Group Blog
 
All blogs
 

ข้อควรรู้ในสัญญาบ้านเอื้อฯ

เนื่องจากพยายามหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบ้านเอื้อฯ อยู่เสมอ หลายครั้งก็
เสริชเจอข้อมูลที่น่าสนใจ บ้างก็เป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน
บ้างก็เจอข้อมูลที่เป็นปัญหาของคนอื่นๆ กลับมาถามตัวเองว่าเรายังไม่รู้
อะไรบ้าง หรือรู้ต่างจากคนอื่นๆ อย่างไร ข้อมูลที่เคยรู้มาก่อนหน้านี้
แต่ตอนนี้กลับไม่ชัวร์ ว่ามันใช่อย่างที่รู้มาหรือเปล่า

จะโอนกรรมสิทธิ์ได้ 3 ปี หรือ 5 ปีกันแน่ !!
ขาดการผ่อนส่ง 2 งวด แล้วโดนยึดจริงหรือเปล่า !!

ตอบคำถามง่ายๆเหล่านี้ไม่ได้ เพราะลืมไปแล้วว่าอ่านสัญญาครบถ้วน
แล้วหรือยัง ??

และสิ่งที่ดีที่สุดในการหาคำตอบ เลยกลับไปทบทวนดูสัญญาต่างๆ ที่ได้มา
ตอนทำเรื่องซื้อ ซึ่งก็ได้คำตอบทุกอย่างที่อยากรู้..



มีข้อควรรู้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในสัญญาฯ อยากให้ทุกคนได้รับรู้
หรือมาย้ำความเข้าใจให้ตรงกันค่ะ

- การขาดผ่อนชำระเงิน เป็นจำนวน 2 งวดติดต่อกันให้ถือว่าเราผิดสัญญา
และให้สัญญานี้เป็นอันสิ้นสุดลงทันทีโดยไม่ต้องบอกเลิกสัญญาแต่อย่าง
ใดและผู้ขายมีสิทธิริบเงินมัดจำที่ชำระแล้วทั้งหมด

- ผู้ขายจะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่เราเมื่อครบกำหนด 5 ปี นับแต่วันทำ
สัญญากู้และผู้ขายพ้นจากภาระผูกพันตามสัญญาค้ำประกันแล้ว โดยเราจะ
ต้องมารับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่ผู้ขายกำหนด เพื่อนำ
ไปจดทะเบียนจำนองกับธนาคาร เป็นการประกันเงินกู้ส่วนที่เหลือต่อไปนี้
ทั้ง ค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์
เราเป็นผู้ชำระเองทั้งสิ้น และหากไม่มารับโอนกรรมสิทธิ์ ภายในระยะเวลา
ที่กำหนด ให้ถือว่าเราผิดสัญญาผู้ขายมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญานี้ได้ทันที

-หากเราผิดสัญญา หรือข้อกำหนดการอยู่อาศัย ดังนี้
+ ต้องแจ้งซ่อมแซมภายใน 7 วันนับแต่วันที่เรารับมอบ ผู้ขายจะจัดการ
ซ่อมแซมให้ภายใน 30 วันโดยไม่คิดค่าใช่จ่ายใดๆ หากพ้นเวลาดังกล่าว
ยังไม่ได้แจ้งซ่อมแซมถือว่าไม่มีความประสงค์ และต้องรับผิดชอบความ
เสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองทั้งสิ้น

+ ในระหว่างที่ผู้ขายยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้
บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่กรณีเราถึงแก่กรรม แต่ทายาทจะเข้ารับสิทธิได้ต้อง
ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด และจะนำทรัพย์สินตามสัญญานี้ไปให้ผู้อื่น
เช่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือทำนิติกรรม ที่เป็นการผูกพันทรัพย์สิน
ไม่ได้เด็ดขาด

+ เราต้องเป็นผู้ชำระค่าภาษีใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ซื้อขาย และค่าภาษี
ค่าบริการอื่นๆเอง หากผู้ขายชำระแทนไปเท่าใดเรายอมชดใช้แก่ผู้ขายใน
เวลาที่ผู้ขายกำหนด

+ ไม่กระทำการใดๆ ต่อทรัพย์สินอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อโครงสร้าง
ความมั่นคง การป้องกันความเสียหายของตัวอาคาร หรือทำการใดอันเป็น
รบกวนความเสียหายต่อห้องคนอื่น

+ เราต้องไม่ทำการดัดแปลง แก้ไข หรือต่อเติมอะไรลงในทรัพย์สิน เว้นแต่
จะได้รับอนุญาตจากผู้ขาย รวมทั้งต้องปฏิบัติให้ถูกตามกฏหมายและยินยอม
ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขาย

+ จะต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้คนอื่น
กระทำการใดๆ ที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเกิดความเสียหาย หรือทำให้สกปรก
รุงรัง หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นรวมทั้งต้องไม่ใช้ทรพย์สินในทางที่
ผิดกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและต้องไม่ยอมให้คนอื่นกระทำด้วย

+ ต้องมะมัดระวังรักษาทรัพย์สิน หากเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน จะต้อง
ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหายให้คงสภาพเดิมด้วย เว้นแต่เกิดจากความ
บกพร่องในการก่อสร้าง

+ นอกเหนือจากค่าห้องชุด และการชำระเงินค่าดูแลชุมชน หรือค่าใช้จ่าย
เจ้าของร่วมเรายินยอมชำระเงินค่าอัคคีภัยในทรัพย์สินในวันส่งมอบ
ทรัพย์สิน ส่วนค่ามิเตอร์ไฟฟ้า ค่าใช้น้ำ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี) ให้ชำระ
แก่ผู้ขายตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริงภายในกำหนด และยกมาตรวัดน้ำให้เป็น
ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด

*ถ้าเราผิดสัญญาในข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที
และเมื่อผู้ขายใช้สิทธิบอกเลิกไม่ว่ากรณีใดๆ เนื่องจากความผิดของเรา
ยินยอมให้ผู้ขายดำเนินการดังนี้
ก. ริบเงินที่เราได้ชำระให้แก่ผู้ขายแล้วทั้งสิ้น
ข. เรียกค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายอันพึงมีจากเรา
ค. ระงับการจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเสียหายของผู้ขาย

- เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลงไม่วากรณีใดๆ ต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้ขาย
ในสภาพเรียบร้อยและการรอนสิทธิภายใน 30 วันนับแต่วันสัญญาสิ้นสุดลง
หากไม่ส่งมอบตามระยะเวลาที่กำหนดยินยอมชำระค่าปรับวันละ 100 บาท
และยินยอมให้ผู้ขายเข้าครอบครองทรัพย์สินได้ทันที

- หากเราไม่เข้าอยู่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้ส่งมอบ ให้ถือว่าเราไม่เดือด
ร้อนที่อยู่อาศัยและผิดสัญญา ผู้ขายมิสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยไม่ต้อง
บอกกล่าว




- การคิดเบี้ยปรับ หรือค่าธรรมเนียม เพื่อการชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือการขอไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนดเวลา สำหรับธ.อาคารสงเคราะห์

+ ถ้ากู้ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ภายใน 1-2-3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 2-2.5 -3 %ของวงเงินกู้ตามสัญญา

+ ถ้ากู้ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่
ภายใน 1-2 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 2.5 -3 %ของวงเงินกู้ตามสัญญา
ภายใน 3-10 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 2 % ของวงเงินกู้ตามสัญญา

+ ถ้ากู้ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปีหรือ 2 ปี
ภายใน 2 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 2.5 %ของวงเงินกู้ตามสัญญา
ภายใน 3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 2 %ของวงเงินกู้ตามสัญญา

+ ถ้าได้เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยไม่ว่าประเภทใด หรือกำหนดไว้เป็นคงที่
หรือขอให้คงที่อีกครั้งหนึ่ง
ภายใน 1 ปี นับแต่วันเปลี่ยนมาคงที่อัตราดอกเบี้ยปรับ 3 %ของวงเงินกู้
ภายใน 2 ปี นับแต่วันเปลี่ยนมาคงที่อัตราดอกเบี้ยปรับ 2.5 %ของวงเงินกู้
ภายใน 3-10 ปี นับแต่วันเปลี่ยนมาคงที่อัตราดอกเบี้ยปรับ 2 % ของวงเงิน

**การคิดค่าเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด มีผลบังคับใช้แม้จะเรา
จะชำระหนี้จนเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม (และในกรณีเราชำระปิดบัญชี ต้องตกลง
ขอรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือห้องชุด ซึ่งเป็นหลักประกันหนี้ภายใน
90 วันนับแต่วันปิดบัญชี หากพ้นเวลาที่กำหนด เราตกลงยินยอมชำระค่า
ธรรมเนียมในการเก็บรักษาหนังสือแสดงสิทธิ ในปีละ 1,000 บาท เศษก็คิด
เป็น 1 ปี)



พิมพ์มาถึงตรงนี้ก็รู้สึกเลยว่าไม่ควรละเลย เพราะทุกอย่างมีขั้นมีตอนอย่าง
ชัดเจนควรศึกษาสัญญาที่ได้มาอย่างละเอียด ไม่เข้าใจตรงไหนก็สอบถาม
ทางเคหะฯให้เข้าใจและหาข้อมูลเพิ่มเติมบ้าง และอาจมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้า
มานอกเหนือจากที่ต้องจ่ายทุกเดือน ต้องเตรียมพร้อมเสมอ เพื่อประโยชน์
ของตัวเราเองในปัจจุบันและอนาคต

* สำคัญมากในปัจจุบัน
** สำคัญมากในอนาคต


หวังว่าข้อมูลมีอาจมีประโยชน์แก่ทุกคนที่อยากมีบ้านเอื้ออาทร
หรือมีอยู่แล้วบ้าง..

ปล.เราไม่รู้ว่าเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ได้หรือเปล่า ช่วยบอกเราด้วยค่ะ


ขอบคุณสำหรับการเยี่ยมเยียน
หนาวนี้รักษาสุขภาพ กินอิ่ม นอนอุ่นค่ะ




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2553 1:33:12 น.
Counter : 16338 Pageviews.  

มือใหม่จัดสวน

ตอนที่อยู่บ้านเอื้อฯ ใหม่ๆ หลังบ้านของเราจะมีวิวัฒนาการมาตลอด
เริ่มตั้งแต่ มีรถเข็นเก่าที่แสนผุผัง มาจอดอยู่นานโดยไม่ทราบว่าของใคร
และข้างๆรถเข็นก็มีต้นกล้วย หน่อเล็กๆอยู่หลายต้น เวลาผ่านไปก็มีต้น
มะละกอ และอื่นๆอีกมากมาย ให้มองเห็นทุกเช้าที่เปิดประตูหลังบ้าน

หลังจากนั้นต้นไม้ก็ทยอยหายไป บ้างก็หมดอายุขัย บ้างก็โตเป็นต้นใหญ่
และวันหนึ่งก็มีคนมายกรถเข็นออกไป ก็แอบดีใจเล็กๆ ที่หลังบ้าน
จะได้โล่งสวยบ้าง จะได้เข้าไปทำความสะอาดได้ เพราะรกหูรกตามากมาย
แต่ก็โล่งสวยได้ประมาณ 3-4 วัน ก็มีคนนำเชือกมาขลึงทำเป็นราวตากผ้า
และตากทุกสิ่งอยาก...

เปิดรับลมทุกเช้า ก็ต้องตกใจกับเสื้อนอกเสื้อใน ที่เป็นของใครก็ไม่รู้!!

และเป็นจุดเริ่มต้นของสวนเล็กๆหลังบ้านของเราค่ะ
รับได้ทุกอย่างน่ะ แต่เรื่องนี้รับไม่ไหวจริงๆ มันคือที่หายใจเข้า-ออกของบ้าน
ก็เลยหาวิธีจัดการโดยทำเป็นสวนดีกว่า น่าจะเป็นวิธีที่ดีในการแก้ปัญหา
พอวันทำจริงๆก็ไปเข้าไปคุยกับเจ้าของเชือก ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสษอะไร

เราก็เลยจัดการลงมือทำ กับพี่ชายสองคน พร้อมกับไปหาซื้อของวันนั้นเลย
แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำสวน หรือเคยมีสวนมาก่อนในชีวิต แม้แต่การดูแล
ต้นไม้ต่างๆ ก็ยังไม่เคยทำแบบจริงจัง แต่ด้วยความที่อยากทำเดี๋ยวนั้น
ก็เลยลืมนึกถึงความจริงข้อนี้ไป วันนั้นหาซื้ออะไรได้ ก็ซื้อๆมาก่อน




นี้รูปสวนครั้งแรกที่ได้ทำ ตอนที่ซื้อก็แอบเล็งอิฐแดงไว้ พอได้มาก็โอเคนะ
แต่ต้นไม้ต่างๆก็ให้พี่ชายเลือก หมดไปประมาณหนึ่งพันกว่าบาท
ก็ยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่เพราะไม่มีเครื่องมืออะไรมาก แต่ก็ทำเสร็จจนได้
วันที่ทำมีคนมาดูใหญ่เลย และเห็นดีเห็นงามด้วยว่าน่าจะทำตั้งนานแล้ว
ป้าแม่บ้านก็ให้ต้นไม้มาตั้งหลายต้น รู้สึกมีความสุขจัง..

แต่แล้วไม่นานดอกแพงพวยแสนสวย ก็ค่อยๆตายลงไปเพราะไม่โดนแดด
และต้นไผ่ก็ตายลง ก็สงสารต้นไม้เหมือนกันเพราะตอนซื้อไม่ได้ศึกษามา
ก่อนว่าควรจะปลูกต้นอะไรดี สำหรับที่ไม่ค่อยมีแสงแดดส่องถึง
พอตายหมดเราก็รื้อปรับปรุงใหม่ พร้อมกับการออกแบบ "แบบตามใจฉัน"

และก็ออกมาเป็นแบบนี้ มีต้นเล็บมือนางเป็นนางเอก เลื้อยๆ เขียวๆ
พอเริ่มโตก็ให้พี่ชายทำโครงให้เลื้อย ต้นเล็บมือนางนี้อึดมากเลย
ไม่ต้องดูแลอะไรมาก แถมโตแบบน่าตกใจ..




ระหว่างปรับปรุง และรอให้ต้นเล็บมือนางโต เราสังเกตเห็นว่ามีแมว และหมา
มาเยี่ยมเยียนสวนเราบ่อยๆ บางตัวนอนประจำ บางทีก็มาเป็นครอบครัว
เราไม่รังเกียจน่ะแถมรู้สึกดี ที่สวนของเราเป็นร่มเงาเผื่อแผ่ให้กับคนอื่นได้
ไม่เป็นไรที่ทุกวันจะต้องไปเรียงอิฐใหม่ เพราะล้มทุกครั้งที่แมวกระโดดลง




แต่ความเป็นจริงแล้วเราพึ่งจะรู้ว่า ที่อิฐล้มนั้นสาเหตุไม่ได้มาจากแมวเท่าไหร่
ที่จริงมาจากเราเพราะเราเรียงอฺฐไม่เป็น เขาไม่ได้เรียงตรงกันแบบนี้
ต้องเรียงให้คาบเกี่ยวกันทุกก้อน และถ้าไม่มีแมวมาทำล้มเราก็คงจะไม่รู้
ถึงความผิดพลาดนั้น และถ้าไม่มีหมามาอึ ต้นเล็บมือนางก็คงไม่โตขนาดนี้
(ต้องขอบคุณเพื่อนสี่ขา ที่แวะมาเยี่ยมเราจริงๆเลย)

ตอนนี้ต้นเล็บมือนางโตและเลื้อยเต็มโครงไม้ มาดูกันคราวหน้าน่ะ..




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2553    
Last Update : 17 ตุลาคม 2553 6:34:50 น.
Counter : 563 Pageviews.  

ออกแบบบ้านเอื้ออาทร

เป็นบ้านในโครงการเอื้ออาทรค่ะ ขนาดห้อง 33 ตรว. เป็นรูปตัวแอล
มีห้องโถ่งใหญ่ ห้องนอน ห้องนอน และหลังบ้านที่สามารถแบ่งเป็นโซนครัว
กับโซนซักล้างได้

สไตล์การแต่งก็ตามใจชอบค่ะ ส่วนตัวชอบอะไรที่เรียบง่าย สบายๆ ของ
ตกแต่งก็เลยน้อยชิ้น จะซื้อและเลือกติดตั้งเฉพาะสื่งที่เอื้ออำนวยในการ
ทำความสะอาดให้มากที่สุดค่ะ และไม่ได้ทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบดังใจ
เท่าไหร่นัก (เพราะทราบดีว่าไม่มีอะไรที่ดีที่สุด)

- อะไรทดแทนได้ก็ไม่เพิ่มเติม เดิมๆก็ได้ไม่เสียหายหรือผิดกฎอะไร
- ยอมก็ไม่สวยก็ได้ ถ้าทำความสะอาดง่ายหรืออายุการใช้งานนานกว่า
-ไม่มีก็ได้ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน

มาดูที่ออกแบบห้องไว้กันค่ะ

อันนี้ออกแบบไว้ว่าอยากได้พื้นประมาณนี้ ผนังสีขาว-ครีม
พื้นสีไม้สีอ่อน-น้ำตาลอ่อน


ถ้าได้พื้นตามใจที่ต้องการ ก็จะจัดวางข้าวของแบบนี้



ภายในตัวบ้าน
-ทางโครงการได้เดินสายไฟลอยไว้ทำให้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่คงไม่ทำเพิ่มเติมแค่ทาสีใหม่ก็โอแล้ว
-หน้าต่างเป็นแบบบานเกล็ด ก็ตั้งใจว่าจะติดเหล็กดัดทั้งหลัง และติดกระจกเพิ่มในห้องนอนด้วย
เพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น
-ห้องน้ำพร้อมใช้งาน ตั้งใจไว้อยากปรับปรุงทางท่อระบายที่ไหนผ่านรวมกัน และปูกระเบื้องสีขาวให้เต็ม
-หลังบ้านเป็นปูนเปลือย สามารถกั้นเป็นโซนครัวและโซนซักล้างได้ แค่ปูกระเบื้องใหม่ก็พร้อมใช้งานแล้ว


ที่เราออกแบบไว้คงจะหลายปี กว่าจะได้ดังฝันค่ะ แต่ก็จะพยายามทำให้ได้
แล้วบ้านเอื้ออาทรของทุกคน ออกแบบไว้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ
เอามาแบ่งปันให้เราดูบ้างค่ะ




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2553    
Last Update : 17 ตุลาคม 2553 6:33:10 น.
Counter : 1904 Pageviews.  

บ้านเอื้ออาทร ที่เป็นทุกสิ่ง

ตอนเด็กๆ เคยฝันไว้ว่าอยากมีบ้านของตัวสักหลัง เพราะครอบครัวค้าขาย
หาบเร่ บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่ามาตลอดและต้องย้ายไปเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้
จากการต้องย้ายบ้านบ่อยๆ ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะบ้านหลังเล็กหรือ
หลังใหญ่เราก็จะรู้สึกผูกพัน ใจหายทุกครั้งที่ต้องย้าย อยากมีบ้านเป็นของตัว
เอง ไม่อยากย้ายไปที่ไหนอีกแล้ว

เกิดมาไม่เคยมีเงินเก็บค่ะ มีเท่าไหร่ใช้หมด เมื่อโตมาก็ได้บอกกับตัวเองไว้
ว่าต้องเก็บเงินบ้าง เผื่อไว้เมื่ออายุยี่สิบจะได้มีบ้านอย่างที่ฝันไว้ได้

พออายุสิบเก้าได้ทำงานและเรียนไปด้วย โดยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมีเก็บได้ถึง
หกพันบาท ทำให้ไม่กล้าที่เอาไปซื้ออะไร เพราะเป็นเงินก้อนแรกที่ทำงาน
เก็บได้ เมื่อมีเงินก็ทำให้นึกถึงเรื่องบ้านขึ้นมาว่าอย่างนี้ถ้าอายุยี่สิบ เมื่อ
ไหร่"ก็มีสิทธิ์มีบ้านเอื้ออาทร แล้วสินะ"

เราได้ไปดูบ้านเอื้ออาทรมาหลายที่ค่ะ ทั้งโครงการใหม่และเก่า
เราลองวิเคราะห์ดูแล้วว่า ถ้าเราไม่อยากเสี่ยงเกี่ยวกับบ้านในอนาคต ว่ามัน
จะมีสังคม เพื่อนบ้าน ความปลอดภัย คนบริหารโครงการ หรือวัฒนธรรมการ
เป็นอยู่เป็นอย่างไร เราควรจะหาซื้อโครงการที่เขาอยู่กันเต็มแล้วจะดีกว่า
และน่าจะพอมีห้องว่างอยู่บ้าง คงไม่ได้ขายเต็มทุกห้อง ไหนห้องที่ขาดผ่อน
ยังไงมันก็ดีกว่าที่จะซื้อโครงการใหม่เลย มันเสี่ยงมากๆ เกินไปสำหรับเรา

อีกทั้งจะได้มีเวลาศึกษาว่าห้องที่จะซื้อ ข้างห้องเป็นอย่างไรตรงนี้สำคัญมาก
รวมถึงทำเลห้อง วิว แสงแดด กลิ่นเป็นอย่างไร และน้ำ ไฟ โทรศัพท์ ยาม
แม่บ้าน คนสวน ขนถ่ายขยะเป็นอย่างไร ตรงนี้เราค่อนข้างมีเวลาศึกษา
อยากรู้อะไรถาม สังเกตให้หมดทุกอย่าง รวมถึงด้านเอกสารต่างๆเกี่ยวกับ
บ้านด้วย

หลังจากที่เราเรียนรู้ข้อมูลทุกอย่างแล้ว เราก็ไปสอบถามที่การเคหะฯ
ว่าห้องว่างที่เราเล็งไว้มีคนอยู่หรือพร้อมขายหรือไม่ รวมถึงสอบถามเรื่อง
ขั้นตอนต่างๆในการซื้อบ้าน เรื่องเงินผ่อนบ้าน เรื่องที่เราต้องควรรู้ทุกอย่าง
จากเจ้าหน้าที่

กว่าจะมาถึงตรงนี้ เราใช้เวลาเป็นเดือน หมั่นเข้าไปดูในโครงการบ่อยๆ
ก็ใช้เวลานานนะค่ะ ในการศึกษาเตรียมความพร้อมก่อนที่จะซื้อบ้านเอื้อฯ
ก็อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ได้ใช้ข้อมูลของเราในการเป็นความคิดพื้นฐาน
ในการเลือกซื้อบ้านทุกๆที่ด้วยนะค่ะ



หลายๆครั้งที่คนภายนอกพูดถึงบ้านเอื้ออาทร ที่มีทั้งมุมบวกและลบ
หลายๆอย่างมันก็ไม่ตรงกับสิ่งที่ทุกคนได้ทราบกันมา ก็อาจจะมีดีไม่ดีบ้าง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาหลายๆอย่างที่คุณคิดมันจะหมดไป ถ้าคุณหรือใครๆได้
เข้ามาสัมผัส และใช้เวลาศึกษาแบบเรา คุณจะรู้ว่าบ้านที่คุณอยู่เป็นแบบไหน
คุณจะรู้สึกดี รักและภูมิใจ ต่อให้ใครๆมองมุมไหน คุณก็จะแฮปปี้

บ้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งสำคัญคือความสุขของคนใน"บ้าน"ใช่ไหมค่ะ

"บ้านจะเล็ก บ้านจะใหญ่ หรือจะอยู่ที่ไหน ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า
มันจะไม่มีปัญหาในอนาคต ประกอบกับความแน่นอนคือสิ่งที่ไม่แน่นอน..
แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณมีบ้านสักหลัง โดยเริ่มจากบ้านหลังเล็กๆ แล้วค่อยๆ
ขยับขยาย เมื่อมีเงินสักก้อนค่อยซื้อใหม่ขายเก่า และเมื่อเราเริ่มจากเล็กไป
ใหญ่ เราก็จะไม่ดึงสมดุลของตนเองมากเกินไป เพราะเราจะได้ทั้งการมีที่อยู่
และเงินสำรองไปในตัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ไม่ประมาท ในการใช้ชีวิตค่ะ"

นี่คือความคิดและเหตุผล ในการเลือกซื้อบ้านที่เป็นความฝันของเรา
สิ่งที่ตอบโจทย์เราได้คือ "บ้านเอื้ออาทร"ค่ะ


ยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากแชร์ค่ะ เกี่ยวกับบ้านเอื้ออาทรฯ
หวังไว้ว่านี่คงเป็นข้อมูลเล็กๆ ที่น่าจะมีประโยชน์แก่ส่วนรวมบ้างนะค่ะ




 

Create Date : 30 กันยายน 2553    
Last Update : 30 กันยายน 2553 2:20:38 น.
Counter : 2400 Pageviews.  


ทุกสิ่ง
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ทุกสิ่ง คือ การเรียนรู้
ทุกสิ่ง คือ รอยยิ้ม
ทุกสิ่ง คือ การให้
ทุกสิ่ง คือ ความสุข


Friends' blogs
[Add ทุกสิ่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.