Group Blog
 
All Blogs
 

แก้รัฐธรรมนูญ....ให้ยั้งยืน...แก้นิสัย(เสีย)ทหารด้วย

น่าเป็นห่วงพอสมควรสำหรับเหตุการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้ แม้จะคิดว่าก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันที่ยังมีการแสดงความคิดเห็นกันได้ แม้ปัญหาการเผชิญหน้ากันยังมีอยู่เป็นกระษัย แต่ก็ช่างมันเถิด เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน ยังพอรับได้
ที่น่าเห็นใจก็คือการที่ป๋าเปรมถูกตำหนิจากเหตุการณ์ 19 ก.ย. ทั้งที่ดูเหมือนว่าท่านจะเป็น”คนกลางมากกว่าเป็นตัวการ” ในการปฏิวัติ แม้ว่าหากพิจารณาจากสถานะของท่านที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง จากพวกก่อการ ท่านสามารถยับยั้งเหตุการณ์นั้นได้….. แต่ถ้าจะไปตำหนิท่านให้รับผิดชอบไปเสียทั้งหมด ก็ดูเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมนัก ท่านก็ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองในระดับที่ใช้ได้ รวมทั้งท่านก็มีอายุมากแล้ว ผมว่ามันน่าจะเป็นบทเรียนแก่ท่านและเป็นตัวอย่างสำหรับหลายคนในรุ่นหลังๆต่อไป คนที่ควรถูกตำหนิที่สุดก็คือกลุ่มก่อการ และทุกวันนี้นอกจากจะมีรายได้เกินปกติในช่วงกว่าปีหลังปฏิวัติ ยังก่อให้เกิดความเสียหายและปัญหาให้กับบ้านเมืองมาจนทุกวันนี้ แต่ดูเหมือนจะทำตัวชิวๆชะอย่างนั้น ปัญหาที่เป็นหัวใจที่คนพวกนี้สร้าง(เวร) ไว้ก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งถูกร่างตรึงด้วยวิสัยทัศน์คับแคบและเห็นแก่ตัว จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจที่พรรคร่วมต้องการแก้ไข เพราะกับดักที่ตรึงไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมรัฐบาลน่าจะทำให้ถูกครรลอง ตามกฎตามเกณฑ์และหลักเกณฑ์ที่ควรเป็น อย่าแก้เพื่อให้เกิดปัญหาต่อไปเลย ทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่สามารถใช้ได้อย่างยั่งยืนเป็นร้อยๆปี โดยให้ประชาชนส่วนใหญ่ (กว่ามากๆ) เห็นชอบด้วย
สิ่งสำคัญที่ต้องกำหนดไว้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของรัฐธรรมนูญก็คือ”ให้การปฏิวัติรัฐประหารเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องโทษอย่างสูงสุดและให้อภัยไม่ได้” พวกที่มีกำลังยุทธปกรณ์ (ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นของประชาชน) จะไม่เอาออกมาใช้โดยไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เพื่อประกาศศักดาปฏิวัติรัฐประหาร เพราะพวกนี้เขารู้ ว่าคุ้มที่จะเสี่ยงทำ เพราะถ้าทำได้ก็ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องหาความดีความชอบ หานโยบายใดๆไม่ว่าประชานิยมหรือประชา(ธิปัตย์)นิยมใดๆให้เสียเวลา แต่ถ้าเกิดทำไม่สำเร็จก็ถูกจับไม่นานก็ได้รับอภัยโทษ เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทยมันเป็นอย่างนี้มาตลอด เสมือนว่า “เป็นทหารซะอย่างทำอะไรก็ไม่มีทางผิด (แม้ว่าจะเป็นความชั่วร้ายอย่างมหาศาลเพียงใดก็ตามแต่)”
ผมหวังว่าผบ.ทบ. คงเห็นด้วย เพราะยังไงๆ ท่านคงไม่ปฏิวัติอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถามนักข่าวทุกครั้งที่เจอหน้า แต่เพื่อปรามให้ทหารรุ่นน้องๆของท่านรู้จักท่องวลี “ประชาธิปไตย” ไว้ในใจเสมอๆนะจ๊ะ




 

Create Date : 28 เมษายน 2551    
Last Update : 28 เมษายน 2551 16:35:39 น.
Counter : 242 Pageviews.  

หนังสือของพล.อ.สนธิ สารภาพว่าเธอทำถูกแล้ว...หัวเยอะ

พล.อ. สนธิ ออกหนังสือที่ผมไม่มีวันเสียเงินซื้อมาอ่าน แต่ดูจากบทความที่เขียนในบางกอกโพสต์ ทำให้รู้สึกขยะแขยงพวกทหาร จากที่เดิมทีแค่เกลียดชัง ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่รับรู้เลยว่าพวกนายทหารทำอะไรให้..มากกว่าที่เอาประโยชน์จาก...บ้านเมืองนี้ มีแต่การยึดปฏิวัติหาประโยชน์เข้าตัว แทนที่จะให้ประชาธิปไตยเบ่งบานไปตามแนวทางและครรลอง..... บทบาทของนายทหารบ้านเรามีแต่”ข่มขู่ประชาชน” พอส่งทหารไปรบก็แพ้กลับมา “ขนาดรบกับประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเรามากๆอย่างลาวเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ยังแพ้” จนต้องยอมเจรจาสงบศึก “ปัญหาภาคใต้ก็ทำอะไรไม่ได้” แม้ตอนปฏิวัติจะคุยนักคุยหนาว่าสามารถ... กล่าวหาโจมตีรัฐบาลก่อนว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด คิดแล้วรู้สึกเกลียดชังพวกนายทหารแบบนี้จริงๆ แม้จะยอมรับว่ามีทหารดีๆอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่ใช่ระบบของทหารและ”วิธีการเรียนรู้ของพวกทหารจากโรงเรียนทหารซึ่งต้องขอบอกว่า..ไร้ค่าจริงๆ”.... ทหารที่เกณฑ์ไปตอนช่วงฤดูร้อนก็เอาเขาไปเป็น “ทาสรับใช้ในเรือนเบี้ย แทนที่จะฝึกฝนทหารเกณฑ์ของเราให้ดีพอที่จะรบชนะลาวได้” ที่รู้สึกแย่ที่สุดก็คือพล.อ. สนธิบอกว่า”ไม่เสียใจกับการปฏิวัติ” และจะทำอีก หากย้อนเวลากลับไปได้ ทั้งที่เธอและพวกทำให้ประเทศชาติเสียหายย่อยยับ เสียโอกาสต่างๆต่อการพัฒนา.... เอาเวลากว่าปีไปตั้ง “องค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีความเจ็บป่วยทั้งทางจิต อารมณ์และไร้ยางอาย”......สุดท้ายนี้ เพียงหวังว่า นายทหารรุ่นต่อไปจะไม่เอาอย่างรุ่นพี่ของท่าน ไม่..แม้แต่จะคิดปฏิวัติอีกเป็นอันขาด.....” ถ้าทำประโยชน์โดยตรงให้ประเทศชาติไม่ได้ ก็อยู่เฉยๆก็ยังดีกว่า” (อย่างมากมาย) แค่ให้เกิดนามประโยชน์ว่ามีประเทศมีรั้วก็พอ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2551    
Last Update : 27 มีนาคม 2551 13:39:56 น.
Counter : 204 Pageviews.  

เซลล์ (นักการเมือง+ข้าราชการ+เราทุกคน....) = สุขภาพสังคม.....

“เซลล์หลายๆเซลล์ประกอบรวมกันเป็นเนื้อเยื้อและอวัยวะ
เพื่อทำหน้าที่ให้ร่างกายมีความเป็นไปอย่างปกติสุข
บางครั้งบางเซลล์อาจทำหน้าที่ผิดปกติ แต่ในที่สุดก็จะถูกกำจัดไป
และคงเป็นเหตุให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วยชั่วขณะ
แต่เมื่อไรก็ตามที่เซลล์หนึ่งเซลล์ใดก่อตัวเป็นเซลล์ร้าย
ไม่เพียงแต่จะถูกกำจัดไปไม่ได้ แต่จะก่อตัวเพิ่มจำนวนลุกลาม
กลายเป็นเนื้อมะเร็งร้ายที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งร่างกาย
ยากที่จะรักษาเยียวยาให้หายขาดได้อย่างสิ้นเชิง
จนอาจมีเพียงความตายเท่านั้นที่จะสามารถกำจัดเนื้อร้ายให้หมดสิ้นไปได้
อุปมาอุปมัย หากเปรียบชีวิตคือสังคม
เราทุกคนก็เปรียบเสมือนเซลล์หนึ่งๆที่เป็นองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน
ในหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ร่วมกันต่อสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จึงอย่าก่อตัวเป็นหนึ่งเซลล์มะเร็งร้าย เพื่อให้ส่วนอื่นของสังคมต้องถูกทำลาย
แต่จงช่วยกันปกป้องและดูแลสังคมที่เปรียบดั่งชีวิตของเรา
ให้รอดพ้นจากความผิดปกติใดๆ
เพื่อสร้างสมดุลย์ความปกติสุขให้ได้อย่างเป็นนิจ
เพราะอย่างน้อยเราก็อาจค้นพบในตัวเราเองได้ว่า
ความสุขจากการได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อโลกนี้
มีค่าและความหมายมากมายยิ่งกว่ากว่าทรัพย์สินใดๆ
ที่บุญบารมี ลาภยศใดๆก็มิอาจมีค่าเทียบ.....เปรียบได้เสมอเหมือน”




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2551 11:30:41 น.
Counter : 239 Pageviews.  

กรณียัดยาบ้า ความเจ็บป่วยของสังคม

เป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจแม้กระแสจะเบาบางลงแล้วเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตำรวจ ต.ช.ด กลุ่มหนึ่งทำการอุดอาดจนยากจะเชื่อว่า เขาสามารถทำกันได้ขนาดนี้ ถึงวันนี้ผมก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นความเศร้าอย่างที่สุดที่เรายอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมา ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับระบบการปกครองที่มีกฎหมายออกมามากมาย แต่กลับกลายเป็น “ดาบสองคมที่กลับมาทิ่มแทงเราเอง” ปัญหาหลักเกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่ชอบ ในชีวิตประจำวัน เราต่างก็ได้รู้ได้เห็นอยู่เสมอๆกับความเบี่ยงเบนทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่ง ตั้งแต่เรื่องที่ดูจะเล็กน้อยจนถึงเรื่องใหญ่และใหญ่อย่างมหาศาลจากกรณียัดยาบ้านี้ เรามีจุดอ่อนอย่างมโหฬารกับ “การบริหารกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย” ที่ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมากของตัวบุคคลในเรื่องคุณธรรม ซึ่งจะเห็นได้จาก ที่ตำรวจใช้กฎหมายที่มีอยู่เพื่ออ้างหาผลประโยชน์เข้าตัวจนเห็นชินตา (แต่ไม่ชินใจ)อยู่บ่อยๆ ตัวอย่างเช่นบริเวณศาลาแดง ที่ห้ามไม่ให้รถสาธารณะเข้าบริเวณหลังสามทุ่ม แต่มีรถแท็กซี่ สามล้อจอดรอนักท่องเที่ยว(ต่างชาติ) กีดขวางการจราจรจนเหลือเลนส์ครึ่ง ทำให้จราจรติดขัดเป็นช่วงๆ โดยตำรวจไม่ได้ทำอะไร ซึ่งเชื่อ (แบบแน่ใจ) ว่า เนื่องจากคนพวกนี้ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจากตำรวจท้องที่ แต่ถ้าเป็นรถแท็กซี่อื่นๆที่หลงเข้ามาก็จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดและเข้าใจว่าถูกปรับเสมอๆ นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ผมพบกับตัวเอง และเชื่อ (อย่างแน่ใจเช่นเดียวกัน) ว่าเกิดท้องที่อื่นในอีกหลายๆ แห่ง แต่กรณีของตำรวจ ต.ช.ด ที่ทำตัวได้เลวอย่างสุดเหว (หยั่งลึก) นี่ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆกับ “การบังคับขู่เข็ญคนบริสุทธิ์ให้เป็นผู้ต้องหายาเสพย์ติด” มันน่าจะถึงเวลา (มาตั้งนานแล้ว) ที่เราต้องทำอะไรกับเรื่องการบริหารกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้รอบคอบเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีแก่สังคมเราเสียที เจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในเหวลึกพวกนั้นต้องถูกกำราบอย่างจริงจัง การได้รับโทษต้องไม่ใช่เพียงมากพอที่จะให้เจ้าหน้าที่เลวๆเหล่านี้รับกรรม แต่ต้องเพียงพอที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆกล้าที่จะทำชั่วๆอย่างนี้ได้อีก ขณะเดียวกันก็ต้องมีการคัดกรองเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา และหากคนเหล่านี้พ้นจากหน้าที่ก็ต้องมีมาตรการดูแลไม่ให้กลับมาพ่นพิษร้ายได้ต่อไปในอนาคต
บางที่เราอาจต้องเรียนรู้จักการจัดการ สังคม ของเราจากร่างกายเราเอง เรามีอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวใจที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ตับที่คอยทำลายพิษ ปอดและไตที่คอยขับถ่ายแลกเปลี่ยนอากาศและของเหลวที่ดีและเสีย เป็นอาทิ และที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมกล่าวเน้นในบทความนี้ก็คือ “เม็ดเลือดขาว” ซึ่งมีความสำคัญอย่างมหาศาลในการดูแลป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อต่างๆ เช่นเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ(ควร)ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน เซลล์เม็ดเลือดขาวต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการกำจัดเชื้อโรคที่จะก่อพยาธิสภาพใดๆแก่ร่างกายและ “ที่สำคัญต้องไม่ทำลายเซลล์ปกติของร่างกายเอง” จริงๆแล้วเรามี “เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีศักยภาพทำลายเซลล์ปกติของร่างกายเกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง” แต่ร่างกายก็มีอวัยวะที่คอยคัดเลือก “กำจัด” เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีศักยภาพทำลายเซลล์ปกติของเราให้ออกไปจากระบบภูมิคุ้มกันหรือร่างกายของเราเช่นเดียวกัน จนเหลือรอดแต่เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีประสิทธิภาพอย่างสูงในการทำลายเชื้อโรคเท่านั้นโดยที่ไม่ทำร้ายเซลล์ปกติของร่างกายแต่อย่างใด เพราะถ้าหากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำลายเซลล์ตัวเองสามารถรอดจากการคัดกรอง ในที่สุดเซลล์พวกนี้ก็จะทำให้ร่างกายเกิด “โรคภูมิคุ้มกันต่อตัวเอง” อย่างเช่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งในบ้านเราทำกันอยู่ และไม่ใช่เรื่องปกติของสังคมอย่างแน่นอนที่เราจะยอมปล่อยให้เกิดขึ้นหรือมีต่อไป ซึ่งเราคงต้องฝากใจให้กับ พล.ต.อ. เสรีย์พิศุจน์ เพราะท่านก็ต้องทำหน้าที่เปรียบดั่งเช่นอวัยวะที่คอยคัดกรองให้สังคมปราศจากตำรวจแบบเหวๆเหล่านี้ แต่ที่สำคัญก็คือ ถ้าเราจับตำรวจเลวๆพวกนี้ได้ เราจะใช้วิธีใดในการ “กำจัด” พวกเหวนี้ จะให้มีรับผิดเท่าเทียมกับคนทั่วๆไปที่ทำความผิดในระดับเดียวกันคงไม่ทำให้เกรงกลัวได้หรอก สำหรับในร่างกาย เรากำจัดเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำลายเซลล์ปกติของเรา “โดยการฆ่าให้ตายอย่างเดียว” บางที่อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแม้จะขัดความรู้สึกอย่างมาก(มาย) เพราะคุกบ้านเรายังไม่ใช่ที่ที่ทำให้เกิดความราบจำได้เพียงพอ

แล้วคิดว่าทำยังไงกันดีเพื่อ ให้สภาพสังคมดีขึ้นกว่านี้ได้




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2551 11:28:00 น.
Counter : 248 Pageviews.  

หลวงพ่อปัญญาเชื่อมั่นในตัวคุณสมัคร

ในที่สุด คำทำนายทายทักของหลวงพ่อปัญญาที่ท่านเคยให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประมาณช่วงปี 2520-25 ซึ่งท่านเห็นว่า คุณสมัคร น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพื่อบริหารบ้านเมือง โดยท่านให้ความเห็นในแนวทางทางบวกเกี่ยวกับคุณสมบัติของคุณสมัคร หลายๆอย่าง แม้คำทักทายของหลวงพ่อไม่เป็นจริงตอนนั้น แต่ในวันนี้ก็เป็นจริงจนได้ หลังจากที่หลวงพ่อจากพวกเราไป
ผมต้องเรียนตามตรงว่า บทสัมภาษณ์นั้นทำให้ผม (ในขณะนั้น) เสียความรู้สึกพอสมควรกับหลวงพ่อ แต่ก็รับฟังท่านอย่างตรึกตรอง เนื่องจากผม (ก็คงเช่นเดียวกับหลายๆๆๆท่าน) ที่มีความรู้สึกเคารพนับถือหลวงพ่อปัญญาอย่างมากในแนวทางชีวิตและ จริยาวัตรของท่าน คำเทศนาของท่านก็มีตัวอย่าง มีเหตุมีผลและน่าเลื่อมใส แต่สำหรับคุณสมัครนั้น ผมมีความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างมากกับบทบาทของท่านในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ผมค่อนข้างสับสนและสงสัยในตัวหลวงพ่อปัญญาในการให้สัมภาษณ์อย่างนั้นแต่ขณะเดียวกันก็มองด้วยว่า คุณสมัครอาจมีอะไรดีที่ผมเองไม่ทราบเกี่ยวกับตัวตนในรายละเอียดของคุณสมัครนอกจากมุมมองที่ได้รับจากสื่อ นอกจากนี้ก็ยังให้เครดิตกับคุณสมัครที่มักได้เสียงเลือกตั้งในเขตดุสิตเป็นอันดับหนึ่งเสมอๆ ยิ่งกว่านั้น ในสมัยหนึ่งพรรคประชากรไทยก็ได้เสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในกรุงเทพ ได้ผู้แทนมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์กว่าหลายเท่าตัว นั่นหมายความว่าคุณสมัครต้องมีอะไรดีๆมากกว่าที่ผมเข้าใจ จนแม้แต่หลวงพ่อปัญญาผู้ซึ่งพวกเรานับถือและเลื่อมใสจึงแสดงความเชื่อมั่นในตัวคุณสมัครขนาดนั้น
ผมจึงพยายามหันกลับมามองคุณสมัครอย่างเป็นกลางเท่าที่ทำได้ โดยพยายามสร้าง (เรื่องดีๆ) และหักล้าง (เรื่องเสียหาย) จากข้อมูลที่ได้จากสื่อ ซึ่งทำให้เข้าใจคุณสมัครมากขึ้น แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นไปในทางที่ดีมากนัก อย่างไรก็ตามมันก็ทำให้ผมเห็นว่าการที่เราจะประเมินผู้อื่นนั้นควรใช้มุมมองที่หลากหลายมาประกอบกันเพื่อพิจารณา ด้วยคนเราต่างก็มีข้อดีข้อเสีย มีมุมมืดและสว่างที่ต่างๆกันไป จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมมองได้อย่างนุ่มๆหลวมๆว่าคุณสมัครเป็นคนที่มีความสามารถ มีแนวคิดหลายอย่างที่น่าสนใจ เข้าใจความรู้สึกคนอื่นพอสมควร และดูจะมีเหตุผลและให้ความสำคัญกับเหตุผลมากกว่าการที่จะยึดติดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกว่าคุณสมัครยังต้องปรับปรุงอีกหลายอย่างในโดยเฉพาะเรื่องอัตตาและอารมณ์ รวมทั้งเรื่องของการให้ความยุติธรรมและเห็นอกเห็นใจผู้ด้อยโอกาส (เป็นอาทิ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจำเป็นในฐานะผู้นำประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเรา
ผมเพียงแต่หวังว่าคุณสมัครจะเป็นผู้นำที่ดีอย่างที่หลวงพ่อปัญญาให้ความไว้วางใจ สามารถนำประเทศที่เปรียบเสมือนรถยนต์ ซึ่งจริงๆแล้วยังใหม่และเคยอยู่ในสภาพที่ดีแม้ต้องปรับปรุงอะไหล่บางอย่างเล็กๆน้อยๆ และนำพาเราเดินทางร่วมกัน จนกระทั่งมีกลุ่มคนผู้โง่เขลาซึ่งเป็นผู้โดยสารด้วยกันเกิดความไม่พอใจ (เข้าใจเอาเองว่าสามารถทำให้รถยนต์คันนี้เดินทางได้ดีกว่านั้น) และก่อให้เกิดความเสียหายกับรถยนต์ที่เราต่างก็ต้องพึ่งพาเดินทางไปด้วยกัน ที่แย่กว่านั้นกลุ่มคนผู้เบาปัญญา มองโลกในแง่ร้ายและไม่เคยไว้วางใจใครคนอื่น ไม่ทราบแม้แต่ว่าเขาได้สร้างความเสียหายให้กับส่วนไหนของรถ และต้องให้เราๆใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งค้นหาจุดเสียหายเหล่านั้นเพื่อซ่อมแซมความเสียหายกันต่อไป (เช่นรัฐธรรมนูญ) กว่าที่จะนำรถยนต์ของเราคันนี้ขับเคลื่อนกันต่อไปได้ดีเทียบเท่ากับที่ผ่านมา คนเหล่านี้เบาปัญญาจนไม่มีแม้แต่สำนึกที่จะกลับตัวกลับใจ.......
(ว่าจะเขียนแค่ความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อกับคุณสมัคร แต่ก็เขียนเลยเถิดมาเป็นเรื่องให้ขุ่นใจกันจนได้ - ถ้าเพียงออกมาขอโทษก็คงเลิกติดใจกัน แต่ท่านไม่เคยสำนึกเลยนี่น๋า)




 

Create Date : 31 มกราคม 2551    
Last Update : 31 มกราคม 2551 15:34:33 น.
Counter : 216 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ธีร์ พัชร
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ธีร์ พัชร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.