Group Blog
 
All Blogs
 
ตอนที่ 2 – สอบแปล

ย้อนไปเมื่อครั้งแรกที่ผมได้เป็นนักแปล ก่อนที่จะรับงานชิ้นแรก ผมก็ต้องเข้าสอบแปลครับที่สำนักงาน เพื่อเป็นการตรวจสอบว่านักแปลนั้นมีทักษะในการใช้ภาษามากน้อยเพียงไร เป็นการแปลงานเกี่ยวกับชีววิทยาจากอังกฤษเป็นไทยหนึ่งหน้ากระดาษ บริษัทก็อนุญาตให้เปิดพจนานุกรมได้ครับ จริงๆ ไม่ได้กำหนดเวลา แต่บอกว่าสักชั่วโมงก็น่าจะพอ ผมทำข้อสอบแล้วก็ว่ามันไม่ยากนะครับ อ่านก็เข้าใจดี แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของนักแปลก็คือ การเขียนออกมาเป็นภาษาไทยให้ดูสละสลวย อ่านเข้าใจนั่นแหละที่ต้องใช้เวลาพอสมควร พอทำเสร็จ ผมก็ส่งให้ผู้จัดการ (ตามที่ผมบอกนะครับ ผู้จัดการคนนี้ทำงานทุกอย่างในสำนักงานจริงๆ) ผมไม่รู้ผลในวันนั้นหรอกครับ เขาต้องส่งไปให้นักแปลอีกคนมาตรวจงานผมอีกที แล้วค่อยบอกว่าผลเป็นอย่างไร สุดท้ายผมก็ได้งานแปลมาทำครับ ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เป็นงานสิทธิบัตรด้านเคมี แบบนี้ก็คือ สอบผ่านครับ

ปกติแล้วงานทดสอบแปลเนี่ย ไม่มีค่าแรงให้นะครับเป็นการทดสอบฝีมือดูก่อน บริษัทส่วนใหญ่ก็ให้งานมาทดลองแปลไม่เกินหนึ่งหน้า ซึ่งนักแปลส่วนใหญ่ก็ยอมรับงานทดสอบแปล เพราะเป็นวิธีที่จะทำให้ได้งาน และเป็นการแสดงความสามารถให้บริษัทได้เห็นด้วย โดยเฉพาะถ้าไปเริ่มงานใหม่กับบริษัทใหม่ ก็ต้องมีการสอบแปลด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่าจะเป็นนักแปลมือฉมังมานานหลายสิบปีก็ตาม บางบริษัทดีหน่อย ก็มีค่าจ้างให้ด้วยเป็นครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานแปลมาเกือบสิบปีจนถึงปัจจุบัน ผมสอบแปลมาหลายครั้งมากๆ บางครั้งก็สอบไม่ผ่านด้วย ปกติบริษัทเขาจะไม่บอกว่าคุณสอบผ่านหรือเปล่า ถ้าคุณเห็นว่าเขาเงียบไปไม่ติดต่อกลับมา แสดงว่าผลสอบมันต้องไม่ดีแน่ๆ ซึ่งบางครั้งผมว่าผมแปลดีนะครับ แต่สงสัยไม่เข้าตาคนตรวจงาน หรือไม่งั้นคนตรวจงานก็ตรวจงานผิด ซึ่งก็เป็นไปได้ครับ แต่ถ้าคิดจะเป็นนักแปลไม่ต้องไปคิดมาก งานแปลมีให้ทำเยอะแยะ ไม่ง้อก็ได้ว่ะ ไปหางานที่อื่นทำก็ได้ ปลอบใจตัวเองไปเรื่อยๆ

ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องการสอบแปลครับ เวลาผมแปลงาน ผมไม่ชอบใช้คำซ้ำๆ กัน เพราะผมเบื่อ รู้สึกว่ามันเซ็งๆ ไม่มีศิลปะในการเขียน ปรากฎว่าสไตล์การเขียนแบบนี้ ไม่ผ่านการประเมินครับ สาเหตุก็เพราะว่าคนตรวจงานสอบแปลของคุณ จะเน้นที่ความถูกต้อง ซึ่งถ้าคุณเข้าใจเนื้อหาที่แปล ใช้คำถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัว มันไม่มีอะไรตายตัว ภาษาเป็นเรื่องศิลปะนะครับ และอีกอย่างก็คือความคงที่ของสำนวนการแปล สิ่งนี้สำคัญมากๆ เช่น ถ้าใช้คำแปลคำว่า process เป็นไทยว่า กระบวนการ หรือ ขั้นตอน ก็ได้ทั้งนั้น เพราะมันถูกทั้งคู่ แต่คุณเลือกคำว่า กระบวนการ ก็ต้องใช้ตลอดในเอกสารที่ทำการแปล เรื่องสุดท้ายก็คือ สไตล์การเขียน ต้องรักษาความเป็นต้นฉบับไว้ เช่น เอกสารวิชาการ นักแปลก็ต้องทำให้เอกสารแปลภาษาไทยนั้นอ่านแล้วเหมือนเอกสารวิชาการเหมือนกัน หรือเอกสารโฆษณามีภาษาแบบการตลาดจูงใจผู้บริโภค ถ้านักแปลแปลออกมาเป็นเอกสารสำนวนเป็นทางการสุดๆ แบบนี้เรียกว่า สอบตกนะครับ แม้ว่าเนื้อความทั้งหมดจะถูกต้องไม่มีผิดเลย ปกติการสอบแปลเป็นการสอบแบบเปิดหนังสือ ส่วนใหญ่ให้เอากลับมาทำที่บ้านก็ได้ จะเปิดพจนานุกรม เปิดเว็บหาคำศัพท์หรือค้นเนื้อหาเิ่พิ่มก็ได้ งานก็ส่งมาให้ทางอีเมล์ พอทำเสร็จก็ส่งกลับไปทางอีเมล์เหมือนกัน จะว่าไปงานสอบแปลมันเป็นการทดสอบตัวนักแปลตลอดเวลา เหมือนกับที่เราสอบกลางภาคและปลายภาคที่คณะเภสัชนั่นแหละครับ แต่ว่ามันเครียดน้อยกว่าเป็นล้านเท่า

การรับงานสอบแปลเราก็ต้องระวังเหมือนกัน ผมเคยเจอบริษัทที่เอาเรื่องการสอบเนี่ยมาใช้หากินแบบผิดๆ คือ เขามีงานที่ต้องทำ แล้วอยากจะประหยัด ก็เลยแบ่งเอกสารเป็นหน้าๆ แล้วส่งงานนั้นให้นักแปลลองทำดูเป็นการสอบแปลโดยไม่ซ้ำหน้า นักแปลลองได้ทำแบบทดสอบก็ต้องทำสุดฝีมือใช่ไหมครับ บริษัทนี้ก็เลยสบายไป ไม่ต้องจ้างใครสักคน ส่งงานให้นักแปลหลายคนก็ครบจำนวนหน้าพอดี ดังนั้นถ้าผมเจอบริษัทแบบนี้ ผมก็พอจะเดาทางออก เช่น ให้งานมากเกินหนึ่งหน้า (ส่วนใหญ่จะให้มา 2-3 หน้า ทำยังกับไม่ใช่แค่การสอบ) เร่งให้ส่งงานสอบแปล (ลูกค้าเร่งมาแน่ๆ) แล้วก็หายตัวไปไม่กลับมา (ก็แน่ล่ะ งานเสร็จพอดี) แล้วพอเขาได้งานใหม่ ก็กลับส่งงานสอบแปลมาให้เราอีกรอบ (ติดใจฝีมือแปลเราแหงๆ) ถ้าเข้าล็อคแบบนี้ นักแปลกำลังโดยหลอกใช้งานครับ ถ้าบริษัทไม่ตอบกลับมาครั้งแรกแสดงว่าไม่พอใจผลงานนักแปล แล้วจะวนกลับมาหานักแปลคนเดิมให้ทดสอบซ้ำอีกรอบทำไม พวกนี้ผมขึ้นบัญชีดำไว้เลย เขียนอีเมล์กลับไปบอกด้วยว่างานสอบแปลผมก็คิดเงิน ไม่ได้ทำให้ฟรีๆ มันก็เลยไม่วนกลับมาอีก แม้กระทั่งงานแปลมันก็มีสิบแปดมงกุฎเหมือนกัน เพราะว่าบริษัทพวกนี้รู้ว่า นักแปลมองว่าการสอบแปลเป็นประตูไปสู่งาน ไม่เข้าถ้ำเสือไม่ได้ลูกเสือประมาณนั้น เป็นนักแปลต้องรู้ทันคนครับ



Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2548 8:28:14 น. 5 comments
Counter : 448 Pageviews.

 
อืมมๆๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
ที่ทำมา นอกจากลูกค้า request ถึงจะต้องทดลองแปลค่ะ
แต่ งานแรกที่เราแปลเลยเนี่ย ทำทั้งชิ้นเป็นการประเดิมไปเลย แถม กว่า 400 หน้าด้วย


โดย: missingnatt IP: 124.120.30.239 วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:11:46:07 น.  

 
เหมือนเราเลย พวกนี้ มันจะเอาจะบอกจำนวนหน้ามาล่อใจ
งวดนี้ก็จะให้ทดสอบแปลเหมือนกัน คราวนี้น้อยหน่อย
แต่เราก็ตอบแล้วว่า ไม่ได้รับทดลองแปล เน้นแปลจริงนะ


โดย: เพิ่งโดนหลอก IP: 125.25.16.14 วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:10:34:30 น.  

 
รุ่นพี่ของหนูๆๆๆ

เก่งจริงๆเลยค่ะ

หนูก็สนใจอยากเป็นนักแปลอิสระหารายได้เสริมอยู่เหมือนกัน

แต่ว่ายังเรียนไม่จบเลยนี่สิ เลยไม่รู้ว่าเขาจะรับทำงานหรือเปล่า

ปล.หนูก็เป็นนิสิตเภสัชฯจุฬาฯคนหนึ่งที่ชอบภาษาอังกฤษมากมายย เลยอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแปลบ้างจังเลยค่ะ เคยคิดอยากเป็นล่ามด้วย แต่อันนั้นมันทันทีทันด่วนเกินไป เลยของานที่เอากลับมาทำที่บ้านได้ดีกว่า มีเวลาตั้งหลักสักหน่อย ฮ่าๆ

บทความของพี่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ จะติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆเลยค่ะ



โดย: นิสิตจุฬาฯ IP: 125.25.172.220 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:58:11 น.  

 
ถ้าอยากเป็นนักแปล และเปิดออฟฟิศแปลภาษาที่สามารถแปลเอกสารทางราชการ และสแตมป์ได้ ต้องทำยังไงคะ


โดย: ปริศนา ชนะชัย IP: 110.164.154.54 วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:24:23 น.  

 
เป็นเหมือนกันเลยค่ะ เวลาแปลจะไม่ชอบใช้คำซ้ำๆ คิดว่า เป็นตัวการทำให้ประโยคดูน่าเบื่อ 55


โดย: จ๋า IP: 171.96.34.111 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:16:40:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nhum_nop
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add nhum_nop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.