กรรมทันตา อนณ 089-429-5655 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
กรรมทันตา คุณแม่ที่รักยิ่ง

คุณแม่ที่รักยิ่ง

ผมเกิดมาท่ามกลางความแตกต่างอย่างสุดขั้วของ 2 ครอบครัว

ทั้งครอบครัว คุณพ่อ และ คุณแม่ของผม เป็นคนฝั่งธนแถวย่าน ตลาดพลู
มีความเหมือนกันคือทำมาหากินใน ตลาดวัดกลาง หรือวัดจันทารามด้วยกัน
ตลาดวัดกลาง เมื่อ 40 – 50 ปีก่อนถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก
ทั้งของสด ของแห้ง มีแผงมีร้านค้านับร้อยแผง...ถือว่าเป็นตลาดขายส่งใหญ่เกือบที่สุดของฝั่งธนฯ เลยก็ยังได้
มีของกินที่อร่อยขึ้นชื่ออยู่หลายอย่าง เช่น โจ๊ก...โจ๊กวัดกลาง
ขนมฝรั่ง ขนมไข่
แหม...พูดตรง ๆ นะครับ ผมยังไม่เคยกินโจ๊กที่ไหน อร่อยเท่าที่นี่อีกเลย
น่าเสียดายไม่มีใครสืบทอดต่อ เลิกไป 20 กว่าปีแล้ว

ครอบครัวทางฝ่ายพ่อ ที่จริงคุณย่ามากกว่า...มีแผงขายมะพร้าวอ่อน
แต่ทางฝ่ายแม่ผม มีจักรตั้งอยู่ตัวนึง...รับเย็บผ้า ตัดเสื้อ ตัดกระโปรงแบบชาวบ้านย่านนั้น
ที่บอกว่า ต่างกันสุดขั้ว ก็เพราะ คุณพ่อของผมเป็นพี่คนโต มีน้องชาย น้องสาวอีก 5 คน
ทางคุณแม่ผม เป็นพี่สาวคนรอง มีพี่ชาย 1 คน แต่มีน้องชายอีก 4 คน
ทางพ่อ พี่น้องแต่ละคนเรียนเก่ง ขยันเรียน มุ่งมั่น
ต้องการจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตให้ได้ ด้วย...การศึกษา
คุณพ่อผม และน้องชายคนรอง เรียนได้ปริญญา คนละ 2 ใบ
คือต่างคนก็เรียนมัน 2 มหาวิทยาลัย 2 สาขาวิชาใช้เวลา 4 ปี แต่ได้คนละ 2 ปริญญา
ที่สำคัญ มันวิชายากทั้งคู่ คุณพ่อผม ได้ กฎหมาย กับ ครุศาสตร์
อาคนรอง ได้ กฎหมาย กับ บัญชี
ส่วนพวกน้องพ่อ ที่เหลือก็ได้แค่ปริญญาเดียว ธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 ...ทุกคน

ทางฝ่ายคุณแม่ผม น่ะ...
พี่ชายคนโต ไปเกณฑ์ทหารแล้วก็ออกจากบ้านไปสร้างเนื้อสร้างตัวต่างจังหวัด ไม่ได้กลับมาดูน้อง ๆ ทางบ้านอีกเลย
คุณแม่ผม เรียนไม่จบ ป.4 ดีเพราะอยู่ต่างจังหวัด
มีสงครามโลกครั้งที่ 2 ซะก่อน ต้องคอยวิ่งลงหลุมหลบภัย
พอโตขึ้นมานิดนึงก็ไปเรียน ตัดเสื้อ แบบหลักสูตรเร่งรัด...
ดูเหมือนไม่ค่อยจบหลักสูตร ก็สตางค์หมดซะก่อน
บรรดา น้องชายที่เหลืออีก 4 คน ก็สุดจะเกเร
เป็นนักเลงอันธพาลประจำตลาด
ให้ไปเรียนหนังสือก็หนีเรียนไปยิงเป็ด ไปขายของ ไปเป็นกระเป๋ารถสองแถว
พอจบภาคบังคับอย่างหวุดหวิด ก็ออกมา เป็นเซลส์แมน ขับรถแท็กซี่ ขับเรือหางยาว...

คุณพ่อของผม และน้องๆ ทุกคน เติบโตในวงราชการอย่างงดงาม
บางคนเป็นใหญ่ใน กพ.ที่ดูแลข้าราชการทั่วประเทศ น่ะ
มีอยู่คนหนึ่งเป็น อาผู้หญิง...ได้เป็น ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาลอนดอน แน่ะ
คุณย่า รวมทั้งบรรดาคุณอาทั้งหลาย รู้กิตติศัพท์ครอบครัวแม่ผมว่า เกเร และแสบสันต์แค่ไหน...
ทั้งกะล่อน ทั้งอันธพาล แถมยังเมาเป็นประจำ
ทั้งเกลียดทั้งดูถูก ยกเว้นคุณพ่อของผม ที่เป็นพี่ใหญ่
คุณแม่ผม เล่าให้ฟังว่าเหตุที่แต่งงานกับคุณพ่อผม ก็เพราะเห็นว่าเป็นคนเรียนเก่ง
อนาคตการงานน่าจะดี คงจะเลี้ยงดูครอบครัวได้สบาย
ที่สำคัญที่สุด...รู้ว่าทางบ้านนั้นดูถูก ก็ยิ่งอยากเอาชนะ
แต่คุณแม่ผม...คิดผิด
วันที่คุณแม่ผม เข้ามาเป็นสะใภ้ในบ้านนี้ต้องต่อสู้กับความเกลียดชังเป็นสิบ...สิบ ปี
แถม คุณพ่อของผม ท่านเป็นพี่ใหญ่
มีภาระหน้าที่ต้องส่งเสียน้องๆ ให้เรียนให้จบปริญญาทุกคน
เรื่องการเงิน เลยเป็นปัญหาหนักมาตลอด...หลายสิบปี

ผมเกิดมาเป็น หลานคนโต หลานคนแรกของทั้งสองครอบครัว
ได้รู้รับการสั่งสอน ในสองแบบของสองครอบครัว
ทางคุณพ่อ จะสอนอยู่เสมอว่า...ให้ตั้งใจเรียน อย่าไปมีเรื่องกับใคร
ถ้าใครมาหาเรื่อง...ก็ให้หลบ หรือวิ่งหนีไปซะ
แต่ทางคุณแม่ จะสอนกรอกหูว่า...อย่าไปเกเร แต่ถ้าใครมาหาเรื่องเรา
ก็เล่นงานมันก่อนเลย...ต่อยก่อนได้เปรียบ
หาไม้ฟาดมัน ให้ใช้เครื่องทุ่นแรง อย่าให้เสียเปรียบ
แล้วที่เหลือ...แม่ จะไปจัดการมันเอง ไม่ต้องห่วง
คือคุณแม่ของผม ท่านออกแนวนักเลงนิดหน่อยเหมือนกัน

พูดไปแล้ว คุณแม่ของผม ท่านก็ชอบทำอะไรแปลกๆ หลายอย่าง
นอกจากเป็นช่างตัดเสื้อ ตัดกระโปรง เย็บผ้าถุง แล้วก็เลี้ยงลูก 4 คน
เลี้ยงน้องแสบ ๆ อีก 4 คน
พอลูกโตหน่อย ไปทำงานรับจ้างล้างจานให้แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในโรงอาหาร วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ
ไปล้างจานได้ไม่ถึงอาทิตย์ สนใจอยากขายอะไรบ้าง
คุยถาม...เจ๊ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ทำงานอยู่ว่าถ้าอยากขายอาหารที่นี่บ้าง ต้องทำยังไง
ยายเจ๊ แกด่าเอะอะ แถมดูถูกว่าอยู่ดี ดี ใครเค้าจะให้มาขาย
ที่นี่กว่าจะเข้ามาได้แต่ละรายลำบากยากเย็น รู้บ้างว่ามันไม่ใช่ง่ายๆ
อีกอย่าง ทุนน่ะ...มีมั๊ย
แล้วจะมีปัญญาขายอะไร เป็นลูกจ้างน่ะดีแล้ว อย่าสะเออะ

คุณแม่ผม ท่านแทบจะเอากะละมังฟาดหัวยายเจ๊ เลย
แล้วเดินไปไหว้ศาล...สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุนนาค )
ซึ่งเป็นรูปปั้นที่คนที่นี่เคารพนับถืออย่างยิ่ง...บอกกล่าวท่าน
แล้วเดินไปขอที่ขายกับ อาจารย์ผู้ดูแลสถานที่ ซึ่งแสนจะดุ และเจ้าระเบียบ
อย่างที่บอกคุณแม่ผม ท่านใจนักเลง...เดินไปขอที่ขายเอาดื้อๆ
อาจารย์ผู้ดูแล แสนจะเฮี๊ยบ..บ...ท่านนั้น ก็งง ว่ามายังไง
เชิดหน้าวางท่า ถามว่าใครให้มาขอ...
คุณแม่ผม ท่านตอบว่า...ผู้ใหญ่ที่สุดในวิทยาลัยครูนี้ บอกให้มาขอได้เลย
แล้วท่านก็จ้องตา...อาจารย์ท่านนั้น
ฝ่ายอาจารย์ท่านก็อึ้ง...ไม่กล้าถามต่อ
ยอมจัดที่ให้ขาย...แต่มีข้อแม้ว่า
มีนโยบายใหม่ออกมา จะจัดการบริหารให้โรงอาหารเป็นระเบียบ ทันสมัย
ต้องไปทำเคาน์เตอร์ขายแบบสมัยใหม่...ก็ไอ้แบบสมัยปัจจุบันนี้แหละ
ตอนนั้น 40 ปีที่แล้ว เป็นสิ่งใหม่มาก เกินกว่าจะรับได้
ก็มันแพงอ่ะ

แต่คุณแม่ผม ท่านไปจ้างช่างมาต่อเป็นเคาน์เตอร์ อย่างสวยมาจนได้
วันที่ยกมาตั้งก็ถามอาจารย์ผู้ดูแลว่า จะให้ขายที่ตรงไหน...
อาจารย์ก็บอกตรงนั้น...ข้างร้านยายเจ๊ ขายก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ มีว่างที่เดียว
ที่จริงมันไม่ว่างหรอก ก็ยายเจ๊ แกขยายร้านออกมาเกินเขตที่กำหนดไว้เยอะ
ด้วยความที่แกอยู่มาก่อน แถมปากร้าย ด่าแหลก ใครๆ ก็ไม่กล้าฟ้อง
แต่พอต้องหาที่ให้เจ้าใหม่...ก็คุณแม่ผมน่ะแหละ
เลยเจอว่าแกเล่นโกงที่มาตั้งหลายปีแล้ว
สรุป...ยายเจ๊ ขายก๋วยเตี๋ยว แกเลยที่หดหายไปตั้งครึ่ง โมโหสุด ๆ
ทั้งโกรธ ทั้งแค้น ทั้งเสียหน้า
แถมยังมาตั้งขายข้าง ๆ กันอีก..ก...เคาน์เตอร์ก็ใหม่เอี่ยม ทันสมัยสุด
ยุ่งกว่านั้นอีก คืออาจารย์ผู้ดูแลสั่งให้ทุกร้าน ต้องทำเคาน์เตอร์แบบนี้ทุกร้าน และให้ปรับปรุงเรื่องความสะอาดกันขนานใหญ่
ยายเจ๊...เลยไปยุยง พวกร้านค้าอื่นๆ ว่าคุณแม่ผมเป็นต้นเหตุ
หลายร้านก็เลยพาลโมโหร้านแม่ผม
แต่อีกมากหลายร้านก็เข้าใจว่า...ถึงเวลาต้องปรับปรุงกันตามนโยบายใหม่แล้ว
เกือบทุกร้านก็มาถามว่า ต่อเคาน์เตอร์ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ แล้วก็ส่ายหน้ากันทุกคน
มันแพงมาก...

คุณแม่ผม ท่านขายขนมหวานประเภท ขนมน้ำแข็งใส ไอศกรีม สลิ่ม
ชื่อร้าน...ซ่าหริ่มพี่อุไร
สองวันแรกที่ขาย ยายเจ๊ ตัวร้ายแกด่าแหลก ด่าทั้งวัน ด่าลอยๆ ด่าหยาบๆ คายๆ
พอวันที่ 3 คุณแม่ผมเลยไปซื้อเครื่องเทปอัดเสียง มาเปิดอัดไว้
พอตอนบ่ายคนเงียบแล้ว ก็เปิดเสียงที่แกด่าดังลั่น สปีดสูงสุดให้ทุกคนได้ยิน...เป็นที่เฮฮา ของร้านอื่นมาก
แล้วบอกยายเจ๊ว่า...จะเอาไปเปิดให้อาจารย์ผู้ดูแลฯ ฟัง
แกเลยเงียบไปเลย...เสียหน้าอย่างที่สุด แต่ก็กลัวถูกไม่ให้ขาย
ยิ่งเห็นแม่ผมทุกวัน แกก็โกรธทุกวัน...จนความดันพุ่งปรี๊ด
ต้องเข้าโรงพยาบาลไปหลายวัน

เปิดร้านขายใหม่ๆ เงียบมาก เลยต้องคิดทำการตลาด
ให้คุณพ่อของผมหาวิธี
ท่านก็ไปเอาบทกลอน หรือกาพย์ขนมหวาน มาโรเนียวแจกเด็กนักศึกษา
แล้วถ้าใครท่องได้...จะได้ขนมฟรี 1 ถ้วยใหญ่
จำได้แต่ว่า...มีคนมาเข้าแถวท่องกันแถวยาวมาก เป็นอาจารย์ก็ยังมี
บางคนจำได้ไม่หมด ต้องให้เพื่อนอีกคน สองคนมาช่วยกันท่อง...ได้ 1 ถ้วยเหมือนกัน
ขายขนมอยู่ที่ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ ตั้งร่วม 10 ปีได้มั๊ง
คุณแม่ผมบอก...เป็นพระคุณของท่าน สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุนนาค )
ซึ่งเรียกกันว่า...เสด็จพ่อ...เป็นอย่างมาก
ถ้าท่านไม่อนุญาต ก็คงไม่ได้ขาย
ผมเองยังเป็นเด็ก เดินผ่านท่านก็ไหว้ทุกวัน...ท่านคงเมตตา
คุณหม่อง...ภรรยาของผมก็เรียน ร.ร.สาธิตบ้านสมเด็จ ตั้งแต่ต้นจนจบ
คุณแม่ผม ท่านเลยออกจะเกรงๆ ใจสะใภ้คนนี้
เพราะถือว่า...เป็นลูกหลาน...เสด็จพ่อ...

ยังมีเรื่องสนุกๆ ของท่านอีกหลายเรื่อง
ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง ครับ


อนณ 089-995-9377
tobeteam@yahoo.com



Create Date : 02 เมษายน 2554
Last Update : 2 เมษายน 2554 20:02:43 น. 2 comments
Counter : 626 Pageviews.

 
นับถือคุณแม่คุณจริง ๆ ค่ะ เป็นคนสู้ชีวิตและถ้านับ ณ เวลานั้นแม่คุณเป็นผู้หญิงที่ทันสมัยที่สุด อ่านแล้วชื่นชมจริง ๆ ค่ะ


โดย: Mrs.Gould IP: 99.237.242.142 วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:21:54:27 น.  

 
เรื่องราวสนุกดีจัง


โดย: malina วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:22:06:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.