Group Blog
 
All blogs
 
ศิลปกรรมลัทธิอิมเพรสชั่นนิมส์ Impressionism Art

ศิลปกรรมลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ Impressionism Art




ศิลปกรรมลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ ปรากฏต่อสาธารณชนและวงการศิลปกรรมอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 1874 เมื่อจิตรกรหนุ่มกลุ่มหนึ่งได้จัดการแสดงผลงานที่ห้องแสดงภาพของเนดาร์ ( Nadar ) ณ กรุงปรารีส ประเทศฝรั่งเศส และแม้ว่าศิลปินกลุ่มนี้เปิดการแสดงงานศิลปกรรมอย่างเงียบ ๆ แต่ผลงานของพวกเขาก็ได้สร้างความตื่นตระหนก และได้รับการประณาม เยาะเย้ย เฉพาะอย่างยิ่งการตำหนิถางภาพเขียนที่มีชื่อว่า Impressionism , Sunrise หรือภาพ ความประทับใจพระอาทิตย์ยามอรุณ ที่โมเนต์เขียนขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1872 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานทที่ปรากฏในห้องนิทรรศการว่าเป็นภาพเขียนที่ความอัปลักษณ์ หยาบกระด้าง กลุ่ม Impressionism อันมีที่มาจากชื่อ ภาพเขียนของโมเนต์ดังกล่าว แต่แทนที่ศิลปินหนุ่มกลุ่มนี้จะเคียดแค้น ชิงชัง ตรงกันข้ามพวกเขากลับแสดงความยินดี และน้อมรับเอาชื่อที่ถูกเรียกเชิงประชดประชันและเหยียดหยาม จากนักวิจารณ์ที่ไม่ปรารถนาดีมาเป็นชื่อกลุ่มหรือลัทธิศิลปะของตน คือ ลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ หรือ “Impressionism ”





ในช่วงเวลาไม่นานนักศิลปะลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ ก็เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางและกลายเป็นรูปแบบหรือแนวทางศิลปกรรม ที่ได้รับการยอมรับของสาธารณชน และวงการศิลปกรรมอย่างสูงที่สุด

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการศิลปกรรมและนักประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกกลุ่มหนึ่งให้ความเห็นว่า อิมเพรสชั่นนิสม์เป็นจุดเริ่มต้นของศิลปกรรมสมัยใหม่ ด้วยมีการฉีกกลวิธีจิตรกรรมที่ศิลปินช่วงก่อนเคยสร้างสรรค์ด้วยวิธีการเกลี่ยเรียบมาเป็นรูปแบบป้ายและให้สีผสานผสมกันในดวงตาผู้ดู

หากพิจารณาในเชิงวิวัฒนาการจะพบว่า ศิลปกรรมแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ได้วิวัฒนาการมาจากศิลปกรรมลัทธินีโอคลาสสิก โรแมนติก เรียลิสม์ และพัฒนากลายเป็นศิลปกรรมลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ในที่สุด ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากความเบื่อหน่ายของศิลปิน ที่มีต่อศิลปะลัทธินีโอคลาสิก ลัทธิเรียลิสม์ ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานอยู่ภายใต้กรอบเกณฑ์ทางความงาม ความสมบรูณ์ ตามหลักการจัดภาพแบบเดิมของแนวเดิมของแนวนีโอคลาสสิก

สาเหตุต่าง ๆ ดังกล่าวที่เข้าไปปะทะสังสรรค์สังคมยุโรป และเป็นเงื่อนไขใหม่ของศิลปินตะวันตก ทำให้ศิลปินยุโรปซึ่งอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางศิลปกรรมมีความสนใจต่างกัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 พวก คือ พวกหนึ่งสนใจที่จะพยายามรักษาแบบแผนเดิม ในขณะอีกพวกหนึ่งสนใจที่จะพยายามเสาะหาลักษณะรูปแบบศิลปกรรมใหม่ เพื่อแสดงออกแบบใหม่ สำหรับความสนใจของกลุ่มหลังได้กลายเป็นสาเหตุสนับสนุนให้ลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ปรากฏขึ้น และการขยายตัวในฝรั่งเศลและยุโรปอย่างรวดเร็ว ( Denvir. 1991 : 9 -11 )





กล่าวสำหรับความเชื่อทางศิลปะของลัทธิอิมเพรสชันนิสม์โดยสรุป



1. ความรู้สึกประทับใจครั้งแรกมีคุณค่ามากที่สุด และหน้าที่ของศิลปินคือจะต้องแสดงความรู้สึกนั้นให้ปรากฏให้เห็นได้ด้วยวิธีใดก็ตาม



2. การรับรู้ของมนุษย์ที่สร้างให้เกิดความประทับใจนั้นอยู่กับแสงกับเงามนุษย์จะมองเห็นสิ่งต่างๆได้ เพราะแสงกับเงาเท่านั้น



3. สีเป็นเรื่องของความรู้สึก รสนิยม และความจริงใจ และมีความสำคัญยิ่งในการแสดงออกทางศิลปะ ถ้าปราศจากสีแล้วศิลปะจะไม่เกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้นความสำคัญของผิวหน้า ( Texture ) ก็มีคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสีเลย



4. เรื่องราวที่เห็นด้วยตามนุษย์เอง มีคุณค่ามากกว่าเรื่องที่ไม่เคยเห็น และโดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เป็นจริงขณะนั้น ยิ่งมีคุณค่าสูงยิ่งขึ้น




5. ธรรมชาติให้แต่เพียงวัตถุดิบเท่านั้นเอง มนุษย์เป็นผู้ปรุงแต่งวัตถุดิบเหล่านั้น ด้วยความรู้สึกประทับใจ ทักษะและความคิดสร้างสรรค์




6. การรู้จักตัดทอนให้เหมาะสม ในทางศิลปกรรมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และมีคุณค่าสูง เปรียบเสมือนคนที่เข้าใจพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความ ( อารี สุทธิพันธุ์. 2528 : 172 – 173 )




กล่าวโดยสรุปแล้วศิลปินกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสม์ ได้เข้าถึงการแสดงออกเรื่องแสง โดยใช้หลักทฤษฏีแสงอาทิตย์มาช่วยให้สีมีความกระจ่างสดใสยิ่งขึ้น พวกเขาเขียนภาพภายใต้การผสานกันด้านรูปทรงที่เกิดขึ้นด้วยสี แสงและเงา รวมทั้งแสงสะท้อนและเงาที่ตกทอดด้วย รวมไปถึงการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบมาผสมผสานกับลัทธิธรรมชาตินิยม( Naturalism ) ผนวกเข้ากับความสามารถเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน ถือว่าเป็นทางออกศิลปะโดยไม่บังคับตนเอง และสามารถปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง




ศิลปินลัทธิอิมเพรสนิสม์



ศิลปินกลุ่มอิมเพรสชันนิสม์มีหลายคนที่สำคัญ คือ มาเนต์ ( Manet) โมเนต์ ( Monet ) ปิซาโร ( Pissaro ) เรอนัวร์ ( Renoir ) เดกาส์ ( Degas ) ซีสลี ( Sisley ) ทูลูส โลเทรค ( Toulouse Lautrec ) และ โรแดง ( Rodin )





อีดูวาร์ด มาเนต์ ( Edouatd Manet , ค.ศ. 1832 – 1883 ) เป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสเกิดในครอบครัวผู้มีฐานะดีเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำกลุ่มลัทธิอิมเพรสชันนิสม์ แต่สำหรับศิลปินหัวก้าวหน้า ในช่วงนั้น กลับให้ความชื่นชมมาเนต์ว่าเป็นวีรบุรุษทางศิลปะ เป็นนักบุกเบิกคนสำคัญแห่งยุคสมัย



ในความเป็นจริงผลงานของมาเนต์ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างสรรค์ศิลปะกรรมอิมเพรสชันนิสม์แก่ศิลปินหลายคน



กระนั้นผลงานเขาช่วงมีชีวิตกก็มิได้ประสบความสำเร็จด้านการขาย จนกระทั่งเขาเสียชีวิตผลงานอันทรงคุณค่า จึงเริ่มได้รับความชื่นชมจากสาธารณชน และกลายเป็นผลงานที่มีราคาสูงที่สุดคนหนึ่งของโลก



ผลงาน







"Le D้jeuner sur l'Herbe" 1863





Edouatd Manet



โคลด โมเนต์ ( Claude monet ค.ศ. 1840 – 1926 ) โมเนต์เป็นจิตรชาวฝรั่งเศสที่มีความสนิทสนมกับมาเนต์ เขาเป็นจิตรกรที่มีความสามารถสูงและมีความเฉลียวฉลาดในการเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนทัศนะกับบรรดาศิลปินผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้น ซึ่งต่อมาล้วนกลายเป็นศิลปินผู้มีบทบาทต่อการแลกเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปแบบศิลปกรรมแบบเก่าสู่ผลงานลัทธิอิมเพรสชันนิสม์อย่างแท้จริง



อย่างไรกก็ตามในระยะต่อมาผลงานของโมเนต์ก็เป็สที่ยอมรับ ทำให้เขาขายงานได้ และได้รับการยกย่องอย่างสูงจากสาธารณชน แม้ว่าจะเป็นในช่วงระยะท้ายชีวิตของเขาก็ตาม โมเนต์ถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1962 ขณะมีอายุได้ 86 ปี


ผลงาน






ชื่อภาพ Madame Monet and Her Son






ความประทับใจพระอาทิตย์ยามอรุณ



เอ็ดการ์ เดการ์ ( Edgar Degas , ค.ศ. 1834 – 1917 ) เดการ์เป็นศิลปินผู้มีฐานะดี เขาเป็นบุตรชายของนายธนาคารผู้มั่งคั่ง ด้วยความรักในศิลปะทำให้เขากล้ายเป็นลูกที่ไม่ตามใจพ่อแม่ ที่ต้องการให้เรียนวิชาการด้านกฎหมายเพื่อมาดูแลธุรกิจ เขาหันหลังให้กับการเรียนวิชากฎหมายสู่การศึกษาศิลปะในสถาบัน ผลงานของเขาจึงได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ตรง และความพร้อมด้านการเงิน และการเดินทางศึกษาความรู้ทางกศิลปกรรม เนื้อหาในผลงานเขามักจะมีเรื่องราวเกี่ยวกันเทพนิยาย ศาสนา และประวัติศาสตร์ ในระยะหลังเขาได้สนใจวิถีชีวิของเมืองในแง่มุมต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะภาพการเต้นรำ หรือนางระบำ และนอกจากเดการ์จะเป็นผู้มีความสามารถทางจิตรกรรมแล้ว เขายังมีแววให้เห็นความสามารถด้านประติมากรรมอย่างดีเยี่ยมอีกด้วยและประติมากรรมของเขาได้แสดงให้เห็นถึงการแสดงออก ตามแนวอิมเพรสชั่นนิสม์อย่างแท้จริง กล่าวคือ เป็นการแสดงออกถึงความประทับใจมากกว่าที่จะแสดงส่วนละเอียดอย่างชัดเจน ดังประติมากรรมสมัยกรีก โรมัน และในวงการประติมากรรมสมัยใหม่ ก็ได้รับอิทธิพลจาผลงานประติมากรรมของเดการ์ค่อนข้างมากทีเดียว


ผลงาน






Dancing Examination / 1874







Image:Edgar Degas - Chasse de danse



ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์ ( Pierre Auguste Penoir, ค.ศ. 1841 – 1919 ) เรอนัวร์เป็นจิตรกรอิมเพรสชั่นนิสมชาวฝรั่งเศสอีกคน เขาศึกษศิลปะจากการ ชมผลงานในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ และจากการสอนของเกล แยร์ ทำให้เขาได้พบกับจิตรกรแกนนำคนสำคัญลิทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ คือ โมเนต์ ซีสลี และบาชีย์ และทำให้เขาได้ทำงานศิลปะตามแนวทางอันแสนรักด้วยกันบ่อยครั้ง
เรอนัวร์เป็นจิตรกรอิมเพรสชั่นนิสม์ ที่มีความสามารถสูงในการเขียนภาพคนและแง่มุมด้านทัศนีวิทยาของสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์ โดยการแสดงสีที่ดูสดใส มีบรรยายกาศที่ใสสะอาดราวกับสิ่งต่างๆ ในภาพเป็นของเหลว ด้วยการประสานสัมพันธ์ระหว่างสีที่เป็นเงาและสีที่เป็นเงาและสีที่เป็นแสงสว่าง เขาได้ชื่อเป็นผู้ที่ใช้สีได้สดใส และมีผู้นิยมผลงานของเขาตั้งแต่ครั้งยังมีชีวิตอยู่ ระยะหลังเรอนัวร์ยังสร้างงานประติมากรรมแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นแบบฉบับของประติมากรรมสมัยใหม่ที่สำคัญที่ลักษณะรูปแบบหนึ่งของวงการประติมากรรมสากล ปัจจุบันผลงานของเรอนัวร์จัดว่ามีราคาสูงสุดคนหนึ่งของโลก


ผลงาน













โรแดง ( August Rodin , ค.ศ. 1840 – 1917 ) โรแดงเป็นศิลปินได้รับการยอมรับและยกย่องว่าเป็นประติมากรรมที่แท้จริงของศริสตศตวรรษที่ 19 โรแดงมีวิธีการปั้นเน้นส่วนที่ต้องการแสดงออก และรักษาส่วนที่น่าสนใจของวัตถุที่นำมาใช้ปั้นให้คงเดิมไว้ ลักษณะรูปแบบของภาพปั้นแสดงความรู้สึกประทับใจตามแนวอิมเพรสชั่นนิสม์อย่างเด่นชัด อันที่จริงผลงานของเขาแสดงออกให้เห็นว่าเขาเป็นประติมากรที่นิยมการสร้างสรรค์ที่นิยมของจริง ( Dramatic Realist ) และนิยมอารมณ์ตามแนวโรแมนติก ซึ่งผลงานประติมากรรมสลักหิน ชื่อ “จูบ ” ( The Kiss ) จัดเป็นกรณีตัวอย่างในส่วนนี้ได้ชัดเจน โรแดงแสดงความสมบูรณ์ของร่างกายและท่าทางของหญิงชายประกอบกับแสดงอารมณ์รักใคร่ได้อย่างสุดกซึ้ง
ดังกล่าวจะสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก ผลงานของเขาจึงเป็นตัวอธิบายประติมากรรมแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว



ผลงาน






Rodin, Auguste - La Danaïde (Danaid) - (vers 1885-1886)






Rodin, Auguste - "Iris, Messenger of the Gods" - (1895)





Rodin, Auguste - "Le Baiser (The Kiss)" - (1881-1898)






Rodin Auguste





Create Date : 11 กันยายน 2551
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 17:34:30 น. 5 comments
Counter : Pageviews.

 
-/\\-

ขอบคุณคับ


โดย: เเง่มมมมมม IP: 61.91.167.29 วันที่: 23 ธันวาคม 2551 เวลา:13:18:34 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ดีมากๆเลย


โดย: me IP: 58.8.232.241 วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:17:12:27 น.  

 
Thanks for your information. I get good ideas from it.


โดย: cola IP: 202.176.108.33 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:39:45 น.  

 
เนื้อหาน้อยจัง


โดย: มัซซูรีย์ IP: 118.173.205.168 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:11:38:52 น.  

 
ขอบคุณมากๆเรยนะค่ะ

เปนข้อมูลทำงานที่ครูสั่งพอดีเรย อิอิ^^


โดย: ซูชิกรอบ IP: 112.142.197.204 วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:27:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
tlemovie
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รายงานตัวครับ
lOGO background
Friends' blogs
[Add tlemovie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.