กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 6

กรรมทันตา อาชีพเชฟ...อาชีพทรหด 6

สวัสดีครับ...ท่านที่สนใจอยากเป็น เชฟ Chef
ขอย้อนความ นิ๊ด.ด..ด นึง ว่าที่เล่าเรื่องมาทั้งหมดตั้งหลายตอน
ไม่ใช่ว่ามีนัยยะ หรือแอบแฝงอะไรหร๊อก..ก
มันคงมาจากได้เห็นคนรู้จัก...บีบบังคับ ลูก ให้เรียนในสาขาที่ พ่อ แม่ อยากให้เรียน
กดดัน ให้ลูกเป็นอย่างที่ตัวเป็น
พ่อ เป็นหมอคน แม่ เป็นหมอสัตว์...
ลูกสาว อยากเป็น อาร์ตติส ดีไซด์เนอร์
แต่คุณพ่อแม่ไม่ยอม บีบบังคับสารพัด
จนลูกยอมไปสอบติด สัตว์แพทย์ เหมือนแม่....สมใจ
แต่พอเปิดเทอมไปแค่ไม่กี่เดือน ลูก มันเครียดมันไม่ชอบ
ก็เริ่มมีปากเสียง ก้าวร้าว เถียงพ่อเถียงแม่....จนต้องให้ยาระงับประสาท เฮ้ออ.
ตัวผมเอง โดนบังคับให้เรียน บริหารงานบุคคล
ก็ยอมไปเรียนนะ...แต่ไปชอบด้าน การตลาด
เรียนอยู่ห้องบริหารฯ แต่หูเงี่ยฟังอีกห้อง แถมยังไปช่วยเค้าทำรายงานซะอีก
จบออกมาไม่ยอมทำด้านบริหารบุคคลเลย
พอมี ลูก ของตัวเองเลยเข้าใจ ปล่อยให้หาตัวเองตามสบาย
ชอบอะไร ผมกับภรรยา ก็เอาด้วยชอบด้วย
แต่จะคุยกันเยอะ ลงลึกในรายละเอียดว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป
ถ้าเลือกเรียนอันนี้ ชีวิตจะไปเส้นทางนี้
ถ้าเลือกอันนั้น ชีวิตก็จะไปเส้นทางนั้น
แล้วทางเดินใน 5 ปี 10 ปี 30 ปี ข้างหน้ามันจะไปทางไหน ต้องเจอกับอะไรบ้าง
ถ้าระหว่างทาง ชีวิตมันผิดพลาดแล้วจะมีทางหนีทีไล่ยังไง
ออกไปดูชีวิตจริงของคนในเส้นทางที่เราอยากจะเลือก
ว่าพวกเค้าเป็นยังไงกัน ช่วงกลาง ช่วงปลายของชีวิตมักจะไปจบลงที่ไหน...

ในที่สุดลูกสาวคนเล็ก ก็มาเส้นทางนี้...ทางสายอาหาร เส้นทางเชฟ
ทีแรกก็คิดว่าไม่ยากเย็นซักเท่าไหร่ ไม่หนักหนาหรอกน่ะ
แต่พอเจอของจริง ทั้งผม ภรรยา และตัวลูกสาวเอง ก็ต้องตกใจ
โลกของอาหาร มันกว้างใหญ่ ล้ำลึก
แปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน แต่...ก็สุดแสนจะเหนื่อยหนักหนา
มันสนุกตั้งแต่เริ่มต้นเหมือนวิ่งวิบาก บวกมาราทอน...
วิ่งไป กระโดดไป เป่าแป้งไป ซักยี่สิบ สามสิบรอบ
เหมือนนักกีฬายกน้ำหนัก...ต้องฝึกต้องฝนทุกวัน เริ่มยกจากน้ำหนักน้อย ๆ
แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักความเหนื่อยยาก ความท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนผม ก้บภรรยาทำได้ก็แค่กองเชียร์
คอยระวังหน้า ระวังหลัง ส่งข้าว ส่งน้ำ ซับเหงื่อ เช็ดน้ำตา และให้กำลังใจ

เลยอยากมาบอกเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะเดินตามเส้นทางนี้
เตือนให้รู้ตัวก่อนว่าว่าชีวิตจะต้องเจอกับอะไร
โหด มัน ฮา แค่ไหน...
รวมทั้งบอกกับ พ่อแม่ ของพวกเค้าด้วยว่าต้องเตรียมตัวเตรียมใจ
ใช้เงินมากเท่าไหร่ ห่วงกังวล ต้องถ่างตารอดึกดื่นยังไง
บอกเส้นทางลัด เส้นทางลับ หลุมบ่อแต้มต่ออยู่ตรงไหน....

โอ๊ยย....บ่นบ้ามาซะยาว กลับมาเอาเนื้อหาก่อน
สิ่งแรกที่น้อง ๆ มัธยม ต้องเตรียมคือ...
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ขออนุญาตลอกคำตอบของอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่บอกว่า
... เนื่องจากประกาศนียบัตร เป็น วท.บ.
การจะออก วท.บ.ได้จะต้องมีวิชาแกน ทางวิทยาศาสตร์
ตามจำนวนที่ สกอ. ระบุไว้
หากไม่ใช่ วท.บ. วิชาเหล่านี้จะไม่มีก็ได้ ค่ะ
แต่วิชาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาในการคิดวิเคราะห์
และปูพื้นให้เข้าใจในวิชาอื่น ๆ
เนื่องจากในรุ่นที่น้องเขาเรียน มีเด็กมาจากหลายสาย
ทั้งเด็กมัธยมสายศิลป์ และเด็กนักเรียนจากโรงเรียนพานิช ปนมาอยู่ด้วย ค่ะ
แต่ ปัจจุบันมีการปรับหลักสูตร
โดยลดวิชาแกนเหล่านี้ และปรับเปลี่ยนเป็น...
วิชาวิทยาศาสตร์เชิงประยุกต์ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหารแล้ว ค่ะ ......

อีกครั้งนะครับ...เด็กที่เรียนสาย คำนวณ หรือ ศิลป์ภาษา ก็เข้าเรียนได้
แต่ต้องเตรียมความพร้อมทางวิทย์ฯ มาด้วยนะ....เจอแน่
อ้อ... ภาษา นี่เป็นอาวุธลับที่สำคัญอย่างนึกไม่ถึงเลย แหละ
เล่าไปแล้วว่า ลูกสาวของผม นอกจากเรียนในเวลาปรกติแล้ว
วันหยุดยังไปทำงานเป็น...
ผู้ช่วยเชฟ ผู้ช่วยสอน ใน ร.ร.การอาหารนานาชาติสวนดุสิต อีกด้วย
อีทีนี้มี เชฟฝรั่ง ที่เป็นเชฟใหญ่จากโรงแรม หรือจากครัวการบินไทยมาสอนด้วย
ท่านเหล่านั้นพูดไทยไม่ค่อยจะได้ ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอน
จึงต้องมีล่ามช่วยแปลช่วยอธิบาย
กลายเป็นโอกาสให้ได้ใช้ความรู้ทางภาษา อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่เรียนมาตอนมัธยม
เป็นทั้งล่าม ทั้งผู้ช่วย ไปในตัว เป็นที่โปรดปรานของเชฟฝรั่งมาก......
ในงานแข่งขันการทำอาหารนานาชาติ ที่บางครั้งมาจัดในประเทศไทยเรา
ส่วนใหญ่ก็ที่ เมืองทองธานี หรือไบเทค
ลูกสาวของผมและเพื่อน ๆ ก็สมัครไปเป็นสต๊าฟทีมงาน วิ่งวุ่นหัวหมุนสารพัด
ด้วยความที่พอจะเจรจาต่างภาษาได้ เลยถูกให้ไปประจำอยู่กับชาติต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลย์ ฯลฯ
และเป็นล่ามไปในตัวด้วย....เป็นแต้มต่อที่เข้าตา เชฟใหญ่ๆ บิ๊กเบิ้ม ทั้งหลาย
ถึงขนาดเรียกไปบอกว่า...มาฝึกงานกับพวกเค้าก็ได้นะ
ที่สำคัญ ตำราอาหารยุโรป มันเป็นภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส แทบทั้งนั้น

สิ่งที่สำคัญจะต้องมี คือ....ใจ
ต้องมี ใจรัก ทางด้านนี้
ที่จริงแค่ใจรักมันยังไม่พอ...มันต้อง รักและหลงไหล
ต้องมี อิทธิบาท 4
ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ต้องรักต้องหลงไหล ในทางนี้
เมื่อรักมันหัวปักหัวปำแล้ว ต่อให้เหนื่อยยากซักแค่ไหนก็ไม่ย่อท้อ
ทำงานหนักแค่ไหน เหนื่อยล้าเท่าใด มันก็ยังสนุก ยังตื่นเต้น
ทำแล้วผิดพลาดก็ไม่เป็นไร ทำใหม่ เริ่มใหม่ อีก 10 ครั้ง 20 ครั้งก็ยังสู้
ลุยมันเข้าไป เรียกว่ามี...วิริยะ
สนใจตาดู หูฟัง คุยแต่เรื่องอาหาร เรื่องเบเกอรี่ เรื่องเมนูแปลก ๆ ใหม่
เรียกว่า ....จิตตะ หรือ จิตจดจ่อ
จดจ่อกับอะไร สิ่งนั้นก็จะขยายผล
มันก็จะหาวิธีค่อยคิด ค่อยวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ว่าขาดตกบกพร่องยังไง
เรียกว่ามี...วิมังสา
ทุกอย่างมันต่อเนื่องดำเนินไปเพราะแค่เริ่มต้นจาก....ใจรัก และหลงไหล

เมื่อได้เข้าไปเรียนแล้ว ต้องกระโดดเข้ากลุ่มคนเก่ง กลุ่มหัวกะทิ
หา กัลยาณมิตร ไอ้พวกนั่งหน้าห้องนั่นแหละ
ไม่ใช่กลุ่ม...ปาปะมิตร
มองกันไปมองกันมาซักเดือนเดียวก็จะรู้แล้วว่า เอาจริงเอาจัง หรือคนไหนเหลวไหล
ยิ่งเมื่อเข้าครัวจริง ก็ยิ่งเห็นชัด พวกอู้ พวกเอาเปรียบ พวกเอาหน้า....
นิสัยถาวร มันจะโผล่ออกมา
ต้องโดดเข้าหาแรงเหวี่ยง เราจะได้รับพลังมีแรงไปด้วย
ครูอาจารย์ ต้องรู้คุณ ต้องกตเวทีเกาะติดอาสารับใช้
ท่านให้เราได้มากมาย เอาใช้หากิน สร้างเนื้อสร้างตัวไปตลอดชีวิต
งานพิเศษ ยิ่งทำยิ่ง มันส์.ส์..ส์
ยิ่งเปิดหูเปิดตา ได้เห็นโลกทรรศน์แปลก ๆ ใหม่ ๆ
ได้ฝึกมือ โธ่...ลองคิดดูซิจะไปหาผักที่ไหน 2 – 300 กิโลฯ มาฝึกหั่นฝึกปอก
จะไปหาเนื้อสัตว์ที่ไหนมาลองแล่ ลองทำให้เกิดทักษะความชำนาญ
พวกเชฟเนียะนะ เห็นแค่หั่นผัก แล่ปลา หั่นเนื้อ ก็รู้แล้วว่าฝีมือแค่ไหน....
แล้วยังได้สตางค์ด้วย

น้องโดนัท แกอยากได้โทรศัพท์รุ่นหรูแต่ แม่เค้าไม่ให้
สุดท้ายขอผ่อนเอง...โดยทำงานพิเศษสารพัด
ยิ่งทำงานพิเศษมาก พลอยได้รู้จักคนเยอะ ลู่ทางโอกาสก็ตามมา
ผมคุยกับลูกเสมอ ว่า....ทำมาก ยิ่งได้มาก แอ๊คชั่น เท่ากับรีแอคชั่น
ทำ เหตุ ให้มาก ผล ที่ตามมาก็มาก เป็นเงาตามตัว

สิ่งที่บั่นทอนความสำเร็จของคนเราอย่างสำคัญ และนึกไม่ถึง คือ...ความกลัว
กลัวอาย กลัวแพ้ กลัวเสียฟอร์ม...
กลัวการถูกวิพากษ์ วิจารณ์
จำไว้นะลูก ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นเค้าจะมองเรายังไง
สนใจแต่ว่าเรานี่แหละ คิดอะไร ทำอะไร กำลังมุ่งหน้าไปทางไหน
ถ้าคิดว่าสิ่งที่จะทำมัน ดี ก็ลุย เล๊ยย.ย..ย
ถ้าดูแล้วไม่ดี ไม่เข้าท่า ก็ทิ้งมันซะเลย
ใครจะคิด จะพูด จะทำอะไรที่ไม่เข้าท่า ไม่ต้องสนใจ คิดซะว่า....เรื่องของ บึง
ใครจะหมั่นใส้ หรือมาว่าอะไรก็ช่าง.ง..ง กระซิบบอกมันไป....เรื่องของ กรู
เราต้องหมั่นตรวจเช็คตัวเองอยู่เสมอ
คนเราน่ะ... ดีชั่ว อยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำ อยู่ที่ทำตัว
ขยันเข้าไว้นะลูก ทำมันทุกอย่าง...
ทำทุกอย่างที่คิดว่าดี ทำดีเท่าที่ทำได้
ทำไปหมด อาสาไปหมด
ครูอาจารย์ หรือเชฟคนไหนอยากได้อะไร วิ่งวุ่นหาให้หมด
เสื้อเชฟ ผ้ากันเปื้อน รองเท้ากันลื่น แม้กระทั่ง กระเป๋าใส่มีด
พวกเชฟจะมีปัญหาคือ มีดมันเยอะ ไปไหนมาไหนต้องหอบเอาไปด้วย
เหมือนเป็น อวัยวะส่วนหนึ่ง
บางคน 5 – 6 เล่ม แถมเหล็กลับมีดอันเท่ากระบอง ต้องหากระเป๋าใส่
แต่ของนอกมัน แพ๊งง..ง แพง เลยไปหาต้นแบบมาทำการ...ก๊อปปี้แอนด์ดีเวลลอป
ทีแรกๆ ก็เย็บใช้เอง เพื่อน ๆ ชอบเลยทำขายซะเลย ได้อย่างใจและถูกด้วยนะ
ทุกวันนี้ก็เห็นยังมีคนสั่งซื้ออยู่

การแข่งขัน นี่สำคัญเลยแหละ
เพราะมันจะเป็น ตัวเร่ง ให้ตัวเราก้าวกระโดดพัฒนาทั้งความคิด ทั้งฝีมือขึ้นอย่างรวดเร็ว
ต้องผลักดันตัวเองเข้าแข่งให้ได้มากที่สุด แพ้ชนะ มันก็เท่านั้น
แต่ที่สำคัญเราได้ ลงแข่ง ได้ฟิตซ้อม ได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก
แพ้ ก็ไม่เห็นจะเป็นไร ไม่ตายซักกะหน่อย
แต่มันก็ต้องเสียบางอย่างไปเหมือนกัน
แลกกับเวลาพักผ่อน และชีวิตวัยรุ่น
เนื้อตัวบาดแผลเกลื่อนกราด...ทั้งมีดบาด ทั้งแผลไฟลวก
หลายครั้งที่พลาดถูกหม้อร้อน ๆ
หรือบางที เชฟ เอ็ดตะโร ต๊ก.ก..ใจ จับกะทะร้อน ๆ ก็เคยมาแล้ว
พวกเชฟเก่ง ๆ นี่ ต้องมีกระเป๋ามีด ชุดเชฟ รองเท้า...พลาสเตอร์ และยาใส่แผล

เออ...นึกได้เรื่องนึง
แต่ก่อน ลูกสาวของผม เป็นประเภทเรื่อยเฉื่อย ไม่กระฉับกระเฉง
ได้หน้าลืมหลัง เหมือนสมองไม่ค่อยได้ทำงาน ไม่มี...สติ
แต่พอมาเรียนทางด้านนี้ กลับเป็นคนละคน
กระตือรือล้น เอาจริงเอาจัง มีสมาธิเพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซนต์
พอมาเห็นเวลาพวกนี้ทำงาน หรือฝึกซ้อมแล้วถึงได้เข้าใจ
มันถูกฝึกให้...ต้องมี สติ จิตจดจ่อ มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ทำงานอยู่กับ มีดคมกริ๊บ..บ และของร้อน ๆ เดือด ๆ
ทั้งอาจารย์ผู้สอน ก็คอยโว้กเว้กเร่ง มันเลยต้องว่องไว แข่งกับเวลา
กลายเป็นเหมือนถูกฝึก...ขณิกสมาธิ ไปในตัว

แต่...เรื่องที่ผมเห็นแล้วแปลก ๆ คือ
พวกนี้เวลาว่าง ก็จะเอามีดออกมาเช็ค ออกมาลับ
มือซ้ายถือกระบองเหล็กลับ ชาร์ปเพ็นนิ่ง
มือขวาถือมีดยาว 8 นิ้ว แล้วกวัดแกว่ง ถู กันดังง.ง คว๊าป...คว๊าป...คว๊าป.ป..ป
เสียวใส้กลัวมันแฉลบบาดเข้ามือ เห็นทีไรใจเต้นทุกที
ไอ้คนลับ ก็เพ่งสมาธิ ทำหน้านิ่ง ๆ ดู ดูไป อย่างกับพวกฆาตกรโรคจิต
แล้วเด็กพวกเนี๊ยะ...มันพก มีดเชฟ ไปโรงเรียนแทบ ทู๊ก..ก วัน
น่ากลัวมาก.ก..ก

มีคนสงสัยว่า กรรมทันตา ยังไง
โธ่...กรรม คือการกระทำ มันยุติธรรม ส่งผลออกมาเสมอ
ทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น เพียงแต่ช้าหรือเร็ว
แอ๊คชั่น เท่ากับ รีแอ๊คชั่น
ทำมากได้มาก ทำน้อยก็ได้น้อย
เหนื่อยหนักมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งสูง
อาชีพนี้สุดแสนจะ ทรหด
แต่ผลตอบแทนแสนจะ คุ้มค่า ....


อนณ 093-149-9564
tobeteam@yahoo.com




Create Date : 06 กรกฎาคม 2556
Last Update : 10 ตุลาคม 2558 22:01:45 น. 2 comments
Counter : 2487 Pageviews.

 
อยากเห็นคุณอณณ ออกรายการธรรมะบันดาลใจอีกจัง ฟังแล้วมีกำลังใจดี


โดย: รัก IP: 110.171.193.157 วันที่: 5 สิงหาคม 2556 เวลา:13:04:01 น.  

 
ชอบอ่านบลอกนี้มากค่ะ
อย่าแอบปิดบลอกหนีไปไหนนะคะ..เสียดาย


โดย: แวะมาเชียร์ IP: 180.183.26.206 วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:15:31:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.