กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา เทวดาของผม

เทวดาของผม

ผมเป็นพวกออกแนวขวางโลก ไม่ได้เป็นนักการศาสนา ไม่มีความรู้ทางปริยัติฯ
ทางปฏิบัติฯ ก็แค่หางอึ่ง ครึ่งๆ กลางๆ
ขยันบ้าง ขี้เกียจบ้าง ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง
ผมเป็นพวก พุทธทะเบียน แต่ศรัทธาใน พระพุทธองค์ อย่างยิ่ง เชื่อในแนวทางที่ท่านให้ไว้
ในแบบเหตุ และ ผล เชื่อกรรม ในแบบ
แอ๊คชั่น เท่ากับ รีแอ๊คชั่น
แรงสะท้อน เท่ากับ แรงกระทำ
ผลบุญ เท่ากับ บุญที่ทำ
ผลกรรม เท่ากับ กรรมที่ก่อ

การทำดี หรือทำบุญ ต้นทุนนั้น ไม่ได้นับจำนวนด้วยเงิน
แต่นับจาก ศรัทธา ประมาณว่าเป็นเปอร์เซนต์...
ไม่ใช่ทำบุญ 1 ล้าน หรือกี่ล้านบาท
แต่ทำบุญด้วยศรัทธา กี่หน่วย กี่เปอร์เซนต์
เช่นคนมีเงิน 10 ล้าน ทำบุญสร้างโบสถ์ 1 แสน
เท่ากับทำบุญด้วยศรัทธา 1 เปอร์เซนต์ หรือ 1 หน่วย
แต่อีกคน มีเงิน 10 บาท อยากทำบ้างทำไป 5 บาท
เท่ากับทำบุญด้วยศรัทธาตั้ง 50 เปอร์เซนต์ หรือ 50 หน่วย แน่ะ

มีตัวแปรการคำนวนผลบุญอีกตัว คือ จำนวนครั้ง
เช่น ใส่บาตร 1 ครั้ง
ให้ทานขอทาน 1 ครั้ง
ถวายพระประทาน 1 ครั้ง
กวาดวัด 1 ครั้ง
อ่านกระทู้ธรรมมะ 1 ครั้ง
นี่เป็นตัวอย่างนะครับ อย่าซีเรียส......

นอกจากนั้น ผมคิดว่า การทำบุญให้ได้ผล น่าจะทำแบบ MLM.ได้ด้วยนะ
คือ เราเล่านิทานชาดกให้ คนอื่นฟัง
คนนั้นเอาไปเล่าต่อ ให้เพื่อนฟัง
เล่าให้ลูกฟัง
ลูกไปเล่าให้หลานฟัง ต่อๆ กัน
ผมว่า.....วิธีนี้ได้หลายเด้งนะครับ

หรือทำมันครั้งเดียว แต่ออกผลเรื่อยๆ
เช่น ปลูกศาลาพักร้อนไว้.....ทุกครั้งที่คนมาหลบร้อน เราก็ได้บุญทุกครั้ง เหมือนพระอินทร์ไง.....

ทำบุญกุศล ไม่ต้องใช้สตางค์ก็ได้ ใช้แรงยิ่งศรัทธาเยอะ
อย่างใส่บาตรนี่ ภรรยาผมเชื่อมั่นว่า ถ้าลงมือทำเอง จะได้บุญมากกว่าซื้อเป็น 10 เท่า
ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ.......กวาดวัด ก็เข้าท่า

มีผู้ใหญ่ที่ผมเคารพสอนไว้ว่า
เทวดา ก็คือผู้ที่ได้กระทำความดีมากพอ จนได้เกิดในภพภูมิที่สูงกว่ามนุษย์
แต่เทวดา ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง ที่ไม่สามารถสร้างบุญกุศลได้ด้วยตัวเอง
แต่จะได้จากมนุษย์ผู้ประเสริฐ อุทิศให้
เพราะฉะนั้น เทวดา ก็จะต้องคอยมองหา กลุ่มเป้าหมาย
คือพวกที่ชอบทำความดี แล้วคอยติดตาม คอยช่วยเหลือ ซัพพอร์ต แบ็คอัพอยู่เงียบๆ
คนที่ชอบทำความดี มีน้อย แต่เทวดามีมากกว่า
เพราะฉะนั้น คนดีหนึ่งคน ก็อาจจะมีเทวดา ซัพพอร์ตหลายท่านเป็นธรรมดา
คนที่ทำความดี ก็เหมือนกับการทำเกษตรเหมือนกัน
เปรียบเหมือน คนทุกคน มีที่ดินเท่ากันหมด คือ 24 ชั่วโมง
ทุกคนก็ยืนอยู่ปลายนา ปลายสวน
แล้วก็เริ่มต้นลงมือปลูกกันใหญ่ บางคนขยันมาก ก็หว่านเมล็ดกันใหญ่เลย
หรือบ้างก็ทำสวน ลงมือปลูกต้นอ่อน ลงต้นกล้า ไม่ได้หยุด
คนที่ขี้เกียจหน่อย ก็ทำน้อยหน่อย แต่ก็ยังทำ
คนที่ฉลาดก็มีวิธีปลูกที่ซับซ้อน ให้เหนื่อยน้อย แต่ได้ผลมาก
คนที่ไม่ค่อยฉลาด ก็ปลูกแบบที่เขาทำๆ กันมา
เทวดา ก็มาช่วยคนพวกนี้ทำ เพื่อช่วยให้ได้ดอกผลด้วยกัน
พยายามหาวิธีให้ได้มาก แต่เหนื่อยน้อย
คอยมองหาโอกาส หาช่องทางให้อยู่ตลอด
อันไหนที่ดูท่าไม่ดี ไม่ได้ผล มีอันตราย
เทวดาก็จะช่วยปัดเป่า หรือบอกใบ้ให้ตลอดเวลา
ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ไปอ่าน เรื่อง อธิษฐานหนีกรรม
หรือ แรงฤทธิ์อธิษฐาน ดูสิครับ.......ผมเจอมากับตัวเอง.

ที่สำคัญ....เราต้องหมั่น ทำเหตุ....ไม่ต้องสนใจผล....ถึงเวลา...มันมาเอง

ถ้าท่านอยากจะเช็คดูว่า มีเทวดาช่วยเหลือมั๊ย
ลองสังเกตุง่ายๆ เช่น
ถ้าพักนี้ อาหาร การกิน ไม่ค่อยถูกใจ......แสดงว่าไม่ค่อยได้ใส่บาตร
ถ้าไปทำธุระที่ดีๆ นะครับ แล้วหาที่จอดรถไม่ได้.....แสดงว่าไม่ค่อยได้ทำบุญ
ถ้าทำมาหากินติดขัด.....แสดงว่า ปฏิบัติฯ น้อยไปหน่อย.

ทั้งหมดนี้ เป็น ความเห็น และความเชื่อของผมคนเดียวนะครับ
หรือท่านว่าไง........

อนณ 089-995-9377
จากคุณ : tobeteam
เขียนเมื่อ : 4 ต.ค. 53 23:31:17



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 4 มกราคม 2554 21:59:34 น. 0 comments
Counter : 736 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.