My life; My Destiny; My Dream
Group Blog
 
All Blogs
 

เหนื่อยแทบตาย...ตอนตะกายขึ้นเขาคิชฌกุฏ

มาแว้ววววว......รายงานข่าวจากสนามวิ่ง เขาคิชฌกุฏ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา

สนามนี้เป็นที่วัดใจคนพันธุ์อึด ถ้าใจไม่ถึงก็คงวิ่งไม่ถึงเส้นชัยแน่ๆ......"ขอเชิญท้าพิสูจน์ความแข็งแกร่ง วิ่งขึ้นเขาคิชกุฏ นมัสการรอยพระพุทธบาท และพบสิ่งมหัศจรรย์ หนึ่ง เดียวในโลก" จากความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่า ถ้าได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทนี้แล้วจะได้รับผลบุญสูง ทั้งยังเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ....เราก็เลือดนักสู้ชาวกรุงเก่า มีความตั้งใจและมีจิตอันเป็นศรัทธา ถ้าวิ่งไม่ไหวก็จะเดิน... เดินไม่ไหวก็จะหาคนช่วยยื้อยุดฉุดกระชากให้ถึงยอดเขา

อันตัวเราเองก็เคยซ้อมวิ่งขึ้นเขายายดาที่ระยองมาหลายครั้งแล้ว น่าจะมีความพร้อมพอใช้ได้... เขายายดาที่ว่านี่เป็นสถานีทวนสัญญาณของสถานีโทรทัศน์หลายช่อง ด้วยระยะทางขึ้นเขายายดา 6 กิโลเมตร สูงชันใช้ได้ วันไหนร่างกายไม่พร้อมก็เดินชมนกชมไม้ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่สองเลยเชียวแหละ จากการสอบถามรุ่นพี่ที่เคยไปวิ่งขึ้นเขาคิชกุฏแล้ว พี่เขาว่า เขายายดายังเป็นน้อง...โห!!! อะไรจะปานนั้น....กับเส้นทางที่ยังไม่เคยวิ่ง ... ในใจร่ำร้องว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิตน่ะ...ขอลองดูสักครั้ง"

อาศัยรถเขามา (อีกแล้ว) จากระยองกับครอบครัวโป้งจัง ถึงบริเวณจัดงานที่วัดพลวง บ่ายสี่โมงกว่า เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างดี บอกว่าจะพร้อมเปิดรับสมัครเวลาประมาณห้าโมงเย็น ให้ไปเที่ยวเล่นบริเวณสันอ่างเก็บน้ำก่อนก็ได้ แต่พวกเราพร้อมใจกันที่จะเดินหาทำเลกางเต๊นท์ภายในบริเวณวัด แต่เมื่อดูไปรอบๆแล้วกลับเปลี่ยนใจหอบข้าวของพะรุงพะรังขึ้นไปอาศัยนอนบนศาลาวัด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกางเต๊นท์เพื่อป้องกันยุงมารบกวน พอหาที่เหมาะใจได้ก็ลงมาจุดรับสมัคร จ่ายตังค์เรียบร้อย ได้เบอร์ แล้วมาแลกเสื้อ มีขนาดเดียว ต้องเอาไปให้ไอซ์คุงใส่ ...วันนี้ไอซ์คุงไม่มาด้วยเพราะไปฝึกภาคสนามวิชารักษาดินแดนที่ชลบุรี เอาเสื้อนี่แหละไปฝาก ให้น้ำลายไหล (เพราะความอยากวิ่ง) ซะดีมั๊ยเนี่ย



ระยะทางวิ่ง 8 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางบนทางเรียบ ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจะไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ กับเส้นทางลูกรังอัดแน่นอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ท้ายสุดก่อนถึงเส้นชัยจะขึ้นบันไดไปสู่ยอดเขาอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ... ท้าทายความอึดจริงๆ

สมัครเสร็จแระ.....เดินกลับที่พัก ช่วงหกโมงเย็นแม่ครัวเริ่มทะยอยเอาอาหารมาเลี้ยงนักวิ่ง เห็นหม้อข้าวใบโตแล้วอุ่นใจ ยังไงก็พอเลี้ยงนักวิ่งให้อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้าแหละค่ะ

เมนูเด็ดวันนี้.....น้ำพริกะปิ ชะอมชุบไข่ มะเขือยาวชุบไข่ กับ ผักต้ม....ผัดผักรวมมิตร ต้มยำกระดูกอ่อน อร่อยมั่กๆ ตบท้ายด้วยแตงโมถาดโต๊โต....หวานชื่นใจ

ตัดฉับมาถึงช่วงเช้า ..... ส่วนภาคกลางคืนคงไม่ต้องบรรยาย เพราะแต่ละคนคงมีประสบการณ์ "พิษจากนักวิ่ง" ที่ไร้มารยาท ขาดคุณธรรม และน้ำใจ นอกจากจะคุยกันเสียงดังแล้วยังเดินไปเดินมาจนหัวสั่นหัวคลอนกันไปทั้งศาลาวัด .... ตัดไปเรื่องวิ่งกันดีกว่าเนอะ

ปล่อยตัวเวลา 6.30 น. ยังมืดอยู่เลย... จ๊ะเอ๋ กับหมู่เฮาชาวไทยมาราธอนด้วย มีน้องแยม คุณเขียวจัง พี่ระกา คุณหนึ่งพุมบ้า พาพุมบ้าน้อยน่าฟัดมาวิ่งด้วย

ป้ากะหลานเตรียมพร้อมลุยค่ะลุย!!!!!





เส้นทางวิ่ง...สุดจะบรรยาย ขอบอกว่าที่วิ่งจริง ๆ น่ะประมาณ 2 กิโลเมตร นอกนั้นดิชั้นเดินเร็วตลอด ยังนึกชื่นชมว่าแนวหน้าที่พุ่งทะยานออกไปก่อน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการพิชิตยอดเขาลูกนี้ เขาทำกันได้อย่างไร นี่เรามะงุมมะหงาหรากว่าจะผ่านแต่ละเนินไปได้ ขาแทบบิดเป็นเลขแปด...โหย...โหย...จุดให้น้ำอยู่ไหน....โน่นไงโค้งข้างหน้า... เสียดายที่ไม่มได้พกกล้องตอนวิ่ง ฝากผู้ติดตามที่เขานั่งรถนำขึ้นไปก่อน เพราะคิดว่า ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด จะพกโน่นพกนี่มาให้เป็นภาระทำไม เอาตัวกะหัวใจขึ้นไปก็พอแย้วววว...

ด้วยจิตที่ศรัทธามุ่งมั่นในการไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ทำให้ไม่ย่อท้อในการไต่ระดับความสูงไปเรื่อย ๆ ขนาดวิ่งมั่งเดินมั่ง ยังแซงคู่แข่งที่เราเคยแพ้เขาในทางเรียบ แต่วันนี้เป็นวันของเรา ...เสียงเด็กนักเรียนที่คอยดูแลนักวิ่งข้างทางบอกว่า เราอยู่อันดับที่ 11 โอเวอร์ออลของผู้หญิง ใครหนออยู่ข้างหน้าเราอยากรู้จริง...


ต้องขอบคุณเขายายดาที่เราเคยนึกชิงชังในยามฝึกซ้อม ตอนนี้รู้แล้วว่า สิ่งที่ดีที่สุด คือสิ่งที่ยากที่สุด เราต้องทำได้สิ....

และแล้วก็มาถึง 1.5 กิโลเมตรสุดท้าย มีขึ้นบันได ขึ้นสะพาน มองเห็นหลัง พจอ.วิไลวรรณ คะเชนทะทอง อยู่ไม่ไกล น่าจะสัก 50 เมตร แต่ขามันยกไม่ขึ้นนี่สิ จะตามเขาทันเรอะ....มองเห็นราวบันได ก็เอามือขว้าแล้วสาวราวไปเรื่อย เออ..ทุ่นแรงดีแฮะ

ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร กับการขึ้นบันไดไปสู่ยอดเขา ช่างยาวนานเหลือเกิน ก้มหน้าก้มตาซอยเท้าไปเรื่อยๆ มีคนขานเลขให้เรา 174 เขานับอะไรกันหนอ....อ้อ...เขานับจำนวนคนที่จะได้รับเหรียญ ในแผ่นพับบอกว่ามีให้แค่ 300 คนแรกนั่นเอง ...ขึ้นบันไดมาอีกนิดก็เจอหน้าเพื่อนๆ อยู่กันเต็มไปหมด มาทำอะไรกันแถวนี้หว่า แล้วทำไมเรารู้สึกผะอืดผะอมพิกล ไม่เอาแล้ว ไม่วิ่งแล้ว ขอนั่งคายของเก่าออกก่อน....เลยบอกเพื่อนว่านี่แหละเจอร์รี่ของแท้ล่ะ.....

เพื่อนยัดป้ายอันดับใส่มือให้ ไปรายงานตัวดีกว่า โน่น...ข้างบนโน้น ไปอีกนิดเดียวไป๊...


ยังไม่ทันถึงจุดรายงานตัว กลิ่นข้าวต้มโชยมาเตะจมูกหอมฉุย เพื่อนจากระยองกวักมือเรียกให้ไปร่วมวง ใจง่ายอยู่แล้วสำหรับเรื่องหม่ำ ๆ....

อากาศบนนี้เย็นสบาย พวกเรานั่งรับลมเย็นเคล้าแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า กับข้าวต้มหมูเต็มๆชาม ไม่ใช่วิญญาณหมูด้วยขอยืนยัน มีถั่วลิสงคั่ว กับผัดผักกวางตุ้งด้วย ดูท่าทางคนกินแล้วเชื่อรึยังคะว่าอร่อยมากๆ



ชมวิว ขุนเขา กับสายหมอก บางช่วงละอองหมอกจะซ่านกระเซ็นมาถูกตัวเรา เย็นสบายจนอดไม่ได้ที่จะสูดเข้าปอดลึกๆ นี่แหละค่ะ ที่เขาเรียกว่า สงบและเยือกเย็น

อิ่มแล้ว....ไปรายงานตัว แล้วเดินไปสักการะรอยพระพุทธบาท กับก้อนหินมหัศจรรย์ หนึ่งเดียวในโลก

"ยอดเขาพระบาท(เขาคิชฌกุฎ) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,085 เมตร แวดล้อมด้วยป่าดงดิบชื้น มีมอสและเฟินปกคลุมต้นไม้จนเขียวชอุ่ม ถ้าเราขึ้นมาถึงณจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศสวยงามกว้างไกลถึงชายฝั้งอ่าวไทย บริเวณยอดเขามีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาเป็นหินใหญ่กลมเกลี้ยงลักษณะแปลกตามากมายที่มีความเกี่ยวข้องโยงใยกับตำนานในท้องถิ่นเช่น หินบาตรคว่ำ ศิลาเจดีย์ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินรูปเต่า รูปช้าง และมีรอยพระพุทธบาท ซึ่งป็นที่นับถือศรัทธาของชาวจันทบุรีและจังหวัดไกล้เคียง ในช่วงงานประเพณีนมัสการพระพุทธบาทพลวง ประมาณเดือนมกราคมของทุกปีจะมีชาวจันทบุรีและจังหวัดไกล้เคียงเดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาอย่างเนืองแน่น"

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย แต่เสียดายที่ไม่มีเวลาอยู่บนนี้นาน เนื่องจากในช่วงบ่ายพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา จะเสด็จมาที่นี่ ทางวัดจึงต้องเตรียมการรับเสด็จพระองค์ท่าน



ก่อนกลับ ก็ขอรับถ้วยรางวัล อันดับ 3 กลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป (ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 25 นาที)



ตอนกลับ มีรถบริการส่งถึงจุดสตาร์ทค่ะ ไม่ต้องวิ่งลง...ถ้าให้วิ่งลงเองก็คงหัวทิ่ม รึไม่ก็กลิ้งลงไปเอง ขนาดนั่งรถยังไหลไปรวมกันข้างหน้ารถเลยอ่ะ

ปีหน้าจะกลับมาวิ่งอีก และคงได้มีโอกาสได้ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ บนยอดเขาแห่งนี้ .... ตอนนี้รู้สึกได้ว่าตัวเองโชคดีที่ได้เป็นนักวิ่ง และมีวันนี้ที่ได้ทำในสิ่งที่ยาก....จนสำเร็จลุล่วงได้




 

Create Date : 18 มกราคม 2550    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 10:34:25 น.
Counter : 318 Pageviews.  


pinkystar
Location :
ระยอง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ต้องเสียเวลา ค้นหาคำจำกัดความ ไม่ต้องเขียนนิยามให้เธอ ไม่ต้องหาตัวตน ค้นเท่าไหร่คงไม่เจอ.... แค่รู้ว่าฉันรักเธอก็พอแล้ว...
Friends' blogs
[Add pinkystar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.