กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา แม่นางกวัก

แม่นางกวัก

เมื่อ 25 ปีก่อน ตั้งแต่แยกออกมา เปิดเต็นท์รถด้วยตัวเอง
เห็นคนอื่นเขามีเครื่องรางของขลังช่วยค้าขาย ก็เลยอยากมีบ้าง
คุณหม่อง ภรรยาของผม ไปรู้มาจากไหนก็ไม่ทราบ ว่าที่วัดสาม... นครปฐม
มีพระดัง เสกแม่นางกวัก ขลังนักหนา...ก็เลยไปที่วัดนี้กัน
เมื่อไปถึง ก็ได้รู้ว่าหลวงพ่อต้นตำหรับมรณะภาพแล้ว...
เหลืออยู่แต่พระลูกศิษย์เอกได้รับถ่ายทอดวิชา ดำเนินการแทน...ซึ่งมองดูขลังดีนะ
เลยได้แม่นางกวัก เป็นปูนปลาสเตอร์ สูงประมาณคืบกว่าๆ ทาสีทอง
นั่งยิ้ม ยกมือขวาขึ้นกวัก เรียกเงินเรียกทอง...ยิ้มสวยเชียว
ก็เอาขึ้นหิ้งบูชาที่เต็นท์รถ...จุดธูปไหว้ ถวายผลไม้ทุกวัน

เมื่อขายรถได้แต่ละคัน ก็จะซื้อสร้อยทองคำ หนักครึ่งสลึงบ้าง หนึ่งสลึงบ้าง ใส่ไว้ที่คอท่าน
พอได้เยอะๆ แล้วก็ถอดไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้แม่นางกวักไป...ถือว่าเป็นเงินของท่าน
เคยมีครั้งหนึ่ง มีพายุพัดแรง ทำให้แม่นางกวัก ตกลงมาคอหัก
ต้องนำไปที่วัดสาม... เพื่อเปลี่ยนใหม่ ปลุกเสกกันใหม่

ต่อมาจนถึงช่วงที่กิจการผมเจ๊ง...เป็นหนี้ล้านกว่า อย่างที่เคยเล่าแล้ว
ผมทั้งเสียใจ ท้อแท้ ทั้งพาลโกรธไปหมด แม้กระทั่งแม่นางกวัก...
วันที่ออกจากตลาดรถยนต์นั้น ผมเก็บแม่นางกวักใส่ลังกระดาษกลับบ้าน
แล้วบอกกับภรรยาว่า...ผมจะไม่บูชาอีกต่อไปแล้ว ผมไม่นับถือแล้ว...เลิกกัน.
ภรรยาผมตกใจมาก เปิดออกดู แล้วห่อไว้อย่างเดิมไม่กล้าพูดอะไร
ภายหลังถึงได้เล่าให้ผมฟังว่า เห็นแล้วตกใจ แม่นางกวักหน้าหมองเลย
แต่ตอนนั้นกลัวผมอาละวาดมากกว่ากลัวแม่นางกวัก เลยไม่กล้าพูด...

อีกหลายปีต่อมา คุณหม่อง กับหุ้นส่วน ผลิตชุดตุ๊กตาบาร์บี้ส่งสำเพ็ง
เธอก็มาขอแม่นางกวักองค์เดิม ไปปลุกเสกใหม่ ที่วัดเดิม
ผมก็ไม่อยากขัดใจ เลยตามเลย…ตามใจภรรยา
แต่ไม่ไปปลุกเสกเปล่า...ตอนนั้นเขากำลังฮิต กุมารทอง
ภรรยา กับหุ้นส่วน ดั๊นไปซื้อกุมารทองมาบูชาร่วมกันอีก 2 องค์
โอ๊ย...ผมละขัดใจสุดๆ แทบจะปรี๊ดแตก แต่ไม่อยากพูด...เดี๋ยวทะเลาะกัน
ฝ่ายหุ้นส่วนเค้า นับถือมาก...แล้วก็เหมือนเดิม พอขายดีก็ซื้อสร้อยมาห้อยคอให้อีก

ภายหลังหุ้นส่วนถอนตัวไป คุณหม่องเลยต้องทำคนเดียว
ทีนี้พอไม่มีคนมาคอยเป่าหูผิดๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสผมก็จะเป่าหูแทน
ชวนคุยเรื่องการปฏิบัติธรรม กรรมฐาน หัวใจพุทธศาสนา
ที่บ้านก็มักจะเปิดฟังเทศน์ของ ท่านพุทธทาส หลวงพ่อปัญญาฯ พระธรรมปิฎก...
ซึ่งจะเป็นแก่นธรรม ไม่มีเปลือกมาปลอมปน แถมยังปฏิเสธการนับถือแบบไม่มีปัญญาอีกต่างหาก
ภรรยาผมฟังบ่อยๆ เข้า...
วันหนึ่งก็มาบอกว่า...อยากเอาแม่นางกวัก กับกุมารทั้งสอง ไปคืนแล้ว...
ผมดีใจมากไม่ถามอะไรทั้งนั้น รีบไปวันนั้นเลย

ขับรถไปถึงวัด...เอ๊ะ....
ทำไมบรรยากาศในวัดสาม... ดูแปลกๆ ไป หลังจากมาครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อน
ไม่เหมือนวัด...เหมือนร้านขายเครื่องรางของขลังมากกว่า
มีตั้งแต่ นางกวัก...ตุ๊กตาทอง...กุมารทอง...กุมารทองขี่วัว ขี่ควาย
แต่ที่อึ้งก็คือ...ชูชก...สุดยอดแห่งการขอ และความโลภหลง
ที่นี่บูชา ชูชก...โอ๊ย...อย่าให้พูดเลย
ที่ยิ่งไปกว่านั้น...มีสิ่งหนึ่งซึ่งผมไม่เคยเห็นและไม่เข้าใจ พะสีแสลงแงง
เป็นเหมือนผู้หญิง แก้ผ้า นั่งยองๆ เอามือสอดใต้น่อง...ทำกริยา แ...กหรือปิด...
อู๊ย.ย..กระดากปาก เล่าไม่ถูก...ทุเรศตัวเองอ่ะ
แต่เป็นสินค้าที่วางขายในวัด โดยบอกว่าเป็นเครื่องรางของขลัง ให้เอาไปบูชา
...มันบ้า หรือเปล่าวะ...บูชาผู้หญิงแก้ผ้า แ...ก

ทั้งวัด...ผมแทบหา พระพุทธรูป ไม่เจอ...ไม่เจอจริง จริ๊ง
เจอแต่ พะ ยืนขายเครื่องราง มีลูกศิษย์นั่งเชียร์สรรพคุณ
มีการแบ่งพื้นที่ แบ่งซุ้ม แบ่งเขต...โจมตีกันเอง ว่าของใครแท้ ใครไม่แท้

ผมกับภรรยา เดินไปกุฎิที่เคยมา...ปรากฏว่า
หลวงพ่อเจ้าอาวาส ป่วยหนักไม่ให้ใครได้เข้าพบ...กลัวติดเชื้อ
แต่มีป้ายติดที่หน้าประตู...ประมาณว่า ห้ามผู้สนใจไปซื้อเครื่องรางของขลังจากซุ้ม หรือร้านอื่น
ให้มาซื้อที่ร้านของเจ้าอาวาสเท่านั้น...นอกนั้นของปลอม

ผมกับคุณหม่อง ยืนดูทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่า เศร้า หรือสะอิดสะเอียน
แล้วอีทีนี้...แม่นางกวัก กับกุมารทั้งสอง จะทำยังไงดีวะ
เลยเดินไปที่ร้าน ที่ติดป้ายว่าเป็นของเจ้าอาวาส
ที่ร้านมี พะ กับลูกศิษย์ยืนโฆษณาอวดสรรพคุณ ความขลังสารพัด
มีคนยืนรอซื้อกันหลายคน ท่าทางศรัทธามาก
พะ หันมาเห็นผมกับภรรยายืนมอง ก็เลยประชาสัมพันธ์ถึงความขลังอย่างแรง
และยังมีหน้ามาถามว่า อยากได้แบบไหนไปบูชา....
ผมก็มองหน้ากัน แล้วอุ้มลังที่ใส่ แม่นางกวัก กับกุมารทอง
แทบจะโยนโครมไปบนตู้โชว์ เครื่องรางเลย
แล้วผมก็พูดเสียงดังๆ ว่า
....ไม่ได้มาซื้อ...แต่เอามาคืน...
กำลังจะพูดต่อว่า...กรูหายโง่แล้วโว้ย...แต่ภรรยารีบกระชากแขน ลากออกมาซะก่อน
คนทั้งหมด เกือบสิบคนทำหน้างุนงง สงสัยมาก...ยิ่งเปิดลังเอาออกมาดูพวกเขายิ่งอึ้ง
ได้ยินตัวลูกศิษย์พูดกับ พะ ว่า...โอ้โฮ รุ่นแรกๆ เลย ไม่เห็นนานมากแล้ว...
แล้วคนที่กำลังจะซื้อวิ่งมาถามว่า ทำไมเอามาคืน....
ผมบอก...เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้ ไม่จำเป็นแล้ว...

ตอนขับรถออกมา ผมจอดหน้าวัดหันไปมอง
...นี่มันวัด หรืออะไรกันวะ
...พวกนี้ จะตกนรกมั๊ยนะ
...อ๋อ..สงสัยพวกมนุษย์เปร๊ต มนุสสเปโต
กับมนุษย์เดรัจฉาน มนุสสติรัจฉาโน
สุดท้าย นึกได้...แล้วเราล่ะ...มนุสสโง่ หรือเปล่าวะ...
ได้ยินคุณหม่อง แกบ่น...
...ดีนะที่ได้มาเห็น...หลงงมงาย อยู่ได้ตั้งนาน...ไอ้เวร เอ๊ย...
อยู่กันมาตั้งหลาย.ย..ปี เพิ่งเคยได้ยินเธอด่า...
แต่ไม่รู้ด่าใคร...ไม่กล้าถาม.

อนณ 089-995-9377
จากคุณ : tobeteam
เขียนเมื่อ : 22 ต.ค. 53 16:15:46



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 4 มกราคม 2554 22:45:57 น. 0 comments
Counter : 3981 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.