กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา ภรรยาของผม

ภรรยาของผม

ชีวิตผม เหมือนรถที่เมื่อ เริ่มออกวิ่ง ก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
วิ่งอุตลุดสุดชีวิต แต่มันผิดทิศทาง คือตั้งเป้าหมายผิดมหันต์แต่แรก
คือ พอเรียนจบ ก็มาทำงานโดยตั้งเป้าไว้ที่เงิน ความร่ำรวย ความมีหน้ามีตา ก็คงเหมือนๆ กับคนอื่นๆ อีกมากมาย
โดยไม่สนใจวิธีการ มองแต่เป้าหมาย ขอให้ไปถึงเร็วที่สุดเป็นพอ
ด้วยความอยากรวย ก็เลยทำอาชีพด้วยความไม่สุจริต เอาเปรียบคนอื่น
ไม่สนใจศีลธรรมจรรยาอะไรทั้งนั้น
ท่านที่ติดตามอ่านในตอนก่อนๆ คงพอจะจับทางได้ว่าผมผ่านมายังไง

ผมทำอาชีพค้าขายรถมือสอง ขายด้วยการโกหก หลอกลวง ในบางครั้งก็ผิดกฎหมายด้วย
ขายด้วยความกะล่อนสารพัด ขอให้ขายได้ก็พอ
ในตอนนั้น ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเป็นสิ่งผิด ทั้งกฎหมาย และศีลธรรม

แต่ต่อมาเงินทองที่หามาได้ มันก็หมดไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่เขาว่า...เงินมันร้อน
ยิ่งหมดเร็ว ยิ่งต้องหาใหม่ให้เร็ว ให้ได้มาก หาด้วยวิธีการที่เลวมากขึ้น
มันเป็นวังวน ที่หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา.....แต่หมุน ลง ไปเรื่อย ๆ ตกต่ำลงไปตลอดเวลา

ผมมีโชคดีมหาศาลอย่างหนึ่ง คือ มีภรรยาที่ดี ชื่อ คุณหม่อง
เค้าเคร่งครัดในศีลห้า ตั้งหน้าทำแต่ความดี ซึ่งมันสวนทางกับผมตลอด
งานที่ทำ ต่างคนต่างทำ ผมค้าขาย เค้าสอนหนังสือ
ต่อมาเป็นเลขาฯ เป็นประชาสัมพันธ์ จนกระทั่งคลอดลูกคนเล็ก
จึงลาออกมาเลี้ยงลูก จนลูกได้ขวบ ถึงได้เริ่มค้าขาย

ซึ่งขณะนั้นผมยังทำเต้นท์รถ ยังวิ่งวุ่นหาแต่เงิน ทำบาป ทำกรรมอย่างเมามันส์
ผมเชื่อตามที่ถูกสอนมา ว่า.....การค้าต้องมีเล่ห์เหลี่ยม การขายต้องใช้ทุกวิถีทาง โกหกก็ได้ กำไรให้มากไว้....
แหม.....ไอ้คนสอนนี่มันช่างเลว..ว...ไอ้คนเชื่อมันก็ช่างโง่ จริงจริ๊ง...ง...
ผิดกับภรรยาของผม....คุณหม่อง เธอมีวิธีการทำการค้า ที่ผมทึ่งมาก
คือเธอพูดแต่ความจริง ไม่เคยโกหกลูกค้าเลย
ไม่โกหก แม้แต่ต้นทุนเท่าไหร่ อยากขายเท่าไหร่
เริ่มแรกคิดว่าจะขายอะไร เธอบอก อยากขายของเด็กเล่น
ผมไม่เคยนึกฝันถึง ของเด็กเล่นเลย ธุรกิจการค้า มีตั้งมากมายทำไมไม่นึกถึง
เธอว่า ตอนเด็กๆ เวลารถเข็นขายของเด็กเล่นผ่านมา ช่างมีความสุขจริงๆ ชอบมาก
เลยตกลงไปได้แผงที่คลองถม ด้านหลังกองปราบฯ เฉพาะวันอาทิตย์
แล้วก็ไปซื้อของเด็กเล่นที่ชอบ มาจากสำเพ็ง
เริ่มแรกขาย ก็พอขายได้ กำไรน้อย ผมก็ดูแล้วค่อนข้างดูถูก เมื่อเทียบกับการขายรถของผม
แต่...คุณหม่องเธอมีความสุขมาก สนุกสนาน
ส่วนของผม มีแต่ความวุ่นวาย หมุนแต่เงิน โกหกมากขึ้น บาปกรรมมากขึ้น
คุณหม่อง เวลาเธอขาย แกตั้งราคาแล้วแทบจะไม่ลดเลย
ลูกค้าต่อรองมากๆ เธอบอกซื้อมาเท่านี้ ขายเท่านี้ กำไรเท่านี้ อย่าต่อเลย
ลูกค้าดันซื้อแฮะ.......ประหลาดดี

ต่อมาเธอขายดีมากๆ เข้า มีคนขายด้วยกันก็เริ่มมารู้จัก พูดคุยมากขึ้น
จนในที่สุด ต้องไปติดต่อตามโรงงานของเด็กเล่น ที่ทำส่งออก เช่น
แบรนด์ดังๆ ของ ดิสนีย์ แมทเทล โทมี่ เธอไปลุยมาหมด
วิธีการของเธอก็ง่าย...ย...มาก คือ เดินเข้าไป บอกว่าอยากจะซื้อไปขาย ขอซื้อหน่อยเถอะค่ะ อยากได้ที่มันไม่แพง
โดยสรุป รง.พวกนั้น ก็ขายให้ด้วย แต่จำนวนต้องเยอะ เช่น 5,000 ชิ้นขึ้นไป
แต่ราคา ก็จะได้ลดลงไปมากกว่าที่เราเคยซื้อจากสำเพ็ง บางอย่าง 50 % หรือกว่านั้นอีก
คุณหม่อง เธอไม่ค่อยมีเงิน ตอนนั้นผมน่ะแหละ พาให้เธอไม่มีเงิน
เลยมาหาพรรคพวกคนขายของด้วยกัน รวมกันซื้อ แบ่งกันไป กลายเป็นผู้ค้าส่ง...
แล้วเธอก็บอกเขาหมด ซื้อเท่าไหร่ จะขายเท่าไหร่......โอ๊ย...ทำไมต้องบอกความจริงด้วยนะ
เธอก็ว่า บอกให้รู้ไปเลย เผื่อเขารู้วันหลัง จะได้ไม่ว่าเรา
ซึ่งก็จริง พ่อค้าด้วยกัน แอบไปสืบราคา พอรู้ราคาตามที่เราบอก เขาก็เชื่อใจ ค้าขายกันต่อไป เชื่อใจเธอสนิท
ลูกค้าของคุณหม่อง ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อค้าขายกันอยู่ ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่
มีบางราย ที่แสบๆ พยายามซื้อตัดหน้า ขนาดแอบอ้างชื่อคุณหม่องก็บ่อย
แต่ รง.พวกนั้น อาจจะเห็นว่าพวกนี้ เล่ห์เหลี่ยม ลีลามาก ก็ไม่ขายให้

ฝ่ายผม เมื่อถึงจุดนึง ก็อายเมีย เค้าเป็นคนดี แต่เรามันแย่.....
สุดท้ายท่านก็คงทราบ ถึงจุดที่ผมเปลี่ยนแปลง.....ลองไม่โกหกบ้างซิ
เหตุใหญ่ก็มาจาก ละอายเมียนี่แหละ

พอผมค้าขาย แบบพูดแต่ความจริง ผมก็ขายได้....แฮะ
กำไรน้อย แต่ก็กำไร เงินก็อยู่ กลายเป็นเงินเย็น ไม่ใช่เงินร้อนอย่างแต่ก่อน
เงินที่ได้มาถึงน้อย.......แต่ก็พอใช้ พออยู่ได้ ไม่มีคำว่าอดอยาก
ถึงจะฟุ้งเฟ้อไม่ได้......แต่ก็มีความสุขมาก.....สุขใจ.....ภรรยาก็ชื่นใจ
เมื่อไม่โกหก อาจจะทำให้บุคคลิกของผมดีขึ้นด้วย....พูดอะไร ลูกค้าก็เชื่อ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเครดิตอีกเลย
ลูกค้า ก็แนะนำลูกค้าให้ ต่อๆ กันไป.....หรือแนะนำเราให้ไปหาคนนั้น คนนี้.....มันเหมือนเรื่องมหัศจรรย์
เซลส์คนอื่น ขายสู้ผมไม่ได้เลย
ท๊อปเซลส์ทั้งหลาย ผมทำลายสถิติหมด.....เพราะ..แค่ไม่โกหก
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาอารักษ์ ก็ช่วยชี้ทางให้ตลอด มีแปลกๆ เยอะ
เช่นกรณีใหญ่ที่สุด เป็นบริษัทเครือ ซีพี.
อยู่ดีๆ ก็โทรหาผม บอกว่ามีคนให้เบอร์มา ให้ซื้อรถกับคุณ เข้ามาคุยหน่อย.....
ผมก็ไป...ตื่นเต้นจะตาย.......บริษัทนี้ นิสสัน พยายามเจาะมากว่าสิบปีแล้ว ไม่เคยสำเร็จ
ผมก็ไปพบกับคนที่ใหญ่ที่สุด ในการพิจารณาเรื่องยานพาหนะ.....คุณ สมัคร ธันยามาศรัตน์
เขาซื้อรถปีละ 4,000 คัน เป็นเก๋ง 1,000 คัน กระบะ 3,000 คัน ทุกปี
ท่านถามผม มีอะไรดีๆ ให้พิจารณาเทียบกับคู่แข่ง
ผมก็เรียนท่านไปว่า......รถทุกยี่ห้อ มันดีเหมือนๆ กันทั้งนั้น แตกต่างกันบ้างก็แล้วแต่ประโยชน์การใช้งาน
ท่านบอกต่อหน้าลูกน้องของท่านว่า......เออเขาพูดดี ไม่โจมตีใคร....แล้วมีอะไรอีก
ผมก็ว่า......รถน่ะไม่มีแล้วครับ.....แต่ผมไม่โกหกลูกค้าครับ....ขอให้ผมได้รับใช้นะครับ....
ท่านว่า เอาลองซื้อเขาหน่อย ลองดูใจกัน
คันแรก ท่านซื้อใช้ส่วนตัวเองเลย ซื้อเพื่อดูใจกัน
จากนั้น ดูแลกันไป สักระยะ ซื้อเพิ่ม ทีละ 3 คัน 5 คัน 10 คัน
ผมก็รับใช้ตรงไปตรงมา อันไหนทำได้ผมก็ว่าได้.....อันไหนทำไม่ได้ผมก็บอกท่านตรงๆ ไม่เคยกะล่อนกันเลย
สุดท้ายในเดือนที่ 6 ท่านเลยสั่งซื้อ 200 คัน......แต่เสียดาย ส่งมอบรถให้ได้แค่ 100 คัน
โรงงาน นิสสัน ผลิตให้ผมไม่ทัน......

ทางด้าน คุณหม่อง กิจการของเธอก็ดีวัน ดีคืน ความซื่อตรง ทำให้เครดิตดีมาก อย่างเช่น ในเครือไดนามิค เสี่ยเจ้าของสั่งฝ่ายบัญชีเลย
รายนี้ให้เครดิตอย่างน้อย 100,000 ถ้าจะเอามากกว่าก็บอกมา
แปลว่า คุณหม่องสามารถ เอาของไปขายได้ก่อนเลยเท่าไหร่ก็ได้
อีก 30 - 45 วัน ค่อยมาจ่ายเงิน
แต่ตลกกว่านั้น......เธอไม่เคยใช้เครดิตอันนี้เลย....ฝ่ายบัญชียังถามว่าทำไม
แต่บางครั้ง มักน้อยเกินไป ก็ขายไม่ได้ครับ
คือ ผมกับคุณหม่อง เข้าไปขายรถยนต์ให้ บริษัทที่ผลิตลูกบาส ลูกฟุตบอล ส่งออกทั่วโลก รับผลิตตามออร์เดอร์
ยี่ห้อที่ผลิต ไนกี้...อดิดาส...วิลสัน...อัมโบร...ฯลฯ.....ของแท้นะครับ...ของแท้
ในช่วงเวลานั้น เรื่องลิขสิทธิ์ ยังไม่มีความหมาย ไม่มีการบังคับใช้
ผมส่งรถให้เสร็จ ไปยืนดูเขาผลิต.......อยู่ๆ เจ้าของ รง. เป็นคนไต้หวัน ที่ปรกติแทบไม่อยู่เมืองไทย....เกิดอยากจะเห็นรถ
มาดูรถ พอใจมาก.....ผมเลยขอซื้อลูกบาส ลูกบอล ของเขา
เขามองหน้าอยู่แป๊ป...ป..นึง ก็ตกลง แล้วอย่างนี้ ไม่เรียกเทวดาช่วยได้ไง
ผมเอาไปขายที่คลองถม ราคาในห้างเซ็นทรัล ลูกละประมาณ 500 บาท
ผมซื้อมาแค่ 80 - 120 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ....แพงที่สุดก็ ไนกี้
คุณหม่องบอกอย่าเอากำไรเยอะ ขายแค่ 150 ก็พอ.....
ปรากฏว่า.....คนมาจับๆ ดูแล้วไม่ซื้อ....บอก ของปลอม
ผมเซ็งมากเลย เอาใหม่ ที่นี้ผมขายเอง ลูกละ 240 เท่านั้น
ซื้อกันใหญ่ บอกว่าถูกดี
ผมขายวันละ 200 ลูก บางอาทิตย์ 400 ลูก ลูกค้าบอกต่อๆ กันเอง.
ขายดีอยู่อย่างนี้ อยู่เกือบปี แล้วก็ลดลงเพราะซื้อกันไปมากแล้ว แต่ก็ขายอยู่หลายปีเหมือนกัน.
รง.กะทิชาวเกาะ ผมเดินไปพบ คุณแม่ จรีพร บอก คุณแม่ครับ ผมมาขายรถครับ...ท่านก็ซื้อไป 5 คัน
ขายประกันก็เคยครับ
โชว์รูม โตโยต้า กรุงไทย ไปพบ คุณพิเทพ เจ้าของ บอกผมมาขายประกันวินาศภัยครับ
คุยรายละเอียดกัน 1 อาทิตย์ ซื้อ ทุนประกัน 100 กว่าล้าน
ปรกันชีวิต ก็ลองมาแล้ว....เค้าให้เทคนิคมากมาย....ไม่ได้เรื่อง
เวลาขาย ผมบอก มาขายประกันชีวิตครับ มีหรือยัง มีครบพอมั๊ย..
ก็ขายได้พอตัว แต่เลิกเพราะ ขี้เกียจไปประชุมตอนค่ำๆ ผมขี้ง่วง
แถมชอบกดดัน ให้รับปาก ประกาศว่าจะทำยอดเท่าไหร่ ....โธ่ ผมถือศีล

ท่านที่ค้าขาย ทำธุรกิจ โดยคิดว่าต้องโกหกลูกค้าถึงขายได้.......ผมยืนยัน.....ไม่จริง.
พูดจริง....ยิ่งขายได้....แน่นอน.....ผมมีตัวอย่างเป็นร้อยๆ ราย.

อนณ 089-995-9377

แก้ไขเมื่อ 07 ต.ค. 53 09:46:26
จากคุณ : tobeteam
เขียนเมื่อ : วันเกิด 7 ต.ค. 53 09:45:17



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 4 มกราคม 2554 22:13:03 น. 0 comments
Counter : 769 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.