Group Blog
 
All blogs
 
ไม่เป็นปลาไหลแล้ว จะเป็นมนุษย์หมาป่า: Eels - Hombre Lobo


นับเป็นเวลาประมาณ 1,499 วัน นับตั้งแต่สตูดิโออัลบั้มมหากาพย์ Blinking Lights and Other Revelations ของ Eels คลอดออกมาครั้งล่าสุด และ Eels ได้ใช้เวลากว่าสี่ปีในการอั้นอัลบั้มใหม่เอาไว้


สี่ปีเป็นเวลาที่ยาวนานจนเกิดอะไรๆขึ้นมากมาย


เราได้เห็นหน้าแชมป์บอลโลกและยูโรไปแล้วอีกสมัย บางทีมเขาทำไปได้ 18 ครั้งแล้ว ขณะที่บางทีมยังต้องฝันถึงครั้งที่ 19 ต่อไป ต่อไป ต่อไปและต่อไป... (อิอิ) เราได้ฟังอัลบั้ม Guns N' Roses แล้วในที่สุด มี Saw มาแล้วตั้ง 5 ภาค (และดูเหมือนทีมผู้สร้างบอกจะสร้างต่อไปถึงภาค 18 แน่นอน) จีนพัฒนาขนส่งยานอวกาศขึ้นไปบนดวงจันทร์ได้แล้ว ได้ประธานาธิบดีของโลก เอ๊ย! ของอเมริกาคนใหม่ กระทั่งนายกฯ ของประเทศรูปร่างคล้ายขวานแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไปเปลี่ยนหน้ามาแล้วตั้ง 4 คน กว่าจะมีหน้าหล่อๆได้ขนาดนี้


และสี่ปีที่แล้ว ฉันยังไม่เคยฟัง Eels แบบเต็มอัลบั้มจริงๆสักอัลบั้มเลยด้วยซ้ำ


ถามว่า Eels หรือ Mark Everett หรือ E ไปไหนมา?


เปล่า Mark Everett ไม่ได้กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งหนวดหรือสอนการสร้างรูปลักษณ์ให้ Joaquin Phoenix อยู่แต่อย่างใด (ถ้าคุณไม่เข้าใจมุขนี้ กรุณาไปสอบถามได้ที่ Jack Black)


ความจริง Mark Everett แค่แอบอู้จากการทำเพลงให้ Eels ไปสักพักแค่นั้น เขายังโผล่ใบหน้าเปื้อนหนวดให้แฟนๆเห็นเสมอมาใน side-project มากมายและไปจับปากกาเขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อว่า Things the Grandchildren Should Know และทำ Parallel Worlds, Parallel Lives หนังสารคดีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ควอนตัมชื่อดังช่วงที่ไม่มีอัลบั้มชุดใหม่ออกมา


ใน Q ฉบับเดือนก.พ.ของปีที่แล้ว เคยลงบทสัมภาษณ์ของ Mark Everett ซึ่งมันเปิดเผยมุมมองน่าสนใจหลายอย่างที่ฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับเขา


เขาระบายถึงความรู้สึกในการใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวที่มีแต่การสูญเสีย การเป็นพยานรับรู้การเสียชีวิตของพ่อ น้องสาวที่ฆ่าตัวตาย แม่ที่เสียชีวิตด้วยโรงมะเร็ง และลูกพี่ลูกน้องที่เป็นหนึ่งในเหยื่อเหตุการณ์ 9/11
เขาเหมือนคนอบอุ่น มีความคิดที่เฉียบแหลม แต่มีความรู้สึกโดดเดี่ยวแฝงเร้นอยู่ในสักแห่งหนึ่งของซอกมุมลึกๆ


เขาอาจเพี้ยนไปหน่อยที่ไม่อยากเป็นคน แต่ดันอยากเป็นปลาไหล และคราวนี้ก็ดันไปอยากเป็นมนุษย์หมาป่าอีกอย่าง


มีคอนเซปต์หนึ่งในอัลบั้มชุดใหม่ที่มีชื่อว่า Hombre Lobo ของ Eels นี้ที่ฉันชอบมาก
มันคือ การเป็นมนุษย์หมาป่านั่นแหละ
ในกรณีที่เชื่อวิกิพิเดีย เขาบอกไว้ว่า Hombre Lobo เป็นภาษาสเปน แปลว่า มนุษย์หมาป่า


หากยังจำเพลง Dog Faced Boy ในอัลบั้ม Souljacker ของ Eels ได้
ครั้งนี้เด็กชาย เอ่อ.. หน้าหมาคนนั้นเติบโตขึ้นเป็นมนุษย์หมาป่าเต็มตัวแล้ว แล้วมันก็มาเห่าหอนเป็นเพลงให้คนได้ฟังกัน
ที่ฉันกำลังหมายถึง คือ E ได้แต่งเพลงโดยการเล่าเรื่องจากมุมมองที่ตัวเองเป็นมนุษย์หมาป่า แต่เป็นมนุษย์หมาป่าที่เปล่าเปลี่ยวโหยหาคู่รัก และชุดนี้ก็มีสิบสองบทเพลงที่ใช้คำโปรยไว้ว่า บทเพลงแห่งแรงปรารถนาและความอยาก


แต่มันไม่ได้เหมือนอาการอยากกระหายแบบนักการเมืองผู้ทรงเกียรติของบางประเทศที่หิวโซกระทั่งต้องไปขุดโครงการเช่ารถเมล์มาดันให้เข้าครม.


มันเป็นความปรารถนาในใจลึกๆของตัวผู้เล่าเรื่องที่คล้ายหนุ่มขี้อาย ซึมเศร้า โดดเดี่ยว ขาดซึ่งความมั่นใจในเรื่องความรัก
อย่างที่เข้าบอกเอาไว้ในซิงเกิ้ลแรก Flesh Blood ให้ชวนขนลุกและสยองเล็กๆว่า “อยากได้เลือดดดด” นั่นอย่างไร


Hombre Lobo ได้ละทิ้งการแต่งเพลงโดยคร่ำครวญถึงการสูญเสียในชีวิต E แบบ Electro-Shock Blues หรือ Daisies of the Galaxy มาเป็นการแต่งนิทานให้ชีวิตปัจเจกของมนุษย์หมาป่าตัวหนึ่ง
เรื่องราวของมันที่พร่ำถึงความรักที่ไม่ค่อยสมหวังบ้าง มุมมองหดหู่บ้าง ความปรารถนาและค้นหาชีวิตให้มากขึ้น อาการเหงาหงอยกับการสืบเสาะตามหาคู่ใจ แต่ยังมีมุมขบขันให้ใจชื้นสอดแทรกประปราย



Hombre Lobo ยังเป็นอัลบั้มชีช้ำหัวใจและย่ำยีคนใจสลาย ด้วยโครงสร้างไลน์เครื่องดนตรีหลักสามชิ้นยังคงทำงานขันแข็งกันออกมาเป็นโทนละห้อยโหยหาในสไตล์ Eels สลับอารมณ์กันระหว่างอัลเทอร์เนทีฟพ็อพและร็อคหม่นเศร้าด้วยโทนจังหวะกลางๆ ไปจนถึงบลูส์การาจหรืออินดี้พ็อพ


Prizefighter เป็นแทร็กเปิดชวนโศกที่ไม่ได้โดดเด่นได้เท่าเมื่อการเดินทางของหูมาหยุดอยู่แทร็กที่สอง That Look You Give That Guy เพลงบัลลาดอารมณ์โรแมนติคโหยหาความรักที่กินใจ


Lilac Breeze ที่ตอกย้ำอารมณ์ปรารถนาของตัวละครในอัลบั้มได้เป็นอย่างดี ออกไปทางใคร่อยากมากๆด้วย ตรงข้ามกับ In My Dreams ที่แม้ยังเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักที่อลังการในสไตล์คันทรีชวนโรแมนติค แต่กลับดูไร้เดียงสาน่ารักกว่า


Tremendous Dynamite ให้กลิ่นอายบลูส์ร็อคเจือมาในแบบ Souljacker และรู้สึกคล้ายเพลงยุค 80’s ผสม 90’s ได้ในคราวเดียวกัน


The Longing รำพึงรำพันบัลลาดจ๋าอีกครั้ง และน่าจะเป็นแทร็กกลางอัลบั้มที่ชวนสะดุดไปในทางไม่ชอบใจได้มากที่สุด ก่อนจะมามาถึงเพลงที่เอาไว้กล่อมประสาทได้ดีแต่ไม่ได้ถึงขั้นหลอน อย่าง Flesh Blood เสียงซินธ์ผสมกับคีย์บอร์ดครางหึ่งๆและใช้เบสไลน์โทนต่ำที่สุด E ทำเสียงให้อารมณ์เหมือนดูหนัง Hitchcock แถมยังมีการเห่าหอนเพื่อให้สมเป็นมนุษย์หมาป่าในเนื้อหาเพลงที่ค่อนข้างเรียกความกำหนัด


What's A Fella Gotta Do จังหวะเร่งเร้าขึ้นมาด้วยกีต้าร์ริฟที่คึกคัก เอาไว้ลัลลาหน้าซัมเมอร์ก็ดูเหมาะ
My Timing Is Off พ็อพมากๆ และฟังติดหูได้ง่ายสบาย ฟังไปฟังมาแล้วก็รู้สึกหวนรำลึกไปถึงชุด Shootenanny! ได้ด้วย
All the Beautiful Things มีเครื่องสายส่งถ่ายรับกันได้นิ่มนวลให้เพลงดูอคูสติคสดใสร่าเริงอยู่ท่ามกลางเสียงร้องอันชวนหลอน
Beginner's Luck เป็นเพลงที่แหวกมาให้อารมณ์ฟีลกู๊ดและดูจะไม่เข้ากับอัลบั้มมากที่สุด แต่ก็มันชักชวนให้เปิดวนไปมาได้
Ordinary Man ยังเป็นแทร็กปิดท้ายที่คงบรรยากาศดั้งเดิม สานต่อและสรุปรวบอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดด้วยเสียงกีต้าร์หวานชวนฝัน



ทางดนตรีในภาพรวม Hombre Lobo คืองานที่ยังเป็น Eels Eels และ Eels คงเดิมทุกกระเบียดนิ้ว มีแค่สองสามแทร็กนั้นที่พอจะหาความแตกต่างเฉไฉไปทางอื่นได้


มันฟังดูคุ้นเคยแต่ก็แฝงด้วยความสด เหมือนกับกัดแอปเปิ้ลผลหนึ่งไปคำสองคำแล้วกินไม่หมดเอาไปแช่ตู้เย็น เปิดเอามากินใหม่อีกทีมันก็ยังหวานอร่อยอยู่
แต่ แหม่.. มันอาจมีรอยช้ำนิดๆหน่อยๆ แต่ลิ้นเราก็ยังสัมผัสรสชาติความหวานกรอบแบบที่เคยลิ้มรสมาก่อนหน้า


ถึงอย่างไร Eels ก็กลับมาแล้ว
พวกเขาสาวเท้าเดินไปในมุมเดิมของตัวเอง ... มุมสำหรับคนอมทุกข์และหดหู่
ยังคงนำพาเมโลดี้อ่อนหวานนุ่มนวลคลอด้วยเสียงแหบพร่าแต่อบอุ่นของ E วนเวียนไปทั้งอัลบั้ม


มันอาจเหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่
แต่เผอิญว่าเหล้าขวดนี้มันเป็นเหล้าชั้นดี ดื่มกี่ทีก็ยังหอมหวาน ไม่มีเบื่อด้วยสิ



รายชื่อเพลง
1. Prizefighter
2. That Look You Give That Guy
3. Lilac Breeze
4. In My Dreams
5. Tremendous Dynamite
6. The Longing
7. Fresh Blood
8. What's A Fella Gotta Do
9. My Timing Is Off
10. All The Beautiful Things
11. Beginner's Luck
12. Ordinary Man



เพลงแนะนำ
Fresh Blood




ถ้าชอบ Eels เคยดูหนังพวกนี้หรือยัง?


Eels โด่งดังในเรื่องเพลงที่ถูกนำไปประกอบหนังหรือแต่งเพลงให้หนังอยู่แล้ว นอกเหนือจากที่รู้ๆกันดีอยู่แล้วหรือชอบเอามาจั่วหัวเวลาพูดถึง Eels อย่างพวก American Beauty, Shrek ต่างๆ, Holes, The Anniversary Party ฯลฯ มาดูกันว่าหนังเรื่องใดที่มีเพลงของ Eels ไปโผล่อยู่และน่าดูบ้าง



Yes Man (Peyton Reed, 2008)

เซย์เยสไปกับ Jim Carrey ในหนังอารมณ์ฟีลกู๊ดให้แง่คิดดี นอกจากหนังจะได้เห็นหน้าหวานๆและฟังเสียงของ Zooey Deschanel ช่วยขับกล่อมผู้ชมให้หลงใหลได้แล้ว ก็มีเพลงของ Eels นี่แหละที่จัดได้ว่าเอามาอัดไว้ในหนังเยอะมากทั้งในเรื่องและอัลบั้ม soundtrack โดย Eels ได้แต่งเพลงใหม่ให้หนังเป็นพิเศษคือ เพลง Man Up ส่วนเพลงอื่นๆ มี Bus Stop Boxer, To Lick Your Boots, The Good Old Days (ขึ้นมาในช่วงพอเหมาะดีมากด้วย), The Sound Of Fear, Wooden Nickels, Flyswatter, Blinking Lights (For Me) และ Somebody Loves You ที่น่าแปลกคือหนังเรื่องนี้มีเพลงประกอบเจ๋งๆหลายเพลงเลยทีเดียว แต่ตัวอัลบั้ม soundtrack กลับมีแต่ Eels ครองเมืองไปถึง 9 เพลงและที่เหลือก็เป็นของวงติ๊ต่างในเรื่อง Munchausen by Proxy



The Big White (Mark Mylod, 2005)

หนังที่อาจดูเงียบเชียบและโดนสับเละมา แต่ฉันกลับดูแล้วอิ่มเอมและประทับใจกับมุขตื้นๆที่บางมุมของหนังยังให้อารมณ์คล้าย Fargo ของพี่น้อง Coen หนังมีดาราใหญ่อย่าง Robin Williams และ Holly Hunter ในช่วงโรยราแต่ยังดูน่ารักกับบทภรรยาแสนดีแต่เป็นโรคกระตุกไปด่าไป(โรคนี้เท่มาก) รวมถึงยังมี Alison Lohman สาวสวยที่กำลังรุ่งกับหนังขวัญใจนักวิจารณ์ในขณะนี้อย่าง Drag Me To Hell เพลง Eels ที่นำมาใช้ประกอบมี Last Stop: This Town, Trouble With Dreams และโดยเฉพาะการเลือกเพลงที่เข้ากับธีมหนังที่สุดอย่าง I Want To Protect You



Levity (Ed Solomon, 2003)

หนังดูเอามันส์แนวอาชญากรรม เรื่องราวการชดใช้บาปของ Billy Bob Thornton หนังเป็นการกำกับครั้งแรกของ Ed solomon (และถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครั้งเดียว – ฮา) และสำหรับ E ก็คือการทำสกอร์ให้หนังครั้งแรก โดยที่ผลงานในอัลบั้ม soundtrack เป็นของเขาทั้งหมด ประกอบด้วยสกอร์ที่ฟังดู สวยงาม มืดหม่น และอบอุ่นระคนกันไป บวกกับเพลง Skywriting และ Taking A Bath In Rust ที่ยังคงสไตล์แบบ Eels และไพเราะจนเหลือเชื่อว่าจะเป็นแค่เพลงที่ไม่เคย release เท่านั้น



Knocked Up (Judd Apatow, 2007)

อีกหนึ่งหนังฮาเรตอาร์ในตระกูล Judd Apatow แจ้งเกิดทั้งสาวสวย Katherine Heigl และหนุ่ม Seth Rogen พ่วงด้วยนักแสดงฮาแหลกในแก๊ง Apatow ทั้งหลาย หนังมีเพลงมาแซมๆอยู่ทั่วทั้งเรื่องและมีหลากหลายแนว ถือว่านอกจากหนังจะดี ยังเป็นอีกเรื่องที่เลือกเพลงได้เยี่ยมเหมาะกับหลายๆฉากด้วย เพลง Eels มี Running the Bath และ Manual's Got a Train to Catch แต่น่าเสียดายเช่นกันที่ไม่ได้มีอยู่ในอัลบั้ม soundtrack



Hot Fuzz (Edgar Wright, 2007)

สุดยอดของสุดยอดหนังตำรวจแนวแอ็คชั่นคอมเมดี้จากอังกฤษที่พึ่งพาความฮา ความสามารถ การแสดงและบทของ Simon Pegg ผนึกกำลังกับความน่ารักของ Nick Frost หนังมีแค่เพลง Eels เพลงเดียวคือ Souljacker Part 1 ซึ่งถูกนำไปใช้ตั้งแต่ใน trailer ซึ่งก็ทำให้ Eels เป็นที่รู้จักจากเรื่องนี้เหมือนกัน ช่างเป็นเพลงที่ไปด้วยกันได้ดีและร่วมสร้างความมันส์ระห่ำให้หนังได้อย่างมโหฬาร













Create Date : 04 มิถุนายน 2552
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 12:13:02 น. 8 comments
Counter : 398 Pageviews.

 
ไช่ๆ กะลังสงสัยอยู่ว่า Hombre Lobo ของคุณ Eels
เนียะ มันเท่แค่ไหนกัน เห็นพี่คนนึงเค๊าชอบจังเลย
แต่ยังไม่เคยฟังหรอก

คราวนี้ต้องรีบแล้วล่ะ
คุณน้องลูซี่แนะนำหนำนี้ ฮ่าๆ ขนาดนี้

เนื้อหาเนียะ ยังเท่เหมือนเดิม
ก็ปึกเหมือนเคยอีกนั่นแหละ ..


โดย: haro_haro วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:16:31:47 น.  

 
^
* ปึ๊ก


โดย: haro_haro วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:16:33:40 น.  

 
โอ๊ะ ได้เจิม
ไม่รู้จักหมอนี่แฮะ
แต่ฟังเพลงแล้วเจ๋งดี
จะลิงไปหามาฟังนะ :)


โดย: พี่ฟุกุ บ่ได้ล๊อกอิน IP: 125.27.5.164 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:17:15:16 น.  

 
ค้างไว้นานไปหน่อย พี่มะระแซงเจิมเลย = =;;


โดย: พี่ฟุกุ บ่ได้ล๊อกอิน IP: 125.27.5.164 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:17:16:12 น.  

 
^


โดย: haro_haro วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:11:53:15 น.  

 
^


โดย: little_fuku วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:14:13:49 น.  

 
ได้ฟังจนครบ สมบรูณ์
แต่ไม่สมใจ อ่ะ ...

เหมือนตัวเองไม่ชอบสไตล์งี้เลยแฮะ
โดยเฉพาะเสียงร้อง


โดย: ฮาโร IP: 10.11.20.181, 203.153.163.34 วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:12:30:07 น.  

 
ชอบเพลง Ordinary Man มากค่าา า า
:D


โดย: little_fuku วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:18:54:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Lucy in the sky with diamonds
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]







New Comments
Friends' blogs
[Add Lucy in the sky with diamonds's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.