Group Blog
 
All blogs
 

10 ขั้นตอนสำคัญ....ในพิธีการแต่งงานจีน


ภาพประกอบจาก Internet

รายละเอียดและข้อปฏิบัติในพิธีแต่งงานแบบจีนนั้นมีอยู่มาก ซึ่งที่หยิบยกมานี้เป็นพิธีแต่งงานแบบจีนแต้จิ๋วซึ่งเน้นหลักสำคัญของพิธี ที่ต้องปฏิบัติให้ครบ แต่อาจแตกต่างกันบ้างในบางรายละเอียด

1.เริ่มต้นด้วยการสู่ขอ ฝ่ายชายจัดหาซินแสผูกดวงกำหนด ฤกษ์ยาม ตั้งแต่ฤกษ์หมั้น ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์ปูเตียง ไปจนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาว

2.ฝ่ายชายจัดเตรียมของหมั้น ได้แก่ เงินสินสอด ( ถ้าฝ่ายหญิงมาอากง อาม้าอยู่ ต้องจัดเงินอั่งเปาซองแดงให้ด้วย ) ทองหมั้นนิยมเป็นเครื่องประดับ 4 อย่างคือ สร้อย กำไล ต่างหู และแหวน ยังมีเครื่องประกอบเช่น ผลไม้ ขนม ชุดหมู และของเซ่นไหว้ 2 ชุด ผลไม้ที่นิยมใช้คือ ส้มเช้งเขียว กล้วยเขียวทั้งเครือ จะใช้จำนวนคู่และติดตัวหนังสือซังฮี้ ส่วนขนมหมั้นได้แก่ จันอับ ขนมเหนียวเคลือบเงา ขนมเปี๊ยะโรยงา ถั่วตัด ข้าวพองทึบ โก๋อ่อน เสริมด้วยซาลาเปา พกท้อ และคุกกี้

3.ฝ่ายหญิงจัดเตรียมของพิธีหมั้น ได้แก่ แหวนสำหรับมอบให้เจ้าบ่าว เอี๊ยมแดง ซึ่งมีกระเป๋าให้ใส่เมล็ดธัญพืช 5 อย่าง เหรียญทองลายมังกร ต้นซุงเฉ้า เสียบปิ่นยู่อี่ที่ปากกระเป๋าเอี๊ยม และมีสร้อยทองคล้องที่สายเอี๊ยม

4.เมื่อถึงฤกษ์หมั้น ฝ่ายชายยกขบวนมามอบสินสอด ทองหมั้นสวมแหวนและเครื่องประดับให้เจ้าสาว เสร็จพิธีคู่บ่าวสาวและแขกรับประทานขนมอี้ จากนั้นแบ่งขนมหมั้นให้กับญาติทั้งสองฝ่าย

5.เช้าวันแต่งงาน เจ้าสาวสวมชุดใหม่สวยงาม เสียบปิ่นยู่อี่ และประดับใบทับทิมที่ผม เมื่อใกล้ถึงฤกษ์ เจ้าสาวจะทานอาหารกับครอบครัว

6.เมื่อถึงเวลาเจ้าบ่าวมารับตัว บางบ้านอาจมีการกั้นประตูในช่วงนี้ จากนั้นทั้งคู่ไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ ไหว้เทพเจ้าเตาไฟ และไหว้บรรพบุรุษของเจ้าสาว (หากอาม่า อากง ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไหว้ท่านก่อนยกน้ำชาให้พ่อแม่เจ้าสาว)

7.ก่อนออกจากบ้าน คู่บ่าวสาวต้องทานขนมอี้ จากนั้นพ่อส่งเจ้าสาวไปกับเจ้าบ่าว โดยมีญาติผู้ชายของเจ้าสาวถือตะเกียงเซฟ และกระเป๋าซึ่งบรรจุสมบัติส่วนตัวไปด้วย

8.เมื่อถึงบ้านเจ้าบ่าว ทั้งคู่ต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ รวมทั้งไหว้เทพเจ้าเตาไฟ และไหว้บรรพบุรุษของเจ้าบ่าว จากนั้น ยกน้ำชาให้พ่อแม่เจ้าบ่าวและญาติผู้ใหญ่ เสร็จ แล้วคู่บ่าวสาวกินขนมอี้

9.ฤกษ์เข้าหอ การปูเตียงต้องมีฤกษ์ เมื่อผู้ใหญ่ปูเสร็จต้องวางส้มไว้ที่มุมเตียง และอีก 4 ผลวางใส่จานที่มีตัวซังฮี้และ ใบทับทิมนำไปวางกลางเตียง

10.เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าสาวต้องยกน้ำล้างหน้าให้พ่อแม่สามีเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นน้องชายเจ้าสาวมารับทั้งคู่กลับไปกินข้าวที่บ้านฝ่ายหญิง ถือเป็นอันเสร็จพิธีแต่งงาน

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Wedding
อ้างอิงจากเว็ป: www.tkrwedding.com




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2553 16:58:12 น.
Counter : 298 Pageviews.  

10 ขั้นตอนสำคัญ....ในพิธีการแต่งงานมุสลิม

10 ขั้นตอนสำคัญ....ในพิธีการแต่งงานมุสลิมizlam wedding

ภาพประกอบจาก Internet

ชาว อินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู ในเมืองไทยนั้นมีอยู่มาก พิธีแต่งงานมีหลักใหญ่สำคัญที่ถือปฏิบัติคล้ายๆกัน เพียงแต่รายละเอียดจะต่างกันไปตามประเพณีท้องถิ่นซึ่งคนเหล้านั้นอาศัยอยู่

1.ให้พระดูฤกษ์วันงาน รวมถึงดวงของคู่บ่าวสาว หากดวงนั้นไม่เข้ากัน ต้องสวดมนต์ทำพิธีเพื่อให้ดวงเขากันได้ และก่อนถึงวันแต่ง ต้องมีอีกหลายพิธีที่ต้องทำ

2.วันแรกเป็นพิธีหมั้น จะทำที่วัด ที่บ้าน หรือที่รีสอร์ทก็ได้ มีพระมาสวด เชิญครอบครัวและเพื่อนๆ เสร็จแล้วแลกแหวนกัน (ไม่สามารถหมั้นแล้วแต่งในวันเดียวกันได้เลย)

3.หลังหมั้นเสร็จ เจ้าสาวจะให้ช่างมาเขียน Mendhi ที่บริเวณหลังมือ ฝ่ามือ แขน และเท้า อาจไม่ต้องขียนลวดลายมากก็ได้แต่ต้องเขียนที่มือและขา

4.วันที่สองพิธี Sagri เป็นฟลาวเวอร์ เซเรโมนี ญาติเจ้าบ่าวจะเอาดอกไม้มาให้เจ้าสาวและช่วยแต่งตัว แล้วเชิญเจ้าบ่าวเข้ามาที่ห้องเจ้าสาว พอกลางคืนเป็นพิธี Sangeet คือ มิวสิคไนท์เป็นวันเฉลิมฉลอง

5.วันที่สามพิธี Navahari เช้าวันนี้ต้องเชิญพระทุกองค์ และสวดมนต์ขอพรให้กับคู่บ่าวสาว กลางคืนเป็นพิธี Ghari พ่อแม่คู่บ่าวสาวต้องแต่งตัวสวยเพื่อให้เพื่อนๆมาแสดงความยินดี

6.วันที่สี่พิธี Wanwa เช้านี้ทั้งคู่ต้องอยูในห้องเสื้อผ้าเก่าๆ พ่อแม่เจ้าสาวจะมาใส่น้ำมันทาขมิ้นให้ลูก ส่วนเจ้าบ่าวซึ่งใส่ชุดเก่าๆก็จะให้เพื่อนๆ มาฉีกเสื้อผ้าพอเป็นพิธี จากนั้นนำชุดของทั้งสองไปทิ้งทะเล

7.เจ้า สาวจะแต่งตัวใหม่ใส่ชุดแต่งงาน ซึ่งส่วนมากเน้นสีแดงติด Tikka ให้สวยงาม และญาติเจ้าสาวต้องไปช่วยเจ้าบ่าวแต่งตัว พร้อมรับมาหาเจ้าสาวเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน อาจทำที่วัดที่บ้าน หรือ รีสอร์ทก็ได้

8.ปะรำพิธีเรียกว่า Mandap ในพิธีต้องมีของ 9 อย่าง คือ ขมิ้น ข้าว น้ำ น้ำมัน นม แป้งโรตี ถั่วเหลือง น้ำตาลและซินดูร์ ( Sindoor ) พร้อมเตาไฟ 1 อัน โดยคู่บ่าวสาวเดินรอบเตาไฟ 7 รอบ ระหว่างนี้จะให้พระสวด หรือคู่บ่าวสาวจะกล่าวคำปฏิญาณกันเองก็ได้

9. หลังเดินครบแล้ว เจ้าบ่าวแต้มซินดูร์ที่หน้าผากเจ้าสาว แล้วแลกแหวนแต่งงานกัน เจ้าสาวขึ้นเสลี่ยงโดยให้ญาติเจ้าบ่าวแบกไปให้เจ้าบ่าว (ถ้าไม่ขึ้นเสลี่ยงจะเดินไปเองก็ได้) ถือเป็นอันเสร็จพิธี

10.ถ้าเป็นชาว Sindhi จะมีพิธี Dattar เจ้าสาวจะเอาเกลือใส่ในมือพ่อแม่ของเจ้าบ่าว แล้วพ่อแม่เจ้าบ่าวก็จะเอาเกลือคืนใส่มือให้เจ้าสาว เป็นการยอมรับในฐานะสมาชิกใหม่

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Wedding
อ้างอิงจากเว็ป: www.tkrwedding.com




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2553 16:53:48 น.
Counter : 690 Pageviews.  

ฤกษ์ดี ฤกษ์แต่งงาน ปี53




วันอังคาร ธงชัย ยาม 3 ธงชัย
วันพฤหัส อธิบดี ยาม 8 อธิบดี
วันจันทร์ อุบาทว์ ยาม 2 อุบาทว์
วันเสาร์ โลกาวินาศ ยาม 4 โลกาวินาศ

ราศี 7 ธงชัย ราศี 4 อธิบดี
ราศี 6 อุบาทว์ ราศี 8 โลกาวินาศ
ดิถี 13 ธงชัย ดิถี 16 อธิบดี
ดิถี 12 อุบาทว์ ดิถี 2 โลกาวินาศ
ฤกษ์ 7 ธงชัย ฤกษ์ 25 อธิบดี
ฤกษ์ 6 อุบาทว์ ฤกษ์ 8 โลกาวินาศ

วันที่ห้ามทำการมงคล คือ วัน ยาม ราศี ดิถีฤกษ์ ที่เป็น อุบาทว์ หรือ โลกาวินาศ และ ดิถีมหาสูญ ดิถีพิฆาต กทิงวัน หรือ อวมานโอน

ดิถีมงคล 5 ประการ
ดิถีมงคล 5 ประการ เพื่อใช้ในการทำมงคลต่างๆ มี ดังนี้
1.ดิถีอมฤตโชค ดีสำหรับงานทั่วไปเกี่ยวกับความราบรื่นและสบาย
2.ดิถีสิทธิโชค ดีสำหรับงานสำคัญที่เป็นโครงการระยะสั้น
3.ดิถีมหาสิทธิโชค ดีสำหรับงานที่เป็นโครงการระยะยาว
4.ดิถีชัยโชค ดีสำหรับงานที่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือรบทับจับศึก
5.ดิถีราชาโชค ดีสำหรับงานที่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่


เกี่ยวกับ "ฤกษ์"

ก่อนจะทำการมงคลใดๆควรหาฤกษ์ดีๆ ต้องถือพยากรณืพระเคราะห์ทั้ง 8 ทิศเป็นหลักและต้องตรวจดูกาลโยคปีปัจจุบันในปฏิทินโหรเสียก่อนว่า วันใด ฤกษ์ใดเป็นอุบาทว์ โลกาวินาศ และวันที่ให้ฤกษ์นั้น จะต้องไม่ตรงกับวันดับ คือที่เรียกว่า "ดิถีมหาศูนย์" หรือ "ดิถีพิฆาต" และอย่าให้วันนั้นเป็นวันกาลกิณีเดิมของผู้ประกอบการ และในภูมิปีนี้ ก็ไม่ควรเป็นกาลกิณีด้วย ควรใช้วันที่เป็นธงชัย อธิบดี และวันที่เป็นมิตรอย่าให้พระจันทร์เป็นศัตรูคือ เป็นอริ มรณะ วินาศ ต่อผู้ประกอบการ ให้วางพระจันทร์ไว้ในที่ดีเหมาะสมกับผู้ประกอบการ

ฤกษ์ หมายถึง คราวหรือเวลา ความปลอดภัยหรือความสำเร็จสมประสงค์ อำนวยความเป็นมงคลแก่ผู้ประกอบการนั้นๆ ฤกษ์แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ฤกษ์บน และ ฤกษ์ล่าง

ฤกษ์ บน เป็นชัยมงคลเบื้องสูง โดยถือตำแหน่งของพระจันทร์และดาวพระเคราะห์ต่างๆเป็นหลัก คือ กำหนดโดยจันทร์ พระจันทร์ต้องดีไม่เป็นอริ มรณะและวินาศแก่ผู้ประกอบการ พระจันทร์โคจรให้คุณ เช่น จันทร์คุรุสุริยา ทางโหราศาสตร์ได้กำหนดฤกษ์ไว้ ได้แก่ ทลิทโทฤกษ์ มหัทธโณฤกษ์ โจโรฤกษ์ ภูมิปะโลฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ เทวีฤกษ์ เพชฌฆาตฤกษ์ ราชาฤกษ์ สมโณฤกษ์ รวมเป็น 9 ฤกษ์ เรียกว่า"ฤกษ์บน" หรือ นภดล

ฤกษ์ ล่าง ซึ่งเหมาะเป็นชัยมงคลเบื้องใต้ฟ้า หรือเบื้องต่ำบนพื้นดิน โดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยให้วันทั้ง 7 ประกอบด้วย ดิถี ขึ้นแรมและเดือนปี เป็นหลักในการคำนวณนับ เช่น วัยธงชัย อธิบดี อุบาทว์ และวันโลกาวินาศ และมีดิถีคือ ขึ้น แรม ดิถี จัดเป็นฤกษ์ย่อยต่างๆ รวมเรียกว่า "ฤกษ์ล่าง" หรือ ภูมิดล

บางรายเลือก "ดิถีโชค" เป็นวันมงคลสมรส

ข้างขึ้นข้างแรมของดิถีมงคล 5 ประการ (อักษรย่อ คือ ชื่อวัน ส่วนนับตัวเลขบนล่างคือข้างแรม)
อ. จ. อัง. ว. ช. ศ. ส.
8 3 9 2 4 1 5 - อมฤตคโชค
11 5 14 10 9 11 4 - สิทธิโชค
14 12 13 4 7 10 15 - มหาสิทธิโชค
8 3 11 10 4 1 11 - ชัยโชค
6 3 9 6 10 7 5 - ราชาโชค

ราชาโชค - วันที่มีโชค
สิทธิโชค - วันที่ประสบความสำเร็จ
มหาสิทธิโชค - วันที่ประสบความสำเร็จอันดียิ่ง
ชัยโชค - วันที่มีชัยชนะ
ราชาโชค - วันที่มีโชคอย่างยิ่งใหญ่

วันที่ห้ามมงคล คือ วัน ยาม ราศี ดิถี ฤกษ์ที่เป็น อุบาทว์ หรือ โลกาวินาศ และดิถีมหาศูนย์ ดิถีพิฆาต กทิงวัน หรือ อวมานโอน

ธงชัย หมายความว่า เวลาประกอบด้วยโชค คือ ความเป็นใหญ่ ความเข้าไปตั้งอยู่ในที่ศัตรูเข้าไปตั้งอยู่มิได้
อธิบดี หมายความว่า เวลาประกอบด้วยโชค คือ ความเป็นใหญ่ ความเข้าไปอยู่ในอิสรภาพ ดำเนินไปทางเจริญก้าวหน้า
อุบาทว์ เวลาอันเข้าไปใกล้คราวดี คราวร้าย แต่ถือกับว่าเป็นอัปมงคล
โลกาวินาศ หมายความว่า เวลาเข้าไปสู่อันตราย หรือคราวที่ประกอบไปด้วยอุปวอันตราย

ดิถีเรียงหมอน
ดิถีเรียงหมอนนี้ ใช้ในการรแต่งงาน ถือฤกษ์แต่งงานข้าง ขึ้นใช้ 7, 10, 13 ค่ำ ข้างแรม 4 ,5, 10, 14 ค่ำ วันที่กำหนดไว้นี้นับว่าเป็นวันเรียงหมอนได้ ดังนั้นการให้ฤกษ์ในวันแต่งงาน ควรหาฤกษ์ให้ตรงกับวันเรียงหมอนจึงจะดีมาก ไม่ต้องคอยให้เสียเวลา

ดิถีพิฆาต
ดิถี พิฆาต นั้นหมายความว่า วันอัปมงคลไม่ดี ห้ามทำการมงคลทั้งปวง ถ้าหากว่าขืนทำการแล้วอาจจะได้รับอันตรายต่างๆ วันที่ห้ามดิถีใด ได้แก่
วันอาทิตย์ ห้ามดีถี 12
วันจันทร์ ห้ามดีถี 11
วันอังคาร ห้ามดีถี 7
วันพุธ ห้ามดีถี 3
วันพฤหัสบดี ห้ามดีถี 6
วันศุกร์ ห้ามดีถี 9
วันเสาร์ ห้ามดี 8

ดิถีมหาศูนย์
ดิถี มหาศูนย์ นั้นหมายถึง วันดับ ถือเป็นวันอัปมงคลให้ผลชั่ว ไม่ควรแก่การมงคล ดิถีตามปฏิทินโหร เมื่อพระอาทิตย์โคจรสถิตราศีใด ที่เป็นดิถีมหาศูนย์ ดูตามดิถีต่อไปนี้
ราศีเมษ ดิถี 6 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีพฤษภ์ ดิถี 4 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีเมถุน ดิถี 8 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีกรกฎ ดิถี 6 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีสิงห์ ดิถี 4 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีกันย์ ดิถี 8 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีตุลย์ ดิถี 10 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีพิจิก ดิถี 12 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีธนู ดิถี 2 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีมังกร ดิถี 1 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีกุมภ์ ดิถี 12 เป็นดิถี มหาศูนย์
ราศีมีน ดิถี 2 เป็นดิถี มหาศูนย์
และ ยังมีวันดับอีก 3 วัน คือ วันที่มีองศาเป็นศูนย์ และวันที่มีอาทิตย์ยกอีกวันหนึ่ง วันสิ้นเดือนแห่งพระจันทร์วันหนึ่ง และวันที่เรียกว่า อวมานโอน นับเป็นวันให้ผลชั่ว ไม่ควรแก่การมงคลทั้งปวง

ปีที่ถูกโฉลก
ปีชวด ถูกโฉลกกับ ปีฉลู
ปีขาล ถูกโฉลกกับ ปีกุน
ปีเถาะ ถูกโฉลกกับ ปีจอ
ปีมะเส็ง ถูกโฉลกกับ ปีวอก
ปีมะเมีย ถูกโฉลกกับ ปีมะแม
ปีมะโรง ถูกโฉลกกับ ปีระกา

วันดับศูนย์ เป็นวันที่ถือกันมาก ห้ามให้ฤกษ์หรือ ประกอบการมงคลใดๆทั้งสิ้น ถ้าประกอบการมงคลในวันดับศูนย์ การประกอบงานนั้นมักต้องประสบอันตราย เช่น การประกอบพิธีมงคลสมรส ก็ต้องปรากฎว่ามีการหย่าร้างกันในที่สุด และส่วนมากก็มีแต่ผลร้ายทั้งสิ้น

วันดับศูนย์ดังกล่าวนี้ ได้แก่
1.วันสิ้นเดือนทางจันทรคติ
2.วันอวมานโอน ตามปฏิทินโหราศาสตร์
3.วันที่สุริยุปราคา ห้ามทำการมงคลก่อนหน้ามีสุริยุปราคา จันทรุปราคาก่อน 7 วันและหลังจากมีแล้ว 7 วัน
4.วัน ที่มีพระอาทิตย์เป็น 2 ราศี คือได้แก่ วันสงกรานต์ วันเนาว์ วันที่พระอาทิตย์ย้ายเปลี่ยนราศี ตลอดจนกระทั่งดาวเคราะห์อื่นที่เปลี่ยนย้ายราศี ดังนั้นวันดับศูนย์จึงห้ามประกอบการใดๆทั้งสิ้น

กทิงวัน เป็นวันสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ห้ามใช้ประกอบการมงคลเพราะมักจะมีบันดาลให้เป็นผลร้าย ดังนี้
วันอาทิตย์ เดือน 1 (อ้าย) ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 1 ค่ำ
วันจันทร์ เดือน 2 (ยี่) ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ
วันอังคาร เดือน 3 ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 3 ค่ำ
วันพุธ เดือน 4 ตรงกับวันขึ้นหรือแรม4 ค่ำ
วันพฤหัสบดี เดือน 5 ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ
วันศุกร์ เดือน 6 ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ
วันเสาร์ เดือน 7 ตรงกับวันขึ้นหรือแรม 7 ค่ำ

เดือนที่ห้ามฤกษ์
เดือน 6 เดือน 3 ห้ามให้ฤกษ์ 4 ค่ำ
เดือน 7 เดือน 10 ห้ามให้ฤกษ์ 8 ค่ำ
เดือน 5 เดือน 8 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ
เดือน 11 เดือน 2 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ
เดือน 9 เดือน 12 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ
เดือน 1 เดือน 4 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ

วันฟู เป็นวันที่เหมาะในการประกอบการมงคลต่างๆ
เดือน 5 เดือน 10 วันอังคาร เป็นวันฟู
เดือน 7 เดือน 2 วันเสาร์ เป็นวันฟู
เดือน 9 เดือน 4 วันจันทร์ เป็นวันฟู
เดือน 12 วันพฤหัสบดี เป็นวันฟู
เดือน 1 (อ้าย) เดือน 6 วันศุกร์ เป็นวันฟู
เดือน 8 เดือน 3 วันอาทิตย์ เป็นวันฟู
เดือน 11 วันพุธ เป็นวันฟู

วันลอย เป็นวันที่ใช้ออกเดินทางไกล หรือใช้ออกปล่อยเรือลงน้ำ
เดือน 5 เดือน 10 วันอาทิตย์ เป็นวันลอย
เดือน 7 เดือน 2 วันพฤหัสบดี เป็นวันลอย
เดือน 9 เดือน 4 วันเสาร์ เป็นวันลอย
เดือน 8 เดือน 3 วันศุกร์ เป็นวันลอย
เดือน 11 วันจันทร์ เป็นวันลอย
เดือน 12 วันอังคาร เป็นวันลอย

วันจม เป็นวันที่ไม่นิยมการมงคล ถือว่าไม่ดี วันและเดือน ห้ามทำการมงคล คือ
เดือน 5 เดือน 10 วันพฤหัสบดี เป็นวันจม
เดือน 1 (อ้าย) เดือน 6 วันอาทิตย์ เป็นวันจม
เดือน 7 เดือน 2 วันจันทร์ เป็นวันจม
เดือน 8 เดือน 3 วันอังคาร เป็นวันจม
เดือน 9 เดือน 4 วันพุธ เป็นวันจม
เดือน 11 วันศุกร์ เป็นวันจม
เดือน 12 วันเสาร์ เป็นวันจม

ปีที่ไม่ถูกโฉลกกัน หรือเรียกว่าปีชง ปีชงเป็นปีทางศาสตร์ของคนจีน ที่ถือว่าเป็นปีชงกันจะไม่ดี ไม่นิยมทำงานมงคลในปีนั้นจะต้องเลื่อนไป เช่น คนที่เกิดปีมะเมียจะชงกับคนปีชวด ถ้าจะแต่งงานในปีชวดก็ไม่นิยม ต้องเลื่อนไปเป็นปีอื่น

ปีมะเมีย ชงกับ ปีชวด
ปีมะแม ชงกับ ปีฉลู
ปีวอก ชงกับ ปีขาล
ปีระกา ชงกับ ปีเถาะ
ปีจอ ชงกับ ปีมะ โรง
ปีกุน ชงกับ ปีมะเส็ง

การให้ฤกษ์ ผู้ให้ฤกษ์จะต้องเชี่ยวชาญในการผูกดวง และให้ฤกษ์ต่างๆจนมีความเชี่ยวชาญ ดังนั้น ฤกษ์ต่างๆทั้ง 9 ฤกษ์ เหมาะสำหรับใช้ในกิจการต่างๆ ดังนี้
1. ฤกษ์สำหรับการสู่ขอ ทวงหนี้ ใช้ทลิทโทฤกษ์
2. ฤกษ์สำหรับปราบศัตรูทำสงคราม แข่งขันกีฬา ออกรถ ใช้โจโรฤกษ์
3. ฤกษ์เปิดร้านค้า โรงงาน มหรสพ ใช้เทศาตรีฤกษ์

ปีขาล ถูกโฉลกกับ ปีกุน
ปีเถาะ ถูกโฉลกกับ ปีจอ
ปีมะเส็ง ถูกโฉลกกับ ปีวอก
ปีมะเมีย ถูกโฉลกกับ ปีมะแม
ปีมะโรง ถูกโฉลกกับ ปีระกา

การบูชาพระประจำวันเกิด
คนเกิดวันอาทิตย์ บูชา พระปรางถวายเนตร
คนเกิดจันทร์ บูชา พระปางห้ามญาติ
คนเกิดอังคาร บูชา พระปางไสยาสตร์
คนเกิดพุธ บูชา พระปางอุ้มบาตร
คนเกิดพฤหัสบดี บูชา พระปางสมาธิ
คนเกิดศุกร์ บูชา พระปางรำพึง
คนเกิดเสาร์ บูชา พระปางนาคปรก

การบูชา พระธาตุประจำวันเกิด
คนเกิดปีชวด นมัสการ พระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่
คนเกิดฉลู นมัสการ พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
คนเกิดขาล นมัสการ พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่
คนเกิดเถาะ นมัสการ พระธาตุแซ่แห้ง จ.น่าน
คนเกิดมะโรง นมัสการ พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่
คนเกิดมะเส็ง นมัสการ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี
คนเกิดมะเมีย นมัสการ พระธาตุเจดีย์ จ.ตาก
คนเกิดมะแม นมัสการ พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
คนเกิดวอก นมัสการ พระธาตุพนม จ.นครพนม
คนเกิดระกา นมัสการ พระธาตุหริภุณชัย จ.ลำพูน
คนเกิดจอ นมัสการ พระธาตุเจดีย์วัดเกตุการาม จ.เชียงใหม่
คนเกิดกุน นมัสการ พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2553 16:26:41 น.
Counter : 350 Pageviews.  

ฤกษ์แต่งงาน ประจำปี 2552

คนไทยแต่โบราณเชื่อว่า หากเราจะกระทำการใด ๆ อันเป็นมงคล ให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จได้นั้น ฤกษ์มงคลช่วงเวลาที่ดี ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเริ่มต้นแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน การปลูกบ้าน การทำบุญขึ้นบ้านใหม่
และยังมีอีกหลาย ๆฤกษ์ที่เกี่ยวกับงานมงคลทั้งหลายที่ฤกษ์งามยามดีได้เข้ามามีส่วน เกี่ยวข้องในการกำหนดวันเวลา
กันตั้งแต่ต้นจนจบทีเดียว

ตามตำราโบราณนั้น การด ูฤกษ์แต่งงาน ของคู่บ่าวสาว จะต้องมีการนำดวงชะตาของทั้งสองมาวางฤกษ์ แล้วหาเดือน วัน เวลาที่ดีที่มีร่วมกัน โดยที่ต้องระวังไม่ให้ดวงชะตาของทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกัน และเป็น อริต่อกันจึงจะถือว่าได้ฤกษ์แต่งงานที่ดี

ส่วนวันและเดือนที่ห้ามให้ฤกษ์มงคลก็จะประกอบด้วย

เดือน 6 เดือน 3 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 4 ค่ำ
เดือน 7 เดือน 10 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 8 ค่ำ
เดือน 5 เดือน 8 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 6 ค่ำ
เดือน 11 เดือน 2 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 12 ค่ำ
เดือน 9 เดือน 12 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 10 ค่ำ
เดือน 1 เดือน 4 ห้ามให้ ฤกษ์ขึ้น หรือแรม 2 ค่ำ

สำหรับ คู่บ่าวสาวที่ใจร้อนอยากเข้าพิธีแต่งงานโดยเร็ว หรือมีข้อจำกัดอื่น ๆ ไม่อยาก รอปรึกษาฤกษ์มงคลกับอาจารย์ที่ไหนก็ลองหา " ฤกษ์สะดวก " ตามปฏิทินวันมงคลซักวันก็ถือว่า ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด













การดูฤกษ์แต่งงาน
ฤกษ์การแต่งงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ซึ่งเป็น การตัดสินใจ ระหว่างคน 2 คน ที่จะดำเนินชีวิตร่วมกัน การที่คู่แต่งงาน จะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ นอกจากการประคับประคอง การปรับตัว และดำเนินชีวิตอย่างถูกหลักของชีวิตแล้ว คนไทยแต่โบราณ ยังเชื่อกันว่าฤกษ์มีส่วนทำให้ การกระทำกิจใด ๆราบรื่นและประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี เรื่อง ฤกษ์แต่งงาน ก็เช่นเดียวกัน ตามตำราโหราศาสตร์ กล่าวถึงการหาฤกษ์ ตั้งแต่ สู่ขอ ยกขบวนขันหมาก ไปจนถึงฤกษ์ส่งตัว

การหาฤกษ์แต่งงาน จะดูทั้งวัน เดือน ปี ที่สมพงศ์กันระหว่าง บ่าว - สาว คำว่า "สมพงศ์" นั้น หมายความว่า การร่วมวงศ์ตระกูลกัน หรือการแต่งงานนั่นเอง

คนไทยนิยม จัดพิธีแต่งงานในเดือนคู่ ตามปฏิทินจันทรคติ และวันที่เหมาะสำหรับ จัดพิธีแต่งงานมากที่สุด คือ วันศุกร์ เพราะมีเสียงพ้องกับคำว่า "สุข" เชื่อว่าจะทำให้ครอบครัว มีความสุข ความเจริญ และยิ่งถ้าได้จัดในวัน อธิบดี และ วันธงชัย ก็จะยิ่งดี

วันที่คนไทยห้ามจัดแต่งงานคือวันอังคาร และ วันเสาร์ เพราะถือว่าเป็น "วันแรง" และวันพุธ ก็ถือว่าชื่อของวันมีความหมายเป็นวันแรงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม วันที่มีฤกษ์ดีเลิศเหล่านี้ มีเพียงไม่กี่วัน ใน 1 ปี สำหรับคู่แต่งงานบางคู่ ที่ไม่อยากรอฤกษ์นาน ก็อาจจะถือเอา "ฤกษ์สะดวก" คือ ปลอดจากฤกษ์ไม่ดีทั้งหลาย

รายละเอียดของฤกษ์แต่งงาน
ฤกษ์แต่งงาน เป็นฤกษ์ที่มีพิธีรีตองมากกว่า ฤกษ์มงคล อื่นๆ เริ่มตั้งแต่ ฤกษ์หมั้น, ฤกษ์วันแต่งงาน, บางรายต้องหา ฤกษ์ขันหมากตอนเช้าก่อนเที่ยง, ฤกษ์รดน้ำ, เรียงหมอน ฯลฯ

การด ูฤกษ์แต่งงาน ของคู่บ่าวสาว จะต้องมีการนำดวงชะตาของทั้งสอง มาวางฤกษ์ไม่ให้จันทร์จร เป็นอริ มรณะ และวินาศกับ ดวงชะตาและจันทร์เดิมและไม่วางลัคนา ดวงฤกษ์ต้องไม่เป็นอริ มรณะ กับดวงชะตาเดิม และ วินาศกับคู่บ่าวสาว

โบราณท่านแสดงถึงการให้ ฤกษ์มงคล ที่ดี

- ให้ใช้ดิถี 3, 5, 6, 7, 10, 11, 12 ดี

- เดือนให้ใช้เดือน 1, 2, 5, 6

- ฤกษ์ที่ให้ได้ ฤกษ์ 4, 5, 9, 10, 12, 13, 14, 15, 18, 19, 21

- ลัคนาฤกษ์ ให้อยู่ในราศี พฤษภ เมถุน กันย์ ตุลย์ ธนู กุมภ์ ดี และต้องให้พระจันทร์เป็นชอบแก่ลัคนา คือ ไม่เป็นอริ มรณะ และ วินาศแก่ลัคนา


เดือนที่ห้ามให้ฤกษ์แต่งงาน เดือน 6
เดือน 3 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 4 ค่ำ
เดือน 7 เดือน 10 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ
เดือน 5 เดือน 8 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ
เดือน 11 เดือน 2 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ
เดือน 9 เดือน 12 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ
เดือน 1 เดือน 4 ห้ามให้ฤกษ์ขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ


วันที่ห้ามให้ฤกษ์แต่งงาน
วันอาทิตย์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
วันจันทร์ ห้าม ขึ้น / แรม 11 ค่ำ
วันอังคาร ห้าม ขึ้น / แรม 7 ค่ำ
วันพุธ ห้าม ขึ้น / แรม 3 ค่ำ
วันพฤหัสบดี ห้าม ขึ้น / แรม 6 ค่ำ
วันศุกร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ
วันเสาร์ ห้าม ขึ้น / แรม 12 ค่ำ

วันจมไม่ดี
เดือน 5, 10 วันพฤหัสบดี วันจม
เดือน 1, 6 วันอาทิตย์ วันจม
เดือน 7, 2 วันจันทร์ วันจม
เดือน 8, 3 วันอังคาร วันจม
เดือน 9, 4 วันพุธ วันจม
เดือน 11 วันศุกร์ วันจม
เดือน 12 วันเสาร์ วันจม



ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก :: http://www.klothailand.com

ที่มา: อาจารย์วีณา แสนอิสระ
<สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ >




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 10 ตุลาคม 2552 23:23:15 น.
Counter : 247 Pageviews.  

10สัญญาณของรักแท้

ข้อสังเกต 10 ประการ ส่งสัญญาณของรักแท้
บางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ บางคนก็ว่ารักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้
แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า
มันเป็นรักแท้ขนานแท้รักแท้แบบปลอมปน หรือรักที่ปลอมสนิท

1.ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัส กับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจ

2.ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ในความเป็นเขา แล้วคนอื่นๆจะเคารพคนๆนั้น ของเราได้อย่างไรและเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก

3. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด

4.ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทนไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง

5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์ และความรู้สึกของคนๆ นั้นอย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเอง ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาสอย่างกระเง้ากระงอด

6.ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

7.ต้องรู้สึกว่าเรา สามารถจะพูดคุยกับคนๆนั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต

8. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป

9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลายๆด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์ และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์
ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้
กับคนๆนั้น ถ้ามีครบทุกข้อดังที่กล่าวมา ให้ถือว่ากำลังมีรักแท้โดยสมบูรณ์ แต่ถ้าขาดไปสักข้อ
สองข้อ ก็ให้โมเมว่ายังเป็นรักแท้อยู่ แต่ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสอง ข้อในจำนวนทั้งหมดที่กล่าวมา
ก็จงอย่าพยายามหลอกตัวเองว่า รักนี้เป็นรักแท้ เพราะไม่เช่นนั้นทั้งสิบคน ที่คบอยู่
จะเป็นรักแท้ไปหมด แล้วความรักของคุณขณะนี้ล่ะ เป็นรักแท้แบบไหน...

Credit : http://www.edu.nrru.ac.th




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 10 ตุลาคม 2552 22:35:40 น.
Counter : 297 Pageviews.  

1  2  

TKR TraKarntaR
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add TKR TraKarntaR's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.