กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา โอ้..อินเดีย 27

โอ้..อินเดีย 27

เอ้า...มาฟังกันต่อนะ
เล่าค้างไว้ถึงว่าได้กลับมาที่...มหาโพธิเจดีย์ พุทธคยา
มีพวกเราทั้งหมด 40 คนที่เกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า
ตั้งใจปฏิบัติกรรมฐาน...ตลอดคืน
ผมเองก็ตั้งใจมาตั้งแต่ที่ได้มาปฏิบัติฯ ตลอดคืนแรกแล้ว
หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องมาในคืนสุดท้ายนี้ให้ได้ และจะต้องทำให้ดีกว่าครั้งก่อนด้วย
ยิ่งตลอดเวลาหลายวัน ที่ได้เดินทางไปกราบสังเวชนียสถานในที่ต่าง ๆ
ได้ตามรอยบาท พระบรมศาสดา
ได้ทนทุกข์กับความกันดาร ได้สัมผัสบรรยากาศ ความทรหดของการเดินทาง
ได้เห็น ได้เข้าใจ อะไรต่อมิอะไร...แม้จะเพียงหนึ่งในหมื่นของสมัย พุทธกาล
ก็ยังเหนื่อยยากขนาดนี้
แต่ก็ได้ความเชื่อมั่น ความอิ่มเอม
เมื่อได้กราบลง...ทุกแห่งที่พระพุทธองค์เคยประทับร่องรอยไว้
ความ ปิติ มันจะเต็มตื้นขึ้นในหัวใจ...ทุกครั้ง
มีหลายต่อหลายหนเลยที่ น้ำตา มันไหลออกมาเอง
น้ำตาแห่งความ ปิติ ซาบซ่าน
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มันทำให้เกิดความกระตือรือล้นที่จะมา ปฏิบัติฯ ตลอดคืนให้ได้

แต่...อานิสงส์คงจะมากเหลือ มาร จึงมาผจญอย่างแรง
สิ่งแรกที่ต้องต่อสู้ คือความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางตะลอน ๆ
ทรหดทัวร์มา 8 วัน 8 คืนเต็ม ๆ
แล้วที่นึกไม่ถึงคือ อากาศเย็นจนหนาวอย่างกระทันหัน
ทำให้เริ่มเป็นหวัด มีไข้อ่อน ๆ น้ำมูกใส ๆ ไหลย้อย
หายใจไม่ค่อยออก

คนที่มาด้วยกันทั้ง 40 คน ก็ต่างจริต ต่างครูบาอาจารย์
ที่เล่าว่า คุณป้า คนหนึ่งที่ แม่ชี ท่านเตือนให้ระวังน่ะ
เค้าก็มากางกระโจมมุ้งอยู่ในกลุ่มติด ๆ กัน
พอทุกคนเริ่มเข้าที่ สวดมนต์ ตั้งจิตเข้าสมาธิ...
คุณป้า ก็ทำเหมือนกัน แต่...แกเล่นสวดออกเสียง อ่ะ
ถึงแม้ว่าจะเสียงดังไม่มาก แต่ก็ด้วยความเงียบสงัดของสถานที่ เลยทำให้ได้ยินกันหมด
ที่สำคัญ แกสวดเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ จังหวะก็แปลก ๆ
แถมมีออกท่า ออกทางด้วยแน่ะ
ทีแรกผมนึกว่าแกปัดยุง แต่พอดูไปนาน ๆ ถึงได้เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวปฏิบัติฯ แบบเคลื่อนไหวน่ะ
ตัวผมเองไม่ได้มีปัญหากับ คุณป้า อาจจะเป็นเพราะอยู่ห่างกันพอสมควร
และก็มัวแต่กลุ้มใจเรื่อง ยุง กับน้ำมูกไหลหายใจไม่ออก
จนตั้งสมาธิไม่ติด...
แต่พวกคุณหมอทั้งหลาย เค้ากางกระโจมอยู่ติด ๆ กับคุณป้าคนนี้
คุณหมอเค็ก ไม่ต้องพูดถึงลำพังเรื่องหวัดก็แย่อยู่แล้ว
แต่คนอื่น ๆ ที่เหลือมาเล่าให้ฟังทีหลัง โดยเฉพาะคุณหมอปุ๊กกี้ ชาราร่า
เธอบ่นว่า คุณป้า แกส่งคลื่นแปลก ๆ ออกมารบกวนตลอดเวลา
แม้จะพยายามตัดออกไปเท่าไหร่ แต่ก็ไม่สำเร็จ
ทนไม่ไหว ต้องออกมาเดินจงกรมอยู่ห่าง ๆ
คุณหมอโอ๋ หนุ่มหล่อเล่นหอบกระโจมหนีไปอีกด้านของพระเจดีย์เลย
คุณหมออีก 2 คนใช้วิธีนอนเอาแรงรอให้ คุณป้า แกเหนื่อยซะก่อน
แต่แกยิ่งสวด ยิ่งคึก ยิ่งดึกเสียงยิ่งดัง
ต้องหนีออกมาเดินภาวนาเหมือนกัน
มาภายหลัง ผมไปคุยกับคุณป้าคนนี้ว่าสวดมนต์ด้วยภาษาอะไรเหรอ ครับ
ท่าทางขลังดีชมัด
แกยิ้มบอก ภาษาไทยนี่แหละ แล้วก็หยิบหนังสือสวดมนต์ของแกให้ดู
เป็นของสำนักสงฆ์แถว ๆ กาญจนบุรี เป็นทำนองสรภัญญะ
แต่แต่งเนื้อใหม่ทั้งหมด บทยาวเหยียดหลายหน้ากระดาษ
คุณป้า แกบอกยิ่งสวด ยิ่งคึกคัก พลังยิ่งเพิ่ม
สามีคุณป้าที่มาด้วยก็เล่าว่า เขาเองก็ปฏิบัติฯ ใกล้ ๆ กันไม่ได้
เค้าจะส่งกระแสแปลก ๆ ออกมารบกวนอย่างแรง...
แปลกดี แฮะ

ส่วนตัวผม พอนั่งปฏิบัติฯ แล้วน้ำมูกมันไหลตลอดเวลา
เลยต้องมาใช้วิธีเดินสวดมนต์ เดินปฏิบัติฯ พอให้ได้เหงื่อ
แล้วก็มุดเต็นท์เข้าไปปฏิบัติฯ ต่อ
มุดออก มุดเข้าทุกครั้ง ยุง ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที
จาก 3 ตัวเป็น 4 ตัว 5 ตัว 7 ตัว มันไม่ยอมออก แต่ตามเข้ามาทุกที...
ผมคอยนับด้วยความหวาดระแวง
พอเริ่มเข้าสมาธิได้ที่...อ้าว น้ำมูกไหลอีกแล้ว
วนเวียนอยู่อย่างงี้ ตลอดเวลา
ต้องใช้วิธีออกมา เดินจงกรม พิจารณาสิ่งที่เข้ามากระทบ
เดินไป ตามดูจิตไป...รอบ ๆ พระมหาเจดีย์
พอเหนื่อยนัก ก็มุดเข้าเต็นท์ไปนั่งปฏิบัติฯ ต่อ
สู้กันจนครึ่งคืนได้ละมั๊ง...
อีทีนี้ มารมาแบบใหม่ พอจิตนิ่งได้ที่ก็ ง่วงงุน เป็นบ้าเป็นหลัง
ง่วงจนคอตกหงึก ๆ บางทีหัวส่ายไป ส่ายมา ด้วยซ้ำ
ไม่รู้อะไรนักหนามัน ง่วง อย่างที่สุด
แต่ก็ตั้งอธิษฐานแล้วว่าจะไม่เอนลงนอนตลอดคืน
แถมมุ้งข้าง ๆ กันเป็นใครก็ไม่รู้ นาน ๆ ทีมีเสียง กรน เบา ๆ ด้วย
ฟังเค้ากรนแล้ว ผมยิ่งง่วงหนักเข้าไปใหญ่

ในที่สุด ไม่เป็นอันทำอะไร
ได้แต่ออกมาเดินสวดมนต์ เดินจงกรม เดินดูจิต...
พอเหนื่อยก็พัก ง่วงหนัก ๆ ก็เดินดูคนอื่นเค้าปฏิบัติกัน
ก็สนุกดีนะ...ได้เห็นคนอื่น ๆ ที่เค้ามีศรัทธาอย่างล้นเหลือ
พระธิเบต มากมายหลายรูป เดิน 2 – 3 ก้าว ก้มลงกราบทั้งตัว
แบบ อัษฎางคประดิษฐ์ นอนราบไปบนพื้นครั้งหนึ่ง
เดินไป กราบราบไปอย่างนี้ไม่รู้กี่รอบ ต่อกี่รอบพระมหาเจดีย์
พระมหายานบางรูป ก็นั่งสวดมนต์ไป โปรยเมล็ดพืชพวกถั่วลงไปบนฝาบาตรไป
แล้วก็กอบขึ้นมาโปรยใหม่ เสียงดัง แกร็ก...แกร็ก...แกร็ก...แกร็ก...ตลอดเวลา
บางรูปก็ง่วงหนัก แต่ก็สู้น่าดู...ง่วงโงกจนหัวขวิดซ้ายที ขวาที
แต่ก็ยังโปรยเมล็ดพืช ดังแกร็ก...แกร็ก...แกร็ก...ตลอดเลย
แล้วผมเห็น พระไทย รูปหนึ่งท่านมากางมุ้งปฏิบัติกรรมฐานอยู่มุมเงียบ ๆ
ด้านหน้า พระพุทธเมตตา
มาจากเมืองไทย มาเงียบ ๆ ไม่ต้องการอวดโอ่กับใคร
แต่ตั้งใจปฏิบัติฯ จริงจัง...
แอบรู้มาว่า ท่านมาปฏิบัติฯ ตลอดคืนมา 20 คืนแล้ว
ท่านนั่งสมาธิ ดำดิ่ง นิ่ง สงบ
เห็นแล้วชื่นใจ นับถือศรัทธา แทบจะก้มลงกราบเลย

เดินดูจิตไป ดูคนอื่นไป
เห็นคณะพวกเราหลายท่าน หลายคน ที่นึกไม่ถึง
แก็งค์สามสาวมั่น ที่เคยเล่าไว้ตอนแรก ๆ
พวกเธอยังอายุไม่น่าเกิน 30 เป็นนักเรียกนอกทุกคน
จำได้ว่าคนนึง เป็นผู้บริหารด้านการเงินของ เชฟโรเล็ต ประเทศไทย
คนนึงตำแหน่งใหญ่เหมือนกัน อยู่ชมรมพุทธ เอสโซ่ ประเทศไทย
ส่วนอีกคนมีกิจการใหญ่อยู่ที่บ้าน
ใครว่าคนปฏิบัติธรรมแล้ว นุ่มนิ่ม อ่อนแอ เงียบหงอย
แต่บุคคลิกจริตก้าน แต่ละคน...ห้าวหาญ
เพราะกลุ่มผู้หญิงที่มาแต่ละท่านนี่ เก่งกล้าสามารถกันทุกคน
สามสาวสวยห้าว แก็งค์นี้สนใจ พุทธศาสนา แบบพวกฝรั่ง
มุ่งมั่นเอาแต่แก่นธรรมะ ไม่เอาเปลือก ไม่เอากระพี้
หัวเราะเยาะเครื่องรางของขลัง ไม่สนใจพิธีกรรม
แต่ลึกซึ้งใน แนวคิด แนวทาง หลักการ ที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้
ตีโจทย์สัจธรรม กิเลส ตัณหา อุปาทาน เวทนา สังขาร ซะกระเจิง
ผมโชคดีระหว่างเดินทางได้นั่งติดกับ เธอ คนหนึ่งในแก็งค์นี้
ได้คุยถกเถียง ปุจฉา โดนเธอ วิสัชชนา ซะยับเยิน
พวกเค้าเข้าใจธรรมะ ถึงแก่นกลาง จริง จริง เลย
ทีแรกคิดว่า สนใจแต่แนวคิด ปรัชญา ในเนื้อหาอย่างเดียว
แต่พอมาเห็นพวกเค้า...นั่งปฏิบัติกรรมฐาน นิ่ง สงบ สู้สุดฤทธิ์
สู้อยู่ตลอดคืน ถึงเช้าแน่ะ
เห็นแล้วก็แทบอยากจะกราบพวกเธอทั้ง 3 สาวซะจริง จริง

เดินวนไปเจอกระโจมมุ้ง ของพระอาจารย์ พระครูพิศาลฯ
ตอนก่อนเที่ยงคืน เห็นท่าน...นั่งหลับ แล้วผมเกิดความรู้สึก แว๊บ..บ...ขึ้นในอกทันที
เห็นแล้ว สงสาร ท่าน สงสารพระอาจารย์วิทยากรทุกรูป เป็นอย่างมาก
พระครูฯ ท่านอายุไม่น้อยแล้ว แต่...ตลอดทางที่ทรหดทุกวัน ทุกวัน
ท่านคอยพูดคอยสอน ให้ความรู้ ชักชวนให้สนใจเรื่องนั้น เรื่องนี้ตลอดเวลา
ท่านทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนา อย่างเต็มที่ เต็มกำลังในแบบของท่าน
ไม่ได้ย่อท้อ เหน็ดเหนื่อย หรือเอาแต่สบายแต่อย่างใดสักนิดเลย
โถ...ท่านคงเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อย่างถึงที่สุด
นอกจากทำประโยชน์ให้คนอื่น แล้วยังต้องหาเวลาทำประโยชน์ตน
เพื่อให้หลุดพ้นอีกต่างหาก
ทุกวันที่เห็น ท่านทั้งผลัก ทั้งดัน...กงล้อพระธรรมจักร
สุดแรง สุดกำลัง...ทุกวัน

ทุก ๆ คนที่ผมเห็นอยู่รอบ ๆ พระมหาเจดีย์
มาจากทั่วทุกสารทิศ มาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่กันคนละมุมโลก
แต่โคจรมาเจอกัน มาปฏิบัติฯ ในสถานที่ เวลา เดียวกัน
เป็น...นักสู้ กันทุกคน
ต่างคนต่างก็ สู้ กับ อวิชชา กิเลส ตัณหา อุปาทาน เต็มที่เต็มกำลัง
แต่ละคน เห็นก็รู้ว่าเหนื่อยอ่อนเพลียทั้งนั้น
แต่ก็ ฮึด สู้กันสุดฤทธิ์
คงจะเป็นเพราะ...ทุกคนรู้ที่หมาย ที่ไป แน่ใจชัดเจนแล้ว
ถึงได้ดั้นด้น เดินตามรอยบาทพระบรมศาสดา อย่างไม่ย่อท้อ
เฮ้อ..อ..อ...
เห็นพวกเค้าทั้งหลายแล้ว ศรัทธา มันเต็มตื้นขึ้นอย่างฮึกเฮิม
เอาละ...ผมจะขอเดินตามด้วยคน
ถึงจะยังไม่เก่ง ยังไม่เอาไหน แต่ก็จะเดินไปด้วย นะ
ท่านพุทธทาส เคยถามว่า...เกิดมาทำไม
ผมว่าพอจะรู้ ที่หมาย ที่ไป ชัดเจนแล้ว
เหลือก็แต่ ตีโจทย์ ตามดูจิต ตั้งสติรู้
แล้ว ปล่อยวาง ให้ได้เท่านั้น
กัลยาณมิตรทั้งหลาย อย่าทิ้งกันล่ะ
ช่วยฉุดกระชาก ลากถู เอาผมไปด้วยนะ

ในที่สุดก็พยายามสู้ นั่งปฏิบัติฯ เดินภาวนา จนถึงตี 3 ครึ่ง
เพราะต้องรีบเก็บเต็นท์ออกไปตอนตี 4
ระหว่างที่นั่งเก็บพับเต็นท์ ได้ใบโพธิ์ที่ตกอยู่รอบๆ เต็นของผมอีก 2 ใบ
โอ้...ดีใจ๊ ดีใจ
แล้วก็นึกขำ ๆ พูดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์...ในใจ ว่า
คืนที่ผ่านมานี่...แม้จะง่วง จะเหนื่อย จนปฏิบัติฯ แทบไม่ไหว
เข้าสมาธิได้ไม่นิ่งพอ แต่ก็...สู้สุดฤทธิ์
ไม่ได้เอนหลังลงแตะพื้น ตามที่อธิฐานไว้เลย นะครับ
ไม่รู้ว่าครั้งนี้ผมจะ สอบผ่าน หรือเปล่า น๊า...
พอนึกจบเท่านั้นแหละ...คุณเอ๊ย.ย..ย
ใบโพธิ์ ร่วงลงมาที่ตักตรงหน้า ทันที เดี๋ยวนั้น เล๊ย
ที่สำคัญ...ใบโพธิ์ ใบนี้มีไม่เต็มใบ
แหว่งไปเกือบครึ่ง เหลืออยู่แค่ซีกเดียว...
ผมงี้ตัวชา ขนลุก
รีบเงยหน้าพนมมือขึ้นขอบพระคุณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในที่นั้น
ที่เมตตา ให้...ใบเกรด มา

เฮ้อ...ท่านที่รักทั้งหลายช่วยคิดหน่อยซิว่า
ผมสอบผ่าน หรือเปล่า



อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 11 มิถุนายน 2555
Last Update : 11 มิถุนายน 2555 8:20:38 น. 0 comments
Counter : 2888 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.