อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
space
space
space
space

บทบาทของผู้นำในองค์กร
บทบาทของผู้นำในองค์กร

แนวคิดเกี่ยวกับผู้นำและภาวะผู้นำพบว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารและการบริหารในองค์กร บทบาทของผู้นำในองค์กรที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารจึงมีบทบาทที่ไม่แตกต่างกัน ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์กร การเป็นผู้นำ และการควบคุม แต่จากคำกล่าวที่ว่า “ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหาร แต่ผู้บริหารควรเป็นผู้นำด้วย (มีภาวะผู้นำ)” นั้นย่อมแสดงว่าผู้นำและผู้บริหารมีความแตกต่างกันในแง่ของรายละเอียดและพฤติกรรมในการทำงาน จึงสามารถบอกถึงบทบาทของผู้นำในองค์กรได้จากความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับผู้บริหาร
ผู้บริหาร คือ ผู้ที่ทำงานให้สำเร็จลงโดยอาศัยความร่วมมือของคนอื่นโดยไม่คำนึงว่าความสำเร็จนั้นคนจะพอใจหรือไม่ หากมองในแง่ค่าใช้จ่ายผู้บริหารทำให้งานสำเร็จตามเป้าหมายโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำสุด ส่วนผู้นำก็จะทำให้งานสำเร็จแต่ผู้ตามมีความพอใจด้วยเมื่อพิจารณาในแง่ของความพอใจ ผู้นำทำให้งานสำเร็จด้วยความเต็มใจของผู้ปฏิบัติงานด้วยความสะดวกสบายใช้วิธีการจูงใจและอาศัยคุณสมบัติที่อยู่ในตัวของผู้นำ ค่าใช้จ่ายอาจต่ำกว่าเพราะว่าผู้นำ ก่อให้เกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรืออาจเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ซานเชส เอเรียส(Sanchez Arias, 2004) ได้ระบุถึงบทบาทของผู้นำในองค์กรไว้ว่ามี 5 แบบของผู้นำที่นำไปใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย
1. บทบาทผู้จัดการ (Manager Role) เป็นบทบาทที่ผู้นำต้องมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรที่สำคัญขององค์กร ให้ความร่วมมือในการทำงาน สนับสนุนการทำงาน ร่วมสร้างผลลัพธ์ให้องค์กร ทำการวัดประเมินผล ควบคุม รายงาน สร้างแน่ใจเรื่องคุณภาพของกระบวนการทำงานและการให้บริการ รวมทั้งผลผลิตขององค์กร
2. บทบาทของผู้สร้างวิสัยทัศน์ (Visionary Role) เป็นบทบาทที่ผู้นำต้องสร้างวิสัยทัศน์ และรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นั้นกลายเป็นจริงให้ได้ โยพยายามปฏิบัติตนในฐานะตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลง(Change Agent) ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสมาชิกในทีมให้เกิดความรู้สึกร่วมกันในการนำวิสัยทัศน์ไปใช้
3. บทบาทของผู้ฝึกสอน (Coach Role) เป็นบทบาทที่ผู้นำต้องปฏิบัติตนเหมือนหัวหน้าทีมกีฬาที่มุ่งค้นหาบุคคลที่มีพรสวรรค์ พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างบุคลากรหลักที่จะก้าวขึ้นเป็นตัวแทนในอนาคตขององค์กร โดยใช้วิธีการเป็นผู้ฝึกสอนกับบุคลากรเหล่านี้
4. บทบาทของนักการศึกษา (Educator Role) เป็นบทบาทที่ผู้นำทำตนเป็นนักการศึกษา ผู้นำต้องแปลข้อมูลความรู้และประสบการณ์ผ่านการประชุม การพูดคุย การฝึกอบรม หรือการสื่อสารระหว่างกันในองค์กร เพื่อพัฒนาความสามารถของทีมงาน และทุนทางปัญญาขององค์กรให้เกิดขึ้น
5. บทบาทของเอกอัครราชทูต (Ambassador Role) เป็นบทบาทที่ผู้นำจะสร้างพันธมิตรเพื่อการสนับสนุนทุกฝ่าย วางแผนกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาความพันธ์ระหว่างองค์กร และส่งเสริมปรัชญา ประวัติศาสตร์และบริการขององค์กร
จากบทบาททั้ง 5 แบบเปรียบเทียบได้กับนิ้วมือทั้ง 5 คือ นิ้วโป้งเป็นตัวแทนบทบาทผู้จัดการ นิ้วชี้เป็นตัวแทนบทบาทของผู้สร้างวิสัยทัศน์ นิ้วกลางเป็นตัวแทนบทบาทของผู้ฝึกสอน นิ้วนางเป็นตัวแทนบทบาทของนักการศึกษา และนิ้วก้อยเป็นตัวแทนบทบาทของเอกอัครราชทูต ซึ่งบทบาททั้ง 5 นี้จะช่วยให้ผู้นำบริหารงานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล ดังนั้นเมื่อเป็นผู้บริหารจึงควรมีภาวะผู้นำ หรืออย่างมือก็ควรมี 5 นิ้ว /สวัสดีครับ




 

Create Date : 25 มกราคม 2552   
Last Update : 25 มกราคม 2552 14:32:18 น.   
Counter : 2530 Pageviews.  
space
space
สวัสดีปีใหม่ 2552
สวัสดีปีใหม่ 2552

ปีใหม่อีกแล้ว ชีวิตผ่านไปอีกหนึ่งปี ถ้าเป็นเด็กๆ ก็ดีใจที่จะได้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ส่วนผู้ใหญ่ก็แก่ขึ้นอีกหนึ่งปี (น่าใจหายนะ) ปีใหม่เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองสนุกสนาน หลายคนกลับบ้านไปหาพ่อแม่ปู่ย่าตายาย และญาติพี่น้องพบหน้าพบตารวมญาติกันพลอยให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัวและลูกหลาน ส่วนอีกหลายคนก็ไปเที่ยวพักผ่อนกันตามต่างจังหวัด ก็ขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย และมีความสุขในวันปีใหม่ 2552ทุกๆ ท่าน
และเนื่องในวันปีใหม่ที่ทำให้ทุกคนอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี วันนี้ผมมีสูตรยืดอายุให้ยืนยาวครับเป็นสูตรที่สามารถนำไปปฏิบัติตัวได้ง่ายๆ สูตรนี้ได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้าครับ (จากหนังสือ “ทำอย่างไรจึงเรียนเก่ง” ของพระธรรมโกศาจารย์ ศ.ประยูร ธมฺมจิตฺโต)
ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน 3 เดือน พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า ถ้าบุคคลประสงค์จะอยู่กัป ให้ใช้ อิทธิบาท 4 (คำว่า “กัป” ในที่นี้หมายถึงอายุกัป ได้แก่อายุขัยของมนุษย์ซึ่งเท่ากับหนึ่งร้อยปีในสมัยพระพุธเจ้า) ตอนที่ตรัสข้อความนี้พระพุธเจ้ามีพระชนมายุ 80 ปี ถ้าทรงประสงค์จะอยู่ให้ถึง 100 ปี ก็ต้องใช้ อิทธิบาท 4
อิทธิบาท 4จะช่วยให้อายุยืนยาวได้อย่างไรพอจะอธิบายได้ดังนี้ครับ
ข้อแรก ฉันทะ คือความพอใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าคนแก่จะมีอายุยืนยาวต่อไป ต้องมีฉันทะคือความพอใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป(A Will to Be) และมีเหตุผลว่าอยู่เพื่ออะไร นั่นคือหาความหมายให้กับชีวิต
ข้อที่สอง วิริยะ คือมีความเพียรและกำลังใจที่จะสู้กับความทุกข์ยาก เพื่อรักษาชีวิตให้ยืนยาวต่อไป
ข้อที่สาม จิตตะ คือมีจิตใจจดจ่อหรือฝักใฝ่กับเรื่องที่ตัวเองมีความผูกพันนั้น ซึ่งจะทำให้มีสมาธิมุ่งมั่นและมีความสุขกับเรื่องที่กำลังทำ สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าหรือหมดความหมาย
ข้อที่สี่ วิมังสา คือใช้ปัญญาสอบสวน หมายถึงสมองจะต้องขบคิด เพื่อเป็นการออกกำลังกายสมอง จิตใจจะได้กระฉับกระเฉง สมองไม่ตายตัวก็ไม่ตาย
ขอให้ใช้ อิทธิบาท 4 ให้เกิดประโยชน์ในการใช้ชีวิตที่ยืนยาวตลอดปีใหม่ 2552 และตลอดไป ด้วยความไม่ประมาท
สวัสดีปีใหม่ครับ




 

Create Date : 16 มกราคม 2552   
Last Update : 16 มกราคม 2552 12:03:40 น.   
Counter : 170 Pageviews.  
space
space
คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม
คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม

คนเรามักชอบทำอะไรแบบซ้ำๆ แล้วก็คิดว่าเมื่อทำแบบนี้แล้วเคยสำเร็จ ทำแบบเดียวกันกับที่อื่นสถานการณ์อื่นก็จะสำเร็จเหมือน แต่สำหรับการบริหารนั้นทำไม่ได้เพราะการบริหารไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว ผู้บริหารมีหน้าที่ตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ถูกต้องในสิ่งที่ไม่มีในระเบียบหรือข้อบังคับ สิ่งที่ใดที่มีอยู่ในระเบียบหรือข้อบังคับก็ไม่ต้องเสียเวลาไปคิดมากให้เปลืองสมอง ก็มอบหมายให้ลูกน้องทำไปตามระเบียบหรือข้อบังคับเหล่านั้นก็สิ้นเรื่อง เอาเวลาไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มาเพื่อพัฒนางานต่อไปดีกว่า เป็นการป้องกันการคิดอะไรซ้ำๆ ทำอะไรแบบเดิมๆ ที่เรียกว่า “มุขแป็ก” พูดกันครั้งใด ลูกน้องก็ขำแต่ขำแบบหัวเราะไม่ออกเพราะมันฝืดจริงๆ
คงจะคล้ายๆ นิทานของท่าน ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ที่เขียนไว้ในหนังสือ “การบริหารนวัตกรรมอย่างยั่งยืนและพอเพียง” ประเภทที่ไปที่ไหน ก็คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ความสำเร็จเดิมๆ เอามาใช้ใหม่ เรื่องมีดังนี้
ผู้บริหารท่านหนึ่ง ประสบความสำเร็จในแง่ผลลัพธ์จากโรงงาน ก. แถวภาคเหนือ แต่เมื่อโดนนายใหญ่ย้ายให้มาบริหารโรงงาน ฮ. แถวภาคใต้
ปรากฏว่า ลูกน้องเอือมระอากันไปหมดเลย เพราะท่านเคยทำอะไรที่โรงงาน ก. ก็เอามาทำที่โรงาน ฮ. อีก เช่น
• อะไรๆ ก็เลี้ยงเหล้า โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าคนแถบนั้นเขาเคร่งศาสนาไม่ทานเหล้า
• ตัดงบประมาณการอบรม
• ดุด่าเพื่อต้องการผลลัพธ์
• งกและหวงการใช้รถ ฯลฯ ผลของการไม่ใช้รถบ่อยๆ ทำให้ยางเสื่อม น้ำกลั่นแห้ง แบตเตอรี่พัง ต้องเสียเงินซ่อมรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
• อื่นๆ
ท่านชอบชื่นชมคนที่ทำงานได้ถูกใจ คนไม่เถียง ท่านบอกว่าต้องทำอะไรรวดเร็ว ว่องไว และทำตามคำสั่งให้ชัดๆ วินัยคือการเชื่อฟัง การเลี้ยงมื้อเย็นคือการสร้างขวัญกำลังใจ
ได้ ISO 9000 ก็จัดงานเลี้ยง เมากันทั้งโรงงาน ร้องเพลงลั่น
ได้ ISO 14000 ก็จัดงานเลี้ยง เมากันทั้งโรงงาน ร้องเพลงลั่น
ครั้นพอทำจะทำ TPM พนักงานก็เดาได้เลยว่า ทำไปเถอะเหนื่อยแทบตาย ผู้บริหารก็เลี้ยง 1 มื้อ เมากันทั้งโรงงาน “โถมันก็แค่นั้นเอง” “เอาอีกแล้ว”

จบนิทานเรื่องนี้แล้วครับ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ไม่ได้สรุปอะไรไว้ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ผมเข้าใจเองว่าหากเราทำอะไรแบบเดิมๆ แล้วก็คิดว่าต่อไปก็จะทำแบบเดิม เพราะเห็นว่าเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว คงจะไม่เป็นอย่างที่คิด แต่หากจะความสำเร็จน่าจะสำเร็จอยู่คนเดียว แต่ลูกน้องทั้งหลายคงไม่สามารถตามไปสู่ความสำเร็จได้ คนเราหัวจะโตอย่างเดียวก็ไม่ได้ เท้าจะโตอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะต้องมีความสมดุลกัน /สวัสดี




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2551   
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 16:27:05 น.   
Counter : 207 Pageviews.  
space
space
ตากับตีน
ตากับตีน

มีกลอนดีๆ มามาฝากท่านผู้อ่านครับ เอามาจากเวปไซต์ http://newwave2.doae.go.th ลองอ่านดูครับ

ตีนกันตาอยู่กันมาแสนผาสุก
จะนั่งลุกยืนเดินเพลินหนักหนา
วันหนึ่งตีนทะลึ่งเอ่ยปรัชญา
ว่าตีนมีคุณต่อตาเสียจริง ๆ
ตีนพาตาไปในที่ต่าง ๆ
ตาจึงได้ชมนาง สรรพสิ่ง
เพราะฉะนั้นดวงตาจงประวิง
ว่าตีนนี้เป็นสิ่งควรบูชา
ตาได้ฟังตีนคุยโม้ก็หมั่นไส้
จึงร้องบอกออกไป ด้วยโทสา
ว่าที่ตีนไปไหนมาไหนได้ก็เพราะตา
ดูมรรคาเศษแก้วหนาม ไม่ตำตีน
เพราะฉะนั้นตาจึงสำคัญกว่า
ขอตีนอย่าได้มา คิดดูหมิ่น
สรุปแล้วตามีค่าสูงกว่าตีน
ทั่วธานินตีนไปได้ ก็เพราะตา
ตีนได้ฟังให้คั่งแค้นแสนจะโกรธ
ก็พิโรธกระโดดไปใกล้หน้าผา
เพราะอวดดีคุยเบ่งเก่งกว่าตา
ดวงชีวาจะดับไป ไม่รู้เลย
ตาเห็นตีนทำเก่งเร่งกระโดด
ก็พิโรธแกล้งระงับ หลับตาเฉย
ตีนพาตาถลาล้มทั้งก้มเงย
ตกแล้วเหวยตายห่า ทั้งตาตีน

สรุปว่า คนเราไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ รวยหรือจน ฯลฯ อยู่ร่วมกันต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ข่มเหงกันไม่ทำร้ายกัน วันนี้เขาพึ่งเราแต่วันหน้าเราอาจต้องพึ่งเขา ถ้าเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวเดี๋ยวเขาจะหาว่าเราหน้าด้าน(...กล้าขอก็กล้าให้ล่ะครับ...) จบ/ สวัสดีครับ




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2551   
Last Update : 19 มิถุนายน 2551 13:21:31 น.   
Counter : 348 Pageviews.  
space
space
สามพวกสี่ประเภท
สามพวกสี่ประเภท

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยวุ่นวายและสบสน จนหลายคนเบื่อหน่ายซึ่งผมก็เบื่อด้วยเช่นกัน แต่เราก็ต้องอยู่กันต่อไปกับประเทศที่น่ารักของเราอันมีดีมากกว่าไม่ดีและเหมาะสมกับอุปนิสัยของคนไทยเป็นอย่างมาก ทำไมเราจึงมีนักการเมืองแบบนี้เพราะนิสัยคนไทยเป็นอย่างนี้ (มันเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน) เราชอบคนที่ให้ผลประโยชน์แก่เรา มองว่าเป็นพวกเราและเขาจะเป็นคนดี แต่ถ้าเขาไม่ให้ผลประโยชน์แก่เรา กลับเอาผลประโยชน์ไปให้คนอื่น เราก็มองว่าเขาไม่ใช่พวกเราและเป็นคนไม่ดี มันก็เท่านั้นเอง
ขณะนี้ประเทศไทยอาจแบ่งคนออกได้เป็นสามพวก คือ คนที่ไม่ถูกกันสองพวก และคนที่อยู่เฉยๆอีกพวกหนึ่ง ในคนทั้งสามพวกนี้อาจแบ่งออกได้เป็นสี่ประเภทคือ
ประเภทที่หนึ่งเก่งและรู้มาก คนประเภทนี้หลอกยาก เอาตัวรอดได้ทุกทีเมื่อมีภัยมักได้เป็นผู้นำของกลุ่ม ถ้าเป็นคนดีก็ดีมากๆ แต่ถ้าเป็นคนเลวก็เลวอย่างมีระดับน่านับถือ
ประเภทที่สองไม่เก่งแต่รู้มาก (ทำให้นึกว่าตนเองเก่ง บางทีก็ถูกเรียกว่า “นักวิชาการ”) เหมาะที่จะหลอกเอาไปใช้งานเป็นอย่างยิ่ง เอาไว้อ้างอิงก็ดีนะครับ หรือให้เป็นหัวหน้าประเภทยอมตายเพื่อเจ้านายก็ได้ นิสัยเสียของคนประเภทนี้คือชอบเงินครับ
ประเภทที่สามเก่งแต่ไม่รู้มาก คนประเภทนี้จะมีอยู่มากในกลุ่มคนที่อยู่เฉยๆ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้มาก (โดยมากไม่สนใจมากกว่าเลยทำให้ไม่รู้เรื่อง) แต่ก็มักอยู่ได้อย่างมีความสุขเนื่องจากรู้จักทำมาหากินไม่ต้องพึ่งพาใครและหลอกยาก คนที่ไม่ถูกกันทั้งสองพวกไม่ค่อยพิศวาสกับคนประเภทนี้เพราะเอามาเป็นพวกได้ยาก ต้องเสียเวลานั่งอธิบาย เอาใจก็ยาก
ประเภทที่สี่ไม่เก่งและไม่รู้มาก (จะรู้เรื่องเฉพาะที่เขาต้องการให้รู้ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกให้รู้ในเรื่องไม่จริง) คนประเภทนี้จะมีอยู่มากในกลุ่มคนที่อยู่เฉยๆ เช่นกันเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดรักใครก็รักจริงถ้าอยู่พวกไหนมักจะตกหลุมรักอยู่กันอย่างหัวปักหัวปำ เวลาเขาตีกันประเภทนี้จะได้รับเกียรติถูกจัดให้เป็นแนวหน้าตายก่อนทุกที และบางคนอาจได้รับการโปรโมทอย่างวีรบุรุษ หากมีผลทางการเมืองจากคนที่ไม่ถูกกันสองพวก คนประเภทนี้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายในการดึงเข้ากลุ่มมากที่สุด
ท่านผู้อ่านอาจจะกำลังพิจารณาว่าตนเองจัดเป็นคนพวกไหนและประเภทไหน อันนี้ขอตอบว่าท่านก็คงรู้ตัวของท่านเองได้ว่าท่านเป็นพวกไหน(เป็นสิทธิ์ของท่าน) ส่วนท่านเป็นคนประเภทไหนนั้นอันนี้ผมว่ามีโอกาสเป็นได้ทั้งสี่ประเภทแหละครับเพราะคนเราพัฒนาการได้ เปลี่ยนแปลงได้ และแล้วแต่งานของกลุ่มสังคมที่เราอยู่ด้วย ข้อสำคัญอย่าหลอกตัวเองก็แล้วกัน หลอกคนอื่นให้เชื่อนั้นก็มีให้เห็นกันทั่วไปเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหลอกตัวเองแล้วยังเชื่อ...ก็เป็นเรื่องของท่านก็แล้วกัน เพราะนั่นแสดงว่าท่านคงไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเองเท่านั้น
คงไม่มีใช่ไหมครับ ! สวัสดี




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2551   
Last Update : 19 มิถุนายน 2551 13:20:03 น.   
Counter : 178 Pageviews.  
space
space
1  2  3  4  

camornrut
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






ยินดีต้อนรับสู่ อมรรัตน์บล๊อค บล๊อคที่มีแต่เพื่อนสว. (สูงวัย) แต่ใจยังขบเผาะ...... ..................................................... ความจริงที่ผ่านเลยมา...กาลเวลาที่เปลี่ยนเวียนไป อยู่คนเดียวเปลี่ยวเหงาใจ...เฝ้าน้อยใจอยู่ทุกคืนวัน ตัวเราเฝ้าแต่คอยฝัน...ว่าสักวันนั้นคงเป็นจริง พากเพียรทำไปทุกสิ่ง...สุดประวิงหวั่นในหัวใจ ใครเขาเข้าใจเราบ้าง...สุดอ้างว้างในดวงฤดี ขอเปลี่ยนเป็นเสียงดนตรี...เพื่อกล่อมชีวีของชีวิตเรา เราจึงร้อยแก้วเสกสรร...สร้างความฝันให้เป็นเสียงเพลง ถึงทุกข์หรือจะครื้นเครง...เราจะบรรเลงด้วยเพลงของเรา ....................................คำร้อง ทำนอง ดร.แมว
space
space
[Add camornrut's blog to your web]
space
space
space
space
space