Group Blog
 
All blogs
 
[My] World Cup 2010's Playlist / Fast Forward: The World Cup Goes Indie

     ช่วงนี้เมื่อคิดถึงมหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ซึ่งจะเริ่มดวลเดือดกันในเร็ววันนี้ขึ้นทีไร จิตใจฉันยิ่งหวั่นไหวดึ๋ยๆ ทั้งตื่นเต้นและหวาดเสียวระคนกันไป


ไอ้อาการตื่นเต้นน่ะมันมีอยู่แล้ว
     นี่คือโคตรอภิมหากิจกรรมแห่งมวลมนุษยชาติที่คนรักฟุตบอลก็รอ
     หรือถึงใครจะไม่ใช่คอบอลก็ต้องมาตั้งตารอเอาใจช่วยชาติของตัวเองให้ทำผลงานได้ดี
     ไอ้คนที่ไม่มีทีมชาติตัวเองให้เชียร์ในรอบสุดท้ายเลยสักทีก็อาศัยเกาะแกะชาติอื่นที่อาจไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาหรืออาจเป็นให้เล่นดีๆ สมใจ
     มีเกมการแข่งขันอันน่าเร้าใจจากทุกสนามกำลังรออยู่ข้างหน้า โดยที่ไม่มีใครจะหยั่งรู้หรือลิขิตชะตากรรมได้
     เป็นโอกาสที่นักเตะจะได้โอกาสโชว์ฝีเท้าตัวเอง ถ้าเล่นดีก็เป็นได้เป็นดาวเด่นที่ทุกคนนับยอมรับนับถือ เราคนดูก็พลอยได้ยลฟอร์มเทพๆ เขา
     ตำรวจของประเทศไทยแลนด์ที่ใฝ่ฝันถึงแคมเปญบอลไทยไปบอลโลก (ตอนนี้เอาบอลไทยไปมวยโลกก่อน) ก็ได้โอกาสอันดีที่จะได้ปฏิบัติการผักชี เข้มงวดกวาดล้างการพนันในช่วงนี้ (ช่วงอื่นมันจะไม่ทำกัน)
     ฯลฯ
     น่าตื่นเต้นทั้งนั้น
แต่ฉันก็เกิดอาการหวาดเสียวในหลายๆ อย่างเหมือนกัน
     เช่น
     เสียวว่ามันจะมีตัวเจ็บไปอีกมากแค่ไหน กว่าบอลโลกรอบสุดท้ายจะได้เตะกันจริงๆ
     เสียวว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายๆ กับความพยายามก่อความไม่สงบเกิดขึ้นที่แอฟริกาใต้หรือไม่
     เสียวว่าอิทีมชาติอังกฤษจะได้ถึงขึ้นดวลจุดโทษตัดสินในรอบใดอีก แล้วจะแพ้อีกต่อไปไหม
     เสียวว่าสภาพร่างกายช่วงหนึ่งเดือนในการตรากตรำลูกตาและสุขภาพของฉันในครั้งนี้จะเป็นเยี่ยงไร (เพราะเป็นบอลโลกครั้งแรกที่จะไม่สามารถปฏิบัติตัวแบบเดิมได้ – ที่ตื่นสายๆ ไปโรงเรียนและอาศัยหลับในห้องเรียนตลอดเวลา)
     และที่หวาดเสียวที่สุด ก็เป็นเพราะกลัวเหลือเกินว่าจะได้เห็นมาราโดน่าแก้ผ้าโชว์หุ่นอันมะลึกกึ๋ยหากว่าอาร์เจนตินาดันทะลึ่งคว้าแชมป์โลกได้จริง (สงสารลูกตากรู)


     พล่ามมาเป็นหมื่นห้าพันตัวอักษร ยังไม่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเพลงเลยสักนิด
แต่..โอเค! ฉันจะพยายามโยงไปให้ได้ เพราะบล็อกดนตรีอันนี้ก็ยังคงไม่มีเรื่องเพลงอะไรมาเขียนอีกหนึ่งเอนทรี้ ฮ่าๆๆๆ
     เนื่องมาจากเพลงอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลกครั้งนี้หาได้ถูกหูฉันแต่อย่างใดไม่
     แต่อย่ากระนั้นเลย เพลงอย่างไม่เป็นทางการมากมายเกี่ยวกับ WC 2010 ได้ถูกแห่กันมาโปรโมตมากมายให้ตามฟังกัน ทั้งฟังทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ทั้งไพเราะน่ารัก ทั้งอุบาทว์แทบไม่อยากเอาหูสัมผัส และยิ่งเพราะทีมชาติอังกฤษ ทีมบิดาของนักข่าวไทยและคนไทยเองผู้คลั่งไคล้เอาใจช่วยเขาอยู่เนืองๆ โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอได้บอกว่าครั้งนี้จะไม่มี anthem หรือเพลงใดๆ อย่างเป็นทางการประจำการแข่งขันของประเทศ จึงมีเพลงออกมามากมายเป็นพิเศษกว่าครั้งไหนๆ


     ฉันจึงลองเลือกเพลงเป็น playlist เพื่อเอาไว้ฟังประกอบอารมณ์การเชียร์ WC 2010 ไว้ด้วยประการฉะนี้
     เป็นเพลงเกี่ยวกับฟุตบอล ทั้งเก่าทั้งใหม่ หลากหลายแนวด้วยสิ -> อันเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งสำหรับคนฟังเพลงแคบและจิตใจแคบอย่างฉัน – แต่ช่างหัว เพราะ “we all speak football” เหมือนสโลแกนของโคคา โคล่าเมื่อครั้ง WC 2006 ที่คิดได้โดนใจฉันมาก


     และไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันมีแต่เกี่ยวกับทีมชาติอังกฤษ เพราะ 1. ฉันไม่ค่อยรู้จักหรือได้ฟังเพลงทีมชาติอื่นเขาเลยสักนิด และ
2. แน่นอน อังกฤษเป็นหนึ่งในทีมที่ฉันหวังว่าจะทำผลงานให้ดีและเอาใจช่วยในครั้งนี้
(ความจริงฉันมีทีมชาติฟุตบอลที่รักที่สุดในโลกอยู่แล้ว (นอกเหนือจากไทย) คือ สาธารณรัฐเช็ค - ว่าแล้วขอยืนไว้อาลัยให้เช็คที่รักซึ่งสะเหล่อไม่ไป WC 2010 กับชาวบ้านเขาหนึ่งนาที T_T)…………………………………………………………………………..


My WC 2010 Playlist



Goal! England! - We Are Scientists
     ไม่ใช่แค่ความเป็นเมกันที่อยากดั้นด้นเป็นอังกฤษทางด้านดนตรีเท่านั้น We Are Scientists ยังพิศวาสอังกฤษถึงขึ้นแต่งเพลงเชียร์ขึ้นมาให้ด้วย เพลงนี้วงแต่งเป็นพิเศษและเล่นออกอากาศที่ BBC Radio 1 รายการคุณZane Lowe ไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา วงยังทำเพลงได้ขำแหลกกว่าเพลงอื่นๆ ทั้งมวล และเผลอๆ ดูดีกว่าทุกเพลงจาก Barbara อัลบั้มใหม่ล่าสุดของตัวเองด้วยซ้ำ ร้องเชียร์หมู (Wayne Rooney) ซะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าถ้าหมูเขาโชว์ฟอร์มอัดประตูแหลกในนัดที่สหรัฐอเมริกาจะเจอกับอังกฤษนัดแรกของทั้งคู่ วงจะว่ายังไง


World At Your Feet - Embrace
     ถ้ายังจำกันได้กับเพลงอย่างเป็นทางการของทีมชาติอังกฤษตอนฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว บ่งบอกทั้งความเป็นดนตรีสไตล์นุ่มละมุนเยี่ยงอังกฤษ และส่อนัยถึงความเป็นตัวตนทางฟุตบอลของทีมชาติพวกเขาเองด้วย ส่วนใครแทบความจำเลอะเลือนแล้วว่า Embrace คือใคร หรือสงสัยว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ด้วยเหรอ อัลบั้มใหม่ต่อจาก This New Day เมื่อครั้งบอลโลกครั้งที่แล้วของวงแว่วว่าจะออกมาภายในปีนี้แล้วล่ะ


Vindaloo – Fat Les
     ดังเพลงเดียวจอดของ Fat Les ก็นี่แหละ เพลงเมื่อบอลโลก ’98 ซึ่งแต่งโดย Alex James สนุกสนาน ฮึกเหิม ล้อเลียนเพลงเชียร์ของแฟนบอล (nah nah nahๆๆ) และได้บรรยากาศบอลอังกฤษของแท้  ไม่ต้องพูดถึงความก๊ากของเอ็มวีที่มี Richard Ashcroft (ตัวปลอม) เวอร์ชั่นเสื่อม ซึ่งทำเอาถนนอันเงียบเหงาซึ่ง Ashcroft (ตัวจริง) เคยเดินใน Bitter Sweet Symphony เกลื่อนกลาดไปด้วยพวกบ้าบอวายป่วงเต็มไปหมด


It's Our Game - Gerry Asmus
     อย่าถามว่า Gerry Asmus เป็นใคร มาจากไหน ฉันเองก็ไม่อาจทราบได้จริงๆ แต่เพลงที่เขาแต่งเพื่ออังกฤษกับ WC 2010 นี้นอกจากจะฟังร่าเริง น่ารัก ชวนยิ้มแฉ่งกับจังหวะจะโคนที่สดใสแล้ว ยังมีเสียงเชียร์ของแฟนบอลและนักพากย์ที่ใส่เข้ามาให้ความรู้สึกร่วมของเกมฟุตบอลโดยแท้ ถึงแม้เนื้อเพลงจะยังวนเวียนกับเรื่องอะไรโหลๆ แบบเพลงฟุตบอลทั่วไปก็ตามที


Come On England - The Roars
     นี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน  ว่า The Roars มันคือผู้ใด แต่เพลงเขาก็น่าฟังดีเหมือนกัน


World In Motion - New Order
     โอเค ตัดจอห์น บาร์นสออกไป เพลงนี้ก็คือหนึ่งในงานสุดยอดของ New Order อยู่ดี  World In Motion เคยทำออกมาในเวอร์ชั่นของ England New Order ให้เป็นเพลงประจำ บอลโลก ’90 ของทีมชาติอังกฤษที่มีจอห์น บาร์นสมาร่วมแร็ปด้วย  เพลงถูกนำมาใช้หากินหลายครั้งในเกือบทุกช่วงบอลโลก จึงมีหลายเวอร์ชั่นที่รีมิกซ์อะไรนิดๆ หน่อยๆ ใส่เข้าไปใหม่ แถมครั้งนึงเอฟเอได้เคยขัดขวางไม่ให้เบคแคมมาแร็ปในเพลงเวอร์ชั่นใหม่ เราเลยไม่มีโอกาสรู้ว่าเบคแคมจะทำได้ห่วยน้อยว่าจอห์น บาร์นส หรือจะยิ่งทำให้เพลงนี้ห่วยมากขึ้นกันแน่


Back Home - England 1970 World Cup Squad
     นักบอลมาร้องเพลง เพลงนี้เคยโด่งดังเมื่อครั้งบอลโลกปี ’70 โน่นที่นักบอลชาติอังกฤษทั้งทีมพากันมาแหกปากร้องกันเพื่อชาติ และตัวเพลงเองก็พลุแตกใช่เล่น ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งในสมัยนั้นไปหลายอาทิตย์ สวนทางกับผลงานที่พวกเขาเองต้องพ่ายให้กับเยอรมันตะวันตกในรอบแปดทีม อันเป็นอีกหนึ่งแมตช์คลาสสิกของฟุตบอลโลก ขณะที่ใครดูรายการฟุตบอลทางโทรทัศน์บ่อยๆ ก็น่าจะคุ้นกับทำนองเพลงนี้เป็นอย่างดี


Three Lions 2010 - The Squad
     Three Lions เวอร์ชั่นของ Baddiel, Skinner & The Lightning Seeds ในยูโร ’96 เคยสร้างความขลังไว้ให้เพลงฟุตบอลมาแล้ว เพลงนี้ก็เหมือนเคย ยังกลับเอามาใช้หากินได้อยู่ร่ำไป เวอร์ชั่นล่าสุดทำใหม่เพื่อบอลโลกครั้งนี้มีการผสมผสานทั้งโอเปราจาก ACM Gospel Choir และ Robbie Williams และ...Russell Brand (กรี๊ดดดดด) 


Live for Love United - Love United
     เล่นขนเอาซูเปอร์สตาร์มากมายทั้งซีดาน ฟิโก้ โรแบร์โต้ คาร์คอส คันนาวาโร อองรี ปิแรส โรนัลดิญโญ่ ฯลฯ อีกเกือบครึ่งร้อย เพลงทำคอนเซ็ปต์ได้ดีมากกับการให้ขบวนนักบอลหลากหลายเชื้อชาติและสโมสรเหล่านั้นมาร่วมร้องเพลงที่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ แถมในเอ็มวี บางคนอย่างโรแบร์โต้ คาร์ลอสในลีลาร้องประกอบท่าทางแบบสมบทบาทเต็มที่ ขนาดว่าบอยแบนด์ตัวจริงยังอาย


Diamond Lights - Glenn Hoddle & Chris Waddle 
     เกล็น ฮอดเดิ้ล กับคริส วอดเดิ้ล เมื่อว่างจากการเล่นให้ทอตแนม ฮอตสเปอร์เมื่อครั้งก่อนโน้นเลยหันมาร้องเพลงบ้าง เพลงออกมาฟังดูคล้าย  b-side ของ Depeche Mode ที่เดฟ เกฮานหลอดลมอักเสบยังไงยังงั้น แต่อย่าว่าเขาไป ทั้งคู่เคยไปร้อง (ลิปซิง) ออกรายการ Top of the Pops มาแล้วนะ ลองคิดภาพให้มีคนเอาเพลงมาทำใหม่ก็น่าสน ว่าแต่จะเป็นใครดี? ไม่รู้เอมิล เฮสกี้กับปีเตอร์ เคร้าช์จะสนใจหรือปล่าว


England United – (How Does It Feel To Be) On Top Of The World
     England United  ก็คือ Echo and the Bunnymen, Ocean Colour Scene, Space และวงของคุณนายเบคแคม เพลงประจำบอลโลก ’98 ที่ไม่ค่อยจะดังเท่าเพลงอื่นๆ อย่าง Vindaloo หรือ Three Lions 98 แต่ก็ถือว่าเป็นการรวมซูเปอร์กรุ๊ปแห่งเกาะอังกฤษซึ่งกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองของบริทพ็อพเอาไว้ ทั้งยังได้ตรึงภาพประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีอังกฤษในช่วงยุค ’90 ที่ดังระเบิดระเบ้อ แม้ผลงานในฟุตบอลโลกของพวกเขาครั้งนั้นจะไปไม่ถึงฝันอีกก็ตาม


Bafana Bafana - Cop On The Edge
     เพลงจากอัลบั้มพิเศษ Fast Forward: The World Cup Goes Indie ของ WC 2010 ป๊าบๆ น่ารักๆ อย่างพลพรรคบาฟานาคงได้ครื้นเครงกันแน่ๆ ถ้าได้เพลงนี้เป็นเพลงอย่างทางการจริงๆ


England's Heartbeat - Shuttleworth (feat. Mark E. Smith)
     อีกหนึ่งเพลงของบอลโลกปีนี้ที่ทำมาเพื่อเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงเพลงสำหรับทีมชาติอังกฤษ ตอนของ The Fall นั้น Mark E. Smith ก็เคยทำ Theme From Sparta F.C. เป็นเพลงฟุตบอลเจ๋งๆ มาแล้ว ครั้งนี้ฝีมือยังคงไม่ตก แม้ลีลาจะไม่พังค์จ๋าเท่าใดก็ตาม


We Share the Same Skies – The Cribs
     ความจริง มันไม่ใช่เพลงที่แต่งเพื่อฟุตบอลเลยสักนิด แต่หลังจากรายการ Match of the Day 2 เอาเพลงซิงเกิ้ลที่สองจาก Ignore The Ignorant ของ The Cribs ไปใช้เป็นเพลงธีมรายการ ฉันก็เริ่มติดเพลงนี้ไปพร้อมๆ กับภาพนักบอลทำประตูอยู่ในหัวจนสลัดไม่ค่อยออก ความเร้าใจของท่อนกีต้าร์ริฟฟ์อันสะดุดหู ที่เป็นกลิ่นลวดลายจากลายเซ็นต์จอห์นนี่ มาร์เองน่าจะเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีอังกฤษได้เป็นอย่างดี

Heroes – Kasabian
     ตอนบอลโลกครั้งที่แล้ว Kasabian ได้คัฟเวอร์เพลงนี้ของเดวิด โบวี่ไว้เพื่อช่วยชาติตัวเอง แต่พอบอลโลกครั้งนี้กลับยังคงไร้วี่แววเพลงใดๆ จากหนุ่มๆ แฟนเดนตายของเลสเตอร์ ซิตี้เหล่านี้ จะเห็นก็แต่การเดินสายเป็นนายแบบใส่เสื้อทีมชาติอังกฤษชุดเยือนโปรโมตและโชว์พุงน้อยๆ ของทอม เมแกนเป็นว่าเล่นเท่านั้น





Fast Forward: The World Cup Goes Indie



นี่เป็นอัลบั้มเพื่อ 32 ทีมแห่งบอลโลกครั้งนี้โดยเฉพาะ มีหลากหลายศิลปิน/วงมาร้อง ทั้งดีพอฟัง ห่วยๆ ก็มี (ชื่อก็บอกว่า “อินดี้”) แต่ก็เป็นอัลบั้มที่มีไอเดียเก๋ไก๋  มีศิลปินไม่น้อยที่ไม่ค่อยคุ้นหูมาทำเพลงให้ลองฟัง ซึ่งก็ออกจะน่าฟัง ดีกว่าเพลงอื่นอย่างเป็นทางการที่ FIFA เลือกซะอีก (ที่สำคัญคือมีศิลปินหลายหลายสัญชาติที่ส่วนใหญ่จะร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)


กลุ่มเอ
แอฟริกาใต้
1. Cop On The Edge – Bafana Bafana ไม่มีอะไรน่ารักกว่าการแต่งเพลงที่บอกว่า “จะชนะเพื่อชาร์ลิซ เธอรอน” แล้ว
เม็กซิโก
2. Standard Fare – Vaya Vaya México! นี่ดีหนึ่งอย่างคือท่อน “โอเล่ๆ”
อุรุกวัย
3. Showstar – Uruguay! ท่อนคอรัสฮึกเหิม แต่เพลงก็เบาๆ ไม่ได้โหดเช่นทีมเขา
ฝรั่งเศส
4. The Very Most – Irlande เหมือน The Coral เวอร์ชั่นแอ๊บ twee


กลุ่มบี
อาร์เจนตินา
5. The Dirty 9s – Ballad of El Diego ไม่ทราบว่าจะพยายามหอนโอเปร่าไปเพื่อเหตุอันใด
ไนจีเรีย
6. Grand Pocket Orchestra – Nigeria ประหนึ่งว่าเพลงการ์ตูนดิสนีย์แบบแนวทดลอง
เกาหลีใต้
7. Pearse McGloughlin – Jongmyo Shrine เปียโนสวยๆ ไม่ถึงขั้นรื่นหู เกลี้ยงเกลา แต่พอฟังไปชิลๆ
กรีซ
8. At Last An Atlas – The Pirate Ship อิเล็กโทรเสียงกุกกัก โป๊งเป๊ง ฟังแล้วก็รู้สึกยานๆ เหมือนการเล่นของกรีซดี


กลุ่มซี
อังกฤษ
9. Detox Cute – St George’s Day  ตัวเพลงพยายามอย่างยิ่งที่จะหวานละมุน แต่..หลับเท่านั้น! คงน่าขายหน้าถ้ามีเพลงประจำชาติแบบนี้
สหรัฐอเมริกา
10. Echo Orbiter – Game Without A Name เพลงประหลาดๆ ไม่รู้เสียงอะไรมั่ง แต่น่าฟังกว่าของชาติข้างบน
แอลจีเรีย
11. Boca Chica – Wildlife of Algeria คันทรี่แบบฝรั่งเศส บรรยากาศสบายแบบพฤกษ์ไพร
สโลวีเนีย
12. Lightholler – Slovenia’s Dream แค่ดนตรีบรรเลงสั้นๆ แต่งดงาม เคลิ้มๆ ดีมากกกกกกกกก


กลุ่มดี
เยอรมนี
13. Betty and the Cavalero – Meet Me At The Red Light  เพราะมาก การร้องคลอเสียงอคูสติคของเครื่องดนตรีน่ารักกรุ๊งกริ๊ง ประกอบไวโอลินเคล้าเข้ามา เสียงของนักร้องชายหญิงก็ใสกิ๊ง.
ออสเตรเลีย
14. Sleep Good – Australia ร้องอะไรวนไปวนมาอยู่ได้ หลับตามชื่อเพลงไปเลย
เซอร์เบีย
15. Hunter-Gatherer – Serbia ความพยายามจะทำ Kid A 2.0 โดยมนุษย์ต่างดาวที่ยังไม่มีพัฒนาการเต็มที่
กานา
16. The Invisible Clock Factory – We Are The Black Stars เพลงชาติแบบนอกกระแส (ประมาณว่าของคนชายขอบ?)


กลุ่มอี
ฮอลแลนด์
17. Burning Codes – Wooded Land โฮ่ โฮๆๆ มากไปจนน่าเบื่อ แถมเสียงยังไม่ค่อยดี
เดนมาร์ก
18. Cleemann – Princes of Denmark อาจฟังดูแบบแดนิชร็อคทั่วไป แต่เพลงติดหูง่ายใช่เล่น
ญี่ปุ่น
19. Goatboy – Japanese City Nights เพลงบรรเลง ฟังแล้วน่าหลับ
แคมเมอรูน
20. Spirit Spine – Field Way (Song For Cameroon) ชูเกสแบบแอฟริกา!


กลุ่มเอฟ
อิตาลี
21. Le Man Avec Les Lunettes – Don’t Get Fooled By The Football Players’ Summery Outfit แหม่! วงเขาเป็นอิตาลี แต่ชื่อวงเป็นฝรั่งเศส และร้องเพลงเป็นอังกฤษ เอากะมันสิ! แต่เพลงนี้มัน twee น่ารักคิกขุ เลี่ยนดีจริงๆ (หมายถึง “เลี่ยน” แบบจะอ้วกนะ ไม่ใช่เลี่ยนแบบอิตาเลียน)
ปารากวัย
22. Harry Bird – Pesadilla No.7 โฟล์คแบบน้องๆ ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเคิลที่พยายามร้องเพลงลุงบ็อบ ดีแลน
นิวซีแลนด์
23. Adam & Darcie – Aotearoa ฟังสบายๆ ไพเราะเพราะพริ้งไม่หยอก แถมท่อนคอรัสงดงามดีมาก
สโลวาเกีย
24. Escape Act – Slovakia เนื้อร้องขำๆ ทำนองเพลิดเพลินคึกคัก


กลุ่มจี
บราซิล
25. Someone Still Loves You Boris Yeltsin – Back To You ยังไม่ได้รู้สึกกลิ่นดนตรีแซมบ้าดี เพลงก็รีบจบลงอย่างรวดเร็วซะงั้น
เกาหลีเหนือ
26. Francis Bacon’s Ghost – Kim Jung II กีต้าร์ครืดคราดไปมารกรุงรัง แถมเสียงร้องยังห่วยแตก
ไอวอรี่โคสต์
27. Storkboy Choons – Côte d’Ivoire ช้างดำได้เพลงบรรเลงลอยๆ หลอนๆ ฟังดีจังนะ
โปรตุเกส
28. Tap Tap – Dry Dry Land ดนตรีและสำเนียงโคตตตตตตรจะอังกฤษ


กลุ่มเอช
สเปน
29. The Yellow Melodies – Vamos A Ganar El Mundial ฉันไม่เข้าใจสแปนิชหรอก แต่เพลงกิ๊วก๊าวเข้าท่าดี
สวิตเซอร์แลนด์
30. Candy Claws – Alp Sway Snow Team ดรีมพ็อพแบบที่ฟังแล้วนึกถึงบรรยากาศสวิสๆ
ฮอนดูรัส
31. My Brother Woody – Carlos Dreams of World Cup Glory ลองไม่ขำกับความพิลึกของทั้งทำนองและเนื้อร้องได้หรือ
ชิลี
32. Manwomanchild – Chile La Roja อาจเป็นไปได้ว่าชิลีเขาก็มีดนตรีการาจโจ๊ะจ๊ะแบบนี้ก็ได้


ข้อมูลเพิ่มเติมไปดูได้ที่ http://www.indiecater.com/fast-forward-an-indie-music-companion-to-south-africa-2010/


ฟังเพลงปลุกอารมณ์แล้วก็เตรียมร่างกายให้พร้อม...สู้ศึกบอลโลกกันต่อไป!




Create Date : 06 มิถุนายน 2553
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 0:40:09 น. 3 comments
Counter : 601 Pageviews.

 
ดีใจที่แว่วว่า Embrace จะออก เย่ๆ
และส่วนเพลลิสอินดี้พี่เคยฟัง SSLYBY เพลงเดียวจ้ะ


โดย: little_fuku วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:3:54:20 น.  

 
ดีจังข้องมูลเพียบ..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:13:36:22 น.  

 
เข้ามาปัดกวาดเช็ดถู
จขบ.หายจ้อยเลยวุ้ย
-_____-"


โดย: little_fuku (บ่ได้ล๊อกอิน) IP: 99.68.168.59 วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:54:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Lucy in the sky with diamonds
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]







New Comments
Friends' blogs
[Add Lucy in the sky with diamonds's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.