หมากเม่า
รายงานความคืบหน้า หมากเม่า สวน บางระจัน สิงห์บุรี
11 ก ย 2010
2 ปีกว่า กับ 1 ใน 4 ต้น มาจาก สกลนคร ทั้งหมด










รูปนี้ เมื่อ 10 ต.ค. 2553


รูปนี้ เมื่อ 16 พ.ย. 2553



รูปนี้ขอยืมมา รอว่าเมื่อไหร่ที่สวนจะโตขนาดนี้



ชื่อวิทยาศาสตร์ Antidesma thwaiteaianum Muell. Arg.
วงศ์ STILAGINACEAE
ชื่ออื่น : เม่าเสี้ยน มัดเซ มะเม่า หมากเม่า
ลักษณะทั่วไป : ไม้ผลท้องถิ่นยืนต้นไม่ผลัดใบ (evergreen tree) สูง 12-15 เมตร ใบ ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว เรียงตัวแบบสลับ (alternate) ดอก ออกเป็นช่อแบบ spike ดอกแบบแยกเพศต่างต้น (dioecious) ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลสุกในเดือนสิงหาคม-กันยายน ผลกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 เซนติเมตร ผลดิบสีเขียวเมื่อเข้าสู่ระยะสุกผลเปลี่ยนเป็นสีแดงและเป็นสีดำเมื่อสุกจัด
นิเวศวิทยาและการแพร่กระจาย : พบแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น สกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย มีความทนแล้งได้ดี

ประโยชน์ หมากเม่า

1. ผลดิบสีเขียวอ่อน ประกอบอาหารคล้ายส้มตำเม่า

2. ผลแก่สีแดงมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่จัดสีดำม่วง จะมีรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้สด

3. ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบายและบำรุงสายตา ใบสดนำมาอังไฟเพื่อใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำดำเขียว เปลือกต้นเม่าใช้เป็นส่วนประกอบของลูกประคบ

4. ผลหมากเม่าสุก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด แคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามิน B1 B2 C และ E

5. น้ำเม่าสกัดเข้มข้น 100% มีสารอาหาร วิตามินหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายรวมทั้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ

6.ไวน์หมากเม่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

ลักษณะดีเด่นของมะเม่าคือ มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการหลายชนิด เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินอี วิตามินบี 1 และบี 2 มีกรดอะมิโม และสารแอนโธไซยานิน ซึ่งให้สีม่วงแดง มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นดี โดยเฉพาะเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสายตา และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการแก่ชราของเซลล์และเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย





Create Date : 13 กันยายน 2553
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2553 20:19:44 น.
Counter : 886 Pageviews.

1 comment

XXLL
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



  • ราคาน้ำมันวันนี้

    New Comments