กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา เณรแอ๋

เณรแอ๋

สวัสดีครับ...เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้
มันต่อเนื่องมาจากที่ผมได้ไปเที่ยวแสวงบุญ กราบสังเวชนียสถานที่ อินเดีย
ตามที่ได้เล่าไว้ในซีรี่ส์...กรรมทันตา โอ้..อินเดีย
แต่ยังไม่จบนะครับ
บังเอิญว่าทริปที่ไปกันครั้งนี้ ผมได้พบกับผู้เป็นกัลยาณมิตรหลายท่าน
ตั้งแต่แรกที่เห็นหน้ากันก็เกิดความสนิทสนมคุ้นเคย เกิดความปารถนาดีต่อกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย
ยิ่งเมื่อได้ไปกินนอน ร่วมเดินทางตะลอน ๆ อย่างทรหดด้วยกัน 10 วัน
ทำให้กลมกลืนเข้าหากันอย่างสนิทใจ
มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ชื่อ คุณวิศิษฐ หรือที่ผมเรียกกันว่า...พี่มหา
ท่านอายุมากกว่าผม 10 ปีพอดี แต่แม้จะอายุตั้ง 61 แล้วแต่ก็ยังดูฟิตเปรี๊ยะ กระชับกระเฉง แถมกระชุ่มกระชวยอีกต่างหาก
ดูไปดูมาหนุ่มกว่าผมซะอีกแน่ะ
พี่มหา ชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะต่อยมวย
ประวัติของท่านน่าสนใจมาก...มาก
เป็นชาวขอนแก่น คนอิสานขนานแท้
บวชตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งเป็นหนุ่ม
สมัยนั้นยังเป็นชนบทกันดารอย่างยิ่ง แม้แต่การเผาศพยังเป็นแบบ
เผากันบนกองฟืนสด ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงหรือทั้งคืนก็มี
ความที่มันเป็นชนบทกันดาร ทำให้มีข้อดีคือ...วิเวก
การเล่าเรียนตามแบบ พระเณร ก็เน้นไปทางวิปัสนากรรมฐาน
เน้นปฏิบัติ เพื่อเป็นรากฐานไปสู่การเรียนปริยัติ
หลวงพ่อเจ้าอาวาสก็แสนจะเข้มงวด เพียรให้ปฏิบัติจิตเป็นเรื่องหลัก
แล้วก็ด้วยความเป็นคนแข็งแรง ซุกซน ก็อยากรู้อยากเห็น ใฝ่หาความรู้ไปเรื่อย
อยากเรียนรู้เรื่องคาถาอาคม ต่าง ๆ นา
จนเมื่ออายุมากพอ ก็ยังบวชพระต่อเนื่องมาเรื่อย
ย้ายมาอยู่ที่ วัดบวรมงคล แถวบางพลัด ฝั่งธนบุรี
แถมยังโชคดีได้เล่าเรียนที่วัด...บวรนิเวศ
เคยรับใช้ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ซะด้วยซ้ำ

พี่มหาวิศิษฐ เคยเป็นนักเทศน์ฝีปากเอก
เทศน์จนโยม น้ำตาร่วง มานักต่อนักแล้ว
อีทีนี้เมื่อเทศน์จนเก่ง มีญาติโยมติดตามกันมาก ก็ยิ่งอยากศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้น
แต่...ความที่บวชเรียนมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยสัมผัสเรื่องทางโลกซักเท่าไหร่เลย
สอนให้ญาติโยมดับทุกข์ โดยที่ไม่เคยสัมผัสทุกข์อย่างฆราวาสเค้า
สอนคนทั้งโลกว่า เกลือ มันเค็ม
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังไม่เคยได้ชิมเกลือซักครั้ง
ตัดสินใจสึกออกมาศึกษาความทุกข์ให้รู้แจ้งกระจ่างจริง
ทั้งๆ ที่ใครต่อใครก็ห้ามนักหนาว่าอย่าสึกเลย
อายุมากแล้ว ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นเค้าหรอก
แล้วก็สมใจอยาก...ทุกข์ ซะนักหนา
โลกภายนอกมันช่างยอกย้อนเหลือคณา เล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์มันมากเหลือเกิน
การทำมาหากินก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่บวชมาเกือบครึ่งชีวิต
แต่พี่มหา ก็ต่อสู้กับเล่ห์เหลี่ยมของสังคมมาได้อย่างหวุดหวิด
ท่านบอกว่า รอดตัวเอาดีได้ก็อาศัย ธรรมะ ของพระพุทธเจ้านี่แหละ
ระมัดระวังตัวไม่ให้ล่วงละเมิดศีลห้า และเอาความอุตสาหะเข้าสู้
จนกระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจมองเห็นและให้โอกาส
ปัจจุบันนี้ท่านเป็นเจ้าของ บริษัทรักษาความปลอดภัย ที่เปิดดำเนินการอยู่รอดมาได้กว่า 15 ปีแล้ว
และยังเป็นประธาน สมาคมบริหารงานบุคคล และงานสังคมอื่นอีกมากมาย

ด้วยความที่เป็นคนชอบออกกำลังกาย ชอบกีฬาลูกผู้ชาย
เลยสนองความชอบด้วยการตั้ง ค่ายมวย ซะเลย
น่าจะประมาณปี 2545 หรือ 2546 นี่แหละ
ค่ายมวยศิษย์พี่มหา ก็ปลุกปั้นนักมวยหลายฝีมือดีหลายคน
มีการส่งขึ้นชกตามเวทีดัง ๆ หลายครั้ง
รายการอื่น ๆ ที่ผ่านมาก็ม่มีปัญหาอะไร ทั้งกำลังเงิน กำลังใจ ไปได้สวย
จนกระทั่ง...ศึกเพชรยินดี ละมั๊ง
บังเอิญเปรียบมวยจับคู่ได้กับ ค่าย ที่กำลังมาแรงแซงโค้งโด่งดังเปรี้ยงปร้าง
โด่งดังเพราะเจ้าของค่ายนี้...ค่ายศิษย์เณรแอ๋ จอมขมังเวทย์
ใช่ครับ คนที่เรียกตัวเองว่า...เณรแอ๋ จอมขมังเวทย์ นั่นแหละครับ

สมัยนั้น...คนที่เราก็รู้ว่าใคร...กำลังโด่งดังเป็นที่ฮือฮา รู้จักกันในลักษณะจอมขมังเวทย์
เรียนคาถาอาคมจากอาจารย์เขมร เน้นหนักไปทาง ไสยศาสตร์ มนต์ดำ
ทำเสน่ห์ยาแฝด น้ำมันพราย เลี้ยงผี กุมารทอง เดรัจฉานวิชาสารพัด
เรียกตัวเองว่า เณร แต่ไม่เคยศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนอันเที่ยงแท้
แต่สนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ...หนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า
มีผู้นับถือ และหลงไหลไม่ใช่น้อย เอาเป็นว่าคนดัง ๆ ในสังคมยังยอมไปเป็นลูกศิษย์กันมากมาย
เรื่องรายได้ไม่ต้องพูดถึง แค่น้ำมันพรายขวดกระจิดริด ขวดละ 15,000
ยังมีคนแย่งกันซื้อ...
แถมยังรับจ๊อบ รับจ้างสาปแช่ง กระทำคุณไสย เสกหนังควาย อีกแล้วแต่ใครจะออร์เดอร์มา
เอาเป็นว่าในช่วงนั้นเป็นช่วงขาขึ้น นาทีทองของแกเลยแหละ
มีคนเชื่อถือในความเก่งกล้าด้าน หนังเหนียว ขนาดออกทุนให้เปิดค่ายมวย...ศิษย์เณรแอ๋
เน้นโฆษณาว่า นักมวยทุกคนลงอาคม อาบน้ำมันว่าน หนังเหนียว ต่อยยังไงก็ไม่มีการบาดเจ็บ ไม่มีเลือดตกยางออก
ภาษามวยเรียกว่า...ไม่มีแผล ไม่มีแตก

แล้ววงโคจรแห่ง กรรม ก็มาถึงจนได้
ในการชกเวทีใหญ่ ศึกเพชรยินดี ก็ดั๊นมาจับคู่ระหว่าง
ศิษย์เณรแอ๋ ปะทะ ศิษย์พี่มหา
โธ่เอ๊ย จะไปรอดเหรอวะ...เป็นคำพูดของเซียนมวยทั่วสารทิศที่คิดว่า นักมวยของพี่มหา คงตายแน่ แพ้ชัวร์
บรรดาสารพัดจะพูดกันไป บรรดาคนที่รู้จักกับพี่มหา ก็มาเตือนว่าให้ระวังตัวให้ดี
ทั้งนักมวย ทั้งพี่มหา เจ้าของค่ายนี่แหละ
อย่าไปจ้องตามันนะ...วิชามันเหลือร้าย อาจจะเสียท่าถูกสะกดเอาได้ง่าย ๆ
คาถาอาคมของเราจะถูกดูด จนเสื่อมไปหมด

ทางด้าน พี่มหา ก็ใช่ว่าจะประมาท ตื่นเต้นตึงเครียดอยู่ไม่น้อย
กินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว
เรื่องคาถาอาคม คุณไสยอะไร ก็ไม่มี
ร่ำเรียนมาก็แต่ ธรรมะ ของพระพุทธองค์เท่านั้น
พอกลุ้มหนัก ๆ เข้าก็เลยเข้าห้องพระสวดมนต์ ตั้งสติ ปฏิบัติกรรมฐาน
เอาพุทธัง สรณังคัจฉามิ เป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก
ระหว่างที่อยู่ในภวังค์ เกิดปัญญา มีสติระลึกได้
ธรรมะ ย่อมชนะ อธรรม
สวดมนต์มาแทบเป็นแทบตาย ทำไมไม่เอามาใช้...

พอถึงวันชก บรรยากาศในสนามมันช่างระทึกใจซะจริง ๆ
ใคร ๆ ก็อยากดูว่า นักมวยของ ศิษย์เณรแอ๋ จะแน่แค่ไหน จะหนังเหนียวปานใด
นักมวยในค่ายที่ว่านั้น ก็แสนจะฮึกเหิมเหลือคณา
ตัวลูกพี่ก็เดินกร่างไปทั่วสนามมวย ทักทายเอะอะเสียงดังกว่าใคร
ส่วนทางนักมวยค่ายของพี่มหา กลับตรงกันข้าม
ลูกพี่บอกให้ใช้ สงบสยบเคลื่อนไหว ตั้งสติให้เต็มกำลัง
เรื่องอาคม เรื่องไสยศาสตร์ เดี๋ยวจะจัดการเอง...ไม่ต้องห่วง
พี่มหา เล่าว่าช่วงเวลาตอนนั้นมันเหลือทน
ใครต่อใคร ก็เตือนว่าอย่าสบตากับเค้านะโว้ย เดี๋ยวคาถาเราจะเสื่อมซะหมด
ไม่มีใครซักคนที่คิดว่า นักมวย ของเราจะชนะ
แถมไอ้ตัวลูกพี่ฝั่งโน้นก็เล่นสงคราม...จิตวิทยา...อย่างแรง
ทำตาขวาง บริกรรมคาถา ปากขมุบขมิบตลอดเวลา
ยิ่งถึงนาทีที่ต้องขึ้นชก...สายตาทุกคู่จ้องดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เณรแอ๋...เดินกร่างนำหน้านักมวยมาอย่างฮีกเหิมเต็มที่
ทำตาแข็งขวาง จ้องหน้าพี่มหา ซึ่งถือว่าเป็นคู่ต่อสู้มาแต่ไกล
จนระยะใกล้เข้ามา เณรแอ๋ ก็หยุดนิ่ง จ้องเขม็ง บริกรรมขมุบขมิบ
ส่วนพี่มหา ก็รอเวลาอยู่แล้ว...
หันไปประสานสายตาจ้องตอบ จิตจับที่ลมหายใจ สงบนิ่ง
แล้วท่อง...พุทธชัยมงคล คาถา
พาหุง สะหัส .......................................
ทั่วทั้งสนามมวยที่กำลังอึกทึกครึกโครม บรรยากาศวุ่นวายสับสนสารพัด
แต่สำหรับลูกพี่ของทั้งสองค่ายกำลังปะทะ ต่อสู้กันแล้วด้วยพลังของจิต
ช่วงนาทีนั้น พี่มหา ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
ดำรงสติ ตั้งจิตจับอยู่ที่ความมั่นใจใน...พุทธคุณ
ด้วยเดชะแห่ง พระบรมศาสดา ที่ได้ผจญมารร้ายมาหลายหลาก
ด้วยอานุภาพแห่ง พระพุทธเจ้า ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า
แล้ว...พี่มหา ก็เร่งเร้าพลังศรัทธา เป่าพรวดออกไป
ทางฝ่าย เณรแอ๋ ที่กำลังตาแดง ตาขวาง จ้องเขม็งด้วยจิตมุ่งร้ายหมายสะกดจิตใจอีกฝ่าย
ก็มีอันตกใจ สะดุ้ง...หลบตา
เฉไฉหันไปทำทีพูดกับ นักมวย ลูกศิษย์ของตัว
ไอ้ฝ่ายลูกศิษย์ที่ว่า ก็ออกอาการลอยหน้าลอยตา เชื่อมั่นซะเหลือเกิน
แต่ทางด้าน นักมวย ที่เดินตามหลังพี่มหามา ก็จับจ้องมองเห็นเหตุการณ์โดยตลอด
เกิดความเชื่อมั่นในลูกพี่ขึ้นมาทันตาเห็น
หูได้ยินแต่ พี่มหา สั่งเฉียบขาด...อย่าประมาท หาโอกาสจังหวะให้ดี

พอกรรมการ สั่งให้ชก...
นักมวย ฝ่ายทางโน้นก็โดดผางออกมาอย่างลำพองใจ
เดินเข้าใส่ไม่ยั้ง โยนอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก
ไม่มีการป้องกันตัวเอง ด้วยมั่นใจ...เหนียว
ทางฝ่ายนักมวยของ พี่มหา ได้ยินอยู่แค่...อย่าประมาท หาโอกาสจังหวะให้ดี
แล้วไม่รู้อีท่าไหน ชักศอกเปรี้ยงเข้าให้
นักมวยค่ายอาคมเขมร ก็มีอันคิ้วแตกเป็นแผลลึกยาว...เลือดอาบหน้า
กรรมการต้องให้หยุดชก เรียกหมอมาตรวจดู
คนทั้งสนาม...เงียบกริบไปชั่วอึดใจ แล้วก็ตะโกนกันวุ่นวายยกใหญ่
แตกได้ยังไงวะ...แตกได้ยังไง
หันไปมองตัวลูกพี่กันทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเองก็หน้าซีด และงุนงงในเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนกัน
เมื่อกรรมการสั่งให้ชกต่อได้ อีกไม่กี่นาทีก็มีอันแพ้น๊อค...ด้วยความประมาท การ์ดตก
พี่มหา เล่าต่อว่า...ไม่น่าเชื่อ นักมวย อีกสองคนของค่ายนั้น
มีอันแตกเลือดอาบในยกหนึ่งเหมือนกันหมด...
ตัวเณรแอ๋ รีบหลบออกจากสนามมวยไปตอนไหนก็ไม่รู้
ภายหลังเห็นว่า นายทุนใหญ่ ถอนตัวไม่เอาด้วย
แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเหตุการณ์วุ่นวายถึงขั้นโดนเมียตัวเอง แจ้งความจับในคดีที่รุนแรงมาก
แล้วก็ถูกแจ้งข้อหาจากคนที่เคยมาทำเสน่ห์อีกหลายราย ว่าหลอกลวงต้มตุ๋น
แล้วในที่สุด...คนที่เราก็รู้ว่าใคร...ก็มีอันจบเห่

ผมอยากเล่าเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการซ้ำเติมผู้ใด คนที่เห็นผิดในอดีต ก็อาจจะเห็นถูกในภายภาคหน้าก็ได้
แต่ก็เพื่อ ชี้ให้เห็นว่า...เราสามารถจะเอา พุทธคุณ เป็นสรณะ
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ขอเอาพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งที่ระลึก ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้า...ไม่มี

แล้วท่านผู้ฟังทั้งหลายล่ะ
ยังเอาสิ่งอื่นมาเป็นที่พึ่งให้รุงรัง อยู่อีกหรือเปล่า ครับ


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 17 พฤษภาคม 2555
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 0:26:08 น. 8 comments
Counter : 3352 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ สมกับที่รออ่านจริงๆ พระคาถาพุทธชัยมงคล ดีเลิศ ประเสริฐสุดแล้วครับ สาธุ


โดย: ชัชวาลย์์์ IP: 171.7.217.5 วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:30:21 น.  

 
ตั้งใจอ่านตั้งแต่แรกจนจบ อ่านไปก็เหมือนได้ฟังคุณเล่าเรื่องไป
เห็นภาพเลยค่ะ ก็เคยได้ยินข่าวอยู่เหมือนกัน
เห็นได้ชัด ธรรมะย่อมชนะอาธรรม เป็นมาแต่ไหนแต่ไร
และคงเป็นไปเช่นนั้นตลอดกาล เชื่อในพระพุทธคุณค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันในสิ่งดีดีนะค่ะ


โดย: Bubble-Bee (sweetibee ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:44:15 น.  

 
ชอบอ่านเรื่องของคุณมากค่ะ ขออนุโมทนาบุญด้วยทุกประการ สาธุ เจอเมื่อไรก็อ่าน แต่เจอบ้างไม่เจอบ้างไม่ค่อยต่อเนื่อง


โดย: ยินดี IP: 202.60.207.154 วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:25:59 น.  

 
ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
ได้ข่าวว่าเณรคนนี้หลอกลวง ตอนเป็นข่าวออกทีวี
แถมยังมีการไปสร้างเป็นภาพยนต์อีก ประมาณว่าเป็นคนเก่ง
เห็นแล้วยังมีความรู้สึกว่า คนไม่ดียังจะมาโปรโมทอีก
เศร้าใจกับสังคมไทยเหมือนกันนะคะ


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:34:54 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำดี


โดย: ตัวตน IP: 125.27.139.20 วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:59:34 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำดี


โดย: ตัวตน IP: 125.27.139.20 วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:00:12 น.  

 
ตามมาอ่านอย่างต่อเนื่อง

เล่าเรื่องได้สนุกทุกตอนครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:37:00 น.  

 
อ่านแล้วสนุก ให้แง่คิด เตือนใจ ให้มุ่งมั่นในการทำความดีต่อไป
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: พิมพ์ชนก เซอเรเนส IP: 79.161.163.199 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:59:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.