักแปลไม่ต้องตกใจครับ เพราะงานไม่ได้ทำทุกวัน ทำอย่างมาก็ตอนเย็น เสาร์อาิทิตย์เท่านั้น แล้วอีกอย่างถือเป็นประสบการณ์ไปสู่งานอื่นๆ ที่ดีกว่า โดยรวมแล้วบริษัทแปลในเมืองไทยจะจ่ายเงินน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับบริษัทในอเมริกาหรือยุโรปที่ตอนนี้ผมทำงานส่วนใหญ่ให้อยู่นะครับ ตอนนี้ตัดขาดบริษัทในเมืองไทยครับ

กลับเข้าเรื่องครับ คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตเนี่ยเป็นอะไรที่จำเป็นมากๆ ในวิชาชีพนักแปล โปรแกรมที่คุณต้องมีก็คือ Word สำหรับงานที่เป็นเอกสารปกติ หรือเป็นตารางต่างๆ ซึ่งก็ต้อง Excel หรืองานนำเสนอในรูปสไลด์ Powerpoint ระบบที่ใช้ก็ควรเป็น PC นะครับ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ Mac กันเท่าไรนัก ส่วนเรื่องการจัดรูปแบบพิมพ์งาน (ภาษานักแปลเขาเรียกว่างาน DTP – Desktop Publishing) อันเนี่ย จะทำได้ต้องมีโปรแกรมประเภท PDF converter ต่างๆ ถ้าเป็นการจัดงานแปลของเราให้เป็นรูปแบบหนังสือ ก็ต้องมีโปรแกรมเช่น Pagemaker หรืือ Quark express ครับ งาน DTP เนี่ยเป็นงานขั้นตอนที่สองหลังจากแปลเสร็จแล้ว นักแปลรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ทำครบวงจรกันครับ คือ ทั้งแปลและก็จัดรูปแบบเอกสาร ผมมาเริ่มทำงานพวกนี้เมื่อสามปีที่แล้วเอง หลังจากรักษาโรคกลัวคอมพิวเตอร์หาย คนที่รับทำแต่งาน DTP อย่างเดียวก็มีครับ รายได้พวกนี้ก็ดีเหมือนกัน แต่ผมไม่ค่อยชอบงานแบบนี้หรอกครับ ชอบอ่านแล้วแปลมากกว่านั่งจัดรูปเล่ม สนุกกว่ากันเยอะ

นอกจากโปรแกรมที่น่าจะต้องมีในคอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งอินเตอร์เน็ตนะครับ ถ้าคุณไม่ได้มีพจนานุกรม สารานุกรมอะไรครบถ้วนไว้ที่บ้านคุณเอง อินเตอร์เน็ตเนี่ยแหละให้ข้อมูลทุกอย่าง อย่างเช่น เมื่อวานนี้ผมแปลงานเกี่ยวกับตำราการทำอาหารให้กับเครือโรงแรมแห่งหนึ่งจากอังกฤษมาเป็นไทย ไม่ได้อินเตอร์เน็ตเนี่ยโดยเฉพาะพี่กู้เกิ้ลต้องแย่แน่ๆ อย่างคำว่า Black and blue, ice cake, topside beef, high-ratio คำแบบนี้หาในพจนานุกรมยังไงก็ไม่เจอครับ หรือจะเปิดพจนานุกรมอาหารและเครื่องดื่มมันก็มีไม่ครบ ต้องค้นในเว็บแล้วอาศัยอ่านตีความว่ามันคืออะไรแล้วก็หาคำไทยเทียบเคียง คือ ทำตัวเป็นราชบัณฑิตยสถานไปเลยครับ เพราะคำแบบนี้ไม่มีโอกาสได้รับเชิญเข้าพจนานุกรมไทยแน่ๆ นอกจากนี้ อินเตอร์เน็ตยังช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาของงานแปลดีขึ้น เช่น ผมได้รับงานแปลเกี่ยวกับการประมูลงานสรรหาพนักงานชั่วคราวทั่วโลกแบบเรียลไทม์ งานนี้คืออะไรกันเนี่ย ทำไมรูปแบบธุรกิจมันซับซ้อนแบบนี้ แถมเป็นเอกสารพวกสัญญากฎหมายด้วย เพิ่มความงงไปอีกเท่าตัว พอได้ไปอ่านข้อมูลในเว็ํบบริษัทเขาก็เข้าใจมากขึ้น ทำให้แปลอะไรออกมาได้ตรงเนื้อหามากขึ้น นักแปลที่ดีควรเป็นนักท่องอินเตอร์เน็ตและอ่านอะไรเยอะๆ หลายๆ เรื่อง จะได้จับงานแปลแล้วเข้าใจครับ ผมยึดหลักประจำตัวเวลาทำงาน คือ ถ้าผมจะแปลอะไร ผมจะไม่แปลไปให้แค่เสร็จเท่านั้น แต่ผมจะเรียนรู้และเก็บสาระประโยชน์จากงานนั้นไปด้วยครับ ทำแบบนี้แล้วคุณจะเห็นว่า งานแปลเอกสารนี้จะเป็นงานลับสมองงานหนึ่งเหมือนกัน

ส่วนที่แน่นอนขาดไม่ได้จากการติดตั้งอินเตอร์เน็ต คือ อีเมล์ที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้าของเราได้ โดยเฉพาะถ้าคุณเ็ป็นนักแปลอิสระแบบทำงานที่บ้านและรับงานจากที่ไหนในโลกใบนี้ก็ได้ คุณสามารถใช้อีเมล์เป็นสื่อโฆษณาบริการของคุณ รับงาน ส่งงาน ทวงหนี้ และงานลูกค้าสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีครับ หรือจะเขียนเป็นเว็บของคุณขึ้นมาก็ได้ครับ ส่วนตัวผมเนี่ยก็มีเว็บแนะนำตัวผมและผลงานแปลที่ไปโยงกับเว็บนักแปลอื่นๆเหมือนกัน ประหยัดดีครับ ไม่ต้องเสียค่าโฮส ผมได้ลูกค้าก็มาจากเว็บนี้ก่อนล่ะครับ พอทำงานไปเรื่อยๆ เขารู้จักคุณและยอมรับในผลงานคุณ แล้วคราวนี้ก็จะได้งานประจำเิพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ แต่ยังไงก็ตามนะครับ คอมพิวเตอร์มันก็เป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ถ้านักแปลไม่รู้จักใช้งานให้เกิดคุณค่าเต็มที่ มันก็แค่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องพิมพ์ดีดเท่านั้นเอง ว่าแต่วันนี้คุณใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์หรือยังครับ



Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2548 21:11:24 น. 0 comments
Counter : 191 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nhum_nop
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add nhum_nop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.