Group Blog
 
All Blogs
 

อย่ารังแกน้องปูสิ...มารค์

ด้วยความที่พี่อยู่ไกลบ้านห่างเมือง(นอก) อีกทั้งการที่บ้านเราได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลบ้านครั้งใหญ่จากพ่อบ้านอย่างน้องมารค์ มาเป็นแม่บ้านอย่างน้องปู พี่ก็เลยเบาใจว่าคงอยู่ดีมีสุขมากขึ้น
เฝ้าแต่รอดูว่าน้องปูจะทำหน้าที่แม่บ้านได้ดีแค่ไหน
คิดว่าอยู่เงียบๆสักพักน่าจะดีกว่า

แต่ที่ไหนได้...มีคนมาฟ้องว่าน้องมารค์คอยหาเรื่องรังแกน้องปูเป็นจีรัง โดยเฉพาะกรณีสถานการณ์น้ำท่วม
ที่ตอนนี้น้องมารค์พยายามทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่าง[หาตัว]จับยาก (เพราะลื่นไหลเหลือเกิน) หลังจากเคยมีประสบการณ์เป็นพ่อบ้านแก้ปัญหาน้ำท่วม
ด้วยโจทย์ง่ายๆระดับบวกลบคูณหารเมื่อปีทีแล้ว
แต่น้องมารค์ก็ยังสอบตก (อดเป็นพ่อบ้านต่อ)
มาปีนี้โจทย์ระดับแคลคูลัส แมทริก
น้องมารค์มาทำเป็นอวดรู้ดี...


พี่ว่าไม่เข้าท่านะน้อง


มีอย่างที่ไหน ไปแหย่ให้น้องปูเข้าไปแก้โจทย์ปัญหาน้ำท่วมโดยตรง
ทั้งๆที่ตัวน้องปูเขาก็รู้ตัวเองว่าเขาไม่ถนัดโจทย์แบบนี้
การที่น้องปูทำหน้าที่ดูแลภาพรวมในฐานะแม่บ้าน นั่นแหล่ะคือสิ่งที่ควรทำและควรเป็น เพราะที่บ้านเราก็มีพี่มีน้องคนอื่นๆที่เขารู้เรื่องนี้มากกว่า

การที่ให้น้องปูไปแก้ปัญหาเออๆออๆห่อหมกโดยตรงกับปัญหาน้ำท่วม
แบบไม่รู้ประสีประสา
อย่างที่น้องมารค์ชอบทำเป็นงานเฉพาะกาลเพื่อสร้างภาพเฉพาะกิจ
ด้วยการมัวแต่สนใจเรื่องปลีกย่อย ได้แต่จับมือคนนั้น แจกยิ้มคนนี้
แทบทุกวันอย่างที่เคยทำเป็นอาทินั้น....

มันคือความล้มเหลวที่พิสูจน์ได้จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ใช่ไหมน้องมารค์....

พี่ว่าใช่มั้ง...


เพราะฉะนั้นหุบปากสักทีเถอะ.....น้อง

อย่าไปรังแกน้องปูมากนักเลย




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2554 11:21:56 น.
Counter : 286 Pageviews.  

เดินหน้าต่อไป กรณีศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาไทย

การ ‘เดินหน้าต่อไป’ ของคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ดูแล้วเป็นการเดินไปโดยไร้ทิศทางและเป้าหมาย โดยที่คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าจะทำยังไงในแต่ละกรณี...... คุณอภิสิทธิ์ประกาศที่ราชประสงค์ว่าตนเป็น ‘คนมองโลกในแง่ดี’ เมื่อเป็นนายกฯ ก็เข้าใจว่าทุกอย่างเปิดกว้างให้กับตัวเอง เพราะคุณอภิสิทธิ์มองว่าตัวเองอยู่เหนือมนุษย์คนอื่น ด้วยการอุปโลกน์ตัวเองว่าเป็นคนดี (ได้อย่างไรไม่ทราบ)

คุณอภิสิทธิ์ต้องรู้จักคิดพิจารณาสิ่งต่าง ‘ตามความเป็นจริง’ .....การเข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศ เห็นว่าคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาโดยไม่ชอบ การที่ทำได้แค่มองโลกในแง่ดี (ให้กับตัวอง) ด้วยการพยายามสร้างความภาพสร้างความนิยม เพื่อหวังผล ในช่วงเวลากว่าสองปีจึงไม่มีนัยที่จะทำให้ประชาชนที่มีสติปัญญาแยกแยะผิดชอบชั่วดี หันมาเปลี่ยนใจเพื่อสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ได้.....การที่คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์แสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนจากการปราศรัย เพราะเข้าใจ (ผิด) ว่ายังไงๆก็ต้องได้รับเลือกอย่างท้วมท้น จากการที่คุณอภิสิทธิ์เปรยว่า ‘อุตสาห์ทำอะไรมาตั้งเยอะ เมื่อยุบสภาฯ จึงไม่ยอมยกอำนาจไปให้ฝ่ายตรงข้าม’ ที่คุณอภิสิทธิ์ประณามเขาเสมอในทำนองว่าเป็นคนไม่ดี ทั้งๆที่คนในพรรคเพื่อไทยมีคนดี (กว่า) มากมายเมื่อเปรียบเทียบกับคนจากพรรคภูมิใจไทยที่คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์กำลังทำงานร่วมกันอยู่

คนที่ทำการเพื่อหวังผลหรือที่เรียกกันบ้านๆว่า ‘ทำเอาหน้า’ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์และคนประชาธิปัตย์ เป็นกันนั้น เขาไม่เรียกว่าคนดีกันหรอก เพราะ ‘คนดีต้องรักที่จะแก้ไขปัญหาและไม่ถือหางตัวเองและพวกพร้อง’.....คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ไม่พยายามเรียนรู้และยอมรับเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ..... การพยายามหาเสียงด้วยการยกเรื่องที่คุณทักษิณถูกคำสั่งพิพากษาในกรณีต้องโทษและยึดทรัพย์ เป็นการโจมตีที่ คนดีจริงๆ (ไม่ใช่แบบนักการเมือง) เขาไม่ทำกันหรอก และยังกลับกลายเป็นจุดอ่อน(แอ)ของคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์เองเสียด้วยซ้ำไป นอกจากจะเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมให้มากขึ้นเข้าไปอีก

สิ่งที่เป็นภัยคุกคามสังคมไทยจากพฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ โดยขาดมุมมองอย่างมีมิติ และสร้างปัญหาให้สังคมที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ก็คือข้าวของแพงขึ้นอย่างกะติดจรวด และยังมีปัญหาที่ตามมาในอนาคตจากนโยบายนักกู้ของคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเห็นผลกระทบต่อไปในอนาคตกันไกล้นี้.....ก็ยังรวมถึงนโยบายการศึกษาฟรีอย่างมีคุณภาพ (แบบว่า ‘ดีแต่พูด’) ที่คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ มองเพียงว่าคุณภาพการศึกษาคือการศึกษาเพื่อให้ได้ปริญญา โดยไม่ทำความเข้าใจว่า ’การศึกษาอย่างมีคุณภาพ ต้องเป็นการศึกษาที่สามารถสร้างต้นทุนชีวิตให้กับประชาชนเพื่อสามารถดำรงชีพได้’ ไม่ใช่เอาแค่เรียนให้จบสูงๆ(ไว้ก่อน) แต่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดและที่สำคัญคือเรียนโดยไม่มีใจรัก ในแนวทางที่ตนเองชอบและถนัด.....การปล่อยให้เยาวชนเรียนตามมีตามเกิด เพื่อหวังเพียงให้ได้เพียงปริญญา......กลายเป็นเหยื่อของมหาวิทยาลัยทั้งของเอกชนและของรัฐที่เปิดชั้นเรียนภาคสบทบเพื่อเรียกค่าหน่วยกิตแพงหูฉี่ จะเป็นชนวนปัญหาสังคมอีกแขนงหนึ่ง........

คำตอบของการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงสนับสนุนให้เด็กนักเรียนสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยได้ อย่างที่กระทรวงศึกษาทำกัน ‘แบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด’ ด้วยการจัดติวเข้มเตรียมสอบ ที่ทำได้เพียงเกร็งข้อสอบ ให้นักเรียนท่องจำเป็นวรรคๆ โดยไม่สามารถมองภาพรวมจากองค์ความรู้ที่สามารถประยุกต์ให้เห็นประโยชน์ได้อย่างแท้จริง.... ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เด็กๆเยาวชนขาดการเรียนรู้ตามกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ.....

ท่านต้องเข้าใจว่าความถนัดของเด็กๆเยาวชนมีความแตกต่างกัน อย่างที่พระพุทธเจ้าแบ่งคนเป็นดั่งบัวสี่เหล่า......เราจึงต้องหาทางทำให้เยาวชนสามารถค้นพบตัวเองและมุ่งสู่การศึกษาที่สามารถสร้างอนาคตให้กับตัวเองได้ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทางวิชาการ (ทั้งสายอาชึพและสายสามัญ) ให้ความสำคัญกับจิตวิทยาการศึกษา เพราะเด็กๆเยาวชนส่วนหนึ่งก็ยังไม่สามารถพบตัวเองได้แม้จะอายุ 18 ปีแล้วก็ตาม ขณะที่บางคนสามารถเข้าใจตนเองและอาจเลือกเรียนสายอาชีพในระดับ ป.ว.ช. ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลให้ความสำคัญอย่างกระชับ.... ไม่ปล่อยให้มีการหมาดหมางระหว่างสถาบันการศึกษาจากพฤกติกรรมของเยาวชนบางส่วน ที่กลายเป็นปัญหาและสร้างผลกระทบ....ทำให้เยาวชนที่น่าจะเป็นอนาคตของชาติหลายคนขยาดกลัวไม่กล้าเข้ามาเรียนในสายวิชาชีพ

การศึกษาที่มีคุณภาพต้องเป็นระบบการศึกษาก็จะช่วยให้เด็กๆเยาวชนค้นพบตัวเองได้ดีขึ้น มองเห็นอนาคตตัวเองได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเรียนให้จบปริญญา ที่ปัจจุบันทำได้ยากกว่าการปลอกกล้วยไม่มาก (!) เพราะมีสถาบันการศึกษาที่ไร้คุณภาพอย่างดาษดื่นไปทั้งประเทศในปัจจุบัน ที่กระทรวงศึกษาไม่สามารถควบคุมเรื่องจริยธรรม กลายเป็นสถานที่หวังผลทางธุรกิจ ที่ท่านต้องเริ่มคิดมองหาทางไปห้ถูกทิศถูกทางและเหมาะสมกับสังคมไทย ท่านต้องพิจารณากันว่าจะให้ประเทศเดินหน้ากันไปอย่างไร ไม่ใช่เอาแค่เดินหน้าแต่กลับหลงทางแล้วหาทางกลับไม่ได้ อย่างที่เราเป็นกันในสี่ห้าปีที่ผ่านมา

.................ยังมีอีกเยอะจริงๆกับปัญหาต่างๆ หากคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าต่อไป




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2554    
Last Update : 28 มิถุนายน 2554 14:29:32 น.
Counter : 248 Pageviews.  

รัฐบาลผสมแบบอังกฤษกับไทย......เหมือนกัน.....ซะ'ไม่มี'

หวังว่าบ้านเมืองคงมีทางเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่วนเวียนอยู่กับความวุ่นวายกับการเมืองนอกระบบให้กลุ้มใจอย่างเรื้อรัง...... แม้ว่ารัฐบาลสามารถคุมเกมได้ในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความวุ่นวายอย่างฉับพลันจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ ในเร็วๆนี้........ จริงๆแล้ว ก็อยากขอให้กลุ่มคนที่ต้องการเล่นการเมืองนอกสภาฯว่าอย่าจุดชนวนอีกเลย ไม่มีทางที่กลุ่มการเมืองนอกสภาจะชนะได้....... เพราะยังไงเหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปทางไหน ก็อยู่ในอารมณ์ของศาลฯ (แบบบ้านเรา......เท่านั้น) >>>>.......ที่คงไม่มีที่ไหน ในโลก>>>พับผ่าซิ........

‘เพราะนี่คือแบบฉบับกลไกสองมาตรฐานระดับโลก.........’

พี่เพียงหวังว่าน้องมารค์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลคงรู้ว่าหลังจากนี้ไปน้องต้องแก้และไขปัญหาที่ใครต่อใครก็เชื่อว่าน้องก็คงรู้ดีว่าปัญหาจริงๆเกิดจากอะไร อยู่เพียงว่าน้องมีปัญญาและศรัทธาที่จะทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองบ้าง.....ฮะปล่าว!

หลังจากการสลายพวกเสื้อแดงด้วยพละกำลังที่ขาดการพินิจพิเคราะห์...... ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ากลุ่มคนชุมนุมเสื้อแดงมีพวกนิยมความรุนแรงและไม่ยั้ง (ใจ) พร้อมที่จะก่อการร้ายอย่างที่เป็นอยู่........น้องก็ต้องใช้จังหวะนี้ เป็นโอกาสแสดงความเป็นวีรบุรุษของชาติที่ทำให้เกิดการปรองดองอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะเป็นเพียงการเริ่มต้น........ ด้วยการจัดให้มีการ’เลือกตั้งใหม่’ .....อย่างด่วนจี๋

แต่ยังไงพี่ก็ชักไม่แน่ใจว่า.....’น้องจะเป็นวีรบุรุษได้ฮะปล่าวนะนี่’ เพราะได้ยินมาว่าน้องป่าวประกาศไปว่าการจัดตั้งรัฐบาลของน้องก็เหมือนกับของนายคาเมรอนที่จัดตั้งจากรัฐบาลผสมในประเทศอังกฤษ...... ไม่รู้ว่าน้องแกล้งโง่หรือเป็นอย่างนั้นจริงๆ....... เอาเป็นว่าถ้าให้พี่มองโลกในแง่ดี ก็ขอทึกทักเอาเป็นว่าน้องคงโง่จริง (ซิ) มาแต่กำเนิด....’แต่น่าจะฉลาดขึ้นได้ ถ้าน้องฟังพี่บ้าง’.......

ก้อ อย่างที่ใครต่อใครเขารู้ไปทั่วล่ะว่า.....การจัดตั้งรัฐบาลของน้องที่มีพี่เทพ (ร่วมกับเทวดาตนต่างๆ) เป็นผู้จัดตั้งขึ้นนั้น........ใช้วิธีแย่งแยกเอาเสียงมาจากอีกพรรคที่เขาใช้หน้าปก 'พรรคพลังประชาชน' ในการได้รับเสียงเลือกตั้งมาด้วยกัน แล้วถูกเหล่ากลุ่มเทวดา (???) เป่ามนต์ให้แยกแตกสลาย....... น้องปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยใช้หน้าปกหาเสียงมาด้วยกันในนามพรรคพลังประชาชน........ พี่น้องประชาชนที่ต่างก็ใช้สัปชัญญะและสติ ในการเลือกผู้แทนของเขา โดยทุ่มให้พรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าจนพรรคประชาธิปัตย์ของน้องไม่สามารถรวบรวมเสียงจากพรรคอื่นๆมาเป็นพันธมิตรได้ (อย่างที่น้องแอบฝันก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 50)...... การแยกและแย่งเสียงผู้แทนของเขาออกมาแล้วมาจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบของพี่เทพและน้องนั้น จะไปเทียบเปรียบกับการเลือกตั้งของอังกฤษไม่ได้หรอกนะน้องนะ (โอ๊ย....ไมเกรน)...ถ้าเป็นกรณีที่น้องร่วมกับพรรคอื่นๆ ‘โดยไม่ไปเอากลุ่มเลื้อยคลานเปลี่ยนสี (โดยสันดาน) มาร่วมด้วย’ แล้วอ้างว่าน้องใช้วิธีการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบเดียวกับของนายคาเมรอน........ก็จะไม่ทำให้พี่ตกตะลึงได้ถึงขนาดนี้กับวิธีคิดและความเข้าใจของศิษย์เก่าออกซ์ฟอรด์.....อย่างน้อง

ทั้งนี้น้องควรละอายแกใจบ้างนะ....ถ้าน้องมีสติปัญญา ‘ไม่เลว....ร้าย.....’ เกินไป (กว่าที่พี่คิด)




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2553 13:47:08 น.
Counter : 355 Pageviews.  

ปรองดอง.......+++!!!!!

น่าเสียดายจริงๆ ที่น้องมารค์เลือกที่จะทำตามคุณจำลองให้หักดิบการปรองดองแล้วใช้วิธีล้อมกรอบกลุ่ม น.ป.ช. ........เมื่อคุณจำลองประกาศจะรวมพลคนเสื้อสีดีซ่าน พร้อมกับวางยุทธวิธีการโจมตีให้..... น้องมารค์ก็เปลี่ยนท่าทีการปรองดอง ด้วยการวางกรอบให้เวลา น.ป.ช. สลายตัว ทั้งๆที่ข้อเรียกร้องของ น.ป.ช. ให้ยอมรับข้อหาให้ดำเนินคดีกับทุกฝ่ายก็เป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่การปรองดองเบื้องต้น.......การตำหนิฝ่าย นปช เพียงฝ่ายเดียวจึงดูไม่แมนสักเท่าไหร่.... นะน้อง

จริงๆแล้วฝ่าย น.ป.ช. ก็น่าจะยอมลดราวาศอก และควรได้รับคำตำหนิเช่นกัน แต่หัวหน้าครอบครัวก็ต้องเป็นแบบอย่าง การที่ลงโทษลูกบางคน แต่ละเว้นโทษลูกอีกคนทั้งๆที่มีความผิดเหมือนกัน แล้วแค่บอกว่าให้อยู่กันอย่างปรองดอง มีความรักสามัคคีกันน่ะ....เป็นไปไม่ได้หรอก..... ”คนนะไม่ใช่มด”

จะว่าไปแล้วการประท้วงทางการเมืองนอกระบบประชาธิปไตย ไม่เคยเกิดผลดีที่จีรังเลยกับประเทศชาติ ตั้งแต่ 14 ต.ค. ที่กลุ่มนักศึกษารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้มีพระคุณต่อประเทศชาติ (แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ตาม) แล้วเกิดอาการเริมเริดสร้างสมอัตตาจนมากเกินตัว เกิดพฤติกรรมล่วงล้ำเรื่องการเมืองจนนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ต.ค. ..... ก้อทำให้นึกถึงพวกเสื้อเหลืองที่เหิมเกริมทำตัวเสมือนเป็นผู้มีพระคุณเหนือประเทศชาติ (ทั้งๆที่ไม่เป็นอย่างนั้นเลย...แม้แต่น้อย) โดยมีน้องมารค์ยอมทำตัวเป็น ‘นายกหน้าด้าน’...เอ็ย ‘ด่านหน้า’ ยอมทำตามเจตนาของพันธมิตรเป็นพัลวัน...... แนวคิดให้เกิดวาระปรองดองด้วยการคิดสลายกลุ่ม นปช ก่อนแล้วค่อยดำเนินการปรองดองทีหลัง ดูๆจะเป็นการผิดขั้นผิดตอนยังไงๆอยู่นะน้อง การทำให้คนตายๆๆๆๆ......กันขนาดนี้ มันเป็น ’วาระฆาตกรรม’ ชัดๆ บอกได้ยังไงว่าเป็นวาระการปรองดอง........ ถ้าจะแอบคิดให้อภัยโทษกันทีหลัง ด้วยหวังว่าจะนำไปสู่การปรองดอง มันก็ยังเป็นเรื่องลูกผีลูกคน ผนวกกับการที่ต้องมีคนบาดเจ็บพิกลพิการล้มตายกันอีกเป็นร้อยๆหรืออาจเป็นพันๆกว่าที่เหตุการณ์จะยุติ ก็ ‘น่าจะหาทางคิดใหม่ให้ถูก’....... อยากให้เขาปรองดอง ต้องให้เขายอมรับด้วยกาย และใจ....... ‘การไปบีบบังคับให้เขามาร่วมทำตามที่เราต้องการ จะเรียกว่าการปรองดอง คงไม่ใช่’

ที่เห็นในช่วงชีวิต ก็คงมีเพียงกรณี พ.ค. ทมิฬ เท่านั้น ที่พึ่งพระบารมีในหลวงและเป็นจุดเริ่มที่สำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยแบบขั้นบันได...... ถ้าไม่มีพวกนายทหารปัญญาอ่อน สมองนิ่ม แถมยังหูเบาฟังความข้างเดียว มาพังขั้นบันไดประชาธิปไตย ของพวกเรา........ทุกวันนี้ เราก็คงไม่ต้องอยู่ในสภาพที่เหลวแหลกอย่างนี้..... ทั้งๆที่เราก็มีพี่แม้วที่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำที่ดี แม้จะมีนิสัยเสียส่วนตัวบ้าง และน้องมารค์ที่ก็มีบุคลิกเป็นที่ยอมรับแม้จะด้อยความสามารถแต่ก็มีความตั้งใจดี...... ถ้าสองคนนี้ร่วมกันทำงาน เราคงไม่ต้องมัวฝันค้าง (!!!!!).......

ทำไมเราไม่ปรองดองกันให้ได้ ‘ถ้าทำได้น้องมารค์ได้เครดิตเต็มๆ’......ร่วมกันสร้างสังคมให้ศิวิไลย์ ด้วยการเรียนรู้และแก้ไขจากสิ่งต่างๆที่ผิดพลาด.......อย่ายอมให้พวกอันธพาลอย่างนายสนธิที่สามารถรวบร่วมคนเกลียดชังพี่แม้วตามประสาคนทะเลาะกันในตลาด แต่สามารถทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตด้วยการเอาเรื่องโกหก (ตอแหล) บวกไปบวกมาหลายชั้นกับความจริงเพียงเสี้ยวหนึ่ง แล้วก่อหวอดจนทำให้ประเทศชาติย่อยยับอย่างทุกวันนี้

ที่บอกกล่าวมานี้ขอให้น้องมารค์คิดทวนให้ดีอีกนิด อย่ายอมจำนนเป็นอาชญากรทางการเมืองเลย.... วันพระไม่ได้มีทุกวัน ทำยังไงก็ได้อย่ามาเป็นนายกฯหนังหน้าไฟให้ฝ่ายโน้นนี้ผลักไปผลักมาเลย.......ถ้าน้องไม่ยอมปลง ก็คงต้องเตรียมตัวรับกรรมอันไม่นานจากนี้ไปล่ะนะ.....น้องอาจอยู่ในประเทศได้ แต่ก็ต้องเจอศึกหลายด้าน......ผนวกกับกับความเกลียดชังที่ได้รับจากนานาชาติ......เข้าใจที่พี่เตือน...’ให้ลึกถึงใจ’ นะน้องนะ....หวังดีเน้อะ




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2553 15:20:09 น.
Counter : 250 Pageviews.  

แก้ปัญหาวันนี้....เพื่อให้ประเทศชาติมีวันหน้า

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่นายกมารค์ปฎิเสธการยุบสภาตามคำเรียกร้องของคนเสื้อแดง...... ซึ่งเราก็เห็นด้วยก็คือ ‘ไม่ต้องการให้เป็นแบบอย่างให้เกิดการเคลื่อนไหวนอกสภาต่อไปในอนาคต’ แม้ว่าจะมีจะเป็นเหตุผลที่มีวาระซ่อนเร้นตามวิสัยความเป็นตัวตนที่แท้จริงของท่านที่สามารถใช้คำพูดหาเหตุผลที่ทำให้ตัวเองดูดี (ตามประสานักการเมืองที่ดี) สนธิกับความเป็นประชาธิปัตย์ที่ถนัดงานการตลาดโฆษณา......อย่างหาตัวจับยาก

แต่......... ถ้าหากก่อนหน้านี้ ท่านให้ความสนใจกับการดำเนินคดีกับการกระทำของคนเสื้อเหลืองที่ ‘สร้างแบบอย่างอันธพาลทางการเมืองและความเสื่อมถอยต่อประเทศชาติทั้งสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ’ อย่างจริงจัง....... เราคนไทยทุกคนก็คงไม่ต้องเดือดร้อนกับพฤติกรรมและกิจกรรมเลียนแบบของกลุ่มเสื้อแดงอย่างทุกวันนี้ ทั้งจะเป็นมาตรฐานและแบบอย่างที่ทำให้เกิดความเคารพและเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายของทุกฝ่าย...... และที่สำคัญ ก็จะเป็นบรรทัดฐานให้เกิดความพยายามอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์มากขึ้น และทำให้เหตุผลการชุมนุมประท้วงของผู้ร่วมชุมนุมเสื้อแดงขาดเสถียรภาพ

........การที่ท่านเลือกที่จะบริหารประเทศแบบประชานิยมแบบด็าดๆ (ประชาธิปัตย์) เพื่อสร้างคะแนนนิยมโดย ‘ไม่ให้ความสำคัญกับความสงบสุขของประเทศชาติอย่างยั้งยืน’ ด้วยการพยายามเร่งรัดดำเนินคดีกับคนเสื้อเหลือง คือความบกพร่อง (โดยเจตนา) ที่ร้ายแรง และเป็นชนวนเหตุสำคัญที่สร้างความยุ่งยากและความเดือดร้อนกับพวกเราคนไทยอย่างซ้ำซากจำเจ จนถึงทุกวันนี้...... เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่บริหารประเทศผิดพลาดอย่างมหันต์ ......‘ถ้าท่านไม่อยากยุบสภาก็ควรลาออก’ และไม่ต้องริกลับมาเป็นนายกฯอีก (อย่างน้อยก็ในช่วงหนึ่ง)

แต่หากท่านจะพิจารณาให้เกิดความสมานฉันท์.....อย่างจริงใจ (สักครั้ง) ด้วยการยอมให้เกิดรัฐบาลสมานฉันท์ โดยให้มีนายกฯมาจากคนนอก ก็เป็นทางออกที่อาจรอมชอมกันได้ เพื่อยุติความเดือดร้อนของพวกเราคนไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากความบกพร่องในการดำเนินนโยบายในการบริหารประเทศของท่าน........

ขณะเดียวกัน.....ท่านไม่จำเป็นต้องปฏิเสธการยุบสภาโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสพวกเราคนไทยได้ตัดสินใจเลือกนายกฯที่แท้จริง....... ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลของท่านนั้น เราต่างก็ทราบดีว่ามีรากฐานจากการนำกลุ่ม ‘ส.ส. ที่มีพฤติกรรมดั่งสัตว์เลื้อยคลานที่ยอมเปลี่ยนสีตามสภาวะโดยสันดาน (ไม่ใช่สัญชาตญาน)’ ซึ่งมีหลักการพื้นฐานและจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกับท่านอย่างสิ้นเชิงมาร่วมบริหารประเทศเป็นการเฉพาะกิจ... จึงเป็น ‘การขาดความชอบธรรมเชิงพฤติกรรมและไม่เป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง......’ ท่านต้องเข้าใจว่าสื่อต่างชาติ ทั้ง ซีเอนเอน บีบีซี และอื่นๆ ต่างก็รู้กันไปถ้วนทั่วถึงความไม่ชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลของท่าน และท่านไม่มีวันที่จะชักจูงหรือบังคับให้เขายอมตามท่าน เพราะ ‘คนต่างชาติเขาไม่ได้โชคร้ายอย่างคนไทยเรา...........’

โดยสรุปก็คือท่านจะทำยังไงก็ได้........แต่อย่าเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างในขณะนี้เลย......อย่ายอมเสี่ยงผันตัวเองไปเป็นอาชญากรเลย......ท่านไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาเผื่อวันข้างหน้า แก้ปัญหาของวันนี้ให้เสร็จก่อนเถอะ.....




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2553 12:46:15 น.
Counter : 234 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ธีร์ พัชร
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ธีร์ พัชร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.