กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 2

โอ้..อินเดีย 2

เมื่อวานเล่าไปถึงว่าจู่ๆ ก่อนวันเดินทางแค่ 2 วันกลับโดนดี
ไม่รู้มารผจญ หรือเจ้ากรรมนายเวร มาขัดขวาง
จนต้องตั้งจิตอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านช่วย
และก็ได้ผลทันตา แค่ 10 นาทีความเจ็บปวดแทบเป็นแทบตาย
และอาการประหลาดต่างๆ ก็หายไปอย่างมหัศจรรย์
ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ก็คงไม่เชื่อเด็ดขาด

พอวันเดินทาง ใจก็สู้นะแต่ก็ตุ๊ม ๆ ต๊อม ๆ ยังไงไม่รู้
ห่วงงาน ห่วงลูก ห่วงเมีย
พูดจริงๆ นะครับ หลายปีมานี้ผมไม่เคยห่างกันเลย
ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด งานก็กำลังมีปัญหายุ่งเหยิงหลายอย่าง
แต่พอวันนึงก็คิดได้...ถ้าเรามีอัน...ตาย...จากลูกเมียอย่างกระทันหัน
ไม่ว่าด้วยเหตุใด พวกเขาต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้
ดีเหมือนกันนะ ไปอินเดียครั้งนี้ก็ถือซะว่าเป็นการซ้อม...ตายจากกัน
ตัวเราเอง ก็เหมือนกับวิญญาณที่ต้องเดินหน้าต่อไป หวนกลับมาไม่ได้
สิ่งที่ติดตัวไปได้ ก็มีแค่...บุญ กับ บาป เท่านั้น

ทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าผมไปกับ “ สังคมทัวร์ ” ซึ่งเป็นทัวร์แบบ...ประหยัด
แค่ 29,000 บาท เท่านั้นเอง
รวมทั้งเงินทำบุญ ทอดผ้าป่า จิปาถะน่ะ เบ็ดเสร็จผมใช้เงินไปประมาณ 40,000 บาท
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงได้รู้ว่าคนไปทริปนี้ทั้งหมด 80 ชีวิต
มีพระเป็นไกด์วิทยากร ถึง 4 - 5 รูป คอยให้ความรู้ด้านพุทธศาสนา พุทธประวัติ และอื่นๆ อีกมากมาย
ท่านเป็นถึงผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
คือ ท่านพระครูพิศาลฯ ซึ่งคนที่มาเที่ยวนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนนครปฐม ลูกศิษย์ท่าน
เท่าที่เห็นยังมีอีกกลุ่มนึง เป็น 3 สาวเพื่อนเรียนมัธยมด้วยกัน
อายุไม่น่าเกิน 30 ท่าทางมาดมั่น ทะนงองอาจ ไม่สนใจใคร
ต่างคนต่างก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ การงานระดับผู้บริหารเหมือนกัน
ส่วนทีมของผมมาจาก บางบ่อ เป็นสารพัดหมอและนักปฏิบัติฯ
มีแต่ผมเท่านั้นที่ไม่ได้เรื่องได้ราวเล๊ย.ย.ย

จากเมืองไทย บินไปร่วม 3 ชั่วโมง ถึงเมืองกัลกัตตา อินเดีย
ไปถึงเอาตอน 3 ทุ่ม เวลาบ้านเขานะ...ช้ากว่าเราประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
จากนั้นก็นั่งรถบัส ซึ่งแบ่งเป็น 2 คัน คันละ 40 คน
รถบัสที่จัดมาผมว่าก็ดีนะ เท่าที่เห็นก็ดีที่สุดในเมืองนี้แล้ว
ยี่ห้อ TATA ตาต้า...แปลว่า บ๊าย บาย... แปลกดีนะ
แต่เครื่อง-ช่วงล่าง มันเยี่ยมมาก แอร์เย็นเป็นบ้า
แถมช่องแอร์ เป่าตรงกระหม่อมพอดี
นั่งรถไปอีก...10 ชั่วโมง
นอนไม่หลับ ตื่นที่ และที่สำคัญรำคาญเสียง แตร
โอ๊ย เจ้าประคุณเอ๊ยยย เมืองนี้มันบีบแตรกันสนั่นหวั่นไหว...ตลอดเวลา
แล้วอีกอย่าง ถนนบ้านเมืองเค้า คล้ายๆ จะดี
มันเหมือนถนนลาดยาง ที่ลาดมานาน..น มากแล้วตามต่างจังหวัดของเรา
อ้อ จังหวัดชายแดนไกลๆ นะ
รถวิ่งกระโดกกระเดก กระเด้ง มาตลอดคืน
มาตื่นเต้น รู้สึกตัวว่ามาถึง อินเดีย กันจริงๆ ก็อีตอนจอดให้ลงไปปลดทุกข์
เค้าเล่นจอดมันริมถนน มองไปมีแต่ความเวิ้งว้างของทุ่งนาข้าวสาลี
มีต้นไม้ใหญ่บ้าง...นิดหน่อย
แถมมัน มืดตึ๊ดด ตื๊อออ
แล้วให้ผู้โดยสารทั้ง 80 ชีวิต ทั้งพระ ทั้งชี ทั้งฆราวาส
ไปตัดสินใจกันเองว่าจะ ถ่ายหนัก ถ่ายเบา จะฉี่ จะอึ...ตามสบาย
ในท้องทุ่ง โล้ง..ง โล่ง..ง....

เมื่อทุกคนตั้งสติได้ เข้าใจว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
ต่างก็มองหน้ากันเลิกลั่ก ทำตากะปริบ กะปริบ
พวกผู้ชายถ้าแค่ฉี่ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าจะถ่ายหนักก็เครียดละทีนี้
ยังไม่ทันตัดสินใจกัน ไกด์ทัวร์ก็ตะโกนสำทับ...
ระวังเหยียบ ขี้แขก นะให้เอาไฟฉายไปด้วย
โอ้..มายก๊อด
พวกคุณผู้หญิงที่มีอายุหน่อย ก็คงจะทนปวดฉี่ไม่ไหว
ชวนกันไปเที่ยวทุ่งสาลีกันเป็นกลุ่ม ๆ
แต่พวกสาว ๆ ยังทำใจไม่ได้ ก็กัดฟันทนต่อไป
ผมเองลงไปเที่ยวทุ่งเหมือนกัน...คอยพะวงกลัวเหยียบขี้แขกจะแย่
จากนั้นรถก็วิ่งต่อไปอีกหลาย..ย..ชั่วโมง

จนกระทั่งเกือบตี 5 ถูกปลุกให้ลงไปปลดทุกข์ทางกายกันอีกรอบ
เที่ยวนี้มีสาว ๆ บางคนทนไม่ไหว ควักผ้าถุงมาสวมแล้ววิ่งจู๊ดไปเลย
เอ้อ..ขอแสดงความเห็นหน่อยนะครับ
ผมดูแล้วมันไม่ได้น่าอาย น่าอุจาด น่ามอง อะไรอย่างที่หวาดกลัวกันมา
มันมองไม่เห็นอะไร อะไร อะไร ซักกะหน่อย
แต่ละท่านก็มีผ้าถุงคลุมอย่างดี แถมยังอยู่ไกลจนไม่เห็นอะไรหร๊อก.ก.ก
แล้วยังพอจะมีเนิน มีต้นไม้ใบบังบ้าง
ผู้ชายที่ไปแสวงบุญ ก็ไม่ทำตัวทุเรศหรอกครับ
ระวังแต่ ขี้แขก เท่านั้นเอง
ตลอดเวลาที่อยู่อินเดีย มีแต่ปลงกับความทุกข์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เรื่องราคะ มันหายหด ผุดไม่ขึ้นแม้แต่น้อยนิดดด
และยิ่งกว่านั้น คนที่ลงไปถ่ายทุกข์ ไม่ว่าหนักหรือเบา
ก็รู้สึกได้ว่า...ได้ทิ้งอัตตาตัวตน ออกไปเยอะ

พอขึ้นมาบนรถกันครบแล้วก็ออกเดินทางกันต่อไป
ท่านวิทยากร ก็เล่าเรื่องที่นึกไม่ถึง...
คนอินเดีย ที่อยู่นอกเมืองเขาไม่ทำห้องส้วมไว้ในบ้าน
ในตอนเช้ามืด ผู้หญิงอินเดียจะหิ้วน้ำไป 1 ถัง
แล้วเดินเข้าไปปลดทุกข์ตามทุ่ง
พอสว่างในตอนเช้า ผู้ชายก็จะหิ้วถังน้ำไปปลดทุกข์กันทุกคน
แต่ที่ผมว่าแปลกประหลาด คือ
เค้านั่งถ่ายทุกข์หนัก กันกลางทุ่งโล่ง...โล่ง
โล่งโจ้ง แถมกลางทุ่งซะอีกแน่ะ
นั่งยองๆ กันน่าตาเฉย...มีตะโกนคุยกันด้วยนะ
ดูมันเป็นเรื่องปรกติ ทำมะด๊า ธรรมดาของพวกเค้า
หลายวันที่ผมเห็นห้องส้วมในเมือง...มันสกปรก อ่ะ
คิดแล้ว ตามท้องทุ่งดีกว่ามาก...สะอาด ลมโชย สบายกว่ากันเยอะเลย

พอเริ่มสว่าง ทางทัวร์ก็แจกข้าวเหนียวหมูฝอยกินกันอร่อย
พวกผู้หญิงหัวเราะกันคิกคัก เฮฮาเรื่องใช้บริการท้องทุ่ง
มีการค่อนแคะพวกใจไม่ถึงกันนิดหน่อยด้วยแหละ
ยืนยันนะครับ...การถ่ายทุกข์ที่อินเดียเป็นเรื่องง่ายดาย
เป็นเรื่องสนุก ประทับใจ ได้ทิ้งอัตตา ได้เห็นสัจจะธรรม
ผมเห็นแต่ละคนออกแนว...ภาคภูมิใจ ด้วยซ้ำไปแน่ะ
นี่เองห้องส้วมที่ ใหญ่ที่สุดในโลก

วันนี้เหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเล่าต่อนะ

อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 31 มีนาคม 2555
Last Update : 9 เมษายน 2555 8:43:03 น. 2 comments
Counter : 1395 Pageviews.

 
อนุโมทนา นะครับ


โดย: eronthai วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:1:39:04 น.  

 
เล่าได้ตลกดีจังค่ะ แต่ถ้าเจอกับตัวเอง คงอยากจะร้องไห้มากกว่า


โดย: มาใหม่ค่ะ IP: 125.27.132.198 วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:17:38:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.