กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา แม่ชี

แม่ชี

เรื่องนี้...เป็นแค่ความคิดเห็นของผมคนเดียว เท่านั้น
ผิดถูกอย่างไร ก็ตามประสา...พุทธทะเบียน แนวขวาง..ขวาง
รู้น้อย..ย..อัตตาเยอะ ของผม เอง..ง..

มีแฟนประจำที่เคารพท่านหนึ่ง...อยากฟังเรื่อง แม่ชี

ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง...แม่ชี...สักเท่าไหร่
แต่พอลองมานึกๆ ดู ในชีวิตก็เคยพบเคยเห็น ดีบ้างไม่ดีบ้าง
เคยเห็นประเภทนุ่งชุดแม่ชี มีสไบพาด แต่มาเดินเรี่ยไรก็เยอะ
แต่ไม่ได้รู้สึก ชอบ หรือไม่ชอบ
พอจะรู้มาบ้างว่า...สถานะของ แม่ชี ออกจะต่ำต้อยในสายตาคนไทยแบบผม
เพราะมองว่า ไม่ใช่พระสงฆ์ ถือศีลก็น้อยกว่า เณร ละมั๊งครับ
ดูเหมือนจะออกบิณฑบาตก็ไม่ได้...แล้วจะกินอะไรล่ะ
เท่าที่ทราบก็ประมาณว่า ลูกหลานให้เงินจุนเจือ
แต่จะมีสักกี่คนกัน...แล้วที่เหลือล่ะ ทำยังไง
ถ้าจะลำดับ ก็พอจะได้รางๆ

ตอนผมเป็นเด็ก แถวๆ บ้านมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี
นุ่งผ้าถุงสีดำ ใส่เสื้อแขนกระบอกสีขาว
เวลาเดิน...จะเดินช้า ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่เหมือนคนอื่น
เดินอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง
เคยสงสัยเพราะแปลกดี แต่คุณแม่ของผมบอกว่า...
คุณป้าคนนั้น ถือศีลแบบแม่ชี แต่ไม่ได้อยู่วัด
ทุกก้าวที่เดินแกระวังไม่ให้เหยียบมด แมลง
ตั้งแต่นั้น เวลาเห็นคุณป้าคนนี้ ก็ให้รู้สึกเลื่อมใสดี

เมื่อ 25 ปีก่อน
พอเรียนจบใหม่ๆ คุณหม่อง ภรรยาที่รักยิ่งของผม
ดันไปได้ยินเพื่อนเล่าบางเรื่องให้ฟัง...
อีทีนี้ก็มาเซ้าซี้ให้พาไป วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา
แต่ต้องไปตอน 4 ทุ่ม...ใช่ครับ 4 ทุ่ม
พอไปถึง วัดเงียบสงัด...เงียบกริบ ยกเว้นที่โบสถ์
หน้าโบสถ์มี พระพุทธชินราช แต่พระประธานเป็นปูนปั้น งามมาก
มีคนมานั่งคอยกันอยู่เยอะ พ่อค้า คนทำงานแล้วทั้งนั้น
ใกล้พระประธานในโบสถ์...มีแม่ชี 2 ท่าน
นั่งหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางมีกระดาน...เหมือนเล่นผีถ้วยแก้ว
คนที่มาหาก็จะถามเรื่องต่างๆ
แม่ชีทั้งสองก็จะดันแก้วบนกระดานไปมา...แล้วตอบคำถาม
ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง ค้าขาย เรื่องงาน เรื่องที่ดิน
พอถึงคราวผม...ก็ถามเรื่องการงาน
แม่ชีท่านนั้น ก็ดันแก้วไปมา แล้วบอกว่า
...ชะตาชีวิตของเอ็ง ต้องเป็นลูกจ้างเขาจึงจะดี
แต่ถ้าเป็นเถ้าแก่เอง...จะเจ็ง
เอ็งมันเก่ง แต่ต้องเป็นลูกจ้างนะถึงจะรุ่งเรือง
ชีวิตเอ็ง มันผาดโผน พลิกผัน นัก...

บอกตรงๆ ตอนนั้น ทั้งผมและคุณหม่อง ทั้งงง ทั้งอึ้ง
นึกคำถามอะไรไม่ออกเลย
อึดใจหนึ่ง ผมก็ถามว่า...แล้วผมจะต้องปฏิบัติยังไง ครับ
ท่านก็ดันแก้วไปมา อยู่อึดใจใหญ่ๆ เหมือนกับปัญหาของผมมันยาก..ก..
แล้วก็บอกเสียงดัง..ง...ว่า
...เอ็งสวดคาถานี้นะ
อิติจิตตัง เอหิ เทวะตาหิ ชัยยะมังคะลานิ ปูเชหิ มานิมะมา
แปลว่าอะไร ก็ไม่รู้

ทุกวันนี้สวดมนต์ทีไร ก็ยังท่องบทนี้ด้วยทุกวัน
อีกไม่กี่ปีต่อมา ท่านก็เลิกทำนายเพราะอายุมาก เหนื่อยมาก
พอเรียบๆ เคียงๆ ถามถึงได้รู้ว่า...
ท่านเคร่งครัดในศีลมาก จนสิ้นอายุขัย
ความรู้สึกต่อแม่ชี ก็เลยกลายเป็นแบบผู้ทรงศีล

อีกหลายปี ขับรถไปเที่ยวที่สุพรรณบุรี
ผ่านวัดแห่งหนึ่งเป็นวังมัจฉา มีปลาเยอะมาก
ก็พาลูกไปให้อาหารปลากันสนุกสนาน
จนเย็นมากแล้ว
กำลังจะกลับไปขึ้นรถ เดินผ่านวิหารแห่งหนึ่ง
แม่ชีที่นี่หลายสิบท่าน กำลังทำวัตรเย็น
ได้ยินพวกท่านสวดบท...ปลงสังขาร...ขึ้นต้นว่า
...มนุษย์เราเอ๋ย เกิดมาทำไม นิพพานมีสุข
อยู่ใยมิไป ตัณหาหน่วงหนัก หน่วงชักหน่วงไว้...

เสียงที่สวดพร้อมกัน เป็นจังหวะยาว...เย็น กังวานหวานระห้อยหวน
ผมก้าวขาไม่ออก ลงนั่งนิ่ง..ง..ฟังจนจบ
จำได้แต่ว่า จับใจมาก
ความรู้สึกที่มากับเสียงชัดเจนเลยว่า...
พวกท่านเห็นถึงความ ไม่เที่ยงแท้ ไม่ทนทาน ไม่เป็นแก่นสาร
รู้ที่หมาย มีที่ไปแล้วแน่นอน

พอไปที่ วัดสังฆทาน ก็ได้พบแม่ชีเยอะแยะไปหมด
ทั้งที่มาปฏิบัติธรรม 3 วัน 7 วัน และพวกอยู่ประจำที่วัดเลย
อย่างที่เคยเล่าในเรื่อง...กรรมทันตา วัดสังฆทาน
ทำให้ผมได้เห็นอีกมุมหนึ่งของ แม่ชี ที่อยู่ประจำ
ทุกท่านอุทิศตัวปฏิบัติธรรม และรับใช้พระ เณร รวมถึงพวกที่มาปฏิบัติฯ
เป็นแรงงานอันสำคัญยิ่ง คิดแต่จะทำยังไงให้ วัด อยู่ได้
ให้ พระ อยู่ดี ให้คนที่มาปฏิบัติได้ทำอย่างเต็มที่
พวกท่านจะรับผิดชอบพวกโรงครัว อาหาร น้ำปานะ ฯลฯ
หลังจากนั้นผมกับครอบครัว มักจะเอา น้ำตาล กาแฟ น้ำหวานเฮลล์บลูบอย
และที่สำคัญ รากบัว ไปให้เป็นประจำ
จนเริ่มสนิทกับแม่ชีที่รับผิดชอบ
ผมเคยถามว่าทำไมไม่โกนผม...
ท่านบอก...หลวงพ่อไม่ให้โกน เพราะเมื่อโกนหัวแล้วมักจะมีอีโก้สูง
มีอัตตา ว่าข้านี้เคร่งกว่า ดีกว่าคนอื่น
เลยไม่ให้โกนผม

มีอยู่คนหนึ่ง หน้าตา ท่าทาง ผิวพรรณดีมาก ๆ สวยด้วย
อายุซัก 35 ได้ละมั๊ง ใส่ชุดขาว แต่ก็ดูแปลกกว่าคนอื่น
อดไม่ได้เลยถามว่า มาปฏิบัติธรรมเหรอ ครับ
เธอกลับบอกว่า...ไม่ได้มาปฏิบัติธรรม แต่มาปฏิบัติใจ
ผมกับคุณหม่อง คุยไปซักพักก็จับทางได้ว่า
ชีวิตของเธอคนนั้น ออกจะวุ่นวาย ค้าขายทำธุรกิจจนมีฐานะดีเลย
แต่คงจะมีปัญหาบางอย่าง แล้วก็รู้สึกว่า...
ชีวิตมันไม่มีความสุข มันทุกข์ มันร้อนรน วนเวียน ร้อนที่...ใจ
วันหนึ่งเซซังมาไหว้พระ หวังแค่มากราบพระประธาน
พอกราบแล้วรู้สึก...เย็น...เย็นที่จิต เย็นที่ใจ
เลยโทร.ไปบอกทางบ้านว่า จะหลบไปรักษาความเครียด ไม่ต้องห่วงนะ...
แล้วตั้งแต่วันนั้น ก็ทิ้งทุกอย่าง...
ไม่ได้ก้าวออกนอกวัด มาหลายเดือนแล้ว
ไม่ติดต่อ ไม่สนใจโลกภายนอก
ไม่ได้ร่วมปฏิบัติธรรมอะไรกับคนอื่นเค้า
อยู่แต่ที่โรงครัว ต้มกาแฟ ทำโอเลี้ยง ทำน้ำปานะ ล้างถ้วยชาม ฯลฯ
ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ หรือเรียกว่า ไม่เคยต้องทำมาก่อน
เวลาล้างภาชนะ ถ้วย ชาม ก็รู้สึกว่ากำลัง...ล้างใจ
เวลาต้มทำน้ำปานะ ก็รู้สึกว่ากำลังทำบุญกุศลอยู่ทุกขณะ
เวลาเห็นผู้มาปฏิบัติฯ ได้ดื่มน้ำปานะ แล้วสดชื่นมีแรงพลัง
ก็รู้สึก ปลื้มปิติ ดีใจจนบางครั้ง...น้ำตาไหล

พอถามว่า แล้วจะไม่กลับไปเหรอ..
เธอคนนั้นบอก...ก็รู้ว่าสักวันหนึ่งก็คงต้องกลับไปแหละ
แต่ยังเสียดาย...เสียดายความเย็น ความสงบทางใจ
ถ้าออกไปก็คงต้อง ออกไปร้อนรนอีก
ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรมาก ทำไปเท่าที่ ศรัทธา ยังเป็นกำลังอยู่
คิดเพียงแต่ วันนี้ ยังไม่คิดเรื่อง พรุ่งนี้ แค่นั้นพอแล้ว
นาทีนั้น ผมกับภรรยา เข้าใจและศรัทธาเธอ...
แม่ชี ผู้มาปฏิบัติใจ

ผมกับคุณหม่อง เคยไปหาแม่ชีทศพร ด้วยนะ
อยากฟังมั๊ย...
ถ้าอยากฟัง ก็ให้ยกมือขึ้น..น...


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com


Create Date : 29 เมษายน 2554
Last Update : 29 เมษายน 2554 7:52:00 น. 6 comments
Counter : 897 Pageviews.

 
เรานะก็อยากไปนิพพานแต่บุญของเรายังไม่พอที่จะไปถึงจุดๆนั้นได้ ได้แต่ทำความดีสะสมไว้เยอะ บางทีเข้าวัดก็สบายใจมากทีเดียวรุ็สึกว่าใจเราเป็นสุข ใจเย็นขึ้นสงบขึ้น ไม่เหมือนอยู่นอกวัดที่มีแต่ความสับสนวุ่นวาย และความจำเจของทุกๆวัน เราก็อายุมากแล้วนะ 16ปีแล้ว เมื่อไหร่เราจะได้ไปนิพพานกับเค้าซะที อยู่บนโลกนี้มันน่าเบื่อจำเจยังไงไม่รู้ กินข้าว อาบน้ำ ไปโรงรียนทางเดิม เรียนวิชาเดิมๆ ครูหน้าเดิม ๆ เพื่อนคนเดิม ๆ นิสัยเดิม เราเบื่ออะ พอเรียนจบมัธยมเราก็ต้องไปหามหาลัยเรียนอีกต้องสอบต้องอ่านหนังสือ เครียดแน่ๆๆ พอเข้ามหาลัยได้ก็ต้องเรียนอีกแล้วเรียนจบทำงาน อยู่อย่างนั้นจนแก่แกก็เจ็บแล้วตายโดยที่ยังจงความจำเจอยู่ เราถึงได้เบื่อไง ทุกวันนี้เราเบื่อนะ เรื่องให้เครียดเยอะมากจริงๆ ก็ได้แต่พึ่งพระธรรมนี่หล่ะ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:2:55:59 น.  

 
ยกมือครับ อยากรู้เป็นวิทยาทานครับ ในโลกนี้ไม่มีใครถูกทุกคน และผิดทุกคน ปัญหาของแต่ละคนใหญ่เล็กไม่เท่ากัน เรื่องของคนอื่นเราอาจคิดว่าไม่เห็นยากแก้ได้ ไม่เห็นใหญ่โต แต่พอกลับกันเราเจอปัญหาบ้างมันเป็นใหญ่สำหรับเรา แต่คนอื่นเมื่อได้รับรู้ก็อาจบอกว่าเรื่องขี้ปะติ๋ว ทุกคนมีปํญหากันทั้งนั้น ต่างก็แสวงหาทางแก้ไขให้กับตัวเอง มันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนครับ


โดย: ชัชวาลย์ IP: 14.207.174.77 วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:9:18:22 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ


โดย: Mimi-jaiko วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:10:21:51 น.  

 
ยกมือแย้ว


โดย: อบอุ่นในหัวใจ วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:11:57:46 น.  

 
ยกสองมือสูง ๆ ด้วยคนคะ


โดย: Dalapat วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:1:00:01 น.  

 
ยกมือด้วยคน


โดย: คน IP: 125.26.62.7 วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:8:42:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.