^_^ vechagran dot com by tingnoy
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อสุนัขอายุมากขึ้น...

สุนัขที่มีอายุมากๆนั้นมีความต้องการเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ร่างกายของเค้ากำลังเริ่มจะเชื่องช้าลงอันเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยอ่อนและชีวิตกำลังเริ่มย่างก้าวเข้าไปหาจุดสิ้นสุดแล้ว ความมีอายุยืนของสุนัขนั้นมีขึ้นได้จากสาเหตุที่กว้างมาก และยังขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ด้วยแม้ว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยก็ตาม จุดเริ่มต้นชีวิตที่ดีนั้น ก็คือการดูแลอย่างถูกวิธีและรวมถึงการให้การโภชนาการที่ถูกต้องนับตั้งแต่เวลาที่เค้าเป็นลูกสุนัขตลอดจนเวลาที่เค้าโตขึ้นมา สิ่งเหล่านี้จะดีติดตัวสุนัขไป และมีส่วนทำให้เค้ามีชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงไปยาวนานแม้เค้าแก่ตัวลงก็ตาม
เมื่อคุณอยู่กับเค้าทุกๆวัน คุณจะไม่สังเกตเห็นถึงความชราของเค้าที่ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทีละนิดหรอก แต่หากคุณให้การดูแลกับเค้าให้มากขึ้นไปอีกนิด คุณจะสามารถทำให้สุนัขที่มีอายุมากๆของคุณนั้นมีความสบาย และด้วยการหมั่นพาเค้าไปตรวจกับสัตว์แพทย์เป็นประจำ เมื่อรวมกับข้อที่ควรคำนึงประการอื่นๆแล้วคุณจะสามารถทำให้เค้ามีสุขภาพที่ดีไปเรื่อยๆจนกระทั่งก่อนวันสุดท้ายของเค้า หากว่าเค้าอายุได้ 8-9 ปีแล้วก็ถือได้ว่าสุนัขของคุณเริ่มเข้าสู่วัยที่มีอายุมากแล้ว ในสุนัขพันธุ์ใหญ่มากๆนั้นอาจจะคำนวณว่าเค้าอยู่ในช่วงชีวิตนี้เมื่อเค้ามีอายุได้ประมาณ 8 ปี หรือเร็วกว่านั้น ในขณะที่สุนัขพันธุ์เทอร์เรียและสุนัขพันธุ์ผสมนั้นจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานที่สุดคือประมาณ 15 ปีหรือมากกว่านั้น


เชื่องช้าลง
ร่างกายของเค้าในอายุขนาดนี้ อวัยวะในร่างกายที่สำคัญๆก็เริ่มเสื่อมสภาพลงทีละน้อยๆ เค้าจะกระฉับกระเฉงน้อยลงกว่าเดิม ดังนั้นเค้าจะต้องการอาหารที่มีพลังงานน้อยๆ รวมถึงความสามารถในการทำงานของอวัยวะต่างๆก็มีประสิทธิภาพลดน้อยลงกว่าเดิม
เพราะร่างกายเค้าเชื่องช้าลง ร่างกายเค้าจะไม่สามารถพร้อมสำหรับการรับมือกับโรคและความเค้นอื่นๆ ดังนั้นให้รักษาระดับของสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ต่ำที่สุด คุณจะต้องใช้ความอดทนที่จะรับมือกับสุนัขที่มีอายุมากๆแล้วของคุณเมื่อเค้าเชื่องช้าลงกว่าเดิม เค้าอาจจะไม่สามารถได้ยินหรือเห็นคุณได้ถนัดนัก การที่เค้าไม่ตอบสนองคุณไม่ได้หมายความว่าเค้ามีเจตนาที่จะไม่เอาใจใส่คุณหรอกนะ สุนัขของคุณในตอนนี้น่ะต้องการความช่วยเหลือจากคุณเพิ่มอีกนิดและเค้าก็ต้องการเพื่อนด้วย อดทนไว้ เพราะเค้าสมควรได้รับการดูแลจากคุณ


การทำให้สุนัขที่มีอายุมากมีความสุขและสบายขึ้น
เนื่องมาจากสุนัขที่อยู่ในช่วงชีวิตเช่นนี้จะมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย เค้าจะใช้เวลานานมากขึ้นกว่าจะล้มตัวลงนอนสักที่ได้ ให้มั่นใจว่าตลอดเวลานั้น เค้าไม่ได้นอนลงในที่ที่เย็น ชื้น หรือในที่ที่รับความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง ให้คุณดูแลที่นอนของเค้าให้อบอุ่น เรียบและรองให้นุ่มด้วยเบาะอย่างดี หากเค้านอนนานๆบนพื้นที่ที่ไม่เรียบ ขรุขระ หรือแข็งเกินไป โดยเฉพาะกับกรณีที่สุนัขของคุณนั้นมีน้ำหนักมาก ก็อาจจะก่อให้เกิดหนังด้านตรงส่วนที่กระดูกกดทับ อย่างเช่นตรงข้อศอกหรือข้อเท้าของเค้า อันเป็นสาเหตุให้เกิดแผลและติดเชื้อได้
ให้ดูด้วยว่าเค้าสามารถไปยังที่นอนเค้าได้ง่ายๆ หากที่นอนเค้าอยู่ชั้นบนและเค้ามีปัญหาในการเดินขึ้นบันไดให้คุณหารั้วมากันไว้ไม่ให้เค้าขึ้นชั้นบนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แล้วจัดที่นอนไว้ชั้นล่างให้เค้าแทน อย่าลืมว่าสายตาของสุนัขในวัยนี้นั้นเริ่มจะมองเห็นสิ่งต่างๆได้ไม่ดีนัก รวมทั้งการได้ยินและการจับทิศทางก็ไม่ดีเหมือนเก่าแล้วด้วย นั่นจึงหมายความว่าสุนัขของคุณอาจจะไม่ได้ยินที่คุณสั่งหรือพูดกับเค้า และอย่าพยายามไปปรับเปลี่ยนหรือย้ายข้าวของในบ้านให้มากจนเค้าจำไม่ได้ และแน่นอนว่าอย่าทิ้งเค้าไว้ตามลำพังเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่แปลกๆ


การพาเค้าไปตรวจร่างกายกับสัตว์แพทย์เป็นประจำ
การฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันประจำปีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัขที่มีอายุมากๆ เช่นเดียวกับตอนที่เค้ายังหนุ่มๆอยู่ สุนัขที่มีอายุมากๆนั้นจะมีความสามารถในการต้านทานโรคต่ำลงและไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดีเหมือนเดิมแล้ว ให้พาสุนัขของคุณไปให้สัตว์แพทย์ได้ตรวจร่างกายเป็นประจำ ซึ่งเขาจะให้คำแนะนำคุณได้ว่าในสุนัขบางตัวจะต้องมาตรวจร่างกายเป็นประจำบ่อยขนาดไหนด้วย และสัตว์แพทย์จะประเมินสุขภาพทั่วไปของอวัยวะต่างๆที่สำคัญอย่างเช่นผิวหนัง หัวใจ ไต และตับ นอกจากนี้ผู้เป็นสัตว์แพทย์ยังจะตรวจบรรดาก้อนโปนที่ผิดปกติ สุขภาพในช่องปากของสุนัขให้ด้วย โรคบางอย่าง อย่างเช่นโรคที่เกี่ยวกับไตก็ควรจะได้รับการตรวจและบำบัดเสียแต่ยังเป็นน้อยๆอยู่ด้วยการตรวจตัวอย่างเลือดที่ได้จากสุนัข (หมายถึงควรจะตรวจเสียก่อนที่จะมีสัญญาณทางแพทย์บ่งบอกถึงโรคนี้ซึ่งปรากฏให้เห็นทางร่างกายแล้ว)
ตัวอย่างปัสสาวะของสุนัขก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสุขภาพสำหรับตัวสุนัขได้ด้วย ดังนั้นคุณก็สามารถจะเก็บตัวอย่างปัสสาวะ แล้วนำไปให้สัตว์แพทย์ตรวจตอนพาเค้าไปฉีดวัคซีนหรือเมื่อถึงเวลาตรวจประจำปีด้วยได้ ก่อนที่จะเก็บตัวอย่างปัสสาวะของสุนัขให้ตรวจดูภาชนะที่จะใส่ให้แห้ง และสะอาดเสียก่อนก่อนที่จะเก็บตัวอย่างปัสสาวะลงในภาชนะที่ปิดสนิทและสะอาดเมื่อถึงมือสัตว์แพทย์ แต่กระนั้นก็ตามสัตว์แพทย์อาจจะให้ภาชนะสำหรับบรรจุปัสสาวะของสุนัขโดยเฉพาะแก่คุณเพื่อนำไปเก็บตัวอย่างก็ได้
นี่ยังเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะสามารถตรวจดูน้ำหนักของสุนัขด้วย ให้ถามจากสัตว์แพทย์หากพบว่าน้ำหนักไม่ตรงเสียทีเดียวนัก สัตว์แพทย์เขาจะให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่คุณเกี่ยวกับตารางการให้อาหารสำหรับสุนัขด้วย
เมื่อสุนัขนั้นอายุมากขึ้นและเค้าเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงเค้าควรจะได้อาหารที่ให้พลังงานน้อยลงด้วย ในบางกรณีอย่างเช่นไตล้มเหลวและโรคหัวใจ จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ส่วนสำคัญของอาหารด้วย สัตว์แพทย์อาจจะอาหารสำเร็จชนิดพิเศษกับคุณ หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะให้คำแนะนำกับคุณถึงวิธีการเตรียมอาหารชนิดพิเศษด้วยตัวคุณเองที่บ้าน คุณก็ไม่ควรลืมขอคำแนะนำจากสัตว์แพทย์ด้วยหากว่าสุนัขของคุณนั้นไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้ ซึ่งพบบ่อยว่าเป็นเรื่องสภาวะทางการแพทย์ที่สามารถเยียวยาได้ง่าย
อุบัติเหตุเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในบางโอกาส เพราะสุนัขไม่สามารถที่จะลุกหรือไม่อยากลุกขึ้นจากที่นอนของเค้าหรือไปที่ประตู บางครั้งก็อาจจะเกิดขึ้นเพราะการควบคุมประสาทในฝั่งของการทำงานของร่างกายนั้นเสื่อมถอยลง ในกรณีเช่นนี้ วิธีการบำบัดนั้นจะยากขึ้นและไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซนต์


ข้อพิจารณาอื่นๆ
เมื่อสุนัขไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเนื่องจากการมีอายุมาก เค้าอาจจะไม่วิ่งนำหน้าเราเหมื่อนอย่างที่เค้าเคยเป็นเมื่อตอนที่เค้ายังหนุ่มแน่น คุณอาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็นการพาเค้าเดินเคียงข้างกันไปแทน เกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังในสุนัขที่มีอายุมากๆนี้ ให้คุณแวะเข้าไปเยี่ยมชมในหน้า การออกกำลัง
ให้คุณดูแลตัดแต่งขนของสุนัขที่มีอายุให้ดี การดูแลเค้าอย่างดีนี้จะช่วยให้เค้ามีความรู้สึกสบายตัวและมีสุขภาพที่ดีด้วย การแปรงขนจะช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดให้กับผิวหนังและยังจะช่วยให้ขนเค้าเป็นมันเงา ไม่พันกันอีกด้วย สำหรับเรื่องการอาบน้ำและการตัดแต่งขนสุนัข ให้คุณแวะเข้าไปเยี่ยมชมในหน้า การตัดการดูแลขนสุนัข
ให้ดูแลขนของสุนัขที่มีอายุมากๆให้ดี การดูแลเค้าเรื่องขนนี้จะช่วยให้เค้ารู้สึกสบายตัวและมีสุขภาพดีด้วย การแปรงขนจะช่วยให้ขนของเค้าเป็นมันเงาและไม่พันกัน การแปรงขนและแต่งขนสุนัขของคุณเป็นประจำนั้นก็จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบขนของเค้าจากอาการขนร่วงผิดปกติ พันกัน อาการคันต่างๆ และร่องรอยของพวกเห็บหมัดรวมทั้งปรสิตอื่นๆด้วย
นอกจากนี้คุณจะยังทราบได้อีกว่าตรงไหนของเค้าที่โปนหรือนูนผิดปกติไป ไฝหรือเนื้องอก(ที่เกิดจากเนื้อเยื่อไขมัน) ในสุนัขที่มีอายุมากๆถือว่าเป็นปกติ และจะไม่สร้างปัญหาอะไรเว้นเสียแต่บริเวณที่เกิดนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอื่นๆ (อย่างเช่น บริเวณหนังตาเป็นต้น) หรือไม่เช่นนั้นก็อาจสร้างความไม่สบายตัวให้เกิดขึ้นหรือเป็นแผลได้ง่าย
ต้องรีบพาเค้าไปให้สัตว์แพทย์ทำการตรวจ หากคุณพบว่าเนื้อส่วนไหนของเค้านั้นโปนหรือนูนขึ้นมาอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตรงที่เนื้อส่วนนั้นเกิดโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และให้เช็คดูที่เล็บของเค้าให้เป็นประจำด้วย ให้คุณให้ความสนใจกับนิ้วเล็บส่วนที่เกินขึ้นมาของเค้าเป็นพิเศษ นิ้วเล็บส่วนเกินนี้จะอยู่ด้านข้างของขา แต่จะไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำจนสามารถสัมผัสกับพื้นดินได้ นิ้วหรือเล็บนี้โดยปกติจะไม่หลุดออกจากขาของสุนัขไป บางครั้งพบว่าเล็บเหล่านี้โตเพิ่มขึ้นในลักษณะโค้งงอเข้าไปหานิ้วซึ่งหากเป็นอย่างนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้กับสุนัขได้อย่างมากมาย
สำหรับเรื่องเล็บที่ปกตินั้น คุณสามารถตัดเล็บให้สุนัขของคุณได้ด้วยตัวเอง แต่หากคุณยังไม่คุ้นเคยกับการตัดเล็บให้สุนัข ก็ให้พาไปให้สัตว์แพทย์หรือช่างที่ตัดแต่งขนสุนัขซึ่งเขาจะมีความชำนาญในเรื่องนี้จัดการให้ ส่วนเรื่องปากและฟันนั้นให้คุณหมั่นเช็คช่องปากและฟันรวมทั้งเหงือกของสุนัขของคุณเป็นระยะๆ หากคุณพบคราบหินปูนสีน้ำตาลเกาะอยู่ตามฟันของเค้า หินปูนเหล่านั้นจะเป็นสาเหตุของกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นสาเหตุของโรคเหงือกรวมทั้งการติดเชื้อต่างๆ และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันสุนัขหลุดออกจากปากในที่สุด
สัตว์แพทย์ของคุณจะสามารถช่วยขูดหินปูนที่เกาะอยู่นี้รวมทั้งถอนฟันที่โยกแล้วให้หลุดออกไปได้ ในการนี้สัตว์แพทย์อาจจะต้องทำการวางยาสลบซึ่งเป็นขั้นตอนปกติให้กับสุนัข แต่จะดีกว่ามากหากได้มีการป้องกันหรือลดการเกิดโรคทางเหงือกของเค้าให้น้อยลงมากๆด้วยการให้อาหารแข็งๆให้เค้าทานบ้าง และให้จัดเป็นส่วนหนึ่งสำหรับอาหารที่เค้าจะต้องกินไปตลอดชีวิต นอกจากนี้การหมั่นแปรงฟันให้กับสุนัขเป็นประจำโดยใช้แปรงสีฟันที่ผลิตขึ้นมาให้ใช้กับสุนัขโดยเฉพาะรวมทั้งยาสีฟันก็เป็นส่วนที่สามารถช่วยได้มาก หากไม่มีแปรงสีฟันก็ให้ใช้ผ้านุ่มๆหรือสำลีหมาดๆแตะกับผงฟูแทนก็ได้


เมื่อวาระสุดท้ายใกล้จะมาถึง
การตัดสินใจที่จะพาสุนัขตัวอื่นเข้ามาในบ้านก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยเช่นกัน มีเจ้าของหลายๆคนพบว่าลูกสุนัขตัวใหม่เข้ามาในบ้านนั้น บางทีจะเป็นการต่ออายุให้กับสุนัขที่มีอายุมากๆ ถึงแม้ว่าคุณจะมีความรู้สึกว่าเค้าของคุณจะมีใครใหม่มาแทนที่ไม่ได้ก็ตาม แต่การมีสุนัขที่เด็กกว่าวิ่งเล่นอยู่รอบๆจะทำให้สุนัขที่มีอายุมากๆนั้นได้เพื่อนจะเป็นการง่ายมากยิ่งขึ้นสำหรับวันนั้นที่จะมาถึง ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของสุนัข ช่างเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดว่าคุณอยากจะให้เค้าหลับไปเลยดีหรือเปล่า แต่ก็หวังไว้ว่า เมื่อเวลานั้นมาถึงเค้าจะจากไปอย่างสงบขณะที่เค้าหลับในที่นอนอันแสนสุขของเค้า เพราะในความจริงยังมีสุนัขอีกหลายๆตัวที่ไม่มีโอกาสเช่นนั้น
สำหรับสุนัขที่มีคุณภาพชีวิตไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะต้องทนทุกข์จากอาการเจ็บป่วยหรือ เจ็บปวดมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นการยุติธรรมแล้วสำหรับเค้าที่เราจะตัดสินใจให้ความเจ็บป่วยหรือเจ็บปวดนั้นสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุด เรื่องอย่างนี้คุณต้องหารือกับสัตว์แพทย์ด้วยความรอบคอบมากๆ และทั้งสองฝ่ายจะต้องเห็นพ้องด้วยกันว่าการให้เค้าตายนั้นเป็นการดีที่สุดสำหรับเค้าแล้ว แล้วให้สัตว์แพทย์ล่วงรู้ด้วยว่าคุณรู้สึกอย่างไรเพื่อที่ว่าจะได้ไม่เข้าใจกันผิดความหมาย
ในสุนัขนั้น การให้เค้าตายมีความหมายถึงการฉีดยาไม่ให้เค้าเจ็บปวดอีกต่อไป ซึ่งจะบังเกิดผลภายในไม่กี่วินาทีเพื่อส่งให้เค้าหลับไป การที่คุณสูญเสียเพื่อนคู่หูไปนั้นมันยากที่จะทานทนได้ และมันก็ยากที่จะยอมรับว่าสุนัขของคุณไม่สามารถอยู่กับคุณไปได้ตลอด แต่คุณสามารถทำให้ดีที่สุดได้ ด้วยการอดทนและดูแลเค้าให้ดี เพื่อทำให้ปีท้ายๆของเค้านั้นมีความสุขสบาย และสนุกสนานมากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:30:37 น.
Counter : 246 Pageviews.  

การทำวัคซีนให้กับสุนัข


- ระบบภูมิคุ้มกัน

- ชนิดของวัคซีน

- การกระตุ้นวัคซีน

- วิธีการให้วัคซีน

- จะให้วัคซีนเมื่อใด

- การให้วัคซีนและสังคม


ระบบภูมิคุ้มกัน
คนเราอยู่ภายใต้การบุกรุกของเชื้อจุลินทรีย์นับล้านชนิด ซึ่งอาศัยอยู่ในโลกของเรา ดังนั้นจะต้องหาบางอย่างสามารถ ต่อต้านเชื้อเหล่านี้อย่างได้ผลเพื่อให้อยู่รอด สุขภาพที่ดีจะมาจากกระบวนการป้องกันของร่างกายซึ่งจะทำงานตลอดเวลา ผิวหนังจะเป็นด่านป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ได้ เยื่อเมือกในจมูกจะช่วยจับสารแปลกปลอมที่สูดเข้าไปแล้วจะไอเพื่อขับเชื้อออกมา เมื่อคอและกล่องเสียงระคายเคืองและเพื่อไม่ให้เชื้อเข้าไปถึงปอดได้ ความเป็นกรดของกระเพาะอาหารสามารถฆ่าเชื้อได้ และปริมาณของสารคัดหลั่งจากลำไส้เล็กก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เชื้อบางชนิดก็ถูกขับออกจากร่างกายโดยผ่านทาง อุจจาระและปัสสาวะ ขณะที่ตับจะทำหน้าที่ทำลายสารพิษที่ถูกสร้างขึ้นจากแบคทีเรีย กระบวนการป้องกันตัวนี้จะเหมือนกัน ในคนและสัตว์ซึ่งจะทำงานได้ดีเมื่อสุขภาพดี แต่จะทำงานได้ไม่ดีถ้าร่างกายทรุดโทรม กินอาหารน้อย ร่างกายอ่อนแอ หรือเมื่อมีสภาวะจิตใจและร่างกายเกิดความเครียด เมื่อเชื้อโรคผ่านเข้ามาในร่างกายได้แล้ว ร่างกายก็จะมีแหล่งที่จะต่อต้าน เชื้ออีกด่านหนึ่งคือระบบภูมิคุ้มกันซึ่งจะมีตัวแอนตีบอดีเป็นอาวุธที่สำคัญที่มีความเฉพาะในการเข้าไปกำจัดผู้รุกรานที่เข้ามาให้หมดไป



ลูกสุนัข
ลูกสุนัขมีระบบภูมิคุ้มกันเป็นของตัวเองตั้งแต่เกิด แต่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ธรรมชาติจัดการให้หาทางเพิ่มแอนติบอดี โดยเอามาจากแม่ เรียกว่า Passive antibody เนื่องจากลูกสุนัขไม่ได้สร้างขึ้นเอง ภูมิคุ้มกันที่มาจากแม่นี้ ลูกสุนัขได้รับตั้งแต่อยู่ในมดลูกจำนวนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ได้รับจากนมน้ำเหลือง (Colostrum) ซึ่งเป็นนมแรกของแม่ที่ผลิตได้ แอนตีบอดีจากนมน้ำเหลืองจะสามารถดูดซึมโดยลูกสุนัขในช่วงวันแรกหลังคลอดเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ดังนั้นเมื่อคอกมีขนาดใหญ่หรือการคลอดยาวนานมาก ลูกสุนัขตัวแรก ๆ เท่านั้นที่ได้กินนมน้ำเหลืองมากกว่าตัวที่เกิดหลังดังนั้น ความสามารถในการต่อต้านเชื้อโรคก็จะไม่เท่ากันในคอกเดียวกัน

แอนติบอดีที่แม่ผ่านมาให้ลูกจะสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ถ้าแม่สุนัขเคยประสบภัยเชื้อหรือได้รับวัคซีนนั้นมาแล้ว ถ้ามันอาศัยอยู่ในที่ปลอดเชื้อหรือป้องกันตัวอย่างดีไม่ให้สัมผัสสุนัขตัวอื่น และไม่เคยทำวัคซีน มันก็จะไม่มีความต้านทานผ่าน ไปให้ลูกได้ลูกสุนัขจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคอันตรายในสุนัขตั้งแต่ยังเล็กอยู่

ถึงแม้ว่าแม่สุนัขปกติจะถ่ายถอด ภูมิต้านทานไปให้ลูกผ่านทางนมน้ำเหลือง ภูมิต้านทานชนิดนี้จะตกลงค่อนข้างเร็ว ในความเป็นจริงปริมาณของเลือดจะเพิ่มขึ้นสองเท่าทุก ๆ สัปดาห์ ดังนั้นลูกสุนัขต้องพัฒนาการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองเรียกว่า “Active immunity” ซึ่งจะได้จากการที่ลูกสุนัขสัมผัสกับเชื้อโดยตรงหรือจากการฉีดวัคซีน ถ้ามันต้องการจะมีภูมิต้านทาน โรคตลอดไป



สุนัขโต
โรคเกือบทุกชนิดที่มีสาเหตุมาจากเชื้อโรคจะมีสารประกอบโปรตีนเป็นพื้นฐานร่างกายที่สมบูรณ์จะป้องกันโปรตีนที่แปลกปลอมเข้ามาด้วยตัวเอง และกำจัดออกไปโดยการสร้างแอนติบอดีที่เฉพาะสำหรับผู้รุกราน active immunity เหล่านี้(สร้างจากตัวสัตว์เอง) จะถูกสร้างขึ้นมาโดยเม็ดเลือดขาวที่เฉพาะ ซึ่งพบได้มากในต่อมน้ำเหลืองและม้าม

ครั้งแรกที่ร่างกายได้สัมผัสกับเชื้อหรือวัคซีน active antibody จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการสร้างแอนติบอดี แต่ครั้งต่อไปที่เชื้อโรคเข้ามาสัมผัสโดยตรงเซลล์ที่จำได้จะเข้ามาสร้างแอนติบอดีอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ว่าเชื้อโรคจะไม่มีโอกาส ได้เพิ่มจำนวนเลย นี่คือที่ว่าทำไมบางโรคเกิดในคนและสัตว์ครั้งเดียวแล้วไม่เกิดขึ้นอีกเลยชั่วชีวิต ยกตัวอย่างเช่น โรคหัดใสคน เป็นเพียงโรคเดียวที่คนสัมผัสกับโรคแล้วจะมีภูมิต้านทานโรคนี้ตลอดชีวิต

แอนติบอดีมีความจำเพาะเจาะจงมากและจะทำร้ายเฉพาะแอนติเจนที่มากระตุ้นให้สร้างเท่านั้น ตัวอย่างเลือดที่เก็บจาก สุนัขและนำมาตรวจทางห้องปฏิบัติการจะแสดงถึงสุนัขมีแอนติบอดีที่เฉพาะต่อโรคอยู่ในกระแสเลือดและวิธีการสามารถอธิบายระหว่างแอนติบอดีได้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนเพื่อรอเชื้อโรค หรือถูกผลิตขึ้นเฉพาะเวลามีเชื้อเท่านั้น ระดับของแอนติบอดี จะลดลงตามเวลาแต่การที่มีเชื้อเข้ามาสัมผัสด้วยแอนติเจนอันเดิมจะทำให้สร้างแอนติบอดีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว




ชนิดวัคซีน

ตั้งแต่เราไม่ต้องการให้สุนัขทนทานต่อโรคโดยการพัฒนาการป้องกันตัวด้วยตัวเองเราก็หันมาพัฒนา active immunity โดยการทำวัคซีน นี่เป็นการใช้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยการใช้ตัวเชื้อจำนวนน้อย ขนาดอ่อน ๆ ทำให้ร่างกายสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้

วัคซีนแบ่งเป็น 4 ชนิด

1) Attenuated living vaccine (วัคซีนเชื้อเป็น)

เชื้อแบคทีเรียและไวรัสสามารถปรับให้ลดความรุนแรงของโรคลงแล้วนำไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง เป็นการทำให้เชื้ออ่อนแรง และมักเป็นการนำเชื้อมาเลี้ยงในสัตว์ที่ไม่ติดเชื้อในธรรมชาติ เช่นในไข่ฟัก, สัตว์ชนิดอื่น, หรือเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงปริมาณของการทำให้อ่อนแรงขึ้นกับเชื้อจะอยู่ได้นานเพียงไรในระบบที่สร้างขึ้น

ข้อดีของวัคซีนเชื้อเป็นนี้คือฉีดเพียง 1 ครั้งภูมิคุ้มกันก็จะขึ้นสูง สุนัขที่ฉีดวัคซีนแล้วจะไม่พบว่าปล่อยเชื้อ ไปหาสุนัขตัวอื่น ตัวอย่างเช่น วัคซีนป้องกันไขหัดสุนัข ถ้าไม่เป็นเช่นนี้แล้วเชื้อที่ปล่อยออกมากับวัคซีนอาจจะก่อ ความรุนแรงได้เมื่อสัตว์ได้รับและถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะมีความเสี่ยงว่าความก่อโรคกำลังจะกลับมาทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้นการทำวัคซีนจะดีกว่าที่ไม่ได้ทำ

2) วัคซีนเชื้อตาย (Killed vaccine)

ทำจากเชื้อที่ผ่านการทำให้ตายด้วยความร้อนหรือสารเคมี เช่น ฟอร์มาลิน ถึงแม่ว่ามันจะไม่สามารถเพิ่มจำนวน ได้ในการฉีดวัคซีนแต่ว่าการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก อย่างไรก็ดีการฉีด 2 ครั้ง มีความจำเป็นและสารที่ผสมเข้าไป ควรจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนด้วยที่สำคัญการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเองของวัคซีนเชื้อตายนั้นไม่ยาวนานนักแต่ข้อดีคือความปลอดภัยสูง


3) Toxoids

เชื้อบางชนิดจะสร้างสารพิษขึ้นมาเรียกว่า ท็อกซิน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ตายปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อได้รับ ท็อกซินคือจะสร้าง anti-toxin ขึ้นมาต่อต้านหักล้างกับ toxin ดังนั้นการกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมาทำได้โดยการฉีด toxoid ซึ่งเป็น toxin ที่ทำให้ฤทธิ์หมดไป toxoid ผลิตได้จากนำท็อกซินไปผ่านความร้อนหรือสารเคมี เพื่อให้หมดความรุนแรงแล้วนำไปฉีดเข้าร่างกายกระตุ้นให้สร้าง anti-toxin ขึ้นมา ควรจะฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุก 1, 2 และ 3 ปี ตัวอย่างของ toxoid ที่มีอยู่คือ tetanus toxoid


4) วัคซีนรวม

เป็นการรวมผลิตวัคซีนจากเชื้อหลายชนิดมาผสมรวมกันเพื่อให้ป้องกันโรคได้หลายโรค วัคซีนรวมอาจประกอบด้วย เชื้อเป็น 2 ชนิด และเชื้อตายหลายชนิด หรือใช้เชื้อเป็นและเชื้อตายคู่กัน ข้อดีของวัคซีรวมคือใช้ควบคุมโรคได้ หลายชนิดโดยการฉีดเพียงเข็มเดียว



การกระตุ้นวัคซีน
ภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนนั้นไม่ยาวนานเท่าภูมิคุ้มกันจากการสัมผัสเชื้อตามธรรมชาติ ดังนั้นการกระตุ้นวัคซีนมี ความจำเป็นเป็นระยะๆ จะมีระยะห่างแตกต่างกันแล้วแต่ชนิดโรคและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ สุนัขที่ถูกเลี้ยงในที่สะอาด และพื้นที่จำกัดแยกจากตัวอื่นไม่เคยออกแสดงหรือถูกฝึกสอนเลยจะต้องการกระตุ้นวัคซีคมากกว่าสุนัขที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ



วิธีการให้วัคซีน
วัคซีนโดยทั่วไปจะให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ แต่ในกรณีที่ต้องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ก็จะให้เข้าทางอื่น เช่น วัคซีนโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือ Kennel cough จากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella bronchiseptica จะให้โดยการหยอดจมูก วิธีการนี้จะกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะส่วนทางเดินหายใจส่วนต้นภายใน 2-3 วัน แล้วตามด้วยสร้างแอนติบอดีในกระแสเลือดภายหลัง



จะทำวัคซีนเมื่อใด
มีจุดมุ่งหมายชัดเจนที่ต้องการสร้าง “active antibody” โดยการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในลูกสุนัขแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่เฉพาะเหตุผลจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ที่ช่วยป้องกันโรคได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง การป้องกันการตอบสนองของวัคซีนที่ไม่เหมาะสมด้วย แต่มีช่องโหว่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันให้เห็นซึ่งลูกสุนัขไม่ได้รับ ภูมิคุ้มกันจากแม่เพียงพอที่จะต่อสู้กันเชื้อโรคได้แต่เพียงพอที่จะป้องกันประสิทธิภาพของวัคซีน มีความพยายามอย่างมาก ที่คิดผลิตสเตรนของวัคซีนและโปรแกรมการทำวัคซีนที่ทำให้ระยะที่ไม่ปลอดภัยนี้เหลือสั้นที่สุด

ภูมิคุ้มกันที่รับจากแม่จะลดลงครึ่งหนึ่งทุกอายุ 7-8 วัน ดังนั้นระยะเวลาของภูมิคุ้มกัน ในลูกจะขึ้นกับปริมาณที่ได้รับจากแม่ ซึ่งก็ขึ้นกับระดับของภูมิคุ้มกันในแม่ว่ามีสูงหรือต่ำ ปกติแล้วลูกสุนัขเพียง 77% เท่านั้นที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ ในระดับที่พอเพียงภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ดังนั้นอายุที่เหมาะสม ในการทำวัคซีนลูกสุนัขจึงไม่เท่ากัน ถึงแม้จะมาจากครอกเดียวกัน ลูกสุนัขกำพร้าที่ไม่ได้รับนมน้ำเหลืองเลย ตามหลักทฤษฎีแล้วต้องทำวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด แต่ว่าเราจะทำเมื่ออายุ 3-6 สัปดาห์ เพื่อรอให้ระบบภูมิคุ้มกันเจริญเต็มที่ก่อน

อายุที่เหมาะสมสำหรับทำวัคซีนไข้หัดสุนัข มีการทดสอบอย่างละเอียดโดยเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบ ทางห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้มาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับเวลาในการทำวัคซีนจนกระทั้งการเข้ามาของโรคพาร์โวไวรัสในสุนัข

ในรายของไข้หัดสุนัขแสดงให้เห็นว่า ลูกสุนัข................

1) ที่อายุ 6 สัปดาห์มี 30 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody

2) ที่อายุ 8 สัปดาห์มี 65 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody

3) ที่อายุ 12 สัปดาห์มี 98 เปอร์เซนต์ที่ไม่มี maternal antibody

ดังนั้นถ้าลูกสุนัขได้รับวัคซีนไข้หัดสุนัขที่อายุ 6 สัปดาห์ จะมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ตอบสนอง จาก

ภาพที่เห็นนี้คงจะพอมองออกว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน การทำวัคซีนที่อายุ 6-8 สัปดาห์ จะมีประมาณครึ่งหนึ่ง ที่พร้อมได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ขณะที่ครั้งที่ 2 ทำวัคซีนเมื่ออายุ 12 สัปดาห์และทำช้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 1 ปี อาจเห็นว่าเมื่อฉีดวัคซีนที่อายุ 8 และ 12 สัปดาห์แล้วจะมีบางส่วนเสียทิ้งไป เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกัน จากแม่เหลืออยู่แต่สูตรนี้จะทำให้ลูกสุนัขรอดตายสูง จนถึงเวลาออกขาย แต่ปัญหาของช่องโหว่ของระบบภูมิคุ้มกันก็ยังมีอยู่ แต่ว่าวิธีการดังกล่าวนี้ส่งผลเสียน้อยที่สุด


ในรายของพาร์โวไวรัสจะอยู่ในสภาวะที่ซับซ้อนมากกว่า เพราะแม่สุนัขที่ได้รับเชื้อนี้มาก่อนจะมีแอนติบอดี ในระดับสูงมาก ลูกสุนัขที่เกิดมาจะมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับที่สูงเช่นกัน อาจอยู่ได้นานถึง 20 สัปดาห์ ถ้าแม่สุนัขมี ภูมิคุ้มกันถ่ายทอดมายังลูกไม่สูงนักก็สามารถทำวัคซีนได้ที่ 6 สัปดาห์ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีความแปรปรวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องฉีดวัคซีนหลายครั้ง

อย่างไรก็ดีในปี 1986 ได้มีการคิดค้นวัคซีนพาร์โวไวรัสเชื้อเป็น ซึ่งสามารถสร้างภูมิคุ้มกันใน ขณะที่ลูกสุนัขยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่ในระดับต่ำ ทำให้โปรแกรมวัคซีนสิ้นสุดภายใน 12 สัปดาห์ ซึ่งสัตวแพทย์มักจะแนะนำวิธีนี้

สัตวแพทย์จะวางโปรแกรมวัคซีน โดยประเมินจากสภาวะโรคในพื้นที่นั้น ๆ จากประวัติคอก หรือดูจากผลการตรวจเลือดด้วย จากการศึกษาโรคพาร์โวไวรัส พบว่าในฟาร์มที่มีเชื้อนี้อยู่แล้วจะทำให้ภูมิคุ้มกันจากแม่ ลดลงอย่างเร็วกว่าที่คาดไว้ จึงจำเป็นต้องแยกลูกสุนัขออกเลี้ยงต่างหากเพื่อรอทำวัคซีน

หลังจากฉีดวัคซีนแล้วสุนัขบางตัวอาจรู้สึกขาดสีสันไป 2 ถึง 3 วัน และบางตัวอาจจะพบมีการอักเสบบริเวณที่ฉีดบ้าง ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้พาไปพบสัตวแพทย์ที่ฉีดวัคซีนให้ ผลข้างเคียงที่พบภายหลังได้แก่ blue eye ในสุนัข Afghan ถ้าฉีดเข็มก่อนหน้านี้เกิดปัญหาเดียวกันคือตาขุ่นให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์ที่ฉีดทันทีอย่ารอช้า วัคซีนโรคตับอักเสบติดต่อจาก CAV-2 ก็พบอาการข้างเคียงเกี่ยวกับการมองเห็นเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันนิยมทำวัคซีนรวม ซึ่งปลอดภัยและได้ผลดีในการป้องกันโรคสำคัญ 5 โรคในสุนัขได้แก่ ไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ เลบโตสไปโรซิส และKennel cough

ดังที่กล่าวมาแล้วในบทนี้ ถึงสภาพที่ซับซ้อนและสัตวแพทย์จะพิจารณาดูปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อเลือกวัคซีนที่เหมาะสมกับสุนัขที่สุด มีข้อพิจารณาปิดท้ายดังนี้

1) อย่าลืมกระตุ้นวัคซีนเพื่อให้การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื่องและยาวนาน

2) สุนัขที่ฝากเลี้ยงจะต้องผ่านการทำวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อสำคัญมาแล้ว ถ้าคุณยังไม่มีใบรับรองวัคซีนคุณต้องไปปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน 1 เดือน



การทำวัคซีนกับสังคม
การเพิ่มจำนวนประชากรมนุษย์และสุนัขอย่างหนาแน่นเป็นความกดดันใหม่สำหรับสุนัขและเจ้าของ มีความต้องการอย่างสูงที่จะให้จำกัดสุนัขอยู่ในสังคมเพื่อให้รบกวนคนที่ไม่ชอบสุนัขน้อยที่สุด

เจ้าของลูกสุนัขทั้งหลายควรปรึกษาการทำวัคซีนและพฤติกรรมหนีเสือปะจรเข้กับสัตวแพทย์ก่อน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งก่อนที่จะหาสัตว์เลี้ยงมา การตัดสินระหว่างเลี้ยงลูกสุนัขแยกจากสังคมเลย จนกระทั่งถึงเวลาทำวัคซีน หรือเริ่มให้ลูกสุนัขได้ร่วมอยู่ในสังคมก่อนได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็น จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยซึ่งควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนดังนี้

1) อารมณ์ของสุนัขแต่ละพันธุ์ ของลูกสุนัขและของพ่อแม่

2) สถานะทางครอบครัว สถานที่สำหรับสุนัข และสุนัขที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมอย่างไร

3) สภาวะโรคในพื้นที่ แหล่งที่มาของลูกสุนัข ประวัติการทำวัคซีนและระดับภูมิคุ้มกันในแม่ (ถ้ามี)

4) ความเสี่ยงต่อการเกิดโรค คิดเสมอว่าจะเก็บสุนัขไว้อย่างไรและโรคระบาดจะเข้ามาทางไหนได้บ้าง




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:28:38 น.
Counter : 514 Pageviews.  

10 ประการกับการดูแลสุนัข

1.เมื่อลูกสุนัขมาถึงบ้าน สุนัขตัวใหม่ของคุณจะรู้สึกสับสนและตื่นเต้นกับภาพรอบตัวที่แปลกตา แต่หากคุณเตรียมการล่วงหน้าคุณจะสามารถทำให้สุนัขของคุณรู้สึกคุ้นเคยได้ในเวลาเพียงนิดเดียว
2.ปกป้องสุนัขของคุณด้วยการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนนั้นจะช่วยปกป้องสุนัขของคุณจากโอกาสที่จะติดโรคร้ายต่างๆได้ เราจะมาดูกันถึงเหตุผลบางประการที่ว่าทำไมถึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะคอยดูแลให้สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนเป็นประจำ
3.การให้อาหารสุนัข เป็นเรื่องง่ายๆที่จะคอยดูแลสุนัขของคุณให้มีสุขภาพดีและมีความสุข ด้วยการให้เค้าได้รับสารอาหารที่มีความสมดุลย์ หัวข้อนี้จะเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์สำหรับการให้อาหารสุนัขอย่างถูกต้อง
4.การฝึกสุนัขของคุณ การสอนให้สุนัขของคุณมีมารยาทที่ดีทั้งที่อยู่ในบ้านและขณะที่อยู่ข้างนอก ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่ามันไม่งานน่าเบื่อที่ต้องใช้ความอดทนและไม่ต้องเพิ่มอะไร
5.การดูแลสุนัขของคุณ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุนัขของคุณที่จะต้องให้เค้าได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอจากสัตว์แพทย์ แต่เรื่องการดูแลสุขภาพนั้นคุณควรจะเริ่มต้นจากที่บ้าน หัวข้อนี้จะเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคบางประการที่จะดูแลเค้าให้อยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุด
6.ควรจะคุมกำเนิดสุนัขของคุณหรือเปล่า? หากคุณไม่ได้คิดที่จะขยายพันธุ์สุนัขของตัวเอง คุณก็ควรที่จะพิจารณาคุมกำเนิดเค้าเสีย จากการศึกษาพบว่าการคุมกำเนิดสามารถช่วยให้สุนัขมีชีวิตที่ยืนยาวเพิ่มขึ้น ด้วยชีวิตที่มีสุขภาพดี และเกิดประโยชน์ตามมาอีกมากมาย บทความนี้จะให้เหตุผลคุณได้ว่า ทำไม
7.การแต่งขนสุนัข เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุนัขของคุณ หากคุณจะตัดแต่งขนและดูแลเนื้อตัวเค้าให้ถูกต้องตามหลักการ เราจะมาดูกันถึงวิธีที่จะช่วยทำให้สุนัขของคุณมีแต่ความสะอาด
8.การเลี้ยงให้สุนัขของคุณ มีความกระฉับกระเฉงและสุขภาพดี สุนัขนั้นจำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากและชอบที่จะให้รูปแบบการออกกำลังออกมาอยู่ในรูปของการเล่นเกมส์ หัวข้อนี้เป็นบางวิธีการที่จะช่วยดูแลให้เค้ามีสุขภาพดีด้วยการออกกำลังและเล่นสนุก
9.การเข้าใจสุนัขของคุณ เพื่อที่จะสานความสัมพันธ์กับสุนัขของคุณให้แน่นแฟ้นขึ้น จึงมีความสำคัญที่คุณจะต้องหัดเรียนรู้และเข้าใจความจำเป็นและความต้องการของสุนัขตัวเอง เราจะมาดูกันถึงวิธีสื่อสารที่เป็นกุญแจเชื่อมความรักให้กันและกัน
10.ความรับผิดชอบสุนัขในฐานะที่เป็นเจ้าของ การเป็นเจ้าของสุนัขนั้นเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษแต่บทบาทนี้จะนำมาซึ่งความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน เราจะมาดูกันว่าสิ่งที่คุณจะสามารถทำอย่างถูกต้องในฐานะที่เป็นเจ้าของสุนัขนั้นเป็นอย่างไร
..........................................................................................




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:27:16 น.
Counter : 137 Pageviews.  

โภชนาการกับสุขภาพผิวและขนของสุนัข


ขน และผิวหนังของสุนัขเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้บอกสุขภาพทั่วไปของสุนัขได้ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า เราสามารถบ่งชี้อาการของสุนัขหากขาดสารอาหารชนิดต่าง ๆ ว่าจะเกิดอาการอย่างไร การขาดสารอาหารจะทำห้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง หน้าที่ และสีของขน และผิวหนังของสุนัขอย่างไร ดังนั้นเจ้าของสุนัขจึงเชื่อว่าการให้อาหารที่ดี จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขามีขน และผิวหนังที่ดี ดังนั้นการขาดสารอาหาร จึงไม่ค่อยเกิดกับสุนัขที่กินอาหารสำเร็จรูป คุณเริ่มสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับผลของสารอาหารต่อผิวหนัง และขนของสุนัขคุณแล้วใช่ไหม ในบทความนี้จะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับสารอาหารต่าง ๆ มีผลต่อผิวหนัง และขนอย่างไร ในกรณีที่ขาดสารอาหาร เช่นกรดไขมันที่จำเป็น (EFA) กรดอะมิโน (โปรตีน) แร่ธาตุ และวิตามิน การแพ้อาหาร และอาการย่อยอาหารที่ไม่ปกติ

ผิวหนังชั้นบนของสุนัข หรือเรียกว่าหนังกำพร้า ต่อมที่อยู่ส่วนลึกของผิวหนังเรียกว่าต่อมขน (follicle) ซึ่งจะแตกต่างตามขนาดของเส้นขน และตำแหน่งของร่างกาย เส้นขนจะประกอบด้วยโปรตีนชนิดเคราติน และแร่ธาตุอยู่ในปริมาณเล็กน้อย นักโภชนาการสามารถตรวจความเข้มข้นของแร่ธาตุในขน เพื่อหาความต้องการของแร่ธาตุบางอย่างได้ในสัตว์บางชนิด สุนัขใช้อาหารโปรตีนที่กินแต่ละวันถึง 25% เพื่อการเจริญเติบโตของขน สิ่งที่ทำให้ขนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีแต่สีต่าง ๆ คือเม็ดสีที่เรียกว่าเมลานิน ซึ่งจะอยู่บริเวณที่เรียกว่า hair cortex (ส่วนนอก)

ขน และผิวหนังทำหน้าที่หลายอย่างที่ค่อนข้างมีระบบที่ซับซ้อน เช่น

ป้องกันร่างกาย (protection); ผิวหนังจะป้องกันอวัยวะภายในไม่ให้สัมผัสกับภายนอก ไม่ให้ถูกทำลายทั้งทางกายภาพ และทางเคมี

ผิวหนังยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้ปกติ ขนถูกสร้างชั้นป้องกันไม่ให้อุณหภูมิภายนอก และอากาศถูกผิวโดยตรง สุนัขจะไม่เหมือนมนุษย์ที่สามารถลดความร้อนในร่างกายโดยการขับเหงื่อซึ่งสุนัขไม่สามารถทำได้ สุนัขมีเพียงพื้นที่สัมผัสของร่างกายบางแห่งเท่านั้นที่ระบายความร้อนได้ เช่นอุ้งเท้า การระบายความร้อนโดยการหอบของสุนัขจะช่วยระบายความร้อนผ่านออกจากร่างกาย

กักเก็บ (Storage); ผิวหนังทำหน้าที่เก็บรักษาของเหลวไขมัน และอิเลคโตรไลท์ให้กับร่างกาย

การขับออก (Excretion); ผิวหนังทำหน้าที่ในขับของเหลว แร่ธาตุบางชนิด สารไนโตรเจน และเศษของเสียจากเซล ผ่านเหงื่อ และต่อมไขมัน

รับรู้สัมผัส (Sensation); ผิวหนัง และขนทำหน้าที่รับรู้อุณหภูมิภายนอก และการสัมผัส

การสื่อสาร (Communication); ผิวหนังทำหน้าที่สำคัญในการสื่อสารในสังคมของสัตว์เพราะผิวหนังจะปล่อยกลิ่นซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศ และช่วยสร้างอาณาเขตของสัตว์ด้วย

ขนก็ทำหน้าที่สำคัญต่อความสัมพันธ์ของสัตว์เลี้ยง และเจ้าของ เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่มีความสุขกับการแปรง และทำความสะอาดขนของสุนัข ซึ่งพวกเขาควรได้อ่านประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์ที่มีผลต่อสุขภาพกาย และใจ นอกจากนี้เราก็ลูบขนพวกเขาเวลาที่เราชมเชยพวกเขา




อะไรที่มีผลต่อสภาพของขนสุนัข

แม้ว่าคุณไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของขนของสุนัข แต่ไม่อาจมั่นใจได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การผลิตขนอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลากลางวัน และอุณหภูมิ โดยสุนัขที่อาศัยอยู่นอกบ้านจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่า สุนัขจะผลัดขนปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง สุนัขที่อยู่ในบ้านจะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนนัก แต่อาจมีการผลัดขนตลอดทั้งปี มีโรคหลายชนิดที่ส่งผลต่อสุขภาพของผิวหนัง และขน แม้ว่าการขาดสารอาหารก็อาจเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อขน และผิวหนัง แต่ในประเทศตะวันตกที่คนส่วนใหญ่ใช้อาหารสำเร็จรูปเลี้ยงสุนัข จะไม่ค่อยพบปัญหานี้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจทำให้สภาพขน และผิวหนังผิดปกติ อย่างเช่น

- การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และการติดพยาธิ

- การบาดเจ็บทางกายภาพหรือทางเคมี

- การรบกวนของระบบฮอร์โมน และเมตาโบลิซึ่ม

- และปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร

ดังนั้นคุณควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันทีที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง

ของผิวหนัง และขนของสุนัข




อาการทั่วไปที่มักพบเมื่อมีปัญหาอันเกี่ยวเนื่องจากสารอาหาร

การเกิดรังแค คัน ขาดความเงางาม ขนร่วง การอักเสบของผิวหนัง ถ้าเกิดอาการเหล่านี้คุณอาจเริ่มต้นการแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยเปลี่ยนมาใช้อาหารสำเร็จรูปดีกว่าที่จะพยายามเสริมอาหารเสริมชนิดต่าง ๆ

การขาดกรดไขมันจำเป็น (EFA); สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จำเป็นต้อง EFA เพื่อสร้างเยื่อบุผนังเซล นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวหนัง และขน การทำงานของไต และระบบสืบพันธุ์ในสุนัข กรดลิโนเลอิคซึ่งพบส่วนใหญ่จากน้ำมันพืช เป็น EFA หลักที่สุนัขต้องการ หากขาดจะพบว่าขนหยาบแห้งมีรังแค แผลหายช้า และผิวแตก สุนัขที่ได้รับอาหารไขมันต่ำโดยไม่มีการเสริมน้ำมันพืชอย่างเพียงพอ บางครั้งการขาด EFA อาจเกิดในสุนัขที่มีปัญหาที่ตับอ่อน ตับหรือลำใส้เล็ก เนื่องจากการเกิดความบกพร่องของอวัยวะเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาการย่อยของไขมัน ถ้าสุนัขของคุณเกิดปัญหาเหล่านี้คุณจำเป็นที่ต้องพาเขาไปรับการรักษา และจัดการเรื่องอาหารภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์




การขาดโปรตีน และกรดอะมิโน

สุนัขอาจเกิดปัญหานี้ถ้าเขาได้รับสารอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงไม่เพียงพอ อาการที่พบอาจมีเรื่องสีขนที่เปลี่ยนแปลงไป หลุดร่วงง่าย แต่งอกขึ้นช้า การขาดกรดอะมิโนจำเพาะบางอย่างเช่นไทโรซีน ทริปโตเฟน และ ซีสตีน อาจมีผลต่อการสร้างผิวหนัง และสีขน แต่สุนัขมักไม่เกิดการขาดโปรตีน ยกเว้นเขาจะกินแต่ธัญพืชเท่านั้น การขาดกรดอะมิโนที่มีกำมะถัน เป็นส่วนประกอบเช่น เมทไทโอนีน และซีสตีน อาจทำให้เกิดปัญหาขนร่วง ปัญหาการขาดสารอาหารโปรตีนอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่สุนัขกินอาหารที่มีความไม่สมดุลย์ทางโภชนาการ แต่มีโปรตีนที่ได้จากสัตว์น้อยเกินไป ในสุนัขโตอาจเกิดปัญหาถ้าขาดโปรตีนเป็นเวลานานหลายเดือน หรือเป็นปีจนกว่าจะเห็นปัญหาดังกล่าว ดังนั้นคุณมักเห็นปัญหาในลูกสุนัขที่กำลังเติบโตมากกว่าซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการเจริญเติบโตของลูกสุนัข




การขาดแร่ธาตุ

ปัญหานี้อาจเกิดจากความไม่สมดุลย์ของแร่ธาตุหรือเกิดจากการรบกวนการดูดซึมของแร่ธาตุในอาหาร เช่นการขาดสังกะสี อาจเกิดจากอาหารมีแคลเซียมสูงเกินไป ทำให้ร่างกายดูดซึมสังกะสีไม่ได้ อาการการขาดสังกะสีอาจพบว่าเกิดการขนร่วง ความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้า(Parakeratosis) และขนสีเปลี่ยนแปลงไป (Loss of hair pigmentation) นักวิทยาศาสตร์พบว่าสังกะสีมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของผิวหนัง และขนของสุนัข สุนัขบางพันธุ์อาจเกิดอาการขาดสังกะสีได้ง่าย เช่นไซเบอเรียน ฮัสกีย์ และอลาสกัน มาลามุส โรคนี้มักเกิดขึ้นช่วงที่สุนัขถึงวัยสมบูรณ์พันธุ์ และอาจพบอาการผื่นแดง บริเวณปาก คาง ตา หู และบริเวณที่ถูกกดทับ เช่นศอก และเข่า โดยอาจพบปัญหาที่บริเวณอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ฝ่าเท้า และอวัยวะเพศ การแก้ปัญหาโดยการให้อาหารเสริมสังกะสีจะช่วยแก้ปัญหาได้ดี อาการขาดสังกะสีอาจเกิดในรูปแบบอื่น ๆ เช่นในลูกสุนัขในหลายพันธุ์โดยเฉพาะในพันธุ์ใหญ่ ผิวหนังจะแดง และหนาตัวบริเวณศรีษะร่างกาย และขา การเกิดปัญหาเช่นนี้มักเกิดจากการเสริมแคลเซียมมากเกินไป หรืออาหารมีปริมาณโปรตีนจากพืชมาก คุณควรระลึกไว้เสมอว่าแม้ว่าความต้องการสังกะสีของสุนัขจะมีเพียงเล็กน้อย และอาการเป็นพิษของสังกะสีจะเกิดเมื่อได้รับในขนาดที่สูงมาก

การขาดไอโอดีน หรือความผิดปกติของเมตาโบลิซึมของไทรอยด์จะเกิดร่วมกับอาการขนร่วงทั้งตัวตั้งแต่การเกิดความผิดปกติของเมตาโบลิซึมจะพบได้บ่อยกว่าการขาดสารอาหารชนิดนี้โดยตรง




การขาดวิตามิน

วิตามินเอ และไบโอตินเป็นวิตามินที่พบการขาดได้บ่อยในสุนัข การขาดวิตามินเอ มักเกิดจากการให้อาหารที่ไขมันต่ำ อาหารคุณภาพต่ำ หรืออาหารสำเร็จรูปที่เก็บรักษาไว้ไม่ดี สัตว์ที่มีปัญหาของตับ และผิวหนังจะหยาบแห้งขาดความเงางาม และขนร่วง สุนัขอาจมีปัญหาตาอักเสบ หรือการหนาตัวของกระจกตาร่วมด้วย สำหรับไบโอตินยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดเพราะปกติแล้วสุนัขจะสามารถสังเคราะห์ไบโอตินได้เองจากแบคทีเรียในลำใส้ ในการทดลองพบการขาดไบโอตินในสุนัขกรณีที่ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำใส้ หรือกินไข่ขาวดิบจำนวนมาก ซึ่งรบกวนการดูดซึมของไบโอติน อาการขาดไบโอตินจะพบว่าสุนัขจะมีขนหยาบ ขาดเงางาม และขนร่วง อาจพบว่ามีการอักเสบผิวหนังเป็นแผลหลุม การขาดวิตามินอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อสุขภาพขน และผิวหนังได้แก่ ไรโบฟลาวิน ไพริดอกซิน ไนอาซีน วิตามินบี 12 กรดแพทโททีนิค กรดโฟลิค โคลีน คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกลไกอันซับซ้อนของการทำงาน และความต้องการของวิตามินในสุนัข


ที่มา :http://www.pedigree.co.th/pedigree/artview.asp?id=24




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:23:32 น.
Counter : 280 Pageviews.  

การใ้ห้อาหารสุนัข


อาหารที่เหมาะสมกับสุนัขของคุณนั้นมีความสําคัญต่อการมีสุขภาพดีและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เวลาอาหารคือช่วงเวลาที่สร้างความพึงพอใจสําหรับสุนัข และยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้สัมพันธภาพระหว่างคนกับสุนัขเหนียวแน่นขึ้น ตาอไปนี้จะเป็นคู่มือสำหรับคุณและเป็นคําตอบให้กับโภชนาการสําหรับสุนัขของคุณ




อาหารที่สมดุล

เช่นเดียวกับเจ้าของ สุนัขต้องการอาหารที่มีสมดุลที่ดี ซึ่งประกอบไปด้วย โปรตีน ไขมัน คาร์โบรไฮเดรต รวมถึงวิตามินและเกลือแร่อีกหลายหลากชนิด อยู่ในปริมาณที่ถูกต้องเพื่อให้สุนัขมีร่างกายที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด สารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงต้องมีในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีสัดสวนในแต่ละอย่างอย่างพอเหมาะ เพื่อให้สารอาหารเหล่านั้นเป็นสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล อาหารที่เป็นเนื้อแดงเพียงอย่างเดียวไม่เหมาะสมสําหรับสุนัข

บรรพบุรุษของสุนัขนั้น จะกินเหยื่อเข้าไปทั้งตัวพื่อการยังชีพ ไม่เพียงแต่เนื้อของเหยื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึง กระดูก อวัยะวะภายใน ลําไส้ หนัง และขน ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าลําพังการให้สุนัขกินเนื้อแดงเพียงอย่างเดียวนั้น เนื้อแดงไม่ใช่อาหารที่เพียงพอสําหรับความต้องการ




อาหารสุนัขแบบปรุงเอง

ก่อนที่จะลงมือทําอาหารให้สุนัขกินเองนั้น คุณจะต้องทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนว่า สารอาหารชนิดไหนที่ จําเป็นสําหรับสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องเขาใจถึงคุณค่าของสารอาหาร ที่อยู่ในอาหารชนิดต่างๆ การทำปฏิกิริยาของสารอาหาร และยังต้องเข้าใจกรรมวิธีในการปรุงอาหารและการจัดเก็บ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสารอาหารที่ยังคงอยู่ในอาหารนั้น โปรดระลึกอยู่เสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทําอาหารให้สุนัขของคุณด้วยตัวคุณเองให้ได้ครบคุณค่าทุกๆวัน โดยที่จะไม่ต้องใช เวลา ความพยายามและความชํานาญของตัวคุณในการตระเตรียม

เจ้าของสุนัขบางคนชอบทําอาหารใหสุนัขในบางมื้อ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ควรจะค่อยๆเพิ่มอาหารให้แก่สุนัขทีละ สองสามอย่าง อย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป เพื่อช่วยใหระบบย่อยอาหารของเค้า ได้มีการปรับตัวคุ้นเคยกับอาหารชนิดใหม่ๆ อาหารจำพวก เนื้อสัตว์ ไข่ และขนมปังก็เป็นอาหารทั่วๆไปที่สามารถให้กับสุนัขได้ ถ้าอาหารที่ว่านี้เป็นอาหารหลัก สำหรับสุนัขในการบริโภค ดังนี้คุณควรจะเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ต่างๆที่จําเป็นต่อสุนัขด้วย




อาหารสุนัขสําเร็จรูปที่มีขาย

อาหารสุนัขสําเร็จรูปที่ผลิตจากผูผลิตที่มีชื่อเสียง และมาพร้อมกับการรับประกันเกี่ยวกับโภชนาการที่เพียงพอ รวมถึงคุณภาพ และความปลอดภัย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จริงๆแล้วอาหารเหล่านี้มีสูตรทําอยูมากมายหลากหลายชนิด และหลากหลายส่วนผสม ก็ให้คุณเลือกเอาเฉพาะแบบที่ใช้การได้ง่ายๆ อาหารสําเร็จรูปเหล่านี้ มีทั้งแบบที่สารอาหารครบถ้วน ในตัว หรือเป็นแบบอาหารเสริม

ถ้าคุณเลือกอาหารสําหรับสุนัขแบบให้สารอาหารครบถ้วนก็ไม่จำเป็นต้องให้อย่างอื่นเสริมแล้ว ในขณะที่อาหารแบบที่ต้องประกอบกับอาหารอื่นได้รับการออกแบบมาให้ต้องเพิ่มเติมแหล่งอาหารบางชนิดลงไปอย่างเช่นเนื้อกระป๋องกับขนมปังกรอบเป็นต้น ฉลากที่อยู่ข้างถุงอาหารจะบอกคุณได้ว่าอาหารที่คุณหยิบนั้น เป็นแบบสมบูรณ์หรือแบบ ต้องประกอบกับอาหารอื่น

อาหารสุนัขสําเร็จรูปจะมีให้คุณเลือกอยู่สองแบบคือแบบแห้งและแบบเปียก อาหารแบบแห้งนั้นจะเป็น

ชนิดที่ก่อนบรรจุลงถุง ผู้ผลิตจะดึงความชื้นออกไปจากอาหารให้หมดเพื่อความสะดวกและประหยัด เวลาให้สุนัข คุณสามารถให้สุนัขกินทั้งที่ยังแห้งๆอยู่ก็ได้หรือจะผสมน้ำแล้วคนให้เข้ากันก่อนให้เค้ากินก็ได้

ส่วนอาหารสําเร็จรูปแบบเปียกนั้น ก็อย่างเช่นอาหารที่อยู่ในรูปกระป๋อง อาหารพวกนี้จะไม่ได้ถูกดึงน้ำ/ความชื้นออก คุณสามารถเปิดออกมาใหสุนัขกินได้ทันที แต่ไม่ว่าจะเป็นอาหารอย่างไรที่คุณจะเลือกให้กับสุนัขของคุณ ก็จะต้องให้น้ำเค้าดื่มด้วยเสมอทุกครั้ง และดูแลอย่างใกล้ชิดว่าเค้าดื่มน้ำไปครั้งละเท่าไหร่ สุนัขที่กระหายน้ำอยู่ตลอดเวลาอาจจะเป้นเพราะเค้ากําลังไม่สบายอยู่ก็ได้ และจําเป็นจะต้องพาเค้าไปพบสัตว์แพทย์ เพื่อทําการรักษาให้ถูกต้องด้วย นอกจากนี้ควรดูแลให้ชามข้าวและชามสําหรับใส่น้ำนั้นสะอาดอยู่เสมอ คุณจะต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งหลังจากที่เค้าดื่มและกินเสร็จแล้วและควรจะแยกภาชนะของเค้าไว้ต่างหากจากถ้วยชาม ของคนและไม่ควรเอาชามหรือจานข้าวของคุณใส่อาหารไปวางให้สุนัขกิน




กระดูกและนม

กระดูกนั้นมีประโยชน์สําหรับสุนัขเพราะให้แคลเซี่ยม แต่ถ้าเค้าแทะแล้วกระดูกแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วกลืนลงไป ก็อาจเป็นอันตรายกับเค้าได้ แต่หากว่าสุนัขของคุณเค้าได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้วก็ไม่จําเป็นจะต้องให้กระดูกเค้าอีก

แต่ที่ยิ่งดีกว่ากระดูกก็คือขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขที่ขายตามร้านขายอาหารสุนัขและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง คือนอกจากจะ เคี้ยวสนุกแล้ว ก็ยังจะช่วยให้เหงือกและฟันของเค้ามีสุขภาพดีด้วย

ถึงแม้ว่านมจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับสุนัขเมื่อเค้ายังเด็กอยู่ แต่นมไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไปหาก ลูกสุนัขหย่านมไปแล้ว ลูกสุนัขรวมถึงสุนัขที่โตแล้วส่วนใหญ่จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมได้ดีนัก ดังนั้นก็อาจจะทําให้เสาะท้องพวกเค้าด้วย หากคุณไม่แน่ใจว่าลูกสุนัขของคุณจะสามารถรับนมได้หรือไม่ให้ลองแบ่งหรือผสม กับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากันก่อนที่เค้าจะได้กินเป็นครั้งแรก




ลูกสุนัข

ก่อนที่ลูกสุนัขจะหย่านม นมจากแม่เป็นอาหารหลักซึ่งในนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่ครบถ้วน แต่พอเค้าได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านใหม่กับคุณ ซึ่งเป็นตอนที่เค้าหย่านมไปแล้วและกําลังจะเริ่มกินอาหารแข็งๆได้บ้างแล้วนั้น ลูกสุนัขจะคอยอาหารจากคุณซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้เค้าได้กินอาหารที่มีโภชนาการอย่างครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกสุนัข ต้องการหรือไม่

ความสมดุลของอาหารนั้นสําคัญและจําเป็นต่อการเจริญเติบโตรวมไปจนถึงการพัฒนาการของลูกสุนัข เพื่อที่จะทําให้เค้าเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตที่ยืนยาวพร้อมสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ลูกสุนัขต้องการโภชนาการขั้นพื้นฐาน ที่เหมือนกับสุนัขที่โตแล้วแต่เนื่องจากลูกสุนัขนั้นจะโตเร็วมาก ดังนั้นเค้าจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร เหล่านี้ในปริมาณที่มาก เมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของเขา

ลูกสุนัขก็เหมือนเด็กทารก พวกเค้ายังมีขนาดกระเพาะอาหารที่เล็กอยู่ ดังนั้นเราควรจะให้อาหารต่อมื้อกับเค้าน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ในช่วงแรกของชีวิต ลูกสุนัขจะโตเร็วและมีพัฒนาการที่เร็วมาก โดยทั่วๆไปแล้วแทบจะทุกพันธุ์จะมีน้ำหนักตัวเกือบครึ่งหนึ่งของสุนัขที่โตเต็มที่แล้ว เพียงอายุได้4-5 เดือนแรกเท่านั้น

อย่างไรก็ดีด้วยสายพันธุ์ที่ต่างกัน ขนาดร่างกายที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงอายุของสุนัขที่โตเต็มที่ก็เป็นปัจจัยให้ น้ำหนักตัวมีความแตกต่างกันด้วย ยกตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่จะใช้เวลาเติบโตเต็มวัยนานกว่าสุนัขพันธุ์เล็กๆ ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กและพันธุ์ตุ๊กตานั้น จะโตเต็มวัยเมื่ออายุได้เพียง 6-9 เดือนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบด้วยระยะเวลาที่เท่ากัน สุนัขพันธุ์ใหญ่จะยังไม่โตเต็มวัยนัก ลูกสุนัข นิวฟาวแลนด์หรือเกรทเดนนั้นจะยังตัวไม่โตเต็มที่จนกว่าเค้าจะมีอายุได้ 18 เดือนไปแล้ว และลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆเหล่านี้จะมีพัฒนาการทางด้านโครงกระดูกที่มากหน่อย

ไม่ใคร่จะเป็นการดีนัก หากคุณให้อาหารในปริมาณมากๆเพื่อเร่งให้เค้าโตเร็วๆ ลูกสุนัขนั้นต้องการพลังงานมากกว่าสุนัขตัวโตๆประมาณ 2-4 เท่าที่ขนาดเท่ากัน การเจริญเติบโตก็ต้องใช้พลังงานมาก ดังนั้นพวกเค้าจะต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่มากกว่าสุนัขโต และต้องเป็นโปรตีนชนิดซึ่งประกอบจากกรดอะมิโน ชนิดที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตด้วย อีกทั้งสุนัขเหล่านี้ยังจะต้องไดรับเกลือแร่ที่สําคัญในปริมาณที่ถูกต้องเพื่อสร้าง กระดูและฟัน ดังนั้นลูกสุนัขจึงต้องได้รับอาหารในปริมาณที่มากเมื่อเทียบกันกับน้ำหนักตัว แต่เนื่องจากกระเพาะอาหารของ พวกเค้าสามารถจุอาหารได้เพียงน้อยนิด คุณจึงต้องชดเชยให้เค้าโดยให้อาหารมื้อเล็กๆแต่หลายๆมื้อในแต่ละวัน และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากอาหารที่ให้นั้นเป็นอาหารที่ออกแบบมาให้อุดมด้วยสารอาหาร เพื่อเค้าได้รับสารอาหารมากที่สุด ในแต่ละมื้ออาหาร เล็กๆของเค้า

อาหารนั้นควรจะย่อยง่ายด้วยเพื่อที่จะให้ร่างกายลูกสุนัขนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และจะต้องมีความสมดุล เพื่อให้คุณค่าสารอาหารตามความต้องการของร่างกายลูกสุนัขและแน่นอนอาหารลูกสุนัขจะต้องมีรสชาติอร่อย เพื่อให้ลูกสุนัข กินอาหารได้เต็มที่ หากลูกสุนัขไม่ค่อยกินอาหารที่ให้ก็คงจะต้องหาอุบายให้เค้าได้ออกกําลังที่มากขึ้น เพื่อที่จะรับอาหารได้มากขึ้นอีก

ที่จริงการให้อาหารลูกสุนัขนั้นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนที่เขียนมาแต่อย่างใด เพราะอาหารสุนัขที่ผลิตมาสำหรับ ลูกสุนัขโดยเฉพาะจะทำการบ้านมาให้คุณแล้ว ผู้ผลิตจะคำนวณว่าจะต้องมีสารอาหารอะไรในสัดส่วนเท่าไร จึงจะเพียงพอ ให้ลูกสุนัขได้รับสารอาหารครบอย่างเอร็ดอร่อยและเติบโตอย่างแข็งแรง สําหรับลูกสุนัขที่มีสุขภาพดีอยู่แล้ว นั้นก็ไม่จําเป่นต้องให้อาหารเสริมอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อะไรก็ตาม ในทางกลับกันอาจจะเป็นโทษต่อเค้าด้วยซ้ำ แต่หากคุณคิดที่จะให้อาหารเสริมแก่เค้า ควรที่จะขอคําปรึกษาจากสัตว์แพทย์เสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อเค้า อย่างแน่นอน

เวลาคุณเลือกลูกสุนัขให้สอบถามเรื่องการให้อาหารลูกสุนัขกับคนขายสุนัขก่อน แล้วจดรายการอาหาร สําหรับลูกสุนัขให้ด้วย คุณควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทอาหาร ปริมาณอาหารและเวลาให้อาหารเค้าซึ่งเค้าเคยชิน อย่ารีบไปเปลี่ยนรายการอาหารให้แปลกออกไป การที่เค้าต้องเปลี่ยนบ้านอยู่จะทำให้เค้าจะเกิดความเครียดอยู่แล้ว และเค้าจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้

เมื่อลูกสุนัขมาถึงบ้านคุณเค้าอาจจะมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียอันเนื่องมาจากการจากแม่ของเค้าและการต้องเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่แต่ถ้าเจ้าตัวน้อยยังคงมีอาการท้องเสียนานกว่า 24 ชั่วโมงหรือยิ่งเป็นมากขึ้น ให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์ทันทีและหากคุณต้องการปรับเปลี่ยนอาหารให้กับลูกสุนัข ให้รอให้เค้าสามารถปรับตัวได้ จนเข้าที่เสียก่อน แล้วจึงค่อยๆปรับอาหารไปอย่างช้าๆหลังจากที่เค้ามาถึงบ้านคุณได้สัก 3-4 วัน ลักษณะการให้อาหาร ลูกสุนัขนั้นจะขึ้นอยู่กับอายุ พันธุ์และลักษณะประจําตัวของเค้าเอง

แต่อย่างไรก็ดีคุณจะต้องให้อาหารเค้าวันละ 4 มื้อ จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุได้ประมาณสัก 4 เดือน จากนั้นก็สามารถลดลงเหลือวันละ 3 เวลาได้จนเมื่อเค้ามีอายุได้6 เดือน หากคุณเห็นว่าลูกสุนัขรับอาหารได้ดี ก็สามารถลดปริมาณการให้ลงเหลือวันละ 2 เวลาก็ได้ ในสุนัขพันธุ์เล็กหรือที่เรียกว่า พันธุ์ตุ๊กตานั้นเค้าจะโตเต็มที่เร็วกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆมาก ดังนั้นคุณสามารถให้เค้าเริ่มกินอาหารของสุนัขโตได้ตั้งแต่เค้ามีอายุได้ 8 เดือนเป็นต้นไป แต่สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่นั้นยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโตอยู่ ดังนั้นคุณยังต้อง ให้เขากินอาหารสำหรับลูกสุนัขไปก่อน สิ่งที่เป็นตัวบอกได้ดีที่สุดว่าคุณให้อาหารเค้าได้ถูกต้องตามโภชนาการหรือเปล่า ก็คือสุขภาพของเขา คุณควรจดบันทึกน้ำหนักตัวของเค้าเป็นประจํา เพื่อที่ว่าจะสามารถเช็คได้ว่าขนาดและน้ำหนักนั้นได้ ตามมาตรฐานหรือเปล่า คุณยังสามารถที่จะปรับอาหารเพื่อไม่ให้เค้ามีน้ำหนักน้อยหรือมากเกินไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว คุณควรให้ลูกสุนัขของคุณกินอาหาร มื้อละ 15-20 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นให้ทิ้งอาหารที่เหลืออยู่ไป คุณควรมีชามอาหารและน้ำให้กับลูกสุนัขแยกต่างหาก ควรเก็บก็ควรจะเก็บแยกจากภาชนะที่คนในครอบครัวใช้ด้วย น้ำดื่มที่ใหม่และสะอาดควรจะมีให้เค้าได้ดื่มตลอดเวลา หากคุณพบว่าลูกสุนัขนั้นหิวน้ำบ่อยจนผิดปกติ ก็ควรจะรีบนําตัวเค้า ไปพบสัตว์แพทย์เพื่อรับคําปรึกษา เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าสุนัขของคุณกําลังไม่สบาย




สุนัขที่กําลังโต

ขณะที่ลูกสุนัขของคุณกําลังเติบโต คุณควรที่จะให้อาหารที่เสริมสร้างการเจริญเติบโตเป็นอาหารหลักให้กับเขา ลูกสุนัขของคุณต้องการอาหารที่สารอาหารจำเป็นในปริมาณเข้มข้นที่ช่วยในการพัฒนาร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์และเพื่อการเจริญของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก และเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย

และเมื่อเค้ามีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงที่จะโตเต็มวัย คุณจึงสามารถค่อยๆเปลี่ยนให้เค้ากินอาหารของสุนัขโตได้ และเค้าจะคุ้นเคยกับอาหารสุนัขโตเมื่อเค้าโตเต็มวัย ซึ่งอาจเป็นอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสุนัขแต่ละพันธุ์ การเปลี่ยนอาหารควรจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

เจ้าของสุนัขแทบทุกคนมักเป็นห่วงว่าให้เค้ากินอิ่มหรือเปล่า โดยเฉพาะถ้าเป็นเจ้าของลูกสุนัขบางคนซึ่งรู้ว่า ลูกสุนัขต้องการสารอาหารในปริมาณมากเพือใช้ในการเจริญเติบโตและมักจะให้ลูกสุนัขกินมากเท่าที่เขาอยากกิน และ เนื่องจากสุนัขส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะกินมากเกินความต้องการและส่งผลให้น้ำหนักเกิน คุณก็ควรที่จะให้อาหารเค้า ตามที่คำแนะนำการให้อาหารบอกไว้ข้างกล่องหรือถุงอาหารของสุนัขที่คุณซื้อมา

การให้อาหารมากเกินไปกับสุนัขที่กําลังโตจะทําให้เค้าอ้วนเกินไป อาหารที่เกินมานั้นจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน และเก็บไว้ตามตัวสุนัข ขณะที่สุนัขกำลังโตและมีอายุน้อย ร่างกายเค้าจะผลิตเซลไขมันเพิ่มขึ้น เพื่อจัดเก็บไขมันส่วนเกิน และเซลล์ไขมันเมื่อถูกสร้างขึ้นมาแล้วมันจะอยู่ กับตัวลูกสุนัขไปตลอดชีวิตและทำให้เค้ามีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักมากเกินไป ในสุนัขพันธุ์ใหญ่ทั้งหลาย การให้อาหารมากเกินไป สําหรับลูกสุนัขที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจก่อให้เกิดปัญหากับโครงสร้างกระดูกของเขา ดังนั้นเป็นเรื่องสําคัญมากที่จะต้องคอยดูน้ำหนักของสุนัขที่กําลังโต และสภาพร่างกายของเค้าโดยรวมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณได้ให้อาหารเค้าอย่างถูกต้องแล้ว หมั่นจดน้ำหนักเค้าอย่างสม่ำเสมอ และเปรียบเทียบกับ ตารางการเจริญเติบโตของลูกสุนัข เพื่อตรวจดูว่าเค้ามีอัตราการเจริญเติบโตที่ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานสายพันธุ์ หากลูกสุนัขของคุณกําลังมีไขมันมากเกินพอดีนั่นก็แสดงว่าเค้าเริ่มอ้วนแล้ว ให้ปรึกษากับสัตว์แพทย์เพี่อขอคําแนะนําในกรณีที่คุณคิดว่าตัวคุณเองให้อาหารสุนัขไม่ถูกต้องด้วย




สุนัขที่โตเต็มวัย

สุนัขก็เหมือนสัตว์ตัวอื่นที่จะต้องกินอาหารเพื่อให้ได้พลังงานตามที่ร่างกายต้องการ อาหารที่ให้พลังงานได้ เพียงพอกับความต้องการ ควรจะให้สารอาหารครบถ้วนและสมดุลด้วย สุนัขนั้นได้รับพลังงานจากไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานได้แต่ก็ไม่ใช่สารอาหารที่สําคัญสําหรับการโภชนาการของสุนัข พลังงานที่สมดุล จึงมีความสําคัญเพื่อที่จะทําให้สุขภาพของสุนัขนั้นดีตลอดเวลาที่เค้ามีชีวิตอยู่เลยทีเดียว

การให้อาหารที่น้อยไปก็ทําให้น้ำหนักต่ำ เค้าจะเซื่องซึม ไม่สดใส และสภาพร่างกายไม่ดี แต่ถ้าอาหารมากไป ก็กลายเป็นสุนัขอ้วนๆ และมีปัญหายุ่งยากอื่นๆตามมา อย่างเช่นเริ่มปรากฏภาการณ์เจริญเติบโตที่ผิดปกติ ความต้องการพลังงานของสุนัขนั้นก็ยังขึ้นอยู่กับระดับกิจกรรมของเค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น เค้าอาจเป็นสุนัขทํางาน เป็นสุนัขที่อยู่แต่ในบ้าน หรือให้อยู่นอกบ้าน หรือ หากเค้าป่วย อายุมากหรือกําลังโต ก็ต้องการพลังงานแตกต่างออกไป แม่สุนัขที่กําลังตั้งครรภ์และให้นมลูกนั้นก็ยิ่งต้องการพลังงานมาก หากสุนัขของคุณไม่ค่อยได้ออกกําลังหรือไม่ค่อยมีกิจกรรม ใดๆและเริ่มมีอายุมากแล้ว คุณก็จําเป็นที่จะต้องลดปริมาณอาหารแก่เค้าลงเพื่อที่เค้าจะไม่อ้วนเกินไป สําหรับคุณที่เลี้ยงสุนัขด้วยอาหารสําเร็จนั้น ฉลากที่ข้างถุงอาหารจะให้คําแนะนํากับคุณได้ว่า คุณควรจะให้อาหารในปริมาณเท่าไหร่ แต่ให้จําไว้ว่าฉลากหรือรายละเอียดที่ข้างกล่องเป็นเพียงข้อแนะนําที่ทําขึ้นมาอย่างกลางๆเท่านั้น ที่เหลือคุณจะต้องปรับ ให้เข้ากับความต้องการของสุนัขของคุณด้วย

หากเค้าเป็นสุนัขที่ดูกระฉับกระเฉงตลอดเวลาและมีกิจกรรมอยู่เสมอเขาก็จะต้องได้อาหารในปริมาณมากขึ้นแต่หากเค้าเป็นสุนัขที่ชอบนั่งอยู่เฉยๆเค้าก็ควรจะกินอาหารให้น้อยลงอีกเพราะอย่าลืมว่าเค้าจะได้พลังงานจากอาหารรูปแบบอื่นที่คุณให้เพิ่มเข้าไปในอาหารก็ได้อย่างเช่น พลังงานจากขนมปังกรอบ เนื้อหมูหรือ เนื้อปลาชิ้นย่อมๆ สักชิ้นสองชิ้นปนกันเข้าไป วิธีที่ง่ายที่สุดสําหรับการเฝ้าดูนิสัยการกินอาหารและสุขภาพโดยรวมของเค้าก็คือหลักฐานที่ได้จากมือและสายตาของคุณ หากสุนัขนั้นมีรูปร่างกําลังสวยคือไม่ผอมหรือไม่อ้วนเกินไป และตาสดใส ก็อาจจะแปลความหมายได้ว่าเค้ามีสุขภาพที่ดีแล้ว และอาหารที่ให้ก็อยู่ในระหว่างสมดุลดีด้วย อย่างไรก็ดีหากคุณเห็นแล้วว่าเค้ากลายเป็นสุนัขอ้วนไปแล้ว นั่นแสดงว่าคุณให้อาหารเค้ามากเกินไป

กรณีอย่างนี้ พยายามสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นด้วยการตัดแบ่งอาหารที่เคยให้ทั้งหมดลง หรือให้ลดขนมปังที่ คุณให้เพิ่มเข้าไปในอาหาร สุนัขแทบทุกตัวที่มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไปสามารถให้อาหารเพียงวันละมื้อได้ หรือคุณจะแบ่งออกเป็นวันละ 2-3 มื้อก็ได้ ถ้านั่นทําให้เกิดความสะดวกกับคุณมากกว่า โปรดระลึกไวเสมอว่า สุนัขตัวเล็กๆนั้นมีกระเพาะอาหารที่เล็กและอาจจะต้องแบ่งอาหารออกเป็นวันละสองมื้อดีกว่าเพียงวันละมื้อ เช่นเดียวกัน ในสุนัขที่กําลังโตและสุนัขที่ต้องทํางาน รวมถึงแม่พันธุ์สุนัขที่กําลังตั้งครรภ์หรือคลอดลูกแล้ว แม้กระทั่งในสุนัขที่ป่วย หรืออยู่ในระยะพักฟื้นล้วนแล้วแต่ต้องการอาหารที่มากกว่าวันละมื้อทั้งนั้น คุณสามารถใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ได้ว่าเมื่อไหร่ที่สุนัขของคุณจะต้องได้รับอาหารในปริมาณที่ถูกต้องตลอดเวลา




สุนัขที่ต้องทํางาน

สุนัขที่ต้องทํางาน อย่างเช่นสุนัขเลี้ยงแกะ สุนัขตํารวจ หรือ สุนัขพอยน์เตอรที่ใช้ในเกมล่าสัตว์มีความต้องการ ใช้พลังงานในแต่ละวันที่มากกว่าสุนัขทั่วๆไป สุนัขที่ต้องทํางานและต้องการพลังงานมากนั้นมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อม อุณหภูมิของร่างกาย อายุของสุนัข ความหนาของชุดป้องกันที่เค้าต้องสวม และปริมาณงานที่เค้าต้องทําในแต่ละวัน โดยปกติแล้วสุนัขที่ทํางานจริงๆจะต้องการอาหารมากกว่าสุนัขโตธรรมดาประมาณ 2 ถึง 4 เท่า ซึ่งเขาจะให้อาหารกันหนึ่งในสามส่วนตอนเช้า และที่เหลืออีกสองในสามจะให้เมื่อเค้าทํางานเสร็จแล้ว ในวันทํางาน เพราะพวกเค้าต้องการอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น หรือเป็นสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขกิจกรรมมาก




สุนัขที่มีอายุ

เมื่อสุนัขของคุณแก่ตัวลงเค้าจะกระฉับกระเฉงน้อยลงและร่างกายเค้าจะใช้พลังงานลดลง คุณจําเป็นจะต้องหมั่น คอยดูน้ำหนักของเค้า และถ้าจําเป็นก็ให้ลดปริมาณการให้อาหารกับเค้าให้น้อยลงเพื่อให้เค้ามีน้ำหนักที่เหมาะสม เนื่องจากสุนัขในวัยนี้มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและปอดเนื่องมาจากปริมาณไขมันในตัวเค้าที่มากขึ้นรวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อต่างๆและข้อต่อด้วย สุนัขอ้วนจะมีชีวิตที่สั้นกว่าปกติ หากสุนัขของคุณเป็นสุนัขที่อ้วนแล้ว สัตว์แพทย์ของคุณจะต้องให้เค้าเข้าคอร์สลดอาหารและเปลี่ยนมาทานอาหารอย่างที่สัตวแพทย์จัดให้แทน

ในสุนัขที่มีอายุมากแล้วอาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคบางอย่าง ดังนั้นเค้าจะดีขึ้นถ้าได้มีการปรับเปลี่ยน เรื่องอาหารยกตัวอย่างเรื่องโรคที่เกี่ยวกับไต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับฟอสฟอรัสและโปรตีน และระดับของเกลือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจล้มเหลว สัตว์แพทย์ของคุณจะให้คําแนะนํากับคุณได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับโภชนาการที่เอื้อประโยชน์ให้กับสุนัขของคุณ

น้ำก็เปนสิ่งสําคัญที่ควรจะต้องมีเตรียมให้เค้าไว้ตลอดเวลา คุณควรจะต้องดูปริมาณน้ำที่เค้าดื่มและให้รีบขอ คําแนะนําจากสัตว์แพทย์โดยเร็วหากพบว่าเค้าดื่มน้ำบ่อยกว่าปกติเพราะนี่อาจเป็นสัญญาณบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับโรคไต หรือโรคเบาหวาน สุนัขที่มีอายุมากบางตัวอาจจะพบว่ามีการอักเสบของกระดูกบริเวณคอและอาจจะทําให้เค้าก้มคอลง เพื่อกินอาหารไม่ได้ในกรณีนี้ต้องวางชามอาหารของเค้าให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมในระดับที่เหมาะสมหรือหาที่หนุน ให้สูงขึ้นเพื่อเค้าด้วย




แม่พันธุ์สุนัข

แม่สุนัขจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์เพราะลูกๆในท้อง ต่างก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น การให้อาการในปริมาณที่มากจนเกินไปในขณะที่ครรภ์ของเธอยังอ่อนๆ อยู่นั้นจะเป็นเหตุ ให้เกิดไขมันที่ไม่ได้ใช้งานเกิดขึ้นและอาจจะเกิดปัญหากับการคลอดได้วิธีการโดยทั่วไปนั้นอาหารที่จะต้องให้กับ แม่สุนัขนั้นจะต้องให้เพิ่มมากขึ้นประมาณ 10-15% ต่อสัปดาห์หลังจากที่เธอตั้งครรภ์มาได้กว่า 5 สัปดาห์แล้ว ในช่วงการคลอดลูกของเธอ แม่พันธุ์สุนัขจะต้องกินอาหารมากกว่าปกติถึง 50% เมื่อเธอตั้งครรภ์มดลูกของเธอ จะขยายตัวออกเต็มท้อง กระเพาะอาหารของเธอจะขยายตัวได้ไม่เท่ากับปกติ ดังนั้น จะดีที่สุดหากจะให้อาหารแม่สุนัข ในแต่ละวันโดยแบ่งออกเป็น มื้อเล็กๆหลายๆมื้อและควรใช้อาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นและควรมีรสชาติอร่อยด้วยเพื่อที่เธอจะกินได้มากขึ้นเท่าที่ร่างกายเธอต้องการ

เมื่อลูกๆของเธอคลอดออกมาแล้ว อยู่ในระหว่างการดูแลของแม่สุนัข ความต้องการสารอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาเช่นนี้ แม่พันธุ์สุนัขจะต้องการกินอาหารเพิ่มขึ้นใน ปริมาณ 3-4 เท่าของอาหารที่เธอรับปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าแม่สุนัขจะสามารถผลิตน้ำนมให้ได้มากเพียงพอกับความต้องการของลูกๆและยังคงมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่นั่นเอง ในช่วงการให้นม (ซึ่งอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์) แม่พันธุ์สุนัขจะมีน้ำหนักลดลงประมาณ 4-7% ต่อวัน จากการผลิตน้ำนม

ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องให้อาหารเธอวันละหลายๆมื้อ บางทีอาจจะให้ได้ 3-4 ครั้งต่อวัน โดยเน้นที่อาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นและรสชาติถูกปากมากๆหน่อย บางทีอาจจะต้องให้เป็นมื้อกลางคืนอีกสักมื้อ ด้วยเหมือนกัน ให้คุณให้อาหารแม่พันธุ์สุนัขให้มากเท่าที่เธอต้องการ โดยไม่ต้องห่วงว่าเธอจะกินมากเกินไป และแน่นอนว่าอย่าลืมเตรียมน้ำดื่มที่ใหม่และสะอาดคอยไว้สําหรับเธอเสมอในช่วงสําคัญของชีวิตช่วงนี้




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 11:22:13 น.
Counter : 367 Pageviews.  

1  2  

tingnoy
Location :
มหาสารคาม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




สวัสดีคะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อคแห่งสาระดีๆ และความรู้หลากหลายแห่งนี้คะ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม และผู้ที่เตรียมตัวในการสอบที่มีเวลาน้อยสามารถนำแนวข้อสอบเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการสอบได้นะคะ รวมทั้งเจ้าของบล็อคเอง ก็กำลังพยายามสู้ๆ กับการสอบคะ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะสอบได้กันทุกคนคะ*-*
ปล.จะพยายามอัพข้อมูลลงเรื่อยๆนะคะ ติดตามเข้ามาชมได้ตลอดคะ..........
สำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบล็อคกันแล้วขอแค่คำขอบคุณนะคะผู้ทำจะได้มีกำลังใจหาเนื้อหามาลงให้ค่ะ
Wellcome to my blog
Friends' blogs
[Add tingnoy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.