กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา อนิจจาน่าเสียดาย

ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ แต่ง

อนิจจาน่าเสียดาย
ฉันทำชีวิตหายครึ่งหนึ่ง
ส่วนที่สูญนั่นลึกซึ้ง
มีนํ้าผึ้งบุหงาลดามาลย์ ฯ

ครึ่งหนึ่งหลงเหลือในอกนี้
สั่นชีวีเสียสะเทือนสะท้าน
ซํ้าโซ่ตรวนพันธนาการ
ทรมานปานทาสจะขาดใจ ฯ

ปี 2545 มีอยู่วันหนึ่ง
ผมนั่งทำงานอยู่ที่โชว์รูมนิสสัน ที่หนองแขม
ตอนนั้นยังเป็นผู้จัดการอยู่
มีลูกน้องเดินมาบอกว่า.......พี่..พี่..พระมาดูรถ ค่ะ จะให้หนูทำยังไงค๊ะ
ผมเลยบอกจะออกไปจัดการเอง.......คือถ้าเคสแปลกๆ ลูกน้องจะโยนมาเสมอ
แล้วก็ชอบมีพวก พะ....มาขอเรี่ยไร หรือมาขอตั้งถังผ้าป่า ผ้ากฐิน อะไรต่อมิอะไรวุ่นวายไปหมด จนต้องสั่งห้าม

*** เอ้อ....ต้องขอประทานโทษท่านทั้งหลายก่อนนะครับ
ผมเป็นพวกอ่อนวัด ไม่ค่อยสนใจพิธีกรรม เรื่องปลีกย่อย
ผมค่อนข้างหยาบๆ ออกแนวขวางๆ โลกด้วยซ้ำ ***

ออกไปนิมนต์ท่าน ถวายน้ำ แล้วนั่งคุยกัน
ดูท่านก็เป็นพระที่สงบเสงี่ยม ไม่วอกแวก ดูน่าเคารพเลื่อมใสดีมาก
แต่ เอ๊ะ....สมัยนี้ไว้ใจยาก จะตัดสินจากภายนอกไม่ได้
ในอดีต ชีวิตผมเคยเห็น พะ....พะ...นะครับ ไม่ใช่พระมาเยอะ
เพราะเจ้านายเก่าผม แกชอบมั่วสุมกับพวกนี้

แต่หลังจากคุยกัน ถึงได้รู้ว่า ท่านมาดูรถให้เจ้าอาวาสวัดใกล้ๆ กันนี้
เพราะเห็นว่าท่านพอจะมีความรู้เรื่องรถอยู่บ้าง
ไอ้ผมก็ปากไว ถามไปว่า ท่านเป็นพระ แล้วจะรู้เรื่องรถได้ยังไง
น่าจะรู้เรื่องธรรมะมากกว่า
ท่านก็หัวเราะ แล้วเล่าให้ฟังว่า......
ท่านมาบวชได้ไม่กี่พรรษาเอง มาบวชตอนอายุมากแล้ว 40 แล้ว
แต่ก่อนท่าน รับเหมาก่อสร้าง ทำมาตั้งแต่ยังหนุ่ม
ตั้งแต่ยังเป็นคนงานธรรมดาๆ แล้วลุยมาจนเป็นเจ้าของกิจการเอง
ผมก็บอกว่า ผมมีลูกค้าเป็นผู้รับเหมาฯ หลายคนเลย
พวกนี้แปลกนะครับ เวลามีเงิน ก็มีมากจนงง เวลาไม่มี บาทเดียวก็ไม่มี
ท่านชอบใจมาก บอกว่า มักจะเป็นอย่างนั้นแหละ ไม่รู้ทำไม บริหารเงินกันไม่ค่อยเป็น
เวลาช่วงดีๆ งานเข้ามาหลายๆ งาน ก็รับมั่วไปหมด
แบ่งลูกน้องไปทำตรงนั้นตรงนี้ ลูกน้องที่ดีก็หายาก
พอวิ่งหลายงานเข้า มันเลยไม่ได้ดีซักงาน
เงินก็หมุนวุ่นวาย ไขว้เขวกันอุตลุด เอาเงินที่เขาจ่ายให้งานนี้ไปซื้อวัสดุฯ ให้งานโน้น
พอเงินงานโน้นกว่าจะออก งานนั้นมาอีกแล้ว วิ่งวุ่น หมุนเงินตลอดเวลา
ผมคุยกับท่านถูกคอกันมาก ไม่ได้เสแสร้ง
ผมก็ถามว่า แล้วทำไมมาบวชเสียล่ะครับ ลูกเมียไม่ว่าเหรอ แล้วกิจการทำไง มันเจ๊งหรือไงครับ
ท่านบอกไม่เจ๊ง ลุ่มๆ ดอนๆ ดีบ้าง แย่บ้างไปตามเรื่อง ถือว่าดีกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคนงาน
คนงานทั่วๆไปหายาก คนงานมีฝีมือดีๆ ยิ่งหายากยิ่งกว่า
เราต้องคอยเอาใจลูกน้องเสมอ ก็ต้องออกแนวนักเลง ใจกว้าง
ตอนเย็นเลิกงานแล้วก็ต้องไปกินเหล้ากัน
เมียที่บ้านก็บ่นจนเลิกบ่น ดีแต่ว่าเขามีงานส่วนตัวขายเขาเลยไม่ค่อยสนใจ กลัวแต่เราจะไปเมามาย ตกน้ำตกท่าที่ไหนเท่านั้น
ทีนี้พอกินบ่อยๆ เข้าก็ติด แถมเมื่อไหร่หมดแต่ละงานก็ต้องไปเลี้ยงกัน
พาไปเที่ยวผู้หญิง เที่ยวอาบอบนวด เพื่อเอาใจลูกน้องไว้
จุดหักเหของท่านเกิดจาก ไปรับเหมางานที่หนึ่ง
ไปได้ยินใครก็ไม่รู้ ไม่เห็นหน้า ท่องกลอนของท่าน อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่ขี้นต้นประมาณว่า
................อนิจจาน่าเสียดาย ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง..........
และต่ออีกยาวเลย แต่ท่านจำไม่ได้ จำได้แต่ว่า เป็นกลอนที่ไพเราะมาก เลยหยุดยืนฟัง
และเหตุที่จำที่เหลือไม่ได้ ก็เพราะว่า มันสะดุดใจ มันติดอยู่แค่สองวรรคแรกเท่านั้น.......
สองวรรคนั้น มันติดแน่นอยู่ในสมอง ในใจ เข้าใจ เห็นภาพเลย

แล้วจากตอนนั้น ชีวิตที่เหลือของท่านก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ความคิดจะวนเวียนอยู่กับประโยคนี้เท่านั้น

อนิจจาน่าเสียดาย ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง

เวลาไปกินเหล้ากับลูกน้อง ก็ไม่อร่อยแล้ว
ไปเที่ยวกลางคืน ก็ไม่สนุกแล้ว.........ออกเบื่อๆ ฝืนๆ...
ท่านมาคิดดู 40 ปี ของชีวิตท่านที่ผ่านมา หายไปกับอะไรกัน หมดไปกับอะไรกัน แล้วได้อะไรมาบ้าง เป็นแก่นสารบ้างมั๊ย
แล้วต่อแต่นี้ไปล่ะ..........ชีวิตที่เหลือล่ะ
ท่านเอาแต่คิดวนเวียนอยู่อย่างนี้ จนคนรอบข้างออกจะสงสัย นึกว่าคงเครียดเรื่องงาน เรื่องเงิน
สุดท้ายเมียของท่าน เห็นความเปลี่ยนแปลง ก็เป็นห่วง เลยมานั่งคุยกัน
ท่านก็เล่าให้ฟังว่า เป็นอย่างนี้ คิดไม่ตก ไปต่อไม่ได้.....
แล้วก็ร้องไห้ โฮ ออกมา....เสียดาย...เสียดายเวลา.
เมียท่านกลับบอกว่า ถ้าอย่างนั้นไปบวชดีมั๊ย เพื่อสงบจิตสงบใจ ถือว่าพักจากงานน่าจะดี
เรื่องทางบ้านไม่ต้องห่วง ลูกก็โตแล้ว งานทางบ้านเลี้ยงตัวได้สบาย

ท่านบอกพอได้ฟังเมียพูดคำนั้น ....... บวช ......รู้สึกมันซาบซ่าน ดีใจ สบายใจ บอกไม่ถูก
แล้วท่านก็ตัดสินใจบวชทันทีเลย ยกธุรกิจรับเหมาฯ ก่อสร้าง ทั้งหมด ทั้งเครื่องมือ เครื่องไม้ ให้ลูกน้องที่เคยร่วมงานกันมาหมดเลย
ทุกคนก็คิดว่าท่านคงบ้า หรือคงเครียดมากไป

ท่านไปบวช ทางอีสาน ตั้งใจอยากจะเป็นพระป่า
และได้พยายามศึกษา และเดินตามทางของพระพุทธเจ้าอย่างสุดกำลัง
ผมก็ถามว่า แล้วไปไงมาไงถึงมาที่นี่ได้ละครับ
ท่านว่า เพื่อนที่ธุดงค์ด้วยกัน อยู่วัดใกล้ๆ นี้
ที่วัดมีโยมจะถวายรถให้ใช้ เจ้าอาวาสเลยวานให้มาช่วยดู
แต่อาตมาว่านั่นคงเป็นเรื่องรองนะ ไม่ใช่เรื่องหลักหลอกน่ะ.....
ผมก็ว่า เอ๊.....แล้วเรื่องหลักไอ้ที่ว่า คืออะไรหรือครับ
ท่านก็ยิ้ม มองหน้าผม ไม่ใช่ซิ.....มองเข้าไปในดวงตาผมเลย
แล้วท่านก็ว่า........เรื่องหลักก็คือ มาพบกับโยมน่ะแหละ............
หลังจากนั้นจำได้ว่าพูดกันอีกไม่กี่คำ แล้วผมก็ก้มลงกราบท่าน......
กราบที่พื้นเลย....กราบ...กราบ....กราบ...น้ำตาซึมเลย...ไม่รู้ทำไม
เงยหน้ามา ท่านเดินลงจากโชว์รูมไปแล้ว………ไม่เคยเจอท่านอีกเลย.

หลังจากวัน ผมก็มักจะคิดถึงแต่ประโยคนี้เหมือนกัน
อนิจจาน่าเสียดาย ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง
อีกประมาณไม่กี่อาทิตย์ ผมก็ไปลาออก....ใครก็ถามว่าลาออกทำไม
ผมก็ได้แต่ตอบว่า ไปศึกษาต่อ
ผมไม่ได้ไปบวชหรอกนะ.......บุญยังไม่ถึง....กรรมยังดึงไว้เล่นงานผมอีกเยอะ......

ท่าน อังคาร ฯ จะรู้มั้ยนะ ว่าบทกลอนของท่าน
ได้สร้างพระสงฆ์ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม...อย่างสุดกำลัง....ขึ้นมารูปหนึ่ง
ท่านคงได้บุญใหญ่ เท่าภูเขาเลยละครับ..........

อนณ 089-995-9377
จากคุณ : tobeteam
เขียนเมื่อ : 3 ต.ค. 53 10:31:51



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 4 มกราคม 2554 21:54:43 น. 1 comments
Counter : 1072 Pageviews.

 
เป็นบทความที่อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ


โดย: maynager (m_y ) วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:9:29:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.