Group Blog
 
All Blogs
 

ความศักดิ์สิทธิ์ของพระวัดปากน้ำ และพระตระกูลวัดปากน้ำ แต่ละรุ่น / พิมพ์แตกต่างกันหรือไม่ ?






ถาม : ความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธานุภาพของพระวัดปากน้ำ และพระตระกูลวัดปากน้ำ แต่ละรุ่น แต่ละพิมพ์แตกต่างกันหรือไม่ เห็นมีผู้นิยมแตกต่างกันมาก เพราะเหตุใด ?


ตอบโดย : พระภาวนาวิสุทธิคุณ ปัจจุบันเป็น พระเทพญาณมงคล วิ.

เรียบเรียงจากนิตยสารธรรมกายเล่มที่ ๒๐

Smiley

พระทุกรุ่นทุกพิมพ์ ที่สร้างขึ้นโดยพระผู้สร้างคนเดียวกัน หรือ คณะเดียวกัน ย่อมทรงความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธานุภาพเหมือนกัน หรือ พอๆกัน ทุกรุ่นทุกพิมพ์ เว้นแต่ในบางรุ่น พระผู้สร้างจะเน้นความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ บางประการเป็นพิเศษ ในประการที่พระผู้สร้างอธิษฐานจิต ขอบารมีพระพุทธเจ้าทับทวีในเรื่องนั้นๆ


เช่นว่า


พระของขวัญวัดปากน้ำรุ่นที่ ๑-๒-๓ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นผู้สร้างขึ้นเอง ย่อมทรงความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธานุภาพเสมอกัน เพราะพระผู้สร้าง (หลวงพ่อ) ย่อมทรงภูมิธรรมและเจริญวิชชาอย่างเดียวกัน


แม้จะมีผู้ตั้งปัญหาขึ้นมาว่าพระผู้สร้างยิ่งแก่พรรษา วิชชายิ่งแก่กล้าขึ้น พระที่สร้างรุ่นหลังๆน่าที่จะทรงคุณวิเศษกว่ารุ่นแรกๆ ดูน่าจะสมเหตุ แต่แท้ที่จริงแล้ว การทำวิชชาธรรมกายขั้นสูงนั้น พระผู้สร้างย่อมทำวิชชาทับทวีแก่พระที่สร้างไว้รุ่นก่อนๆรวมมาถึงรุ่นปัจจุบัน และแม้ต่อไปในอานาคตด้วย


เรียกว่า “การคำนวณรวมเข้ามาทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเสมอ”

พระจะทรงความศักดิ์สิทธิ์ในพุทธานุภาพ เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่ที่ภูมิธรรมและการเจริญวิชชาของผู้สร้าง และขึ้นอยู่ที่ความเป็นผู้มีศีลมีธรรมของ ผู้มีพระไว้เคารพบูชา (ปฏิบัติบูชา) ด้วยใจศรัทธาเองเป็นสำคัญ

พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี และคณะศิษย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้สร้างพระวัดปากน้ำ และพระตระกูลวัดปากน้ำขึ้น เพื่อให้ญาติโยมสาธุชน มีไว้เพื่อปฏิบัติบูชาโดย ทางทาน ศีล ภาวนา ศีล สมาธิ ปัญญา ให้ยิ่งขึ้นไปเป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ฯลฯ เพื่อให้ละชั่ว กระทำความดี ชำระจิตใจให้ผ่องใส ให้ได้ถึงพระธรรมกายและพระนิพพานเป็นสำคัญ อันมีพระเป็นสื่อปฏิบัติภาวนาธรรม จะคุ้มครองผู้ทรงศีลและมีพระนั้นไว้ในครอบครองเอง

ส่วนผู้ประพฤติผิด ศีล ธรรมจิตใจเศร้าหมองด้วย ตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะอยู่เนืองนิจ แม้จะมีพระรุ่นไหนไว้มากมายเพียงใด ก็ช่วยอะไรไม่ได้ คือหาความเจริญและสันติสุขไม่ได้ทั้งในปัจจุบันและสัมปรายภพ

***




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2555    
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 9:28:59 น.
Counter : 789 Pageviews.  

วิธีบูชา"พระของขวัญ" (ตอนที่ ๒/๒) จบ


วิธีบูชาพระของขวัญ (จบ)
เรียบเรียงโดยอาจารย์มงคลบุตร

Smiley

ศึกษาบทความก่อนหน้า

วิธีบูชาพระของขวัญ ตอนที่ ๑/๒





การอธิษฐานสั่งและทับทวีวิชชารวมความศักดิ์สิทธิ์ ของผู้เจริญภาวนา และวิชชาดังกล่าว โดยตลอดครบไตรมาสโดยไม่ขาดตอนเลยนั้น จึงบังเกิดผลดีแต่การปฏิบัติธรรมและการดำเนินชีวิตในทางโลกของผู้มีพระไว้ในครอบครอง เป็นอันมาก


ในสมัยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่ท่านจะมอบพระของขวัญให้แก่ผู้ใด พระเดชพระคุณท่านจะต้องให้ผู้ที่มาขอรับพระฝึกปฏิบัติภาวนาก่อน จึงจะมอบพระของขวัญให้ไป พร้อมด้วยกำชับให้ผู้นั้น หมั่นเจริญภาวนาอยู่เสมอ อย่าให้ทอดทิ้งธรรม แล้วภายหลังต่อมาจึงได้พิมพ์คำแนะนำการปฏิบัติภาวนาแจกพร้อมกับพระให้แก่ผู้มาขอรับพระทุกคน และได้ถือปฏิบัติสือต่อมาจนตราบเท่าทุกวันนี้


เมื่อท่านทั้งหลายได้เข้าใจดังนี้แล้ว หากได้พบหรือมีพระดังที่ได้กล่าวนี้ ก็จงหมั่นปฏิบัติบูชาโดยเพียรพยายาม ละ ชั่วด้วย กาย วาจา ใจ หมั่นประกอบแต่กรรมดี ด้วยกาย วาจา และใจ ชำระจิตใจให้สะอาดและบริสุทธิ์ เป็นสัมมาทิฏฏิแต่ฝ่ายเดียว รักษาศีลเจริญสมาธิ และปัญญา หรือกล่าวโดยรวมๆ ว่าเจริญภาวนาอยู่เสมอ ก็จะประจักษ์ในผลแห่งคุณความดีหรือบุญกุศลนั้นด้วยตนเอง


วิธีปฏิบัติเพื่อบูชาพระของขวัญ พระสมเด็จธรรมกาย หรือพระผงธรรมขันธ์


ท่านจงน้อมใจของท่านให้หยุดอยู่ ณ ที่ ศูนย์กลางกายตัว (ดังจะได้กล่าวในตอนหลัง) นึกบูชาพระรัตนตรัยซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีสิ่งอื่นใดในโลกจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่า


เสร็จแล้วจงพิจารณาพระของท่านให้จำได้ แล้วหลับตาน้อมองค์พระนั้น ไปตั้งไว้ ณ ที่ ศูนย์กลางกายตัว แล้ว ให้บริกรรมภาวนาว่า “สัมมาอะระหัง ๆ ๆ ๆ” พร้อมกับตรึกนึกให้เห็นองค์พระนั้นให้เหมือนกับเห็นด้วยนัยน์ตาจริงๆ


นึกหนักขึ้นก็ชัดหนัก ขึ้นจนเห็นชัดแจ้งกับตาจริงๆ การเห็นนั้นไม่ใช่ตามนุษย์หยาบ (ตาเนื้อ) เห็น แต่เป็น “ตาใน” หรือตาของกายมนุษย์ละเอียด หรือ กายฝัน ซึ่งเป็นทิพย์เห็น เมื่อเห็นชัดแจ้งดังนั้นแล้ว ก็ต้องมองให้เห็นไว้เสมอในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ นั่งก็เห็น นอนก็เห็น ยืนก็เห็น หรือจะเดินก็เห็นทั้งนั้น


เมื่อทำให้เห็นอยู่เสมออย่างนี้ พระท่านก็จะโปรดเรา ต่อแต่นั้นท่านจะปาฏิหาริย์นิรมิตองค์ของท่านออกไปบ้าง เล็กเข้ามาบ้างแล้วเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ ขาวเป็นเงินยวงบ้าง เป็นสีปรอทบ้าง เป็นสีทองคำบ้าง เป็นสีเหลืองต่างๆบ้าง เป็นสีขาวสะอาดบ้าง เป็นสีแก้วมรกตบ้าง ขาวใสเหมือนเพชรบ้าง ใสเหมือนกระจกส่องเงาหน้าบ้าง


เมื่อเห็นได้ถึงขนาดนี้แล้ว อย่ายินดียินร้าย ทำใจให้เฉยเป็นอุเบกขาไว้ นึกว่านั่นเป็นปาฏิหาริย์ ของพระท่าน พระท่านโปรดเรา



เราต้องเคารพระลึกถึงท่านเสมอ และให้น้อมใจหยุดในหยุดลงไปที่ศูนย์กลางองค์ท่าน จะเห็นที่หมายเป็นจุดเล็กใสเท่าปลายเข็ม พอใจหยุดนิ่งได้ถูกส่วนเข้าก็จะเห็นดวงกลมใสแจ่ม ณ ที่ศูนย์กลางองค์พระนั่นก็ให้รวมใจหยุด ณ ที่ศูนย์กลางดวงนั้นต่อไปอีก ก็จะเห็นดวงและองค์พระใสบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ขยายส่วนโตขึ้น และมีรัศมีสว่างขึ้นกว่าเดิม

ทีนี้ก็ให้จรดใจไว้อยู่ ณ ที่ศูนย์กลางดวงใสแจ่มตรงศูนย์กลางกาย องค์พระนั้นไว้เรื่อย ให้เห็นทุกอิริยาบถทีเดียว


เมื่อทำได้ดังนี้ ชื่อว่าบูชาพระองค์ท่านด้วยคารวะยิ่ง ไม่มีการบูชาอื่นจะยิ่งไปกว่า ในขั้นนี้ องค์พระท่านจะปาฏิหาริย์จนเต็มส่วนของท่าน ใสเหมือนแก้วหมดทั้งองค์ งามไม่มีที่ติ ท่านจะประทับอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราตามเดิม แต่ประทับผินพระพักตร์ ออกตามกายของเรา ที่ศูนย์กลางกายของเป็นที่ประทับของท่าน ใจเราก็ต้องให้หยุดที่ศูนย์กลางองค์พระเหมือนกัน ให้เหมือนกับหยุดอยู่ที่ศูนย์กลางกายมนุษย์


เมื่อเราเข้าถึงองค์พระดังนี้แล้ว ต้องการอะไรก็อาราธนาให้ท่านช่วย ต้องสำเร็จตามปรารถนา ต่างแค่ช้ากับเร็วเท่านั้น หรือทันใดนั้นก็ได้ เมื่อเราหัดทำใจให้เข้าถึงองค์พระได้ชำนิชำนาญคล่องแคล่วดังนี้แล้ว ในเมื่อเราจะไปทางบกก็ดี ทางน้ำก็ดี ทางอากาศก็ดี หรือจะไปในที่ใดที่หนึ่งก็ดี หรือมีเหตุการณ์ บังเกิดขึ้นโดยปัจจุบันก็ดีเราจะรอาราธนาให้ท่านช่วยได้ทันท่วงที ถ้าเรารับราชการ ขอให้การรับราชการของเราราบรื่นเรียบร้อย ไม่เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจผู้หลักผู้ใหญ่


ถ้าเราค้าขาย ขอให้การค้าการขายของเราให้ซื้อง่ายขายคล่อง กำไรงาม ถ้าเราทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำกิจการใดๆ ขอให้การกระทำนี้ได้ผลเกินควรเกินค่า ถ้าเราจะไปทางน้ำทางบก ขอให้ไปดีมาดี สวัสดีมีชัย ในกาลทุกเมื่อ เทอญฯ








 

Create Date : 06 สิงหาคม 2555    
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 9:35:08 น.
Counter : 922 Pageviews.  

วิธีบูชา"พระของขวัญ" (ตอนที่ ๑/๒)

วิธีบูชาพระของขวัญ
เรียบเรียงโดยอาจารย์มงคลบุตร




ก่อนอื่นท่านสาธุชนผู้ใดได้พบและมีพระของขวัญที่พระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) ได้สร้างขึ้น เพื่อแจกแก่ผู้มาทำบุญถวายปัจจัยสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมก็ดี หรือพระผงธรรมขันธ์ที่ทางวัดปากน้ำได้สร้างขึ้นเพื่อแจกแก่ผู้ทำบุญบำรุงวัดก็ดี หรือพระสมเด็จธรรมกายที่คณะกรรมการบริหารธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน วัดปากน้ำฯ ได้สร้างขึ้นเพื่อสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาช่วยสร้างสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย และทำบุญช่วยในการเผยแพร่ธรรมปฏิบัติก็ดี โปรดเข้าใจไว้ด้วยว่า

วัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างพระดังกล่าวนี้ขึ้น ก็เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของและญาติมิตรมีไว้สำหรับเจริญพระกรรมฐาน คือพุทธานุสติ ธรรมานุสติ และสังฆานุสติ เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยคือพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ โดยทางศีล สมาธิ และปัญญาเป็นสำคัญ

ส่วนผู้ปฏิบัติบูชาดังกล่าวจะได้รับผลดี มีความสุข ความเจริญและความสงบสุข ร่มเย็นดังกิติศัพท์ที่เลื่องลือมาแล้วนั้น ก็เป็นผลแต่การประกอบกรรมดี และละเว้นกรรมชั่วของผู้ปฏิบัติเองตาม พุทธบาลีที่ว่า ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมมฺจารี ซึ่งแปลเป็นใจความได้ว่า “ธรรมย่อมคุ้มครองรักษาผู้ปฏิบัติธรรม” โดยแท้

ความจริงวัตถุประสงค์สำคัญข้อนี้ จะเห็นได้จากวิธีการสร้างพระของขวัญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ในหนังสือ “วิชชามรรคผลพิสดาร” เล่มที่ ๒ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๑๙ ของวัดปากน้ำ หน้า ๑๓๖ ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า ”..หากจะมีใครนำพระนี้ไปใช้ในการป้องกันตัวหรือทำการอื่นใดที่เป็นความทุจริตคิดมิชอบแล้วไซร้ ก็ให้พระช่วยบังคับกลับจิตใจคนเหล่านั้นให้หันกลับมาสู่ความดี เลิกประพฤติชั่วเสีย ถ้าไม่เลิกพระก็จะลงโทษผู้นั้นโดยสมควรแก่ความผิด และขอให้บรรดาลาภผลทั้งหลายจงบังเกิดแก่ผู้ได้พบและมีพระไว้สักการะบูชาขะไปทำมาค้าขายในที่ใด ก็มีแต่จะขายดีมีกำไร จะรับราชการหรือทำงานในหน้าที่การงานใดๆก็ดี จงมีแต่ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นๆ จะทำกิจการอันใดในทางที่ดีที่ชอบแล้ว ก็จงสำเร็จผลตามความประสงค์ทุกประการ แม้ศัตรูหมู่พาลก็อย่าให้เข้ามาประทุษร้ายได้”

นี่เป็นข้อความเพียงตอนหนึ่งของการอธิษฐานสั่งและทับทวีวิชชาธรรมกายรวมความศักดิ์สิทธิ์ ในการเจริญภาวนาเพื่อสร้างพระตามแนววิชาธรรมกาย ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำและมีข้อสังเกตว่า การสร้างพระของวัดปากน้ำดังที่กล่าวมานี้ ไม่มีการปลุกเสกด้วยคาถาอาคมหรือแม้แต่พิธีพราหมณ์แต่อย่างใดเลย คงใช้วิธีการเจริญภาวนาตามแนววิชชาธรรมกายล้วนๆ โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ และพุทธบริษัทซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์ของพระเดชพระคุณท่านผู้ถึงธรรมกายและสามารถเจริญวิชชาขั้นละเอียดหรือมรรคผลพิสดารได้แล้วเท่านั้น

กรุณาติดตามต่อในตอนหน้าค่ะ




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2554    
Last Update : 24 ตุลาคม 2554 12:21:04 น.
Counter : 1162 Pageviews.  

เล่าเรื่อง"พระของขวัญ"ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนที่๓ (จบ)




พระของขวัญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนจบ

รวบรวมและ เรียบเรียงโดย : พัฒนะ ภวะนันท์ และธีระ เกรอต


ในการสร้างพระของขวัญนี้ หลวงพ่อได้ปรารภว่าจะรวบรวมจตุปัจจัยที่ได้จากการนี้ทั้งหมด เพื่อนำมาก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ท่านได้มอบของขวัญนี้ให้แก่ผู้ที่ทำบุญดังกล่าว เพียงคนละ ๑ องค์เท่านั้น ซึ่งหลวงพ่อเป็นผู้รับเองเป็นองค์แรก โดยหลวงพ่อบริจาคทรัพย์เป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ ถ้วนเป็นองค์แรก และจึงมอบพระของขวัญให้ศิษยานุศิษย์ผู้บริจาคทรัพย์ต่อไปตามลำดับ มิได้มีผู้ใดรับพระของขวัญโดยไม่ได้บริจาคทรัพย์เพื่อทำบุญดังกล่าวเลย เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อถือว่าพระของขวัญทั้งหมดเป็นของวัด มิใช่เป็นของท่าน เป็นสมบัติมีเจ้าของ และทรัพย์ที่บริจาคนั้นก็เป็นของวัดด้วย

ทุกท่านที่ได้รับพระของขวัญจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะต้องได้รับการฝึกปฏิบัติภาวนาก่อน และจะได้รับคำชี้แจงวิธีบูชาพระ ด้วยการประกอบแต่กรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว น้อมองค์พระไว้ที่ศูนย์กลางกาย และการตั้งจิตอธิษฐาน รายละเอียดดังมีปรากฏในคำแนะนำ “วิธีบูชาพระของขวัญ พระสมเด็จธรรมกาย และพระธรรมขันธ์” รวบรวมและเรียบเรียงโดย อาจารย์มงคลบุตร ในหนังสือฉบับนี้

นับแต่พระของขวัญที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้สร้างขึ้นหมดไปแล้ว ศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อก็ได้ดำเนินการสร้างพระธรรมขันธ์ขึ้น เช่น ในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ และ ๒๕๑๘ โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี (ช่วง วรปุญฺโญ)เป็นประธานและพระเดชพระคุณพระภาวนาโกศลเถระ (วีระ คณุตฺตโม) เป็นรองประธานทั้งนี้ก็เพื่อมอบให้แก่ผู้มาบริจาคจตุปัจจัยแก่วัดปากน้ำ

ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๒๕ เมื่อได้มีการจัดตั้งมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย เพื่อสร้างสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกายขึ้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อก็ได้ดำเนินการสร้างพระสมเด็จธรรมกายขึ้น วัสดุที่ใช้นั้นมีหลายชนิด ทั้งแก้วผลึก หินอัญมณี และผงวัตถุมงคล เป็นต้นเพื่อมอบให้แก่ผู้บริจาคทุนทรัพย์ในการก่อสร้างสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย
พระสมเด็จธรรมกายและผงธร
รมขันธ์นี้ ได้ดำเนินการสร้างตามวิธีการสร้างพระของขวัญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ได้ถ่ายทอดวิชชาให้ และมีพระเดชพระคุณพระภาวนาโกศลเถร (วีระ คณุตฺตโม) เป็นผู้ควบคุมการเจริญภาวนาและวิชชาชั้นสูงทุกประการ

พระของขวัญ พระธรรมขันธ์และ สมเด็จพระธรรมกายดังที่ได้ประมวลเรื่องราวต่างๆมาเพื่อให้ทราบพอเป็นสังเขปนี้ ทรงคุณ และอานุภาพของพระรัตนตรัยปรากฏแก่ท่านผู้ได้รับเป็นจำนวนมาก คุณานุภาพเหล่านั้น ปรากฏแด่ท่านผู้นั้นๆ ต่างเรื่องต่างราว ต่างกรรม ต่างวาระกัน ดังเช่นจากปากคำของนายสุธรรมจันทร์กลัดอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุธรณ์ ใน “บันทึกความจำเกี่ยวกับพระของขวัญ” ซึ่งเป็นที่ทราบกันอย่างแพร่หลายมาแล้ว

หรือประสบการณ์ของคุณประภัสสร อาชวนนท์ ผู้พิพากษาสมทบ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเล่าไว้ในเรื่อง “อานุภาพพระสมเด็จธรรมกายหยก” ตีพิมพ์ในหนังสือ “อานุภาพธรรมกาย” โดยมูลนิธพุทธภาวนาวิชชาธรรมกายในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นอาทิ คุณานุภาพเหล่านี้จึงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งภายในและภายนอกประเทศ สมจริงตามที่พระเดขพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้เคยสอนไว้ว่า “บัดนี้เราได้ของศักดิ์สิทธิ์ ที่จะได้ไปรักษาชีวิตของเรา จะให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ในชาตินี้ จะเป็นบุญศิริของเราอย่างสำคัญในชาตินี้ ไปบูชาไว้ให้ดี ให้ได้ตามสั่งตามบอก อย่าให้เคลื่อนคลาดได้”

เชิญติดตามเรื่อง "วิธีบูชาพระของขวัญ"ของหลวงพ่อวัดปากน้ำในโอกาสหน้าค่ะ




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2554    
Last Update : 18 ตุลาคม 2554 20:56:51 น.
Counter : 810 Pageviews.  

เล่าเรื่อง"พระของขวัญ"ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ (ตอนที่ ๒/๓)




พระของขวัญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ (ตอนที่ ๒/๓)

รวบรวมและ เรียบเรียงโดย : พัฒนะ ภวะนันท์ และธีระ เกรอต


พระของขวัญที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้สร้างขึ้น มีอยู่ ๓ รุ่นด้วยกันคือ

รุ่นที่๑ สร้างขึ้นเมื่อกลางเดือน ๗ พ.ศ.๒๔๙๓ และได้เริ่มแจกในวันแรม ๖ ค่ำเดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพะคุณท่าน และได้แจกหมดในปีนั้นเอง
รุ่นที่ ๒ ได้สร้างขึ้นอีกในพ.ศ.๒๔๙๔ และได้แจกหมดไปเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๕
รุ่นที่ ๓ ได้สร้างขึ้นในปีพ.ศ.๒๔๙๙ และได้แจกหมดไปเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๔

ซึ่งพระทั้ง ๓ รุ่นนี้ มีจำนวนุ่นละ ๘๔,๐๐๐ องค์ มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นประธานในการสร้างทุกรุ่น โดยมีคณะผู้ร่วมสร้างพระกับท่านประกอบด้วยพระภาวนาโกศลเถร (ธีระ ธมมฺธโร) พร้อมกับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก กับอุบาสิกาอีกจำนวนหนึ่ง

พระของขวัญทั้ง ๓ รุ่นที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำโปรดให้สร้างขึ้นนี้ แม้จะมีความแตกต่างในรายละเอียดกันอยู่บ้างก็ดีแต่ลักษณะแห่งองค์พระนั้นจะเป็นอย่างเดียวกันหมด กล่าวคือ องค์พระจะประทับนั่งขัดสมาธิราบเป็นปางปฐมเทศนา พระหัตถ์เบื้องขวายกเสมอพระอุระ
และพระดัชนีกับพระอังคุฐจีบจรดกันเป็นวงกลม พระหัตถ์เบื้องซ้ายวางเหนือพระเพลาพระดัชนี ชี้ไปยังพระนาภีที่ศูนย์กลางพระวรกายฐานที่ ๗ น้อมเป็นความหมายได้ ๓ ประการ

หนึ่งคือดวงธรรมขะเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมจักรกัปปวัตตนสูตรแก่พระปัญจวัคคีย์ นั้น ท่านอัญญาโกณทัญญะก็ได้ดวงตาเห็น"ธรรม"และ"ธรรม" ซึ่งท่านอัญญาโกณทัญญะบัดนั้นได้เข้า ถึงและได้รู้เห็นนั้นคือ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ หรือ ดวงปฐมมรรค ซึ่งมีลักษณะเป็นดวงใสแจ่ม มีขนาดประมาณเท่าวงกลมที่พระองคุลีของพระหัตถ์เบื้องขวาจีบแสดงไว้ และมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ระดับเหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วดังที่พระดัชนีของพระหัตถ์เบื้องซ้ายชี้ไว้นั้น

สอง คือ พระธรรมจักร อันมีพระธัมมจักกัปปวัตตสูตร ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสแสดงไว้ดีแล้วในพระปฐมเทศนานี้เป็นอาทิ
สามคือพระธรรมคุณดังปรากฏเป็นพระคาถาว่า เอหิปัสสิโก แปลได้ว่าจงเข้ามาดู

ส่วนอีก ๓ พระองคุลี ของพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์นั้น อาจน้อมเป็นความหมายได้ถึงว่าเป็นพระไตรลักษณ์ องค์พระประทับนั่งบนฐานดอกบัว พระเกตุมาลาเป็นดอกบัวตูม ซุ้มบนเป็นเค้าโครงของเรือนแก้ว

นอกจากนั้นพิมพ์ด้านหลังขององค์พระทั้ง ๓ รุ่นจะมีอักขระขอมลงจารึกไว้ อ่านได้ความว่า "พระธรรมขันธ์" เพราะทั้งนี้พระ ๑ องค์จะหมายถึง ๑ พระธรรมขันธ์ พระที่สร้างครั้งละ ๘๔,๐๐๐ องค์จึงหมายถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั่นเอง

พระของขวัญทั้ง ๓ รุ่นนี้ใช้แม่พิมพ์ร่วมกันอยู่ ๑๐ แม่พิมพ์ แม่พิมพ์นี้หลวงภูมินาถสนิท (สืบ ตังครัตน์) เป็นผู้ให้ช่างแกะแม่พิมพ์ทองเหลืองมากถวายหลวงพ่อเป็นพิมพ์ ๔ เหลี่ยม

พิมพ์พระได้ขนาดกว้าง ๑๒ มิลลิเมตร ขนาดอาจเล็กหรื อใหญ่กว่านี้ได้บ้างเล็กน้อย

วัสดุที่ใช้ในการสร้างพระของขวัญนั้น ประกอบด้วยเกสรดอกไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือดอกมะลิแห้ง ซึ่งบดละเอียดดีแล้วและมีส่วนผสมอื่นอีกตามส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเกศาหลวงพ่อ


โปรดติดตามต่อในตอนหน้าค่ะ




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2554    
Last Update : 13 ตุลาคม 2554 12:38:40 น.
Counter : 386 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

น้อมเศียรเกล้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้อมเศียรเกล้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.