Group Blog
 
All Blogs
 

กลลวง :The door to hell -[มิสฮัมเบิ้ล]

เนื้อเรื่อง : มิสฮัมเบิ้ล
ภาพThe door to hell ,เติร์กเมนิสถาน



จากภาวะในสังคมปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนคิดว่าถ้าไม่ทำตัวร้ายซะบ้างก็อยู่ยากในสังคมสมัยนี้เพราะการเป็นคนดีมักถูกเอารัดเอาเปรียบบ้างถูกรังแกข่มเหงบ้าง ใช่สิ..เพราะคนชั่วมีนิสัย ทำชั่ว คิดชั่ว พูดชั่ว และสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเป็นปรกติ และการที่จะไปแก้ไขนิสัยของคนชั่วเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

การที่คนดีบางส่วนกลายเป็นคนชั่วด้วยเพราะความจำเป็นเพราะต้องการคานอำนาจกับคนชั่ว ทำให้มิสฮัมเบิลนึกถึงคำพังเพยของฝรั่งบทหนึ่งว่า “Devil was once an angel”-ครั้งหนึ่งปิศาจก็เคยเป็นเทพสวรรค์(ที่ดี)มาก่อน แท้จริงคำดังกล่าวได้มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ของชาติตะวันตก ซึ่งปิศาจในความหมายของชาติตะวันตกก็คือปิศาจจริงๆ แต่ในแง่ของคำพังเพย”ปิศาจ”อาจหมายถึงคนชั่วโดยทั่วไปก็ได้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคนดี

สำหรับชาวพุืทธก็มีพุทธทำนายเช่นกันว่าเมื่อคนชั่วครองเมืองแล้ว คนดีก็ต้องหนีเข้าป่าไปกันหมด

มีคนสงสัยว่า...หรือสังคมเราจะเริ่มเข้าสู่ยุคพุทธทำนายข้างต้นจริงๆ ? มิสฮัมเบิลเองก็ไม่ทราบ เพียงแต่คิดว่าการอยู่รวมกับคนชั่ว ไม่จำเป็นที่ต้องเปลี่ยนตนเองไปเป็นคนชั่ว หรือชั่วกว่า เพียงแต่ต้องพยายามรวมกลุ่มกับคนดี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจิตใจทีีเข้มแข็ง และต้องส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายของคนดี

ส่วนความเย้ายวนใจในการทำความชั่วก็เป็นเพียงแค่กลลวงหลอกล่อ จากหุบนรกให้คนไปสู่นรก ก็แค่นั้น!!!

ดังนั้นหากทุกคนยังยึดมั่นในข้อเท็จจริงที่ว่า กฏแห่งกรรมมีจริง ความดีความชั่วมีจริง คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นเรื่องจริง และยังเป็นคำสอนที่ปกป้องผู้น้อมนำปฏฺิบัติ ให้ห่างไกลจากความชั่วและความเดือดร้อนทั้งหลายได้ก็คงจะไม่ต้องเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นปิศาจหรือคนที่ชั่วกว่า ทั้งยังสามารถปกป้องตนเองจากการดำดิ่งลงสู่ห้วงนรกตามกลลวงของมันได้เสมอ !!

ดุจดังคำพังเพยที่ว่า "ปลุกความดีในตนให้ตื่นขึ้น แล้วปิศาจก็จากไปเอง"

With Loves Smiley


-มิสฮัมเบิ้ล-




 

Create Date : 06 มกราคม 2557    
Last Update : 6 มกราคม 2557 18:01:22 น.
Counter : 556 Pageviews.  

เมื่อแฟนเราไปบวช (มิสฮัมเบิล)

หลายคนสงสัยว่าเมื่อแฟนจะไปบวช ต้องทำอย่างไร ฮัมเบิลขอตอบ เลยว่าคุณต้องเตรียมตัว เตรียมใจให้ดี

คุณจะต้องลงนรกเพราะแฟนออกบวช หรือจะประสบสุข ชื่นมื่นอิ่มบุญกันทั้งครอบครัว มีความสุขทั้งพระและทั้งตัวเอง ได้ไปสวรรค์ ...ล้วน...ขึ้นอยู่กับตัวคุณ




คนที่มีแฟน หรือคนรักไปจะบวชพระ แน่นอนว่า ย่อมจะประสบการณ์เรื่องความรู้สึกหลายหลายอารมณ์ ต่างกันไป

ทั้งความรู้สึกดีใจ เศร้าใจ หรือเหงาใจ ผู้ที่คบกันมานานระยะหนึ่ง เมื่อความรักลงตัวแล้ว อาจไม่ค่อยมีความรู้สึกมากนัก แต่ผู้ที่คบกันใหม่ๆ หรือเพิ่งเริ่มรักกัน อาจรู้สึกกระวนกระวายใจมากกว่าเพราะ กลัว..
กลัวว่าเขาจะไม่กลับมาอยู่กับเราอีก หรือเหงา..เหงาเพราะเคยคุยเคยเห็นกันบ่อยๆ ไม่ก็ห่วง..ห่วงว่าพระจะเป็นอย่างไร จะทนลำบากได้ไหม จะป่วยไข้ไหม และอื่นอีกสารพัน

บวชกันแค่สั้นๆ นี่ล่ะ สมัยนี้อย่างมากไม่เกินเดือน หรือ 2 เดือน บุญกับบาปก็ชิงช่วงกันอย่างกับเกมชีวิต
(เวลาสั้นๆแค่นี้ แต่ผู้หญิงบางคนจะรู้สึกว่ามันนานนนนมากกกก )


จะเจอกับอะไรบ้างเมือแฟนบวช ?

สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ ความคิดถึง Smiley
มิสฮัมเบิลบอกได้เลยว่า คุณบางคนอาจคิดถึงหลวงพี่ได้ทั้งวัน สงสัยว่าวันๆ
หลวงพี่จะทำอะไร พอมานั่งนึกว่า หลวงพี่คงนั่งสมาธิ และปฏิบัติศาสนกิจอยู่ก็จะนึกปลื้มใจ และบางทีก็สงสัย สงสัยว่า ตัวเองคิดถึงหลวงพี่ทุกวันทำไม? ฉันถูกอกุศลเข้าสิงใจ คิดถึงพระจะบาปอีกไหมล่ะเนี่ย ..เฮ้อ

สองอะไรๆ มันก็ไม่สะดวกเหมือนเดิม ยิ่งถ้าแต่งงานกันไปแล้ว ก็เหมือนกับขนาดคนสำคัญของบริษัท ไป เช่นขาดพนักงานขับรถส่งลูก ขาดช่างซ่อมระบบสาธารณูปโภค ขาดคนหุงข้าว ขาดคนทำให้อบอุ่นหัวใจ ฯลฯ

ถ้ามีแค่ความคิดถึงกับขาดความสะดวกแค่นี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..



แต่สำหรับบางคนนีสิ เมื่อยินยอมให้แฟนไปบวช ภายนอกอาจแสดงความชื่นใจชื่นมื่น ภายในกลับน้อยใจ ระแวงใจ และไม่เข้าใจว่าจะไปบวชทำไมก็มี ร้ายสุดก็เครียดแค้นใจ เธอจะไปบวชทำไมยะ มาช่วยฉันทำงานนี่ เงินทอง ต้องรีบช่วยกันหา หนี้เราก็มาก แฟนไปบวชแทนที่จะ
อนุโมทนาบุญ กลับคิดกลุ้มใจ แค้นใจ แทนที่จะได้บุญ เลยได้บาปไป

หรือบางคนเมื่อแฟนบวชแล้ว กลับทนต่อความคิดถึงไม่ได้ จึงตัดสินใจโทรไปหาหลวงพี่บ้าง (เพราะบางวัด พระมีโทรศัพท์ใช้) แล้วก็เกินเลยเผลอตัวหยอดไปนิด อ้อนไปหน่อย ตามประสาคนเป็นแฟน คิดว่าน่าไม่เป็นไร ไม่เห็นผิดศีลตรงไหน

หารู้ไหม ว่านั่นอาจเป็นเหตุให้หลวงพี่ถึงกับต้องอาบัติ เพราะผิดธรรมวินัยก็เป็นไปได้ เช่นการเกี้ยวพาราสีหญิงสาว

บ้างอดทนต่อความคิดถึงไม่ไหวจึงไปอยู่ใกล้หลวงพี่ให้มากขึ้น เช่น ไปบวชเนกขัมมะ ในวัดเดียวกันกับที่หลวงพี่อยู่...ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดๆ เช่น ไปเพราะต้องการไปบวชจริงๆ หรือเพียงแต่ไปเพราะอยากเข้าใกล้หลวงพี่มีแต่ตนเองเท่านั้นที่ทราบดีกว่าใคร

การบวชเป็นเรื่องทีน่ายินดี เและเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชายแมนๆที่อาการครบ 32 เท่านั้น

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นทางอันนำมาสิ่งความสงบสุขและความเกษมอันปลอดโปร่ง ความจริงในปัจจุบันการบวชเป็นเรื่องยากยิ่ง หากพอจะมีเวลาก็มีเพียงจำกัดน้อยนิด ดังนั้น จะคิดอย่างไร จะทำใจอย่างไร จะปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าที่สุดเมื่อแฟนไปบวช อาจเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคนที่คนรัก กำลังจะบวช



1. เมื่อคนรักจะบวชคุณควรเชื่อมั่นว่า การตัดสินใจของคนรักของคุณถูกต้อง และเป็นเรื่องที่ดี ที่เขาจะมีโอกาสได้ทดแทนพระคุณของบิดามารดา มีโอกาสได้สั่งสมบุญ ฝึกตนและสร้างประโยชน์แก่ตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เขาจะพบความสงบสุขที่สุดของชีวิต อย่างปราศจากกังวล

เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้ว คุณย่อมจะกล้า ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนด้วยความเต็มใจ ให้เขาได้ออกบวช พอๆกับที่เขาเองก็กล้ายอมตัดใจทิ้งภาระ และความห่วง ออกชั่วคราวไปบวชเช่นกัน และจะไม่น้อยใจ แค้นใจ ที่เขาออกบวช เพราะคุณจะได้ๆบุญได้กุศลเต็มที่ ที่สนับสนุนเขา และอนุโมทนาบุญกับเขา

อย่าให้เหมือนสมัยเมื่อพระโพธิสัตว์ออกบวช นางกัลยาณีผู้เป็นหญิงคนรัก
กลับน้อยอกน้อยใจ คิดแค้นดูถูกคนรักว่า"เห็นแก่ความสบาย ไม่นึกถึงความรักความใคร่ ปล่อยให้ภรรยาว้าเหว่เอกาอยู่ในโลกฆราวาส"

นึกโทมนัสน้อยใจอยู่อย่างนี้ จน ขาดใจตายด้วยอารมณ์ไม่ผ่องใสนั้น แล้วไปเกิดเป็นเปรต.

บุญบวชเป็นบุญใหญ่ มีอานิสงส์มาก ผู้ที่สนับสนุนก็ได้รับอานิสงส์มาก แต่ผู้ขัดขวางคิดในทางตรงข้าม ก็จะได้รับบาปมากเช่นกัน



และอีกปัญหาหนึ่งคือความคิดถึงจนเกินขอบเขต ที่โทรไปหาหลวงพี่บ้าง ไปเยี่ยมหลวงพี่บ่อยจนเกินงามบ้าง ทำให้หลวงพี่ เกิดร้อนผ้าเหลือง อยู่ไม่สุขเพราะอยากจะสึก

ท่านว่าสตรีเป็นข้าศึกของพรหมจรรย์ ดังนั้นช่วงบวชเราคงไม่อยากเป็นข้าศึกทำให้หลวงพี่พรหมจรรย์แปดเปื้อนจนต้องปลงอาบัติใช่ไหม?

2.ดังนั้นบอกแฟนก่อนจะไปบวชให้เขาสบายใจว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราจะคอยไปดูครอบครัวของเขาบ้าง และอาจไปเยี่ยมเขาบ้างแต่ไม่บ่อย เขาจะได้ปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ อย่างนี้เมื่อหลวงพี่ไม่เห็นเรามาหา ก็จะได้เข้าใจและไม่นึกเป็นห่วง

3. ขอขมาเขาด้วยในสิ่งที่เราผิดพลาดล่วงเกินต่อเขา ก่อนที่เขาจะไปบวช จิตใจของทั้งสองจะได้ชื่นมื่นผ่องใส

4. เมื่อบวชไปแล้ว เกิดจำเป็นต้องไปทำบุญที่วัดที่หลวงพี่อยู่ ก็รีบไปรีบกลับ แต่ตัวให้เรียบร้อย เมื่อบังเอิญพบก็ให้พูดน้อยๆ ไม่นำเรื่องร้อนใจและเรื่องทางโลกเข้าไปสู่แดนธรรม เท่านี้ก็คงพองาม

5.ถ้าจะให้ดี ช่วงที่หลวงพี่บวช เราเป็นผู้หญิงก็ควรบวชเช่นกัน บวชเนกนัมมะ ถือศีลแปดที่บ้าน หรือบวชวัดอื่นๆ แม้กระทั่งบวชใจ
รักษาศีล ๕ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งน่าสนับสนุน ไม่ต้องไปอยู่วัดเดียวกัน ให้หลวงพี่เผลอชะแง้แลมอง หรือพูดคุยสองต่อสองให้ต้องอาบัติ

6.ตอนเช้าใส่บาตร, ก่อนนอนนึกน้อมอนุโมทนาบุญกับหลวงพี่ นั่งสมาธิพร้อมๆหลวงพี่ (หลวงพี่นั่งที่วัด เรานั่งที่บ้าน) อุทิศบุญกุศลให้ญาติเรา
ญาติหลวงพี่ เทวดา และสัมพเวสีอืนๆ

เท่านี้หลวงพี่ก็ได้บุญเต็มเปี่ยม เกิดคุณประโยชน์สูงสุดในชีวิตชาติเกิดของท่านที่สละเรือนแม้เพียงชั่วคราวออกบวช ส่วนสาวๆเองก็ได้บุญเพราะคอยสนับสนุน

7. อย่าลืม กราบขอบคุณหลวงพี่ทุกวัน กราบบนหมอนของเรานั่นแหละถ้ายังไม่แต่งงาน หรือถ้าแต่งงานไปแล้วก็ไปเอาหมอนของหลวงพี่มา กราบขอบคุณที่หลวงพี่ไปบวช ทำให้น้องมีโอกาสทำบุญทำกุศล

และ อย่าลืมที่มิสฮัมเบิลเตือนสติว่า เวลาอันน้อยนิดที่หลวงพี่มี เราควรจะสนับสนุนให้ท่านได้ประโยชน์สุงสุดจาก การบวชให้ได้ ไม่ใช่ไปขัดขวาง ทำให้ท่านต้องอาบัติ ร้อนผ้าเหลือง อยู่ไม่สุข....

เก็บความคิดถึงไว้ในใจ รอให้ท่านสึกออกมาก่อน แล้วค่อย จีบ พี่ทิด (อดีต พระ)ให้สุดๆกันไปเลย มันก็ยังไม่สาย

-มิสฮัมเบิล-







 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 22:31:02 น.
Counter : 16975 Pageviews.  

คู่แท้ไม่มี ในโลกนี้มีแต่คู่เทียม !!!

มิสฮัมเบิลอ่านเจอข่าวในหนังสือพิมพ์เรื่องดาราเลิกกัน ก็คงจะเหมือนหลายๆคน ที่งุนงงว่า อะไรกัน เมื่อไม่กี่วันนี้ ยังเห็นรักกันดี มีงานตบงานแต่งหวานชื่นกันอยู่เลย ทำไมหย่าร้างกันได้ ในเมื่อหลายๆคู่ไม่มีวี่แววที่จะเลิกรักกันได้เสียด้วยซ้ำ

จริงๆทุกวันนี้ อัตราการหย่าร้างมีสูง ไม่ใช่แค่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น คุณๆทราบไหมว่า ตอนนี้ ทุกๆปี มีเด็กอเมริกันกว่า 1,000,000คน ที่มีพ่อแม่ที่หย่าร้างกัน

จริงๆแล้วฮัมเบิลว่า ทุกคนๆก็พยายามจะถนอมความรักของตนทั้งนั้น และที่คบกันก็ไม่เคยมีใครคิดจะเลิกกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่แต่งงานกันหรอก จริงไหม ?

มีหลายข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสาเหตุการเลิกลา และการหย่า ที่นำมาเป็นประเด็นบ่อยๆ จะสันนิษฐานเรื่องความเจ้าชู้ การขาดคุณธรรม ความเข้ากันไม่ได้บ้าง การใจเร็วด่วนได้ไม่ศึกษากันและกันให้ดีก่อนตัดสินใจแต่งงาน รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจบีบรัดฯลฯ ถ้าเป็นคนไทยก็จะมีเพิ่มเติมสาเหตุมากขึ้นไปอีกข้อ แบบที่หลายๆคนชอบพูดกันว่า ...เพราะเราไม่ใช่เนื้อคู่ที่แท้ของกันและกัน

คุณว่าเนื้อคู่ คืออะไร ? คู่แท้คือใคร มีจริงหรือไม่ ?

หลายคนเฝ้ารอใครสักคนที่เชื่อว่า เขาจะเป็นเนื้อคู่ และจะไม่พลัดพรากกันไปไหนอีก ทั้งชาตินี้และชาติหน้า ความฝัน ความปรารถนาอันหอมหวานแบบนี้ชื่อว่ามีอยู่ในจิตใจเบื้องลึกของคนทุกคน ..เพราะทุกคนล้วนแต่ปรารถนาความรัก และต้องการใครสักคนที่จะเป็นของเราคนเดียว และอยู่ข้างกันตลอดไป

ความฝันแบบนี้ บางทีก็เหมือนคอยหล่อเลี้ยงหัวใจ แต่บางทีก็ทำให้หลายๆคนผิดหวังมากขึ้นเมื่อต้องเลิกรา และพบว่าคนที่เรารักและอยู่เคียงข้างไม่ใช่คนๆนั้นที่เราเฝ้าฝัน



แต่เพราะชีวิตไม่ใช่นิยายคลาสสิค และยุคนี้ก็หมดยุดคลาสสิคหนังหรือนิยายในปัจจุบันหลายเรื่องในปัจจุบันจึงสะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ต่างจากนิทานคลาสสิคสมัยก่อนหลายเรื่อง เช่น ซินเดอเรลล่า สโนว์ไวท์ ซึ่งจะจบแบบ Happy Ending เสมอ

เรื่องของความฝันแบบคลาสสิคบางเรื่องจึงเป็นเรื่องที่หวานหอมในตอนแรก แต่มักจะจบลงด้วยความเจ็บปวดเมื่อความจริงได้ปรากฏขึ้น ตรงกันข้ามในโลกนี้มีเรื่องราวความเป็นจริงที่น่าเจ็บปวดอยู่เสมอ แต่ถ้าหากทำความเข้าใจ และเปิดใจยอมรับ ทำให้เราแข็งแกร่งและรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้อย่างดี หากมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับชีวิต

เช่น เรื่องของ การพลัดพรากก็เช่นกัน แป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้ว่า เป็นธรรมชาติของทุกชีวิต... ทุกๆคนก็ล้วนแต่ต้องพลัดพรากจากกันทั้งนั้น ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย

ทุกคนจึงควรทำใจไว้ตตั้งแต่ก่อนคบหรือแต่งงานได้เลย ว่าไม่มีเนื้อคู่ หรือคนๆใดที่จะสามารถอยู่ร่วมกันไปตลอดชาติ ตลอดกาล

พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า คนเราเวียนว่ายตายเกิด เป็นคนเป็นสัตว์ เป็นพี่เป็นน้อง เป็นพ่อ เป็นแม่ อยู่สวรรค์ อยู่นรก อยู่พรหมโลก ฯลฯ หลากหลายมากมายนับไม่ถ้วนไม่มีใครที่จะเกิดมีกรรมสัมพันธ์แบบเดียวกันตอลดไป เช่นเป็นคู่รักแบบเดียวกันตลอดทุกภพชาติ..การปฏิเสธการเวียนว่ายตายเกิดและการเปลี่ยนภพภูมิ เปลี่ยนสถานะจึงผิดหลักความเชื่อของพระพุทธศาสนา

คำว่าเนื้อคู่ ถ้าหมายถึงคนที่มีกรรมสัมพันธ์ร่วมกันมี วิบากและโอกาสที่จะมาอยู่แบบสามี-ภรรยากัน ...มี

ที่เกิดมาเป็น สามีภรรยากัน บ่อยๆ อยู่ร่วมกันบ่อยๆ... มี

แต่ที่จะเกิดเป็นสามี-ภรรยากันตลอดไป ทุกชาติไป.. ไม่มี

คิดง่ายๆ...ตอนที่จะตาย กรรมนิมิตรก่อนตายจะพาให้คนๆนั้นให้ไปเกิดตามที่ต่างๆ ตั้ง 31 ภพ ถ้าใจเศร้าหมอง ก็ไปทุคติ ถ้าใจผ่องใสก็ไปสุขคติ ที่ไหนอะไรอย่างไรก็ตามกำลังบุญและบาปที่ตัวสร้างไว้

(คุณว่าคุณจะมีจิตใจผ่องใสหรือเศร้าหมองเหมือนกันกับคนรักของคุณเป๊ะเลยไหม คิดเรื่องๆเดียวกันกับคู่รักของคุณเปะเลยไหมตลอดชาติที่ผ่านมาทำบุญเหมือนกันเป๊ะเลยไหม ในอดีตชาติคุณทำบุญ-บาปเหมือนกันทุกอย่างเป๊ะเลย ไหม ทำบุญกับเขาคนเดียวเลยไหม ทำบาปร่วมกันกับเขาคนเดียวเลยไหม ตลอดมามีแต่คุณสองคน ไม่รู้จักคนอื่นเลยไหม ?)

คุณคิดว่า คนที่คุณรักเขาจะอยู่กับใคร ตอนที่คุณต้องไปเกิดเป็น นก หมา แมว เทวดา ฯลฯ แล้วตอนนั้นเขาเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่สมบูรณ์แข็งแรง หน้าตาก็ไม่ได้เลว และสภาพจิตใจไม่ผิดปรกติ ?

แน่นอนว่า เขาก็อาจจะอยู่กับคู่อีกคนของเขา คุณก็อยู่กับคู่อีกคนของคุณ ทำบุญทำบาปร่วมกัน จนเกิดเป็นวิบากดีชั่วร่วมกัน รอส่งผล ทั้งปัจจุบันและอนาคต

..คำว่าเนื้อคู่ จึงมีไม่จำกัด..เพราะ ความยาวของวัฏฏะมีไม่จำกัด และความยาวนาน ไม่มีเบื้องต้นเบื้องปลายตามหลักพระพุทธศาสนา

โอเคที่ว่า..เมื่อไรก็ตามคุณกับเขาได้เจอกันอีก ใน สถานภาพที่เหมาะสม ใกล้คียงกัน สัญญาคือความทรงจำเก่าๆ ก็อาจทำให้คุณรู้สึกรักกันอีก หรือ อยากอยู่ร่วมกันอีก

แต่ตอนนี้คุณพอจะเข้าใจแล้วหรือยัง..ว่าเนื้อคู่คนเดียวกันที่จะติดตามกันไปทุกภพชาติ ..ไม่มีจริงๆ..เพราะ Diversity ของภพภุมิและกรรมสัมพันธ์ต่อบุคคลต่างๆมันเยอะ...ฮัมเบิลจึงคิดว่าคู่แท้ไม่มี มีแต่คู่เทียม เพราะเดี๋ยวก็ต้องจากกัน แยกกัน ไม่สามารถทำตัวติดกันไปได้ตลอด



คู่ของพระโพธิสัตว์กับอดีตพระนางพิมพา อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ใครที่อยากมีความรักที่หวานหอม..แต่อย่าลืมว่า พระโพธิสัตว์ท่านก็ไม่ได้มีคู่ครองคนเดียวตลอดมาเหมือนกัน..

และการเปลี่ยนสถานะ มีถึงขั้นอดีตพระเทวทัตเคยเป็นบิดาของท่าน ที่ลงมือสั่งฆ่าท่าน และ อดีตพระนางพิมพาบางชาติก็ไม่ปลื้มท่าน เพราะตอนนั้นท่านหน้าตาไม่หล่อ ภพชาตินั้นพระโพธสัตว์ท่านก็ทรงตรอมพระทัย มีความทุกข์ทนมาก และมีหลายๆชาติก็ทะเลาะ หลายชาติก็ไม่เจอกันเลย

จนกระทั่งท่านมีบารมีมากและได้รับพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนั่นแหละ อดีตพระนางพิมพา จึงได้มาเป็นคู่บุญคู่ครองสร้างบารมีกับท่านได้ยาวนานกว่าสตรีอื่น (เพราะท่านต้องสร้างบารมีแบบทำมหาบริจาค(ชีวิต เลือด เนื้อ บุตรภรรยา) จึงต้องมีกลุ่มผู้ร่วมมโนปณิธานยินยอมพร้อมใจกับท่านด้วย คู่อื่นๆนอกเหนือจากพระโพธิสัตว์จึงเป็นเรื่องยากมาก ที่จะไม่มีการเปลี่ยนคู่ครอง หรือเปลี่ยนความสัมพันธ์เลย.(เพราะทุกๆคนเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่พระโพธิสัตว์สักหน่อย)

ลูกก็เช่นกัน บางทีเขาพลัดพราก ไม่ได้เป็นลูกของเราอีก หรือลูกในปัจจุบันอาจเป็นใครสักคนที่ อาจไม่ใช่ลูกของคุณในชาติก่อนก็ได้ ทุกชีวิตต่างมาพบกันเพียงแค่เหตุและปัจจัยจัดสรร

พอถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะไม่พอใจ แหม..ยัยฮัมเบิลนี่ช่างใจร้ายจริงๆ ทำลายความฝันความคลาสสิคของคนอื่น

อย่าโกรธฮัมเบิลเลยค่ะคุณๆ ก็เลือกเอาว่าจะเรียนรู้ความเป็นจริง สมมุติว่าเกิดเจอเหตุไม่คาดฝันก็จะได้มีภูมิต้านทาน หรือจะเอาของหลอกๆมาปลอบตนเอง พอเจอเข้ากับตัวก็แทบจะทนไม่ไหวกันล่ะ


-มิสฮัมเบิล-




 

Create Date : 07 มีนาคม 2554    
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 22:33:14 น.
Counter : 745 Pageviews.  

12 days before Valentine's

ที่ทำงานของฮัมเบิล


Humble : พี่ปูเล่เมื่อไหร่ ธนาคารจะโอนเงินขายตั๋วที่หนูขายสินค้าให้กับอินโดนีเซียเข้าบัญชีคะ
ปูเล่(แต่งงานแล้ว ลูก2) : อะไร..นี่มันตั๋ว LC กว่าจะได้นู่น..เดี๋ยวพี่เช็คก่อน... 14 กุมภา นู่น
Humble : อุ่ จะได้เงินโอนค่าสินค้า วันที่ 14 กุมภา
ปูเล่ : เออ
Humble : อิอิ ได้ค่าคอมวันวาเลนไทน์
เทย่า (สวย+โสด) เออ วันวาเลนไทน์หนูจะไปยืนหน้าบริษัท เผื่อมีใครมาให้ดอกไม้หนู
Humble : 555 เออ อาจจะมีใครแอบหลงรักเทย่าก็ได้เนอะ ถ้างั้นเราไปยืนเป็นเพื่อนละกัน จะได้ไม่เขิน
ปูเล่ : นี่พวกแก..วันๆนี่คิดแต่จะรอของจากคนอื่นใช่ไหม ไม่เห็นต้องรอคนอื่นให้เลย เราให้คนอื่นก่อนบ้างสิ
ไม่ต้องรอใครมาให้แกหรอก แกก็ซื้อดอกไม้ไปแจกคนอื่นบ้างก็ได้
แจน(ยังรักแฟนเก่า) เออ จริง ไม่เห็นต้องรอใครเอาไรมาให้ เราให้ก่อนดีกว่า ถ้างั้นเราซื้อของไปให้แฟนเก่าเรากัน
เทย่า : ให้มันทำไม แฟนเก่า ไม่ให้มันหรอก
ปูเล่ : แจน เอ็งนี่ผิดคอนเซ้ปแล้ว ไปให้มันทำไม แฟนเก่า คนที่ทำเราช้ำใจอย่าไปให้ ให้คนที่เขาทำดีกับเรา ดูแลเราจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง อะไรก็ได้ เข้าใจไหมเดี๋ยวปั๊ดส่งไปบวชใหม่ซะเลยนี่
Humble : (ร้องเพลง) ใจฉัน ทำไมมันถึงสั่น ทันทีที่เจอหน้าเธอ..ใจฉันรอให้เรารักกัน ทุกๆคืน ทุกๆวันใจฉันละเมอ ฮื้อฮึมมม

-----------------------------------------------------------------------------


วันวาเลนไหน์อาจจะไม่ใช่วันที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้กลายเป็นวันที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวันรักสากล โดยเฉพาะหนุ่มสาวรุ่นใหม่มักให้ความสำคัญกับวันๆนี้หลายคู่จูงมือกันไปจทะเบียนสมรส ไปออกเดท ไปทานข้าวและเดินทางไปในที่ที่เป็นความทรงจำร่วมกัน

แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่มีคนรัก และอาจเฝ้าฝันให้ใครสักคนมารัก...ซึ่งบางทีก็อาจเป็นได้แต่การเฝ้ารอ

พี่ปู่เล่พูดเป็นสิ่งที่น่าคิด เราไม่จำเป็นที่ต้องรอให้ใครมารัก ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเจ็บปวดเมื่อคนที่รัก..ไม่ได้รักเรา

เพราะ...เราควรจะเลือกเป็นคนที่มอบความรักแทน ที่จะเฝ้ารอรับความรัก
ความรัก เป็นเรื่องการการให้..ให้ความรัก ให้ความปรารถนาดี ให้คำพูดดีๆ ให้กำลังใจ ให้ของขวัญ และสูงสุดคือให้อภัยเมื่อเขาไม่รับรักของเรา
หรือแม้แต่เมื่อเขาเหยียบย่ำความรักของเรา

เราอาจจะไม่สามารถหยุดรัก คนที่เรารักได้ ทั้งๆเขาไม่รักเรา หรือบางครั้งเขาอาจจะทำไม่ดีต่อเรา..

แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมเอาใจใส่คนที่เขารักเรา ทำดีกับเขาบ้างแม้เล็กๆน้อยๆ เท่าที่พอจะทำได้ แม้เราอาจจะไม่ได้รักเขาแบบที่เรารักใครบางคน

มีคำพูดคำหนึ่งซึ่งน่าสนใจ ก็คือ "คนที่สำคัญที่สุด ก็คือคนที่อยู่ตรงหน้า"

หากเราตระหนักดังนี้ เราจะสามารถทำดีได้กับทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาได้ในชีวิตของเรา

หากมีใครสักคนมารัก เป็นความโชคดี หากมีใครรับรักก็เป็นวาสนา..แต่หากไม่ใช่ ก็อย่าได้เสียใจจนความเศร้าโศกนั้นกลายเป็นการทำร้ายตนเอง

เพราะทุกคนสามารถที่จะมีความสุขแบบพอเพียง อย่างคนที่ "รักเป็น"...ก็ย่อมได้

Happy Valentine's Y'all !!!

จาก...ฮัมเบิล





 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 22:34:22 น.
Counter : 354 Pageviews.  

Dog never lies !!! หมาไม่เคยโกหก !!!

อยากจะแปลความหมายภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยให้คุณผู้อ่านอย่างสุภาพกว่านี้ แต่เมื่อนึกถึงความสมจริงสมจังที่ต้องสื่อถึงอารมณ์ให้แนบเนียน มิสฮัมเบิลจึงตัดสินใจใช้คำว่า "หมา" แทนคำว่า "สุนัข" นี่ล่ะดีที่สุด

Dog never lies คำนี้เป็นสติ๊กเกอร์ติดหลังรถ MU 7 ของท่านชายท่านหนึ่ง มิสฮัมเบิลเหลือบไปเห็นเข้าโดยบังเอิญขณะที่สายตา กวาดมองผ่านหน้ากระจกรถไปยังท้องถนนยามเช้า เมื่อเห็นแล้วก็ต้องสะดุด พยายามขบคิดหาความหมายของสิ่งที่เจ้าของต้องการจะสื่อสารทันที..เอไม่รู้ว่าท่านชายท่านนั้นไปโกรธแค้นใครมานะ หรือเพียงแต่ต้องการจะสื่อสัจธรรมอะไรกับผู้อ่านกันแน่

....ถ้อยคำเก๋ๆ คำคมทั้งหลาย ที่ติดเป็นสติ๊กเกอร์อยู้หลังท้ายรถ นี้แท้จริงเรียกว่า “คำขวัญท้ายรถ” สมัยก่อนสังเกตเห็นมีแค่รถบรรทุก ที่มักจะติดถ้อยคำตลก (ส่วนมากเป็นคำแซวเมีย หรือจีบสาว) ที่เป็นคำขำขันและทะลึ่งเล็กๆ เป็นที่ฮาเฮแก่รถรอบข้าง

แต่สมัยนี้เห็นฮิตระบาดกันไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่รถเก๋ง..ที่ล่าๆ นี้ก็เห็นจะเป็น “รถคันนี้สี.....” คือสีอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่สีรถของตัวเองจริงๆนั้นแหละ เห็นฮิตกันจัง

หมาไม่เคยโกหก น่าจะเป็นการเปรียบเปรยคุณธรรมของคนกับหมาให้มันเจ็บๆแสบๆ คันๆ จี้ใจดำกันไปอย่างนั้น ว่าหมาน่ะมันไม่เคยโกหก แต่คุณน่ะโกหก (คุณเลวยิ่งกว่าหมาอีก)..แน่ะ แล้วจะไม่แสบคันได้ไง ก็เอาคนไปเปรียบเทียบกับหมาว่าคุณธรรมน้อยกว่าหมาอีก ...

หมานี่แปลก ถูกนำไปเปรียบเทียบเรื่องดีและไม่มี ต่างกับสัตว์อื่นๆ ถ้าเรื่องดีๆก็เช่น มีหมาเป็นเพื่อน ดีกว่ามีเพื่อนหมาๆ, The dog- Man’s best friend. ถ้าแย่ก็เช่น หมาลอบกัด, สุนัขจนตรอก, หมาเห่าใบตองแห้ง ฯลฯ

จริงๆ..คนไม่ได้เลวกว่าหมานะ ฮัมเบิลว่า และหมาก็ไม่ได้มีคุณธรรมสูงกว่าคน เพราะแท้จริงแล้วน้องหมาแค่พูดไม่ได้ ภพชาติบีบให้น้องหมาต้องเป็นอย่างนั้น คือไม่สามารถที่จะพูดได้..ต่างกับคนที่สามารถสร้างสรรคำพูดได้อย่างไม่จำกัด และมีความสามารถในการพูดถึงสิ่งที่ไม่อยู่ตรงหน้าได้ (สัตว์สื่อสารได้เฉพาะเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยการสื่อสารแบบง่ายๆ) นั่นแหละก็เป็นสาเหตุทำให้คนสามารถโกหกได้ส่วนหนึ่ง นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องอกุศลที่เข้าสิงใจ

สัตว์บางตัวมีอุปนิสัยที่น่ารัก และก็น่าเอ็นดูอยู่ แต่อย่างไรก็ตามสัตว์ก็อยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าคนอยู่ดี ไม่ว่าคนๆนั้นจะมีอุปนิสัยที่ถูกตราว่าแย่มากเพียงใดก็ตาม เพราะคนทุกคนมีความพิเศษกว่าสัตว์อื่นอยู่ประการหนึ่ง นั้นก็คือความสามารถในการพัฒนาตนให้สูงสุดจนกระทั่งบรรลุธรรมได้

และคุณธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ หรือที่แปลว่าผู้มีใจสูงนั้น นั้นก็คือการรักษา ศีล5 ไว้ได้ เพราะเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะได้อัตภาพความเป็นมนุษย์

ดังนั้นถ้าคุณคนไหน ถ้าไม่อยากให้ใครมาเปรียบเทียบว่าแย่ยิ่งกว่าหมา ฮัมเบิลเห็นว่ารักษาศีล 5 นี่แหละดีที่สุด แหมเราก็คงอยากไม่โกหก เพราะว่าเรารู้ตัวว่าเรารักษาศีล เราคงไม่อยาก ไม่โกหก เพราะโกหกไม่เป็นเหมือนหมาที่พูดไม่ได้หรอกใช่ไหม?

ฮัมเบิลเปิดตัวด้วยคำขวัญท้ายรถ เรื่อง "Dog never lies" เรื่องถัดๆไปขอพูดเรื่องแมว...คุณว่าแมวมีความรักไหม ? เร็วๆนี้มาคุยกับฮัมเบิลกัน


มิสฮัมเบิล



Photo by : Prince Chayen




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 19 สิงหาคม 2554 22:35:22 น.
Counter : 2079 Pageviews.  


น้อมเศียรเกล้า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้อมเศียรเกล้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.